﻿1
00:00:40,631 --> 00:00:44,631
[เสียงดนตรี]

2
00:01:12,114 --> 00:01:13,940
(คุณครูวศิวัฒน์) สวัสดีครับ ทุกคนวันนี้ทุกคนอยู่กับครูฟิวอีกแล้วนะครับ แล้ววันนี้ครูฟิวส์มีเนื้อหาที่น่าสนใจอะไรมาให้ทุกคนที่หน้าตา

3
00:01:13,940 --> 00:01:17,940
ตามไปดูพร้อมกันดีกว่าครับ

4
00:01:20,370 --> 00:01:24,370
สำหรับเนื้อหาในครั้งนี้นะครับ เราจะมีวัตถุประสงค์อยู่ 3 ข้อด้วยกันนะครับ

5
00:01:24,786 --> 00:01:28,553
ก็คือ 1. หาค่าความจริงของนิเสธของประพจน์นะครับ

6
00:01:28,553 --> 00:01:32,553
2. หาค่าความจริงของประพจน์ที่มีตัวเชื่อมและ

7
00:01:32,629 --> 00:01:36,629
3. หาค่าความจริงของประพจน์ที่มีตัวเชื่อมหรือ

8
00:01:38,938 --> 00:01:42,938
ก่อนอื่นเรามาดูการเชื่อมประพจน์กันดีกว่านะครับ นักเรียน

9
00:01:46,011 --> 00:01:49,501
นักเรียนอาจจะเคยสังเกตนะครับ ว่าบางทีนี่ในวิชาคณิตศาสตร์หรือแม้กระทั่งในชีวิตประจำวันของนักเรียนนะครับ

10
00:01:49,501 --> 00:01:50,668
เราจะพบประโยชน์ที่ได้จากการเชื่อมประโยคมากกว่า 1 ประโยค

11
00:01:50,668 --> 00:01:52,463
นะคะ

12
00:01:52,463 --> 00:01:53,778
ด้วยคำว่า "และ

13
00:01:53,778 --> 00:01:55,648
" "หรือ

14
00:01:55,648 --> 00:01:57,124
" "ถ้าแล้

15
00:01:57,124 --> 00:02:01,124
ว" "ก็ต่อเมื่อ" นะครับ

16
00:02:01,515 --> 00:02:03,455
หรือบางทีนักเรียนอาจจะพบประโยคซึ่งเปลี่ยนแปลงมาจากประโยคเดิมนะคะ

17
00:02:03,455 --> 00:02:05,722
โดยเติมคำว่า "ไม่" นะครับ

18
00:02:05,722 --> 00:02:09,722
ซึ่งคำดังกล่าวนี้นะครับ

19
00:02:10,458 --> 00:02:14,458
เราจะเรียกคำเหล่านี้ว่าตัวเชื่อมนะครับ

20
00:02:15,053 --> 00:02:17,341
เรามาดูตัวอย่างนะครับ ประโยคที่ใช้ตัวเชื่อม

21
00:02:17,341 --> 00:02:18,894
ดังกล่าวที่ครูฟิวส์พูดถึงนะครับ

22
00:02:18,894 --> 00:02:20,565
ตัวอย่างเช่น

23
00:02:20,565 --> 00:02:23,006
1 เป็นจำนวนคี่

24
00:02:23,006 --> 00:02:25,471
และ 4 เป็นจำนวนคู่

25
00:02:25,471 --> 00:02:29,471
ถ้า 3 เป็นจำนวนคี่

26
00:02:29,606 --> 00:02:33,606
แล้ว 3 ยกกำลัง 2 เป็นจำนวนคี่

27
00:02:36,661 --> 00:02:38,570
รูปสามเหลี่ยม A B C เป็นด้านเท่าก็ต่อเมื่อรูปสามเหลี่ยม A B C มีความยาว

28
00:02:38,570 --> 00:02:42,570
2 ด้านเท่ากันทุกด้าน

29
00:02:42,615 --> 00:02:44,400
เป็นอย่างไรครับ ทุกคนอาจจะเคยเจอประโยคพวกนี้แล้วใช่ไหมครับ

30
00:02:44,400 --> 00:02:48,400
นักเรียน

31
00:02:50,884 --> 00:02:52,210
ว่าเป็นประพจน์ย่อย หรือไม่ก็เรียกว่าเป็น

32
00:02:52,210 --> 00:02:56,210
ประพจน์เชิงเดี่ยวนะครับ

33
00:02:58,184 --> 00:02:58,935
ประพจน์ที่เกิดจากการเชื่อมประพจน์เชิงเดียวด้วยตัวเชื่อมนะครับ

34
00:02:58,935 --> 00:03:02,935
เราเรียก

35
00:03:04,876 --> 00:03:08,658
เป็น "ประพจน์เชิงประกอบ" นะครับ ตัวอย่างเช่น 1 เป็นจำนวนคี่ และ 4 เป็นจำนวนคู่

36
00:03:08,658 --> 00:03:10,270
เป็นประพจน์ที่เชื่อมด้วยตัวเชื่อม และ ใช่ไหมครับ

37
00:03:10,270 --> 00:03:13,267
เพราะฉะนั้น

38
00:03:13,267 --> 00:03:16,050
1 เป็นจำนวนคี่และ 4 เป็นจำนวนคู่

39
00:03:16,050 --> 00:03:18,685
เราจะเรียกว่าเป็น "ประพจน์เชิงเดียว

40
00:03:18,685 --> 00:03:22,365
" และทั้งประโยคที่พูดว่าอะไรครับ

41
00:03:22,365 --> 00:03:25,005
1 เป็นจำนวนคี่และ 4 เป็นจำนวนคู่

42
00:03:25,005 --> 00:03:29,005
ตรงนี้จะเป็นประพจน์เชิงประกอบนะครับ

43
00:03:35,613 --> 00:03:38,198
เราจะนิยมใช้ภาษาอังกฤษตัวพิมพ์เล็กนะครับ เช่น p

44
00:03:38,198 --> 00:03:42,198
q r s แทนประพจน์ที่เรานำมาเชื่อมกันนะครับ

45
00:03:43,880 --> 00:03:45,798
ถ้า p เป็นประพจน์ใด ๆ นะครับ แล้วเราจะแบ่งค่าความจริงของ p ได้เป็น 2 กรณีนะครับ

