﻿1
00:02:26,318 --> 00:02:28,409
Tangled

2
00:02:28,409 --> 00:02:32,409
สวิตซ์กลไกการเปิดปิด

3
00:02:34,941 --> 00:02:38,941
ยึดสำหรับกระทะนะครับ มีส่วนประกอบอะไรบ้าง ก็จะมีตัวกระทะด้ามจับนะครับ

4
00:02:39,423 --> 00:02:42,977
นักเรียนคิดว่าแต่ละชิ้นส่วนของพัดลมทำจากวัสดุอะไร

5
00:02:42,977 --> 00:02:46,208
นะครับ ชิ้นส่วนที่เราได้กล่าวมานะครับ

6
00:02:46,208 --> 00:02:49,142
ชิ้นส่วนทำจากวัสดุอะไรนะครับ

7
00:02:49,142 --> 00:02:51,397
ให้นักเรียนคิดประมาณ 5 วินาทีนะครับ

8
00:02:51,397 --> 00:02:55,397
ลงมือคิดได้ครับ

9
00:03:00,259 --> 00:03:03,694
ok นะครับ นักเรียนคงจะได้คำตอบแล้วนะครับ มอเตอร์ทำจากอะไรครับ

10
00:03:03,694 --> 00:03:05,388
มอเตอร์ทำจากขดลวดทองแดงแล้วก็เหล็กนะครับ

11
00:03:05,388 --> 00:03:07,074
ตะแกรงครอบล่ะครั

12
00:03:07,074 --> 00:03:08,315

13
00:03:08,315 --> 00:03:12,315
บ ตะแกรงครอบทำจากเหล็กนะครับ

14
00:03:12,355 --> 00:03:16,355
ใบพัดฐานยึดกลไกการเปิดปิดแล้วครับ ท่านจากอะไรครับ

15
00:03:17,893 --> 00:03:20,430
ทั้ง 3 ตัวนี้นะครับ จะทำจากพลาสติกนะครับ แล้วก็เป็นพลาสติกที่มีความหนาแน่นสูง

16
00:03:20,430 --> 00:03:22,974
ทีนักเรียนช่วยกูคิดหน่อยสิคะว่า

17
00:03:22,974 --> 00:03:26,974
ทำไมขดลวดมอเตอร์ต้องเป็นขดลวดทองแดง

18
00:03:28,383 --> 00:03:32,061
ใช้ขดลวดเหล็กได้ไหม หรือใช้กดเงินได้ไหมครับ มีใครตอบได้บ้างครับ

19
00:03:32,061 --> 00:03:35,565
ติ๊กตอก ติ๊กตอก ติ๊กตอก ใครตอบได้บ้างเลยครับ

20
00:03:35,565 --> 00:03:39,565
เห็นได้กดลวดในมอเตอร์ต้องเป็นขดลวดทองแดง

21
00:03:45,690 --> 00:03:49,690
เนื่องจากว่าทองแดงนำไฟฟ้าได้ดีนะครับ และมีราคาถูกนะว่าทองแดงจะนำไฟฟ้าได้ไม่ดีที่สุด

22
00:03:50,831 --> 00:03:54,258
แต่เมื่อเทียบราคาแล้ว ทองแดงมีหลังคาถูกนะครับ อจึงนิยม

23
00:03:54,258 --> 00:03:58,258
นำทองแดงมาทำเป็นคนนวดในมอเตอร์นะครับ

24
00:04:03,310 --> 00:04:06,666
ที่นี้เรามาดูชิ้นส่วนของกระทะบ้างนะครับ ชิ้นส่วนของกระทะทำจากวัสดุอะไรอันนี้ครูก็ให้นักเรียน

25
00:04:06,666 --> 00:04:10,666
ประมาณ 5 วินาทีนะครับ ลงมือคิดได้ครับ

26
00:04:16,493 --> 00:04:19,797
โอเคครับ เรามาดูกันว่าชิ้นส่วนของกระทะนะครับ ทำจากวัสดุอะไรนะครับ

27
00:04:19,797 --> 00:04:22,172
มาดูชิ้นส่วนแรก ก็คือด้ามจับนะครับ ด้ามจับทำจาก

28
00:04:22,172 --> 00:04:22,837
พลาสติกนะครับ

29
00:04:22,837 --> 00:04:26,837
ทำจากพลาสติก

30
00:04:27,267 --> 00:04:28,430
นักเรียนเคยเห็นด้านจากที่ทำจากวัสดุอย่างอื่นอีกไหม

31
00:04:28,430 --> 00:04:32,430
นอกจากพลาสติก

32
00:04:32,586 --> 00:04:36,586
ถูกต้องแล้วครับ เรายังมีด้ามจับที่ทำด้วยไม้นะ

33
00:04:39,820 --> 00:04:43,820
ทีนี้มาดูตัวกระทะบ้างนะครับ ตัวกระทะที่เราเจอมานะครับ กระทะทำจากอะไรบ้าง

34
00:04:45,308 --> 00:04:47,516
ทำจากเหล็กนะครับ ทำจากสแตนเลสนะครับ ทำจาก

35
00:04:47,516 --> 00:04:48,842
อลูมิเนียม แล้วก็ทำจาก

36
00:04:48,842 --> 00:04:52,842
ทองเหลืองนะครับ

37
00:04:54,189 --> 00:04:58,189
แล้วนักเรียนพอจะทราบไหม ว่าผู้ผลิตมีเหตุผลอะไรนะครับ ในการที่จะ

38
00:04:59,551 --> 00:05:03,445
เลือกใช้วัสดุเหล่านี้มาทำเป็นชิ้นส่วนของกระทะนะครับ

39
00:05:03,445 --> 00:05:07,445
ทำไมต้องใช้พลาสติกทำด้ามจับ ทำไมต้องใช้ไม้ทำเป็นด้ามจับ

40
00:05:09,527 --> 00:05:11,414
หรือทำไมต้องใช้เหล็กเป็นทำตัวกระทะ หรือทำไมต้องใช้สแตนเลสทำตัวกระทะ

