﻿1
00:00:05,211 --> 00:00:09,211
[เสียงดนตรี]

2
00:00:32,355 --> 00:00:36,355
(ดร.พิมพร) สวัสดีค่ะ นักเรียนคะ

3
00:00:42,686 --> 00:00:45,451
คุณครูอ้อมนะคะ วันนี้ก็ยินดีที่ได้มีโอกาสมาจัดการเรียนรู้

4
00:00:45,451 --> 00:00:49,451
ในวิชาเทคโนโลยีการออกแบบและเทคโนโลยี

5
00:00:51,477 --> 00:00:53,717
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 นะคะ ใน

6
00:00:53,717 --> 00:00:57,717
วิชานี้นะคะ จะมีหัวข้ออะไรบ้าง วันนี้จะขอชี้แจ

7
00:01:02,931 --> 00:01:05,557
ก่อนอื่นเลยนะคะ ในวิชาเทคโนโลยีการออกแบบและเทคโนโลยีของเรานี่นะคะ ประกอบด้วย 7 บท ซึ่ง

8
00:01:05,557 --> 00:01:08,574
7 บทนั้น ถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วนค่ะ ส่วนแรก

9
00:01:08,574 --> 00:01:12,574
เทคโนโลยีน่ารู้ ซึ่งประกอบด้วย 3 บทเรียน

10
00:01:18,562 --> 00:01:22,421
ด้วยกันนะคะ ครูอ้อมก็จะได้จัดการเรียนรู้กับนักเรียน

11
00:01:22,421 --> 00:01:24,831
วันนี้ค่ะ เป็นเรื่องของบทที่ 1 ระบบทางเทคโนโลยีที่ซับซ้อน ซึ่งหัวข้อแรกของวันนี้เลย

12
00:01:24,831 --> 00:01:28,831
นะคะ ก็ชื่อว่า "ระบบคืออะไร "

13
00:01:30,288 --> 00:01:34,288
นะคะ ครูอ้อมก็จะได้พูดถึงความหมายของระบบ

14
00:01:37,266 --> 00:01:41,135
ว่าคืออะไร แล้วก็ระบบทางธรรมชาตินะคะ หรือระบบทางเทคโนโลยีหรือเป็นระบบที่มนุษย์สร้างขึ้นนั่นเอง

15
00:01:41,135 --> 00:01:45,135
นะคะ ก่อนอื่นขอชี้แจง

16
00:01:49,360 --> 00:01:51,649
จุดประสงค์นะคะ เมื่อนักเรียนเรียนรู้ เรื่องระบบคืออะไร

17
00:01:51,649 --> 00:01:53,989
นี่นะคะ ครูก็คาดหวังให้นักเรียนสามารถอธิบายความหมาย

18
00:01:53,989 --> 00:01:56,159
ของระบบได้นะคะ สามารถเชื่อมโยงความสัมพันธ์

19
00:01:56,159 --> 00:02:00,159
ขององค์ประกอบต่าง ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกัน

20
00:02:05,725 --> 00:02:07,378
ภายในระบบได้นะคะ ก็ขอให้นักเรียนตั้งใจเรียน เพื่อ

21
00:02:07,378 --> 00:02:10,591
บรรลุจุดประสงค์การเรียนรู้ของเราทั้ง 2 ข้อนะคะ

22
00:02:10,591 --> 00:02:13,070
ก่อนอื่นเลยนะคะ ครูอยากให้นักเรียนบอกความ

23
00:02:13,070 --> 00:02:17,070
สัมพันธ์ของ 2 ภาพนี้ นักเรียน

24
00:02:22,062 --> 00:02:22,280
อาจจะยังเห็นไม่ชัดเจน เดี๋ยวครูอ้อมเอาตัวเองออกจาก

25
00:02:22,280 --> 00:02:26,280
ภาพก่อนนะคะ ออกหรือยังเอ่ย ออกแล้วนะคะ นักเรียนจะได้เห็นชัดมากขึ้นนะ

26
00:02:28,760 --> 00:02:32,760
2 ภาพนี้สัมพันธ์กันอย่างไรคะ

27
00:02:38,159 --> 00:02:38,201
นักเรียน วิธีการง่าย ๆ ที่เรามักจะใช้

28
00:02:38,201 --> 00:02:42,201
ที่เรามักจะใช้ในการมองภาพ หรือหาความสัมพันธ์ของภาพ

29
00:02:46,793 --> 00:02:50,793
การนึกถึงคำ คำที่เกี่ยวข้องกับภาพนี้ มีอะไ

30
00:02:53,198 --> 00:02:57,198
รบ้างล่ะค่ะ ครูอ้อมคิดนะ อาจจะไม่ใช่เค้ก แต่ไม่มี

31
00:02:58,001 --> 00:03:02,001
คำว่า "เค้ก" คิดถึงขนมหวาน คิดถึงอาหารคิดถึงแม่ คิดถึงลูก มีคำว่าครอบครัว

32
00:03:02,335 --> 00:03:06,335
มีความสุข, ความอิ่ม, คว

33
00:03:10,971 --> 00:03:13,188
สุข กับอีกภาพหนึ่งนะ ข้าง ๆ กัน มีต้นไม้ มีแสง มีรถด้วยนะคะ มีสถานที่ ครูอ้อม

34
00:03:13,188 --> 00:03:17,188
คิดถึงคำว่า "บ้าน" บางคนคิดถึงการจัดบ้าน

35
00:03:19,004 --> 00:03:23,004
จัดสวนนะคะ หรืออาจจะคิดถึง

36
00:03:23,455 --> 00:03:27,455
แสง อากาศดี มีพืชสวนมาตกแต่ง

37
00:03:28,069 --> 00:03:31,846
มีต้นไม้ มีธรรมชาติ คิดได้หมดเลยค่ะ แล้วพอได้คำแล้ว เราก็หาความสัมพันธ์

38
00:03:31,846 --> 00:03:35,846
ดูสิ บางคนอาจจะได้มาเป็นประโยคเลย

39
00:03:40,733 --> 00:03:43,969
อาจจะได้คำว่า "บ้านแสนสุข" จะได้คำว่า "บ้านแสนสุข"

40
00:03:43,969 --> 00:03:47,969
ก็ได้นะคะ หรืออาจจะเป็นชาวนี้แสนอร่อยก็ได้นะคะ ครูอ้อมขอยกตัวอย่าง

41
00:03:51,407 --> 00:03:53,790
ภาพนักเรียนกำลังทานอาหาร

42
00:03:53,790 --> 00:03:57,790
นักเรียนกำลังทานอาหาร ก็เจาะไปในร่างกายเด็ก

43
00:04:00,840 --> 00:04:01,257
คนนี้เลยนะคะ เมื่อทานอาหารแล้ว อาหารถูกย่อยผ่าน

44
00:04:01,257 --> 00:04:03,847
ระบบทางเดินอาหารนะคะ ก็ถูกดูดซึมนะคะ

45
00:04:03,847 --> 00:04:07,847
ดูดซึมนะคะ เมื่อร่างกายขาด

46
00:04:14,990 --> 00:04:17,862
สารอาหาร ร่างกายของเราก็เอาไปใช้ประโยชน์ส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย

47
00:04:17,862 --> 00:04:18,736
ใช่ไหมคะ แน่นอน เมื่อมนุษย์ดำรงอยู่ได้ก็ต้องมีการหายใจ เมื่อมีการหายใจ

48
00:04:18,736 --> 00:04:22,736
เราก็ปลดปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาค่ะ

49
00:04:30,557 --> 00:04:33,605
แล้วกับภาพที่ 2 เพราะว่าอะไรคะ เพราะว่า ต้นไม้หรือพืช

50
00:04:33,605 --> 00:04:33,838
ต่าง ๆ นั้น ใช้คาร์บอนไดออกไซด์ในการสังเคราะห์ด้วยแสง ได้ใช้จากมนุษย์นะ

51
00:04:33,838 --> 00:04:37,838
ได้ใช้คาร์บอนไดออกไซด์จากมนุษย์ ใช้

52
00:04:46,285 --> 00:04:46,898
ไปแล้ว ก็เกิดปลดปล่อยออกซิเจนออกมาค่ะ และก็กลับไปถึงมนุษย์เพราะว่ามนุษย์ของเรานั้น

53
00:04:46,898 --> 00:04:50,898
ใช้ออกซิเจนในการหายใจ สิ่งที่ครูอ้อมพยายามเชื่อม

54
00:04:54,248 --> 00:04:58,248
โยง ก็คือว่าเราอาจจะไม่เห็น

55
00:05:02,094 --> 00:05:06,094
2 ภาพที่อาจจะไม่สัมพันธ์กัน แต่จริง ๆ แล้ว มันสัมพันธ์กันอยู่นะคะ

56
00:05:06,755 --> 00:05:07,921
เริ่มที่มนุษย์วนเวียนไปถึงพืช แล้วก็กลับมาที่มนุษย์อีกเหมือนกัน นี่แหละค่ะ

57
00:05:07,921 --> 00:05:11,921
ถ้าเรามองทุกอย่างเป็น... อยู่

58
00:05:19,009 --> 00:05:20,128
เราก็จะเห็นความสัมพันธ์ของส่วนต่าง ๆ นั่น ซึ่งวันนี้ก็

59
00:05:20,128 --> 00:05:21,735
จะได้เรียนเป็นส่วนที่เราจะต้องได้เรียนนะคะ ถ้าพูดถึงระบบ นักเรียนคิด

60
00:05:21,735 --> 00:05:25,735
ว่ามีระบบอะไรบ้าง ที่นักเรียนรู้จักคะ

61
00:05:35,018 --> 00:05:36,848
ที่นักเรียนรู้จักคะ ครูอ้อมให้เวลาคิด 30 วินาที

62
00:05:36,848 --> 00:05:39,704
นะ นักเรียนได้กี่คำ ระบบอะไรบ้างนักเรัยนที่รู้จัก เริ่มต้นจับเวลานะคะ 30 วิ

63
00:05:39,704 --> 00:05:43,704
นาที อาจจะโน้ต ๆ ไว้ค่ะ ว่าได้กี่คำ เริ่ม

64
00:06:15,033 --> 00:06:16,396
จะหมดเวลาแล้วค่ะ [เสียงเอฟเฟ็กต์] (ดร.พิมพร)

65
00:06:16,396 --> 00:06:18,177
หมดเวลา ได้กี่คำกันคะ

66
00:06:18,177 --> 00:06:21,735
ได้กี่คำกันเอ่ย ระบบ

67
00:06:21,735 --> 00:06:25,735
หลายคนอาจจะซ้ำกันกับครูอ้อมนะ ระบบอะไรที่ครูอ้อม

68
00:06:30,577 --> 00:06:34,577
นึกถึง มีซ้ำกันหรือเปล่า ระบบบำบัดน้ำเสี

69
00:06:39,043 --> 00:06:40,719
ย ระบบเสียงตามสาย อะไรที่เราคุ้นเคยดี ระบบการศึกษาระบบรับนักเรียน นักเรียน ม. 4 ผ่านมาแล้ว

70
00:06:40,719 --> 00:06:44,719
ภายในร่างกายก็ยังมีระบบหมุนเวียนเลือก ระบบส่

71
00:06:51,047 --> 00:06:52,588
งสินค้า หรือระบบประมาทในร่างกายของเรา หรือ

72
00:06:52,588 --> 00:06:53,509
ระบบต่าง ๆ เหล่านี้มีเยอะเลย นักเรียนอาจจะได้เยอะกว่าครู

73
00:06:53,509 --> 00:06:55,923
ครูอ้อมให้สังเกตว่าระบบเหล่านี้

74
00:06:55,923 --> 00:06:59,515
ถ้าถูกเรียกว่าระบบแล้วมันมีอะไรที่เหมือนกันคะ

75
00:06:59,515 --> 00:07:03,515
ลองคิดสิ มันมีอะไรที่เหมือนกัน

76
00:07:08,605 --> 00:07:12,605
คำว่าระบบเหล่านี้ ครูอ้อมตั้งข้อสังเกตค่ะ ว่าถ้าอะไรก็ตามที่ถูกเรียกว่า "ระบบ" มันต้องมีองค์

77
00:07:17,453 --> 00:07:17,837
ประกอบมากกว่า 1 อย่างใช่ไหมคะ อย่างเช่น การรับนักเรียนนี่

78
00:07:17,837 --> 00:07:21,837
ต้องมีนักเรียนแหละ ต้องมีคนที่มารับนักเรียน

79
00:07:25,964 --> 00:07:28,713
ใช่ไหมคะ มีมากกว่า 1 อย่างแน่นอน  ต้องทำงานสัมพันธ์กันค่ะ นักเรียนต้องเอาเอกสารมาให้ผู้รับสมัครใช่ไหมคะ

80
00:07:28,713 --> 00:07:31,811
เพื่อให้อะไรคะ เพื่อทำงานสัมพันธ์กันแล้ว

81
00:07:31,811 --> 00:07:35,811
รวมกันแล้วนี่ ก็ต้องบรรลุเป้าหมาย

82
00:07:41,114 --> 00:07:45,114
รับนักเรียนได้อย่างดีใช่ไหมคะ เพราะฉะนั้น นี่คือที่มาของคำว่า "ความหมายของระบบ"

83
00:07:45,911 --> 00:07:48,219
เพราะคำว่าระบบ โดยทั่วไปหมายถึง สิ่งต่าง ๆ

84
00:07:48,219 --> 00:07:52,219
ที่มีส่วนประกอบตั้งแต่ 2 ส่วนขึ้นไป เพื่อ

85
00:07:57,454 --> 00:07:58,418
มารวมกัน รวมกันเพื่ออะไรล่ะ เขาก็ทำงานให้สัมพันธ์กันค่ะ

86
00:07:58,418 --> 00:08:01,270
เพื่อที่จะให้สามารถบรรลุวัตถุประสงค์

87
00:08:01,270 --> 00:08:04,506
ของสิ่งที่สร้างขึ้นมาได้นั่นเองนะคะ ถ้าสังเกต

88
00:08:04,506 --> 00:08:08,506
นะคะ ระบบนี่มันจะมีอยู่ 2 ส่วนหลัก ๆ

89
00:08:11,259 --> 00:08:14,168
ก็คือระบบทางธรรมชาตินะคะ กับระบบที่มนุษย์สร้างขึ้นนะคะ

90
00:08:14,168 --> 00:08:16,016
หลังจากนี้เราจะไปดูตัวอย่างนะคะ ว่า

91
00:08:16,016 --> 00:08:20,016
ระบบทางธรรมชาติเป็นอย่างไร ระบบที่มนุษย์สร้างขึ้นนั้นเป็นอย่างไร

92
00:08:23,085 --> 00:08:27,085
โอเคนะ เราเริ่มกันที่ "

93
00:08:28,474 --> 00:08:31,622
ระบบทางธรรมชาติ" ค่ะ ครูอ้อมยกตัวอย่างเมื่อกี้เอง

94
00:08:31,622 --> 00:08:35,622
นะ ระบบย่อยอาหารของมนุษย์นะคะ  จากรูปนักเรียนเห็นส่วนประกอบหลายเลย หลายอวัยวะที่เกี่ยวข้อง

95
00:08:37,076 --> 00:08:41,076
นี่ มีเยอะเลยนะคะ ที่เกี่ยวข้องกับระบบอาหารนะ

96
00:08:46,332 --> 00:08:50,332
มีปาก มีหลอดอาหาร มีหลายอย่าง ครูอ้อมขอยกตัวอย่างนะ มีปาก มีหลอดอาหาร มีกระเพราะอาหาร มีลำไส้เล็ก

97
00:08:56,486 --> 00:09:00,486
ลำไส้ใหญ่ มีจนถึงทวารหนักเลย

98
00:09:03,089 --> 00:09:07,089
เพราะฉะนั้น สิ่งเหล่านี้แหละค่ะ ที่เป็นส่วนประกอบของระบบย่อยอาหาร เมื่อมีส่วนประกอบของระบบย่อยอาหารแล้ว มีอะไรคะ เมื่

99
00:09:15,094 --> 00:09:18,429
ต้องทำงานสัมพันธ์กัน

100
00:09:18,429 --> 00:09:21,983
ทำงานสัมพันธ์กันแล้ว เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์

101
00:09:21,983 --> 00:09:22,448
คืออะไร ก็เพื่อย่อยอาหารที่รับประ

102
00:09:22,448 --> 00:09:26,448
ทานนั้นให้ละเอียด และดูดซึมสารอาหารเหล่านั้นไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ

103
00:09:30,271 --> 00:09:34,271
ของร่างกาย ใช่ไหมคะ นั่นคือ บรรลุวัตถุประสงค์แล้วนะ นี่คือระบบตัวอย่างของธรรมชาติ

104
00:09:39,106 --> 00:09:39,963
นะคะ แต่ถ้าเกิดบางจุดแล้วมีความผิดพลาดขึ้นมาล่ะคะ

105
00:09:39,963 --> 00:09:43,963
อย่างเช่น ถ้าเราเคี้ยวอาหารไม่ละเอียด

106
00:09:48,251 --> 00:09:48,741
จะส่งผลต่อการทำงานต่อระบบย่อยอาหารอื่น ๆ

107
00:09:48,741 --> 00:09:50,435
อย่างไรคะ ถ้าเราอยากรู้ว่ามันจะ

108
00:09:50,435 --> 00:09:54,435
ส่งผลอย่างไร เราก็ต้องมาดูที่อวัยวะที่ครูอ้อมพูดถึงเมื่อกี้นี้

109
00:09:57,541 --> 00:10:01,541
มีปาก มีกระเพาะอาหาร มีลำไ

110
00:10:07,109 --> 00:10:11,109
ส้นะคะ ลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่ ทวารหนัก ถ้าเคี้ยวอาหารไม่เ

111
00:10:11,113 --> 00:10:15,113
ป็นปัญหาตั้งแต่ที่ปากเลยใช่ไหมคะ แน่นอนอวัยวะต่อมาหลอดอาหาร กระเพราะอาหารก็ต้องทำงานหนักขึ้นค่ะ ถ้ามัน

112
00:10:16,577 --> 00:10:20,540
ไม่ละเอียด หลอดอาหารก็จะต้องออกแรง

113
00:10:20,540 --> 00:10:24,540
หรือว่าต้องใช้พลังงานเพิ่มขึ้นในการบีบรัดอาหาร

114
00:10:24,869 --> 00:10:25,865
ใช่ไหมคะ ถ้ายังบีบรัดอาหารไม่ละเอียดแล้ว กระเพาะอาหารก็ต้อง

115
00:10:25,865 --> 00:10:28,196
หลั่งน้ำย่อยออกมากกว่าปกติ

116
00:10:28,196 --> 00:10:32,196
เพื่อที่จะให้อาหารนั้นละเอียด แน่นอนค่ะ

117
00:10:38,031 --> 00:10:40,832
ใช่ไหมคะ แน่นอนค่ะ ถ้ากระเพาะอาหารทำงานหนักแบบนี้

118
00:10:40,832 --> 00:10:44,832
อาหารหลั่งน้ำย่อยมากกว่าปกติอย่างนี้ แน่นอนค่ะ

119
00:10:45,966 --> 00:10:49,966
ภาวะผิดปกติ ก็คือภาวะอาหารไม่ย่อยนะคะ ส่งผลต่อภาพรวม

120
00:10:50,264 --> 00:10:54,264
ของผู้ทานอาหารได้นะคะ สิ่งที่ครูอ้อมพยายามบอก

121
00:10:56,044 --> 00:10:57,784
ถ้าอวัยวะใดอวัยวะหนึ่ง ในนั้นทำงาน

122
00:10:57,784 --> 00:11:01,385
ผิดปกติขึ้นมานะคะ มันก็จะส่งผลต่อภาพรวมของ

123
00:11:01,385 --> 00:11:05,385
ระบบนั้น เพื่อที่จะให้นักเรียนได้เชื่อมโยง

124
00:11:10,492 --> 00:11:13,702
ความสัมพันธ์ของอวัยวะต่าง ๆ ในระบบย่อยอาหารได้นะคะ ขอยกตัวอย่างอีก 1 ตัว

125
00:11:13,702 --> 00:11:14,653
สำหรับระบบทางธรรมชาตินะคะ นั่นคือระบบ

126
00:11:14,653 --> 00:11:18,653
หายใจ แบบในรูปนะคะ นักเรียน

127
00:11:21,753 --> 00:11:24,919
นักเรียนอาจจะเห็นว่า มีอวัยวะที่เกี่ยวข้อง

128
00:11:24,919 --> 00:11:28,919
หลายอย่างเลยนะคะ ขอยกตัวอย่างเช่น จมูก โพรงจมูก

129
00:11:33,297 --> 00:11:37,297
คอหอย กล่องเสียง หลอดลม มีปอด

130
00:11:37,334 --> 00:11:40,331
มีกระบังลม ใช่ไหมคะ แน่นอนว่าทุกอวัยวะ

131
00:11:40,331 --> 00:11:44,331
เหล่านี้ ต้องทำงานให้สัมพันธ์กัน เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์

132
00:11:45,242 --> 00:11:45,574
ก็คือการแลกเปลี่ยนแก๊สออกซิเจน และคาร์บอนไดออกไซด์

133
00:11:45,574 --> 00:11:49,574
ระหว่างปอดกับอากาศภายนอกนั่นเองใช่ไหมคะ

134
00:11:50,726 --> 00:11:54,726
เอาพืชบ้างค่ะ ระบบทางธรรมชาติ

135
00:11:56,281 --> 00:12:00,281
อย่างเช่น ระบบลำเลียงน้ำของพืช แน่นอน วัตถุประสงค์ในการลำ

136
00:12:03,151 --> 00:12:06,959
ของพืช ก็เพื่อลำเลียงน้ำในดินไปจนถึงใบ เพื่อใช้ในกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงใช่ไหมคะ

137
00:12:06,959 --> 00:12:10,959
มีอะไรบ้างล่ะ ที่เกี่ยวกับระบบการ

138
00:12:13,866 --> 00:12:15,379
ลำเลียงน้ำของพืช ก็มีรากไงคะ น้ำจากดินนะ ก็ต้องเป็นราก ต้องมีท่อลำเลียง

139
00:12:15,379 --> 00:12:19,379
ต้องมีใบ ทุกอย่างเหล่านี้ล้วนอยู่ในระบบลำเลียงน้ำของพืช

140
00:12:26,352 --> 00:12:30,352
ใช่ไหมคะ นี่คือตัวอย่างของระบบทางธรรมชาตินะคะ ถ้าตัวอย่างอื่น ๆ ล่ะ มีเยอะเลย

141
00:12:32,500 --> 00:12:34,434
นักเรียนลองคิดดูสิคะ ระบบนิเวศ ระบบ

142
00:12:34,434 --> 00:12:38,434
สืบพันธุ์ ภูมิคุ้มกัน กล้ามเนื้อ

143
00:12:40,301 --> 00:12:44,301
สุริยะ เหล่านี้คือระบบทางธรรมชาติหมดเลยนะคะ

144
00:12:46,441 --> 00:12:48,069
ระบบทางธรรมชาติไปแล้ว เราจะยกตัวอย่างระบบที่มนุษย์สร้างขึ้นบ้าง

145
00:12:48,069 --> 00:12:51,414
นักเรียนเห็นปากกานี้ ปากกานี้มีความพิเศษ

146
00:12:51,414 --> 00:12:55,414
นะคะ ปากกาลูกลื่น ส่วนใหญ่มีไว้ทำไมคะ

147
00:13:01,818 --> 00:13:05,818
แล้วก็ไส้ดินสอก็จะโผล่ออกมาใช่ไหมคะ แต่ปากกา

148
00:13:06,010 --> 00:13:10,010
ที่ครูให้มามันใช้การควบคุมแบบหมุนค่ะ หมุน แล้วไส้มันถึงจะโผล่ออกมา

149
00:13:10,129 --> 00:13:14,129
ถ้าระบบปากกาลูกลื่นนี่ นักเรียนวิเคราะห์

150
00:13:18,492 --> 00:13:22,056
ของตัวนี้ นักเรียนวิเคราะห์ได้ไหมคะ ว่าอะไรบ้าง ที่เป็นส่วนประกอบของระบบในที่นี้

151
00:13:22,056 --> 00:13:26,056
วิธีการก็คือดูที่โครงสร้างของมัน ที่เรามองเห็นก่อนเลยค่ะ

152
00:13:27,018 --> 00:13:31,018
โครงสร้างที่นักเรียนมองเห็นเลย

153
00:13:33,575 --> 00:13:35,044
โครงสร้างภายนอกเลยค่ะ นักเรียนมีอะไรบ้าง หัว

154
00:13:35,044 --> 00:13:36,263
ปากกาไงคะ หน้าที่ของเขา ก็คือป้องกัน

155
00:13:36,263 --> 00:13:40,263
การกระแทก และยึดไส้ปากกาไว้ เราเห็นด้าม

156
00:13:40,918 --> 00:13:44,918
ปากกาค่ะ หน้าที่หลัก ๆ ของเขาเลยค่ะ

157
00:13:49,177 --> 00:13:53,177
ให้สามารถเขียนได้สะดวก และบรรจุไส้ปากกภายใน

158
00:13:54,437 --> 00:13:58,437
บางปากกาบางรุ่นก็มีที่เหน็บปากกาด้วย ก็เอาไว้ยึดกับวัสดุอื่น ๆ ยึดกับกระเป๋าอย่างนี้นะ

159
00:13:58,945 --> 00:14:01,000
นี่คือโครงสร้างภายนอกที่เราเห็น

160
00:14:01,000 --> 00:14:05,000
ถ้าเราแกะมันออกมานะคะ เราก็จะเห็นองค์ประกอบ

161
00:14:07,968 --> 00:14:11,968
ภายในของมัน แน่นอนหัวปากกา นอกจากป้องกัน

162
00:14:12,870 --> 00:14:14,699
การกระแทกแล้ว มันยังทำหน้าที่ควบคุมการเข้าออกของ

163
00:14:14,699 --> 00:14:18,699
ไส้ปากกาด้วย ภายในปากกานั้นต้องมีสปริง

164
00:14:22,904 --> 00:14:22,915
ต้องมีสปริงใช้ไหมคะ ควบคู่...

165
00:14:22,915 --> 00:14:25,939
สำหรับควบคุมการเคลื่อนที่ของไส้ปากกา ร่วมกับหัวปากกา

166
00:14:25,939 --> 00:14:27,888
แน่นอนล่ะ จะเขียนได้ต้องมีไส้ปากกา

167
00:14:27,888 --> 00:14:31,888
ที่บรรจุหมึกไว้อยู่ เอาไว้สำหรับเขียนนะ ที่

168
00:14:38,089 --> 00:14:40,756
เอาไว้สำหรับเขียนนะ นี่คือระบบปากกาลูกลื่น ที่เรายกตัวอย่าง

169
00:14:40,756 --> 00:14:43,544
เราใช้วิธีวิเคราะห์ระบบด้วยการดูโครงสร้าง

170
00:14:43,544 --> 00:14:46,209
ภายนอกแล้ว ก็ดูโครงสร้างภายใน แล้วก็ดูหน้าที่ของเขา

171
00:14:46,209 --> 00:14:50,209
ข้อสัมพันธ์กันนะคะ สังเกตถ้าครูหมุน

172
00:14:54,138 --> 00:14:56,665
หมึกก็จะถูกกระจายเข้าไปข้างในไส้ปากกา

173
00:14:56,665 --> 00:14:58,502
ทำให้เราสามารถเขียนได้นะคะ ถ้าเกิดปัญหาขึ้นมาล่ะค่ะ

174
00:14:58,502 --> 00:15:02,502
ถ้าเกิดปัญหาขึ้นมาว่า

175
00:15:07,209 --> 00:15:09,076
ปากกาของนักเรียนนี่

176
00:15:09,076 --> 00:15:12,016
หัวปากกาแตกค่ะ นักเรียน จะส่งผลอย่างไรคะ

177
00:15:12,016 --> 00:15:13,456
ต่อการเขียนของนักเรียนน่ะค่ะ

178
00:15:13,456 --> 00:15:17,456
หัวปากกาแตก

179
00:15:19,062 --> 00:15:23,062
มันก็จะมีส่วนที่เกี่ยวข้อง

180
00:15:28,197 --> 00:15:29,156
ก็คือไส้ปากกาใช่ไหมคะ ทำให้เราไม่สะดวกต่อ

181
00:15:29,156 --> 00:15:32,121
การควบคุมการหมุนไส้ปากกานะคะ ไส้ปากกาก็โยกไปมา

182
00:15:32,121 --> 00:15:36,121
ควบคุมการเขียนยาก เส้นไม่ชัดเจน

183
00:15:38,760 --> 00:15:41,181
ดังนั้น เราจะเห็นว่าส่วนใดส่วนหนึ่ง อะไรก็ตาม

184
00:15:41,181 --> 00:15:42,804
ที่มันทำงานไม่สมบูรณ์ มันก็จะมีผลไปถึง

185
00:15:42,804 --> 00:15:46,804
ภาพรวมของระบบนะคะ อย่างเช่นตัวนี้

186
00:15:47,721 --> 00:15:51,721
ก็คืออาจถึงขั้นเขียนไม่ได้เลย อาจต้องซื้อใหม่

187
00:15:59,213 --> 00:16:03,213
ใช่ไหมคะ นั่นคือความสัมพันธ์แต่ละส่วน ในแต่ละระบบนะคะ โทรศัพท์มือถือ นักเรียนคุ้นเคยมากเลย นักเรียน

188
00:16:06,131 --> 00:16:10,131
เคยแกะดูไหมว่า

189
00:16:14,619 --> 00:16:15,544
มันมีอะไรบ้างคะ นักเรียนอาจเคยเห็นนะ หนูรู้ค่ะ มี

190
00:16:15,544 --> 00:16:18,206
แบตเตอรี่ค่ะ เป็นแหล่งให้พลังงานค่ะ เป็น

191
00:16:18,206 --> 00:16:19,409
ส่วนที่ชอบมักจะเป็นปัญหานะ แบตเตอรี่

192
00:16:19,409 --> 00:16:23,409
นะคะ นักเรียน ก็จะมีอะไรคะ มี

193
00:16:27,592 --> 00:16:29,377
ระบบเสียงค่ะ ควบคุมไมโครโฟน ควบคุม

194
00:16:29,377 --> 00:16:33,377
ลำโพงนะคะ มีชุดกล้องค่ะ นักเรียนชอบถ่ายรูปนะ

195
00:16:34,283 --> 00:16:37,898
เอาไว้สำหรับบันทึกภาพถ่าย วิดีโอก็ได้นะ

196
00:16:37,898 --> 00:16:41,898
หน้าจอนะคะ แสดงผล เราสามารถ

197
00:16:44,104 --> 00:16:48,104
รับส่งข้อมูลโดยการพิมพ์สัมผัส ระบบพิมพ์สัมผัส

198
00:16:50,359 --> 00:16:54,359
ะคะ ถ้าพิจารณาไปที่ภายใน แน่นอนโทรศัพท์ก็ต้องมีแผงวงจรใช่ไหมคะ แผงวงจร

199
00:16:58,739 --> 00:17:01,562
ประกอบด้วย หน่วยประมวลผลต่าง ๆ นะคะ ประกอบด้วยหน่วยประมวลผลต่าง ๆ นะคะ

200
00:17:01,562 --> 00:17:04,175
มีหน่วยประมวลผล มีหน่วยความจำ มีหน่วยควบคุม

201
00:17:04,175 --> 00:17:06,922
หน้าจอสัมผัสด้วยนะคะ อันนี้เป็นการยกตัวอย่าง ว่า

202
00:17:06,922 --> 00:17:10,219
ระบบโทรศัพท์มือถือ ข้างในของมันก็มีส่วนต่าง ๆ มากมาย

203
00:17:10,219 --> 00:17:14,121
ใช่ไหมคะ เป็นอย่างไรบ้างคะ

204
00:17:14,121 --> 00:17:14,751
สำหรับการวิเคราะห์ระบบ

205
00:17:14,751 --> 00:17:18,751
นะคะ ทั้งทางธรรมชาติและสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น

206
00:17:21,911 --> 00:17:25,911
อาจจะมีหลาย ๆ ระบบกว่านี้ค่ะ อันนี้ครูก็ยกตัวอย่างมา

207
00:17:27,020 --> 00:17:31,020
เล็กน้อยนะคะ ถ้านักเรียนสนใจเพิ่มเติมนะคะ

208
00:17:34,730 --> 00:17:37,548
เรื่องการหายใจของมนุษย์เป็นอย่างไร นักเรียนสามารถไปค้นได้ ลิงก์

209
00:17:37,548 --> 00:17:40,178
ที่ครูแนบไว้ตรงนี้นะคะ เพราะฉะนั้น ในวันนี้นะคะ ครูก็ขอชื่นชมนักเรียนที่

210
00:17:40,178 --> 00:17:44,178
เรียนจนถึงสุดท้ายเลย สำหรับหัวข้อนี้ ก็

211
00:17:48,950 --> 00:17:52,950
หวังว่านักเรียนจะมีความเข้าใจ สามารถนำความรู้

212
00:17:55,253 --> 00:17:56,965
เกี่ยวกับระบบตัวนี้ไปใช้ในหัวข้อต่อไปได้นะคะ พบกันใหม่ในหัวข้อต่อไปนะคะ สวัสดีค่ะ

213
00:17:56,965 --> 00:18:00,965
[เสียงดนตรี]

