﻿1
00:00:42,019 --> 00:00:44,543
สวัสดีครับ นักเรียนมาพบกันอีกครั้งนะครับ ก่อนหน้านี้เรียนการดำเนินการทั้ง 4 มาใช่ไหมครับ นักเรียนจำได้ไหมครับ ว่า

2
00:00:44,543 --> 00:00:47,164
การดำเนินการของเรามีชื่อว่าอะไรบ้าง

3
00:00:47,164 --> 00:00:48,018
ได้ครับ มีการดำเนินการที่เรียกว่า

4
00:00:48,018 --> 00:00:50,374

5
00:00:50,374 --> 00:00:54,374
ยูเนียน อินเตอร์เซก คอมพลีเมนต์

6
00:00:54,515 --> 00:00:57,049
และผลต่างระหว่างเซตใช่ไหมครับ ซึ่งวันนี้เราจะมาเรียน

7
00:00:57,049 --> 00:00:59,182
สมบัติของการดำเนินการของประกันนะครับ

8
00:00:59,182 --> 00:01:02,677
เป็นอย่างไรเรามาเริ่มกันเลยนะครับ

9
00:01:02,677 --> 00:01:06,677
ก่อนอื่นนะครับ เรามาเริ่มที่วัตถุประสงค์ของเรื่องนี้กันนะครับ

10
00:01:09,027 --> 00:01:10,025
เมื่อนักเรียนเรียนเรียนคลิปวีดีโอนี้จบแล้วนะนักเรียนสามารถเชื่อมโยงความรู้ระหว่างสมบัติของการดำเนิน

11
00:01:10,025 --> 00:01:11,787
การ

12
00:01:11,787 --> 00:01:15,787
ของเซตเบนได้นะครับ

13
00:01:16,946 --> 00:01:18,450
และนักเรียนสามารถใช้สมบัติของการดำเนินการของเซตในการแก้ปัญหาได้นะครับ

14
00:01:18,450 --> 00:01:20,949
เราเริ่มเรียนกันเลยนะครับ

15
00:01:20,949 --> 00:01:23,985
ครูข้อกำหนดให้

16
00:01:23,985 --> 00:01:26,532
้เซต A เซต Cนะครับ

17
00:01:26,532 --> 00:01:28,708
เป็นสเปกของเอกภพสัมพัทธ์อยู่นะครับ

18
00:01:28,708 --> 00:01:30,512
เริ่มที่

19
00:01:30,512 --> 00:01:34,512
ข้อแรกนะครับ เรา

20
00:01:35,449 --> 00:01:38,367
มีแผนภาพเวนน์แสดงดังนี้นะครับ ครูให้นักเรียนลองแรงเงา a Union B นะครับ

21
00:01:38,367 --> 00:01:41,867
A ยูเนียน B คืออะไร  ยังจำได้ใช่ไหมครับ

22
00:01:41,867 --> 00:01:43,660
เซตที่มีสมาชิกอยู่ใน A

23
00:01:43,660 --> 00:01:47,660
หรืออยู่ในดีใช่ไหมครับ

24
00:01:50,399 --> 00:01:53,377
ทำไมขี้เหร่เป็นยังไงครับ ก็เป็นการแรเงาในวงกลม a ใช่ไหมครับ ก็จะแสดงได้ดังนี้นะ

25
00:01:53,377 --> 00:01:56,104
ยูเนียนกับ B B อยู่นี้ใช่ไหมครับ

26
00:01:56,104 --> 00:01:59,631
ก็จะแรเงาได้เป็นอย่างนี้ใช่ไหมครับ

27
00:01:59,631 --> 00:02:02,569
ต่อมานะครับ เรามาดูแผนภาพเวนน์นี้

28
00:02:02,569 --> 00:02:04,774
ครูให้นักเรียนออกแดงเอาไปอยู่นั่นเองนะครับ

29
00:02:04,774 --> 00:02:08,774
ว่าจะเป็นอย่างไรนะครับ ก็

30
00:02:10,177 --> 00:02:12,110
DNA ใช่ไหมครับ ก็คือสมาชิกที่อยู่ในเซตดีหรืออยู่ใน Set a ใช่ไหมครับ

31
00:02:12,110 --> 00:02:16,110
ก็แรเงาเซต Bก่อนน

32
00:02:18,031 --> 00:02:21,047
ะ นักเรียนก็จะได้เป็นดังที่ครูวงไว้ใช่ไหมครับ ก็จะแสดงการแรเงาได้เป็นอย่างนี้นะครับ

33
00:02:21,047 --> 00:02:22,474

34
00:02:22,474 --> 00:02:24,387
ได้ดังนี้ใช่ไหมครับ

35
00:02:24,387 --> 00:02:28,387
แสดงเป็นดังนี้นะ

36
00:02:30,306 --> 00:02:33,532
นักเรียนจะเห็นว่าพื้นที่ที่เราแรงเงาของทั้งสองรูปนั้น เป็นอย่างไรครับ

37
00:02:33,532 --> 00:02:37,532
เป็นรูปเดียวกันใช่ไหมครับ อย่างนั้นกูขอสรุปว่า

38
00:02:37,688 --> 00:02:39,059
Set a Union B นะครับ = เซต b ยูเนียน a นะครับ

39
00:02:39,059 --> 00:02:43,059
มานะครับ

40
00:02:43,875 --> 00:02:45,460
ครูมีแผนภาพเวนน์แสดงนี้นะครับ ให้นักเรียนแรงเงา

41
00:02:45,460 --> 00:02:48,181
A อินเตอร์เซก B นะครับ

42
00:02:48,181 --> 00:02:50,637
เป็นอย่างไรครับ นักเรียนเป็นจำกันได้ไหม A

43
00:02:50,637 --> 00:02:54,637
อินเตอร์เซค B นะครับ ก็คือ

44
00:02:54,684 --> 00:02:57,817
สมาชิกที่อยู่ในเซต A  และอยู่ในเซต B ใช่ไหมครับ

45
00:02:57,817 --> 00:03:00,396
แสดงยอย่างไรรับ

46
00:03:00,396 --> 00:03:01,233
ได้งานที่เป็นวงกลม A ใช่ไหมครับ

47
00:03:01,233 --> 00:03:05,233
เป็นอย่างนี้นะ

48
00:03:05,416 --> 00:03:09,416
อยู่ในเซต B ด้วย เซต B อยู่ตรงนี้ใช่ไหมครับ

49
00:03:10,633 --> 00:03:13,062
ฉะนั้น เราจะแรงเงาส่วนที่เป็นส่วนร่วมกันกับเซต B ใช่ไหมครับ ซึ่งก็คือตรงนี้

