--- title: (สำรอง)ตัวอย่างการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี (27.19) subtitle: date: วันศุกร์ที่ 29 มีนาคม 2567 เวลา 11.37 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) [เสียงดนตรี] (ดร.พิมพร) สวัสดีค่ะ นักเรียนคะ พบกับครูอ้อมอีกเช่นเคยในวิชาเทคโนโลยีการออกแบบและเทคโนโลยีค่ะ ที่นักเรียนทราบแล้วว่าในเนื้อหา 7 บท นี้ประกอบด้วย 3 บทแรก อยู่ในส่วนที่เรียกว่า เทคโนโลยีน่ารู้ เป็นหัวข้อที่ 2 ในบทที่ 2 นะคะ ชื่อเรื่องว่าตัวอย่างการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี จุดประสงค์ของหัวข้อนี้ ก็คือสามารถวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีทางการแพทย์ และเทคโนโลยีด้านสิ่งแวดล้อมได้ รวมถึงต้องสามารถคาดการณ์แนวโน้มเทคโนโลยีที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้เช่นกัน จะวิเคราะห์อย่างไร จะคาดการณ์อย่างไร วันนี้เราจะได้เรียนรู้กันนะคะ หลายคนสังสัย ว่าเอ๊ะทำไมต้องเป็นเรื่องของเทคโนโลยีด้านการแพทย์ และทำไมต้องเป็นด้านสิ่งแว้ดล้อม ก็เพราะว่าในสถานการณ์ของโลกปัจจุบันนี่ค่ะ กลุ่มประชากรที่จัดว่าเป็นกลุ่มผู้สูงวัยมีเพิ่มมากขึ้น เพราะฉะนั้น อาจจะเนื่องมาจากสาเหตุอัตราการเกิดลดลง หรือประสิทธิภาพในการรักษาพยาบาลนี่มากขึ้น ก็ทำให้ผู้สูงอายุนี่มีจำนวนมากเพิ่มขึ้นทั่วโลก และแต่สถิติของกลุ่มอาเซียน รวมทั้งไปเปรียบเทียบกับอีก 3 ประเทศ ก็คือญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และจีนนี้ เราจะเห็นว่าประเทศไทยมีสัดส่วนของประชากรร้อยละ 15.36 เป็นผู้สูงวัย จากประชาชนทั้งหมดนะคะ 15.36 คือ กลุ่มผู้สูงวัย ถ้าเปรียบเทียบกับกลุ่มประเทศที่เอามาเปรียบเทียบกันจะเห็นว่า ข้อมูลนี้ ประเทศไทยถือว่าอยู่ในอับดับ 4 รองจาก ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และจีน และเป็นสัดส่วนอันดับ 1 เมื่อเทียบกับกลุ่มประเทศอาเซียนเพราะฉะนั้นในฐานะที่เราเป็นคนหนึ่งที่กำลังจะอยู่ในสังคมผู้สูงวัย เราก็จะต้องเรียนรู้การรักษาพยาบาลผู้สูงวัย รวมถึงอีกประเด็นหนึ่ง นั่นก็คือเทคโนโลยีทางการแพทย์นี้ถือเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยดำรงเผ่าพันธุ์มนุษย์ เพราะฉะนั้น จึงมีความจำเป็น และมีความที่จะต้องเรียนรู้การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีด้านนี้ อีกเรื่องด้านหนึ่งค่ะ สถานการณ์ด้านสิ่งแวดล้อม แน่นอนค่ะ ว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่มีการพัฒนาโดยไม่ตระหนักถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมนี้ ก็จะเกิดมลภาวะต่างๆ มลภาวะทางอากาศ ซึ่งเกิดจากการขยายตัวของเมืองของชุมชนเมือง การใช้รถยนต์หรือการทำธุรกิจ ภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม ก็อาจจะเกิดภาวะด้านอากาศ รวมถึงสารปนเปื้อนที่ถูกปล่อยลงสู่แม่น้ำ ลำคลอง หรือทะเล จากการผลิตระบบทางอุตสาหกรรม หรือชุมชน ที่มีความหนาแน่น รวมถึงการกำจัดขยะที่ไม่เป็นระบบ ก็อาจจะก่อให้เกิดปัญหาทางการจัดการขยะได้ด้วย เพราะฉะนั้น เราจึงต้องเรียนรู้เรื่องของเทคโนโลยีการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อที่จะช่วยกันให้เรียนรู้ และใช้เทคโนโลยีนั้น ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสิ่งแวดล้อมด้วย นั่นจึงเป็นที่มาของหัวข้อที่เราจะได้เรียนในวันนี้นะคะ ก่อนอื่น ขอทบทวนก่อนว่า เอ๊ะ สาเหตุ หรือปัจจัยการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีนี่ นักเรียนจำได้หรือเปล่าคะ ในหัวข้อที่แล้ว มีกี่สาเหตุ หรือมีกี่ปัจจัยคะ มี 5 สาเหตุ 5 ปัจจัยค่ะ นั่นก็คือความต้องการของมนุษย์ เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาใช่ไหมคะ เป็นสาเหตุหรือปัจจัยหลักเลย รวมกันกับองค์ความรู้และความก้าวหน้าของศาสตร์ต่าง ๆ เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อมด้วย เพราะฉะนั้น ในวันนี้ในเรื่องของการพิจารณาลักษณะการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีนี่ เราก็ต้องคำนึงถึงสาเหตุและปัจจัยเหล่านี้เสมอ เป็นองค์ประกอบหนึ่ง ที่จะช่วยพิจารณาการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีได้ด้วยนะคะ เรามาเริ่มพิจารณาการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีกันค่ะ เริ่มจากการเปลี่ยนเทคโนโลยีทางการแพทย์และด้านสุขภาพนะคะ อุปกรณ์ที่นักเรียนเห็นในภาพนี้ เรียกว่า "เครื่องเป่าความดันลม" หรือ "CPAP" เครื่องเป่าความดันลมนี่มีลักษณะอย่างไร ก็เป็นเทคโนโลยีหนึ่งนะคะ ที่ช่วยเปิดขยายทางเดินหายใจสำหรับผู้ป่วยที่มีปัญหาการนอนกรน นอนหลับไม่สนิท หรืออาจมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ เพราะฉะนั้น จึงมีเทคโนโลยีชนิดนี้ขึ้นมานะคะ เรียกว่า "เครื่องเป่าดันลม" นี่แหละ นะคะ หลักการเครื่องเป่าความดันลมทำงานอย่างไร ก็มีการดูดอากาศจากภายนอกเข้าสู่ตัวเครื่องนี้นะคะ ผ่านแผ่นกรองฝุ่น แล้วจึงผลิตแรงดันอากาศนั้นผ่านส่งต่อเข้าไปทางท่อนะคะ จนถึงส่วนครอบจมูกสำหรับผู้ใช้ แล้วก็ผ่านเข้าไปสู่ระบบทางเดินหายใจของผู้ใช้นั่นเอง เพราะฉะนั้น มีสาเหตุหรือปัจจัยที่ทำให้เกิดเทคโนโลยีตรงนี้ขึ้นมา ก็ด้วยเนื่องจากว่ามนุษย์นี่แหละค่ะ มีความต้องการแก้ปัญหาการนอนกรน หรือว่าการนอนหลับไม่สนิท หรือว่าความก้าวหน้าของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สามารถทำให้ผลิตเครื่องเป่าความดันลมหรือ CPAP ขึ้นมาได้ เอ๊ะ นักเรียนเห็นสภาพรูปแบบนี้ เห็นลักษณะการใช้งานที่ผู้ใช้ต้องนอนอยู่แบบนี้ นักเรียนคิดว่าจะมีข้อจำกัดหรือว่ามีปัญหาในการใช้หรือเปล่าคะ ให้นักเรียนลองคิดนะคะ ว่า เอ๊ะ จะมีข้อจำกัดไหม ขนาดว่าสามารถช่วยในการนอนกรนได้แล้วนะ แน่นอนค่ะ ว่าเมื่อไหร่ก็ตาม เมื่อมีผู้ใช้ที่มีลักษณะแตกต่างกันนี่ ปัญหาหรือว่าความไม่สะดวกก็ต้องเกิดขึ้นแน่นอน อย่างเช่น ในเรื่องของเครื่อง CPAP นี่ เรื่องของขนาอุปกรณ์ที่ไม่เหมาะสมนี่ สามารถเกิดขึ้นได้แน่นอน เพราะว่าหน้าตาของแต่ละคนนี่แตกต่างกันใช่ไหมคะ รูปร่างหน้าตา เพราะฉะนั้น อุปกรณ์ก็อาจไม่เหมาะสมสำหรับบางคน หรือกรณีที่มีการใช้เป็นเวลานาน ๆ นี่ ก็อาจจะมีอาการข้างเคียง อย่างเช่น อาการคัดจมูก ปวดจมูก เลือดกำเดาไหล หรือมีอาการเกิดรอยกดทับ เพราะว่าใช้นานเกินไป แบบนี้ก็ถือว่าเป็นข้จำกัดของเครื่อง CPAP ที่ไม่สะดวกต่อการใช้งาน ถ้าเป็นแบบนี้ นักเรียนสามารถคาดการณ์ได้ไหมคะ ว่าแล้วเครื่องนอนกรน เครื่องช่วยแก้ปัญหาในการนอนกรนนี่ ในอนาคตมันควรจะเป็นรูปแบบไหน นักเรียนคิดว่าจะเป็นรูปแบบไหนได้บ้างคะ เพื่อที่จะแก้ไข หรือว่าแก้ปัญหาข้อจำกัดที่ ณ ปัจจุบันนี้ เครื่อง CPAP คือมีจำกัดนี้อยู่ ให้นักเรียนลองคิดนะคะ อาจจะยังคิดไม่ออก แต่ว่าตอนนี้นะคะ แนวโน้มที่จะเกิดขึ้น เกี่ยวกับเทคโนโลยีที่ช่วยแก้ปัญหาการนอนกรนนี่ค่ะ มันมีกลุ่มผู้วิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์นะคะ ทางการแพทย์นะคะ ได้สามารถพัฒนาเครื่องมือที่เรียกว่า "หมอนตุ๊กตา" ค่ะ นักเรียน หมอนตุ๊กตานี่ช่วยกดปัญหาการนอนได้อย่างไร เพราะว่ามีไมโครโฟนตรวจจับเสียงกรนค่ะ และก็นอกจากนี้ก็ยังมีอุปกรณ์ที่ตรวจวัดความเข้มข้นของออกซิเจนในเลือด ติดไว้ที่ปลายนิ้วของผู้ป่วยด้วย หลังจากที่มีการได้รับสัญญาณแล้ว ได้รับการตรวจจับเสียงกรนแล้ว ก็จะส่งสัญญาณไปหมอนตุ๊กตานี่ สามารถยกแขนดันศีรษะของผู้ป่วยให้สามารถเปลี่ยนท่านอนได้ เพื่อที่จะได้หายใจได้สะดวก คล่องยิ่งขึ้น นี่ก็คือสามารถแก้ปัญหาเรื่องของไม่ต้องมีเครื่องอุปกรณ์อะไรมาครอบจมูก ก็จะเกิดความสะดวกกับผู้ใช่ไหมคะ ก็ถือว่าเป็นแนวโน้มที่จะเกิดเทคโนโลยีขึ้นสังเกตว่าการพัฒนาเทคโนโลยีประเภทนี้เป็นการแก้ปัญหาเรื่องของความไม่สะดวกของผู้ใช้ได้นะคะ ว่าการคาดการณ์นี้ต้องอยู่บนพื้นฐานของสภาพปัญหาหรือการใช้งานที่มันไม่สะดวกต่อการใช้งานนั่นเอง