--- title: ระบบทางเทคโนโลยี และระบบทางเทคโนโลยีที่ซับซ้อน (22.30 นาที) subtitle: date: วันศุกร์ที่ 29 มีนาคม 2567 เวลา 09.25 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) (ดร.พิมพร) สวัสดีค่ะนักเรียนคะ พบกับครูอ้อมอีกเช่นเคยนะคะ ในวิชาเทคโนโลยีการออกแบบและเทคโนโลยีค่ะ ในวิชานี้นะคะ ประกอบด้วย 7 บท ซึ่ง 3 บทเรียนนั้น เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีน่ารู้นะคะ ในวันนี้ก็ยังคงอยู่ที่ในบทที่ 1 อยู่นะคะ ซึ่งเป็นหัวข้อที่ 2 นะคะ วันนี้เราจะได้เรียนในระบบเทคโนโลยีและเทคโนโลยีที่ซับซ้อน ก่อนอื่นครูอ้อมแจงจุดประสงค์ในการเรียนรู้ของหัวข้อนี้ก่อนนะคะ ครูคาดหวังว่านักเรียนจะสามารถวิเคราะห์ระบบทางเทคโนโลยีได้นะคะ นอกจากนี้อยากให้นักเรียนได้วิเคราะห์ระบบทางเทคโนโลยีที่ซับซ้อน และระบบย่อยของระบบทางเทคโนโลยีที่ซับซ้อนนี้ได้ สามารถอธิบายความสัมพันธ์ของระบบย่อยในระบบทางเทคโนโลยีที่ซับซ้อนได้ อยากให้นักเรียนตั้งใจ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์นี้นะคะ ก่อนหน้านี้นะคะ เราเรียนเรื่องระบบคืออะไร ใช่ไหมคะ และเราก็ทราบว่าระบบนั้น มีทั้งระบบทางธรรมชาติ และระบบที่มนุษย์สร้างขึ้น แล้วระบบทางเทคโนโลยีล่ะคะ ระบบทางเทคโนโลยีก็เป็นระบบที่มนุษย์สร้างขึ้น หมายถึง กลุ่มของส่วนต่าง ๆ ตั้งแต่ 2 ส่วนขึ้นไปประกอบเข้าด้วยกันนนะคะ แล้วก็ทำงานร่วมกัน ให้บรรลุวัตถุประสงค์นะคะ ซึ่งระบบที่มนุษย์สร้างขึ้นตรงนี้ ก็เพื่ออำนวยความสะดวก หรือแก้ให้มนุษย์นั่นเองนะคะ เราเห็นในชีวิตประจำวันเรานี่นะคะ เห็นมากมายเลยนะคะ ทางเทคโนโลยี ก็อย่างเช่น ระบบทางคมนาคมขนส่ง ระบบการผลิตในอุตสาหกรรมต่าง ๆ นะคะ หรือระบบรีไซเคิลขยะ เป็นต้นนะคะ เมื่อทราบระบบทางเทคโนโลยีนี้แล้ว นักเรียนจำแผนภาพนี้ได้หรือเปล่า คือ องค์ประกอบของระบบทางเทคโนโลยีค่ะ มีอะไรบ้าง อันนี้เป็นระบบทางเทคโนโลยีที่เราเคยเรียนมาช่วงชั้น ม.