50
00:03:13,062 --> 00:03:14,754
ครูจะแรงเอาได้เป็นอย่างนี้นะ

51
00:03:14,754 --> 00:03:18,129
เรามาดูรูปทักมานะครับ

52
00:03:18,129 --> 00:03:22,129
โจทย์ถามหา B อินเตอร์เซกA ใช่ไหมครับ

53
00:03:22,906 --> 00:03:26,239
คืออะไร ก็คือสมาชิกที่อยู่ในเซตดี้

54
00:03:26,239 --> 00:03:30,239
และอยู่ในเฟซใช่ไหมครับ เรามาดู

55
00:03:30,438 --> 00:03:34,272
สมาชิกที่อยู่ในเซต B ก่อนนะครับ เราจะแรเงาได้เป็นอย่างไรนะครับ ก็คือ

56
00:03:34,272 --> 00:03:37,517
ตรงนี้ใช่ไหมครับ นี่คือสมาชิกอยู่ในเซต B ทั้งหมดเลย

57
00:03:37,517 --> 00:03:41,517
กูก็จะแสดงการแปลงเราได้เป็นดังนี้นะครับ

58
00:03:43,466 --> 00:03:47,466
ก็คือเอาส่วนร่วมกันระหว่างเป็นเซต A ใช่ไหมครับ

59
00:03:48,943 --> 00:03:51,441
ตอนนี้ก็คืออนาคตของตึกเอใช่ไหมครับ เจอกันก็คือส่วนร่วมกันก็คือตรงนี้เนาะ

60
00:03:51,441 --> 00:03:54,681
เหมือนครูจะแพงเอาได้เป็นอย่างนี้นะ

61
00:03:54,681 --> 00:03:58,681
ก็เห็นเหมือนเดิมเลยว่า

62
00:03:59,171 --> 00:04:02,644
บริเวณที่แรเงา A อินเตอร์เซก B และ  B อินเตอร์เซกเป็นอย่างไรครับ

63
00:04:02,644 --> 00:04:05,906
เป็นบริเวณเดียวกันนะครับ ดังนั้น ครูจะสรุปว่า

64
00:04:05,906 --> 00:04:09,906
อินเตอร์เซก B = B อินเตอร์เซก A  นะครับ

65
00:04:13,344 --> 00:04:14,233
วันนี้นะครับ คุณมีแผนภาพเวนน์แสดงดังนี้นะครับ ให้นักเรียนแรเงา anb ทั้งหมดอยู่เนี่ย

66
00:04:14,233 --> 00:04:18,055
ดีนะครับ

67
00:04:18,055 --> 00:04:21,005
เราเจอในวงเล็บใช่ไหมครับ เราจะทำในวงเล็บไว้ก่อนเนาะ

68
00:04:21,005 --> 00:04:25,005
a ยูเนียน b นะครับเอาได้เป็นอย่างนี้นะ

69
00:04:26,760 --> 00:04:29,013
ใช่ไหมครับ ก็คือเพิ่มในส่วนที่เป็น C ไปแบ่งได้เป็นดังนี้

70
00:04:29,013 --> 00:04:33,013
เรามาที่แผนภาพมานะครับ

71
00:04:33,537 --> 00:04:35,155
ให้นักเรียนแปลงเอาส่วนที่เป็น a Union กับ

72
00:04:35,155 --> 00:04:39,155
C นะครับ

73
00:04:39,287 --> 00:04:41,841
วงเล็บเหมือนกันใช่ไหมครับ เราทำในวงเล็บก่อนนะ

74
00:04:41,841 --> 00:04:44,779
ยูเนี่ยน C ไปเอาได้เป็นอย่างนี้นะ

75
00:04:44,779 --> 00:04:48,779
เราอยู่เนี่ยกับ

76
00:04:49,946 --> 00:04:53,946
เซต A อยู่ตรงนี้คือเพิ่มในส่วนที่เป็นเอเข้าไปจะได้เอาเป็นอย่างนี้

77
00:04:54,558 --> 00:04:57,231
นักเรียนจะเห็นว่า บริเวณที่แรเงาของทั้ง 2 แผ่นภาพนะครับ

78
00:04:57,231 --> 00:04:58,565
เป็นบริเวณเดียวกันใช่ไหมครับ ดังนั้น

79
00:04:58,565 --> 00:05:01,671
สรุปว่า

80
00:05:01,671 --> 00:05:02,453
B ยูเนียน B ทั้งหมดยูเนียน C

81
00:05:02,453 --> 00:05:03,578
เ

82
00:05:03,578 --> 00:05:05,206
กับ

83
00:05:05,206 --> 00:05:09,174
Reunion 4 นะครับ

84
00:05:09,174 --> 00:05:13,174
เราสามารถเขียนโดยไม่มีวงเล็บได้ดังนี้นะครับ

85
00:05:15,718 --> 00:05:19,515
ดูแผนภาพถัดมานะครับ ให้นักเรียนแรงเงา ทั้งหมดอีกทีนะครับ

86
00:05:19,515 --> 00:05:23,515
เรามาแรงเอาในวงเล็บให้ก่อนใช่ไหมครับ

87
00:05:23,657 --> 00:05:27,103
เมื่อเราเจอวงเล็บ เราแรเงา A อินเตอร์เซก Bได้ เป็นอย่างนี้นะครับ

88
00:05:27,103 --> 00:05:29,314
Instax กับปีใช่ไหมครับ

89
00:05:29,314 --> 00:05:33,097
จะได้การแรเงาเป็นอย่างนี้

90
00:05:33,097 --> 00:05:35,718
อยู่ที่แผงหน้าปัดมานะครับ

91
00:05:35,718 --> 00:05:37,472
เราต้องการแรงเงา

92
00:05:37,472 --> 00:05:39,586
interested

93
00:05:39,586 --> 00:05:42,724
dst ใช่ไหมครับ

94
00:05:42,724 --> 00:05:45,523
เราเจอวงเล็บใช่ไหมครับ เราทำในวงเล็บก่อนนะ

95
00:05:45,523 --> 00:05:47,090
D อินเตอร์เซกC  ได้เป็นยังไงครับ

96
00:05:47,090 --> 00:05:51,090
1 คู่ใช่ไหมครับ

97
00:05:53,560 --> 00:05:56,266
มามาอินเตอร์เซคกับเอเชียครับ ก็คือเอาส่วนที่ซ้ำกัน ก็จะได้กำไรเราเป็นอย่างนี้

98
00:05:56,266 --> 00:05:59,911
นักเรียนเห็นอะไรไหมครับ

99
00:05:59,911 --> 00:06:03,213
การแรเงาของทั้งสองแผนภาพเป็นอย่างไรครับ

100
00:06:03,213 --> 00:06:04,297
เป็นการแรเงาที่เดียวกันใช่ไหมครับ

101
00:06:04,297 --> 00:06:07,375
ดังนั้น

102
00:06:07,375 --> 00:06:08,151
A อินเตอร์เซค B ทั้งหมด อินเทอร์เซก C

103
00:06:08,151 --> 00:06:09,558

104
00:06:09,558 --> 00:06:11,536
B

105
00:06:11,536 --> 00:06:15,536
อินเตอร์เซก นะครับ

106
00:06:17,223 --> 00:06:21,223
ซึ่งเราก็สามารถเขียนโดยละวงเล็บได้เช่นกันนะครับ แสดงเป็นอย่างนี้เลย

