[เสียงดนตรี] (ดร.พิมพร) สวัสดีค่ะ นักเรียนคะ พบกับครูอ้อมอีกเช่นเคย ในวิชาเทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี) ค่ะ ที่นักเรียนทราบแล้ว ว่าในวิชานี้มีอยู่ 7 บท อยู่ในส่วนที่เรียกว่า เทคโนโลยีน่ารู้ เป็นหัวข้อที่ 2 ในบทที่ 2 นะคะ ชื่อเรื่องว่า "ตัวอย่างการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี" จุดประสงค์ของหัวข้อนี้ ก็คือนักเรียนทราบการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีทางการแพทย์และด้านสิ่งแวดล้อมได้ รวมถึงต้องสามารถคาดการณ์แนวโน้มเทคโนโลยีที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้เช่นกัน จะวิเคราะห์อย่างไร จะคาดการณ์อย่างไร วันนี้เราจะได้เรียนรู้กันนะคะ หลายคนอาจสงสัยว่า เอ๊ะ ทำไมต้องเป็นเรื่องของเทคโนโลยีทางการแพทย์ และทำไมต้องเป็นด้านสิ่งแวดล้อม ก็เพราะว่าสถานการณ์ของโลกปัจจุบันนี่ค่ะ กลุ่มประชากรที่จัดเป็นกลุ่มผู้สูงวัย หรืออายุ 60 ปีขึ้นไป อาจมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น เพราะฉะนั้น อาจจะเนื่องมากจากสาเหตุอัตราการเกิดลดลงหรือ ประสิทธิภาพในการรักษาพยาบาลเพิ่มมากขึ้น ก็ทำให้ผู้สูงอายุนี่มีจำนวนมาก แม้แต่สถิติของประเทศกลุ่มอาเซียน รวมทั้งไปเปรียบเทียบกับอีก 3 ประเทศ ก็คือ ญี่ปุ่น เกาหลีใจ้ และจีน เราจะเห็นว่าประเทศไทยมีสัดส่วนของประชากรของ ร้อยละ 15.36 เป็นผู้สูงวัยจากประชาชนกรทั้งหมด ร้อยละ 15.36 คือ กลุ่มผู้สูงวัย ถ้าเทียบกับกลุ่มประเทศที่เอาเปรียบกัน จะเห็นว่า ข้อมูลีน่ ประเทศไทยถือว่าอยู่ในอันดับ 4 ถ้าเทียบกับ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และจีน และเป็นสัดส่วนอันดับ 1 เมื่อเทียบกับกลุ่มอาเซียน เพราะฉะนั้น ในฐานะที่เราเป็นคนหนึ่ง ที่กำลังจะอยู่ในสังคมผู้สูงวัย เราก็ต้องเรียนรู้การรักษาพยาบาลผู้สูงวัย รวมถึงอีกประเด็นหนึ่ง ก็คืเทคโนโลยีทางการแพทย์นี้ถือเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยดำรงเผ่าพันธุ์มนุษย์ เพราะฉะนั้น จึงจำเป็น และมีความสำคัญที่จะต้องเรียนรู้การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี อีกด้านนี้ อีกเรื่องด้านหนึ่งค่ะ สถานการณ์ด้านสิ่งแวดล้อม แน่นอนค่ะ ว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่มีการพัฒนาโดยไม่ตระหนักถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ก็จะเกิดมลภาวะด้านต่าง ๆ อย่างเช่น มลภาวะทางอากาศ ซึ่งเกิดจากการขยายตัวของเมืองของชุมชนเมือง การใช้รถยนต์หรือการทำธุรกิจ ภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม ก็อาจจะเกิดมลภาวะสู่อากาศ รวมถึงสารปนเปื้อนที่ถูกปล่อยลงแม่น้ำ ลำคลอง หรือทะเล จากการผลิตระบบทางอุตสาหกรรมหรือชุมชนที่มีความหนาแน่น รวมถึงการกำจัดขยะที่ไม่เป็นระบบ อาจจะก่อให้เกิดปัญหาทางการจัดการขยะได้ด้วย เพราะฉะนั้น เราจึงต้องเรียนรู้เรื่องของเทคโนโลยีการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อที่จะช่วยกันให้เรียนรู้ และใช้เทคโนโลยีนั้นให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสิ่งแวดล้อมด้วย นั่นจึงเป็นที่มาของหัวข้อที่เราจะได้เรียนในวันนี้นะคะ ก่อนอื่น ขอทบทวนก่อน ว่า เอ๊ะ สาเหตุหรือปัจจัยการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีนี่ นักเรียนจำได้หรือเปล่าคะ จากหัวข้อที่แล้ว มีกี่สาเหตุหรือ มีกี่ปัจจัยคะ มี 5 สาเหตุ 5 ปัจจัยค่ะ นั่นก็คือความต้องการของมนุษย์ เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาใช่ไหมคะ เป็นสาเหตุ หรือปัจจัยหลัก ร่วมกันกับองค์ความรู้ และความก้าวหน้าของศาสตร์ต่าง ๆ เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม รวมถึงสิ่งแวดล้อมด้วย เพราะฉะนั้น ในวันนี้ในเรื่องของการพิจารณาลักษณะการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีนี่ เราก็ต้องคำนึงถึงสาเหตุหรือปัจจัยเหล่านี้เสมอ เป็นองค์ประกอบหนึ่งที่จะช่วยพิจารณาการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีได้ด้วยนะคะ เรามาเริ่มพิจารณาการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีกันค่ะ เริ่มจากการเปลี่ยนเทคโนโลยีทางการแพทย์และด้านสุขภาพนะคะ อุปกรณ์ที่นักเรียนเห็นในภาพนี้ เรียกว่า "เครื่องเป่าความดันลม" หรือ "CPAP" เครื่องเป่าความดันลมนี่ มีลักษณะอย่างไร ก็เป็นเทคโนโลยีหนึ่งนะคะ ที่ช่วยเปิดขยายทางเดินหายใจสำหรับผู้ป่วยที่มีปัญหาสำหรับการนอนกรน นอนหลับไม่สนิท หรืออาจมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ เพราะฉะนั้น จึงมีเทคโนโลยีชนิดนี้ขึ้นมา ซึ่งเรียกว่า "เครื่องเป่าดันลม" นี่แหละ หลักการเครื่องเป่าความดันลมทำงานอย่างไร ก็มีการดูดอากาศจากภายนอกเข้าสู่ตัวเครื่องนี้นะคะ ผ่านแผ่นกรองฝุ่น แล้วจึงผลิตแรงดันอากาศนั้นผ่านส่งต่อเข้าไปทางท่อนะคะ จนถึงส่วนครอบจมูกสำหรับผู้ใช้ แล้วก็ผ่านเข้าไปสู่ระบบทางเดินหายใจของผู้ใช้นั่นเอง เพราะฉะนั้น มีสาเหตุ หรือปัจจัยที่ทำให้เกิดเทคโนโลยีตรงนี้ขึ้นมา ก็ด้วยเนื่องจากว่ามนุษย์นี่แหละค่ะ มีความต้องการแก้ปัญหาการนอนกรน หรือว่าการนอนหลับไม่สนิท รวมถึงความก้าวหน้าของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สามารถทำให้ผลิตเครื่องเป่าความดันลมหรือ CPAP ขึ้นมาได้ เอ๊ะ นักเรียนเห็นสภาพรูปแบบนี้ เห็นลักษณะการใช้งานที่ผู้ใช้นอนแบบนี้ นักเรียนคิดว่าจะมีข้อจำกัดหรือมีปัญหาในการใช้หรือเปล่าคะ ให้นักเรียนลองคิดนะคะ ว่า เอ๊ะ จะมีข้อจำกัดไหม ขนาดว่าช่วยในการนอนกรนนั้นด้วยได้แล้วนะ แน่นอนค่ะ ว่าเมื่อไหร่ก็ตาม เมื่อมีผู้ใช้ที่มีลักษณะแตกต่างกันนี่ ปัญหาหรือว่าความไม่สะดวกก็ต้องเกิดขึ้นแน่นอน อย่างเช่น เในรื่องของเครื่อง CPAP นี่ เครื่องขนาดอุปกรณ์ที่ไม่เหมาะสมสามารถเกิดขึ้นได้แน่นอน เพราะว่าหน้าตาของแต่ละคนนี่แตกต่างกันใช่ไหมคะ รูปร่างหน้าตา เพราะฉะนั้น อุปกรณ์ก็อาจะไม่เหมาะสมสำหรับบางคน หรือกรณีที่มีการใช้เป็นเวลานาน ๆ นี่ ก็อาจจะมีอาการข้างเคียง อย่างเช่น อาการคัดจมูก ปวดจมูก เลือดกำเดาไหล หรือมีอาการเกิดรอยกดทับ เพราะว่าใช้นานเกินไป แบบนี้ก็ถือว่า เป็นข้อจำกัดของเครื่อง CPAP ที่ทำให้ไม่สะดวกต่อการใช้งาน ถ้าเป็นแบบนี้ นักเรียนสามารถคาดการณ์ได้ไหมคะ ว่าแล้วเครื่องนอนกรน เครื่องช่วยแก้ปัญหาการนอนกรนนี่ ในอนาคตนี่มันควรจะเป็นรูปแบบไหน นักเรียนคิดว่าจะเป็นรูปแบบไหนได้บ้างคะ เพื่อที่แก้ไข หรือว่าแก้ปัญหาข้อจำกัดที่ ณ ปัจจุบันนี้ เครื่อง CPAP มีข้อจำกัดนี้อยู่ ให้นักเรียนลองคิดนะคะ อาจจะยังคิดไม่ออก แต่ว่าตอนนี้นะคะ แนวโน้มที่จะเกิดขึ้นเกี่ยวกับเทคโนโลยีที่ช่วยแก้ปัญหาการนอนกรนนี่ค่ะ มันมีกลุ่มผู้วิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์นะคะ ได้สามารถพัฒนาเครื่องมือที่เรียกว่า "หมอนตุ๊กตา" ค่ะนักเรียน หมอนตุ๊กตานี่ สามารถลดปัญหาการนอนได้อย่างไร เพราะว่ามีไมโครโฟนตรวจจับเสียงกรนค่ะ แล้วก็นอกจากนี้ก็มีอุปกรณ์ตรวจวัดระดับความเข้มข้นของออกซิเจนในเลือด ติดไว้ที่ปลายนิ้วของผู้ป่วยด้วย หลังจากที่มีการได้รับสัญญาณแล้ว ได้ตรวจจับเสียงกรนแล้ว ก็ให้ตุ๊กตานี่สามารถยกแขนดันศีรษะของผู้ป่วยให้เปลี่ยนท่านอนได้ เพื่อที่จะได้หายใจได้สะดวก คล่องยิ่งขึ้น นี่ก็คือสามารถแก้ไขปัญหาเรื่องของไม่ต้องมีอุปกรณ์อะไรมาครอบจมูก ก็จะเกิดความสะดวกผู้ใช่ไหมคะ ก็ถือว่าเป็นแนวโน้มที่จะเกิดเทคโนโลยีขึ้น สังเกตว่าการพัฒนาเทคโนโลยีประเภทนี้ เป็นการแก้ปัญหาเรื่องของความไม่สะดวกของผู้ใช้ได้ นักเรียนจะเห็นนะคะ ว่าการคาดการณ์นี้ องอยู่บนพื้นฐานของสภาพปัญหา หรือว่าสภาพการใช้งานที่มันไม่สะดวกต่อการใช้งานนั่นเอง ท้ายที่สุดแล้ว ตัวนี้ก็ยังเป็นเทคโนโลยีอยู่ ก็ยังเป็นต้นแบบฉบับต้นแบบอยู่ ยังอยู่ในระดับการทดลองอยู่ เพราะฉะนั้น