Tangledสวิตซ์กลไกการเปิดปิดยึดสำหรับกระทะนะครับ มีส่วนประกอบอะไรบ้าง ก็จะมีตัวกระทะด้ามจับนะครับ นักเรียนคิดว่าแต่ละชิ้นส่วนของพัดลมทำจากวัสดุอะไร นะครับ ชิ้นส่วนที่เราได้กล่าวมานะครับ ชิ้นส่วนทำจากวัสดุอะไรนะครับ ให้นักเรียนคิดประมาณ 5 วินาทีนะครับ ลงมือคิดได้ครับ ok นะครับ นักเรียนคงจะได้คำตอบแล้วนะครับ มอเตอร์ทำจากอะไรครับ มอเตอร์ทำจากขดลวดทองแดงแล้วก็เหล็กนะครับ ตะแกรงครอบล่ะครับ ตะแกรงครอบทำจากเหล็กนะครับ ใบพัดฐานยึดกลไกการเปิดปิดแล้วครับ ท่านจากอะไรครับ ทั้ง 3 ตัวนี้นะครับ จะทำจากพลาสติกนะครับ แล้วก็เป็นพลาสติกที่มีความหนาแน่นสูงทีนักเรียนช่วยกูคิดหน่อยสิคะว่า ทำไมขดลวดมอเตอร์ต้องเป็นขดลวดทองแดง ใช้ขดลวดเหล็กได้ไหม หรือใช้กดเงินได้ไหมครับ มีใครตอบได้บ้างครับ ติ๊กตอก ติ๊กตอก ติ๊กตอก ใครตอบได้บ้างเลยครับ เห็นได้กดลวดในมอเตอร์ต้องเป็นขดลวดทองแดงเนื่องจากว่าทองแดงนำไฟฟ้าได้ดีนะครับ และมีราคาถูกนะว่าทองแดงจะนำไฟฟ้าได้ไม่ดีที่สุด แต่เมื่อเทียบราคาแล้ว ทองแดงมีหลังคาถูกนะครับ อจึงนิยมนำทองแดงมาทำเป็นคนนวดในมอเตอร์นะครับ ที่นี้เรามาดูชิ้นส่วนของกระทะบ้างนะครับ ชิ้นส่วนของกระทะทำจากวัสดุอะไรอันนี้ครูก็ให้นักเรียนประมาณ 5 วินาทีนะครับ ลงมือคิดได้ครับ โอเคครับ เรามาดูกันว่าชิ้นส่วนของกระทะนะครับ ทำจากวัสดุอะไรนะครับ มาดูชิ้นส่วนแรก ก็คือด้ามจับนะครับ ด้ามจับทำจากพลาสติกนะครับ ทำจากพลาสติกนักเรียนเคยเห็นด้านจากที่ทำจากวัสดุอย่างอื่นอีกไหม นอกจากพลาสติก ถูกต้องแล้วครับ เรายังมีด้ามจับที่ทำด้วยไม้นะ ทีนี้มาดูตัวกระทะบ้างนะครับ ตัวกระทะที่เราเจอมานะครับ กระทะทำจากอะไรบ้าง ทำจากเหล็กนะครับ ทำจากสแตนเลสนะครับ ทำจากอลูมิเนียม แล้วก็ทำจากทองเหลืองนะครับ แล้วนักเรียนพอจะทราบไหม ว่าผู้ผลิตมีเหตุผลอะไรนะครับ ในการที่จะเลือกใช้วัสดุเหล่านี้มาทำเป็นชิ้นส่วนของกระทะนะครับ ทำไมต้องใช้พลาสติกทำด้ามจับ ทำไมต้องใช้ไม้ทำเป็นด้ามจับ หรือทำไมต้องใช้เหล็กเป็นทำตัวกระทะ หรือทำไมต้องใช้สแตนเลสทำตัวกระทะ เราใช้ไม้ทำกระทะได้ไหม สาเหตุที่เราต้องใช้เหล็กนะครับ หรือโลหะในการทำกระทะ เนื่องจากว่าโลหะนำความร้อนได้ดีนะครับ สำหรับด้ามจับนะครับ ด้ามจับจะต้องใช้วัสดุที่ไม่นำความร้อนนะครับ พลาสติกและไม้ไม่นำความร้อนเพราะฉะนั้นเวลาเราจับด้านจับเราก็เลยไม่รู้สึกร้อนครับ สร้างความปลอดภัยให้กับผู้ใช้งานนะครับ นักเรียนคิดว่าวัสดุดังกล่าว