107
00:06:23,652 --> 00:06:25,241
ทักมานะครับ ข้อนี้ให้นักเรียนแรเงายูเนี่ยนกับ

108
00:06:25,241 --> 00:06:29,241
อินเตอร์เซกC นะครับ

109
00:06:31,194 --> 00:06:34,139
เหมือนเดิมเลยเราจะโรงแรมใช่ไหมครับ เราจะทำในวงเล็บก่อนก็คือเราจะได้เงาบีอีซีนะครับ

110
00:06:34,139 --> 00:06:37,608
มีครับ เป็นอย่างไร แรเงาได้เหมือนครูไหมครับ

111
00:06:37,608 --> 00:06:38,569
เอามาเราจะ Union กับเอใช่ไหมครับ

112
00:06:38,569 --> 00:06:41,478
คือ

113
00:06:41,478 --> 00:06:44,957
เข้าไปแรงเอาได้อันนี้นะครับ

114
00:06:44,957 --> 00:06:47,218
ดูคลิปมานะครับ

115
00:06:47,218 --> 00:06:50,817
เรียนแรงอะไรครับ แรเงา

116
00:06:50,817 --> 00:06:54,817
A ยูเนียนB ทั้งหมด

117
00:06:55,270 --> 00:06:57,433
อินเตอร์เซก c ใช่ไหมครับ ทีนี้มีวงเล็บทั้งหมด 2 ที่ใช่ไหมครับ

118
00:06:57,433 --> 00:07:01,202
เริ่มที่โรงแรมนี้ก่อนนะครับ

119
00:07:01,202 --> 00:07:03,050
แรงเงาก่อนนะครับ

120
00:07:03,050 --> 00:07:06,409
ครับ

121
00:07:06,409 --> 00:07:10,409
เล่นกับบีแรงอะไรถ่ายภาพได้เป็นอย่างนี้นะครับ

122
00:07:12,876 --> 00:07:15,653
ต่อมา ครูมาดูวงเล็บมานะครับ เป็น A ยูเนียนC ใช่ไหมครับ

123
00:07:15,653 --> 00:07:16,551
เป็นอย่างไรครับ นักเรียน นักเรียนไปเอาได้ไงครับ

124
00:07:16,551 --> 00:07:17,777
ครูไหม

125
00:07:17,777 --> 00:07:18,851
อย่างนี้นะครับ

126
00:07:18,851 --> 00:07:22,401
และ

127
00:07:22,401 --> 00:07:24,301
เอามากินเสร็จกันใช่ไหมครับ ก็คือส่วนที่ทับกัน

128
00:07:24,301 --> 00:07:28,301
นะ ก็จะแรงเอาได้เป็นอย่างนี้

129
00:07:29,195 --> 00:07:31,397
นักเรียนเห็นไหมครับ ว่าการแรเงาทั้ง 2 แผนภาพเป็นอย่างไรครับ

130
00:07:31,397 --> 00:07:32,450
เป็นการแปลงเอาที่เหมือนกันใช่ไหมครับ

131
00:07:32,450 --> 00:07:35,903
ดังนั้น

132
00:07:35,903 --> 00:07:39,903
A ยูเนียนC นะครับ เท่ากับ

133
00:07:40,022 --> 00:07:44,022
a ยูเนี่ยน b ทั้งหมดอินเตอร์เซก นะครับ

134
00:07:46,800 --> 00:07:50,549
นักเรียนจะเห็นว่านะครับ ถ้าตัวดำเนินการต่างชนิดกันนะครับ เราจะต้องใส่วงเล็บเสมอเพื่อบอก

135
00:07:50,549 --> 00:07:52,974
ต้องดำเนินการระหว่างเซต 2 เซตไปก่อนนะครับ

136
00:07:52,974 --> 00:07:56,282
มาดูที่แผงหน้าปัดมากันนะครับ

137
00:07:56,282 --> 00:07:59,915
ข้อนี้นะครับ ครูให้นักเรียน

138
00:07:59,915 --> 00:08:02,735
แรเงา A อินเตอร์เซก ยูเนียน C นะครับ

139
00:08:02,735 --> 00:08:04,280
เหมือนเดิมเลยเราจะลงเล็กใช่ไหมครับ

140
00:08:04,280 --> 00:08:06,199
เราจะทำในวงเล็บก่อน

141
00:08:06,199 --> 00:08:08,400
obuse นะครับ

142
00:08:08,400 --> 00:08:12,400
แบบนี้ใช่ไหมครับ

143
00:08:13,626 --> 00:08:14,604
ok นะครับ ก็คือเอาส่วนที่ซ้ำกับเอใช่ไหมครับ ก็จะแสดงได้

144
00:08:14,604 --> 00:08:17,774
แค่นี้นะครับ

145
00:08:17,774 --> 00:08:21,774
เราดูที่ผ่านมานะครับ

146
00:08:24,518 --> 00:08:27,972
แผนภาพถัดมามานี้ให้นักเรียนแรเงา a อินเตอร์เซก b ทั้งหมด ยูเนียนกลับ

147
00:08:27,972 --> 00:08:29,778
a อินเตอร์เซก  เห็นใช่ไหมครับ ว่ามี 2 วงเล็บ

148
00:08:29,778 --> 00:08:31,523
ครูก็ทำ

149
00:08:31,523 --> 00:08:33,507
ดีกว่านะครับ

150
00:08:33,507 --> 00:08:35,459
A

151
00:08:35,459 --> 00:08:37,700
อินเตอร์เซก B ได้เป็นอย่างไรครับ

152
00:08:37,700 --> 00:08:39,254
ได้เป็นแบบรูปนี้

153
00:08:39,254 --> 00:08:40,418
เหมือนครูใช่ไหมครับ

154
00:08:40,418 --> 00:08:43,539
มาม่า

155
00:08:43,539 --> 00:08:44,956
กูจะขอแรงเงาวันนี้ต่อน

156
00:08:44,956 --> 00:08:46,526
ะ A อินเตอร์เซกC เลย

157
00:08:46,526 --> 00:08:50,526
hse คือ

158
00:08:50,543 --> 00:08:54,543
ตรงไหนครับ เรียนไงครับ แรงงานได้เหมือนครูใช่ไหมครับ

159
00:08:57,422 --> 00:08:59,704
ทั้งสองตัวนี้ที่แรงเอานะครับ เอามา Union กันก็คือเอาทั้ง 2 ตัวเลย

160
00:08:59,704 --> 00:09:03,652
นะ ครูก็จะแรเงาได้เป็นอันนี้นะ

161
00:09:03,652 --> 00:09:06,914
เหมือนเดิมเลยนักเรียนครับ นักเรียนเห็นไหมครับ ว่า

162
00:09:06,914 --> 00:09:09,757
รูปที่เราแรงเอาทั้ง 2 แผ่นภาพนี้เป็นอย่างไรครับ