ต้น นะคะ ส่วนแรกค่ะ ตัวป้อน หรือ Input ส่วนที่ 2 นะคะ ก็คือกระบวนการนะคะ output ในระบบเทคโนโลยีบางระบบนั้น มีข้อมูลย้อนกลับ หรือ Feedback ได้ด้วย นักเรียนน่าจะพอจำได้นะคะ สำหรับองค์ประกอบทางเทคโนโลยีนะคะ ขอทบทวนกันหน่อย ว่าแต่ละส่วนนั้นคืออะไรบ้างนะคะ เนื้อหาอาจจะบังนิดหนึ่ง ครูเอาตัวเองออกจากเนื้อหาแล้วนะคะ ตัวป้อนค่ะ ตัวป้อน หรือ input นะคะ ส่วนสีเขียวนี้นะคะ ก็คือสิ่งที่ป้อนเข้าสู่ระบบนะคะ ซึ่งอาจมีได้มากกว่า 1 อย่างนะคะ เมื่อมีตัวป้อนแล้ว ก็ส่งไปกระบวนการนะคะ กระบวนการก็คือกิจกรรม หรือการดำเนินการที่นำมา นำตัวป้อนนั้นเข้ามา ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเป็นผลผลิตตามวัตถุประสงค์นี้นะคะ กระบวนการในระบบหนึ่งนั้นน่ะ อาจจะมีมากกว่า 1 กระบวนการก็ได้นะคะ จากนั้นก็จะเป็นส่วนของผลผลิต หรือ output ที่ทำงานร่วมกับตัว... ทำงานร่วมกันของตัวป้อน และกระบวนการของระบบนะคะ ผลผลิตนี้ยังอาจหมายถึง ส่วนที่ได้จากกระบวนการที่เราไม่ต้องการหรือต้องการก็ได้ เช่น พวกของเสีย หรือเศษวัสดุ ก็ถือได้ว่าเป็นผลผลิตได้ด้วยเหมือนกันนะคะ ในบางระบบนั้น อาจจะมีส่วนที่เรียกว่า "ข้อมูลย้อนกลับ" หรือ Feedback ใช่ไหมคะ นั่นก็คือ ควบคุมของตัวป้อนกลับ ให้ระบบทำงานได้ตามวัตถุประสงค์ ซึ่งอาจมีหรือไม่มีก็ได้นะคะ เมื่อเราทราบองค์ประกอบทางเทคโนโลยีแล้วนะคะ ครูอยากให้นักเรียนมาช่วยกันนะคะ วิเคราะห์ระบบทางเทคโนโลยีของหม้อหุงข้าวนะคะ หม้อหุงข้าวมีตัวป้อนอะไรบ้าง มีอะไรเป็นกระบวนการ มีผลผลิตเป็นอย่างไรนะคะ และมีข้อมูลย้อนกลับหรือไม่ นักเรียนลองพิจารณานะคะ ว่าจะวิเคราะห์ระบบทางเทคโนโลยีของหม้อหุงข้าวได้อย่างไร ก่อนอื่นนะคะนักเรียน ในการที่เราจะวิเคราะห์ระบบทางเทคโนโลยีได้ เราต้องรู้ส่วนประกอบ หรือโครงสร้างของเทคโนโลยีนั้น ๆ ก่อนนะคะ ในที่นี้คือหม้อหุงข้าว เรามาดูโครงสร้าง หรือส่วนประกอบของเขานั้นคืออะไร จากในรูปนะคะนักเรียน เห็นแผ่นความร้อน ซึ่งอยู่ใต้ความร้อนของหม้อหุงข้าวนะคะ มีสวิตช์ที่เราใช้กดเปิด-ปิด ใช่ไหมคะ แล้วก็มีภายในนั้นมีแม่เหล็ก และขดลวดสปริงนี่ คือส่วนประกอบหลัก ๆ ของหม้อหุงข้าวนะคะ ตัวเครื่อง สวิตช์ แผ่นความร้อน แม่เหล็ก และขดลวดสปริง 4 ส่วนนี้ทำงานสัมพันธ์กันแน่นอนเลย เพราะเขาก็เปนส่วนประกอบ หรือระบบในของหม้อหุงข้าว เมื่อเราทราบส่วนประกอบแล้ว เราก็ต้องทราบหลักการทำงานของหม้อหุงข้าว ครูขยายนะคะ จากภาพเล็กกลายมาเป็นภาพใหญ่นะคะ นักเรียนจะเห็นส่วนของสวิตช์ ส่วนของสัมผัส ส่วนของขดลวดสปริง มีแม่เหล็กเฟอร์โรนะคะ ซึ่งอยู่ในแผ่นความร้อนที่อยู่ใต้ตัวเครื่องของหม้อหุงข้าวนะคะ การทำงานเริ่มต้นที่ไหน เริ่มต้นที่ เมื่อเรากดสวิตช์ค่ะนักเรียน กดสวิตช์ลงมานะคะ จุดที่ 2 ที่อยู่ในจุดสัมผัสที่นักเรียนสังเกตเห็นนะคะ เชื่อมกันได้ เมื่อเชื่อมกันได้แล้วนะคะ ก็ทำให้ขดลวดสปริงตรงนี้หดตัว เมื่อหดตัวนะคะ ก็ทำให้แม่หลักถาวร กับแม่เหล็กเฟอร์โร นี่ มีแรงดึงดูดกันและกันจะเกิดแรงแม่เหล็กนะคะ เมื่อเกิดแรงแม่เหล็กแล้ว สัมผัสกันแล้วนะคะ ก็ทำให้เกิดกระแสไฟฟ้าไหลเข้าสู่ความร้อนนะคะ ก็เลยทำให้หม้อหุงข้าว ทำให้น้ำในหม้อหุงข้าวนั้นเดือดได้ ผ่านไปสักระยะ 1 นะคะ น้ำเดือด อุณหภูมิสูง อุณหภูมิสูงแล้วมีน้ำภายในหม้อนั้นห้องนะคะ เมื่อภายในนั้นแห้ง แล้วมีอุณหภูมิสูงมาก แม่เหล็กเฟอร์โรจะมีแรงแม่เหล็กน้อยลง เมื่อมีแรงแม่เหล็กน้อยลง แรงระหว่างแม่เหล็กทั้ง 2 ก็มีค่าน้อย น้อยกว่าแรงดันของขดลวดสปริงตรงนี้ ซึ่งแต่ก่อนหน้านี้นั้นเขาหดตัวอยู่ แรงแม่เหล็กน้อยลง ขดลวดสปริงก็จะมีแรงน้อยลง ทำให้ขดลวดสปริงนั้นดันกลับนะคะ เมื่อดันกลับก็ทำให้จุดสัมผัสนี้ ดันกลับไปด้วยนะคะ พอดันกลับไปเท่านั้นแหละนะคะ ทำให้ไม่สามารถเชื่อมกันได้นะคะ นั่นคือกระแสไฟฟ้าก็ไม่สามารถเข้าสู่แผ่นความร้อนได้นะคะ บททบทวนนะคะ เมื่อกดสวิตช์ไฟฟ้าก็ให้ความร้อน ไฟฟ้าให้ความร้อนผ่านจุดสัมผัส สปริงหดตัว แม่เหล็กถาวรก็เลยติดกับแม่เหล็กเฟอร์โร จากนั้นแกนสวิตช์ก็ติดกับก้นหม้อได้นะคะ น้ำจึงเดือดแล้วอุณหภูมิสูงขึ้นจนน้ำแห้งนะคะ ขดลวดสปริงจึงหดตัว จุดสัมผัสแยกจากการ แล้วก็ไม่มีกระแสไฟฟ้าผ่านหม้อหุงข้าวนะคะ ถ้าเราทราบหลักการแล้ว สรุปเป็นตัวป้อนและผลผลิตได้หรือไม่เมื่อกี้นะคะ ตัวป้อนคืออะไรคะ ก็ต้องเป็นพลังงานไฟฟ้าใช่ไหมคะ ต้องมีข้าว ต้องมีน้ำใช่ไหมคะ นั่นคือตัวป้อนนะคะ กระบวนการก็เป็นกระบวนการเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้า เป็นความร้อนนั่นเอง จนทำให้น้ำเดือดได้นะคะ ผลผลิตที่เราต้องการล่ะ นะคะ ผลผลิตนั่น ก็คือข้าวที่สุกเรียบร้อยแล้ว ในระบบนี้มีข้อมูลย้อนกลับใช่ไหมคะ ข้อมูลย้อนกลับนั้น ก็คือระบบตัดไฟทำงานเมื่อน้ำแห้งนั่นเองนะคะ นี่คือการวิเคราะห์ระบบทางเทคโนโลยี จะสังเกตว่ามีตัวป้อนกระบวนการผลผลิต และข้อมูลย้อนกลับครบทั้ง 4 ส่วนเลย แต่นักเรียนทราบไหม ว่าระบบทางเทคโนโลยีบางระบบนั้น ไม่ได้มีแค่กระบวนการเพียงกระบวนการเดียวนะคะ บางทีนั้นมีส่วนประกอบที่ซับซ้อนกว่านั้น ซึ่งในส่วนนี้เราเรียกว่า "ระบบทางเทคโนโลยีที่ซับซ้อน" นะคะ ระบบทางเทคโนโลยีที่ซับซ้อน ก็คือเทคโนโลยีที่ประกอบด้วยระบบย่อยตั้งแต่ 2 ระบบขึ้นไปค่ะ เขาก็ทำงานร่วมกัน ก็เพื่อให้ทำงานได้ตามวัตถุประสงค์ อย่างเช่นในรูปนี้นะคะ ก็จะเป็นรูปแบบของระบบการทำงานของเครื่องดูดฝุ่นอัตโนมัติ เครื่องดูดฝุ่นอัตโนมัติ ทั้งมีระบบให้พลังงาน ระบบขับเคลื่อน ระบบตรวจจับทิศทางนะคะ ระบบการดูดฝุ่นนะคะ ซึ่งหลาย ๆ ระบบย่อยนี้ ต้องทำงานด้วยกันนะคะ จึงถือว่าเป็นระบบทางเทคโนโลยีที่ซับซ้อนนั้นเองนะคะ เราจะวิเคราะห์อย่างไรล่ะ ถ้าเป็นระบบทางเทคโนโลยีที่ซับซ้อน ครูจะโชว์แผนผังตัวนี้ให้นักเรียนดู เพื่อให้นักเรียนสังเกตว่าเทคโนโลยีที่ซับซ้อนนั้นบางระบบนะคะ ระบบย่อยของเขานี่ อยู่ในส่วนกระบวนการนะคะ นักเรียนจะสังเกตว่า เมื่อมีตัวป้อนนะคะ ตัวป้อนก็ถูกแยกย่อยออกมาเป็นระบบย่อยภายในส่วนกระบวนการ มีตัวป้อน กระบวนการ มีผลผลิต 1 ระบบแล้วก็ยังมีระบบย่อยระบบที่ 2 เป็นตัวป้อนกระบวนการผลผลิตอีกครั้งนะคะ จากในรูปนักเรียนคิดว่ามีระบบย่อยกี่ระบบคะ 1 2 3 นะคะ จากแผนผังนี้ มีระบบย่อยอยู่ 3 ระบบนะคะ ซึ่งอยู่ภายในระบบหลัก ก็คือตัวป้อน กระบวนการ แล้วก็ผลผลิต สามารถเขียนรูปแบบการวิเคราะห์แบบนี้ได้ด้วยนะคะ แต่บางระบบนั้น อาจจะเป็นรูปแบบนี้ก็ได้ค่ะ นักเรียน นักเรียนเห็นตัวใหญ่ ๆ นะ ตัวป้อนก็ตัวใหญ่ ๆ นะคะ ผลผลิตหลักนี้นะคะ ก็คือตัวใหญ่ ๆ ในระหว่างทางระหว่างตัวป้อนถึงผลผลิตหลักนั้น ประกอบไปด้วยระบบย่อยค่ะ อาจจะเป็นระบบตัวที่ 1 แล้วก็ได้ผลผลิตออกมา แล้วผลผลิตในขั้นที่ 1 นี่แหละ จะกลายเป็นตัวป้อนกระบวนการที่ 2 ก็เป็นได้นะคะ แบบนี้ก็ได้เหมือนกัน กระบวนการที่ใช้ผลผลิตจากกระบวนการที่ 1 นะคะ กระบวนการที่ 2 ก็ทำให้เกิดผลผลิตที่ 2 แล้วจึงเกิดเป็นผลผลิตหลักทางเทคโนโลยีที่ซับซ้อนตัวนั้นนะคะ ซึ่งข้อมูลย้อนกลับนั้น ก็อาจจะเกิดขึ้นได้ทั้งอยู่ในระบบย่อยหรือทั้งหมดก็ได้เหมือนกันนะคะ เราทราบรูปแบบการวิเคราห์แล้ว การวิเคราะห์แล้วครูมีตัวอย่างให้นักเรียนนะคะ ครูมีตัวอย่างให้นักเรียน คือ ระบบเครื่องปรับอากาศนะคะ นักเรียนหลายคนคุ้นเคยกับเครื่องปรับอากาศ นักเรีนยรู้ไหมว่า เครื่องปรับอากาศนั้นมีส่วนประกอบอะไรบ้าง และมีหลักการทำงานอย่างไร มีระบบย่อยคืออะไรบ้าง เรามาเรียนรู้กันนะคะ จากในรูปนะคะ จากในรูปนักเรียนจะเห็นว่าระบบเครื่องปรับอากาศ นั้นสามารถวิเคราะห์ได้เป็นภาพรวม สามารถวิเคราะห์เป็นภาพรวม เอาเป็นระบบรวม ๆ ก่อนนะคะ ระบบหลักก็จะมีตัวป้อน กระบวนการผลผลิตและข้อมูลย้อนกลับนะคะ ซึ่งตัวป้อนก็คืออากาศภายในห้อง ก็คือการทำงานของเครื่อง เพื่อปรับอุณหภูมิของห้องให้ลดลง และผลผลิต ก็คืออากาศที่มีอุณหภูมิลดลง ส่วนข้อมูลย้อนกลับก็เป็นอุณหภูมิห้อง ใช่ไหมคะ เมื่ออุณหภูมิเป็นไปตามต้องการ อุณหภูมิอีกครั้งนะคะ แต่นักเรียนสังเกตหรือไม่ ว่าถ้าวิเคราะห์จริง ๆ แล้ว ในส่วนของกระบวนการที่ทำให้อุณหภูมิลดลงตรงนี้ มีระบบย่อยอื่น ๆ อีกนะคะ สามารถแจกแจงได้ เราลองไปดูค่ะ ว่าเขามีหน้าที่อะไรบ้างนะคะ ระบบย่อยนั้น ๆ มีหน้าที่อะไรบ้าง ระบบย่อยของเครื่องปรับอากาศค่ะ อาจจะมีระบบ ตัวนี้นะคะ มี 4 ระบบด้วยกัน เริ่มต้นที่ระบบคอยล์เย็น ระบบอัดความดัน และระบบคอยล์ร้อน ระบบลดความดันนะคะ ทุกระบบนี้จะรวมกันกลายเป็นการทำงานของเครื่องปรับอากาศ ที่ทำงานซับซ้อน เพราะว่าในแต่ละระบบนี่นะคะ ก็จะมี Input, Process Output ทุก ๆ ระบบเลยนะคะ นี่คือการวิเคราะห์ระบบย่อย แต่ระบบย่อยนี้สัมพันธ์กันอย่างไร พอพูดถึงความสัมพันธ์นักเรียนจะต้องโยงให้ได้ว่าอันไหนมาก่อน อันไหนมาหลัง ระบบใดทำงานก่อน ระบบใดทำงานที่หลัง ต่อไปเป็นการเขียนความสัมพันธ์ของระบบย่อยทั้ง 4 อันนี้นนะ เริ่มต้นที่ความสัมพันธ์ การทำงานของเครื่องปรับอากาศ มันเริ่มที่เมื่ออากาศไหลเข้าสู่... ผ่านเข้าสู่ตัวเครื่องนะคะ มันจะเข้าสู่ระบบคอยล์เย็นค่ะ ระบบคอยล์เย็นนี่ ตัว Input ก็คือสารทำความเย็นที่มีอุณหภูมสารทำความเย็นภายในตัวเครื่องนะคะ ภายในคอยล์ต่ำค่ะ และมีสถานะเป็นแก๊สของคอยล์เย็น ก็คือการดูดความร้อนของสารทำความเย็นนี่แหละ จากอากาศภายในห้อง จากอากาศร้อน ๆ อยู่ สารทำความเย็น สารทำความเย็นตัวนี้จะดูดความร้อนจากอากาศนะคะ เพราะฉะนั้น output ก็คืออุณหภูมิสูงขึ้นนะคะ คือส่วนนี้นะคะ ทำความเย็นมีอุณหภูมิสูงขึ้น แล้วไปไหนคะ สารทำความเย็นนี้ไปไหน ดูดความร้อนจากอากาศ ทำให้ตัวเองมีอุณหภูมิสูงขึ้น และยังอยู่ในสถานะแก๊สอยู่ ไปไหนต่อสารทำความเย็นตัวนี้ ถูกส่งต่อไปที่ระบบอัดความดันค่ะ แน่นอนนะคะ ระบบคอยล์เย็นของระบบอัดความดันนะคะ พอไปที่ระบบอัดความดัน สารทำความเย็นตัวนี้ โดนเพิ่มความดันขึ้นสูง ๆ ๆ สูง นะคะ ทำให้สารทำความเย็นตัวนี้ เปลี่ยนเป็นของเหลว แต่อุณหภูมิยังสูงอยู่นะคะ ผลผลิตที่ได้จากระบอัดความดัน ก็เลยเพิ่มที่อยู่ในสถานะของเหลว มีความดันและความดันสูงนะคะ นักเรียนทันนะคะ ตอนนี้สารทำความเย็นเปลี่ยนสถานะแล้วนะคะ ออกจากระบบอัดความดันแล้ว ก็เลยอยู่ในสถานะของเหลว เป็นของเหลวแล้วยังมีอุณหภูมิสูงอยู่ เขาส่งผลไปที่ระบบคอยล์ร้อน ระบบคอยล์ร้อนนี้ อยู่ภายนอกอาคารนะคะ อยู่ภายนอกห้องนะคะ สารทำความเย็นตัวนี้ จะถูกผ่านเข้าไประบบคอยล์ร้อน โดยถ่ายเทความร้อนให้อากาศนะคะ ให้อากาศภายนอก เมื่อเขาถ่ายเทความร้อนไปนั้น แปลว่าตัวเขานั้นอุณหภูมิลดลงค่ะ ได้สารทำความเย็นที่อุณหภูมิลดลงแล้ว แต่ยังอยู่ในของเหลวอยู่นะคะ ความดันก็ยังสูงอยู่ เมื่อมีการส่งผ่านมาที่ระบบลดความดันนะคะ สารทำความเย็นก็ถูกลดความเย็นลง ถูกเปลี่ยนเป็นสถานะแก๊สนะคะ เป็นสถานะแก๊สที่มีอุณหภูมิลดลง แล้วผ่านเข้ามาถึงระบบคอยล์เย็นอีกเช่นเคย เพราะฉะนั้น การทำงานก็จะสัมพันธ์กันไปตามวงจรลูกศรที่ครูอธิบายนะคะ ระบบคอยล์เย็น อัดความดัน คอยล์ร้อน แล้วก็ระบบลดความดัน นี่คือการทำงานที่... ของระบบย่อยในเครื่องปรับอากาศ แต่ละช่วงแต่ละช่วงก็จะมี Input, Process, Output เราเห็นแล้วว่าเครื่องปรับอากาศนั้น มีระบบย่อยหลายระบบเลย แล้วตัวอื่นล่ะคะ นักเรียนเห็นรูปแล้ว นักเรียนผู้ชายอาจจะถนัดมากเลยนะคะ นักเรียนผู้ชายอาจจะถนัดมากเลย รถจักรยานยนต์ มีระบบย่อยอะไรบ้างคะนักเรียน มีระบบย่อยอะไรบ้าง ครูยังไม่ให้นักเรียนคิดตอนนี้นะคะ ครูขอฝากเป็นกิจกรรมคิดวิเคราะห์ระบบย่อยของเทคโนโลยีนะคะ แน่นอนเมื่อเราคิดระบบย่อยของเทคโนโลยี แปลว่านักเรียนต้องเขียนส่วนต่าง ๆ ของระบบรวมใช่ไหมคะ มีตัวป้อน กระบวนการ ผลผลิต และข้อมูลย้อนกลับนะคะ เป็นการทำงานของรถจักรยานยนต์นี่แหละ พร้อมเขียนอธิบายค่ะ นักเรียน ว่าระบบย่อยที่ 1 มีตัวป้อนอะไร กระบวนการอะไร ผลผลิตอะไรนะคะ จากนั้นเขียนแผนภาพแสดงความสัมพันธ์ของระบบย่อยนั้น ๆ พร้อมคำอธิบาย นักเรียนไปฝึกดูนะคะ จักรยานยนต์มีระบบย่อยอะไรบ้าง ในระบบย่อยนั้น ประกอบด้วย ตัวป้อนกระบวนการผลผลิตอะไรบ้าง และระบบย่อยนั้นมีความสัมพันธ์กันอย่างไรนะคะ ก็เขียนเป็นแผนผังแสดงความ... แผนผังหรือแผนภาพนะคะ แสดงความสัมพันธ์ ของระบบย่อย พร้อมคำอธิบายด้วยนะคะ เหมือนตัวอย่างของเครื่องปรับอากาศเลยนะ ครูจะให้เวลานักเรียนไปทำกิจกรรมสักประมาณ 15 นาทีค่ะ [เสียงดนตรี] (ดร.พิมพร) เป็นอย่างไรบ้างคะนักเรียนคะ สำหรับการฝึกคิดวิเคราะห์ระบบย่อยของรถจักรยานยนต์ ไม่ยากเลยใช่ไหมคะ หลังจากนี้นะคะ ถ้านักเรียนคนใดยังสงสัยเกี่ยวกับระบบการทำงานของเครื่องปรับอากาศนะคะ นักเรียนสามารถติดตามตามลิงก์ที่ครูให้ไว้นะคะ หรือนักเรียนอยากมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องของเทคโนโลยีนะคะ ว่ามีความหมายอย่างไร มีประกอบด้วย ระบบใดบ้างนะคะ ไปที่ลิงก์ที่ครูให้ไว้นะคะ ค่ะ หลังจากตัวนี้นะคะ คงจะขอหยุดการอธิบายเรื่องของระบบทางเทคโนโลยีและระบบทางเทคโนโลยีที่ซับซ้อนนะคะ อยากให้นักเรียนเข้าใจว่านะคะ ระบบทางเทคโนโลยี ประกอบด้วย ระบบย่อยหลายระบบ ทำงานสัมพันธ์นะคะ ทั้งนี้ก็เพื่อให้เทคโนโลยีสามารถทำงานได้บรรลุตามวัตถุประสงค์นะคะ ระบบทางเทคโนโลยีที่มีหลายระบบนั้น เราเรียกว่า "ระบบเทคโนโลยีที่ซับซ้อน" นะคะ ซึ่งความรู้เกี่ยวกับการวิเคราะห์ระบบตัวนี้นี่นี่แหละ จะช่วยให้นักเรียนสามารถตรวจสอบการทำงานหรือแก้ไข หรือแม้กระทั่งพัฒนา ต่อยอดเทคโนโลยีนั้น ๆ ได้นะคะ ก็หวังว่านักเรียนจะได้ใช้ความรู้เกี่ยวกับการวิเคราะห์ระบบทางเทคโนโลยีที่ซับซ้อนในหัวข้อต่อไปได้นะคะ สำหรับวันนี้ สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี]