﻿1
00:00:00,000 --> 00:00:01,559

2
00:00:04,323 --> 00:00:14,323

3
00:00:14,996 --> 00:00:16,763

4
00:00:16,847 --> 00:00:22,939

5
00:00:23,045 --> 00:00:25,207

6
00:00:25,224 --> 00:00:26,041

7
00:00:26,063 --> 00:00:30,815

8
00:00:30,825 --> 00:00:31,035

9
00:00:30,976 --> 00:00:33,134
สวัสดีค่ะแค่นี้นะ

10
00:00:33,914 --> 00:00:40,085
จันทร์ในเรื่องของการหารูปแบบ reactivation นะคะซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของ

11
00:00:40,006 --> 00:00:47,142
การคิดเชิงคำนวณนั่นเองค่ะจากที่นักเรียนศึกษาคลิปนี้จบแล้วนะคะนักเรียน

12
00:00:46,994 --> 00:00:48,716
ต้องสามารถอธิบายรูป

13
00:00:48,644 --> 00:00:54,451
แบบและระบุองค์ประกอบสำคัญที่สัมพันธ์กันของสิ่งของหรือปัญหาได้ค่ะ

14
00:00:54,616 --> 00:01:00,036
ก่อนที่เราจะไปรู้จักการหารูปแบบนะคะนักเรียนลองมาสังเกต

15
00:00:59,865 --> 00:01:03,928
ของพืชใบเลี้ยงเดี่ยวและใบเลี้ยงคู่ต่อไปนี้กันก่อนเลยค่ะ

16
00:01:04,097 --> 00:01:11,391
พืชใบเลี้ยงเดี่ยวนะคะก็จะมีลักษณะเส้นใบเรียงกันแบบขนานและก็ถ้าเป็นพืชดอกมณฑาก็จะมี

17
00:01:11,323 --> 00:01:19,595
ดอกมีจำนวนเป็น 3 หรือทวีคูณของ 3 ค่ะส่วนพืชใบเลี้ยงคู่นะคะลักษณะ

18
00:01:19,576 --> 00:01:27,528
เล่นใหม่ก่อนจะเป็นร่างแหกลีบดอกก็จะมีจำนวนเป็น 4-5 หรือทวีคูณของ 4-5 ค่ะ

19
00:01:27,675 --> 00:01:35,493
จากลักษณะของพืชใบเลี้ยงเดี่ยวและใบเลี้ยงคู่ที่ผ่านมานะคะนักเรียนลองมาพิจารณาพืชชนิดนี้กันดูสิคะ

20
00:01:36,194 --> 00:01:41,105
นักเรียนคิดว่าพืชชนิดนี้เป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยวหรือใบเลี้ยงคู่คะ

21
00:01:41,293 --> 00:01:49,527
เดี๋ยวเราลองมาคิดกันดูนะคะถูกต้องค่ะเก่งมากเลยนะคะ

22
00:01:49,515 --> 00:01:53,703
งั้นเราลองไปพิจารณาพืชต่อไปนี้ก็เลยค่ะ

23
00:01:53,804 --> 00:01:57,180

24
00:01:57,196 --> 00:02:00,063

25
00:02:00,013 --> 00:02:06,836

26
00:02:07,065 --> 00:02:07,497

27
00:02:07,455 --> 00:02:10,443

28
00:02:10,454 --> 00:02:13,781

29
00:02:13,788 --> 00:02:17,617

30
00:02:17,743 --> 00:02:23,890

31
00:02:24,044 --> 00:02:27,997

32
00:02:28,005 --> 00:02:31,384

33
00:02:31,394 --> 00:02:34,389

34
00:02:34,334 --> 00:02:41,672
ถ้าจากตัวอย่างของพืชใบเลี้ยงเดี่ยวและใบเลี้ยงคู่ที่ผ่านมานะคะก็เป็น

35
00:02:41,533 --> 00:02:46,403
ตัวอย่างของการหารูปแบบซึ่งเป็นทักษะการหาความสัมพันธ์

36
00:02:46,338 --> 00:02:52,039
เกี่ยวข้องแนวโน้มและลักษณะทั่วไปของสิ่งของต่างๆค่ะ

37
00:02:52,095 --> 00:03:00,146
ซึ่งโดยปกตินะคะในการพิจารณาปัญหาใดปัญหาหนึ่งนะคะเราก็มักจะใช้ทักษะในการ

38
00:03:00,043 --> 00:03:10,043
ส่วนประกอบของปัญหาเพื่อแยกปัญหานั้นออกเป็นปัญหาย่อยๆจากนั้นเราก็จะใช้ทักษะในการหารูปแบบนะคะเพื่อพิจารณาความสัมพันธ์

39
00:03:10,304 --> 00:03:14,742
ขององค์ประกอบเหล่านั้นค่ะยกตัวอย่างเช่น

40
00:03:14,654 --> 00:03:21,763
การขับเคลื่อนโดยใช้เฟืองของรถจักรยานนะคะซึ่งจะประกอบไปด้วยเฟืองหน้าและเฟืองหลังเชื่อมต่อ

41
00:03:21,703 --> 00:03:28,467
อยากได้โซ่ซึ่งเราก็จะพบว่ามีลักษณะเหมือนการผ่อนแรงของระบบรอกนั่นเอง

42
00:03:28,422 --> 00:03:38,422
การหารูปแบบในกรณีนี้นะคะเราสามารถใช้รูปแบบที่เหมือนกันของการทำงานอย่างหนึ่งนะคะเพื่อนำไปใช้ได้ในงานอีกอย่างหนึ่งที่มีวะ