46
00:03:45,798 --> 00:03:48,772
หรือเป็นจริงและเป็นเท็จนะครับ

47
00:03:48,772 --> 00:03:50,512
แสดงได้ดังตารางนี้นะครับ

48
00:03:50,512 --> 00:03:54,512
ซึ่งตารางนี้ครับ

49
00:03:56,676 --> 00:04:00,676
จะเป็นตารางที่แสดงกรณีเกี่ยวกับค่าความจริงที่จะเกิดขึ้นได้ทั้งหมดของประพจน์ p นะครับ

50
00:04:00,727 --> 00:04:04,022
ซึ่งเราเรียกว่า "ตารางค่าความจริงของ

51
00:04:04,022 --> 00:04:08,022
p" นะครับ

52
00:04:10,418 --> 00:04:14,418
เรามาลองดูก่อนว่ามีที่มี 2 ประพจน์นะครับ ก็คือประพจน์ p และประพจน์ q นะครับ

53
00:04:16,114 --> 00:04:20,114
และเราก็จะมีกรณีเกี่ยวกับค่าความจริงที่จะเกิดขึ้นได้ทั้งหมด 4 กรณีนะครับ

54
00:04:20,536 --> 00:04:24,536
ซึ่งค่าความจริงที่เป็นจริงของประพจน์ p นะครับ

55
00:04:25,886 --> 00:04:29,174
และความจริงที่เป็นเท็จของประพจน์ p นี่ต่างก็จะไปจับคู่

56
00:04:29,174 --> 00:04:33,174
ความจริงที่เป็นจริงของประพจน์

57
00:04:33,435 --> 00:04:35,546
q และค่าปรากฏความจริงที่เป็นของประพจน์ q ดังนี้นะครับ

58
00:04:35,546 --> 00:04:37,466
วิธีจับคู่ที

59
00:04:37,466 --> 00:04:40,692
วิธีจับคู่ F นะครับ

60
00:04:40,692 --> 00:04:41,846
แล้วก็ F สับคู่ T แล้วก็ F

61
00:04:41,846 --> 00:04:45,846
จับคู่ F ครับ

62
00:04:46,722 --> 00:04:50,722
ซึ่งประกาศได้ตารางค่าความจริงของประพจน์ p กับ q ดังนี้นะครับ

63
00:04:55,450 --> 00:04:56,564
ได้รู้จักค่าความจริงของประพจน์ไปแล้วนะครับ เรามารู้จักนิเสธของ

64
00:04:56,564 --> 00:05:00,564
กันดีกว่านะครับ

65
00:05:04,045 --> 00:05:07,404
ถ้าครูฟิวให้ประพจน์ p เป็นประพจน์ใดนะครับ นิเสธของประพจน์ P เราจะเขียนแทนด้วยสัญลักษณ์นี้

66
00:05:07,404 --> 00:05:08,735
ตัวอย่างนิเสธของประพจน์ P นะครับ

67
00:05:08,735 --> 00:05:11,523
เราดูตารางนะครับ

68
00:05:11,523 --> 00:05:13,355
ค่าปรับ 6 P แทนด้วยข้อความ

69
00:05:13,355 --> 00:05:17,216
ประจิมชอบวิชาคณิตศาสตร์

70
00:05:17,216 --> 00:05:19,870
นิเสธของประพจน์ p ก็จะแทนข้อความ

71
00:05:19,870 --> 00:05:23,870
ทีมไม่ชอบวิชาคณิตศาสตร์ครับ

72
00:05:27,391 --> 00:05:31,391
ถ้าเกิดประพจน์ p แทนข้อความ 2 + 3 = 5 นิเสธของประพจน์

73
00:05:32,841 --> 00:05:34,100
พี่จะเป็นอย่างไรครับ นักเรียนนิเสธของประพจน์ p ก็จะเป็น 2 + 3

74
00:05:34,100 --> 00:05:34,825
ไม่เท่ากับ 5

75
00:05:34,825 --> 00:05:38,794
นะครับ

76
00:05:38,794 --> 00:05:42,794
ข้อนี้ครูฟิวส์อยากให้นักเรียนคิดนิดหนึ่งครับ

77
00:05:43,146 --> 00:05:47,146
2 น้อยกว่า 3 นิเสธของประพจน์ p จะเป็นอะไรครับ

78
00:05:47,304 --> 00:05:48,462
นิเสธของประพจน์ p จะเป็น

79
00:05:48,462 --> 00:05:50,186

80
00:05:50,186 --> 00:05:53,385
2 ไม่น้อยกว่า 3 นะครับ

81
00:05:53,385 --> 00:05:56,113
หรือเขียนอีกแบบหนึ่งได้เป็นอะไรครับ

82
00:05:56,113 --> 00:06:00,113
2 มากกว่าหรือเท่ากับ 3

83
00:06:01,204 --> 00:06:03,702
หลายคนอาจจะสงสัยนะครับ ว่าทำไมต้องเป็นมากกว่าหรือเท่ากับนะครับ

84
00:06:03,702 --> 00:06:06,478
เพราะว่าถ้าน้อยกว่า

85
00:06:06,478 --> 00:06:08,945
นี่ น้อยกว่าตัวไม่ได้เท่ากันใช่ไหมครับ

86
00:06:08,945 --> 00:06:12,945
แล้วก็ไม่ได้มากกว่าด้วยใช่ไหมครับ

87
00:06:14,810 --> 00:06:17,469
เพราะฉะนั้นนิเสธของ 2 น้อยกว่า 3 จึงเป็น 2 มากกว่าหรือเท่ากับ 3

88
00:06:17,469 --> 00:06:21,469
นั่นเองนะครับ

89
00:06:25,388 --> 00:06:27,316
นักเรียนครับ ครูฟิวอยากให้นักเรียนมาช่วยกันพิจารณาค่าความจริงของประพจน์จากสถานการณ์ที่

90
00:06:27,316 --> 00:06:31,316
ติวกำหนดให้ต่อไปนี้นะครับ

91
00:06:34,095 --> 00:06:37,216
ถ้าครูฟิวให้ p แทนข้อความหนูดีอ่านหนังสือนิเสธของ p คืออะไร ครับ

92
00:06:37,216 --> 00:06:39,924
หนูดีไม่ได้อ่านหนังสือใช่ไหมครับ

93
00:06:39,924 --> 00:06:43,544
แล้วมาช่วยครูฟิวหาค่าความจริง

94
00:06:43,544 --> 00:06:46,505
จริงจากรูปภาพที่ครูฟิวให้นะครับ รูปที่ 1

95
00:06:46,505 --> 00:06:50,505
หนูดีกำลังอ่านหนังสืออยู่ใช่ไหมครับ

96
00:06:50,610 --> 00:06:53,279
ฉะนั้น ในส่วนของหนูที่อ่านหนังสือเป็นจริงหรือเป็นเท็จครับ