ท้ายที่สุดแล้วตัวนี้ก็ยังเป็นแค่แนวโน้ม ยังเป็นต้นแบบ ฉบับต้นแบบอยู่ ยังอยู่ในระดับการทดลองอยู่ เพราะฉะนั้น ก็ถือว่ายังไม่นำมาใช้จริงในกับผู้ป่วยนะคะ อีกตัวอย่างหนึ่งค่ะ หูฟังที่แพทย์ใช้ตรวจสุขภาพของผู้ป่วยนะคะ ก่อนหน้านี้นะคะ หูฟังในยุคโบราณนั้นทำจากไม้ แน่นอนทำจากนยุคโบราณนั้นทำจากไม้ แน่นอนทำจากไม้ ก็ต้องมีปัญหาของขนาดของหูฟังนี่แหละ ที่มันมีขนาดใหญ่เกินไป มีน้ำหนักมากเกินไป พกพาไม่สะดวก และก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องการแก้ไขปัญหานี้ รวมถึงความก้าวหน้าของเทคโนโลยีด้านวิทยาศาสตร์เกี่ยวข้องกับเสียงนี่ ทำให้สามารถใช้ผลิตหรือว่าพัฒนาต่อยอดมาเป็นหูฟังแพทย์ทั่วไป หรือที่นักเรียนเห็นในรูป ก็จะสามารถทำให้มีขนาดเล็ก มีอย่างไรก็ตามหูฟังแพทย์ทั่วไปนี่ ก็ยังมีข้อจำกัดอยู่ อย่างเช่น มีเสียงรบกวน และผู้ใช้ หรือว่าแพทย์ผู้วินิจฉัยนี่ ก็ต้องใช้ความชำนาญเฉพาะบุคคล ไม่สามารถบันทึกเสียงหรือที่ได้ยินให้เป็นสัญญาณภาพให้เห็นได้ เพราะฉะนั้น การก็ต้องแก้ปัญหาไปอีก ตอนนี้เนื่องจากมีความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ จึงสามารถพัฒนาหูฟังแพทย์เป็นหูฟังที่อิเล็กทรอนิกส์เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ผ่านบลูทูธได้แล้วนะคะ นั่นก็สามารถทำให้เห็นสัญญาณ มีการแปลงสัญญาณเสียงเป็นสัญญาณภาพ ทำให้วินิจฉัยได้แม่นยำยิ่งขึ้น อย่างนี้แหละค่ะ คือ ตัวอย่างของการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีทางการแพทย์ ที่เกิดจากข้อจำกัดขณะใช้ไป ใช้ไป ก็เกิดข้อจำกัด ก็มีการพัฒนาขึ้นมาเรื่อย ๆ เรื่อย ๆ ก็ไม่แน่ว่าในอนาคตนี้ หูฟังแพทย์ก็อาจจะอยู่ในรูปแบบอื่น ก็ต้องถูกพัฒนาปรับปรุงไปตามสภาพปัญหาที่เป็นอยู่ นี่ก็เป็นตัวอย่างของการเปลี่ยนแปลงทางการแพทย์นะคะ แล้วตัวอย่างการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีทางด้านสิ่งแวดล้อมคะ นักเรียนคิดถึงเทคโนโลยีใดบ้าง บรรจุภัณฑ์นะคะ นักเรียนคะ ตอนนี้มีปัญหากันมากเรื่องของสิ่งแวดล้อมที่มีบรรจุภัณฑ์ที่เป็นปะเภทพลาสติก หรือวัสดุที่ย่อยสลายยาก อย่างเช่น เบื้องต้นที่เราพิจารณาบรรจุภัณฑ์ประเภทโฟมจริง ๆ แล้วก็มีข้อดีอยู่นะคะ ก็มีข้อดีอยู่ อย่างเช่น พกพาสะดวก เราไม่ต้องล้าง เพราะฉะนั้น ก็สอดคล้องกับพวิถีชีวิตที่รีบเร่งทำงานใช่ไหมคะ แต่อย่างไรก็ตามเขาก็มีข้อจำกัดข้อเสีย เพราะว่ามีองค์ประกอบ คือ สารสไตรีน ซึ่งเป็นอันตรายต่อร่างกาย รวมทั้งเกิดจากการผลิต ที่เกิดจากส่วนเกินในกระบวนการกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม ซึ่งมีปัญหาเรื่องการย่อยสลาย จึงส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพราะฉะนั้น ถึงแม้จะสะดวก แต่ถ้ามองในแง่สิ่งแวดล้อมนั้น เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมมากเลยนะคะ เพราะฉะนั้น ก็ต้องมีการพัฒนา หรือปรับปรุงบรรจุภัณฑ์แบบนี้ไปอีก นักเรียนคิดว่าต้องพัฒนาแบบไหนคะ ตอนนี้ค่ะ ตอนนี้มีบรรจุภัณฑ์ที่ทำจากวัสดุธรรมชาติ ซึ่งวัสดุธรรมชาตินี้ทำจากอะไร ก็ทำจากใบไม้ค่ะ ในตรงนี้นะคะ รูปที่ครูนำมานี่ก็เป็นพัฒนาโดยนักวิทยาศาสตร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร นำใบทองกวาว มาขึ้นรูปเป็นจานและชามเป็นบรรจุภัณฑ์ ใช้แทนกล่องโฟมได้ ใส่น้ำร้อนก็ได้ สามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ นี่ก็ถือเป็นการแก้ไขข้อจำกัดของโฟมใช่ไหมคะ แต่เอ๊ะ ถ้านักเรียนคิดไปในแง่ของข้อจำกัดที่เรา ถ้าเราใช้บรรจุภัณฑ์ที่ทำจากใบทองกวาวนี่ นักเรียนคิดว่ามีข้อจำกัดหรือปัญหาอะไรบ้างคะ นักเรียนลองคิดดูนะคะ ว่าบรรจุภัณฑ์จากธรรมชาตินี่ จะมีข้อจำกัดอะไรบ้าง นักเรียนมีเวลาคิดนะคะ อยากให้นักเรียนลองคิดสัก 30 วินาที เพื่อที่จะเป็นแนวทางในการวิเคราะห์ต่อไป ครูจะเริ่มจับเวลานะคะ ว่า เอ๊ะ มีข้อจำกัดอะไรบ้าง ตอนนี้เราอาจจะยังไม่ใช้ พอเราเห็นรูปหรือเห็นบรรจุภัณฑ์นี่ ทราบข้อมูลนี่ จะมีปัญหาอะไรบ้าง ครูเริ่มจับเวลานะคะ เริ่มค่ะ [เสียงเอฟเฟ็กต์] (อาจารย์) หมดเวลาค่ะ เป็นอย่างไรบ้างคะ นักเรียนสามารถคิดข้อจำกัด หรืออาจจะเป็นปัญหาที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการใช้บรรจุภัณฑ์ชนิดนี้ได้ไหมคะ อันนี้เป็นสิ่งที่ครูคิดไว้ได้นะคะ แบบเร็ว ๆ นะคะ ครูคิดว่าเรื่องความคงทนหรือระยะเวลาในการใช้งานนี่ มันจะคงทนได้สักประมาณเท่าไรนะ อาจจะมีปัญหาเรื่องความคงทนก็ได้ และครูก็ยังคิดอีกว่าใบทองกวาวนี่ เป็นวัตถุดิบที่มีเฉพาะถิ่นหรือไม่ ถ้าหากว่าครูอยากผลิตในการค้าไปเลย อยากผลิตจำนวนมาก ๆ นี่ วัตถุดิบตัวนี้ คือ ใบทองกวาวนี่ จะมีเพียงพอสำหรับการผลิตหรือเปล่า เป็นพืชท้องถิ่นหรือเปล่า อาจจะเกิดปัญหาขึ้นได้ นี่คือเป็นข้อจำกัดที่ครูคิดได้แบบเร็ว ๆ นะคะ นักเรียอาจจะมีมากกว่านี้นะคะ ถ้ามองในแง่ข้อจำกัดในหัวข้อนี้ นักเรียนคิดว่าบรรจุภัณฑ์ที่จะต้องผลิตจากวัสดุธรรมชาติ เพื่อทดแทนโฟมนี่ ต้องมีลักษณะอย่างไรคะ ที่จะสามารถพัฒนาต่อจากภาชนะ หรือว่าบรรจุภัณฑ์ที่จากใบทองกวาวนี่ นักเรียนคิดว่าจะต้องมีลักษณะเป็นอย่างไร นี่ก็ถือเป็นการคาดการณ์นะคะ เป็นการคาดการณ์ในอนาคต โดยพิจารณาจากกข้อจำกัน สมมติว่าจะเกิดขึ้น หรือคาดว่าจะเกิดขึ้นนะคะ เอาล่ะ เราไปดูกันว่าลักษณะของบรรจุภัณฑ์จากวัสดุธรรมชาติจะเป็นอย่างไร แน่นอนค่ะ จากข้อจำกัดที่ครูคิดไว้ 3 ประเด็นนะคะ นักเรียนอาจจะแยกออกเป็นประเด็นวัตถุดิบ นั่นก็คือใบทองกวาวนี่ อาจจะมีข้อจำกัด ถ้าต้องการผลิตจำนวนมาก เพราะเป็นพืชท้องถิ่น บางท้องถื่นอาจจะไม่มี แต่ถ้ามองในแง่ของความคงทน นั้นครูมองในแง่ของคุณภาพของบรรจุภัณฑ์ชนิดนี้ ว่าจะมีคุณภาพหรือประสิทธิภาพที่ดีหรือเปล่า เพราะฉะนั้น ในการคาดการณ์ ครูก็ต้องคาดการณ์ เพื่อแก้ไขข้อจำกัดนี้ เพราะฉะนั้น การคาดการณ์ในอนาคตก็จะต้องมีแนวทาง อย่างเช่น ใช้วัตถุดิบ พืช หรืออะไรก็ตามที่มีอยู่ทั่วไป หาง่าย มีปริมาณมาก เพราะเราอาจมองว่ามันอาจจะมีข้อจำกัดเรื่องของการผลิตจำนวนมาก เพราะฉะนั้น เราก็ต้องใช้วัตถุดิบหรือพืชที่มีปริมาณมากไว้ก่อน และในอนาคตมันก็อาจจะมีความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ ที่จะทำให้วัสดุนี้มีความคงทนมากยิ่งขึ้น และสามารถย่อยสลายตามธรรมชาติได้ดีอีกด้วย เพราะฉะนั้น ครูก็เลยคิดว่าน่าจะมี หรือว่าน่าจะพัฒนาได้ นี่ก็คือการคาดการณ์ของครูนะคะ ซึ่งมันจะออกมาในลักษณะไหนล่ะ ก็อาจจะออกมาในลักษณะเป็นจาน ชาม หรือบรรจุภัณฑ์จากหญ้า เพราะว่าครูเห็นว่าหญ้ามันมีอยู่ทั่วไป แล้วมีปริมาณมาก หรืิออาจจากฟางข้าว จากใบไม้ก็ได้ ใช่ไหมคะ ซึ่งก็อาจจะของวิทยาศาสตร์ที่ครูคิดว่ามันอาจจะพัฒนาไปแล้ว ณ ตอนอนาคตนั้น ก็อาจจะมีความคงทนมากขึ้น กันน้ำ กันไฟ หรือว่าย่อยสลายได้เร็ว หรืออาจจะมีการพัฒนาเป็นบรรจุภัณฑ์ที่รับประทานได้เลย จะสามารถลดขยะได้เลยนะคะ หรืออาจจะมีคุณสมบัติพิเศษอื่น ๆ ก็ได้ ซึ่งเราก็ตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อจำกัดตัวนี้ นี่ก็คือเป็นตัวอย่างของการคาดการณ์เทคโนโลยีในอนาคต เกี่ยวกับบรรจุภัณฑ์นะคะ โดยครูใช้พื้นฐาน ก็คือข้อจำกัดที่เราคิดว่ามันอาจจะเป็นข้อจำกัดในการใช้นั่นเอง อีกตัวอย่างหนึ่งค่ะ เรื่องของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมนะคะ เป็นตัวอย่างของการพิจารณาการเปลี่ยนแปลงเชื้อเพลิงรถยนต์ นักเรียนทราบดีว่ารถยนต์ต้องใช้เชื้อเพลิง ในยุคเริ่มต้นนั้น ปัจจุบันก็มีนะคะ คือ การใช้น้ำมันเบนซิน ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากกลั่นน้ำมันดิบ การนำมาผสมสารเพิ่มคุณภาพโดยมีหัวเทียนเป็นเครื่องจุดระเบิดใช่ไหมคะ แต่ข้อจำกัดของเขา ก็คือก่อให้เกิดมลภาวะทางอากาศจากการเผาไหม้ เพราะฉะนั้น จึงมีการพัฒนาเป็นน้ำมันแก๊สโซฮอล์ แก๊สโซฮอลนี้ก็เกิดจากการนำน้ำมันเบนซิน ที่สกัดได้จากพืชผลทางการเกษตร ก็จะเป็นการใช้ประโยชน์ในทางการเกษตรได้ด้วย ตัวนี้นะคะ ก็จะมีประโยนช์ตรงที่ว่า เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ จากพืชผลทางการเกษตร และลดมลภาวะทางอากาศได้ถึง 20-25 เปอร์เซ็นต์ แต่ก็ยังไม่ได้ดีที่สุด ก็ยังมีการพัฒนามาอีก เรียกว่า "รถยนต์ไฮบริด" เป็นรถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงและไฟฟ้า ซึ่งสามารถลดมลภาวะทางอากาศได้ถึง 50 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว นักเรียนคิดว่าหยุดอยู่แค่นี้ไหมคะ ยังค่ะ ยังนะคะ เพราะว่ายังมีเทคโนโลยีอื่น ๆ มาทดแทนได้อีกนะคะ นั่นก็คือรถยนต์ไฟฟ้าค่ะ รถยนต์ไฟฟ้านี่ ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ลดมลภาวะ แน่นอนว่าไม่ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศนะคะ กักเก็บไฟฟ้าไว้ในแบตเตอรี่และนำมาขับเคลื่อนมอเตอร์ ดูเหมือนว่าจะแก้ไขปัญหาด้านมลภาวะอากาศได้แล้ว หรือว่ารถยนต์ไฟฟ้านี่มีข้อจำกัดไหมคะ หรือว่ามันจะถูกพัฒนาไปในทิศทางไหน คิดนะคะ ว่าขนาดที่ลดมลภาวะได้แล้ว จะมีข้อจำกัดอะไรอีก ถ้านักเรียนพิจารณานะคะ ก็จะเห็นว่ารถไฟฟ้า รถยนต์ไฟฟ้าตอนนี้ ส่วนใหญ่นั้น เป็นรถยนต์รุ่นเล็กนะคะ ใช้สำหรับใช้ในเมือง ในระยะสั้น ๆ ต้องมีสถานีชาร์จไฟฟ้าอยู่เป็นระยะ ๆ แล้วก็มีการชาร์จนี่ ต้องใช้เวลานาน เพราะฉะนั้น จึงไม่สะดวกเลย จึงต้องมีการพัฒนา จึงต้องมีการพัฒนา เพื่อให้ลบข้อจำกัดข้อนี้นะคะ นักเรียนคิดว่าอะไรจะสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้คะ ในอนาคต อาจจะเป็นอย่างนี้ค่ะ รูปร่างหน้าตารถยนต์ น่าสนใจไหมคะ ก็เพราะว่ามีแนวคิดการพัฒนา ตั้งอยู่บนพื้นฐานเรียกว่า เนื่องจากว่ารถยนต์ไฟฟ้านี่เป็นรถยนต์รุ่นเล็ก ก็เลยมีแนวคิดว่าต้องมีการพัฒนาหาแหล่งพลังงานที่มีอยู่ทั่วไป จะได้ไม่ต้องใช้สถานีชาร์จไฟฟ้า นั่นคือการใช้แผงโซลาร์เซลล์นั่นเอง ใช้โซลาร์เซลล์เป็นหลังคารถไปเลย แล้วก็เปลี่ยนพลังจากแสงอาทิตย์เป็นพลังงานไฟฟ้า น่าจะมีการพัฒนาความเร็ว และก็พัฒนาประสิทธิภาพของเครื่องยนต์นั้น ให้สามารถเดินทางได้ไกล นี่ก็เป็นการคาดการณ์ในอนาคตนะคะ ซึ่งจะต้องใช้ความรู้ในหลาย ๆ ด้านเลย อย่างเช่น วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ แล้วก็เทคโนโลยีในด้านต่าง ๆ ที่ช่วยในการขับเคลื่อนเครื่องยนต์ที่ใช้โซลาร์เซลล์นี้ อันนี้ก็เป็นแนวคิดในการพัฒนาของหลายบริษัทที่พยายามทำอยู่ เพื่อให้นำไปสู่การใช้รถยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แล้วก็มีประสิทธิภาพดี นี่ก็เป็นตัวอย่างการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีทางด้านสิ่งแวดล้อมด้วยนะคะ นักเรียนสังเกตไหมคะ ว่าที่ผ่านมาครูได้นำเสนอ ครูได้นำเสนอการคาดการณ์ ครูใช้หลักการอะไรในการคาดการณ์คะ เช่น การคาดการณ์บรรจุภัณฑ์จากวัสดุธรรมชาติ ครูก็คาดการณ์จากข้อจำกัดใช่ไหมคะ จากข้อจำกัดที่คิดว่าอาจจะเกิดขึ้น หรืออย่างเช่น รถยนต์ไฟฟ้า ครูคิดแนวคิดการพัฒนานี่ ก็เกิดจากข้อจำกัดที่เกิดจากการใช้งานอยู่ตอนนี้ เพราะฉะนั้น หลังการที่ใช้คาการณ์เทคโนโลยีในอนาคตนะคะ ต้องเป็นการคาดการณ์บนฐานความรู้ที่น่าเชื่อถือื และมีความเป็นไปได้ นอกจากนี้ก็ต้องลืมไม่ได้เลย ต้องพิจารณาจากสาเหตุ หรือปัจจัยที่เกิดขึ้นจากเทคโนโลยีนั้น ๆ ซึ่งแน่นอนคะ มีเรื่องของปัญหา และความต้องการของมนุษย์นี่แหละ เป็นตัวผลักดันรวมถึงความก้าวหน้า ของศาสตร์ต่าง ๆ ร่วมด้วย และสิ่งแวดล้อม ก็เป็นปัจจัย และเป็นสาเหตุเช่นกัน นี่ก็คือเป็นหลักการ ที่ทำให้เราได้สามารถคาดการณ์ เทคโนโลยีในอนาคตได้นะคะ สำหรับนักเรียนคนใด ที่อยากศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับอุปกรณ์ และเทคโนโลยีทางการแพทย์ ที่เรียกว่า "CPAP" นักเรียนก็สามารถนำลิงก์นี้ หรือว่าใช้ QR Code นี้ ไปศึกษาเพิ่มเติมได้ รวมถึงหมอนตุ๊กตาด้วยนะคะ เป็นเทคโนโลยีที่อยู่ใน... เป็นเทคโนโลยีที่จัดในต้นแบบ ก็ไปลองศึกษาดูว่าเขามีหลักการอย่างไร รวมถึงเรื่องบรรจุภัณฑ์ ที่ผลิตจากวัสดุธรรมชาติด้วย น่าสนใจเลยทีเดียวค่ะ นักเรียนอาจจะต้องไปศึกษาเพิ่มเติมนะคะ จะได้เห็นแนวคิด ที่จะสามารถพัฒนาต่าง ๆ ได้ดียิ่งขึ้น สำหรับวันนี้นะคะ ครูก็อยากสรุปว่าปัญหาหรือความต้องการ ของมนุษย์นี่แหละค่ะ คือ สาเหตุที่สำคัญที่ทำให้เกิดการพัฒนา รวมถึงการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี นอกจากนี้ ก็ต้องเปลี่ยนแปลงและพัฒนาอยู่ตลอดเวลา ขึ้นอยู่กับสาเหตุและปัจจัยต่าง ๆ ที่ครูได้กล่าวไว้นะคะ เพราะฉะนั้น ความเข้าใจการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีนี่แหละ และความสามารถในการวิเคราะห์ต่าง ๆ นี่แหละ จะทำให้นักเรียนนั้นรู้เท่าทัน เทคโนโลยีสามารถคาดการณ์เทคโนโลยีในอนาคตได้ เพราะฉะนั้น เมื่อคาดการณ์ได้แล้ว เมื่อทราบสาเหตุหรือปัจจัยแล้ว นักเรียนก็ต้องสามารถที่จะใช้เทคโนโลยีดด้วย ซึ่งมีทั้งดี และมีทั้งไม่ดี ก็จะทำให้เรารู้เท่าทัน และใช้เทคโนโลยีนั้นอย่างคุ้มค่า และมีประโยชน์ ก็หวังว่าในเนื้อหาบทที่ 2 เรื่อง ของการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี ที่คุณครูได้อธิบายให้นักเรียนได้ฟังนั้น ก็จะสามรถทำให้นักเรียนเข้าใจ และนำไปใช้ได้อย่างดียิ่งขึ้นนะคะ พบกันใหม่ในหัวข้อต่อไปค่ะ สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี]