﻿1
00:00:34,849 --> 00:00:38,849
(คุณครูนุกูล) สวัสดีค่ะ คลิปนี้นะ

2
00:00:41,803 --> 00:00:45,803
คะ ในเรื่องของการหารูปแบบการหา นะคะ ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของ

3
00:00:48,858 --> 00:00:50,431
การคิดเชิงคำนวณนั่นเองค่ะ จากที่นักเรียนศึกษาคลิปนี้จบแล้วนะคะ นักเรียน

4
00:00:50,431 --> 00:00:54,431
ต้องสามารถอธิบายรูป

5
00:00:56,168 --> 00:01:00,168
แบบและระบุองค์ประกอบสำคัญที่สัมพันธ์กันของสิ่งของหรือปัญหาได้ค่ะ

6
00:01:01,760 --> 00:01:05,643
ก่อนที่เราจะไปรู้จักการหารูปแบบนะคะ นักเรียนลองมาสังเกต

7
00:01:05,643 --> 00:01:09,643
ของพืชใบเลี้ยงเดี่ยว และใบเลี้ยงคู่ต่อไปนี้กันก่อนเลยค่ะ

8
00:01:13,111 --> 00:01:17,111
พืชใบเลี้ยงเดี่ยวนะคะ ก็จะมีลักษณะเส้นใบเรียงกันแบบขนาน และก็ถ้าเป็นพืชดอกมณฑา ก็จะมี

9
00:01:21,312 --> 00:01:25,312
ดอกมีจำนวนเป็น 3 หรือทวีคูณของ 3 ค่ะ ส่วนพืชใบเลี้ยงคู่นะคะ ลักษณะ

10
00:01:29,245 --> 00:01:33,245
ใหม่ก่อนจะเป็นร่างแหกลีบดอก ก็จะมีจำนวนเป็น 4-5 หรือทวีคูณของ 4-5 ค่ะ

11
00:01:37,209 --> 00:01:41,209
จากลักษณะของพืชใบเลี้ยงเดี่ยวและใบเลี้ยงคู่ที่ผ่านมานะคะ นักเรียนลองมาพิจารณาพืชชนิดนี้กันดูสิคะ

12
00:01:42,820 --> 00:01:46,820
นักเรียนคิดว่าพืชชนิดนี้ เป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว หรือใบเลี้ยงคู่คะ

13
00:01:51,245 --> 00:01:55,245
เดี๋ยวเราลองมาคิดกันดูนะคะ ถูกต้องค่ะ เก่งมาก ๆ เลยนะคะ

14
00:01:55,419 --> 00:01:59,419
งั้นเราลองไปพิจารณาพืชต่อไปนี้ก็เลยค่ะ

15
00:02:43,387 --> 00:02:47,387
ค่ะ ถ้าจากตัวอย่างของพืชใบเลี้ยงเดี่ยว และใบเลี้ยงคู่ที่ผ่านมานะคะ  ก็เป็น

16
00:02:48,124 --> 00:02:52,124
ตัวอย่างของการหารูปแบบ ซึ่งเป็นทักษะการหาความสัมพันธ์

17
00:02:53,754 --> 00:02:57,754
ที่เกี่ยวข้องแนวโน้ม และลักษณะทั่วไปของสิ่งของต่าง ๆ ค่ะ

18
00:03:01,864 --> 00:03:05,864
ซึ่งโดยปกตินะคะ ในการพิจารณาปัญหาใดปัญหาหนึ่งนะคะ เราก็มักจะใช้ทักษะในการ

19
00:03:12,161 --> 00:03:16,161
แยกส่วนประกอบของปัญหา เพื่อแยกปัญหานั้นออกเป็นปัญหาย่อย ๆ จากนั้นเราก็จะใช้ทักษะในการหารูปแบบนะคะ เพื่อพิจารณาความสัมพันธ์

20
00:03:16,460 --> 00:03:20,460
ขององค์ประกอบเหล่านั้นค่ะ ยกตัวอย่างเช่น

21
00:03:23,479 --> 00:03:27,479
การขับเคลื่อนโดยใช้เฟื่องของรถจักรยานนะคะ ซึ่งจะประกอบไปด้วยเฟื่องหน้า และเฟื่องหลังเชื่อมต่อ

22
00:03:30,186 --> 00:03:34,186
อยากได้โซ่ซึ่งเราก็จะพบว่ามีลักษณะเหมือนการผ่อนแรง ของระบบรอกนั่นเอง

23
00:03:40,677 --> 00:03:44,677
ซึ่งในการหารูปแบบในกรณีนี้นะคะ เราสามารถใช้รูปแบบที่เหมือนกันของการทำงานอย่างหนึ่งนะคะ เพื่อนำไปใช้ได้ในงานอีกอย่างหนึ่ง ที่มี

24
00:03:46,280 --> 00:03:50,280
วัตถุประสงค์ที่แตกต่างกันได้นั่นเองค่ะ ก็หารูปแบบ

25
00:03:52,014 --> 00:03:56,014
ประเภทหนึ่งนะคะ ก็คือการหารูปแบบที่เหมือนหรือต่างกัน เช่น ถ้าเราผิด

26
00:03:57,608 --> 00:04:01,608
นะคะ เราก็จะพบว่ามีความแตกต่างกันของรูปร่างภายนอก

27
00:04:04,155 --> 00:04:08,155
แต่ก็มีการใช้งานที่เหมือนกันนั่นเองค่ะ จากที่นักเรียนเรียนรู้เกี่ยวกับ

28
00:04:09,456 --> 00:04:13,456
การหารูปแบบแล้วนะคะ ก็มาวัดความเข้าใจของเราในกิจกรรมเหมือน หรือ

29
00:04:15,078 --> 00:04:16,719
ต่างกันเลยค่ะ ตามนี้นะคะ ก็จะมียานพาหนะให้นักเรียนทั้งหมด 9 ช

30
00:04:16,719 --> 00:04:20,719
นิด อยากให้นักเรียนลอง

31
00:04:23,112 --> 00:04:27,112
พิจารณาหาความเหมือน หรือความแตกต่างของยานพาหนะเหล่านี้กันดูนะคะ

32
00:04:38,952 --> 00:04:42,952
นักเรียนแบ่งยานพาหนะได้ทั้งหมดกี่กลุ่มคะ แล้วนักเรียนตอบได้ไหมคะ ว่าทำไมนักเรียนถึงแบ่งยานพาหนะในรูปแบบนั้น

33
00:04:45,157 --> 00:04:46,987
แต่ละกลุ่มนี่ มีอะไรที่เหมือนหรือแตกต่างกัน ถ้านักเรียนตอบได้นะคะ ก็แปลว่า

34
00:04:46,987 --> 00:04:50,987
นักเรียนมีความเข้าใจเกี่ยวกับ

35
00:04:55,465 --> 00:04:59,465
รูปแบบและเราจะนำการหารูปแบบไปใช้ในชีวิตประจำวันของเราได้อย่างไรบ้าง เราลองมา

36
00:05:01,620 --> 00:05:05,620
สถานการณ์ต่อไปนี้กันเลยค่ะ สถานการณ์นะคะ ถ้าคุณครูนำ

37
00:05:08,032 --> 00:05:12,032
สมุดการบ้านมาคืนนักเรียน จำนวน 10 เล่ม โดยให้นักเรียนค้นหาสมุดของตนเองจากสมุด

38
00:05:14,382 --> 00:05:18,382
กองนั้น นักเรียนจะมีวิธีการในการหาสมุด ของตนเองได้อย่างไรบ้างคะ

39
00:05:19,543 --> 00:05:23,543
วิธีที่ง่ายที่สุดก็คือเราอาจจะพิจารณาจากสมุดเล่มบนสุดก่อนนะคะ

40
00:05:23,887 --> 00:05:27,887
สูตรของเราก็เสร็จเรียบร้อยค่ะ เราอาจจะไม่ต้องทำอะไรอีก

41
00:05:32,091 --> 00:05:36,091
แต่ถ้าไม่พบนะคะ เราก็ต้องหยิบสมุดเล่มบนสุดออกไปค่ะ เราก็จะพิจารณาสมุดเล่มบนสุด

42
00:05:38,063 --> 00:05:42,063
อีกครั้งนะคะ โดยที่คราวนี้เราก็จะมีสมุด ที่ต้องพิจารณาทั้งหมดเพียง 9 เล่ม

43
00:05:46,490 --> 00:05:50,490
ถ้าพบว่าเล่นบนสุดเป็นของเรา ก็จบกันทำงานได้เลยค่ะ แต่ถ้ายังไม่พบนะคะ เราก็ต้องหยิบสมุดเล่มบน

44
00:05:51,837 --> 00:05:55,837
สุด ออกไปเหมือนเดิมค่ะ ตอนนี้เราก็เหลือสมุดเพียง 8 เล่มที่

45
00:06:01,429 --> 00:06:03,964
เราก็พิจารณาแล้วนะคะ เราก็จะดูเล่มบนสุดเหมือนเดิมค่ะ เพิ่งมาถึงตรงนี้ นักเรียนก็อาจจะมองเห็นแล้วนะคะ ว่าเริ่มมีรูปแบบ

46
00:06:03,964 --> 00:06:07,964
ของการแก้ปัญหาที่สำคัญ เกิด

47
00:06:12,539 --> 00:06:16,539
แตกต่างกันเพียงแค่จำนวนของสมุดเท่านั้นค่ะ

48
00:06:18,482 --> 00:06:22,482
เริ่มเห็นประโยชน์ของการหารูปแบบแล้วใช่ไหมนะคะ

49
00:06:28,043 --> 00:06:32,043
ซึ่งนักเรียนก็จะสังเกตเห็นนะคะ ว่าปัญหาที่มีรูปแบบเดียวกันนักเรียนก็จะสามารถใช้วิธีการแก้ปัญหาแบบเดียวกัน ทำให้เรา

50
00:06:33,145 --> 00:06:37,145
สามารถแก้ปัญหาได้เร็วขึ้นนั่นเองค่ะ