97
00:06:53,279 --> 00:06:57,279
จริงใช่ไหมครับ

98
00:06:58,861 --> 00:07:02,861
แต่นิเสธของประพจน์นี้คือหนูดีไม่ได้อ่านหนังสือใช่ไหมครับ

99
00:07:04,543 --> 00:07:06,802
รูปภาพแรกเป็นหนูดีอ่านหนังสือ แล้วถ้าครูฟิวบอกว่าหนูดีไม่ได้อ่านหนังสือ

100
00:07:06,802 --> 00:07:08,452
ข้อความนี้เป็นจริงหรือเป็นเท็จครับ

101
00:07:08,452 --> 00:07:09,095

102
00:07:09,095 --> 00:07:13,095
เป็นเท็จใช่ไหมครับ

103
00:07:15,551 --> 00:07:18,268
มาดูรูปภาพที่ 2 หนูดีกำลังฟังเพลงอยู่ใช่ไหมครับ

104
00:07:18,268 --> 00:07:22,268
เพราะฉะนั้น หนูดีอ่านหนังสือไหมครับ

105
00:07:24,632 --> 00:07:28,632
หนูดีไม่ได้อ่านหนังสือ ถ้าครูฟิวพูดว่าหนูดีไม่ได้อ่านหนังสือ เป็นจริงหรือเป็นเท็จครับ

106
00:07:29,168 --> 00:07:30,829
เป็นเท็จใช่ไหมคะ ถ้าครูฟิวพูดว่าหนูดีไม่ได้อ่านหนังสือ

107
00:07:30,829 --> 00:07:32,223
เป็นจริงหรือเป็นเท็จครับ

108
00:07:32,223 --> 00:07:36,223
เป็นจริง

109
00:07:36,241 --> 00:07:40,241
ไม่ยากใช่ไหมครับ ง่ายมากเลยนะครับ

110
00:07:42,303 --> 00:07:44,305
ซึ่งการพิจารณาค่าความจริงของประพจน์ที่เป็นนิเสธของประพจน์เดิมนะคะ

111
00:07:44,305 --> 00:07:48,305
ทำได้ง่ายมากเลยนะคะ

112
00:07:49,505 --> 00:07:53,505
โดยที่ค่าความจริงของนิเสธจะตรงข้ามกับค่าความจริงของประพจน์เดิมเสมอนะครับ

113
00:07:56,294 --> 00:08:00,294
เราจะเขียนค่าตารางความจริงของนิเสธของประพจน์ p ได้ดังตารางที่ขึ้นอยู่ตรงนี้เลยนะครับ

114
00:08:02,567 --> 00:08:03,114
ถ้าเกิดนักเรียนจำไม่ได้นะครับ ก็ให้นึกถึงตัวอย่างหนูดีอ่านหนังสือกับหนูดีไม่ได้อ่าน

115
00:08:03,114 --> 00:08:07,114
หนังสือนะครับ

116
00:08:12,265 --> 00:08:13,285
หลังจากจบนิเสธของประพจน์ไปแล้วนะครับ เรามาดูการเชื่อมประพจน์ประพจน์ด้วยตัวเชื่อมและ

117
00:08:13,285 --> 00:08:17,285
ดีกว่านะครับ

118
00:08:17,550 --> 00:08:21,550
ถ้าเกิด p และ q เป็นประพจน์ใด ๆ นะครับ

119
00:08:21,755 --> 00:08:24,890
แล้วการเชื่อมประพจน์ p และประพจน์ q ด้วยตัวเชื่อมและนะครับ

120
00:08:24,890 --> 00:08:27,459
เราจะเขียนแทนด้วยสัญลักษณ์

121
00:08:27,459 --> 00:08:31,459
p และ q อย่างนี้นะครับ

122
00:08:33,113 --> 00:08:37,113
ต่อไปนี้นะครับ จะเป็นตัวอย่างของการเชื่อมประพจน์ด้วยตัวเชื่อม และ นะครับ

123
00:08:38,661 --> 00:08:39,406
ถ้าเกิดประพจน์ p แทนข้อความประจิมชอบวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องประพจน์

124
00:08:39,406 --> 00:08:42,600

125
00:08:42,600 --> 00:08:46,513
เขียนข้อความนุชชอบวิชาภาษาอังกฤษ

126
00:08:46,513 --> 00:08:50,425
จะได้ประพจน์ P และ Q แทนข้อความใดครับ

127
00:08:50,425 --> 00:08:51,367
ประจิมชอบวิชาคณิตศาสตร์และนุชชอบวิชาภาษาอังกฤษ

128
00:08:51,367 --> 00:08:55,367
นะครับ

129
00:08:57,286 --> 00:08:59,790
ต่อไปนะคะ พจน์พี่แทนข้อความ 2 + 3 = 5

130
00:08:59,790 --> 00:09:03,427
ประพจน์ q แทนข้อความ

131
00:09:03,427 --> 00:09:07,427
ที่ 2 ของจำนวนตรรกยะ

132
00:09:08,803 --> 00:09:12,803
เพราะฉะนั้นประพจน์ p และ q จากแทนข้อความอะไรครับ นักเรียน

133
00:09:14,761 --> 00:09:15,175
ประพจน์ p และ q จะแทนข้อความ 2 + 3 = 5

134
00:09:15,175 --> 00:09:18,567
และ

135
00:09:18,567 --> 00:09:20,505
คนที่สองของ 2 เป็นจำนวนตรรกยะ

136
00:09:20,505 --> 00:09:23,150
ตามนี้นะครับ

137
00:09:23,150 --> 00:09:27,150
นักเรียนครับ

138
00:09:28,048 --> 00:09:32,048
สำหรับภาษาที่เราใช้ในชีวิตประจำวันกันนี่ครับ บางที

139
00:09:33,699 --> 00:09:36,453
เราอาจจะแถมตัวเชื่อมและนะครับ ด้วยคำอื่นที่มีความหมายเดียวกันดังต่อไปนี้นะครับ

140
00:09:36,453 --> 00:09:39,601
เช่นคำว่า "แต่" "นอกจากนั้น"แล้ว

141
00:09:39,601 --> 00:09:43,601
"ถึงแม้ว่า" "ในขณะที่" นะครับ

142
00:09:44,041 --> 00:09:44,724
ครูฟิวได้ยกตัวอย่างประโยคที่พบได้ในชีวิตประจำวันนะครับ

143
00:09:44,724 --> 00:09:47,533
เช่น

144
00:09:47,533 --> 00:09:49,400
ฉันชอบวิชาคณิตศาสตร์

145
00:09:49,400 --> 00:09:53,400
แต่นุชชอบวิชาภาษาอังกฤษ

146
00:09:54,796 --> 00:09:56,931
สมศักดิ์เป็นหัวหน้าห้อง นอกจากนั้นแล้วเขายังเป็นประธานนักเรียนด้วย

147
00:09:56,931 --> 00:09:58,686
วิ ชัยทำงานหนัก

148
00:09:58,686 --> 00:10:02,686
ถึงแม้ว่าเขาป่วย

149
00:10:03,507 --> 00:10:07,507
น้ำผึ้งอ่านหนังสือในขณะที่น้ำฝนดูโทรทัศน์

150
00:10:09,471 --> 00:10:13,471
สังเกตไหมครับ ว่าคำที่ครูฟิวเน้นไว้มีความหมายเดียวกับคำว่า "และ" เลยนะครับ

151
00:10:14,490 --> 00:10:16,224
และเราจะพบคำพวกนี้ในชีวิตประจำวันกันอีกด้วยนะครับ

152
00:10:16,224 --> 00:10:20,224
แต่ไปนะครับ

153
00:10:23,444 --> 00:10:27,444
ครูฟิวจะให้นักเรียนช่วยกันพิจารณาสถานการณ์ตัวอย่างที่คุณครูกำลัง

154
00:10:28,692 --> 00:10:32,692
ให้นะครับ ครูฟิวให้ประพจน์ P แทนข้อความลูกปัดใส่เสื้อสีขาว

155
00:10:34,009 --> 00:10:38,009
และประพจน์ที่แทนข้อความลูกปัดใส่กางเกงสีฟ้านะครับ เราจะได้ว่า

156
00:10:40,015 --> 00:10:43,094
ประพจน์ P และ Q จะแทนข้อความลูกปัดใส่เสื้อสีขาวและลูกปัดใส่กางเกงสีฟ้านะครับ

157
00:10:43,094 --> 00:10:45,028
หรือเขียนเป็นโดยย่อเป็นอะไรครับ

158
00:10:45,028 --> 00:10:47,053
ลูกปัดใส่เสื้อสีขาว

159
00:10:47,053 --> 00:10:51,053
และกางเกงสีฟ้านะครับ

160
00:10:56,362 --> 00:10:58,131
ต่อไปนะครับ ครูฟิวจะให้นักเรียนนะครับ ช่วยกันพิจารณาค่าความจริงของประพจน์จากสถานการณ์ที่ครูกำหนดให้นะครับ

161
00:10:58,131 --> 00:11:02,131
ในรูปภาพที่ 1 นี่

162
00:11:05,218 --> 00:11:08,195
เราจะเห็นว่าของลูกปัดคือลูกปัดใส่เสื้อสีขาวและกางเกงสีฟ้าใช่ไหมครับ

163
00:11:08,195 --> 00:11:11,688
ลักษณะประพจน์ P แทนข้อความ

164
00:11:11,688 --> 00:11:13,949
ลูกปัดใส่เสื้อสีขาวมีค่าเป็นจริงหรือเป็นเท็จครับ

165
00:11:13,949 --> 00:11:17,949
มีค่าความจริง เป็นจริงนะครับ

166
00:11:18,567 --> 00:11:20,676
ประพจน์คิวที่แทนข้อความลูกปัดใส่กางเกงสีฟ้า

167
00:11:20,676 --> 00:11:22,413
มีค่าความจริงเป็น

168
00:11:22,413 --> 00:11:25,879
จริงใช่ไหมครับ

169
00:11:25,879 --> 00:11:29,879
ดังนั้น ประพจน์ p และ q

170
00:11:31,760 --> 00:11:35,351
ที่แทนข้อความลูกปัดใส่เสื้อสีขาวและกางเกงสีฟ้าเป็นจริงหรือเป็นเท็จครับ

171
00:11:35,351 --> 00:11:37,521
มีค่าความจริงเป็นจริง

172
00:11:37,521 --> 00:11:41,011
โอเคไหมครับ

173
00:11:41,011 --> 00:11:45,011
ต่อไปมาดูเขาที่ 2 ครับ

174
00:11:45,174 --> 00:11:47,016
ข้อที่ 2 เราจะสังเกตเห็นว่าลูกปัดใส่เสื้อสีขาว

175
00:11:47,016 --> 00:11:51,016
แต่ใส่กางเกงสีเขียวนะครับ

176
00:11:52,413 --> 00:11:54,506
เพราะฉะนั้น ประพจน์ p ที่แทนข้อความลูกปัดใส่เสื้อสีขาวเป็นจริงหรือเป็นเท็จครับ

177
00:11:54,506 --> 00:11:56,506
เป็นจริงถูกไหมครับ

178
00:11:56,506 --> 00:12:00,506
ลูกปัดใส่เสื้อสีขาวนะครับ

179
00:12:02,267 --> 00:12:04,438
และประพจน์ q ที่แทนข้อความลูกปัดใส่กางเกงสีฟ้า เป็นจริงหรือเป็นเท็จครับ

180
00:12:04,438 --> 00:12:06,892
เป็นเท็จนะครับ

181
00:12:06,892 --> 00:12:10,892
เพราะว่าลูกปัดใส่กางเกงสีเขียว

182
00:12:11,080 --> 00:12:14,726
ดังนั้น ประพจน์ p และ q ซึ่งแทนข้อความลูกปัดใส่กางเกง

183
00:12:14,726 --> 00:12:17,442
ใส่เสื้อสีขาวและกางเกงสีฟ้า เป็นจริงหรือเป็นเท็จครับ

184
00:12:17,442 --> 00:12:20,618
เป็นเท็จนะครับ

185
00:12:20,618 --> 00:12:22,958
เพราะว่าลูกปัดไม่ได้ใส่กางเกงสีฟ้านะครับ

186
00:12:22,958 --> 00:12:25,698
แต่ใส่กางเกงสีเขียว

187
00:12:25,698 --> 00:12:29,698
โอเคนะครับ ตามทันนะครับ

188
00:12:33,114 --> 00:12:37,114
ไปทำมาดูข้อที่ 3 นะครับ ข้อที่ 3 การแต่งกายของลูกปัดนี

189
00:12:38,945 --> 00:12:42,589
่ จะสังเกตเห็นว่าลูกปัดใส่เสื้อสีดำ แต่ใส่กางเกงสีฟ้านะครับ เพราะฉะนั้น ประพจน์ p ที่แทนข้อ

190
00:12:42,589 --> 00:12:46,589
ลูกปัดใส่เสื้อสีขาว มีค่าความจริงหรือเป็นเท็จครับ

191
00:12:47,335 --> 00:12:51,335
มีค่าความจริงเป็นเท็จนะครับ เพราะว่าลูกปัดใส่เสื้อสีดำถูกไหมครับ

192
00:12:54,066 --> 00:12:57,820
ส่วนประพจน์ชิวที่แทนข้อความลูกปัดใส่กางเกงสีฟ้า มีค่าความจริงเป็นจริงหรือเป็นเท็จครับ

193
00:12:57,820 --> 00:12:59,713
มีค่าความจริงเป็นจริงถูกไหมครับ

194
00:12:59,713 --> 00:13:03,713
ดังนั้น

195
00:13:03,852 --> 00:13:06,333
ประพจน์ p และ q ที่แทนข้อความลูกปัดใส่เสื้อสีขาว

196
00:13:06,333 --> 00:13:10,333
กางเกงสีฟ้า เป็นจริงหรือเป็นเท็จครับ

197
00:13:11,409 --> 00:13:15,409
เป็นเท็จใช่ไหมครับ เพราะว่าลูกปัดไม่ได้ใส่เสื้อสีขาวนะครับ

198
00:13:20,376 --> 00:13:21,953
และข้อสุดท้าย มาดูข้อสุดท้ายนะครับ ข้อที่ 4 จะเห็นว่าลูกปัดใส่เสื้อสีดำ และ

199
00:13:21,953 --> 00:13:25,953
ลูกปัดใส่กางเกงสีเขียวนะครับ

200
00:13:27,811 --> 00:13:28,963
เพราะฉะนั้น ประพจน์แทนข้อความใส่ลูกปัดใส่เสื้อสีขาวจึงมีค่าความ

201
00:13:28,963 --> 00:13:32,963
จริงเป็นเท็จนะครับ

202
00:13:34,841 --> 00:13:37,650
ลูกปัดใส่กางเกงสีฟ้าของประพจน์ q มีค่าความจริงหรือเป็นเท็จครับ

203
00:13:37,650 --> 00:13:41,650
มีค่าความจริงเป็นเท็จใช่ไหมครับ

204
00:13:43,918 --> 00:13:45,091
เพราะฉะนั้นประพจน์ p และ q ที่แทนข้อความลูกปัดใส่เสื้อสีขาวและกางเกงสีฟ้า

205
00:13:45,091 --> 00:13:46,384
มีค่าความจริงเป็น

206
00:13:46,384 --> 00:13:48,472
จริงหรือเป็นเท็จครับ

207
00:13:48,472 --> 00:13:51,367
มีค่าความจริงเป็นเท็จ

208
00:13:51,367 --> 00:13:54,112
โอเคนะครับ

209
00:13:54,112 --> 00:13:58,112
นักเรียนครับ

210
00:14:01,551 --> 00:14:05,551
หลังจากที่นักเรียนนะครับ ช่วยครูฟิวพิจารณาหาค่าความจริงของประพจน์ p และ q จากสถานการณ์ตัวอย่าง

211
00:14:05,583 --> 00:14:09,583
ลูกใส่เสื้อสีขาวและกางเกงสีฟ้าไปแล้วนะครับ

212
00:14:11,706 --> 00:14:14,189
เราก็สามารถเขียนเป็นตารางค่าความจริงของประพจน์ p และ q ได้ดังข้างล่างนี้นะครับ

213
00:14:14,189 --> 00:14:18,189
ซึ่งนักเรียนจะพบว่าอะไรครับ

214
00:14:18,725 --> 00:14:20,053
ประพจน์ p และ q มีค่าความจริงเป็นจริงเพียง 1 กรณี

215
00:14:20,053 --> 00:14:24,053
เมื่อพิมพ์

216
00:14:24,866 --> 00:14:28,866
ความจริงเป็นจริงและ q มีค่าความจริงเป็นจริงใช่ไหมครับ

217
00:14:29,253 --> 00:14:32,180
ส่วนกรณีอื่น ๆ นั้น นักเรียนจะเห็นได้ว่าเป็นอะไรหมดเลยครับ

218
00:14:32,180 --> 00:14:36,180
มีค่าความจริงเป็นเท็จหมดเลยนะครับ

219
00:14:37,141 --> 00:14:41,141
ถ้านักเรียนจะจำค่าความจริงของประพจน์ P และ Q นะครับ

220
00:14:42,398 --> 00:14:46,398
ก็ให้นักเรียนนึกถึงกรณีลูกปัดใส่เสื้อสีขาวและกางเกงสีฟ้าเอาไว้นะครับ

221
00:14:48,812 --> 00:14:50,331
หลังจากที่นักเรียนได้เรียนการเชื่อมประพจน์ด้วยตัวเชื่อมและกันแล้วนะครับ

222
00:14:50,331 --> 00:14:52,300
เราถึง

223
00:14:52,300 --> 00:14:55,433
สุดท้ายของเราในวันนี้นะครับ

224
00:14:55,433 --> 00:14:56,393
ก็คือการเชื่อมประพจน์ด้วยตัวเชื่อม

225
00:14:56,393 --> 00:14:58,981
หรือนั่นเองนะครับ

226
00:14:58,981 --> 00:15:00,999
ให้ประพจน์ P

227
00:15:00,999 --> 00:15:04,999
นะครับ

228
00:15:07,038 --> 00:15:08,432
เชื่อมประพจน์ P และประพจน์ q ด้วยตัวเชื่อมหรือนะครับ เราจะเขียนแทนด้วยสัญลักษณ์

229
00:15:08,432 --> 00:15:12,432
p หรือ q แบบนี้นะครับ

230
00:15:13,446 --> 00:15:17,446
ซึ่งตัวอย่างการเชื่อมประพจน์ด้วยตัวเชื่อมหรือนะครับ มีดังต่อไปนี้นะครับ

231
00:15:19,594 --> 00:15:21,810
ถ้าครูฟิวให้ประพจน์ p แทนข้อความ 3 เป็นจำนวนคู่และประพจน์ q แทนข้อ