นอกจากจะมีสมบัติในการที่จะนำไฟฟ้าหรือไม่นำไฟฟ้าแล้ว ยังมีสมบัติอื่น ๆ อีกไหมครับ ให้นักเรียนช่วยกันคิดนะครับ ประมาณ 5 วินาทีนะครับ โอเคนะครับ ไม่ว่าวัตถุของเรานะครับ จะเป็นวัสดุที่เกิดจากธรรมชาตินะครับ หรือว่าสิ่งที่สังเคราะห์ขึ้นนะครับ มีสมบัติเฉพาะตัวที่แตกต่างกันไป ดังนั้น เวลาเราเลือกใช้วัสดุนะครับ ต้องเลือกให้เหมาะสมกับงานนะครับ สมบัติของวัสดุมีหลายอย่างแล้วกันนะครับ อย่างเช่น สภาพยืดหยุ่นนะครับ ความแข็งแรงนะครับ การนำไฟฟ้า นำความร้อน ความปลอดภัย ความหนาแน่น ในที่นี้นะครับ จะยกตัวอย่างสมบัติของวัสดุนะครับ ด้านสภาพยืดหยุ่นความแข็งแรงและการนำความร้อนนะครับ เรามาดูสมบัติอะไรนะครับ สมบัติยืดหยุ่นนะครับ สภาพยืดหยุ่นนะครับ เป็นสมบัติของวัสดุที่สามารถกลับคืนสู่สภาพหลังเดิมได้หลังจากหยุดแรงกระทำ มาดูตัวอย่างนะครับ เพื่อให้เกิดภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้น นะครับ เช่นยางยืดนะครับ ยางยืดนี่เราออกแรงยืด มันก็จะยืดออกใช่ไหมครับ พอเราปล่อยนะครับ มันก็จะหดกลับอยู่ในสภาพเดิมนะครับ ก็จะเป็นสปริงนะครับ อันนี้นักเรียนก็หลายคนก็อาจจะเอามาดึงเล่นนะครับ ฟองน้ำนะครับ เมื่อออกแรงกดลงไป ฟองน้ำก็จะเป็นรอยบุ๋ม พอเรายกนิ้วออก ฟองน้ำก็ขึ้นมาเหมือนเดิมแล้วครับ ชิ้นนี้ให้นักเรียนช่วยกันสังเกตรูปนี้ครับ รูปนี้จะประกอบด้วย ชิ้นส่วนที่สำคัญ ๆ คือ เสาตอม่อนะครับ สะพาน แล้วก็สายเคเบิล นักเรียนลองพิจารณาดูสิ ว่าชิ้นส่วนไหนที่อาศัยสมบัติสภาพยืดหยุ่น ครูจะให้นักเรียนช่วยกันคิดนะครับ หาคำตอบ เป็นเวลา 5 วินาทีนะครับ เริ่มลงมือคิดได้ไหมครับ ก็คือสายเคเบิลและสะพานนั่นเองนะครับ มาดูสมบัติอันที่ 2 นะครับ ก็คือความแข็งแรง ความแข็งแรง คือ ความสามารถในการรับน้ำหนักแรงกดทับนะครับ โดยวัตถุนั้นยังคงสภาพไม่แตกหักครับ วัตถุใดที่รับน้ำหนักได้มาก ก็แสดงว่ามีความแข็งแรงมากนะครับ เรามาดูตัวอย่างนะครับ นี่คือตัวอย่างของความแข็งแรงนะครับ โครงสร้างคานสะพานนะครับ เนื่องจากว่าต้องรับน้ำหนักของสะพานเยอะ ๆ นะครับโครงสร้างคานสะพานจะต้องมีความแข็งแรง สมบัติอันที่ 3 นะครับ การนำความร้อนนะครับ การนำความร้อนนะครับ เป็นการถ่ายเทความร้อนภายในวัตถุครับ หรือเป็นการถ่ายเทความร้อนระหว่างวัตถุที่อยู่ติดกันนะครับ โดยการถ่ายเทนะครับ จะถ่ายเทจากบริเวณที่มีอุณหภูมิสูงไปยังบริเวณที่มีอุณหภูมิต่ำนะครับ วัตถุที่ด้วยวัสดุที่นำความร้อนได้ดี เราเรียกว่า "ตัวนำความร้อน" นะครับ ตัวอย่างเช่น กระทะสแตนเลสนะครับ หรือเหล็กนะครับ หรือทองเหลืองนะครับ วัสดุเหล่านี้จะนำความร้อนได้ดี สำหรับวัสดุที่นำความร้อนได้ไม่ดี เราจะเรียกว่า "ฉนวนความร้อน" นะครับ เช่น ไม้ แก้ว พลาสติดครับ เช่น กระทะนะครับ จะต้องใช้ตัวนำความร้อนและใช้ฉนวนนะครับ เพื่อที่จะให้ใช้งานได้อย่างปลอดภัยนั้นเองนะครับ วัสดุที่นำมาประดิษฐ์หรือสร้างเป็นอุปกรณ์ต่าง ๆ นี่ มีหลากหลายประเภทด้วยกันนะครับ เรามาดูวัสดุน่ารู้กันนะครับ ในที่นี้จะพูดถึงในเรื่องของโลหะนะครับ ไม้ เซรามิก วัสดุผสม และวัสดุสมัยใหม่นะครับ นักเรียนคิดว่าวัสดุอยู่แต่ละประเภทมีสมบัติและการนำไปใช้อย่างไรบ้างครับ มาดูวัสดุชนิดแรกเลยก็คือโลหะนะครับ โลหะนะครับ เป็นวัสดุที่ได้จากการถลุงสินแร่นะครับ มีเนื้อค่อนข้างบริสุทธิ์ ยกตัวอย่างเช่น เหล็กนี่ ก็ไปพัฒนาเป็นกล้านะครับ ไปทำเป็นเหล็กไร้สนิมนะครับ หาซื้อได้ทั่วไปแล้วนะครับ โลหะจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ โลหะประเภทเหล็กนะครับ อันนี้จะมีโลหะที่เป็นธาตุเหล็ก นะครับ เป็นส่วนประกอบหลักครับ แล้วก็โลหะที่ไม่ใช่เหล็กนะครับ โลหะที่มีธาตุเหล็ก ที่ไม่มีธาตุเหล็กเป็นส่วนประกอบนะครับ ตัวอย่างของโลหะประเภทเหล็กที่เราจะพูดถึงในที่นี้ก็จะมี เหล็กฉากนะครับ เหล็กเส้นกลม เหล็กกล่อง เหล็กตัวซี เหล็กแผ่น เหล็กท่อดำนะครับ แล้วก็ตัวอย่างของโลหะประเภทที่ไม่ใช่เหล็กก็จะไปพูดถึงเรื่องของสังกะสีท่ออลูมิเนียม แล้วก็ทองแดงนะครับ เรามาดูอย่างแรกของโลหะประเภทเหล็กนะครับ เหล็กฉากนะครับ จะมีรูปทรงเป็นตัว L นะครับ อันนี้เกิดการฉีดร้อนของเหล็ก อันนี้เหมาะกับการใช้งานประเภทโครงสร้างนะครับ เช่น โครงสร้างอาคาร โครงสร้างของโรงงานต่าง ๆ ครับ เหล็กเส้นกลม อันนี้ก็จะเป็นเส้นกลมผิวเรียบเหมาะกับงานทั่วไปหรืองานก่อสร้างเสริมคอนกรีตนะครับ เช่น สร้างอาคารพาณิชย์สำนักงานหรือทำรั้วนะครับ เหล็กกล่องนะครับ อันนี้จะเป็นกล่องสี่เหลี่ยมนะครับ รับแรงต้านการสูญเสียรูปได้ดี เหมาะกับการใช้งานในงานก่อสร้าง เช่น โครงสร้างหลังคานะครับ โครงสร้าง หรือจะเป็นคาน หรือจะเป็นเสานะครับ เหล็กตัวซี จะมีรูปทรงตัว C นะครับ ใช้เป็นงานโครงสร้างหลังคาหรือเป็นเสาค้ำยันนะครับ นักเรียนสังเกตในรูปนะครับ รูปด้านบนนะครับ อันนี้จะเป็นเหล็กตัวซี 2 ตัวที่เอามา 2 เส้นที่เอามากันนะครับ ก็จะมองเหมือนเป็นกล่องสี่เหลี่ยมนะครับ เหล็กแผ่นนะครับ เป็นแผ่นสี่เหลี่ยมนะครับ อันนี้จะใช้ในงานโครงสร้างทั่วไปงานปูพื้นนะครับ หรือจะเป็นงานต่อเรือได้นะครับ มีทั้งแบบที่มีลวดลาย แล้วก็ไม่มีลวดลายนะครับ สำหรับในรูปนี้จะเป็นแบบมีลวดลาย ซึ่งอันนี้ก็จะเป็นเพิ่มแรงเสียดทานนะครับ เหมาะกับเอาไปใช้ในงานปูพื้นนะครับ เพื่อเพิ่มแรงเสียดทาน ไม่ให้ลื่นนั่นเองนะครับ เหล็กท่อดำนะครับ อันนี้เป็นช่อกลมนะครับ ใช้กับงานก่อสร้างที่รับน้ำหนักไม่มาก การประกอบโดยทั่วไปนะครับ อาจจะทำท่อลม หรือจะเป็นทำท่อน้ำมันก็ได้นะครับ เรามาดูโลหะประเภทที่ไม่ใช่เหล็กกันบ้างนะครับ สังกะสีนะครับ สังกะสีเป็นอย่างไร สังกะสีจะรูปง่ายนะครับ มีความแข็งแรงขึ้นมาคือทนต่อการเกิด สามารถนำสังกะสีมาเป็นหนังชิ้นงานของเราก็ได้นะครับ เนื่องจากว่าแผ่นเหล็กนะครับ ทองคำนะครับ อันนี้มีสถานที่อ่อนตัวนะครับ ยืดและตีเป็นแผ่นได้นะครับ นำไฟฟ้าได้ดี ทบต่อการกัดกร่อน นิยมใช้ในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์นะครับ สำหรับอลูมิเนียมนะครับ อลูมิเนียมจะมีน้ำหนักเบานะครับ ง่ายต่อการเปลี่ยนรูปร่างนะครับ นำไฟฟ้าได้ดี นำความร้อนได้ดีนะครับ นิยมมาทำเป็นกรอบประตูกรอบหน้าต่างนะครับ หรือแม้กระทั่งนำมาทำเป็นบรรจุภัณฑ์สำหรับบรรจุอาหารนะครับ ทองแดงนะครับ ทองแดงนำไฟฟ้าได้ดี นำความร้อนได้ดี ทนต่อการกัดกร่อน นิยมใช้เป็นชิ้นส่วนและอุปกรณ์ ไฟฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์วัสดุตัวน่ารู้ตัวต่อไปก็คือไม้นะครับ ไม้จัดเป็นวัสดุพื้นฐานที่ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายนะครับ นักเรียนคิดว่าไม้มีข้อดี และมีข้อเสียอย่างไรบ้างครับ ให้เวลาคิด 10 วินาทีนะครับ ช่วยกันบอกว่าข้อดีและข้อเสียของไม้มีอะไรบ้าง โอเคครับผม เริ่มลงมือคิดได้ครับ เรามาดูข้อดีของไม้กันนะครับ ไม้มีข้อดีอย่างไรนะครับ อันดับแรกเลย ไม้มีความสวยงามนะครับ มีความแข็งแรงนะครับ และที่สำคัญคือเป็นวัสดุจากธรรมชาตินะครับ แต่ข้อเสีย ก็คือไม้เสื่อมสภาพตามอายุนะครับ ความชื่อ ผุพังได้ง่ายนะครับ โดยปลวกมอดแล้วก็แมลงนะครับ ที่สำคัญคือหมายติดไฟ เห็นว่าข้อเสียไม้มีเยอะนะครับ แต่เราก็ยังนิยมใช้ไม้ เนื่องจากว่าหมายเลขจะเป็นพื้นฐานเลย แล้วเราจะแก้ปัญหา หรือแก้ข้อเสียเหล่านี้อย่างไรนะครับ นักเรียนช่วยคุณครูได้ไหมครับ โอเคนะครับ เราสามารถแก้ปัญหาความชื้นนะครับ เรื่องของการผุพังได้ง่ายของไม้นะครับ โดยใช้ไม้สังเคราะห์ขึ้นมาครับ โดยไม้สังเคราะห์นะครับ เป็นวัสดุทดแทนทำจากธรรมชาตินะครับ ซึ่งบางสิ่งบางอย่างคุณสมบัติที่ดีกว่าไม้จากธรรมชาติด้วยซ้ำไปนะครับ ไม้สังเคราะห์สามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือไ ม้สังเคราะห์พลาสติกนะครับ อันนี้ได้จากเอาผลไม้มาผสมกับขี้เลื่อยนะครับ หรือก็หรือเส้นใยไม้นะครับ แล้วก็ผสมพลาสติกนะครับ ซึ่งคุณสมบัติขึ้นอยู่กับสักดส่วนของไม้ และอัตราส่วนของพลอสติด ตัวอย่าง ก็คือไฟเบอร์บอร์ดนะครับ ผลิตจากการบอร์ดท่อนไม้เนื้ออ่อนนะครับ ให้เป็นเส้นใยอัดประสานด้วยกาวเป็นชิ้นไม้นะครับ แต่ภายใต้อุณหภูมิและความดันที่สูงนะครับ ทำเป็นทำเป็นเฟอร์นิเจอร์นะครับ ตัวอย่างอันที่ 2 ก็คือแผ่นไม้อัดนะครับ อันนี้ก็จะผลิตจากเศษไม้นะครับ หรือขี้เลื่อย ประสานกันด้วยสารชนิดด้วยความดันสูงนะครับ ไม้ทั้งสองนะครับ จะมีราคาถูก แต่ไม่ทนกับความชื้นนะครับ ไม้ทั้งสองนี้ ถ้าโดนน้ำนี่ ก็บวมน้ำเลยนะครับ ประตูไม้สังเคราะห์ ประเภท 1 คือ ไม้สังเคราะห์ไฟเบอร์ซีเมนต์นะครับ อันนี้ได้จากปูนนะครับ ผสมกับทราย สมกับผงไม้นะครับ แล้วก็ผ่านกระบวนการอัดขึ้นรูปนะครับ มีความแข็งแรงทนทาน เทียบเท่าคอนกรีตเลยนะครับ งานก่อสร้างโดยทั่ว ๆ ไปนะครับ อันนี้เป็นตัวอย่างของไม้นะครับ วัสดุน่ารู้ที่จะนำเสนอลำดับถัดไปนะครับ ก็คือเซรามิกนะครับ อาจจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำจากวัตถุดิบในธรรมชาติ เช่น ดิน หิน ทราย และแร่ธาตุต่าง ๆ นะครับ นำมาผสมกัน แล้วนำไปเผา เคลือบเนื้อวัตถุให้แข็งแรงและความคงรูปนะครับ ตัวอย่างวัสดุเซรามิกในที่นี้ ก็คือแก้วนะครับ สวยมากแก้วผ่านกระบวนการปรับปรุงสมบัติ และขึ้นรูปเป็นแผ่น จะเรียกว่า "กระจกนะ" ครับ ตัวอย่างของกระจกอันแรกนะครับ ก็คือกระจกแผ่นนะครับ กระจกแผ่นเป็นกระจกที่พบได้ทั่วไป มีความแข็งแรงต่ำนะครับ ผิวกระจกเป็นรอยขูดขีดได้ง่าย ส่วนใหญ่นิยมใช้เป็นกรอบรูปนะครับ เป็นกระจกเงา เป็นกระจกที่ใช้สำหรับเครื่องเรือน ตัวอย่างถัดมา กระจกลำดับทักมานะครับ ก็คือกระจกเงานะครับ กระจกเงาเกิดจากการฉาบโลหะเงินลงไปที่ด้านใดด้านหนึ่งของกระจกนะครับ กระจกเงาที่พบทั่วไปมักมีผิวที่เรียบแบนเสมอกันนะครับ สามารถสะท้อนภาพจากวัตถุได้เท่ากันหมดนะครับ ใช้เป็นกระจกส่องในห้องน้ำหรือห้องแต่งตัวนะครับ ตัวอย่างลำดับถัดมานะครับ ก็คือกระจกสะท้อนแสงนะครับ กระจกสะท้อนแสง เป็นกระจกที่มีการเคลือบสารสะท้อนแสงไว้ที่ผิวหน้านะคะ ทำให้สามารถสะท้อนแสงได้ 20-30 เปอร์เซ็นต์นะครับ จึงช่วยลดความร้อนที่จะเข้ามาภายในอาคาร แล้วก็ส่งผลให้แสงไม่สามารถผ่านเข้ามาในอาคารได้นะครับ ทำให้ต้องติดตั้งไฟส่องสว่างในอาคารเพิ่มนะครับ ส่วนใหญ่กระจกชนิดนี้นะครับ แต่ใช้ในอาคารพาณิชย์นะครับ กระจกประตูบ้าน ตัวอย่างถัดมานะครับ ก็คือกระจกนิรภัยนะครับ กระจกนิรภัยเป็นกระจกที่แข็งแรงมากกว่ากระจกธรรมดา 5-10 เท่านะครับ จะแตกกระจายเป็นเม็ดเล็ก ๆ นะครับ คล้ายกับเม็ดข้าวโพดนะครับ มีความคมน้อยนิยมใช้เป็นกระจกตู้โชว์นะครับ กระจกหน้ารถยนต์หน้าต่างผนังกระจกของอาคารเรียนได้รับความร้อนที่สูงกว่าปกตินะครับ ตัวอย่างกระจกลำดับถัดมานะครับ ก็คือกระจกนิรภัยนะครับ กระจกกึ่งนิรภัยนะครับ มีความแข็งแรงมากกว่ากัน 2-3 เท่านะครับ มาแต่จะมีลักษณะเป็นปากฉลามยึดติดอยู่กับกรอบไม่ร่วงหล่นนะครับ นิยมใช้ทำผนังภายนอกอาคาร ที่มีแรงปะทะของลมสูงตัวอย่างของกระจกลำดับสุดท้าย ก็คือกระจกฉนวนความร้อนนะครับ กระจกชนิดนี้นะครับ จะเป็นการนำกระจกตั้งแต่ 2 แผ่นมาประกบกันนะครับ บรรจุฉนวนไว้ภายในนะเพื่อให้มีสมบัติในการเก็บรักษาอุณหภูมิภายในนะครับ ยอมให้แสงผ่านเข้ามาภายในอาคารได้ แต่ไม่ยอมให้ความร้อนผ่านเข้ามาหรือเข้ามาได้น้อยมากนะครับ กระจกชนิดนี้ จะใช้สำหรับอาคารที่ต้องการควบคุมอุณหภูมิให้คงที่ตลอดเวลา เช่น พิพิธภัณฑ์ อาคารเก็บอาหาร หรือห้องเก็บไว้นะครับ ตัวอย่างน่าร้ ถัดไปนะครับ ก็คือวัสดุผสมวัสดุผสมเป็นวัสดุที่มีการผสมวัสดุตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไปเข้าด้วยกันโดยที่วัสดุทั้งสองจะไม่ละลายซึ่งกันและกันและเรียกวัสดุที่มีปริมาณมากกว่ามากกว่าว่า "วัสดุหลัก" และวัสดุที่กระจายแทรกอยู่ในเนื้อวัสดุว่า "วัสดุเสริมแรง" โดยวัสดุที่นำมาเสริมแรงนะครับ จะช่วยปรับปรุงสมบัติเชิงกลของวัสดุหลักให้ดีขึ้น เช่น เพิ่มความแข็งแรงนะครับ เพิ่มความเหนียวนะครับ ลักษณะของวัสดุเสริมแรงนะครับ อาจจะมีเป็นก้อนเป็นเส้นหรือเป็นอนุภาคก็ได้นะครับ วัสดุผสมนะครับ สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทด้วย กันก็คือ 1. วัสดุเชิงประกอบพอลิเมอร์นะครับ อันนี้จะเป็นการเสริมแรงให้พอลิเมอร์ โดยการเติมเส้นใยเสริมแรงเข้าไปนะครับ เช่น เติมเส้นใยแก้วเส้นใยคาร์บอนเส้นลวดโลหะนะครับ ชนิด 2 วัสดุเชิงประกอบโลหะนี้จะมีโลหะเป็นวัสดุหลักมิเนียมนะครับ แล้วก็มีวัสดุเสริมแรงเป็นวัสดุเซรามิกหรือสารเสริมแรงโลหะ เช่น ซิลิกอนคาบายนะครับ เพื่อเพิ่มความทนทานต่อการใช้งานหรืออายุการใช้งานนั้นเองจากการกัดกร่อนแล้วก็ที่สำคัญคือน้ำหนักเบานะครับ แบบที่ 3 ก็คือวัสดุเชิงประกอบเซรามิกนะครับ เนื่องจากเซรามิกมีความเปราะ แตกหักง่าย ต้องเสริมความเหนียวและทำให้ทนทานมากขึ้น เติมเส้นใยหรืออนุภาคเข้าไปเช่นมีหน้าซิลิกานะครับ ให้นักเรียนดูภาพเหล่านี้แล้วบอกครูว่าภาพที่นักเรียนเห็นเป็นวัสดุเชิงประกอบแบบไหนนะครับ ตามนี้ครับ ไปกับเราได้ไหมครับ ภาพนี้เป็นวัสดุเชิงประกอบเซรามิกนะครับ นี้นะครับ ภาพนี้เป็นวัสดุเชิงประกอบละเมอนะครับ เยี่ยมมากเลยนะครับ ก็มาดูวัสดุน่ารู้ตัวถัดไปนะครับ ก็คือวัสดุสมัยใหม่นะครับ วัสดุสมัยใหม่ถูกผลิตขึ้นด้วยเช่นวัสดุนาโนวัสดุชีวภาพ ตัวเก็บประจุยิ่งยวดนะครับ ในที่นี้เราจะกล่าวถึงเฉพาะวัสดุนาโนนะครับ ซึ่งเป็นวัตถุที่มีขนาด 1-100 นาโนเมตรนะครับ แล้วก็สมบัติของวัสดุนาโนนี่จะแตกต่างไปจากวัสดุชนิดเดียวกัน ที่มีขนาดใหญ่กว่านะคะ โดยวัสดุนาโนนะครับ จะถูกแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ก็คือวัสดุนาโนจากธรรมชาติ และวัสดุนาโนการผลิตนะครับ ตัวอย่างวัสดุนาโนจากธรรมชาติ ก็คือหาโครงสร้างขนาดเล็กบนผิวใบบัวนะครับ ทำให้น้ำสามารถกรอกใบบัวได้นะครับ ที่เราเรียกว่า ปรากฏการณ์น้ำกลิ้งบนใบบัวนะครับ ตัวอย่างของวัสดุนาโนที่เกิดจากการผลิตได้เช่นท่อนาโนคาร์บอนนะครับ อนุภาคนาโนไททาเนียมไดออกไซด์นะครับ เส้นใยนาโนนะครับ สำหรับบทเรียนนี้นะครับ นักเรียนได้เรียนรู้เกี่ยวกับวัสดุต่าง ๆ นะครับ ดังนั้น ในการสร้างสิ่งของเครื่องใช้ ผู้สร้างนะครับ จะต้องกำหนดคุณสมบัติเบื้องต้นที่ต้องการ เพื่อที่จะเลือกใช้วัสดุให้เหมาะสม เช่น ในการสร้างเก้าอี้สำหรับผู้สูงอายุ จะต้องเลือกใช้วัสดุที่สามารถรองรับน้ำหนักได้ดี มีความแข็งแรง มีความนุ่มนะครับ และเพื่อผู้สูงอายุได้นั่งอย่างสบาย และที่สำคัญคือให้ผู้สูงอายุสามารถลุกนั่งได้อย่างสะดวก ก่อนจะจากกันนะครับ ฝากนักเรียนกลับไปทำกิจกรรมที่ 4.1 ด้วยนะครับ วิเคราะห์ประเภท อธิบายสมบัติของวัสดุสิ่งของเครื่องใช้นะครับ โดยให้นักเรียนยกตัวอย่างอุปกรณ์ และเครื่องมือทางการแพท ย์ อย่างน้อย 3 ประเภทนะครับ แล้ววิเคราะห์ประเภทของวัสดุที่ใช้สร้าง หรือวัสดุ ที่เป็นส่วนประกอบนะครับ จากนั้นให้บอกสมบัติของวัสดุ และเหตุผลที่เลือกใช้วัสดุประเภทนั้นนะครับ สำหรับการเรียนรู้ในหัวข้อนี้ ก็ขอจบเพียงเท่านี้นะครับ อย่าลืมไปทำกิจกรรมที่ 4.1 นะครับ สวัสดีครับ