﻿1
00:00:42,987 --> 00:00:43,498
(ดร.พิมพร) สวัสดีค่ะนักเรียนคะ พบกับครูอ้อม

2
00:00:43,498 --> 00:00:44,406
อีกเช่นเคยนะคะ ในวิชาเทคโนโลยีการออกแบบและ

3
00:00:44,406 --> 00:00:48,406
เทคโนโลยีค่ะ ในวิชานี้นะคะ ประกอบด้วย 7 บท

4
00:00:52,607 --> 00:00:55,830
ซึ่ง 3 บทเรียนนั้น เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีน่ารู้

5
00:00:55,830 --> 00:00:59,223
นะคะ ในวันนี้ก็ยังคงอยู่ที่ใน

6
00:00:59,223 --> 00:01:00,742
บทที่ 1 อยู่นะคะ ซึ่งเป็นหัวข้อที่ 2 นะคะ

7
00:01:00,742 --> 00:01:04,742
วันนี้เราจะได้เรียนในระบบเทคโนโลยีและ

8
00:01:09,191 --> 00:01:13,191
เทคโนโลยีที่ซับซ้อน ก่อนอื่นครูอ้อมแจงจุดประสงค์ในการเรียนรู้ของหัวข้อนี้ก่อนนะคะ

9
00:01:19,007 --> 00:01:22,326
ครูคาดหวังว่านักเรียนจะสามารถวิเคราะห์ระบบทางเทคโนโลยีได้นะคะ นอกจากนี้อยากให้นักเรียนได้วิเคราะห์

10
00:01:22,326 --> 00:01:23,590
ระบบทางเทคโนโลยีที่ซับซ้อน และระบบย่อย

11
00:01:23,590 --> 00:01:27,590
ของระบบทางเทคโนโลยีที่ซับซ้อนนี้ได้

12
00:01:32,214 --> 00:01:36,214
สามารถอธิบายความสัมพันธ์ของระบบย่อยในระบบทางเทคโนโลยีที่ซับซ้อนได้ อยากให้นักเรียนตั้งใจ

13
00:01:40,808 --> 00:01:44,808
เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์นี้นะคะ ก่อนหน้านี้นะคะ เราเรียนเรื่องระบบคืออะไร

14
00:01:45,689 --> 00:01:47,246
ใช่ไหมคะ และเราก็ทราบว่าระบบนั้น มีทั้งระบบ

15
00:01:47,246 --> 00:01:51,246
ทางธรรมชาติ และระบบที่มนุษย์สร้างขึ้น แล้วระบบ

16
00:01:56,793 --> 00:01:57,577
ทางเทคโนโลยีล่ะคะ ระบบทางเทคโนโลยีก็

17
00:01:57,577 --> 00:02:01,577
เป็นระบบที่มนุษย์สร้างขึ้น

18
00:02:03,416 --> 00:02:07,416
หมายถึง กลุ่มของส่วนต่าง ๆ ตั้งแต่ 2 ส่วนขึ้นไปประกอบเข้าด้วยกันนนะคะ แล้วก็ทำงานร่วมกัน ให้บรรลุวัตถุ

19
00:02:15,024 --> 00:02:19,024
ประสงค์นะคะ ซึ่งระบบที่มนุษย์สร้างขึ้นตรงนี้ ก็เพื่ออำนวยความสะดวก หรือแก้ให้มนุษย์

20
00:02:21,126 --> 00:02:25,126
นั่นเองนะคะ เราเห็นในชีวิตประจำวันเรานี่นะคะ เห็นมากมายเลยนะคะ ทางเทคโนโลยี ก็อย่างเช่น ระบบทา

21
00:02:28,068 --> 00:02:28,828
งคมนาคมขนส่ง ระบบการผลิตในอุตสาหกรรมต่าง ๆ

22
00:02:28,828 --> 00:02:32,678
นะคะ หรือระบบรีไซเคิลขยะ เป็นต้น

23
00:02:32,678 --> 00:02:35,151
นะคะ เมื่อทราบระบบทางเทคโนโลยีนี้แล้ว

24
00:02:35,151 --> 00:02:39,151
นักเรียนจำแผนภาพนี้ได้หรือเปล่า

25
00:02:42,948 --> 00:02:44,442
คือ องค์ประกอบของระบบทางเทคโนโลยีค่ะ มี

26
00:02:44,442 --> 00:02:48,442
อะไรบ้าง อันนี้เป็นระบบทางเทคโนโลยี

27
00:02:53,576 --> 00:02:57,576
ที่เราเคยเรียนมาช่วงชั้น ม.ต้น นะคะ ส่วนแรกค่ะ ตัวป้อน หรือ Input

28
00:03:01,948 --> 00:03:05,948
ส่วนที่ 2 นะคะ ก็คือกระบวนการนะคะ

29
00:03:10,372 --> 00:03:14,372
output ในระบบเทคโนโลยีบางระบบนั้น มีข้อมูลย้อนกลับ หรือ Feedback ได้ด้วย

30
00:03:15,109 --> 00:03:16,241
นักเรียนน่าจะพอจำได้นะคะ สำหรับองค์ประกอบทาง

31
00:03:16,241 --> 00:03:17,460
เทคโนโลยีนะคะ

32
00:03:17,460 --> 00:03:21,460
ขอทบทวนกันหน่อย ว่าแต่ละส่วนนั้นคืออะไรบ้างนะคะ

33
00:03:22,724 --> 00:03:26,724
เนื้อหาอาจจะบังนิดหนึ่ง

34
00:03:30,686 --> 00:03:34,686
ครูเอาตัวเองออกจากเนื้อหาแล้วนะคะ ตัวป้อนค่ะ ตัวป้อน

35
00:03:35,315 --> 00:03:38,260
หรือ input นะคะ ส่วนสีเขียวนี้นะคะ

36
00:03:38,260 --> 00:03:40,159
ก็คือสิ่งที่ป้อนเข้าสู่ระบบนะคะ ซึ่งอาจมี

37
00:03:40,159 --> 00:03:44,159
ได้มากกว่า 1 อย่างนะคะ เมื่อมีตัวป้อนแล้ว ก็ส่งไป

38
00:03:48,590 --> 00:03:51,105
กระบวนการนะคะ กระบวนการก็คือกิจกรรม หรือการดำเนิน

39
00:03:51,105 --> 00:03:54,372
การที่นำมา นำตัวป้อนนั้นเข้ามา

40
00:03:54,372 --> 00:03:57,213
ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเป็นผลผลิตตามวัตถุประสงค์นี้

41
00:03:57,213 --> 00:04:01,213
นะคะ กระบวนการในระบบหนึ่งนั้นน่ะ อาจจะมีมากกว่า 1

42
00:04:05,549 --> 00:04:09,549
กระบวนการก็ได้นะคะ จากนั้นก็จะเป็นส่วนของผลผลิต หรือ output ที่

43
00:04:11,139 --> 00:04:15,139
ทำงานร่วมกับตัว... ทำงานร่วมกันของตัวป้อน และกระบวนการของระบบนะคะ ผลผลิตนี้

44
00:04:17,204 --> 00:04:21,204
ยังอาจหมายถึง ส่วนที่ได้จากกระบวนการที่เราไม่ต้องการหรือต้องการก็ได้

45
00:04:26,004 --> 00:04:30,004
เช่น พวกของเสีย หรือเศษวัสดุ ก็ถือได้ว่าเป็นผลผลิต

46
00:04:30,820 --> 00:04:34,820
ได้ด้วยเหมือนกันนะคะ ในบางระบบนั้น อาจจะมี

47
00:04:35,273 --> 00:04:38,131
ส่วนที่เรียกว่า "ข้อมูลย้อนกลับ" หรือ Feedback ใช่ไหมคะ

48
00:04:38,131 --> 00:04:42,131
นั่นก็คือ ควบคุมของตัว

49
00:04:43,716 --> 00:04:44,550
ป้อนกลับ ให้ระบบทำงานได้ตามวัตถุประสงค์ ซึ่ง

50
00:04:44,550 --> 00:04:48,550
อาจมีหรือไม่มีก็ได้นะคะ เมื่อเราทราบองค์ประกอบ

51
00:04:52,933 --> 00:04:53,123
ทางเทคโนโลยีแล้วนะคะ ครูอยากให้นักเรียนมา

52
00:04:53,123 --> 00:04:57,123
ช่วยกันนะคะ วิเคราะห์ระบบทาง

53
00:04:58,085 --> 00:05:00,937
เทคโนโลยีของหม้อหุงข้าวนะคะ หม้อหุงข้าว

54
00:05:00,937 --> 00:05:04,937
มีตัวป้อนอะไรบ้าง มีอะไรเป็นกระบวนการ

55
00:05:05,235 --> 00:05:09,235
มีผลผลิตเป็นอย่างไรนะคะ และมีข้อมูลย้อน

56
00:05:09,243 --> 00:05:13,243
กลับหรือไม่ นักเรียนลอง

57
00:05:14,646 --> 00:05:16,953
พิจารณานะคะ ว่าจะวิเคราะห์ระบบทางเทคโนโลยีของหม้อหุงข้าว

58
00:05:16,953 --> 00:05:18,649
ได้อย่างไร

59
00:05:18,649 --> 00:05:22,649
ก่อนอื่นนะคะนักเรียน ในการที่เราจะวิเคราะห์ระบบทาง

60
00:05:23,667 --> 00:05:27,667
เทคโนโลยีได้ เราต้องรู้ส่วนประกอบ หรือ

61
00:05:30,357 --> 00:05:30,382
โครงสร้างของเทคโนโลยีนั้น ๆ ก่อนนะคะ

62
00:05:30,382 --> 00:05:34,382
ในที่นี้คือหม้อหุงข้าว เรามาดูโครงสร้าง หรือส่วนประกอบ

63
00:05:42,963 --> 00:05:46,083
ของเขานั้นคืออะไร จากในรูปนะคะนักเรียน เห็นแผ่นความร้อน ซึ่งอยู่ใต้ความร้อน

64
00:05:46,083 --> 00:05:50,083
ของหม้อหุงข้าวนะคะ มีสวิตช์ที่เราใช้กดเปิด-ปิด

65
00:05:50,321 --> 00:05:54,321
ใช่ไหมคะ แล้วก็มีภายในนั้นมีแม่เหล็ก

66
00:05:54,804 --> 00:05:58,804
และขดลวดสปริงนี่ คือส่วนประกอบหลัก ๆ ของหม้อหุงข้าว

67
00:06:01,156 --> 00:06:05,156
นะคะ ตัวเครื่อง สวิตช์ แผ่นความร้อน

68
00:06:06,085 --> 00:06:06,549
แม่เหล็ก และขดลวดสปริง 4 ส่วนนี้ทำงานสัมพันธ์

69
00:06:06,549 --> 00:06:10,549
กันแน่นอนเลย เพราะเขาก็เปนส่วนประกอบ หรือระบบใน

70
00:06:12,470 --> 00:06:13,260
ของหม้อหุงข้าว เมื่อเราทราบส่วนประกอบแล้ว

71
00:06:13,260 --> 00:06:17,260
เราก็ต้องทราบหลักการทำงานของหม้อหุงข้าว

72
00:06:17,762 --> 00:06:20,796
ครูขยายนะคะ จากภาพเล็กกลายมาเป็นภาพใหญ่

73
00:06:20,796 --> 00:06:24,796
นะคะ นักเรียนจะเห็นส่วนของสวิตช์ ส่วนของสัมผัส

74
00:06:29,460 --> 00:06:33,307
ส่วนของขดลวดสปริง มีแม่เหล็กเฟอร์โร

75
00:06:33,307 --> 00:06:37,307
นะคะ ซึ่งอยู่ในแผ่นความร้อนที่

76
00:06:37,670 --> 00:06:38,768
อยู่ใต้ตัวเครื่องของหม้อหุงข้าวนะคะ การทำงานเริ่มต้น

77
00:06:38,768 --> 00:06:42,768
ที่ไหน เริ่มต้นที่ เมื่อเรากดสวิตช์ค่ะนักเรียน

78
00:06:46,571 --> 00:06:47,547
กดสวิตช์ลงมานะคะ จุดที่ 2 ที่อยู่ในจุด

79
00:06:47,547 --> 00:06:51,187
สัมผัสที่นักเรียนสังเกตเห็นนะคะ

80
00:06:51,187 --> 00:06:51,333
เชื่อมกันได้ เมื่อเชื่อมกันได้แล้วนะคะ ก็ทำให้

81
00:06:51,333 --> 00:06:55,333
ขดลวดสปริงตรงนี้หดตัว เมื่อหดตัว

82
00:07:00,306 --> 00:07:04,306
นะคะ ก็ทำให้แม่หลักถาวร กับแม่เหล็กเฟอร์โร

83
00:07:04,534 --> 00:07:08,534
นี่ มีแรงดึงดูดกันและกันจะ

84
00:07:10,355 --> 00:07:12,664
เกิดแรงแม่เหล็กนะคะ  เมื่อเกิดแรงแม่เหล็กแล้ว สัมผัสกันแล้ว

85
00:07:12,664 --> 00:07:16,576
นะคะ ก็ทำให้เกิดกระแสไฟฟ้าไหลเข้าสู่

86
00:07:16,576 --> 00:07:20,576
ความร้อนนะคะ ก็เลยทำให้หม้อหุงข้าว ทำให้น้ำในหม้อหุงข้าวนั้นเดือดได้

87
00:07:23,474 --> 00:07:27,028
ผ่านไปสักระยะ 1 นะคะ น้ำเดือด อุณหภูมิสูง อุณหภูมิสูงแล้ว

88
00:07:27,028 --> 00:07:31,028
มีน้ำภายในหม้อนั้นห้องนะคะ เมื่อ

89
00:07:32,464 --> 00:07:36,464
ภายในนั้นแห้ง แล้วมีอุณหภูมิสูงมาก แม่เหล็กเฟอร์โร

90
00:07:38,541 --> 00:07:41,994
จะมีแรงแม่เหล็กน้อยลง เมื่อมีแรงแม่เหล็กน้อยลง แรงระหว่างแม่เหล็กทั้ง 2 ก็มีค่า

91
00:07:41,994 --> 00:07:45,994
น้อย น้อยกว่าแรงดันของขดลวดสปริงตรงนี้

92
00:07:48,511 --> 00:07:52,511
ซึ่งแต่ก่อนหน้านี้นั้นเขาหดตัวอยู่

93
00:07:52,596 --> 00:07:56,596
แรงแม่เหล็กน้อยลง ขดลวดสปริงก็จะมีแรงน้อยลง

94
00:07:58,678 --> 00:08:02,678
ทำให้ขดลวดสปริงนั้นดันกลับนะคะ เมื่อดันกลับก็ทำให้จุดสัมผัสนี้ ดันกลับไปด้วย

95
00:08:05,755 --> 00:08:07,816
นะคะ พอดันกลับไปเท่านั้นแหละนะคะ ทำให้ไม่สามารถเชื่อมกันได้นะคะ นั่นคือ

96
00:08:07,816 --> 00:08:11,816
กระแสไฟฟ้าก็ไม่สามารถเข้าสู่แผ่นความร้อน

97
00:08:13,691 --> 00:08:16,562
ได้นะคะ บททบทวนนะคะ เมื่อ

98
00:08:16,562 --> 00:08:20,562
กดสวิตช์ไฟฟ้าก็ให้ความร้อน ไฟฟ้าให้ความร้อน

99
00:08:21,764 --> 00:08:25,764
ผ่านจุดสัมผัส สปริงหดตัว แม่เห

100
00:08:31,163 --> 00:08:35,063
ล็กถาวรก็เลยติดกับแม่เหล็กเฟอร์โร จากนั้นแกนสวิตช์ก็ติดกับก้นหม้อ

101
00:08:35,063 --> 00:08:38,093
ได้นะคะ น้ำจึงเดือดแล้วอุณหภูมิสูงขึ้นจนน้ำ

102
00:08:38,093 --> 00:08:40,673
แห้งนะคะ ขดลวดสปริงจึงหดตัว

103
00:08:40,673 --> 00:08:44,673
จุดสัมผัสแยกจากการ แล้วก็ไม่มีกระแสไฟฟ้าผ่านหม้อหุงข้าว

104
00:08:47,661 --> 00:08:48,127
นะคะ ถ้าเราทราบหลักการแล้ว

105
00:08:48,127 --> 00:08:52,127
สรุปเป็นตัวป้อนและผลผลิตได้หรือไม่

106
00:08:54,893 --> 00:08:58,893
เมื่อกี้นะคะ ตัวป้อน

107
00:09:00,644 --> 00:09:01,261
คืออะไรคะ ก็ต้องเป็นพลังงานไฟฟ้าใช่ไหมคะ ต้องมี

108
00:09:01,261 --> 00:09:05,261
ข้าว ต้องมีน้ำใช่ไหมคะ นั่นคือตัวป้อน

109
00:09:10,739 --> 00:09:14,099
นะคะ กระบวนการก็เป็นกระบวนการเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้า เป็นความร้อนนั่นเอง จนทำให้น้ำ

110
00:09:14,099 --> 00:09:16,522
เดือดได้นะคะ ผลผลิตที่เราต้องการล่ะ

111
00:09:16,522 --> 00:09:20,522
นะคะ ผลผลิตนั่น ก็คือข้าวที่สุกเรียบร้อยแล้ว

112
00:09:23,465 --> 00:09:27,465
ในระบบนี้มีข้อมูลย้อนกลับใช่ไหมคะ ข้อมูลย้อนกลับนั้น ก็คือ

113
00:09:29,841 --> 00:09:31,597
ระบบตัดไฟทำงานเมื่อน้ำแห้งนั่นเองนะคะ

114
00:09:31,597 --> 00:09:35,597
นี่คือการวิเคราะห์ระบบทางเทคโนโลยี

115
00:09:38,066 --> 00:09:42,066
จะสังเกตว่ามีตัวป้อนกระบวนการผลผลิต และข้อมูลย้อนกลับ

116
00:09:46,018 --> 00:09:46,050
ครบทั้ง 4 ส่วนเลย แต่นักเรียนทราบ

117
00:09:46,050 --> 00:09:47,567
ไหม ว่าระบบทางเทคโนโลยีบางระบบ

118
00:09:47,567 --> 00:09:51,535
นั้น ไม่ได้มีแค่กระบวนการ

119
00:09:51,535 --> 00:09:55,535
เพียงกระบวนการเดียวนะคะ บางทีนั้นมีส่วนประกอบ

120
00:09:56,557 --> 00:10:00,557
ที่ซับซ้อนกว่านั้น ซึ่งในส่วนนี้

121
00:10:00,944 --> 00:10:02,590
เราเรียกว่า "ระบบทางเทคโนโลยีที่ซับซ้อน"

122
00:10:02,590 --> 00:10:06,590
นะคะ ระบบทางเทคโนโลยีที่ซับซ้อน ก็คือเทคโนโลยี

123
00:10:13,723 --> 00:10:13,791
ที่ประกอบด้วยระบบย่อยตั้งแต่ 2 ระบบขึ้นไปค่ะ

124
00:10:13,791 --> 00:10:17,791
เขาก็ทำงานร่วมกัน ก็เพื่อให้ทำงาน

125
00:10:18,145 --> 00:10:21,218
ได้ตามวัตถุประสงค์ อย่างเช่นในรูปนี้นะคะ ก็จะเป็นรูป

126
00:10:21,218 --> 00:10:25,218
แบบของระบบการทำงานของเครื่องดูดฝุ่นอัตโนมัติ

127
00:10:26,438 --> 00:10:30,438
เครื่องดูดฝุ่นอัตโนมัติ

128
00:10:33,164 --> 00:10:37,164
ทั้งมีระบบให้พลังงาน ระบบขับเคลื่อน

129
00:10:37,610 --> 00:10:41,610
ระบบตรวจจับทิศทางนะคะ ระบบการดูดฝุ่นนะคะ ซึ่งหลาย ๆ ระบบย่อยนี้ ต้องทำงานด้วยกัน

130
00:10:44,784 --> 00:10:48,089
นะคะ จึงถือว่าเป็นระบบทางเทคโนโลยีที่ซับซ้อน

131
00:10:48,089 --> 00:10:51,696
นั้นเองนะคะ เราจะวิเคราะห์

132
00:10:51,696 --> 00:10:54,398
อย่างไรล่ะ ถ้าเป็นระบบทางเทคโนโลยีที่ซับซ้อน ครูจะโชว์

133
00:10:54,398 --> 00:10:58,398
แผนผังตัวนี้ให้นักเรียนดู เพื่อให้นักเรียนสังเกตว่า

134
00:11:01,949 --> 00:11:05,871
เทคโนโลยีที่ซับซ้อนนั้นบางระบบนะคะ ระบบย่อยของเขานี่ อยู่ใน

135
00:11:05,871 --> 00:11:07,158
ส่วนกระบวนการนะคะ นักเรียนจะสังเกตว่า

136
00:11:07,158 --> 00:11:11,158
เมื่อมีตัวป้อนนะคะ ตัวป้อนก็ถูกแยกย่อยออกมา

137
00:11:15,499 --> 00:11:19,499
เป็นระบบย่อยภายในส่วนกระบวนการ มีตัวป้อน กระบวน

138
00:11:20,974 --> 00:11:24,974
การ มีผลผลิต 1 ระบบแล้วก็ยังมีระบบย่อยระบบที่ 2 เป็นตัวป้อนกระบวนการ

139
00:11:27,457 --> 00:11:31,457
ผลผลิตอีกครั้งนะคะ จากในรูปนักเรียนคิดว่า

140
00:11:32,142 --> 00:11:36,142
มีระบบย่อยกี่ระบบคะ 1 2 3 นะคะ จากแผนผังนี้

141
00:11:37,330 --> 00:11:41,283
มีระบบย่อยอยู่ 3 ระบบนะคะ ซึ่งอยู่ภายในระบบ

142
00:11:41,283 --> 00:11:45,283
หลัก ก็คือตัวป้อน กระบวนการ แล้วก็ผลผลิต

143
00:11:48,481 --> 00:11:52,481
สามารถเขียนรูปแบบการวิเคราะห์แบบนี้ได้ด้วยนะคะ แต่บางระบบนั้น อาจจะ

144
00:11:57,841 --> 00:12:00,675
เป็นรูปแบบนี้ก็ได้ค่ะ นักเรียน นักเรียนเห็นตัวใหญ่ ๆ นะ ตัวป้อน

145
00:12:00,675 --> 00:12:03,001
ก็ตัวใหญ่ ๆ นะคะ ผลผลิตหลักนี้นะคะ ก็คือตัวใหญ่ ๆ

146
00:12:03,001 --> 00:12:07,001
ในระหว่างทางระหว่างตัวป้อนถึงผลผลิตหลักนั้น

147
00:12:08,319 --> 00:12:12,319
ประกอบไปด้วยระบบย่อยค่ะ อาจจะเป็นระบบตัว

148
00:12:14,400 --> 00:12:18,400
ที่ 1 แล้วก็ได้ผลผลิตออกมา แล้วผลผลิตในขั้นที่ 1 นี่แหละ จะกลายเป็นตัวป้อน

149
00:12:20,999 --> 00:12:24,999
กระบวนการที่ 2 ก็เป็นได้นะคะ แบบนี้ก็ได้เหมือนกัน กระบวนการที่

150
00:12:31,251 --> 00:12:35,251
ใช้ผลผลิตจากกระบวนการที่ 1 นะคะ กระบวนการที่ 2 ก็ทำให้เกิดผลผลิตที่ 2  แล้วจึงเกิด

151
00:12:35,314 --> 00:12:36,848
เป็นผลผลิตหลักทางเทคโนโลยีที่ซับซ้อนตัวนั้น

152
00:12:36,848 --> 00:12:40,848
นะคะ ซึ่งข้อมูลย้อนกลับนั้น

153
00:12:43,954 --> 00:12:46,353
ก็อาจจะเกิดขึ้นได้ทั้งอยู่ในระบบย่อยหรือทั้งหมด

154
00:12:46,353 --> 00:12:50,353
ก็ได้เหมือนกันนะคะ เราทราบรูปแบบการวิเคราห์แล้ว

155
00:12:55,154 --> 00:12:58,704
การวิเคราะห์แล้วครูมีตัวอย่างให้นักเรียนนะคะ ครูมีตัวอย่างให้นักเรียน คือ

156
00:12:58,704 --> 00:13:02,704
ระบบเครื่องปรับอากาศนะคะ นักเรียนหลายคนคุ้นเคยกับเครื่องปรับอากาศ นักเรีนยรู้ไหมว่า

157
00:13:08,863 --> 00:13:09,945
เครื่องปรับอากาศนั้นมีส่วนประกอบอะไรบ้าง และมีหลักการทำงานอย่างไร

158
00:13:09,945 --> 00:13:13,945
มีระบบย่อยคืออะไรบ้าง เรามาเรียนรู้

159
00:13:15,247 --> 00:13:19,247
กันนะคะ จากในรูปนะคะ จากในรูปนักเรียนจะเห็นว่า

160
00:13:22,984 --> 00:13:26,984
ระบบเครื่องปรับอากาศ นั้นสามารถวิเคราะห์ได้เป็นภาพรวม

161
00:13:30,753 --> 00:13:32,261
สามารถวิเคราะห์เป็นภาพรวม เอาเป็นระบบรวม ๆ ก่อนนะคะ ระบบ

162
00:13:32,261 --> 00:13:36,261
หลักก็จะมีตัวป้อน กระบวนการ

163
00:13:39,920 --> 00:13:43,920
ผลผลิตและข้อมูลย้อนกลับนะคะ ซึ่งตัวป้อนก็คืออากาศภายในห้อง

164
00:13:45,535 --> 00:13:49,535
ก็คือการทำงานของเครื่อง เพื่อปรับอุณหภูมิของห้องให้ลดลง

165
00:13:50,285 --> 00:13:54,285
และผลผลิต ก็คืออากาศที่มีอุณหภูมิลดลง

166
00:13:57,031 --> 00:13:58,987
ส่วนข้อมูลย้อนกลับก็เป็นอุณหภูมิห้อง ใช่ไหมคะ

167
00:13:58,987 --> 00:14:02,987
เมื่ออุณหภูมิเป็นไปตามต้องการ อุณหภูมิ

168
00:14:07,265 --> 00:14:11,265
อีกครั้งนะคะ แต่นักเรียนสังเกตหรือไม่ ว่าถ้าวิเคราะห์จริง ๆ แล้ว ในส่วนของกระบวนการที่

169
00:14:14,697 --> 00:14:18,697
ทำให้อุณหภูมิลดลงตรงนี้ มีระบบย่อยอื่น ๆ อีกนะคะ สามารถแจกแจงได้

170
00:14:21,648 --> 00:14:25,648
เราลองไปดูค่ะ ว่าเขามีหน้าที่อะไรบ้างนะคะ ระบบย่อยนั้น ๆ มีหน้าที่อะไรบ้าง

171
00:14:26,549 --> 00:14:29,521
ระบบย่อยของเครื่องปรับอากาศค่ะ อาจจะมีระบบ

172
00:14:29,521 --> 00:14:31,999
ตัวนี้นะคะ มี 4 ระบบด้วยกัน

173
00:14:31,999 --> 00:14:35,999
เริ่มต้นที่ระบบคอยล์เย็น ระบบ

174
00:14:36,656 --> 00:14:40,656
อัดความดัน และระบบคอยล์ร้อน

175
00:14:46,558 --> 00:14:50,558
ระบบลดความดันนะคะ ทุกระบบนี้จะรวมกันกลายเป็นการทำงานของเครื่องปรับอากาศ ที่ทำงานซับซ้อน

176
00:14:54,064 --> 00:14:58,064
เพราะว่าในแต่ละระบบนี่นะคะ ก็จะมี Input, Process Output

177
00:15:01,557 --> 00:15:05,557
ทุก ๆ ระบบเลยนะคะ นี่คือการวิเคราะห์ระบบย่อย แต่ระบบย่อยนี้สัมพันธ์กันอย่างไร

178
00:15:10,480 --> 00:15:14,480
พอพูดถึงความสัมพันธ์นักเรียนจะต้องโยงให้ได้ว่าอันไหนมาก่อน อันไหนมาหลัง ระบบใด

179
00:15:16,720 --> 00:15:20,720
ทำงานก่อน ระบบใดทำงานที่หลัง ต่อไปเป็นการเขียนความสัมพันธ์ของระบบย่อยทั้ง 4 อันนี้นนะ

180
00:15:27,315 --> 00:15:31,315
เริ่มต้นที่ความสัมพันธ์ การทำงานของเครื่องปรับอากาศ มันเริ่มที่เมื่ออากาศไหลเข้าสู่...

181
00:15:32,793 --> 00:15:36,793
ผ่านเข้าสู่ตัวเครื่องนะคะ มันจะเข้าสู่

182
00:15:39,892 --> 00:15:42,492
ระบบคอยล์เย็นค่ะ ระบบคอยล์เย็นนี่ ตัว Input

183
00:15:42,492 --> 00:15:46,492
ก็คือสารทำความเย็นที่มีอุณห

184
00:15:50,997 --> 00:15:54,915
ภูมสารทำความเย็นภายในตัวเครื่องนะคะ ภายในคอยล์

185
00:15:54,915 --> 00:15:57,757
ต่ำค่ะ และมีสถานะเป็นแก๊ส

186
00:15:57,757 --> 00:16:01,757
ของคอยล์เย็น ก็คือการดูดความร้อนของสารทำความเย็นนี่แหละ

187
00:16:02,258 --> 00:16:06,258
จากอากาศภายในห้อง จากอากาศร้อน ๆ อยู่

188
00:16:06,509 --> 00:16:10,509
สารทำความเย็น สารทำความเย็นตัวนี้จะดูดความร้อนจากอากาศ

189
00:16:11,170 --> 00:16:11,694
นะคะ เพราะฉะนั้น output ก็คือ

190
00:16:11,694 --> 00:16:15,694
อุณหภูมิสูงขึ้นนะคะ คือส่วนนี้นะคะ ทำความเย็นมีอุณหภูมิสูงขึ้น

191
00:16:18,996 --> 00:16:19,769
แล้วไปไหนคะ สารทำความเย็นนี้ไปไหน

192
00:16:19,769 --> 00:16:23,769
ดูดความร้อนจากอากาศ ทำให้ตัวเอง

193
00:16:25,870 --> 00:16:28,297
มีอุณหภูมิสูงขึ้น และยังอยู่ในสถานะแก๊สอยู่

194
00:16:28,297 --> 00:16:32,297
ไปไหนต่อสารทำความเย็นตัวนี้ ถูก

195
00:16:35,012 --> 00:16:39,012
ส่งต่อไปที่ระบบอัดความดันค่ะ แน่นอนนะคะ ระบบคอยล์เย็น

196
00:16:42,272 --> 00:16:46,272
ของระบบอัดความดันนะคะ พอไปที่ระบบอัดความดัน สารทำความเย็นตัวนี้ โดนเพิ่ม

197
00:16:52,587 --> 00:16:56,587
ความดันขึ้นสูง ๆ ๆ สูง นะคะ ทำให้สารทำความเย็นตัวนี้ เปลี่ยนเป็นของเหลว

198
00:16:58,735 --> 00:16:59,288
แต่อุณหภูมิยังสูงอยู่นะคะ ผลผลิต

199
00:16:59,288 --> 00:17:03,288
ที่ได้จากระบอัดความดัน ก็เลยเพิ่ม

200
00:17:09,632 --> 00:17:13,632
ที่อยู่ในสถานะของเหลว มีความดัน

201
00:17:14,365 --> 00:17:16,047
และความดันสูงนะคะ  นักเรียนทันนะคะ ตอนนี้สารทำความเย็นเปลี่ยนสถานะแล้วนะคะ

202
00:17:16,047 --> 00:17:20,047
ออกจากระบบอัดความดันแล้ว ก็เลยอยู่ในสถานะของเหลว

203
00:17:25,741 --> 00:17:29,741
เป็นของเหลวแล้วยังมีอุณหภูมิสูงอยู่ เขาส่งผล

204
00:17:33,534 --> 00:17:37,534
ไปที่ระบบคอยล์ร้อน ระบบคอยล์ร้อนนี้ อยู่ภายนอกอาคาร

205
00:17:40,533 --> 00:17:44,427
นะคะ อยู่ภายนอกห้องนะคะ สารทำความเย็นตัวนี้ จะถูกผ่านเข้าไประบบคอยล์ร้อน โดย

206
00:17:44,427 --> 00:17:47,379
ถ่ายเทความร้อนให้อากาศนะคะ

207
00:17:47,379 --> 00:17:51,379
ให้อากาศภายนอก เมื่อเขาถ่ายเทความร้อนไปนั้น แปลว่า

208
00:17:55,493 --> 00:17:59,493
ตัวเขานั้นอุณหภูมิลดลงค่ะ ได้สารทำความเย็นที่อุณหภูมิลดลงแล้ว แต่ยังอยู่ใน

209
00:18:03,487 --> 00:18:07,487
ของเหลวอยู่นะคะ ความดันก็ยังสูงอยู่ เมื่อมีการส่งผ่า

210
00:18:15,374 --> 00:18:19,374
นมาที่ระบบลดความดันนะคะ สารทำความเย็นก็ถูกลดความเย็นลง

211
00:18:20,110 --> 00:18:24,110
ถูกเปลี่ยนเป็นสถานะแก๊สนะคะ เป็นสถานะแก๊สที่มีอุณหภูมิลดลง แล้ว

212
00:18:29,932 --> 00:18:33,932
ผ่านเข้ามาถึงระบบคอยล์เย็นอีกเช่นเคย เพราะฉะนั้น การทำงานก็จะสัมพันธ์กัน

213
00:18:36,928 --> 00:18:40,928
ไปตามวงจรลูกศรที่ครูอธิบายนะคะ ระบบคอยล์เย็น อัดความดัน คอยล์ร้อน

214
00:18:42,156 --> 00:18:42,941
แล้วก็ระบบลดความดัน นี่คือการทำงานที่...

215
00:18:42,941 --> 00:18:46,941
ของระบบย่อยในเครื่องปรับอากาศ

216
00:18:50,140 --> 00:18:54,140
แต่ละช่วงแต่ละช่วงก็จะมี Input, Process, Output

217
00:18:55,977 --> 00:18:59,977
เราเห็นแล้วว่าเครื่องปรับอากาศนั้น มีระบบย่อย

218
00:19:00,983 --> 00:19:04,983
หลายระบบเลย แล้วตัวอื่นล่ะคะ นักเรียนเห็นรูปแล้ว นักเรียนผู้ชายอาจจะ

219
00:19:07,484 --> 00:19:09,119
ถนัดมากเลยนะคะ นักเรียนผู้ชายอาจจะถนัดมากเลย

220
00:19:09,119 --> 00:19:13,119
รถจักรยานยนต์ มีระบบ

221
00:19:16,051 --> 00:19:17,755
ย่อยอะไรบ้างคะนักเรียน มีระบบย่อยอะไรบ้าง

222
00:19:17,755 --> 00:19:21,755
ครูยังไม่ให้นักเรียนคิดตอนนี้นะคะ ครูขอฝากเป็นกิจกรรม

223
00:19:26,669 --> 00:19:30,669
คิดวิเคราะห์ระบบย่อยของเทคโนโลยีนะคะ

224
00:19:34,028 --> 00:19:38,028
แน่นอนเมื่อเราคิดระบบย่อยของเทคโนโลยี แปลว่านักเรียนต้องเขียน