163
00:09:09,757 --> 00:09:12,441
เป็นบริเวณเดียวกันใช่ไหมครับ

164
00:09:12,441 --> 00:09:15,922
ดังนั้นนะครับ เราจะสรุปว่า

165
00:09:15,922 --> 00:09:19,692
Aอินเตอร์เซก กับ B ยูเนียน C นะครับ เท่ากับ

166
00:09:19,692 --> 00:09:21,355
อินเตอร์เซกกับ Cนะครับ ทั้งหมดยูเนี่ยนกลับ

167
00:09:21,355 --> 00:09:25,355
innisfree นะครับ

168
00:09:28,757 --> 00:09:32,089
เห็นว่านะครับ ถ้าตัวดำเนินการต่างชนิดกันนะครับ เราจะต้องใส่วงเล็บเสมอ เพื่อบอกว่า

169
00:09:32,089 --> 00:09:34,297
ต้องดำเนินการระหว่างเซต 2 เซต ใดก่อนนะครับ

170
00:09:34,297 --> 00:09:35,837
มาดูตัวอย่าง

171
00:09:35,837 --> 00:09:39,837
ไปนะครับ  ช

172
00:09:42,776 --> 00:09:44,427
ข้อนี้นะครับ มีแผนภาพเวนน์มาให้นะครับ และให้นักเรียนแรงเงายูเนียน B ทั้งหมด คอมพลีเมนต์นะครับ

173
00:09:44,427 --> 00:09:46,464
เรียนจำได้ไหมครับ

174
00:09:46,464 --> 00:09:48,465
ว่าเราจะทำอย่างไร

175
00:09:48,465 --> 00:09:52,050
เรามาดูที

176
00:09:52,050 --> 00:09:53,964
่ A ยูเนียน B เป็นแบบไหนครับ

177
00:09:53,964 --> 00:09:57,568
เป็นแบบนี้เหมือนครูใช่ไหมครับ

178
00:09:57,568 --> 00:10:01,568
คอมพลีเมนต์คือส่วนไหนครับ คือส่วนที่

179
00:10:04,928 --> 00:10:06,976
อยู่ในเอกภพสัมพัทธ์นะครับ แต่ไม่อยู่ใน a Union B ใช่ไหมครับ แต่ว่านักเรียนจะแรงงานในส่วนที่

180
00:10:06,976 --> 00:10:08,974
อยู่รอบนอกนี้ใช่ไหมครับ

181
00:10:08,974 --> 00:10:12,629
แรเงาได้เป็นดังนี้นะครับ

182
00:10:12,629 --> 00:10:14,532
ดูที่แผนภาพมากันนะครับ

183
00:10:14,532 --> 00:10:16,075
มีภาพมาให้แล้วนะครับ

184
00:10:16,075 --> 00:10:18,519
ให้นักเรียนแรเงา

185
00:10:18,519 --> 00:10:19,793
คอมพลีเมนต์ interested

186
00:10:19,793 --> 00:10:23,267
ขอบคุณนะครับ

187
00:10:23,267 --> 00:10:27,267
เริ่มที่ a comment กันก่อน

188
00:10:27,584 --> 00:10:29,742
นะ A คอมพลีเมนต์ เป็นอย่างไรนะ นักเรียนแล้วเป็นยังไงบ้างครับ

189
00:10:29,742 --> 00:10:31,025
เป็นการแรเงา

190
00:10:31,025 --> 00:10:32,914
แสดงอย่างนี้นะ

191
00:10:32,914 --> 00:10:34,511
คือ

192
00:10:34,511 --> 00:10:38,221
B คอมพลีเมนต์นะครับ

193
00:10:38,221 --> 00:10:42,221
แบ่งเอาให้นักเรียนดูเลยนะครับ ข้อนี้

194
00:10:44,012 --> 00:10:46,037
ถาม insect ของ AB และ D comment ใช่ไหมครับ

195
00:10:46,037 --> 00:10:49,896
อินเตอร์เซก ก็คือเอาส่วนที่

196
00:10:49,896 --> 00:10:52,048
รักกันใช่ไหมครับ ก็จะแสดงการได้เข้าเป็นส่วนหนึ่งใช่ไหมครับ

197
00:10:52,048 --> 00:10:55,302
ได้เป็นแบบนี้นะครับ

198
00:10:55,302 --> 00:10:59,302
เหมือนเดิมเลย นักเรียนสังเกตเห็นไหมครับ ว่า

199
00:11:00,330 --> 00:11:04,330
ครูแรเงา ทั้ง 2 แผ่นภาพได้เป็นบริเวณเดียวกันดังนั้นครูขอสรุปว่า

200
00:11:06,039 --> 00:11:10,039
a ยูเนี่ยน b ทั้งหมดกี่เมตรเท่ากับ a คอมพลีเมนต์ นะครับ คอมพลีเมนต์นะคะ

201
00:11:10,802 --> 00:11:12,837
มาดูที่แผงหน้าปัดมานะครับ มีแผนภาพมาให้นะครับ

202
00:11:12,837 --> 00:11:16,837
โจทย์ถามหา

203
00:11:18,776 --> 00:11:20,458
A อินเตอร์เซก Bทั้งหมด คอมพลีเมนต์นะครับ เป็นอย่างไรครับ นักเรียนทำในวงเล็บก็เหมือนเดิมใช่ไหมครับ

204
00:11:20,458 --> 00:11:22,945
ครูก็จะเริ่มหา

205
00:11:22,945 --> 00:11:24,048
A อินเตอร์เซก B กันนะครับ ครูแดงเอานะ

206
00:11:24,048 --> 00:11:26,555
ได้เป็นอย่างนี้

207
00:11:26,555 --> 00:11:29,620
ใช่ครับ ก็คือส่วนที่

208
00:11:29,620 --> 00:11:31,271
ซ้ำกันระหว่าง a กับ B ใช่ไหมครับ เป็นอย่างนี้

209
00:11:31,271 --> 00:11:35,271
คืออะไรครับ

210
00:11:37,829 --> 00:11:41,397
เหมือนเดิมเลยคือส่วนที่อยู่ในเอกภพสัมพัทธ์แต่ไม่อยู่ใน A อินเตอร์เซก B นั้นจะแรงเอาได้

211
00:11:41,397 --> 00:11:44,201
ที่ผ่านมากันนะ

212
00:11:44,201 --> 00:11:47,470
นักเรียนแรเงา

213
00:11:47,470 --> 00:11:51,336
A คอมพลีเมนต์ ยูเนียนกับ B คอมพลีเมนต์นะครับ

214
00:11:51,336 --> 00:11:55,336
เรามาแรเงา A คอมพลีเมนต์ก่อนนะ

215
00:11:58,722 --> 00:12:02,463
เป็นอย่างไรครับ ลองทำดูแล้วเป็นยังไงบ้างครับ ได้เหมือนครูไหมได้เป็นรูปที่แสดงการแบ่งเอาอย่างนี้นะ

216
00:12:02,463 --> 00:12:06,328
โทรหา B คอมพลีเมนต์ต่อเลยละกัน

217
00:12:06,328 --> 00:12:07,796
นักเรียนได้เหมือนครูใช่ไหมครับ ว่ามี คอมพลีเมนต์ของนักเรียน

218
00:12:07,796 --> 00:12:09,981
ไปหาได้อย่างนี้นะครับ

219
00:12:09,981 --> 00:12:13,981
เอามา

220
00:12:16,080 --> 00:12:17,473
นำทั้ง 2 เซตมาเรียนกันนะครับ ก็คือเราจะเร่งเอาเป็นแบบนี้เลยใช่ไหมเอาทั้ง 2 ส

221
00:12:17,473 --> 00:12:19,598
่วน ก็จะแสดง

222
00:12:19,598 --> 00:12:22,022
แรเงาได้เป็นอย่างดีน

223
00:12:22,022 --> 00:12:24,897
ะ หมือนเดิมเลย นักเรียน

224
00:12:24,897 --> 00:12:28,897
การแรเงาทั้ง 2 บริเวณเป็นอย่างไรครับ

225
00:12:29,249 --> 00:12:32,569
เป็นบริเวณที่เหมือนกันใช่ไหม อย่างนั้นครูก็จะสรุปว่า

226
00:12:32,569 --> 00:12:33,615
A อินเตอร์เซค B ทั้งหมดคอมพลีเมนต์นะครับ

227
00:12:33,615 --> 00:12:36,623
เท่ากับ

228
00:12:36,623 --> 00:12:40,623
คอมพลีเมนต์ยูเนียน B คอมพลีเมนต์นะครับ

229
00:12:42,788 --> 00:12:46,065
มาต่อที่ภาพนี้กันนะครับ โจทย์ให้นักเรียนแรงเงา A - Bนะครับ

230
00:12:46,065 --> 00:12:47,624
อย่างไรครับ นักเรียนจำได้ไหมครับ เพื่ออะไร

231
00:12:47,624 --> 00:12:48,841
เบียวคือ

232
00:12:48,841 --> 00:12:51,474
สมาชิก

233
00:12:51,474 --> 00:12:54,566
ที่อยู่ใน a แต่ไม่อยู่ในปีใช่ไหมครับ

234
00:12:54,566 --> 00:12:56,148
เรามาเริ่มแรเงาที่ A ก่อนนะ

235
00:12:56,148 --> 00:13:00,148
ไม่เป็นอย่างนี้นะ

236
00:13:03,423 --> 00:13:06,925
ที่อยู่ใน a แต่ไม่รู้ดีว่าเราต้องหาคนที่เป็นดีทิ้งไปทางไหนก็จะได้การแรเงาเป็นดังนี้

237
00:13:06,925 --> 00:13:10,925
เรามาดูแผนภาพถัดมาก็ได้ครับ

238
00:13:11,853 --> 00:13:15,853
อินเตอร์เซค B คอมพลีเมนต์ใช่ไหมครับ

239
00:13:17,293 --> 00:13:18,653
วันนี้นะครับ ครูขอเริ่มที่

240
00:13:18,653 --> 00:13:21,013
A ก่อนละกัน

241
00:13:21,013 --> 00:13:22,954
ใช่ไหมครับ

242
00:13:22,954 --> 00:13:26,050
ไม่เป็นอย่างนี้นะ

243
00:13:26,050 --> 00:13:28,884
B คอมพลีเมนต์  B คอมพลีเมนต์ นักเรียนเป็นยังไงครับ

244
00:13:28,884 --> 00:13:30,754
คอมพลีเมนต์ ได้เป็นเหมือนครูใช่ไหมครับ

245
00:13:30,754 --> 00:13:33,781
นะ

246
00:13:33,781 --> 00:13:35,567
ก็คือเอาส่วนที่ทับกันใช่ไหมครับ

247
00:13:35,567 --> 00:13:37,219
จะเป็นแค่ส่วนนี้นะครับ

248
00:13:37,219 --> 00:13:40,275
ได้ดังนี้นะครับ

249
00:13:40,275 --> 00:13:41,954
เป็นอย่างไรครับนักเรียน นักเรียนเห็นไหมครับ ว่า

250
00:13:41,954 --> 00:13:44,381
บริเวณที่แรเงา

251
00:13:44,381 --> 00:13:48,338
แผนภาพทั้งสองบริเวณเป็นยังไงครับ

252
00:13:48,338 --> 00:13:51,141
เป็นบริเวณเดียวกันใช่ไหมครับ อย่างนั้นครูก็เลยสรุปว่า

253
00:13:51,141 --> 00:13:53,409
ที่ลพบุรีของเราเท่ากับ

254
00:13:53,409 --> 00:13:56,506
Aอินเตอร์เซก B คอมพลีเมนต์นะครับ

255
00:13:56,506 --> 00:13:58,547
มาดูที่ถ่ายภาพออกมาก็ได้ครับ

256
00:13:58,547 --> 00:14:00,657
แผนภาพมาให้นะครับ เรา

257
00:14:00,657 --> 00:14:03,292
แปลงเอาคอมเม้นนะครับ

258
00:14:03,292 --> 00:14:07,292
A คอมพลีเมนต์นะครับ เป็นอย่างไรครับ Aคอมพลีเมนต์

259
00:14:07,353 --> 00:14:08,050
ทำกันมาเยอะแล้วนะกูขอแสดง a คอมพลีเมนต์  เลยนะจ๊ะ

260
00:14:08,050 --> 00:14:12,050
การแรเงา

261
00:14:14,253 --> 00:14:18,029
ตอนที่ 858 มานะครับ

262
00:14:18,029 --> 00:14:20,866
ระหว่างเซตของเอกภพสัมพัทธ์และ 7a นะครับ

263
00:14:20,866 --> 00:14:23,005
เริ่มงานเอาที่เอกภพสมัมพัทธ์ก่อนนะครับ

264
00:14:23,005 --> 00:14:27,005
เป็นอย่างนี้ใช่ไหมครับ

265
00:14:27,651 --> 00:14:29,841
แล้วลบกับเซต A เป็นอย่างไรครับ ก็คือ

266
00:14:29,841 --> 00:14:31,977
ส่วนที่เป็นเซตเอาไปใช่ไหมครับ

267
00:14:31,977 --> 00:14:34,415
ได้เป็นการแ

268
00:14:34,415 --> 00:14:38,036
รเงาดังพนี้นะครับ เป็นอย่างไรบ้างครับนักเรียน

269
00:14:38,036 --> 00:14:40,010
ไม่เห็นว่าบริเวณที่เราแรงเอาทั้ง 2 บริเวณเป็นยังไงครับ

270
00:14:40,010 --> 00:14:42,449
บริเวณเดียวกันใช่ไหมครับ

271
00:14:42,449 --> 00:14:44,527
วันนั้นเราจะสรุปว่า

272
00:14:44,527 --> 00:14:47,817
Aคอมพลีเมนต์ เท่ากับ

273
00:14:47,817 --> 00:14:49,268
ผลต่างระหว่างเซตของเอกภพสัมพัทธ์

274
00:14:49,268 --> 00:14:51,328
และ เซต Aนะครับ

275
00:14:51,328 --> 00:14:53,796

276
00:14:53,796 --> 00:14:55,803
จากที่เราได้ทำมาทั้งหมดนี้นะครับ

277
00:14:55,803 --> 00:14:59,803
เรามาสรุปได้ดังนี้นะครับ

278
00:15:01,444 --> 00:15:02,687
ให้เซต A B C  นะครับ เป็นสับเซตของเอกภพสัมพัทธ์นะครับ

279
00:15:02,687 --> 00:15:03,892
เราจะได้ว่า

280
00:15:03,892 --> 00:15:07,123
วันหนึ่งนะครับ

281
00:15:07,123 --> 00:15:07,710
a Union B = B Union a นะครับ

282
00:15:07,710 --> 00:15:10,988
และ

283
00:15:10,988 --> 00:15:12,565
อินเตอร์เซค B = B อินเตอร์เซก C นะครับ

284
00:15:12,565 --> 00:15:15,309
ข้อ 2 นะครับ

285
00:15:15,309 --> 00:15:16,128
A ยูเนียน B ทั้งหมดอยู่เนี่ย

286
00:15:16,128 --> 00:15:18,790
เข้ากะ

287
00:15:18,790 --> 00:15:22,790
a ยูเนี่ยน b ยูเนียน C นะครับ

288
00:15:22,822 --> 00:15:23,504
อินเตอร์เซค B ทั้งหมดอินเตอร์เซก C

289
00:15:23,504 --> 00:15:24,761
เอากะ

290
00:15:24,761 --> 00:15:26,459
infected

291
00:15:26,459 --> 00:15:28,554
อินเตอร์เซก C นะครับ

292
00:15:28,554 --> 00:15:29,773
และข้อ 3 นะครับ

293
00:15:29,773 --> 00:15:31,239
ยูเนียน

294
00:15:31,239 --> 00:15:32,095
อินเทอร์เน็ต

295
00:15:32,095 --> 00:15:34,053

296
00:15:34,053 --> 00:15:35,961
a ยูเนี่ยน b ทั้งหมด

297
00:15:35,961 --> 00:15:37,278
describe

298
00:15:37,278 --> 00:15:38,228
NC นะครับ

299
00:15:38,228 --> 00:15:41,901
และ

300
00:15:41,901 --> 00:15:44,282
sex cob B ยูเนียน C เท่ากับ

301
00:15:44,282 --> 00:15:45,337
A อินเตอร์เซก B  ทั้งหมด

302
00:15:45,337 --> 00:15:46,832
ยูเนียน กับ

303
00:15:46,832 --> 00:15:50,460
อินเตอร์เน็ตฟรีนะครับ

304
00:15:50,460 --> 00:15:54,460
หันมานะครับ ข้อที่ 4 ของเรา

305
00:15:55,889 --> 00:15:58,022
a ยูเนี่ยน b ทั้งหมดคอมพลีเมนต์นะครับ = A คอมพลีเมนต์ อินเตอร์เซ

306
00:15:58,022 --> 00:16:01,142
ก และ

307
00:16:01,142 --> 00:16:02,986
อินเตอร์เซก B ทั้งหมดคอมพลีเมนต์นะครับ

308
00:16:02,986 --> 00:16:05,428

309
00:16:05,428 --> 00:16:07,000
อินเตอร์เซก ยูเนียนกลับ deacon นะครับ

310
00:16:07,000 --> 00:16:10,988
คนที่ 5 นะครับ

311
00:16:10,988 --> 00:16:12,939
มีรถปีนะครับ = A อินเตอร์เซค

312
00:16:12,939 --> 00:16:14,629
B คอมพลีเมนต์ นะครับ

313
00:16:14,629 --> 00:16:16,168
ข้อที่ 6 ครับ

314
00:16:16,168 --> 00:16:17,146
A คอมพลีเมนต์

315
00:16:17,146 --> 00:16:21,146
เ

316
00:16:21,605 --> 00:16:23,464
ท่ากันผลต่างระหว่างเซตของเอกภพสัมพัทธ์และปีนะครับ

317
00:16:23,464 --> 00:16:26,523
ลองดูตัวอย่างนะครับ

318
00:16:26,523 --> 00:16:30,345
จะเป็นภาพนะครับ

319
00:16:30,345 --> 00:16:32,002
ให้นักเรียนหาด้วยกันทั้งหมด 2 ข้อ ก็คือ

320
00:16:32,002 --> 00:16:36,002

321
00:16:37,359 --> 00:16:41,359
A อินเตอร์เซก C ทั้งหมด ยูเนียนกับ A อินเตอร์เซก C นะครับ และข้อที่ 2 ให้นักเรียนหา

322
00:16:41,895 --> 00:16:45,895
b อินเตอร์เซคกับ C คอมพลีเมนต์ นะครับ เรามาแสดงวิธีทำกันเลยนะครับ

323
00:16:46,533 --> 00:16:50,533
เรามาเริ่มทำที่ข้อแรกก่อนนะคะ นักเรียนโจทย์ถามหา

324
00:16:51,194 --> 00:16:52,725
A อินเตอร์เซก Bทั้งหมดยูเนี่ยนกับ asc ใช่ไหมครับ

325
00:16:52,725 --> 00:16:53,946
เรียกอาจจะทำได้

326
00:16:53,946 --> 00:16:55,745
การหา

327
00:16:55,745 --> 00:16:56,702

328
00:16:56,702 --> 00:17:00,702
A อินเตอร์เซก Cก่อน และหา

329
00:17:02,240 --> 00:17:03,456
แนะนำมาเยี่ยมกันใช่ไหมครับ แต่ว่าเราได้เรียนสมบัติกันมาแล้วนะครับ

330
00:17:03,456 --> 00:17:04,944
นำโดยสมบัติ

331
00:17:04,944 --> 00:17:06,386
เราจะได้ว่า

332
00:17:06,386 --> 00:17:08,063
เช็คของ

333
00:17:08,063 --> 00:17:11,419
เด็กดี

334
00:17:11,419 --> 00:17:12,527
ทั้งหมดยูเนี่ยนกะเท่ากับ

335
00:17:12,527 --> 00:17:15,141

336
00:17:15,141 --> 00:17:17,664
A อินเตอร์เซก C นั้น A อินเตอร์เซก ยูเนียน ปีใช่ไหมครับ

337
00:17:17,664 --> 00:17:19,465
วันนี้เราจะมาลองทำกันดูนะครับ

338
00:17:19,465 --> 00:17:21,961
ในการใช้แผนภาพ

339
00:17:21,961 --> 00:17:23,465
เหมือนเดิมเลยเราเจอวงเล็บใช่ไหมครับ

340
00:17:23,465 --> 00:17:26,746
ก่อน

341
00:17:26,746 --> 00:17:28,650
อย่างนั้นครูจะมาแรงเอานะครับ

342
00:17:28,650 --> 00:17:29,770
นายเป็นอย่างนี้ใช่ไหมครับ นักเรียน

343
00:17:29,770 --> 00:17:32,493
ใช่ไหม

344
00:17:32,493 --> 00:17:36,254
ออกมาแล้วนะครับ

345
00:17:36,254 --> 00:17:38,582
อินเตอร์เซก A A อยู่นี้นะครับ ก็คือเอาส่วนที่ซ้ำกัน

346
00:17:38,582 --> 00:17:40,050
พูดอะไรหาได้เป็นอย่างนี้นะครับ

347
00:17:40,050 --> 00:17:44,050
และ

348
00:17:45,874 --> 00:17:48,286
สมาชิกที่ปรากฏอยู่ในบริเวณที่แรเงานั้นคือคำตอบของข้อนี้นะครับ ซึ่งก็คือเซตของ

349
00:17:48,286 --> 00:17:52,286
2  7 และ 8 นะครับ

350
00:17:52,595 --> 00:17:53,345
เราทำข้อทืี่ 2 กันเลยนะครับ สอบถามหาอะไรคะ นักเรียน

351
00:17:53,345 --> 00:17:56,081
ปัญหา

352
00:17:56,081 --> 00:17:59,682
อินเตอร์เซคกับเซตคอมพลีเมนต์ใช่ไหมครับ

353
00:17:59,682 --> 00:18:03,187
HD

354
00:18:03,187 --> 00:18:05,533
และ 5:00 น ด้วยครับ และนำมา intersection

355
00:18:05,533 --> 00:18:08,302
กัน แต่ว่าเราเรียนสมบัติมากันแล้วใช่ไหมครับ

356
00:18:08,302 --> 00:18:10,230
ซึ่งโดยสมบัตินะครับ นักเรียนจะได้ว่า

357
00:18:10,230 --> 00:18:12,713
B อินเตอร์เซก Cคอมพลีเมนต์ นั้น

358
00:18:12,713 --> 00:18:16,713
เท่ากับ D คอมพลีเมนต์  ปีใช่ไหมครับ

359
00:18:17,762 --> 00:18:21,068
นี้เรามาดูกันว่าเราจะได้เรายังไงนะครับ เราก็จะแรงเอาที่ดีกว่านะครับ

360
00:18:21,068 --> 00:18:24,321
รูปของการแรงและเป็นอย่างนี้ใช่ไหมครับ

361
00:18:24,321 --> 00:18:25,804
D อินเตอร์เซก C คืออะไร ครับ

362
00:18:25,804 --> 00:18:29,804
คือ B ที่

363
00:18:30,386 --> 00:18:34,386
บริเวณที่เป็นสีออกไปด้วยครับ ซึ่งก็จะแรงเอาได้เป็นอย่างนี้นะครับ

364
00:18:37,662 --> 00:18:38,553
สมาชิกที่ปรากฏอยู่ในบริเวณที่แรเงา ก็คือคำตอบของข้อนี้นะครับดังนั้น ข้อนี้จึงตอบ

365
00:18:38,553 --> 00:18:40,661
ของ

366
00:18:40,661 --> 00:18:44,661
4 5 และ 7 นะครับ

367
00:18:45,031 --> 00:18:47,678
มาดูตัวอย่างก็ทักมาก็ได้นะครับ ให้เอกภพสัมพัทธ์นะครับ

368
00:18:47,678 --> 00:18:51,678
แทนด้วยเซตของจำนวนเต็มบวกที่มี 2

369
00:18:53,588 --> 00:18:57,511
หลักทั้งหมดนะครับ และ Set a นะครับ แทนเซตของสมาชิกในเอกภพสัมพัทธ์

370
00:18:57,511 --> 00:19:01,140
ซึ่งหารด้วย 5 ลงตัวนะครับ และ Set B นะครับ

371
00:19:01,140 --> 00:19:03,072
แทนด้วยเซตของสมาชิกในเอกภพสัมพัทธ์

372
00:19:03,072 --> 00:19:05,995
ซึ่งมี 6 อยู่ในหลัก 10 นะครับ

373
00:19:05,995 --> 00:19:08,633
ไปถามอะไรนักเรียนถามว่า

374
00:19:08,633 --> 00:19:10,384
เซตของสมาชิกในเอกภพสัมพัทธ์

375
00:19:10,384 --> 00:19:13,272
พรุ่งนี้ 6 อ

376
00:19:13,272 --> 00:19:16,438
ยู่ในหลัก 10 และหารด้วย 5 ไม่ลงตัวคืออะไร นะครับ

377
00:19:16,438 --> 00:19:20,438
มาเริ่มทำกันเลยนะคะ

378
00:19:20,732 --> 00:19:21,713
อันแรกครับ ขั้นแรก เรามา

379
00:19:21,713 --> 00:19:25,100
เขียน

380
00:19:25,100 --> 00:19:29,100
ต่าง ๆ ในรูปของการแจกแจงสมาชิกท่านก่อนเนาะ

381
00:19:30,570 --> 00:19:33,529
เอกภพคืออะไร นะครับ เรามาทบทวนกัน

382
00:19:33,529 --> 00:19:34,924
นะ เอกภพสัมพัทธ์ จำนวนเต็มบวกที่มีสองหลักทั้งหมด

383
00:19:34,924 --> 00:19:38,924
ก็ได้แก่

384
00:19:39,169 --> 00:19:40,117
11 12 ไปเรื่อย ๆ ใช่ไหมครับ

385
00:19:40,117 --> 00:19:42,818
จนถึง

386
00:19:42,818 --> 00:19:45,251
99 ก็จะเป็นเซตดังนี้นะครับ

387
00:19:45,251 --> 00:19:49,251
คืออะไร ครับ

388
00:19:50,742 --> 00:19:54,375
แต่ของสมาชิกในเอกภพสัมพัทธ์ซึ่งหารด้วย 5 ลงตัว

389
00:19:54,375 --> 00:19:56,139
จำนวนแรกที่หารด้วย 5 ลงตัว ในเอกภพสัมพัทธ์คืออะไรครับ

390
00:19:56,139 --> 00:19:58,173
คือ 10 ใช่ไหมครับ

391
00:19:58,173 --> 00:20:01,259
จำนวนถัดมา มาคือ

392
00:20:01,259 --> 00:20:02,010
และจำนวนถัดมาคือ

393
00:20:02,010 --> 00:20:04,602
20

394
00:20:04,602 --> 00:20:06,490
เรื่อย ๆ นะครับ จนถึง 95

395
00:20:06,490 --> 00:20:10,282
เปลี่ยนเป็นเซตได้ดังนี้นะครับ

396
00:20:10,282 --> 00:20:12,083
มานะครับ เราจะเขียนแจกแจงสมาชิกของเซต B นะครับ

397
00:20:12,083 --> 00:20:15,747
ก็คือ

398
00:20:15,747 --> 00:20:18,026
เซตของสมาชิกในเอกภพสัมพัทธ์นะครับ ซึ่ง

399
00:20:18,026 --> 00:20:21,476
มี 6 อยู่ในหลักสิบนะครับ

400
00:20:21,476 --> 00:20:25,476
ดังนั้น สมาชิกในเซต B ของเราก็จะเป็น

401
00:20:27,103 --> 00:20:29,918
60 61 62 63 ไปเรื่อย ๆ นะครับ จนไปถึง 69

402
00:20:29,918 --> 00:20:32,549
ซึ่งแเสงเป็นเซตได้ดังนี้นะครับ

403
00:20:32,549 --> 00:20:36,414
โจทย์ถามอะไรกับนักเรียน

404
00:20:36,414 --> 00:20:38,192
โจทย์ถามหาเซตของสมาชิกในเอกภพสัมพัทธ์

405
00:20:38,192 --> 00:20:40,410
มี 6 เยอะล่ะสิ

406
00:20:40,410 --> 00:20:44,410
และหารด้วย 5 ลงตัวใช่ไหมครับ

407
00:20:45,636 --> 00:20:48,561
จากตรงนี้นักเรียนบางคนอาจจะตอบโดยดูจาก เซต B ได้ใช่ไหมครับ

408
00:20:48,561 --> 00:20:48,988
ก็คือเอาสมาชิกในเซต B มาตอบ

409
00:20:48,988 --> 00:20:51,666
และ

410
00:20:51,666 --> 00:20:54,482
จำนวนที่หารด้วย 5 ลงตัว

411
00:20:54,482 --> 00:20:58,482
ก็คือ 60 และ 65 ใช่ไหมครับ

412
00:20:59,477 --> 00:21:01,753
แต่เราจะมาลองทำการแปลงให้เป็นสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์นะคะ

413
00:21:01,753 --> 00:21:05,753
เรามาดูตัวแรกเลยนะครับ

414
00:21:05,965 --> 00:21:08,949
เซตของสมาชิกในเอกภพสัมพัทธ์ซึ่งมี 6 ในร 10

415
00:21:08,949 --> 00:21:12,695
คืออะไร คะนักเรียนกำลังย้อนกลับไปมองในโจทย์ดูน

416
00:21:12,695 --> 00:21:14,467
ะ เซต D ใช่ไหมครับ ครูจะแทนด้วย

417
00:21:14,467 --> 00:21:16,864
บี 1 นี้นะคะ

418
00:21:16,864 --> 00:21:19,435
และใช่ไหมครับ

419
00:21:19,435 --> 00:21:22,194
และคืออะไร คะเรียนและคือ

420
00:21:22,194 --> 00:21:26,194
เครื่องหมายของ intersection ใช่ไหมครับ

421
00:21:27,893 --> 00:21:31,893
ต่อมา เป็นอะไรครับ เป็นเซตของสมาชิกในเอกภพสัมพัทธ์

422
00:21:31,922 --> 00:21:34,119
ซึ่งหารด้วย 5 ไม่งตัว เราลองย้อนกลับไปในโจทย์นะครับ

423
00:21:34,119 --> 00:21:35,951
เซต B นะครับ

424
00:21:35,951 --> 00:21:39,951
แทนด้วย

425
00:21:40,908 --> 00:21:44,908
เว็บของสมาชิกในเอกภพสัมพัทธ์ซึ่งหารด้วย 5 ลงตัวดังนั้น

426
00:21:45,879 --> 00:21:47,855
ของสมาชิกในเอกภพสัมพัทธ์ซึ่งหารด้วย 5 ลงตัวนั้นคืออะไรครับ

427
00:21:47,855 --> 00:21:49,704
คือ a คอมพลีเมนต์ใช่ไหมครับ

428
00:21:49,704 --> 00:21:53,260
ด

429
00:21:53,260 --> 00:21:55,797
ังนั้น เราเปลี่ยนให้เป็นสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ได้ดังนี้นะครับ

430
00:21:55,797 --> 00:21:58,058
จากสมบัติที่เราได้เรียนรู้มานะครับ

431
00:21:58,058 --> 00:21:59,513
ได้เป็นอะไรครับ

432
00:21:59,513 --> 00:22:02,894
นักเรียนพอจะนึกออกไหมครับ

433
00:22:02,894 --> 00:22:04,436
ใช่ครับ กเรียนได้เป็น B - A นะครับ

434
00:22:04,436 --> 00:22:08,436
เห็นว่าอะไรครับ

435
00:22:09,844 --> 00:22:12,599
มีเราเอง ก็คือสมาชิกที่อยู่ในดิแต่ไม่อยู่ในเอใช่ไหมครับ

436
00:22:12,599 --> 00:22:13,411
ลองมาเที่ยวดูนะครับ

437
00:22:13,411 --> 00:22:14,719
ว่า

438
00:22:14,719 --> 00:22:18,719
สมาชิก

439
00:22:20,802 --> 00:22:23,501
ใน A ที่มี 6 อยู่ในหลักสิบมีอะไรบ้าง นะครับ ซึ่งครูได้แสดงให้นักเรียนเห็นดังนี้นะครับ ก็จะมี

440
00:22:23,501 --> 00:22:24,174
60 และ 65 นะครับ

441
00:22:24,174 --> 00:22:25,404
นั้น

442
00:22:25,404 --> 00:22:27,055
deloitte

443
00:22:27,055 --> 00:22:28,917
ก็คือเซตนี้นะครับ

444
00:22:28,917 --> 00:22:32,345
นี่คือคำตอบของเรานะครับ

445
00:22:32,345 --> 00:22:36,345
สิ่งที่เราได้เรียนรู้กันนะครับนักเรียน

446
00:22:37,395 --> 00:22:39,305
นักเรียนสามารถเชื่อมโยงความรู้ ระหว่างสมบัติของการดำเนินการของเซต

447
00:22:39,305 --> 00:22:43,305
และแผนภาพเวนน์ได้นะครับ

448
00:22:44,462 --> 00:22:48,462
และนักเรียนสามารถใช้สมบัติของการดำเนินการของเซต ในการแก้ปัญหาได้นะครับ

449
00:22:49,363 --> 00:22:53,363
ก่อนจากกันนะครับ ครูมีแบบฝึกหัดให้นักเรียนทบทวนด้วยนะครับ

450
00:22:59,910 --> 00:23:03,392
จบแล้วนะครับ สำหรับสมบัติของการดำเนินการของเซตนะครับ ครั้งหน้า เราจะมาเรียนการแก้ปัญหา โดยใช้ความรู้เกี่ยวกับเซตนะคะ

451
00:23:03,392 --> 00:23:04,493
จะเป็นอย่างไรนั้นมาติดตามชมได้ในวีดีโอถัดไปนะครับ

452
00:23:04,493 --> 00:23:08,493
สวัสดีครับ