232
00:15:21,810 --> 00:15:25,810
ความลบ 100 น้อยกว่า นะครับ

233
00:15:25,812 --> 00:15:29,812
ครูฟิวจะได้ประพจน์ P หรือ Q แทนข้อความอะไรครับ

234
00:15:30,382 --> 00:15:34,382
3 เป็นจำนวนคู่หรือ -1 น้อยกว่า 0 นะครับ

235
00:15:37,820 --> 00:15:38,918
ข้อที่ 2 ประพจน์ P แทนข้อความอากาศร้อนและประพจน์ q แทนข้อความเคลื่อน

236
00:15:38,918 --> 00:15:42,918
ปรับอากาศเสียนะครับ

237
00:15:43,196 --> 00:15:46,616
ครูฟิวประพจน์ P หรือ Q แทนข้อความอะไรครับ

238
00:15:46,616 --> 00:15:49,770
อากาศร้อนหรือเครื่องปรับอากาศเสียนั่นเองนะครับ

239
00:15:49,770 --> 00:15:53,770
ประพจน์ p แทนข้อความ

240
00:15:54,207 --> 00:15:56,682
1 + 5 = 5 + 1 และประพจน์ Q แทนข้อความ

241
00:15:56,682 --> 00:16:00,596
4 x 2 + 3 =

242
00:16:00,596 --> 00:16:03,675
4 x 2 + 4 x 3

243
00:16:03,675 --> 00:16:05,495
เราจะได้ประพจน์ P หรือ Q แทนข้อความอะไรครับ

244
00:16:05,495 --> 00:16:09,495
แทนข้อความ

245
00:16:10,917 --> 00:16:14,689
1 + 5 = 5 = 5 + 14 x 2 + 3

246
00:16:14,689 --> 00:16:15,435
เท่ากับ 4 x 2 + 4 x 3 นั่นเองนะครับ

247
00:16:15,435 --> 00:16:19,435

248
00:16:22,791 --> 00:16:26,791
ต่อไปนะครับ ครูฤิวอยากให้นักเรียนมาดูหมายเหตุตรงนี้กันหน่อยนะครับ

249
00:16:27,555 --> 00:16:31,555
เขาบอกว่าหรือนะครับ โดยทั่วไปแล้วจะมี 2 กรณีนะครับ

250
00:16:32,302 --> 00:16:35,831
ซึ่งปกติที่ 1 นะครับ หมายถึงอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น เช่น

251
00:16:35,831 --> 00:16:39,831
การโยนเหรียญครั้งละ 1 เหรียญ

252
00:16:46,084 --> 00:16:50,084
แต่ละครั้งเหรียญจะขึ้นหัวหรือก้อยเพียงอย่างเดียวเท่านั้นนะครับ เวลาเราโยนเหรียญเราไม่สามารถทำให้เรียน

253
00:16:51,183 --> 00:16:53,883
ทั้งหัวทั้งก้อยพร้อมกันได้ใช่ไหมครับ เพราะฉะนั้น ต้องเป็นอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้นนะครับ

254
00:16:53,883 --> 00:16:56,767
แต่ส่วนกรณีที่ 2 นี่ หมายถึง

255
00:16:56,767 --> 00:17:00,750
อย่างหนึ่งหรือทั้ง 2 อย่างก็ได้

256
00:17:00,750 --> 00:17:04,138
เช่น ครูให้รางวัลแก่นักเรียนที่เรียนดี

257
00:17:04,138 --> 00:17:04,774
หรือนักเรียนที่ช่วยกิจกรรมของโรงเรียน

258
00:17:04,774 --> 00:17:08,774
นะครับ

259
00:17:11,908 --> 00:17:15,908
เพราะฉะนั้น นักเรียนที่เรียนดีก็จะได้รางวัลใช่ไหมครับ และนักเรียนที่ช่วยกิจกรรมของโรงเรียนก็จะได้รางวัลนะครับ

260
00:17:16,999 --> 00:17:19,014
และถ้าเกิดนักเรียนทั้งเรียนดีและช่วยกิจกรรมของโรงเรียนด้วย

261
00:17:19,014 --> 00:17:21,940
นี่ ก็ต้องได้รางวัลเหมือนกันใช่ไหมครับ

262
00:17:21,940 --> 00:17:24,882
ดังนั้นนะครับ ดูตรงนี้นะครับ

263
00:17:24,882 --> 00:17:27,615
ในทางตรรกศาสตร์นะครับ เขาบอกว่าอะไรครับ

264
00:17:27,615 --> 00:17:30,326
มีข้อตกลงว่าตัวท่เชื่อมหรือ

265
00:17:30,326 --> 00:17:31,661
หมายถึงกรณีที่ 2 คือ

266
00:17:31,661 --> 00:17:35,661
อย่างใดอย่างหนึ่ง

267
00:17:36,531 --> 00:17:39,415
หรือทั้ง 2 อย่างก็ได้จำให้ดีนะครับ นักเรียนอย่าสับสนนะครับ

268
00:17:39,415 --> 00:17:43,415
อย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้ง 2 อย่างก็ได้นะครับ

269
00:17:47,582 --> 00:17:50,015
ต่อไปนะครับ ครูฟิวจะให้นักเรียนมาดูสถานการณ์ตัวอย่างต่อไปนี้นะครับ เกิดครูฟิวให้

270
00:17:50,015 --> 00:17:51,601
ข้อความต้องหาต้นน้ำเลี้ยงแมว

271
00:17:51,601 --> 00:17:54,883
ประพจน์

272
00:17:54,883 --> 00:17:58,189
q แทนข้อความต้นน้ำเลี้ยงนกใช่ไหมครับ

273
00:17:58,189 --> 00:18:01,134
ฟิวส์ก็จะได้อะไรครับ

274
00:18:01,134 --> 00:18:04,484
ประพจน์ p หรือ q แทนข้อความอะไรครับ

275
00:18:04,484 --> 00:18:08,000
ต้นน้ำเลี้ยงแมวหรือต้นน้ำเลี้ยงนกนะครับ

276
00:18:08,000 --> 00:18:10,246
หรือบางทีเขียนตัวย่อ ๆ ได้เป็นอะไรครับ

277
00:18:10,246 --> 00:18:14,246
ต้นน้ำเลี้ยงแมวหรือนกใช่ไหมครับ

278
00:18:16,993 --> 00:18:18,437
ต่อไปครูฟิวจะให้นักเรียนพิจารณาค่าความจริงนะครับ จากรูปภาพของครูฟิวนะครับ

279
00:18:18,437 --> 00:18:21,138
รูปที่ 1

280
00:18:21,138 --> 00:18:24,743
นี่ เราจะสังเกตเห็นว่าอะไรครับ

281
00:18:24,743 --> 00:18:26,461
ต้นน้ำเลี้ยงทั้งแมวแล้วก็เลี้ยงทั้งนกด้วยใช่ไหมครับ