225
00:19:40,445 --> 00:19:44,445
ส่วนต่าง ๆ ของระบบรวมใช่ไหมคะ มีตัวป้อน กระบวนการ ผลผลิต และข้อมูลย้อนกลับ

226
00:19:48,020 --> 00:19:52,020
นะคะ เป็นการทำงานของรถจักรยานยนต์นี่แหละ พร้อมเขียนอธิบายค่ะ นักเรียน ว่า

227
00:19:53,822 --> 00:19:56,507
ระบบย่อยที่ 1 มีตัวป้อนอะไร กระบวนการอะไร ผลผลิตอะไร

228
00:19:56,507 --> 00:20:00,507
นะคะ จากนั้นเขียนแผนภาพแสดง

229
00:20:05,451 --> 00:20:09,451
ความสัมพันธ์ของระบบย่อยนั้น ๆ พร้อมคำอธิบาย นักเรียนไปฝึกดูนะคะ

230
00:20:14,300 --> 00:20:18,300
จักรยานยนต์มีระบบย่อยอะไรบ้าง ในระบบย่อยนั้น ประกอบด้วย ตัวป้อนกระบวนการผลผลิตอะไรบ้าง

231
00:20:20,149 --> 00:20:24,149
และระบบย่อยนั้นมีความสัมพันธ์กันอย่างไรนะคะ ก็เขียนเป็น

232
00:20:27,357 --> 00:20:29,401
แผนผังแสดงความ... แผนผังหรือแผนภาพนะคะ แสดงความ

233
00:20:29,401 --> 00:20:33,401
สัมพันธ์ ของระบบย่อย พร้อมคำอธิบายด้วยนะคะ

234
00:20:35,843 --> 00:20:39,843
เหมือนตัวอย่างของเครื่องปรับอากาศเลยนะ ครูจะให้เวลานักเรียนไปทำกิจกรรมสักประมาณ

235
00:20:45,262 --> 00:20:49,262
15 นาทีค่ะ [เสียงดนตรี] (ดร.พิมพร) เป็นอย่างไรบ้างคะนักเรียนคะ

236
00:20:53,840 --> 00:20:55,622
สำหรับการฝึกคิดวิเคราะห์ระบบย่อยของรถจักรยานยนต์

237
00:20:55,622 --> 00:20:59,622
ไม่ยากเลยใช่ไหมคะ หลังจากนี้นะคะ ถ้านักเรียนคนใดยังสงสัย

238
00:21:00,646 --> 00:21:04,646
เกี่ยวกับระบบการทำงานของเครื่องปรับอากาศ

239
00:21:11,438 --> 00:21:15,438
นะคะ นักเรียนสามารถติดตามตามลิงก์ที่ครูให้ไว้นะคะ หรือนักเรียนอยากมี

240
00:21:18,541 --> 00:21:18,555
ความรู้เกี่ยวกับเรื่องของเทคโนโลยีนะคะ ว่ามีความหมายอย่างไร

241
00:21:18,555 --> 00:21:22,555
มีประกอบด้วย ระบบใดบ้างนะคะ ไปที่ลิงก์ที่ครู

242
00:21:24,923 --> 00:21:28,923
ให้ไว้นะคะ ค่ะ หลังจากตัวนี้นะคะ คงจะขอหยุดการอธิบายเรื่องของ

243
00:21:29,596 --> 00:21:33,596
ระบบทางเทคโนโลยีและระบบทางเทคโนโลยีที่ซับซ้อน

244
00:21:35,156 --> 00:21:39,156
นะคะ อยากให้นักเรียนเข้าใจว่านะคะ ระบบ

245
00:21:41,251 --> 00:21:45,251
ทางเทคโนโลยี ประกอบด้วย ระบบย่อยหลายระบบ ทำงานสัมพ

246
00:21:47,450 --> 00:21:48,538
ันธ์นะคะ ทั้งนี้ก็เพื่อให้เทคโนโลยีสามารถทำงานได้บรรลุตามวัตถุประสงค์นะคะ

247
00:21:48,538 --> 00:21:52,538
ระบบทางเทคโนโลยีที่มีหลายระบบนั้น เราเรียกว่า "ระบบเทคโนโลยี

248
00:21:57,132 --> 00:22:01,132
ที่ซับซ้อน" นะคะ ซึ่งความรู้เกี่ยวกับการวิเคราะห์ระบบตัวนี้นี่

249
00:22:03,431 --> 00:22:05,916
นี่แหละ จะช่วยให้นักเรียนสามารถ

250
00:22:05,916 --> 00:22:09,916
ตรวจสอบการทำงานหรือแก้ไข หรือแม้กระทั่งพัฒนา ต่อยอดเทคโนโลยีนั้น ๆ ได้นะคะ ก็หวังว่านักเรียน

251
00:22:14,251 --> 00:22:18,251
จะได้ใช้ความรู้เกี่ยวกับการวิเคราะห์ระบบทางเทคโนโลยี

252
00:22:18,278 --> 00:22:19,836
ที่ซับซ้อนในหัวข้อต่อไปได้นะคะ สำหรับวันนี้

253
00:22:19,836 --> 00:22:23,836
สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี]