41
00:05:11,414 --> 00:05:15,414
เราใช้ไม้ทำกระทะได้ไหม

42
00:05:18,157 --> 00:05:21,315
สาเหตุที่เราต้องใช้เหล็กนะครับ หรือโลหะในการทำกระทะ เนื่องจากว่าโลหะ

43
00:05:21,315 --> 00:05:25,315
นำความร้อนได้ดีนะครับ สำหรับด้ามจับนะค

44
00:05:26,421 --> 00:05:30,421
รับ ด้ามจับจะต้องใช้วัสดุที่ไม่นำความร้อนนะครับ

45
00:05:31,368 --> 00:05:32,071
พลาสติกและไม้ไม่นำความร้อนเพราะฉะนั้นเวลาเราจับด้านจับเราก็เลยไม่รู้สึกร้อน

46
00:05:32,071 --> 00:05:35,014
ครับ

47
00:05:35,014 --> 00:05:38,848
สร้างความปลอดภัยให้กับผู้ใช้งานนะครับ

48
00:05:38,848 --> 00:05:42,848
นักเรียนคิดว่า

49
00:05:44,590 --> 00:05:48,590
วัสดุดังกล่าว นอกจากจะมีสมบัติในการที่จะนำไฟฟ้าหรือไม่นำไฟฟ้าแล้ว

50
00:05:49,901 --> 00:05:53,901
ยังมีสมบัติอื่น ๆ อีกไหมครับ ให้นักเรียนช่วยกันคิดนะครับ ประมาณ 5 วินาทีนะครับ

51
00:06:02,085 --> 00:06:03,273
โอเคนะครับ ไม่ว่าวัตถุของเรานะครับ จะเป็นวัสดุที่เกิดจากธรรมชาตินะครับ หรือว่าสิ่งที่สังเคราะห์ขึ้นนะครับ

52
00:06:03,273 --> 00:06:07,185
มีสมบัติ

53
00:06:07,185 --> 00:06:11,185
เฉพาะตัวที่แตกต่างกันไป ดังนั้น เวลาเราเลือกใช้วัสดุนะครับ

54
00:06:12,799 --> 00:06:14,618
ต้องเลือกให้เหมาะสมกับงานนะครับ สมบัติของวัสดุมีหลายอย่างแล้วกันนะครับ อย่างเช่น

55
00:06:14,618 --> 00:06:16,712
สภาพยืดหยุ่นนะครับ

56
00:06:16,712 --> 00:06:18,147
ความแข็งแรงนะครับ

57
00:06:18,147 --> 00:06:19,354
การนำไฟฟ้า

58
00:06:19,354 --> 00:06:20,699
นำความร้อน

59
00:06:20,699 --> 00:06:24,666
ความปลอดภัย

60
00:06:24,666 --> 00:06:28,597
ความหนาแน่น ในที่นี้นะครับ จะยกตัวอย่างสมบัติของวัสดุ

61
00:06:28,597 --> 00:06:29,637
นะครับ ด้านสภาพยืดหยุ่นความแข็งแรงและการนำ

62
00:06:29,637 --> 00:06:33,637
ความร้อนนะครับ

63
00:06:37,762 --> 00:06:41,049
เรามาดูสมบัติอะไรนะครับ สมบัติยืดหยุ่นนะครับ สภาพยืดหยุ่นนะครับ เป็นสมบัติของวัสดุที่สามารถกลับคืนสู่สภาพ

64
00:06:41,049 --> 00:06:44,783
หลังเดิมได้หลังจากหยุดแรงกระทำ

65
00:06:44,783 --> 00:06:48,783
มาดูตัวอย่างนะครับ เพื่อให้เกิดภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้น

66
00:06:50,517 --> 00:06:53,861
นะครับ เช่นยางยืดนะครับ ยางยืดนี่เราออกแรงยืด มันก็จะยืดออก

67
00:06:53,861 --> 00:06:56,146
ใช่ไหมครับ พอเราปล่อยนะครับ มันก็จะหดกลับ

68
00:06:56,146 --> 00:07:00,146
อยู่ในสภาพเดิมนะครับ

69
00:07:01,933 --> 00:07:05,933
ก็จะเป็นสปริงนะครับ อันนี้นักเรียนก็หลายคนก็อาจจะเอามาดึงเล่นนะครับ

70
00:07:06,461 --> 00:07:09,964
ฟองน้ำนะครับ เมื่อออกแรงกดลงไป ฟองน้ำก็จะเป็นรอยบุ๋ม

71
00:07:09,964 --> 00:07:13,794
พอเรายกนิ้วออก ฟองน้ำก็ขึ้นมาเหมือนเดิม

72
00:07:13,794 --> 00:07:17,794
แล้วครับ ชิ้นนี้ให้นักเรียนช่วยกันสังเกตรูปนี้ครับ

73
00:07:18,988 --> 00:07:21,524
รูปนี้จะประกอบด้วย ชิ้นส่วนที่สำคัญ ๆ คือ เสาตอม่อนะครับ

74
00:07:21,524 --> 00:07:25,524
สะพาน แล้วก็สายเคเบิล

75
00:07:26,623 --> 00:07:29,949
นักเรียนลองพิจารณาดูสิ ว่าชิ้นส่วนไหนที่อาศัยสมบัติสภาพยืดหยุ่น

76
00:07:29,949 --> 00:07:33,949
ครูจะให้นักเรียนช่วยกัน

77
00:07:35,502 --> 00:07:39,502
คิดนะครับ หาคำตอบ เป็นเวลา 5 วินาทีนะครับ เริ่มลงมือคิดได้ไหมครับ

78
00:07:41,397 --> 00:07:45,397
ก็คือสายเคเบิลและสะพานนั่นเองนะครับ

79
00:07:48,508 --> 00:07:52,508
มาดูสมบัติอันที่ 2 นะครับ ก็คือความแข็งแรง ความแข็งแรง คือ ความสามารถในการรับน้ำหนัก

80
00:07:53,207 --> 00:07:57,207
แรงกดทับนะครับ โดยวัตถุนั้นยังคงสภาพไม่แตกหัก

81
00:07:57,577 --> 00:07:58,787
ครับ วัตถุใดที่รับน้ำหนักได้มาก ก็แสดงว่ามีความแข็งแรงมากนะครับ

82
00:07:58,787 --> 00:08:02,787
เรามาดูตัวอย่างนะครับ

83
00:08:09,004 --> 00:08:13,004
นี่คือตัวอย่างของความแข็งแรงนะครับ โครงสร้างคานสะพานนะครับ เนื่องจากว่าต้องรับน้ำหนักของสะพานเยอะ ๆ นะครับโครงสร้างคานสะพานจะต้องมีความ

84
00:08:18,006 --> 00:08:18,688
แข็งแรง สมบัติอันที่ 3 นะครับ การนำความร้อนนะครับ การนำความร้อนนะครับ เป็นการถ่ายเทความร้อนภายในวัตถุ

85
00:08:18,688 --> 00:08:21,725
ครับ

86
00:08:21,725 --> 00:08:25,725
หรือเป็นการถ่ายเทความร้อนระหว่างวัตถุ

87
00:08:28,221 --> 00:08:29,473
ที่อยู่ติดกันนะครับ โดยการถ่ายเทนะครับ จะถ่ายเทจากบริเวณที่มีอุณหภูมิสูงไปยังบริเวณที่มีอุณหภูมิ

88
00:08:29,473 --> 00:08:33,473
ต่ำนะครับ

89
00:08:35,861 --> 00:08:38,201
วัตถุที่ด้วยวัสดุที่นำความร้อนได้ดี เราเรียกว่า "ตัวนำ

90
00:08:38,201 --> 00:08:42,201
ความร้อน" นะครับ ตัวอย่างเช่น

91
00:08:44,525 --> 00:08:48,525
กระทะสแตนเลสนะครับ หรือเหล็กนะครับ หรือทองเหลืองนะครับ วัสดุเหล่านี้จะนำความร้อนได้ดี

92
00:08:50,720 --> 00:08:51,873
สำหรับวัสดุที่นำความร้อนได้ไม่ดี เราจะเรียกว่า "ฉนวนความร้อน" นะครับ เช่น

93
00:08:51,873 --> 00:08:55,873
ไม้

94
00:08:56,880 --> 00:08:57,901
แก้ว พลาสติดครับ เช่น กระทะนะครับ จะต้อง

95
00:08:57,901 --> 00:09:00,850
ใช้

96
00:09:00,850 --> 00:09:04,716
ตัวนำความร้อนและใช้ฉนวนนะครับ

97
00:09:04,716 --> 00:09:08,716
เพื่อที่จะให้ใช้งานได้อย่างปลอดภัยนั้นเองนะครับ

98
00:09:12,691 --> 00:09:13,907
วัสดุที่นำมาประดิษฐ์หรือสร้างเป็นอุปกรณ์ต่าง ๆ นี่ มีหลากหลายประเภทด้วยกันนะครับ เรามาดูว

99
00:09:13,907 --> 00:09:17,448
ัสดุน่ารู้กันนะครับ

100
00:09:17,448 --> 00:09:18,599
ในที่นี้จะพูดถึงในเรื่องของโลหะนะครับ

101
00:09:18,599 --> 00:09:19,819
ไม้

102
00:09:19,819 --> 00:09:23,819
เซรามิก

103
00:09:27,382 --> 00:09:28,775
วัสดุผสม และวัสดุสมัยใหม่นะครับ นักเรียนคิดว่าวัสดุอยู่แต่ละประเภทมีสมบัติและการนำไปใช้

104
00:09:28,775 --> 00:09:32,775
อย่างไรบ้างครับ

105
00:09:37,023 --> 00:09:38,930
มาดูวัสดุชนิดแรกเลยก็คือโลหะนะครับ โลหะนะครับ เป็นวัสดุที่ได้จากการถลุงสินแร่นะครับ

106
00:09:38,930 --> 00:09:40,501
มีเนื้อค่อนข้างบริสุทธิ์

107
00:09:40,501 --> 00:09:41,965
ยกตัวอย่างเช่น

108
00:09:41,965 --> 00:09:43,838
เหล็กนี่

109
00:09:43,838 --> 00:09:45,746
ก็ไปพัฒนาเป็น

110
00:09:45,746 --> 00:09:48,987
กล้านะครับ

111
00:09:48,987 --> 00:09:52,987
ไปทำเป็นเหล็กไร้สนิมนะครับ

112
00:09:53,256 --> 00:09:56,981
หาซื้อได้ทั่วไปแล้วนะครับ โลหะจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ

113
00:09:56,981 --> 00:09:59,657
โลหะประเภทเหล็กนะครับ อันนี้จะมีโลหะที่เป็นธาตุเหล็ก

114
00:09:59,657 --> 00:10:02,895
นะครับ เป็นส่วนประกอบหลักครับ

115
00:10:02,895 --> 00:10:05,780
แล้วก็โลหะที่ไม่ใช่เหล็กนะครับ โลหะที่มีธาตุ

116
00:10:05,780 --> 00:10:09,780
เหล็ก ที่ไม่มีธาตุเหล็กเป็นส่วนประกอบนะครับ

117
00:10:12,014 --> 00:10:12,940
ตัวอย่างของโลหะประเภทเหล็กที่เราจะพูดถึงในที่นี้ก็จะมี เหล็กฉากนะครับ เหล็กเส้นกลม

118
00:10:12,940 --> 00:10:15,932
เหล็กกล่อง

119
00:10:15,932 --> 00:10:17,216
เหล็กตัวซี เหล็กแผ่น เหล็กท่อดำนะครับ

120
00:10:17,216 --> 00:10:21,216
แล้ว

121
00:10:24,629 --> 00:10:25,533
ก็ตัวอย่างของโลหะประเภทที่ไม่ใช่เหล็กก็จะไปพูดถึงเรื่องของสังกะสีท่ออลูมิเนียม แล้วก็

122
00:10:25,533 --> 00:10:27,332
ทองแดงนะครับ

123
00:10:27,332 --> 00:10:31,332
เรามาดู

124
00:10:33,105 --> 00:10:34,609
อย่างแรกของโลหะประเภทเหล็กนะครับ เหล็กฉากนะครับ จะมีรูปทรงเป็นตัว L นะครับ อันนี้เกิด

125
00:10:34,609 --> 00:10:38,609
การฉีดร้อนของเหล็ก

126
00:10:40,991 --> 00:10:44,991
อันนี้เหมาะกับการใช้งานประเภทโครงสร้างนะครับ เช่น โครงสร้างอาคาร โครงสร้างของโรงงาน

127
00:10:48,083 --> 00:10:51,369
ต่าง ๆ ครับ เหล็กเส้นกลม อันนี้ก็จะเป็นเส้นกลมผิวเรียบเหมาะกับงานทั่วไปหรืองานก่อสร้างเสริมคอนกรีตนะครับ เช่น

128
00:10:51,369 --> 00:10:55,369
สร้างอาคารพาณิชย์สำนักงานหรือทำรั้วนะครับ

129
00:10:56,870 --> 00:11:00,870
เหล็กกล่องนะครับ อันนี้จะเป็นกล่องสี่เหลี่ยมนะครับ

130
00:11:02,897 --> 00:11:03,725
รับแรงต้านการสูญเสียรูปได้ดี เหมาะกับการใช้งานในงานก่อสร้าง เช่น โครงสร้างหลังคานะครับ

131
00:11:03,725 --> 00:11:06,670
โครงสร้าง

132
00:11:06,670 --> 00:11:10,670
หรือจะเป็นคาน หรือจะเป็นเสานะครับ

133
00:11:12,318 --> 00:11:15,809
เหล็กตัวซี จะมีรูปทรงตัว C นะครับ ใช้เป็น

134
00:11:15,809 --> 00:11:19,809
งานโครงสร้างหลังคาหรือเป็นเสาค้ำยันนะครับ

135
00:11:23,718 --> 00:11:26,883
นักเรียนสังเกตในรูปนะครับ รูปด้านบนนะครับ อันนี้จะเป็นเหล็กตัวซี 2 ตัวที่เอามา 2 เส้นที่เอามา

136
00:11:26,883 --> 00:11:30,883
กันนะครับ ก็จะมองเหมือนเป็นกล่องสี่เหลี่ยมนะครับ

137
00:11:38,359 --> 00:11:38,916
เหล็กแผ่นนะครับ เป็นแผ่นสี่เหลี่ยมนะครับ อันนี้จะใช้ในงานโครงสร้างทั่วไปงานปูพื้นนะครับ หรือจะเป็นงานต่อเรือ

138
00:11:38,916 --> 00:11:42,916
ได้นะครับ

139
00:11:43,057 --> 00:11:47,057
มีทั้งแบบที่มีลวดลาย แล้วก็ไม่มีลวดลายนะครับ

140
00:11:48,169 --> 00:11:50,513
สำหรับในรูปนี้จะเป็นแบบมีลวดลาย ซึ่งอันนี้ก็จะเป็นเพิ่มแรงเสียดทานนะครับ

141
00:11:50,513 --> 00:11:52,902
เหมาะกับเอาไปใช้ในงานปูพื้นนะครับ เพื่อเพิ่ม

142
00:11:52,902 --> 00:11:56,902
แรงเสียดทาน ไม่ให้ลื่นนั่นเองนะครับ

143
00:11:58,966 --> 00:12:02,966
เหล็กท่อดำนะครับ อันนี้เป็นช่อกลมนะครับ ใช้กับงานก่อสร้างที่รับน้ำหนักไม่มาก

144
00:12:04,284 --> 00:12:08,284
การประกอบโดยทั่วไปนะครับ อาจจะทำท่อลม หรือจะเป็นทำท่อน้ำมันก็ได้นะครับ

145
00:12:10,427 --> 00:12:14,398
เรามาดูโลหะประเภทที่ไม่ใช่เหล็กกันบ้างนะครับ สังกะสีนะครับ สังกะสีเป็นอย่างไร สังกะสีจะ

146
00:12:14,398 --> 00:12:16,079
รูปง่ายนะครับ มีความแข็งแรงขึ้นมาคือทนต่อการเกิด

147
00:12:16,079 --> 00:12:17,456

148
00:12:17,456 --> 00:12:19,596
สามารถนำ

149
00:12:19,596 --> 00:12:20,330
สังกะสีมาเป็น

150
00:12:20,330 --> 00:12:23,612
หนัง

151
00:12:23,612 --> 00:12:25,402
ชิ้นงานของเราก็ได้นะครับ เนื่องจากว่า

152
00:12:25,402 --> 00:12:29,402
แผ่นเหล็กนะครับ

153
00:12:32,598 --> 00:12:33,656
ทองคำนะครับ อันนี้มีสถานที่อ่อนตัวนะครับ ยืดและตีเป็นแผ่นได้นะครับ นำไฟฟ้าได้ดี

154
00:12:33,656 --> 00:12:36,537
ทบต่อการกัดกร่อน

155
00:12:36,537 --> 00:12:40,537
นิยมใช้ในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์นะครับ

156
00:12:44,203 --> 00:12:45,676
สำหรับอลูมิเนียมนะครับ อลูมิเนียมจะมีน้ำหนักเบานะครับ ง่ายต่อการเปลี่ยนรูปร่างนะครับ นำไฟฟ้าได้ดี

157
00:12:45,676 --> 00:12:46,972
นำความร้อนได้ดีนะครับ

158
00:12:46,972 --> 00:12:49,978
นิยม

159
00:12:49,978 --> 00:12:53,978
มาทำเป็นกรอบประตูกรอบหน้าต่างนะครับ

160
00:12:55,105 --> 00:12:59,105
หรือแม้กระทั่งนำมาทำเป็นบรรจุภัณฑ์สำหรับบรรจุอาหารนะครับ

161
00:13:02,061 --> 00:13:03,450
ทองแดงนะครับ ทองแดงนำไฟฟ้าได้ดี นำความร้อนได้ดี ทนต่อการกัดกร่อน นิยมใช้เป็นชิ้นส่วน

162
00:13:03,450 --> 00:13:07,450
และอุปกรณ์ ไฟฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

163
00:13:10,503 --> 00:13:13,511
วัสดุตัวน่ารู้ตัวต่อไปก็คือไม้นะครับ ไม้จัดเป็นวัสดุ

164
00:13:13,511 --> 00:13:17,511
พื้นฐานที่ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายนะครับ

165
00:13:19,480 --> 00:13:21,254
นักเรียนคิดว่าไม้มีข้อดี และมีข้อเสียอย่างไรบ้าง

166
00:13:21,254 --> 00:13:24,333
ครับ ให้เวลาคิด

167
00:13:24,333 --> 00:13:27,210
10 วินาทีนะครับ ช่วยกันบอกว่า

168
00:13:27,210 --> 00:13:29,758
ข้อดีและข้อเสียของไม้มีอะไรบ้าง

169
00:13:29,758 --> 00:13:33,758
โอเคครับผม เริ่มลงมือคิดได้ครับ

170
00:13:44,253 --> 00:13:46,851
เรามาดูข้อดีของไม้กันนะครับ ไม้มีข้อดีอย่างไรนะครับ

171
00:13:46,851 --> 00:13:50,851
อันดับแรกเลย ไม้มีความสวยงามนะครับ

172
00:13:53,319 --> 00:13:56,454
มีความแข็งแรงนะครับ และที่สำคัญคือเป็นวัสดุจากธรรมชาตินะครับ แต่ข้อเสีย ก็คือ

173
00:13:56,454 --> 00:14:00,454
ไม้เสื่อมสภาพตามอายุนะครับ

174
00:14:02,880 --> 00:14:06,692
ความชื่อ ผุพังได้ง่ายนะครับ โดยปลวกมอดแล้วก็แมลงนะครับ

175
00:14:06,692 --> 00:14:08,482
ที่สำคัญคือหมายติดไฟ

176
00:14:08,482 --> 00:14:10,742
เห็นว่าข้อเสีย

177
00:14:10,742 --> 00:14:14,742
ไม้มีเยอะนะครับ แต่

178
00:14:15,033 --> 00:14:17,236
เราก็ยังนิยมใช้ไม้ เนื่องจากว่าหมายเลขจะเป็นพื้นฐานเลย

179
00:14:17,236 --> 00:14:20,102
แล้วเราจะแก้ปัญหา

180
00:14:20,102 --> 00:14:22,243
หรือแก้ข้อเสียเหล่านี้อย่างไรนะครับ

181
00:14:22,243 --> 00:14:24,916
นักเรียนช่วยคุณครูได้ไหมครับ

182
00:14:24,916 --> 00:14:28,916
โอเคนะครับ

183
00:14:31,715 --> 00:14:34,124
เราสามารถแก้ปัญหาความชื้นนะครับ เรื่องของการผุพังได้ง่ายของไม้นะครับ โดยใช้

184
00:14:34,124 --> 00:14:38,124
ไม้สังเคราะห์ขึ้นมาครับ

185
00:14:39,480 --> 00:14:40,653
โดยไม้สังเคราะห์นะครับ เป็นวัสดุทดแทนทำจากธรรมชาตินะครับ

186
00:14:40,653 --> 00:14:42,351
ซึ่ง

187
00:14:42,351 --> 00:14:46,351
บางสิ่งบางอย่าง

188
00:14:48,054 --> 00:14:52,054
คุณสมบัติที่ดีกว่าไม้จากธรรมชาติด้วยซ้ำไปนะครับ

189
00:14:53,594 --> 00:14:57,594
ไม้สังเคราะห์สามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือไ ม้สังเคราะห์พลาสติกนะครับ อันนี้ได้จาก

190
00:14:59,495 --> 00:15:01,132
เอาผลไม้มาผสมกับขี้เลื่อยนะครับ หรือก็หรือเส้นใยไม้นะครับ แล้วก็ผสมพลาสติกนะครับ

191
00:15:01,132 --> 00:15:04,170
ซึ่งคุณสมบัติ

192
00:15:04,170 --> 00:15:05,592
ขึ้นอยู่กับสักดส่วนของไม้ และอัตราส่วนของ

193
00:15:05,592 --> 00:15:09,407
พ

194
00:15:09,407 --> 00:15:12,420
ลอสติด ตัวอย่าง ก็คือไฟเบอร์บอร์ดนะครับ ผลิตจากการบ

195
00:15:12,420 --> 00:15:16,420
อร์ดท่อนไม้เนื้ออ่อนนะครับ ให้เป็นเส้นใย

196
00:15:17,303 --> 00:15:20,690
อัดประสานด้วยกาวเป็นชิ้นไม้นะครับ แต่ภายใต้อุณหภูมิและความดันที่สูงนะครับ

197
00:15:20,690 --> 00:15:22,401
ทำเป็นทำเป็นเฟอร์นิเจอร์นะครับ

198
00:15:22,401 --> 00:15:26,401
ตัวอย่าง

199
00:15:28,241 --> 00:15:31,622
อันที่ 2 ก็คือแผ่นไม้อัดนะครับ อันนี้ก็จะผลิตจากเศษไม้นะครับ หรือขี้เลื่อย

200
00:15:31,622 --> 00:15:35,622
ประสานกันด้วยสารชนิดด้วยความดันสูงนะครับ

201
00:15:38,415 --> 00:15:40,702
ไม้ทั้งสองนะครับ จะมีราคาถูก แต่ไม่ทนกับความชื้นนะครับ

202
00:15:40,702 --> 00:15:42,208
ไม้ทั้งสองนี้ ถ้าโดนน้ำนี่ ก็

203
00:15:42,208 --> 00:15:46,208
บวมน้ำเลยนะครับ

204
00:15:46,433 --> 00:15:50,433
ประตูไม้สังเคราะห์

205
00:15:52,316 --> 00:15:56,316
ประเภท 1 คือ ไม้สังเคราะห์ไฟเบอร์ซีเมนต์นะครับ อันนี้ได้จากปูนนะครับ ผสมกับทราย

206
00:15:57,826 --> 00:15:58,764
สมกับผงไม้นะครับ แล้วก็ผ่านกระบวนการอัดขึ้นรูปนะครับ มีความแข็งแรงทนทาน เทียบเท่า

207
00:15:58,764 --> 00:16:02,764
คอนกรีตเลยนะครับ

208
00:16:04,071 --> 00:16:08,071
งานก่อสร้างโดยทั่ว ๆ ไปนะครับ อันนี้เป็นตัวอย่างของไม้นะครับ

209
00:16:13,841 --> 00:16:15,443
วัสดุน่ารู้ที่จะนำเสนอลำดับถัดไปนะครับ ก็คือเซรามิกนะครับ อาจจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำจาก

210
00:16:15,443 --> 00:16:19,399
วัตถุดิบในธรรมชาติ เช่น

211
00:16:19,399 --> 00:16:23,348
ดิน หิน ทราย และแร่ธาตุต่าง ๆ นะครับ นำมาผสมกัน

212
00:16:23,348 --> 00:16:26,352
แล้วนำไปเผา เคลือบเนื้อวัตถุให้แข็งแรงและความคงรูปนะครับ

213
00:16:26,352 --> 00:16:30,352
ตัวอย่างวัสดุเซรามิกในที่นี้ ก็คือแก้วนะครับ

214
00:16:31,074 --> 00:16:35,074
สวยมากแก้วผ่านกระบวนการปรับปรุงสมบัติ และขึ้นรูปเป็นแผ่น จะเรียกว่า "กระจกนะ" ครับ

215
00:16:36,424 --> 00:16:40,424
ตัวอย่างของกระจกอันแรกนะครับ ก็คือกระจกแผ่นนะครับ

216
00:16:42,013 --> 00:16:44,621
กระจกแผ่นเป็นกระจกที่พบได้ทั่วไป มีความแข็งแรงต่ำนะครับ ผิวกระจกเป็นรอยขูดขีดได้ง่าย

217
00:16:44,621 --> 00:16:47,723
ส่วนใหญ่นิยมใช้เป็นกรอบรูปนะครับ

218
00:16:47,723 --> 00:16:51,723
เป็นกระจกเงา เป็นกระจกที่ใช้สำหรับเครื่องเรือน

219
00:16:55,977 --> 00:16:59,977
ตัวอย่างถัดมา กระจกลำดับทักมานะครับ ก็คือกระจกเงานะครับ กระจกเงาเกิดจากการฉาบโลหะเงินลงไปที่ด้านใดด้านหนึ่งของกระจกนะครับ

220
00:17:02,383 --> 00:17:03,338
กระจกเงาที่พบทั่วไปมักมีผิวที่เรียบแบนเสมอกันนะครับ สามารถสะท้อนภาพจากวัตถุได้

221
00:17:03,338 --> 00:17:06,722
เท่ากันหมดนะครับ

222
00:17:06,722 --> 00:17:10,722
ใช้เป็นกระจกส่องในห้องน้ำหรือห้องแต่งตัวนะครับ

223
00:17:15,819 --> 00:17:19,001
ตัวอย่างลำดับถัดมานะครับ ก็คือกระจกสะท้อนแสงนะครับ กระจกสะท้อนแสง เป็นกระจกที่มีการเคลือบสารสะท้อนแสงไว้ที่ผิวหน้านะคะ

224
00:17:19,001 --> 00:17:21,804
ทำให้สามารถสะท้อนแสงได้ 20-30 เปอร์เซ็นต์นะครับ

225
00:17:21,804 --> 00:17:25,467
จึงช่วยลดความร้อนที่จะเข้ามาภายในอาคาร

226
00:17:25,467 --> 00:17:28,915
แล้วก็ส่งผลให้แสงไม่สามารถผ่านเข้ามาในอาคารได้นะครับ

227
00:17:28,915 --> 00:17:32,915
ทำให้ต้องติดตั้งไฟส่องสว่างในอาคารเพิ่มนะครับ

228
00:17:33,445 --> 00:17:37,445
ส่วนใหญ่กระจกชนิดนี้นะครับ แต่ใช้ในอาคารพาณิชย์นะครับ กระจกประตูบ้าน

229
00:17:42,871 --> 00:17:43,679
ตัวอย่างถัดมานะครับ ก็คือกระจกนิรภัยนะครับ กระจกนิรภัยเป็นกระจกที่แข็งแรงมากกว่ากระจกธรรมดา 5

230
00:17:43,679 --> 00:17:47,679
-10 เท่านะครับ

231
00:17:47,690 --> 00:17:51,690
จะแตกกระจายเป็นเม็ดเล็ก ๆ นะครับ คล้ายกับเม็ดข้าวโพดนะครับ

232
00:17:52,581 --> 00:17:56,581
มีความคมน้อยนิยมใช้เป็นกระจกตู้โชว์นะครับ กระจกหน้ารถยนต์

233
00:17:57,184 --> 00:18:01,184
หน้าต่างผนังกระจกของอาคารเรียนได้รับความร้อนที่สูงกว่าปกตินะครับ

234
00:18:06,372 --> 00:18:08,214
ตัวอย่างกระจกลำดับถัดมานะครับ ก็คือกระจกนิรภัยนะครับ กระจกกึ่งนิรภัยนะครับ มีความแข็งแรงมากกว่ากัน

235
00:18:08,214 --> 00:18:12,214
2-3 เท่านะครับ

236
00:18:12,427 --> 00:18:16,353
มาแต่จะมีลักษณะเป็นปากฉลามยึดติดอยู่กับกรอบไม่ร่วงหล่นนะครับ