282
00:18:26,461 --> 00:18:30,217
เพราะฉะนั้นนี่ ประพจน์

283
00:18:30,217 --> 00:18:33,318
p ค่าความจริงเป็นจริงหรือเป็นเท็จครับ

284
00:18:33,318 --> 00:18:37,038
p เขาบอกว่าอะไรครับ ต้นน้ำเลี้ยงแมว

285
00:18:37,038 --> 00:18:41,038
ดังนั้นต้นน้ำมีแมวอยู่ตรงนี้ใช่ไหมครับ แมว

286
00:18:41,075 --> 00:18:42,983
มีค่าความจริงเป็นจริง และประพจน์ q

287
00:18:42,983 --> 00:18:45,166
แทนข้อความต้นน้ำเลี้ยงนก

288
00:18:45,166 --> 00:18:48,255
เห็นนกไหมครับ

289
00:18:48,255 --> 00:18:51,512
เพราะฉะนั้นประพจน์ q มีค่าความจริงเป็นจริง

290
00:18:51,512 --> 00:18:55,512
ต้นน้ำเลี้ยงทั้ง 2 อย่างเลยใช่ไหมครับ

291
00:18:56,880 --> 00:19:00,880
ต้นน้ำเลี้ยงแมวหรือนก จะมีค่าความจริงเป็นจริงหรือเป็นเท็จครับ

292
00:19:02,244 --> 00:19:03,483
เพราะต้นน้ำเลี้ยงทั้ง 2 อย่างเลยใช่ไหมครับ ดังนั้น จึงมีค่าความจริงเป็นจริง

293
00:19:03,483 --> 00:19:07,483
โอเคนะครับ

294
00:19:07,842 --> 00:19:09,314
ต่อไปมาดูรูปภาพรูปที่ 2 นะครับ

295
00:19:09,314 --> 00:19:13,314
เพราะฉะนั้นนี่

296
00:19:13,328 --> 00:19:17,328
รูปภาพรูปที่ 2 แทนสถานการณ์อะไรนี่

297
00:19:18,405 --> 00:19:22,405
ต้นน้ำเลี้ยงแมวเฉย ๆ ต้นน้ำไม่เลี้ยงนกแล้วนะครับ เพราะฉะนั้น ตรงนี้นะครับ

298
00:19:23,342 --> 00:19:25,582
ประพจน์ P ที่แทนข้อความต้นน้ำเลี้ยงแมวมีค่าความจริงเป็นจริงหรือเป็นเท็จครับ

299
00:19:25,582 --> 00:19:29,582
มีค่าความจริงเป็นจริง

300
00:19:31,493 --> 00:19:35,493
ส่วนประพจน์ q ต้นน้ำเลี้ยงนก มีค่าความจริงเป็นจริงหรือเป็นเท็จครับ

301
00:19:35,953 --> 00:19:39,222
ต้นน้ำไม่ได้เลี้ยงนกใช่ไหมครับ เพราะฉะนั้น มีค่าความจริงเป็นเท็จ

302
00:19:39,222 --> 00:19:43,222
มาดูตรงนี้ครับ ต้นน้ำเลี้ยงแมวหรือนก

303
00:19:46,722 --> 00:19:50,177
ตัวเชื่อมหรือครูฟิวที่ได้บอกไปแล้วนะครับ ว่าอย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้ง 2 อย่างก็ได้ใช่ไหมครับ

304
00:19:50,177 --> 00:19:54,177
เพราะฉะนั้น เราเห็นว่าต้นน้ำเลี้ยงแมวถูกไหมครับ

305
00:19:55,402 --> 00:19:58,943
ดังนั้น ประพจน์ p หรือ q มีค่าความจริงเป็นจริงหรือเป็นเท็จครับ นักเรียน

306
00:19:58,943 --> 00:20:00,552
มีค่าความจริงเป็นจริง เพราะว่าต้นน้ำ

307
00:20:00,552 --> 00:20:04,552
เลี้ยงแมวแล้วใช่ไหมครับ

308
00:20:08,203 --> 00:20:10,492
ต่อไปรูปภาพที่ 3 แทนสถานการณ์ต้นน้ำเลี้ยงนก

309
00:20:10,492 --> 00:20:14,492
ต้นน้ำไม่มีแมวแล้วนะครับ

310
00:20:16,072 --> 00:20:17,408
เพราะฉะนั้น ประพจน์ p ที่แทนข้อความต้นน้ำเลี้ยงแมวนี่ มีความเป็นจริงหรือเป็น

311
00:20:17,408 --> 00:20:20,161
จริงหรือเป็นเท็จครับ

312
00:20:20,161 --> 00:20:24,161
มีค่าความจริงเป็นเท็จ ถูกไหมครับ

313
00:20:25,516 --> 00:20:28,291
ส่วนประพจน์ q ต้นน้ำเลี้ยงนก มีค่าความจริงเป็นจริงหรือเป็นเท็จครับ

314
00:20:28,291 --> 00:20:32,291
มีค่าความจริงเป็นจริง

315
00:20:35,733 --> 00:20:36,624
และเราจะได้ประพจน์ p หรือ q ที่แทนข้อความต้นน้ำเลี้ยงแมวหรือนก มีค่าความจริงเป็น

316
00:20:36,624 --> 00:20:40,624
จริงหรือเท็จครับ

317
00:20:43,245 --> 00:20:47,245
ต้นน้ำเลี้ยงนกอย่างหนึ่งแล้วใช่ไหมครับ เพราะฉะนั้น คำว่า "หรืออย่างใดอย่างหนึ่ง" หรือทั้ง 2 อย่างก็ได้ใช่ไหมครับ

318
00:20:47,410 --> 00:20:48,038
โลชั่นน้ำประพจน์ p หรือ q จึงมีค่าความจริงเป็น

319
00:20:48,038 --> 00:20:50,264
จริง

320
00:20:50,264 --> 00:20:54,264
ตามนี้นะครับ

321
00:20:54,376 --> 00:20:57,978
ส่วนข้อที่ 4 นะครับ

322
00:20:57,978 --> 00:20:59,363
ต้นน้ำไม่มีสัตว์เลี้ยงเลยนะครับ

323
00:20:59,363 --> 00:21:03,363
เพราะฉะนั้นนี่

324
00:21:03,473 --> 00:21:06,191
ประพจน์ p ที่แทนข้อความต้นน้ำเลี้ยงแมว

325
00:21:06,191 --> 00:21:07,450
มีค่าความจริงเป็นจริงหรือเป็นเท็จครับ

326
00:21:07,450 --> 00:21:11,339

327
00:21:11,339 --> 00:21:13,896
เป็นเท็จและประพจน์ q ที่แทนข้อความต้นน้ำเลี้ยงนก

328
00:21:13,896 --> 00:21:15,593
มีความจริงเป็นจริงหรือเท็จครับ

329
00:21:15,593 --> 00:21:19,593
ก็เป็นเท็จเหมือนกันครับ

330
00:21:20,231 --> 00:21:22,491
เพราะฉะนั้น ประพจน์ p หรือ q ที่แทนข้อความต้นน้ำเลี้ยงแมวหรือนก

331
00:21:22,491 --> 00:21:23,772
มีแมวมีนกไหมครับ ในรูปภาพ

332
00:21:23,772 --> 00:21:26,371
ไม่มีใช่ไหมครับ

333
00:21:26,371 --> 00:21:28,460
เพราะฉะนั้น ต้นน้ำเลี้ยงแมวหรือนก

334
00:21:28,460 --> 00:21:30,299
มีค่าความจริงเป็นจริงหรือเท็จครับ

335
00:21:30,299 --> 00:21:31,715
มีค่าความจริง เป็นเท็จ

336
00:21:31,715 --> 00:21:35,055
โอเคไหมคะ

337
00:21:35,055 --> 00:21:39,055
ไม่ยากนะครับ ตามทันนะครับ

338
00:21:41,750 --> 00:21:44,485
หลังจากที่นักเรียนนะครับ ได้ช่วยครูฟิวนะครับ หาค่าความจริงของประพจน์ p หรือ q นะคะ

339
00:21:44,485 --> 00:21:48,485
จากสถานการณ์ต้นน้ำเลี้ยงแมวหรือนกนะครับ

340
00:21:50,171 --> 00:21:51,971
นักเรียนก็จะสามารถเขียนสรุปเป็นตารางค่าความจริงของประพจน์ p หรือ q

341
00:21:51,971 --> 00:21:54,739
ได้ดังที่เห็นนะครับ

342
00:21:54,739 --> 00:21:57,745
นักเรียนสังเกตอะไรไหมครับ

343
00:21:57,745 --> 00:22:01,624
ประพจน์ p หรือ q ก็จะมีค่าความจริงเป็นเท็จ

344
00:22:01,624 --> 00:22:04,394
เพียงกรณีเดียว ในกรณีที่ที่เป็นเท็จ

345
00:22:04,394 --> 00:22:08,394
และ q เป็นเท็จนะครับ

346
00:22:11,725 --> 00:22:15,725
ให้นึกถึงตัวอย่างที่ต้นน้ำไม่ได้เลี้ยงทั้งแมวและก็ไม่ได้เลี้ยงทั้งนกนะครับ

347
00:22:16,619 --> 00:22:20,619
ส่วนกรณีอื่น ๆ จะมีค่าความจริงเป็นจริงหมดเลยนะครับ

348
00:22:30,198 --> 00:22:32,761
เป็นอย่างไรกันบ้างครับนักเรียน กับสิ่งที่เราได้เรียนรู้กันในวันนี้นะครับ ครูฟิวอยากให้นักเรียนช่วยกันสรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้กันอีก 1 ครั้งนะคะ

349
00:22:32,761 --> 00:22:36,183
เริ่มจากนิเสธของประพจน์นะครับ

350
00:22:36,183 --> 00:22:40,002
ค่าความจริงของนิเสธของประพจน์จะเป็นอย่างไรครับ

351
00:22:40,002 --> 00:22:44,002
จะตรงข้ามกับค่าความจริงของประพจน์เดิมเสมอนะครับ

352
00:22:47,324 --> 00:22:49,186
ตัวอย่างเช่น ถ้าเกิดประพจน์ที่มีค่าความจริงเป็นจริงนะครับ นิเสธของประพจน์ p จะมีค่าความจริงเป็นเท็จ

353
00:22:49,186 --> 00:22:52,886
ดังตารางที่นักเรียนเห็นนะครับ

354
00:22:52,886 --> 00:22:56,886
และประพจน์ที่มีตัวเชื่อม และ นะครับ

355
00:22:57,437 --> 00:22:59,742
จะมีค่าความจริงเป็นจริงเพียง 1 กรณี

356
00:22:59,742 --> 00:23:03,742
กรณีไหนครับ

357
00:23:05,513 --> 00:23:09,513
ก็เป็นกรณีที่ประพจน์ที่นำมาเชื่อมกันมีค่าความจริงเป็นจริงทั้งคู่นะครับ

358
00:23:10,730 --> 00:23:14,730
ส่วนกรณีอื่น ๆ นอกเหนือจากนี้จะมีค่าความจริงเป็นเท็จหมดเลยนะครับ

359
00:23:14,934 --> 00:23:18,934
และตัวเชื่อมสุดท้ายคือตัวเชื่อมอะไรครับ

360
00:23:20,434 --> 00:23:24,434
ตัวเชื่อมสุดท้าย คือ ตัวเชื่อมหรือ สำหรับการเชื่อมประพจน์ด้วยตัวเชื่อมหรือนี่

361
00:23:24,600 --> 00:23:27,160
จะมีค่าความจริงเป็นเท็จเพียง 1 กรณีนะครับ

362
00:23:27,160 --> 00:23:30,168
กรณีไหนครับ

363
00:23:30,168 --> 00:23:34,168
กรณีที่ค่าความจริงของประพจน์

364
00:23:35,491 --> 00:23:39,491
ที่นำมาเชื่อมกันด้วยตัวเชื่อมหรือ มีค่าความจริงเป็นเท็จทั้งคู่นะครับ

365
00:23:41,324 --> 00:23:42,027
ส่วนกรณีอื่น ๆ ของการเชื่อมประพจน์ด้วยตัวเชื่อมหรือ ก็จะมีค่าความจริงเป็น

366
00:23:42,027 --> 00:23:45,427
จริงนะครับ

367
00:23:45,427 --> 00:23:47,676
อย่าลืมกลับไปทบทวนนะครับ

368
00:23:47,676 --> 00:23:49,516
แล้วพบกันใหม่ในคลิปหน้านะครับ

369
00:23:49,516 --> 00:23:51,241
สำหรับวันนี้สวัสดีครับ

370
00:23:51,241 --> 00:23:55,241
[เสียงดนตรี]