ก็ยังถือว่ายังไม่นำมาใช้จริงในกับผู้ป่วยนะคะ อีกตัวอย่างหนึ่งค่ะ เรื่องของการเปลี่ยนแปลงหูฟังที่แพทย์ใช้ตรวจสุขภาพของผู้ใช้นะคะ ก่อนหน้านี้นะคะ หูฟังในยุคโบราณนั้นทำจากไม้ แน่นอนทำจากไม้ก็ต้องมีปัญหาเรื่องของขนาด และเรื่องของหูฟังนี่แหละ ที่มีขนาดใหญ่เกินไป มีน้ำหนักมากเกินไป พกพาไม่สะดวก และก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องการแก้ไขปัญหานี้ รวมถึงความก้าวหน้าของเทคโนโลยีด้านวัสดุ และองค์ความรู้วิทยาศาสตร์เกี่ยวข้องกับเสี่ยงนี่ ทำให้สามารถใช้ผลิต หรือว่าพัฒนา ต่อยอดมาเป็นหูฟังแพทย์ทั่วไป ที่นักเรียนเห็นในรูป ก็จะสามารถทำให้มีขนาดเล็ก อย่างไรก็ตามหูฟังแพทย์ทั่วไป ตอนนี้ก็ยังมีข้อจำกัดอยู่ อย่างเช่น มีเสียงรบกวน และผู้ใช้ หรือว่าแพทย์ผู้วินิจฉัยนี่ ก็ต้องใช้ความชำนาญเฉพาะบุคคล ไม่สามารถบันทึกเสียงหรือที่ได้ยินเป็นสัญญาณภาพให้เห็นได้ การ... ก็ต้องแก้ปัญหาไปอีก ตอนนี้เนื่องจากมีความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์หรือคอมพิวเตอร์ จึงสามารถพัฒนาหูฟังแพทย์ เป็นหูฟังอิเล็กทรอนิกส์ เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ผ่านสัญญาณบลูทูธได้แล้วนะคะ นั่นก็สามารถทำให้เห็นสัญญาณ มีการแปลงสัญญาณเสียงเป็นสัญญาณภาพ ทำให้วินิจฉัยได้แม่นยำยิ่งขึ้น อย่างนี้แหละค่ะ คือตัวอย่างของการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีทางการแพทย์ ที่เกิดจากข้อจำกัด ขณะใช้ไป ใช้ไป ก็เกิดข้อจำกัด ก็มีการพัฒนาขึ้นมาเรื่อย ๆ เรื่อย ๆ ก็ไม่แน่ว่าหูฟังในอนาคตนี่ ก็คือถูกพัฒนาไปในรูปแบบอื่นก็ต้องถูกพัฒนาไปในรูปรับปุรงไปตามสภาพปัญหาที่เป็นอยู่นี่ก็เป็นตัวอย่างของการเปลี่ยนแปลงทางการแพทย์นะคะ แล้วตัวอย่างการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีด้านสิ่งแวดล้อมนะคะ นักเรียนคิดถึงเทคโนโลยีใดบ้าง บรรจุภัณฑ์ค่ะ นักเรียนคะ ตอนนี้มีปัญหากันมาก เรื่องของสิ่งแวดล้อมที่มีบรรจุภัณฑ์ ที่เป็นประเภทที่เป็นพลาสติก หรือเป็นวัสดุที่ย่อยสลายยาก อย่างเช่น เริ่มต้นที่เราพิจารณากันบรรจุภัณฑ์ประเภทโฟม จริง ๆ แล้วก็มีข้อดีอยู่นะคะ ก็มีข้อดีอยู่ อย่างเช่น พกพาสะดวก เราไม่ต้องล้าง เพระาฉะนั้น ก็สอดคล้องกับการใช้ชีวิตที่รีบเร่งทำงานใช่ไหมคะ แต่อย่างไรก็ตามเขาก็มีข้อจำกัดข้อเสีย เพราะว่ามีข้อจำกัด คือ สารสไตรีน ซึ่งเป็นอันตรายต่อร่างกาย ที่เกิด... เกิดจากการผลิตที่เกิดจากส่วนเกินในกระบวนการกลั่นปิโตรเลียม ซึ่งมีปัญหาเรื่องการย่อยสลาย จึงส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพราะฉะนั้น ถึงแม้จะสะดวก แต่ถ้ามองในแง่ของสิ่งแวดล้อมนั้น เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมมากเลย เพราะฉะนั้นต้อง มีการพัฒนาหรือปรับปรุงบรรจุภัณฑ์ แบบนี้ไปอีก นักเรียนคิดว่าต้องพัฒนาแบบไหนคะ ตอนนี้ค่ะ ตอนนี้มีบรรจุภัณฑ์ที่ทำจากวัสดุธรรมชาติ ซึ่งวัสดุธรรมชาตินี้ทำจากอะไร ก็ทำจากใบไม้ค่ะ ในตรงนี้นะคะ รูปที่ครูนำมานี่ ก็เป็นพัฒนาโดยคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาสิทยาลัยนเรศวร นำใบทองกวาว มาขึ้นรูปเป็นจานและชาม เป็นบรรจุภัณฑ์ ใช้แทนกล่องโฟมได้ ใส่น้ำร้อนก็ได้ สามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ นี่ก็ถือว่าเป็นการแก้ไขข้อจำกัดของโฟม ใช่ไหมคะ แต่ เอ๊ะ ถ้านักเรียนคิดไปในข้อจำกัด ที่เราถ้าเราใช้บรรจุภัณฑ์ที่ทำจากใบทองกวาวนี่ นักเรียนคิดว่ามันมีปัญหาหรือข้อจำกัดอะไรบ้างคะ นักเรียนลองคิดดูนะคะ ว่าบรรจุภัณฑ์จากธรรมชาตินี่ จะมีข้อจำกัดอะไรบ้าง นักเรียนมีเวลาคิดนะคะ อยากให้นักเรียนลองคิดสัก 30 วินาที เพื่อที่จะเป็นแนวทางในการวิเคราะห์ต่อไป ครูจะเริ่มจับเวลานะคะ ว่า เอ๊ะ มีข้อจำกัดอะไรบ้าง ตอนนี้เราอาจจะยังไม่ใช้ แต่พอเราเห็นรูป หรือเห็นบรรจุภัณฑ์นี่ ทราบข้อมูลนี่ จะมีปัญหาอะไรบ้าง ครูเริ่มจับเวลานะคะ เริ่มค่ะ หมดเวลาค่ะ เป็นอย่างไรบ้างคะ นักเรียนสามารถคิดข้อจำกัด หรืออาจจะเป็นปัญหาที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการใช้บรรจุภัณฑ์ชนิดนี้ได้ไหมคะ อันนี้เป็นสิ่งที่ครูคิดไว้ได้นะคะ แบบเร็ว ๆ นะคะ ครูคิดว่าเรื่องความคงทนหรือระยะเวลาการใช้งานนี่ มันจะคงทนได้สักประมาณเท่าไรนะ อาจจะมีปัญหาเรื่องความคงทนก็ได้ และครูก็ยังคิดอีกว่า ใบทองกวาวนี่ เป็นวัตถุดิบที่มีเฉพาะถิ่นหรือไม่ ถ้าหากว่าครูอยากผลิตในการค้าไปเลย อยากผลิตจำนวนมาก ๆ นี่ วัตถุดิบตัวนี้ คือ ใบทองกวาวนี่ จะมีเพียงพอสำหรับการผลิตหรือเปล่า เป็นพืชท้องถิ่นหรือเปล่า อาจจะเกิดปัญหาขึ้นได้ นี่คือเป็นข้อจำกัดที่ครูคิดได้แบบเร็ว ๆ นะคะ นักเรียนอาจจะมีมากกว่านี้นะคะ ถ้ามองในแง่ข้อจำกัดในหัวข้อนี้ นักเรียนคิดว่าบรรจุภัณฑ์ที่จะต้องผลิตจากวัสดุธรรมชาติ เพื่อทดแทนโฟมนี่ ต้องมีลักษณะอย่างไรคะ ที่จะสามารถพัฒนาต่อจากภาชนะ หรือว่าบรรจุภัณฑ์ที่จากใบทองกวาวนี่ นักเรียนคิดว่าจะต้องมีลักษณะเป็นอย่างไร นี่ก็ถือว่าเป็นการคาดการณ์นะคะ เป็นการคาดการณ์ในอนาคต โดยพิจารณาจากข้อจำกัน ที่เราสมมติว่าจะเกิดขึ้น หรือคาดว่าจะเกิดขึ้นนะคะ เอาล่ะค่ะ เราไปดูกันว่าลักษณะของบรรจุภัณฑ์จากวัสดุธรรมชาติจะเป็นอย่างไร แน่นอนค่ะ จากข้อจำกัดจะแยกออกไปในประเด็นที่เรียกว่าเป็นวัตถุดิบ นั่นก็คือใบทองกวาวนี่ อาจมีข้อจำกัด ถ้าต้องการผลิตจำนวนมาก เพราะเป็นพืชท้องถิ่น บางท้องถิ่นอาจจะไม่มี แต่ถ้ามองในแง่ความคงทน นั่นก็แปลว่าครูมองในเรื่องของคุณภาพของบรรจุภัณฑ์ชนิดนี้ ว่าจะมีคุณภาพ มีประสิทธิภาพที่ดีหรือเปล่า เพราะฉะนั้น ในการคาดการณ์ครูก็ต้องคาดการณ์เพื่อแก้ไขข้อจำกัดนี้ เพราะฉะนั้น การพัฒนาในอนาคต ก็จะต้องมีแนวทาง อย่างเช่น หรือพืช หรืออะไรก็ตามที่มีอยู่ทั่วไป หาง่าย มีปริมาณมาก เพราะเราอาจมองว่ามันอาจะมีข้อจำกัดเรื่องของการผลิตจำนวนมาก เพราะฉะนั้น เราจะต้องใช้วัตถุดิบหรือพืชที่มีปริมาณมากไว้ก่อน และในอนาคตมันก็อาจจะมีความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ ที่จะทำให้วัสดุนี้มีความคงทนมากยิ่งขึ้น และสามารถย่อยสลายตามธรรมชาติได้ดีด้วย เพราะฉะนั้น ครูก็คิดว่า น่าจะมี หรือว่าน่าจะพัฒนาได้ นี่ก็คือการคาดการณ์ของครูนะคะ ซึ่งมันจะออกมาในลักษณะไหนล่ะ ก็อาจจะออกมาในลักษณะเป็นจาน ชาม บรรจุภัณฑ์จากหญ้า เพราะว่าครูเห็นว่าหญ้ามันมีอยู่ทั่วไป แล้วมีปริมาณมาก หรือจากฟางข้าว จากใบไม้ก็ได้ใช่ไหมคะ แล้วก็ต้องด้วยความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ ที่ครูคิดว่ามันอาจจะพัฒนา ณ ตอนอนาคตนั้น ก็อาจจะมีความคงทนมากขึ้น กันน้ำ กันไฟ หรือว่าย่อยสลายได้เร็ว หรืออาจจะมีการพัฒนาเป็นบรรจุภัณฑ์ที่พัฒนาได้เลย ลดขยะได้เลยนะคะ หรืออาจจะมีคุณสมบัติพิเศษอื่น ๆ ก็ได้ ซึ่งเราก็ตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อจำกัด นี่ก็เป็นตัวอย่างการคาดการณ์เทคโนโลยีในอนาคต เกี่ยวกับบรรจุภัณฑ์นะคะ โดยครูใช้พื้นฐาน ก็คือข้อจำกัดที่เราคิดว่าเป็นข้อจำกัดในการใช้นั่นเอง อีกตัวอย่างหนึ่งค่ะ เรื่องของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมนะคะ เป็นตัวอย่างของการพิจารณาการเปลี่ยนแปลงเชื้อเพลิงรถยนต์ นักเรียนทราบดี ว่ารถยนต์นั้นต้องใช้เชื้อเพลิง ในยุคเริ่มต้นนั้น ปัจจุบันก็มีนะคะ คือ การใช้น้ำมันเบนซิน ซึ่งเป็นมาจากการกลั่นน้ำมันดิบ การนำมาผสมสารเพิ่มคุณภาพ โดยมีหัวเทียนเป็นเครื่องจุดระเบิดใช่ไหมคะ แต่ข้อจำกัดของเขา ก็คือก่อให้เกิดมลภาวะทางอากาศ จากการเผาไหม้ เพราะฉะนั้น จึงมีการพัฒนาเป็นน้ำมันแก๊สโซฮอล์ น้ำมันแก๊สโซฮอล์นี่ก็เกิดจากการใช้น้ำมันเบนซินผสมกับแอลกอฮอล์สกัดได้จากพืชผลทางการเกษตร ก็จะใช้ประโยชน์ในทางการเกษตรได้ด้วย นะคะ ตัวนี้นะคะ ก็จะมีประโยชน์ตรงที่เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ จากพืชผลทางการเกษตร และก็สามารถลดภาวะทางอากาศ