(ดร.พิมพร) สวัสดีค่ะนักเรียนพบกับครูอ้อมอีกเช่นเคยในวิชาเทคโนโลยีการออกแบบและเทคโนโลยีค่ะ ที่นักเรียนทราบแล้วว่าในเนื้อหานี้ประก3 บทแรกอยู่ในส่วนที่เรียกว่า เทคโนโลยีน่ารู้ เป็นหัวข้อที่ 2 ในบทที่ 2 นะคะ ชื่อเรื่องว่าตัวอย่างการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี จุดประสงค์ของหัวข้อนี้ก็คือ สามารถวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีทางการแพทย์และเทคโนโลยีด้านสิรวมถึงต้องสามารถคาดการณ์แนวโน้มเทคโนโลยีที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้เช่นกัน จะวิเคราะห์อย่างไร จะคาดการณ์อย่างไร วันนี้เราจะได้เรียนรู้กันว่าเอ๊ะทำไมต้องเป็นเรื่องของเทคโนโลยีด้านการแพทย์ ทำไมต้องเป็นด้านสิ่งแว้ดล้อมก็เพราะว่าในสถานการณ์ของโลกปัจจุบันนี่ค่ะ กลุ่มประชากรที่จัดว่าเป็นกลุ่มผู้สูงวัยมีเพิ่มมากขึ้น เพราะฉะนั้น อาจจะเนื่องมาจากสาเหตุอัตราการเกิดลดลงหรือประสิทธิภาพในการรักษาพยาบาลมากขึ้น ก็ทำให้ผู้สูงอายุนี่มีจำนวนมากเพ่และแต่สถิติของกลุ่มอาเซียน รวมทั้งไปเปรียบเทียบกับอีก 3 ประเทศ ก็คือญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และจีน เราจะเห็นว่าประเทศไทยมีสัดส่วนของประชากรร้อยละ 15.36 เป็นผู้สูงวัย จากประชาชนทั้งหมดนะคะ 15.36 คือกลุ่มผู้สูงวัย ถ้าเปรียบเทียบกับกลุ่มประเทศที่เอามาเปรียบเทียบกันจะเห็นว่านี่ประเทศไทยถือว่าอยู่ในอับดับ 4 รองจาก ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และจีน เป็นสัดส่วนอันดับ 1 เมื่อเทียบกับกลุ่มประเทศอาเซียนและในฐานะที่เราเป็นคนหนึ่งที่กำลังจะอยู่ในสังคมผู้สูงวัย เราก็จะต้องเรียนรู้รวมถึงอีกประเด็นหนึ่ง นั่นก็คือเทคโนโลยีทางการแพทย์นี้ถือเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยดำรงเผ่าพันธุ์มนุษย์ เพราะฉะนั้น จึงมีความจำเป็นและสำคัญที่จะต้องเรียนรู้การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีด้านนี้ อีกเรื่องด้านหนึ่งค่ะ สถานการณ์ด้านสิ่งแวดล้อม แน่นอนค่ะ ว่าที่มีการพัฒนาโดยไม่ตระหนักถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมนี่ เมือ่มลภาวะทางอากาศ ซึ่งเกิดจากการขยายตัวของเมืองของชุมชนเมือง การใช้รถยนต์หรือการทำธุรกิจ ภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม ก็อาจจะเกิดภาวะด้านอากาศ และสารปนเปื้อนที่ถูกปล่อยลงสู่แม่น้ำ ลำคลอง หรือทะเล จากการผลิตระบบทางอุตสาหกรรมหรือชุมชนที่มีความหนาแน่น รวมถึงการกำจัดขยะที่ไม่เป็นระบบ ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาทางการจัดการขยะได้ด้วย เพราะฉะนั้น เราจึงต้องเรียนรู้เรื่องของเทคโนโลยีการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อที่จะช่วยกันให้เรียนรู้ และใช้เทคโนโลยีนั้นให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสิ่งแวดล้อมด้วย นั่นจึงเป็นที่มาของหัวข้อที่เราจะได้เรียนในวันนี้นะคะ ก่อนอื่นขอทบทวนก่อนว่า เอ๊ะ สาเหตุ หรือปัจจัยการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีในหัวข้อที่แล้วมีกี่สาเหตุหรือมีกี่ปัจจัยคะ มี 5 สาเหตุ 5 ปัจจัยค่ะ นั่นก็คือความต้องการของมนุษย์เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาใช่ไหมคะ เลย รวมกันกับองค์ความรู้และความก้าวหน้าของศาสตร์ต่าง ๆ เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมด้วย เพราะฉะนั้น ในวันนี้ในเรื่องของการพิจารณาลักษณะการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีนี่ เราก็ต้องคำนึงถึงสาเหตุและปัจจัยเหล่านี้เสมอ เป็นองค์ประกอบหนึ่งที่จะช่วยพัฒนาการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีได้ด้วยนะคะ เรามาเริ่มพิจารณาการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีกันค่ะ เริ่มจากการเปลี่ยนเทคโนโลยีทางการแพทย์และด้านสุขภาพนะคะ อุปกรณ์ที่นักเรียนเห็นในภาพนี้เรียกว่า "เครื่องเป่าความดันลม" หรือ "CPAP" เครื่องเป่าความดันลมนี่มีลักษณะอย่างไร ซึ่งเป็ฯเทคโนโลยีหนึ่งนะคะ ที่ช่วยเปิดขยายทางเดินหายใจสำหรับผู้ป่วยที่มีปัญหาการนอนกรน นอนหลับไม่สนิท หรืออาจมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ เพราะฉะนั้น จึงมีเทคโนโลยีชนิดนี้ขึ้นมานะคะ ซึ่งเรียกว่า เครื่องเป่าดันลม นี่แหละ หลักการเครื่องเป่าความดันลมทำงานอย่างไร ก็มีการดูดอากาศจากภายนอกเข้าสู่ตัวเครื่องนี้นะคะ ผ่านแผ่นกรองฝุ่น แล้วจึงผลิตแรงดันผ่านอากาศนั้นผ่านส่งต่อเข้าไปทางท่อนะคะ จนถึงส่วนครอบจมูกสำหรับผู้ใช้ จากนั้นก็ผ่านเข้าไปสู่ระบบทางเดินหายใจของผู้ใช้นั่นเอง เพราะฉะนั้น มีสาเหตุหรือปัจจัยที่ทำให้เกิดเทคโนโลยีตรงนี้ขึ้นมาก็ด้วยเนื่องจากว่ามนุษย์นี่แหละค่ะ มีความต้องการแก้ปัญหาการนอนกรน หรือความก้าวหน้าของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสามารถทำให้ผลิตเครื่องเป่าความดันลมหรือ CPAP ขึ้นมาได้ เอ๊ะ นักเรียนเห็นสภาพรูปแบบนี้ เห็นลักษณะการใช้งานที่ผู้ใช้นอนอยู่แบบนี้ คิดว่าจะมีข้อจำกัดหรือว่ามีปัญหาในการใช้หรือเปล่าคะ ให้นักเรียนลองคิดนะคะ ว่า เอ๊ะ จะมีข้อจำกัดไหม ขนาดที่ช่วยในการนอนกรนได้แล้วนะ แน่นอนค่ะ ว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่มีผู้ใช้ที่มีลักษณะแตกต่างกันนี่ ปัญหาหรือว่าความไม่สะดวกก็ต้องเกิดขึ้นแน่นอน อย่างเช่น ในเรื่องของเครื่องซีแพบนี่ เรื่องที่ไม่เหมาะสมสามารถเกิดขึ้นได้แน่นอน เพราะว่าหน้าตาของแต่ละคนนี่แตกต่างกันใช่ไหมคะ รูปร่างหน้าตา เพราะฉะนั้น อุปกรณ์ก็อาจไม่เหมาะสมสำหรับบางคน หรือกรณีที่มี... การใช้เป็นเวลานาน ๆ ก็อาจจะมีอาการข้างเคียงอย่างเช่น อาการคัดจมูก ปวดจมูก เลือดกำเดาไหล หรือมีอาการเกิดรอยกดทับ เพราะว่าใช้นานเกินไป แบบนี้ก็ถือว่าเป็นการใช้งานของเครื่อง CPAP ที่ทำให้ไม่สะดวกต่อการใช้งาน ถ้าเป็นแบบนี้นักเรียนสามารถคาดการณ์ได้ไหมคะ ว่าแล้วเครื่องนอนกรน เครื่องช่วยแก้ปัญหาการนอนกรนนี่ ในอนาคตมันควรจะเป็นรูปแบบไหน นักเรียนคิดว่าจะเป็นรูปแบบไหนได้บ้างคะ เพื่อที่จะแก้ไขหรือว่าแก้ปัญหาข้อจำกัดที่ ณ ปัจจุบันนี้เครื่อง CPAP คือข้อจำกัดนี้อยู่ ในนักเรียนลองคิดนะคะ อาจจะยังคิดไม่ออก แตว่าตอนนี้นะคะ แนวโน้มที่จะเกิดขึ้นเกี่ยวกับเทคโนโลยีที่ช่วยแก้ปัญหาการนอนกรนนี่ค่ะ มันมีกลุ่มผู้วิจัยวิทยาศาสตร์ทางด้านวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ได้สามารถพัฒนาเครื่องมือที่เรียกว่า "หมอนตุ๊กตา" ค่ะนักเรียน หมอนตุ๊กตานี่ช่วยกดปัญหาการนอนได้อย่างไร เพราะว่ามีไมโครโฟนตรวจจับเสียงกรนค่ะ และก็นอกจากนี้ก็ยังมีอุปกรณ์ที่ตรวจวัดระดับความเข้มข้นของออกซิเจนในเลือดติดไว้ที่ปลายนิ้วของผู้ป่วยด้วย หลังจากที่มีการได้รับสัญญาณแล้ว ได้รับการตรวจจับเสียงกรนแล้ว หมอนตุ๊กตานี่ สามารถยกแขนดันศีรษะของผู้ป่วยให้สามารถเปลี่ยนท่านอนได้ เพื่อที่จะได้หายใจได้สะดวก คล่องยิ่งขึ้น นี่ก็คือสามารถแก้ปัญหาเรื่องของไม่ต้องมีเครื่องอุปกรณ์อะไรมาครอบจมูก ใช่ไหมคะ ก็ถือว่าเป็นแนวโน้มที่จะเกิดเทคโนโลยีขึ้นสังเกตว่าการพัฒนาเทคโนโลยีประเภทนี้เป็นการแก้ปัญหาเรื่องของความไม่สะดวกของผู้ใช้ได้นะคะ ว่าการคาดการณ์นี้ต้องอยู่บนพื้นฐานของสภาพปัญหาหรือการใช้งานที่มันไม่สะดวกต่อการใช้งานนั่นเอง ท้ายที่สุดแล้วตัวนี้ก็ยังเป็นต้นแบบ ฉบับต้นแบบอยู่ ยังอยู่ในระดับการทดลองอยู่เพราะฉะนั้น ก็ถือว่ายังไม่นำมาใช้จริงในกับผู้ป่วยนะคะ อีกตัวอย่างหนึ่งค่ะ หูฟังที่แพทย์ใช้ตรวจสุขภาพของผู้ป่วยนะคะ ก่อนหน้านี้นะคะ หูฟังในยุคโบราณนั้นทำจากไม้ แน่นอนทำจากไม้ ก็ต้องมีปัญหาของขนาดของหูฟังนี่แหละ มีขนาดใหญ่เกินไป มีน้ำหนักมากเกินไป พกพาไม่สะดวก และก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องการแก้ไขปัญหานี้ รวมถึงความก้าวหน้าของเทคโนโลยีด้านวิทยาศาสตร์เกี่ยวข้องกับเสียงนี่ ทำให้สามารถใช้ผลิตหรือว่าพัฒนาต่อยอดมาเป็นหูฟังแพทย์ทั่วไปที่นักเรียนเห็นในรูป ก็จะสามารถทำให้มีขนาดเล็ก มีอย่างไรก็ตามหูฟังแพทย์ทั่วไปนี่ ก็ยังมีข้อจำกัดอยู่ อย่างเช่น มีเสียงรบกวน และผู้ใช้หรือว่าแพทย์ผู้วินิจฉัยนี่ ก็ต้องใช้ความชำนาญเฉพาะบุคคล ซึ่งไม่สามารถบันทึกเสียงหรือที่ได้ยินให้เป็นสัญญาณภาพให้เห็นได้ การก็ต้องแก้ปัญหาไปอีก ตอนนี้เนื่องจากมีความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ จึงสามารถพัฒนาหูฟังแพทย์เป็นหูฟังที่อิเล็กทรอนิกส์เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ผ่านบลูทูธได้แล้วนะคะ นั่นก็สามารถทำให้เห็นสัญญาณ มีการแปลงสัญญาณเสียงเป็นสัญญาณภาพ ทำให้วินิจฉัยได้แม่นยำยิ่งขึ้น อย่างนี้แหละค่ะ คือตัวอย่างของการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีทาที่เกิดจากข้อจำกัดขณะใช้ไป ใช้ไปก็เกิดข้อจำกัด ก็มีการพัฒนาขึ้นมาเรื่อย ๆ เรื่อย ๆ ก็ไม่แน่ว่าในอนาคตนี่ หูฟังนี่ก็อาจจะอยในรูปแบบอื่นก็ต้องถูกพัฒนาปรับปรุงไปตามสภาพปัญหาที่เป็นอยู่ นี่ก็เป็นตัวอย่างของการเปลี่ยนแปลงทางการแพทย์นะคะ แล้วตัวอย่างการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีในด้านการแพทย์นี่นักเรียนคิดถึงเทคโนโลยีใดบ้าง บรรจุภัณฑ์ค่ะนักเรียนคะ ตอนนี้มีปัญหากันมากเรื่องของสิ่งแวดล้อมที่มีบรรจุภัณฑ์ที่เป็นปะเภทพลาสติก ย่อยสลายยาก อย่างเช่น เบื้องต้นที่เราพิจารณาบรรจุภัณฑ์ประเภทโฟมจริง ๆ แล้วก็มีข้อดีอยู่นะคะ ก็มีข้อดีอยู่ อย่างเช่น พกพาสะดวก เราไม่ต้องล้าง เพราะฉะนั้น ก็สอดคล้องกับงานที่ต้องเร่งทำงานใช่ไหมคะ แต่อย่างไรก็ตามเขาก็มีข้อจำกัดข้อเสีย เพราะว่ามีองค์ประกอบ คือ สารสไตรีนที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย รวมทั้งเกิดจากการผลิต ที่เกิดจากส่วนเกินในกระบวนการกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม เรื่องการย่อยสลาย จึงส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพราะฉะนั้น ถึงแม้จะสะดวก แต่ถ้ามองในแง่ของสิ่งแวดล้อมนั้น เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมมากเลย เพราะฉะนั้น ก็ต้องมีการพัฒนาหรือปรับปรุงบรรจุภัณฑ์แบบนี้ไปอีกนักเรียนคิดว่าต้องพัฒนาแบบไหนคะ ตอนนี้ค่ะ ตอนนี้มีบรรจุภัณฑ์ที่ทำจากวัสดุธรรมชาติ ซึ่งวัสดุธรรมชาตินี้ทำจากอะไร ก็ทำจากใบไม้ค่ะ ในตรงนี้นะคะ รูปที่ครูนำมานี่ก็พัฒนาโดยนักวิทยาศาสตร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร มาขึ้นรูปเป็นจานและชามเป็นบรรจุภัณฑ์ ใช้แทนกล่องโฟมได้ ใส่น้ำร้อนก็ได้ สามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ นี่ก็ถือเป็นการแก้ไขข้อจำกัดของโฟมใช่ไหมคะ แต่เอ๊ะถ้านักเรียนคิดไปในแง่ของข้อจำกัดที่เราถ้าเราใช้บรรจุภัณฑ์ที่ทำจากใบทองกวาวนี่นักเรียนคิดว่ามีข้อจำกัดหรือปัญหาอะไรบ้าง นักเรียนลองคิดดูนะคะว่าบรรจุภัณฑ์จากธรรมชาตินี่จะมีข้อจำกัดอะไรบ้าง นักเรียนมีเวลาคิดนะคะ อยากให้นักเรียนลองคิดสัก 30 วินาทีเพื่อที่จะเป็นแนวทางในการวิเคราะห์ต่อไป ครูจะเริ่มจับเวลานะคะ ว่า เอ๊ะ มีข้อจำกัดอะไรบ้าง ตอนนี้เราอาจจะยังไม่ใช้ พอเราเห็นรูปหรือเห็นบรรจุภัณฑ์นี่ มีอะไรบ้าง ครูเริ่มจับเวลานะคะ เริ่มค่ะ [เสียงเอฟเฟ็กต์] หมดเวลาค่ะ เป็นอย่างไรบ้างคะ นักเรียนสามารถคิดข้อจำกัด หรืออาจจะเป็นปัญหาที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการใช้บรรจุภัณฑ์ชนิดนี้ได้บ้างไหมคะ อันนี้เป็นสิ่งที่ครูคิดไว้ได้นะคะ แบบเร็ว ๆ ครูคิดว่าเรื่องความคงทนหรือระยะเวลาในการใช้งานนี่มันจะคงทนได้สักประมาณเท่าไรนะ อาจจะมีปัญหาเรื่องความคงทนก็ได้ และครูก็ยังคิดอีกว่าใบทองกวาวนี่ เป็นวัตถุดิบที่มีเฉพาะถิ่นหรือไม่ ว่าครูอยากผลิตในการค้าไปเลย อยากผลิตจำนวนมาก ๆ นี่ วัตถุดิบตัวนี้ ใบทองกวาวนี่จะมีเพียงพอสำหรับการผลิตหรือเปล่า เป็นพืชท้องถิ่นหรือเปล่า อาจจะเกิดปัญหาขึ้นได้ นี่คือเป็นข้อจำกัดที่ครูคิดได้เร็ว ๆ นะคะ นักเรียอาจจะมีมากกว่านี้นะคะ ถ้ามองในแง่ข้อจำกัดในหัวข้อนี้ นักเรียนคิดว่าบรรจุภัณฑ์ที่จะต้องผลิตจากวัสดุธรรมชาติเพื่อทดแทนโฟมนี่ต้องมีลักษณะอย่างไรคะ ที่จะพัฒนาต่อจากภาชนะหรือว่าบรรจุภัณฑ์ที่จากใบทองกวาวนี่ นักเรียนคิดว่าจะต้องมีลักษณะเป็นอย่างไร นี่ก็ถือเป็นการคาดการณ์นะคะ เป็นการคาดการณ์ในอนาคต โดยพิจารณาจาการสมมติว่าจะเกิดขึ้นหรือคาดว่าจะเกิดขึ้นนะคะ เอาล่ะ เราไปดูกันว่าลักษณะของบรรจุภัณฑ์จากวัสดุธรรมชาติจะเป็นอย่างไร แน่นอนค่ะ จากข้อจำกัดที่นักเรียนอาจจะแยกออกเป็นประเด็นวัตถุดิบ นั่นก็คือใบทองกวาวนี้อาจจะมีข้อจำกัดถ้าต้องการผลิตจำนวนมาก เพราะเป็นพืชท้องถิ่น บางท้องถื่นอาจจะไม่มี แต่ถ้ามองในแงของความคงทน ถ้าครูมองในแง่ของคุณภาพของบรรจุภัณฑ์ชนิดนี้ว่าจะมีคุณภาพหรือประสิทธิภาพที่ดีหรือเปล่า เพราะฉะนั้น ในการคาดการณ์ ครูก็ต้องคาดการณ์เพื่อการนี้ เพราะฉะนั้น การพัฒนาในอนาคตก็จะต้องมีแนวทางอย่างเช่น ใช้วัตถุดิบ พืช หรืออะไรก็ตามที่มีอยู่ทั่วไป หาง่าย มีปริมาณมาก เพราะเราอาจมองว่ามันอาจจะมีข้อจำกัดเรื่องของการผลิตจำนวนมาก ใช้วัตถุดิบหรือพืชที่มีปริมาณมากไว้ก่อน และในอนาคตมันก็อาจจะมีความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ที่สามารถทำให้วัสคงทนมากยิ่งขึ้น และสามารถย่อยสลายตามธรรมชาติได้ดีอีกด้วย เพราะฉะนั้น ครูก็เลยคิดว่าน่าจะมีหรือว่าน่าจะพัฒนาได้ นี่ก็คือการคาดการณ์ของครูนะคะ ซึ่งมันจะออกมาในลักษณะไหนล่ะ ซึ่งก็อาจจะออกมาในลักษณะเป็นจาน ชาม หรือบรรจุภัณฑ์จากหญ้า เพราะว่าครูเห็นว่าหญ้ามันมีอยู่ทั่วไป แล้วมีปริมาณมาก จากฟางข้าว จากใบไม้ก็ได้ ใช่ไหมคะ แล้วก็ต้อง ซึ่งก็อาจจะของวิทยาศาสตร์ที่ครูคิดว่ามันอาจจะพัฒนาไปแล้ว ณ ตอนอนาคตนั้นก็อาจจะมีความคงทนมากขึ้น กันน้ำ กันไฟ หรือว่าย่อยสลายได้เร็ว อาจจะมีการพัฒนาเป็นบรรจุภัณฑ์ที่จะสามารถลดขยะได้เลยนะคะ หรืออาจจะมีคุณสมบัติพิเศษอื่น ๆ ก็ได้ ซึ่งเราก็ตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อจำกัด นี่ก็เป็นตัวอย่างของการคาดการณ์เทคโนโลยีในอนาคต เกี่ยวกับบรรจุภัณฑ์นะคะ โดยครูใช้พื้นฐาน ก็คือข้อจำกัดที่เราคิดว่าจะเป็นข้อจำกัดในการใช้นั่นเอง อีกตัวอย่างหนึ่งค่ะ เรื่องของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมนะคะ เป็นตัวอย่างของการพิจารณาการเปลี่ยนแปลงเชิงเพลิงรถยนต์ นักเรียนทราบดีว่ารถยนต์ต้องใช้เชื้อเพลิง ในยุคเริ่มต้นนั้น ปัจจุบันก็มีนะคะ คือการใช้น้ำมันเบนซิน ซึ่งเป้ฯสารที่ได้จากกลั่นน้ำมันดิบ การนำมาผสมสารเพิ่มคุณภาพโดยมีหัวเทียนเป็นเครื่องจุดระเบิดใช่ไหมคะ แต่ข้อจำกัดของเขา ก็คือก่อให้เกิดมลภาวะทางอากาศจากการเผาไหม้ ซึ่งการพัฒนาเป็นน้ำมันแก๊สโซฮอล์ แก๊สโซฮอล แก๊สโซฮอลนี้ก็เกิดจากการนำน้ำมันเบนซิน ที่สกัดได้จากพืชผลทางการเกษตร ก็จะเป็นการใช้ประโยชน์ในทางการเกษตรได้ด้วย ซึ่งตัวนี้นะคะ ก็จะมีประโยนช์ตรงเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ จากพืชผลทางการเกษตร และลดมลภาวะทางอากาศได้ถึง 20-25 เปอร์เซ็นต์ แต่ก็ยังไม่ได้ดีที่สุด ก็ยังมีการพัฒนามาอีก เรียกว่า "รถยนต์ เป็นรถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงและไฟฟ้า ซึ่งสามารถลดมลภาวะทางอากาศได้ถึง 50 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว นักเรียนคิดว่าหยุดอยู่แค่นี้ไหมคะ ยังนะคะ เพราะว่ายังมีเทคโนโลยีอื่น ๆ มาทดแทนได้อีกนะคะ นั่นก็คือรถยนต์ไฟฟ้าค่ะ รถยนต์ไฟฟ้านี่ ขับเคลื่อนด้วยมลภาวะ แน่นอนว่ให้ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศนะคะ กักเก็บไฟฟ้าไว้ในแบตเตอรี่และนำมาขับเคลื่อนมอเตอร์ ดูเหมือนว่าจะแก้ไขปัญหาด้านมลภาวะอากาศได้แล้ว หรือคิดว่ารถยนต์ไฟฟ้านี่มีข้อจำกัดไหมคะ หรือว่ามันจะถูกพัฒนาไปในทิศทางไหน คิดนะคะ ว่าขนาดที่ลดมลภาวะได้แล้ว จะมีข้อจำกัดอะไรอีก ถ้านักเรียนพิจารณานะคะ ก็จะเห็นว่ารถไฟฟ้า รถยนต์ไฟฟ้าตอนนี้ส่วนใหญ่เป็นรถยนต์รุ่นเล็กนะคะ ใช้สำหรับใช้ในเมืองในระยะสั้น ๆ ต้องมีสถานีชาร์จไฟฟ้าอยู่เป็นระยะ ๆ ก็มีการชาร์จนี่ ต้องใช้เวลานาน เพราะฉะนั้น จึงไม่สะดวกเลย จึงต้องมีการพัฒนา จึงต้องมีการพัฒนาเพื่อให้ลบข้อจำกัดข้อนี้นะคะ นักเรียนคิดว่าอะไรจะสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้คะ ในอนาคตอาจจะเป็นอย่างนี้ค่ะ รูปร่างหน้าตารถยนต์ น่าสนใจไหมคะ ก็เพราะว่ามีแนวคิดของการพัฒนาตั้งอยู่บนพื้นฐานเรียกว่า เนื่องจากรถนี่เป็นรถยนต์รุ่นเล็กก็เลยมีแนวคิดว่าต้องมีการพัฒนาหาแหล่งพลังงานที่มีอยู่ทั่วไป ที่จะไม่ต้อใช้สถานีชาร์จไฟฟ้า นั่นคือการใช้แผงโซลาร์เซลล์นั่นเอง ใช้แผงโซลาร์เซลล์เป็นหลังคารถไปเลย แล้วก็เปลี่ยนพลังจากแสงอาทิตย์เป็นพลังงานไฟฟ้า น่าจะมีการพัฒนาความเร็ว และก็พัฒนาประสิทธิภาพของเครื่องยนต์นั้นสามารถเดินทางได้ไกล นี่ก็เป็นการคาดการณ์ในอนาคตนะคะ ซึ่งจะต้องใช้ความรู้ในหลาย ๆ ด้านเลย อย่างเช่น วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ในด้านต่าง ๆ ที่ช่วยในการขับเคลื่อนเครื่องยนต์ที่ใช้โซลาร์เซลล์นี้ อันนี้ก็เป็นแนวคิดในการพัฒนาของหลายบริษัทที่พยายามทำอยู่ เพื่อให้นำไปสู่การใช้รถยนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แล้วก็มีประสิทธิภาพดี นี่ก็เป็นตัวอย่างการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีด้วยนะคะ นักเรียนสังเกตไหมคะ ว่าที่ผ่านมาครูได้นำเสนอ ครูได้นำเสนอการคาดการณ์ครูใช้หลักการอะไรในการคาดการณ์คะ เช่น การคาดการณ์บรรจุภัณฑ์จากวัสดุธรรมชาติ ครูก็คาดการณ์จากข้อจำกัดใช่ไหมคะ จากข้อจำกัดที่คิดว่าอาจจะเกิดขึ้น หรืออย่างเช่น รถยนต์ไฟฟ้า ครูคิดแนวคิดการพัฒนานี่ ก็เกิดจากข้อจำกัดที่เกิดจากการใช้งานอยู่ตอนนี้ อีกตอนหนึ่ง เพราะฉะนั้น เทคโนโลยีในอนาคตนะคะ ต้องเป็นการคาดการณ์บนฐานความรู้ที่น่าเชื่อถือและมีความเป็นไปได้ นอกจากนี้ก็ต้องลืมไม่ได้เลย ต้องพิจารณาจากสาเหตุ หรือปัจจัยที่เกิดขึ้นจากเทคโนโลยีนั้น ๆ ซึ่งแน่นอนคะ มีเรื่องของปัญหา และความต้องการของมนุษย์นี่แหละเป็นตัวผลักดันรวมถึงความก้าวหน้าของศาสตร์ต่าง ๆ ร่วมด้วย และสิ่งแวดล้อม ก็เป็นปัจจัยและเป็นสาเหตุเช่นกัน นี่ก็คือเป็นหลักการที่ทำให้เราได้สามารถคาดการณ์เทคโนโลยีในอนาคตได้นะคะ สำหรับนักเรียนคนใดที่อยากศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับอุปกรณ์ และเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่เรียกว่า "CPAP" นักเรียนก็สามารถนำลิงก์นี้หรือว่าใช้ QR Code นี้ไปศึกษาเพิ่มเติมได้ รวมถึงหมอนตุ๊กตาด้วยนะคะ เป็นเทคโนโลยีที่อยู่ใน... เป็นเทคโนโลยีที่สามารถอยู่ ก็ไปลองศึกษาดูว่าเขามีหลักการอย่างไร รวมถึงเรื่องบรรจุภัณฑ์ที่ผลิตจากวัสดุธรรมชาติด้วย น่าสนใจเลยทีเดียวค่ะ นักเรียนอาจจะต้องไปศึกษาเพิ่มเติมนะคะ จะได้เห็นแนวคิดที่จะสามารถพัฒนาต่าง ๆได้ดียิ่งขึ้น สำหรับวันนี้ครูก็อยากสรุปว่าปัญหาหรือความต้องการของมนุษย์นี่แหละค่ะ คือ สาเหตุที่สำคัญที่ทำให้เกิดการพัฒนา รวมถึงการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี นอกจากนี้ก็ต้องเปลี่ยนแปลงและพัฒนาอยู่ตลอดเวลา ขึ้นอยู่กับสาเหตุและปัจจัยต่าง ๆ นะคะ เพราะฉะนั้น ความเข้าใจการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีนี่แหละ และความสามารถในการวิเคราะห์ต่าง ๆนี่แหละ จะทำให้นักเรียนนั้นรู้เท่าทันเทคโนโลยีสามารถคาดการณ์เทคโนโลยีในอนาคตได้ เพราะฉะนั้น เมื่อคาดการณ์ได้แล้ว เมื่อทราบสาเหตุ หรือปัจจัยแล้ว นักเรียนก็ต้องสามารถที่เทคโนโลยีดด้วย ซึ่งมีทั้งดี และมีทั้งไม่ดี ก็จะทำให้เรารู้เท่าทันและใช้เทคโนโลยีนั้นอย่างคุ้มค่าและมีประโยชน์ ก็หวังว่าในเนื้อหาบทที่ 2 เรื่องของการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี ที่คุณครูได้อธิบายให้นักเรียนได้ฟังนั้นก็จะสามรถทำให้นักเรียนเข้าใจและนำไปใช้ได้อย่างดียิ่งขึ้นนะคะ พบกันใหม่ในหัวข้อต่อไปค่ะ สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี]