--- title: การตัด ต่อ และขึ้นรูปวัสดุ (22.50 นาที) subtitle: date: วันศุกร์ที่ 29 มีนาคม 2567 เวลา 13.59 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) [เสียงดนตรี] (คุณครูชรินทร์) สวัสดีครับ ชรินทร์ วัฒนธีรางกูร การออกแบบและเทคโนโลยีชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 กิจกรรมการเรียนรู้ในครั้งนี้นะครับ ยังคงเกี่ยวข้อง กับความรู้และทักษะพื้นฐานนะครับ ครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายของ บทที่ 4 ก็คือเราการตัดต่อและขึ้นรูปวัสดุนะครับ ในการสร้างหรือซ่อมแซม สิ่งของเครื่องใช้นะครับ นักเรียนจำเป็นจะต้องมีความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับเทคนิคต่าง ๆ นะคะ ไม่ว่าจะเป็นการ การต่อการขึ้นรูปวัสดุ เนื่องจาก วัสดุมีหลายประเภทแต่ละประเภทควรมีสมบัติที่แตกต่างกัน ดังนั้น นักเรียนจะต้องเลือกเทคนิค วิธีการในการสร้างหรือซ่อมแซม สิ่งของเครื่องใช้ถูกต้อง อ่านแล้ว ก็เหมาะสมกับพนักงานที่จะปฏิบัตินะครับ ทั้งนี้ นักเรียนจะต้องนำความรู้เกี่ยวกับวัสดุ และอุปกรณ์มาประกอบ ในการตัดสินใจนะครับ ก่อนที่จะเริ่มเรียนรู้กัน เรามาทราบจุดประสงค์การเรียนรู้กันก่อนนะครับ สำหรับผู้ประสงค์การเรียนรู้ในหัวข้อนี้นะครับ ครูคาดหวังว่านักเรียนจะสามารถเลือกใช้เทคนิค วิธีการ ในการสร้างหรือซ่อมแซมสิ่งของ เครื่องใช้ ได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมนะครับ นะครับ ออกแบบอุปกรณ์ และนำเสนอแนวทางการเลือก ใช้วัสดุและอุปกรณ์พื้นฐานได้นะ เรามาเริ่มเรียนรู้กันเลยนะครับ จากรูปนักเรียน คิดว่าเก้าอี้มีวิธีการสร้าง และประกอบชิ้นงานขึ้นมาอย่างไรนะครับ ครูจะให้เวลาในการคิดประมาณ 10 วินาทีนะครับ ลงมือกันได้เลยนะครับ โอเคนะครับ ได้คำตอบกันแล้วใช่ไหมครับ อันดับแรกเลยนะครับ เราก็ต้องตัดเหล็กตามความยาวที่ออกแบบไว้นะคครับ ครูอยากทราบว่า เราจะใช้เครื่องมือชนิดไหนนะครับ ในการตัดนะครับ สำหรับการตัดเหล็ก ก็ต้องใช้เครื่องมือสำหรับตัดเหล็กนะครับ โดยเครื่องมือสำหรับตัดเหล็ก ก็จะมีเครื่องตัดไฟนะครับ หรือไม่ก็ใช้เรื่อยเลย ขั้นตอนต่อไปนะครับ ก็เรานำเหล็กแต่ละชิ้นนะครับ มาต่อเข้าด้วยกันตามแบบ ที่ออกแบบไว้นะครับ แล้วเราจะต่อเหล็กได้อย่างไรล่ะครับ วิธีการในการต่อเหล็กนะ เพราะต้องใช้เครื่องเชื่อมโลหะนะครับ หลังจากที่เราเชื่อมเหล็กแต่ละชิ้นเข้าด้วยกัน แล้วเราก็จะได้โครงเก้าอี้ขึ้นมานะครับ ขั้นตอนต่อไป เราก็ต้องตัดไม้ตาม ขนาดที่ออกแบบไว้นะครับ โดยใช้เครื่องมือสำหรับ ครุอยากทราบตัดไม้นะครับ อยากทราบว่าในการตัดไม้ตามแบบในภาพนะครับ นักเรียนคิดว่าควรจะใช้เครื่องมือชนิดไหนนะครับ ในการตัดไม้นะครับ เครื่องมือที่เราได้เรียนรู้มาก็จะมีเลื่อย รอมีเลื่อยจิ๊กซอว์ มีเลื่อยวงเดือนนะครับ คิดว่าเราควรจะใช้เลื่อยชนิดไหนครับ เราสังเกตแผ่นไม้ตามภาพนะครับ เราจะเห็นว่าแผ่นไม้น่าจะถูกตัดเป็นแนวตรงนะครับ ดังนั้น เราควรจะเลือกใช้เลื่อยวงเดือนนะครับ หากเราสังเกตรูปนะครับ เราจะพบว่า ส่วนที่เป็นพนักพิงหลังนะครับ แผ่นไม้จะมีลักษณะโค้ง ให้ได้รูปทรงตามที่หาต้องการ ด้วยเครื่องมือที่ใช้สำหรับการขึ้นรูปนะครับ เพราะต้องนำแผ่นไม้และเหล็กไปดัด ตอนนี้ลงมาได้โครงเก้าอี้และแผ่นไม้ สำหรับรองนั่ง และพนักพิงหลังเรียบร้อยแล้วนะครับ เหลือเพียงการนำชิ้นส่วนทั้งหมด มาประกอบเข้าด้วยกัน นักเรียนคิดว่าเราจะประกอบแผ่นไม้ เข้ากับโครงเก้าอี้ได้อย่างไรครับ การที่เราจะประกอบแผ่นไม้ เข้ากับโครงเก้าอี้ จำเป็นจะต้องเจาะรูที่โครงเหล็กก่อนนะครับ ในการเจาะรูนะครับ ก็ต้องใช้สว่านนะครับ เจาะ เมื่อเราเจาะรู ที่โครงเหล็กเรียบร้อยแล้วนะครับ เราก็นำแผ่นไม้มายึดติด กับโครงเก้าอี้ด้วยสกรูนะครับ เรามาดูการตัดนะครับ การตัด เป็นการทำให้ชิ้นงาน แยกออกจากกันนะครับ เป็นการตัดชิ้นงานให้ได้ ขนาดตามรูปแบบ ที่กำหนดหรือออกแบบไว้นะครับ วิธีการตัดวัสดุ มีหลายวิธี แล้วก็หลายเครื่องมือด้วยกันนะครับ เราควรจะเลือกใช้เครื่องมือ และวิธี ให้เหมาะสมกับวัสดุ ที่ใช้ทำการตัดและการนำไปใช้นะครับ วิธีนี้นะ เขาจะต้องคำนึงถึง ความหนาความยาว รูปร่าง และรูปทรงของวัสดุด้วยนะครับ มาดูตัวอย่างการตัดวัสดุแบบต่าง ๆ กันนะครับ ตัวอย่างแรก จะเป็นการตัดในแนวตรงนะครับ โดยใช้เลื่อยวงเดือน ที่ประกอบเป็นโต๊ะตัดไม้นะครับ เราไปดูตัวอย่างของจริงกันดีกว่านะครับ []เราเข้ามาดูการตัดเหล็ก ด้วยเครื่องตัดไฟเบอร์กันบ้างนะครับ เรามาดูตัวอย่างการตัดวัสดุ ที่เป็นแนวโค้งกันบ้างนะครับ โดยใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่า Router นะครับ ภาพทางขวามือ ก็จะเป็นวิธีการใช้งานนะครับ เราก็จะได้ลักษณะโค้งเหมือนโต๊ะ ที่โชว์ดังภาพตรงกลางนะครับ เราเรียนเรื่องการตัดมาแล้วนะครับ เราเข้ามาดูในเรื่องของการต่อบ้างนะครับ การต่อนะครับ เป็นการนำเอาวัสดุประเภทเดียวกัน หรือต่างชนิดกันมา ประกบกันให้เป็นรูปร่างตามที่ต้องการนะครับ เพื่อนำไปใช้งานนะครับ หาการต่อวัสดุ จะมีหาหลายวิธีด้วยกันนะครับ ควรเลือกให้เหมาะนะครับ แล้วก็คำนึงถึงประเภทของวัสดุด้วยนะครับ ตัวอย่างเครื่องมือ ในการต่อวัสดุกันนะครับ ถ้าวัสดุเป็นไม้นะครับ เทคนิคในการต่อ เราจะเรียกว่าการเข้าไม้นะครับ เครื่องมือที่ใช้ ก็จะมีพวกสกูรครับ กาวแล้วก็สลักนะครับ แต่ถ้าเป็นวัสดุที่เป็นโลหะนะครับ เทคนิคในการต่อก็อาจจะใช้วิธีการบัดกรีนะครับ การเชื่อมหรือการประสานนะครับ เครื่องมือที่ใช้ก็จะเป็นพวกโลหะ สกรูและน็อตนะครับ ถ้าวัสดุของเราเป็นพลาสติก ใช้เทคนิคในการเชื่อมนะครับ เครื่องมือก็จะเป็นพวกเรายังรู้แล้วก็น็อตนะครับ ถ้าเป็นคอนกรีตแล้วครับ เทคนิคในการต่อคอนกรีต ก็ใช้การประสานด้วยวัสดุ หรือสารเคมีนะครับ เครื่องมือก็คือการเชื่อมคอนกรีตนะครับ หรือปูนกาวประสานครับ เรามาดูตัวอย่างการต่อใช้งานนะครับ จากรูปนะครับ จะเป็นการเชื่อมเหล็กกับเหล็กนะครับ ในการสร้างหรือซ่อมบำรุงรางรถไฟนะครับ จะนิยมใช้กระบวนการเชื่อมแบบเติมเงิน อาศัยการหลอมผงเหล็ก และผงอลูมิเนียม ที่อุณหภูมิประมาณ 250 องศาเซลเซียสนะครับ มาดูการบัดกรีกันบ้างนะครับ การบัดกรีเป็นการต่อโลหะ ตั้งแต่ 2 ชิ้นเข้าด้วยกันนะครับ โดยการให้ความร้อน ที่ลงเป็นงานนะครับ แล้วจึงให้ความร้อนแก่โลหะ และสาร ซึ่งโลหะ ภาษาอังกฤษจะเป็นตะกั่ว หรือดีบุกก็ได้นะครับ อันนี้จะมักจะใช้กับงานบัดกรี อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์นะครับ การเชื่อมโลหะนะครับ การเชื่อมโลหะ เป็นการต่อโลหะ ตั้งแต่ 2 ชิ้นให้ติดกัน โดยการให้ความร้อนแก่โลหะ จนหลอมละลายติดเป็นเนื้อเดียวกันนะครับ หรืออาจจะมีการเติมลวดเชื่อม เป็นตัวประสานก็ได้นะครับ วิธีการเชื่อมโลหะว ก็จะมีด้วยกันหลายวิธีนะครับ ก็จะมีเชื่อมแก๊สนะครับ เชื่อมไฟฟ้านะครับ แบบใช้ลวดเชื่อม แบบไม่ใช้ลวดเชื่อมนะครับ ดูตัวอย่างการต่อวัสดุอันตรายเลยนะครับ ก็คือการติดบานพับนั่นเองนะครับ การติดบานพับ นิยมใช้ในการเชื่อมต่อประตู หน้าต่างนะครับ เพื่อให้ประตูหน้าต่าง สามารถเคลื่อนไหวนไว้ได้นะครับ รามาดูการต่อไม้กันบ้างนะครับ ต่อไม้จะใช้เทคนิคการเข้าไม้นะครับ เป็นการต่อไม้ด้วยวิธีการเข้าเดือยนะครับ ทำให้ชิ้นงานมีความแข็งแรง แล้วก็สวยงามนะครับ ตัวอย่างการเข้าไม้ หรือการต่อไม้ สมมติเรามีต้นไม้ 2 ชิ้นนะครับ เอามาต่อกันตามปกติ ไม่ต้องเลยนะ แบบนี้ ความแข็งแรงก็จะได้ระดับหนึ่ง ถ้าเราออกไปเกี่ยวกันนะครับ เวลาเราดอกไม้กันนะครับ ก็คือเอาส่วนที่ตัดออกนี้มานะครับ การตอกตะ ปูนะครับ เดี๋ยวจะใช้กระที่มันมีน้อยลงแบบนี้ ก็จะทำให้มีความแข็งแรง การต่อไม้แบบถัดไปนะครับ ที่มานำเสนอนะครับ การจะมี 2 ชิ้น ชิ้นหนึ่ง นะครับ บริเวณนี้ก็จะมีความกว้างน้อยลงนะครับ ทำให้เราใช้ที่น็อตที่สั้นลงได้ไหมครับ สมมุติว่าว่างอยู่ จะมากขึ้นนะครับ แบบถัดไปจะคล้ายแบบที่ผ่านมา ไม่ได้ทะลุนะครับ เดิมนี่คือเรา อันนี้จะเสาะออกแค่ครึ่งหนึ่ง ของเดิมอันนี้เราจะไม่ทำอะไรเลย เอาไป เอามาต่อกันนะครับ ถ้าเราต่อในลักษณะที่เป๊ะเลยนะครับ อยู่ได้แล้วนะครับ เพื่อความแข็งแรง เราก็ยึดด้วยตะปู หรือน็อตอีกครั้ง อันนี้การตัดไม้นะครับ ออกเป็น 3 ส่วนนะครับ ไปนะครับ ส่วนที่ 2 ตัดไป ครึ่งหนึ่ง จะเป็นลักษณะแบบนี้นะครับ 3 ชั้นนะครับ อีกชิ้นหนึ่งก็ตัดในลักษณะเดียวกันนะครับ นำมาประกบกัน อันนี้เมื่อเรายึดด้วยตะปู อะไรเรียบร้อยแล้วนะครับ การแข็งแรงนะครับ การโยกของๆไม้ จะเป็นไปได้ยากมากนะครับ การต่อไม้แบบธรรมดาแบบนี้นะครับ การต่อไม้นะครับ แบบถัดไปนะครับ ก็จะนำชิ้นหนึ่ง อีกชิ้นหนึ่งก็ต้องตัดแบบเดียวกัน นั่นก็คือเป็นครึ่งเดียวนะครับ ประกอบกันนะครับ หรือต่อ เชื่อมต่อกัน ทุกครั้งเมื่อเชื่อมต่อเรียบร้อยแล้ว เราต้องยึดด้วยตะปู ไปดูการเข้าไม้ การต่อไม้วันนี้นะครับ จะแบ่งความหนาของไม้ออกเป็น 3 ส่วน เช่นเดียวกัน 3 ตัวนี้นะครับ ที่ 1 ก็แต่ว่า ตรงกลางนะครับจะไม่ได้ตัดทั้งนะครับ ถ้ามองด้านนี้จะมองเห็น พอดีนะครับ ก็จะเป็นการต่อไม้ที่แข็งแรงมาก ๆ นะครับ มาดูถัดมานะครับ อันนี้ลักษณะแบบนี้เรียกว่าการเข้าเดือยนะครับ เดือยนะครับ เวลาเราต่อกันก็นะครับ การเข้าเดือยแบบนี้นะครับ ถ้าเราตัดไม้ไม่พอดีนะครับ จะทำให้เกิดช่อง ห่างของไม้ขึ้นมานะครับ มันก็จะด้วยนะครับ การทำให้ไม้มันแน่น กว่านี้นะครับ แยกออกจากกันนะครับ สังเกตนะครับ จะไม่ได้ให้หมดเลยนะครับ อะไรนะครับ เราจะเอาไม้อีกชิ้นนะครับ จะทำให้ไม้กางออกนะครับ แล้วก็จะไปดูไม้อันนี้นะครับ ทำให้มันยึดติดได้แข็งแรง จะมีช่องว่างมีช่องว่าง ใส่เข้าไปนะครับ ใช้ค้อนนะครับ ไม้มันจะขยายออก ตอนนี้ก็จะหายไป แบบนี้นะครับ ก็จะเป็นเรื่องของการเข้าเดือยแล้วก็การต่อครับ ที่เหลือตรงนี้นะครับ เลื่อยครับ การต่อไม้หรือการเข้าเดือยอีกแบบหนึ่งนะครับ สามส่วนเอาแค่ตัวเดียวครับนะครับ จะต่อตรงนะครับ ความยาวของเดือยต้องให้เท่ากันนะครับ อันนี้ใช้ในการต่อแบบฉากนะครับ ต่อฉากแบบนี้ จากนั้นก็ใช้ตะปูหรือน็อตนะครับ ถ้าเป็นช่างสมัยโบราณนะครับ ตะปูที่ทำจากไม้ ไม่ได้ใช้เลยนะครับ ตอกใส่ไปให้พอดีครับ แค่นี้ก็จะให้การเชื่อมต่อไม้นะครับ แข็งแรง มาดูอีกแบบหนึ่งนะครับ แบบนี้นะครับ เซาะไม้แบบนี้นะครับ เกี่ยวกันนะครับ ไม้อีกชิ้นหนึ่ง รูปทรงคล้าย ๆ กับนาฬิกาทรายนะครับ แล้วจะต่อกันอย่างไรนะครับ ก็คือเราจะต้องนำใส่เข้าไปในลักษระแบบนี้นะครับ ก็จะสามารถเข้าด้วยกันได้แล้วครับ จากตัวอย่างนะครับ นักเรียนสามารถไปฝึกการต่อไม้ โดยการใช้โฟมแบบหนานะครับ แทนการใช้ไม้จริงได้นะครับ เรามาดูการขึ้นรูปวัสดุกันบ้างนะครับ การขึ้นรูปเป็นกระบวนการผลิตประเภท 1 นะครับ รูปร่างของวัตถุดิบนะครับ ให้เป็นผลิตภัณฑ์นะครับ หรือเป็นชิ้นงานที่มีรูปร่างตามที่ต้องการนะครับ โดยอาจจะใช้แม่พิมพ์ หรือจะใช้เครื่องมือ เฉพาะทางขึ้นมาก็ได้นะครับ เทคนิคการขึ้นรูป มีหลายประเภทด้วยกันนะครับ ขึ้นอยู่กับชนิดของวัสดุนะครับ ทีนี้จะยกตัวอย่างการขึ้นรูป ที่เป็นการขึ้นรูปโลหะนะครับ การขึ้นรูปโลหะแบบแรกนะครับ จะเป็นการขึ้นรูปแบบร้อนนะครับ ซึ่งจะเป็นการให้ความร้อนแก่โลหะ หรือวัสดุที่มีอุณหภูมิสูง อุณหภูมิในการเกิดผลึกใหม่นะครับ แต่จะต่ำกว่าหรือน้อยกว่า 10 รายการ ที่จะทำให้เกิดการหลอมของโลหะนะครับ หรือว่าสูตรนั้น ๆ นะครับ ตัวอย่างเช่นการตีเลยนะครับ หรือการรีดแบบร้อนนะครับ การขึ้นรูปแบบที่ 2 นะครับ ก็คือการขึ้นรูปแบบเย็นนะครับ อันนี้เป็นการรีดขึ้นรูปเครื่องให้วัสดุหรือโลหะ การเปลี่ยนรูปร่างอย่างถาวรนะครับ อุณหภูมิต่ำ ยกตัวอย่างเช่นการดัดงอนะครับ การอัดรีดหรือการบิดงอนะครับ นักเรียนสามารถเรียนรู้เพิ่มเติม เกี่ยวกับเทคนิคการหักได้ตามลิงก์ ที่แสดงไว้บนหน้าจอ หรือจะสแกน QR Code ก็ได้นะครับ บทเรียนนี้นะครับ นักเรียนก็ได้เรียนรู้เกี่ยวกับเทคนิค การตัดการต่อ และขึ้นรูปวัสดุเ นื่องจากวัสดุมีหลายประเภท ซึ่งแต่ละประเภทจะมีสมบัติ ที่แตกต่างกันนะครับ นักเรียนจะต้องเลือกเทคนิค วิธีการในการสร้างหรือซ่อมแซม สิ่งของเครื่องใช้ให้ถูกต้องแล้ว สัญญาณที่จะปฏิบัตินะครับ โดยจะต้องนำความรู้เกี่ยวกับวัสดุ อุปกรณ์ มาประกอบการตัดสินใจ ในการเลือกใช้เทคนิค เลือกใช้เครื่องมือให้ถูกต้องนะครับ สรุปสุดท้ายสำหรับ บทนี้นะครับ แม้ว่าวัสดุและเครื่องมือ ในปัจจุบันจะมีอยู่หลายประเภท ซึ่งแต่ละประเภท ก็มีสมบัติและการใช้งานที่แตกต่างกันนะครับ เราจึงต้องเลือกใช้ให้เหมาะใช้กับการสร้าง หรือพัฒนาชิ้นงานนะครับ นอกจากนั้นนะครับ วัสดุและเครื่องมือ ยังมีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลานะครับ เพื่อช่วยอำนวยความสะดวก และเพิ่มประสิทธิภาพ และลดขั้นตอนในการปฏิบัติงานนะครับ ซึ่งในการใช้งาน จะต้องศึกษาข้อปฏิบัติ ข้อควรระวังควรตรวจสอบเครื่องมือให้อยู่ในสภาพ พร้อมใช้งานอยู่เสมอนะครับ นักเรียนได้ศึกษาจนจบบทที่ 4 แล้วนะครับ เพื่อเป็นการทดสอบความเข้าใจนะครับ เรามาทำคำท้าทายความคิดเห็นหน่อยนะครับ โดยให้นักเรียนออกแบบไม้เท้า สำหรับผู้บกพร่องทางการเห็นนะครับ ทั้งนี้ไม้เท้าต้องมีการติดตั้งเซนเซอร์ และระบุส่วนต่าง ๆ นะครับ ไม่ว่าจะเป็นวัสดุที่ใช้นะครับ ในการเลือกใช้วัสดุนะครับ เครื่องมือที่ใช้และเทคนิค ในการต่อนะครับ กิจกรรมสุดท้าย สำหรับการเรียนรู้ในครั้งนี้ ก็คือกิจกรรมท้ายบทนะครับ โดยให้นักเรียนออกแบบ ในห้องน้ำหรือห้องครัวสำหรับผู้สูงอายุนะครับ พร้อมบอกแนวคิดในการออกแบบ บอกขนาดและสัดส่วนของชิ้นงานครับ แล้วนำเสนอแนวทางการเลือกใช้วัสดุ เครื่องมือเพื่อปฏิบัติงานให้เหมาะ กับประเภทของงาน และให้มีความปลอดภัยด้วยนะครับ สวัสดีครับ [เสียงดนตรี]