43
00:03:38,744 --> 00:03:44,564
ถูกประสงค์ที่แตกต่างกันได้นั่นเองค่ะก็หารูปแบบ

44
00:03:44,503 --> 00:03:50,293
ประเภทหนึ่งนะคะก็คือการหารูปแบบที่เหมือนหรือต่างกันเช่นถ้าเราผิด

45
00:03:50,143 --> 00:03:55,891
สนามเม้าท์นะคะเราก็จะพบว่ามีความแตกต่างกันของรูปร่างภายนอก

46
00:03:55,633 --> 00:04:02,435
แต่ก็มีการใช้งานที่เหมือนกันนั่นเองค่ะฉันจากที่นักเรียนเรียนรู้เกี่ยวกับ

47
00:04:02,442 --> 00:04:07,737
การหารูปแบบแล้วนะคะก็มาวัดความเข้าใจของเราในกิจกรรมเหมือนหรือ

48
00:04:07,635 --> 00:04:13,358
ต่างกันเลยค่ะตามนี้นะคะก็จะมียานพาหนะให้นักเรียนทั้งหมด 9 ชั้น

49
00:04:13,272 --> 00:04:15,003
ขายอยากให้นักเรียนลอง

50
00:04:14,923 --> 00:04:21,397
พิจารณาหาความเหมือนหรือความแตกต่างของยานพาหนะเหล่านี้กันดูนะคะ

51
00:04:21,345 --> 00:04:26,585

52
00:04:26,532 --> 00:04:28,110

53
00:04:28,244 --> 00:04:28,624

54
00:04:28,633 --> 00:04:37,234
ยานพาหนะได้ทั้งหมดกี่กลุ่มคะแล้วนักเรียนตอบได้ไหมคะว่าทำไมนักเรียนถึงแบ่งยานพาหนะในรูปแบบนั้น

55
00:04:37,153 --> 00:04:43,439
แต่ละกลุ่มเนี่ยมีอะไรที่เหมือนหรือแตกต่างกันถ้านักเรียนตอบได้นะคะก็แปลว่า

56
00:04:43,305 --> 00:04:45,272
เรียนมีความเข้าใจเกี่ยวกับ

57
00:04:45,223 --> 00:04:53,748
รูปแบบและราคาและเราจะนำการหารูปแบบไปใช้ในชีวิตประจำวันของเราได้อย่างไรบ้างเราลองมา

58
00:04:53,561 --> 00:04:59,903
สถานการณ์ต่อไปนี้กันเลยค่ะสถานการณ์นะคะถ้าคุณครูนำ

59
00:04:59,772 --> 00:05:06,316
สมุดการบ้านมาคืนนักเรียนจำนวน 10 เล่มโดยให้นักเรียนค้นหาสมุดของตนเองจากสมุด

60
00:05:06,194 --> 00:05:12,666
ลองนั้นนักเรียนจะมีวิธีการในการหาสมุดของตนเองได้อย่างไรบ้างคะ

61
00:05:12,582 --> 00:05:17,827
วิธีที่ง่ายที่สุดก็คือเราอาจจะพิจารณาจากสมุดเล่มบนสุดก่อนนะคะ

62
00:05:17,775 --> 00:05:22,171
สูตรของเราก็เสร็จเรียบร้อยค่ะเราอาจจะไม่ต้องทำอะไรอีก

63
00:05:22,062 --> 00:05:30,366
แต่ถ้าไม่พบนะคะเราก็ต้องหยิบสมุดเล่มบนสุดออกไปค่ะเราก็จะพิจารณาสมุดเล่มบนสุด

64
00:05:30,341 --> 00:05:36,348
อีกครั้งนะคะโดยที่คราวนี้เราก็จะมีสมุดที่ต้องพิจารณาทั้งหมดเพียง 9 เล่ม

65
00:05:36,554 --> 00:05:44,771
ถ้าพบว่าเล่นบนสุดเป็นของเราก็จบกันทำงานได้เลยค่ะแต่ถ้ายังไม่ครบนะคะเราก็ต้องหยิบสมุดเล่มบน

66
00:05:44,621 --> 00:05:50,121
ออกไปเหมือนเดิมค่ะตอนนี้เราก็เหลือสมุดเพียง 8 เล่มที่ร้อยเอ็ด

67
00:05:49,934 --> 00:05:59,710
พิจารณาแล้วนะคะเราก็จะดูเล่นบนสุดเหมือนเดิมค่ะเพิ่งมาถึงตรงนี้นักเรียนก็อาจจะมองเห็นแล้วนะคะว่าเริ่มมีรูปแบบ

68
00:05:59,531 --> 00:06:02,247
ของการแก้ปัญหาที่สำคัญเกิด

69
00:06:02,174 --> 00:06:10,819
แตกต่างกันเพียงแค่จำนวนของสมุดเท่านั้นค่ะ

70
00:06:10,812 --> 00:06:12,442

71
00:06:12,492 --> 00:06:16,765
เริ่มเห็นประโยชน์ของการหารูปแบบแล้วใช่ไหมนะคะ

72
00:06:16,692 --> 00:06:26,326
นักเรียนก็จะสังเกตเห็นนะคะว่าปัญหาที่มีรูปแบบเดียวกันนักเรียนก็จะสามารถใช้วิธีการแก้ปัญหาแบบเดียวกันทำให้เรา

73
00:06:26,204 --> 00:06:31,427
สามารถแก้ปัญหาได้เร็วขึ้นนั่นเองค่ะ

74
00:06:31,454 --> 00:06:38,008

75
00:06:37,992 --> 00:06:43,653

76
00:06:43,631 --> 00:06:45,720