237
00:18:16,353 --> 00:18:20,353
นิยมใช้ทำผนังภายนอกอาคาร ที่มีแรงปะทะของลมสูง

238
00:18:23,480 --> 00:18:27,480
ตัวอย่างของกระจกลำดับสุดท้าย ก็คือกระจกฉนวนความร้อนนะครับ

239
00:18:28,697 --> 00:18:32,697
กระจกชนิดนี้นะครับ จะเป็นการนำกระจกตั้งแต่ 2 แผ่นมาประกบกันนะครับ

240
00:18:33,645 --> 00:18:36,388
บรรจุฉนวนไว้ภายในนะเพื่อให้มีสมบัติในการเก็บรักษาอุณหภูมิภายในนะครับ

241
00:18:36,388 --> 00:18:40,255
ยอมให้แสงผ่านเข้ามาภายในอาคารได้

242
00:18:40,255 --> 00:18:44,255
แต่ไม่ยอมให้ความร้อนผ่านเข้ามาหรือเข้ามาได้น้อยมากนะครับ

243
00:18:45,545 --> 00:18:48,758
กระจกชนิดนี้ จะใช้สำหรับอาคารที่ต้องการควบคุมอุณหภูมิให้คงที่ตลอดเวลา เช่น พิพิธภัณฑ์

244
00:18:48,758 --> 00:18:52,758
อาคารเก็บอาหาร หรือห้องเก็บไว้นะครับ

245
00:18:57,501 --> 00:18:59,005
ตัวอย่างน่าร้ ถัดไปนะครับ ก็คือวัสดุผสมวัสดุผสมเป็นวัสดุที่มีการผสมวัสดุตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไปเข้าด้วยกัน

246
00:18:59,005 --> 00:19:01,367
โดยที่วัสดุ

247
00:19:01,367 --> 00:19:05,367
ทั้งสองจะไม่ละลายซึ่งกันและกัน

248
00:19:05,711 --> 00:19:08,648
และเรียกวัสดุที่มีปริมาณมากกว่ามากกว่าว่า "วัสดุหลัก

249
00:19:08,648 --> 00:19:10,846
" และวัสดุที่กระจายแทรกอยู่ในเนื้อวัสดุ

250
00:19:10,846 --> 00:19:14,846
ว่า "วัสดุเสริมแรง

251
00:19:16,814 --> 00:19:18,028
" โดยวัสดุที่นำมาเสริมแรงนะครับ จะช่วยปรับปรุงสมบัติเชิงกลของ

252
00:19:18,028 --> 00:19:18,750
วัสดุหลักให้ดีขึ้น

253
00:19:18,750 --> 00:19:21,766
เ

254
00:19:21,766 --> 00:19:25,766
ช่น เพิ่มความแข็งแรงนะครับ เพิ่มความเหนียวนะครับ

255
00:19:28,581 --> 00:19:29,879
ลักษณะของวัสดุเสริมแรงนะครับ อาจจะมีเป็นก้อนเป็นเส้นหรือเป็นอนุภาคก็ได้นะครับ

256
00:19:29,879 --> 00:19:33,879
วัสดุ

257
00:19:33,910 --> 00:19:36,658
ผสมนะครับ สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทด้วย กันก็คือ

258
00:19:36,658 --> 00:19:40,658
1. วัสดุเชิงประกอบพอลิเมอร์นะครับ

259
00:19:41,068 --> 00:19:44,776
อันนี้จะเป็นการเสริมแรงให้พอลิเมอร์ โดยการเติมเส้นใยเสริมแรงเข้าไปนะครับ

260
00:19:44,776 --> 00:19:46,581
เช่น เติมเส้นใยแก้วเส้นใยคาร์บอน

261
00:19:46,581 --> 00:19:50,581
เส้นลวดโลหะนะครับ

262
00:19:51,711 --> 00:19:53,922
ชนิด 2 วัสดุเชิงประกอบโลหะนี้จะมีโลหะเป็นวัสดุหลัก

263
00:19:53,922 --> 00:19:56,724
มิเนียมนะครับ แล้วก็มี

264
00:19:56,724 --> 00:19:59,045
วัสดุเสริมแรงเป็นวัสดุเซรามิก

265
00:19:59,045 --> 00:20:00,045
หรือสารเสริมแรงโลหะ

266
00:20:00,045 --> 00:20:01,729
เ

267
00:20:01,729 --> 00:20:05,072
ช่น ซิลิกอนคาบายนะครับ

268
00:20:05,072 --> 00:20:06,557
เพื่อเพิ่มความทนทานต่อการใช้งานหรือ

269
00:20:06,557 --> 00:20:09,935
อายุการใช้งานนั้นเอง

270
00:20:09,935 --> 00:20:13,387
จากการกัดกร่อนแล้วก็ที่สำคัญคือน้ำหนักเบานะครับ

271
00:20:13,387 --> 00:20:15,537
แบบที่ 3 ก็คือวัสดุเชิงประกอบเซรามิกนะครับ

272
00:20:15,537 --> 00:20:16,834
เนื่องจากเซรามิกมีความเปราะ

273
00:20:16,834 --> 00:20:20,105
แตกหักง่าย

274
00:20:20,105 --> 00:20:22,848
ต้องเสริมความเหนียวและทำให้ทนทานมากขึ้น

275
00:20:22,848 --> 00:20:25,133
เติมเส้นใยหรืออนุภาคเข้าไปเช่น

276
00:20:25,133 --> 00:20:28,043
มีหน้าซิลิกานะครับ

277
00:20:28,043 --> 00:20:28,607
ให้นักเรียนดูภาพเหล่านี้แล้วบอกครู

278
00:20:28,607 --> 00:20:30,532
ว่า

279
00:20:30,532 --> 00:20:33,181
ภาพที่นักเรียนเห็นเป็น

280
00:20:33,181 --> 00:20:35,151
วัสดุเชิงประกอบแบบไหนนะครับ

281
00:20:35,151 --> 00:20:38,235
ตามนี้ครับ

282
00:20:38,235 --> 00:20:40,737
ไปกับเราได้ไหมครับ

283
00:20:40,737 --> 00:20:42,316
ภาพนี้เป็นวัสดุเชิงประกอบ

284
00:20:42,316 --> 00:20:45,945
เซรามิกนะครับ

285
00:20:45,945 --> 00:20:49,945
นี้นะครับ

286
00:20:51,168 --> 00:20:53,956
ภาพนี้เป็นวัสดุเชิงประกอบ

287
00:20:53,956 --> 00:20:57,956
ละเมอนะครับ เยี่ยมมากเลยนะครับ

288
00:21:02,350 --> 00:21:04,499
ก็มาดูวัสดุน่ารู้ตัวถัดไปนะครับ ก็คือวัสดุสมัยใหม่นะครับ วัสดุสมัยใหม่ถูกผลิตขึ้นด้วย

289
00:21:04,499 --> 00:21:06,686
เช่นวัสดุนาโนวัสดุชีวภาพ

290
00:21:06,686 --> 00:21:10,686
ตัวเก็บประจุยิ่งยวดนะครับ

291
00:21:13,211 --> 00:21:17,211
ในที่นี้เราจะกล่าวถึงเฉพาะวัสดุนาโนนะครับ ซึ่งเป็นวัตถุที่มีขนาด 1-100 นาโนเมตรนะครับ แล้วก็

292
00:21:19,039 --> 00:21:22,531
สมบัติของวัสดุนาโนนี่จะแตกต่างไปจากวัสดุชนิดเดียวกัน ที่มีขนาดใหญ่กว่านะคะ

293
00:21:22,531 --> 00:21:26,531
โดยวัสดุนาโนนะครับ จะถูกแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ก็คือ

294
00:21:26,707 --> 00:21:29,601
วัสดุนาโนจากธรรมชาติ และวัสดุนาโนการผลิตนะครับ

295
00:21:29,601 --> 00:21:33,601
ตัวอย่างวัสดุนาโนจากธรรมชาติ ก็คือ

296
00:21:33,799 --> 00:21:36,802
หาโครงสร้างขนาดเล็กบนผิวใบบัวนะครับ ทำให้น้ำ

297
00:21:36,802 --> 00:21:38,663
สามารถกรอกใบบัวได้นะครับ ที่เราเรียกว่า

298
00:21:38,663 --> 00:21:42,408
ปรากฏการณ์น้ำกลิ้งบนใบบัวนะครับ

299
00:21:42,408 --> 00:21:44,734
ตัวอย่างของวัสดุนาโนที่เกิดจากการผลิตได้เช่น

300
00:21:44,734 --> 00:21:47,605
ท่อนาโนคาร์บอนนะครับ

301
00:21:47,605 --> 00:21:50,749
อนุภาคนาโนไททาเนียมไดออกไซด์นะครับ

302
00:21:50,749 --> 00:21:54,749
เส้นใยนาโนนะครับ

303
00:21:57,135 --> 00:22:00,554
สำหรับบทเรียนนี้นะครับ นักเรียนได้เรียนรู้เกี่ยวกับวัสดุต่าง ๆ นะครับ ดังนั้น ในการสร้างสิ่งของ

304
00:22:00,554 --> 00:22:02,162
เครื่องใช้ ผู้สร้างนะครับ จะต้องกำหนดคุณสมบัติ

305
00:22:02,162 --> 00:22:04,858
เบื้องต้นที่ต้องการ

306
00:22:04,858 --> 00:22:07,064
เพื่อที่จะเลือกใช้วัสดุให้เหมาะสม เช่น

307
00:22:07,064 --> 00:22:11,064
ในการสร้างเก้าอี้สำหรับผู้สูงอายุ

308
00:22:11,474 --> 00:22:14,885
จะต้องเลือกใช้วัสดุที่สามารถรองรับน้ำหนักได้ดี มีความแข็งแรง

309
00:22:14,885 --> 00:22:18,885
มีความนุ่มนะครับ และเพื่อ

310
00:22:20,394 --> 00:22:24,394
ผู้สูงอายุได้นั่งอย่างสบาย และที่สำคัญคือให้ผู้สูงอายุสามารถลุกนั่งได้อย่างสะดวก

311
00:22:28,167 --> 00:22:28,840
ก่อนจะจากกันนะครับ ฝากนักเรียนกลับไปทำกิจกรรมที่ 4.1 ด้วยนะครับ

312
00:22:28,840 --> 00:22:31,279
วิเคราะห์ประเภท

313
00:22:31,279 --> 00:22:33,530
อธิบายสมบัติของวัสดุ

314
00:22:33,530 --> 00:22:35,857
สิ่งของเครื่องใช้นะครับ

315
00:22:35,857 --> 00:22:39,130
โดยให้นักเรียนยกตัวอย่าง

316
00:22:39,130 --> 00:22:42,318
อุปกรณ์ และเครื่องมือทางการแพท ย์ อย่างน้อย 3 ประเภทนะครับ

317
00:22:42,318 --> 00:22:43,268
แล้ววิเคราะห์ประเภทของวัสดุที่ใช้สร้าง หรือ

318
00:22:43,268 --> 00:22:46,816
วัสดุ

319
00:22:46,816 --> 00:22:49,897
ที่เป็นส่วนประกอบนะครับ จากนั้นให้บอกสมบัติของวัสดุ

320
00:22:49,897 --> 00:22:51,465
และเหตุผลที่เลือกใช้วัสดุประเภทนั้นนะครับ

321
00:22:51,465 --> 00:22:55,265
สำหรับ

322
00:22:55,265 --> 00:22:57,052
การเรียนรู้ในหัวข้อนี้ ก็ขอจบเพียงเท่านี้นะครับ อย่าลืม

323
00:22:57,052 --> 00:22:58,336
ไปทำกิจกรรมที่ 4.1 นะครับ

324
00:22:58,336 --> 00:23:02,336
สวัสดีครับ

