﻿1
00:00:06,917 --> 00:00:10,917

2
00:00:52,707 --> 00:00:56,707
[เสียงดนตรี] (คุณครูวิทูลย์)

3
00:00:58,951 --> 00:00:59,085
สวัสดีครับ วันนี้คุณครูจะพาพวกเรามาเรียนรู้เกี่ยวกับ

4
00:00:59,085 --> 00:01:03,085
การคิดเชิงนามธรรม แต่ก่อนจะไปเรียน ครูจะให้

5
00:01:03,848 --> 00:01:07,848
พวกเราเตรียมกระดาษปากกา ดินสอ กันก่อนครับ เรามาวาดรูปกัน

6
00:01:10,089 --> 00:01:13,486
ก่อนครับ ครับ เมื่อพร้อมแล้วนะครับ เดี๋ยวให้นักเรียนลงมือวาดได้เลย

7
00:01:13,486 --> 00:01:16,662
นะครับ ภาพที่ครูต้องการ ก็คือภาพ

8
00:01:16,662 --> 00:01:20,662
ที่มีภูเขานะครับ แล้วก็บนท้องฟ้าก็จะมี

9
00:01:24,693 --> 00:01:27,071
ก้อนเมฆลอยไปมา แล้วก็

10
00:01:27,071 --> 00:01:31,071
มีดวงอาทิตย์ส่องแสงนะครับ เบื่องล่างนะครับ ก็จะเป็น

11
00:01:32,341 --> 00:01:36,341
ภาพทุ่งนานะครับ มีลำธาร มีต้นไหม เอาล่ะเราเริ่มลงมือวาดได้เลยครับ

12
00:01:41,189 --> 00:01:45,189
[เสียงนาฬิกาจับเวลา]

13
00:01:45,719 --> 00:01:47,395
ภาพที่นักเรียนวาดออกมาเป็นอย่างไรบ้างครับ

14
00:01:47,395 --> 00:01:49,015
ไหนลองยกโชว์เพื่อน ๆ กันหน่อยครับ ภาพที่วาด

15
00:01:49,015 --> 00:01:53,015
ออกมาส่วนใหญ่จะเป็นลักษณะแบบนี้หรือเปล่าครับ

16
00:01:56,473 --> 00:02:00,473
[เสียงดนตรี] (คุณครูวิทูลย์) ถึงแม้ว่ารายละเอียดของภาพนะครับ

17
00:02:02,176 --> 00:02:06,176
จะไม่ชัดเจนนะครับ แต่เราก็ยังระบุได้ว่าวัตถุในภาพ

18
00:02:14,508 --> 00:02:15,871
นั้นคือภาพอะไร เรามาดูกี่ตัวอย่างหนึ่ง

19
00:02:15,871 --> 00:02:16,445
นะครับ ในวิชาวิทยาศาสตร์ นักเรียนจะพบแบบจำลอง

20
00:02:16,445 --> 00:02:20,445
ที่ใช้แทนการทำงานของอุปกร์การทดลองต่าง ๆ เช่น

21
00:02:20,543 --> 00:02:24,543
แบบจำลองของวงจรไฟฟ้า ซึ่งแทนด้วยสัญลักษณ์

22
00:02:28,236 --> 00:02:32,236
ที่เป็นหลอดไฟ แบตเตอรี่ ตัวต้านทาน

23
00:02:32,399 --> 00:02:32,543
นะครับ แบบจำลองนี้ จะทำให้นักเรียนเข้าใจระบบการทำงานจำลองนี้ จะทำให้นักเรียนเข้าใจระบบการทำงาน

24
00:02:32,543 --> 00:02:36,292
ของอุปกรณ์ได้ง่ายยิ่งขึ้น หรือระบบทำงาน

25
00:02:36,292 --> 00:02:40,292
ของระบบโซ่จักรยาน นักเรียนสามารถ

26
00:02:46,700 --> 00:02:47,454
ของชุดเฟื่อง 2 ตัว ที่เคลื่อนตัวของโซ่

27
00:02:47,454 --> 00:02:51,454
โดยแบบจำลองนี้ จะลดทอนรายละเอียดที่ไม่จำเป็นออกไป

28
00:02:51,928 --> 00:02:53,081
และสื่อให้เห็นเฉพาะจุดที่สำคัญ

29
00:02:53,081 --> 00:02:57,081
กระบวนการคัดแยกคุณลักษณะที่สำคัญจากรายละเอียด

30
00:03:01,542 --> 00:03:05,542
หรือโจทย์ปัญหา หรืองานที่กำลังที่พิจารณาเพื่อให้ได้องค์ประกอบ ที่จำเป็น เพียงพอ และให้ได้

31
00:03:09,741 --> 00:03:10,306
สถานการณ์ที่สนใจ เรียกว่า "การคิด

32
00:03:10,306 --> 00:03:14,306
เชิงนามธรรม" ในชีวิตประจำวัน

33
00:03:15,811 --> 00:03:16,048
ของเราการคิดเชิงนามธรรม

34
00:03:16,048 --> 00:03:20,048
สามารถแก้ปัญหาทำได้ง่ายยิ่งขึ้น การวาดแผนที่

35
00:03:22,991 --> 00:03:25,820
ถือเป็นตัวอย่างถึงที่เป็นการคิดเชิงนามธรรมมาใช้

36
00:03:25,820 --> 00:03:29,820
จากภาพถ่ายดาวเทียมจะเห็นว่าวัตถุต่าง ๆ ภายในภาพ

37
00:03:33,173 --> 00:03:35,700
มีจำนวนมาก ทำให้ยากต่อการค้นหาสถานที่

38
00:03:35,700 --> 00:03:39,700
เมื่อลดรายละเอียดที่ไม่จำเป็นออกไปแล้ว จะได้แผนที่

39
00:03:39,991 --> 00:03:43,991
แสดงสถานที่ต่าง ๆ อย่างชัดเจน ต่อไปนะครับ ให้นักเรียนนำกระดาษมาแผ่นหนึ่ง

40
00:03:48,547 --> 00:03:52,547
ครับ แล้วลองภาพแผนที่เส้นทางจากโรงเรียน

41
00:03:53,520 --> 00:03:53,604
ไปยังบ้านของนักเรียนนะครับ ถ้าพร้อมแล้วลงมือวาดได้เลยครับ

42
00:03:53,604 --> 00:03:57,354
[เสียงนาฬิกานับถอยหลัง]

43
00:03:57,354 --> 00:04:01,354
(คุณครูวิทูลย์) เมื่อนักเรียนวาดเสร

44
00:04:07,016 --> 00:04:08,782
็จแล้ว เรามาทดลองเดินทางตามแผนที่กันครับ

45
00:04:08,782 --> 00:04:12,782
[เสียงดนตรี]

46
00:04:31,024 --> 00:04:34,477
(คุณครูวิทูลย์) ให้นักเรียนยกตัวอย่างนะครับ

47
00:04:34,477 --> 00:04:37,229
การนำ... การคิดเชิงนามธรรมมาใช้

48
00:04:37,229 --> 00:04:41,229
ในชีวิตประจำวัน เช่น การสร้างแบบจำลองของเกมที่นักเรียนเคยเล่น

49
00:04:43,843 --> 00:04:45,218
หรือแบบจำลองของการเดินทางการท่องเที่ยว

50
00:04:45,218 --> 00:04:49,218
กับครอบครัวนะครับ ในวันหยุด เสร็จแล้วก็มานำเสนอ

51
00:04:52,086 --> 00:04:56,086
แล้วก็อภิปายให้เพื่อนในกลุ่มฟังนะครับ

52
00:04:56,494 --> 00:04:58,694
หลังจากนั้นก็แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกันนะครับ ว่า

53
00:04:58,694 --> 00:05:02,694
เราไม่ได้เอาการคิดเชิงนามธรรมมาใช้ จะให้ผลลัพธ์

54
00:05:03,189 --> 00:05:03,532
ที่เหมือนหรือต่างกันอย่างไร

55
00:05:03,532 --> 00:05:07,532
[เสียงนาฬิกาจับเวลา]

56
00:05:09,842 --> 00:05:13,842
(คุณครูวิทูลย์) หลังจากที่นักเรียนได้เรียนรู้เกี่ยวกับการคิดเชิงนามธรรมแล้วนะครับ จะ

57
00:05:20,184 --> 00:05:24,184
ทำให้นักเรียนสามารถจัดการแนวคิดกับปัญหาที่มีความซับซ้อนได้

58
00:05:26,326 --> 00:05:26,862
โดยการลดทอนสิ่งที่ไม่สำคัญออกไป

59
00:05:26,862 --> 00:05:30,862
แล้วก็คงไว้สาระสำคัญหรือแนวคิดต่าง ๆ

60
00:05:31,416 --> 00:05:34,631
นะครับ สุดท้ายฝากเอาไว้ว่าตัดอะไรก็ตัดได้

61
00:05:34,631 --> 00:05:36,843
แต่อย่าตัดใจจากวิทยาการคำนวณ

62
00:05:36,843 --> 00:05:40,843
สวัสดีครับ [เสียงดนตรี]

