﻿1
00:01:26,344 --> 00:01:30,344
เริ่มเรียนรู้กันเลยนะครับ

2
00:01:32,377 --> 00:01:36,377
ปัจจุบันเครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ นะครับ ที่ใช้ในชีวิตประจำวันของเรา ไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์

3
00:01:36,561 --> 00:01:40,561
นะครับ หม้อหุงข้าวไฟฟ้า เครื่องซักผ้า เตาไมโครเวฟนะครับ

4
00:01:41,814 --> 00:01:45,814
ก็มีส่วนประกอบของอุปกรณ์ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์หลากหลายนะครับ

5
00:01:47,296 --> 00:01:49,108
ทำงานงานร่วมกันนะคะ อีกทั้งการทำงานของเครื่องใช้ไฟฟ้าเหล่านี้ ต้องอาศัยการใช้ไฟฟ้า

6
00:01:49,108 --> 00:01:52,704
เซ็นเซอร์นะครับ

7
00:01:52,704 --> 00:01:55,399
แผงควบคุมขนาดเล็กนะครับ และเครื่องจักรกลไฟฟ้าเช่น มอเตอร์นะครับ

8
00:01:55,399 --> 00:01:59,399
เรามาดูอุปกรณ์ชิ้นแรกกันเลยนะครับ

9
00:02:01,270 --> 00:02:05,270
มอเตอร์เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าที่แปลงพลังงานไฟฟ้า เป็นพลังงานกลนะครับ มีอยู

10
00:02:07,394 --> 00:02:11,394
่ประเภทด้วยกันนะครับ แต่ละประเภทก็มีคุณสมบัติที่แตกต่างกันไปนะครับ ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของการใช้งานนะครับ

11
00:02:14,358 --> 00:02:14,967
แท่นมอเตอร์ที่ใช้ในงานอุตสาหกรรมต้องมีแรงบิดมากนะครับ มอเตอร์ที่ใช้ในของเล่นก็ต้องการความเร็วรอบ

12
00:02:14,967 --> 00:02:18,967
สูงนะครับ

13
00:02:19,820 --> 00:02:22,080
ลักษณะภายนอกของมอเตอร์นะคะ ไม่ว่าจะประกอบไปด้วยขั้วไฟฟ้า 2 ขวดนะครับ

14
00:02:22,080 --> 00:02:23,643
ไว้สำหรับเชื่อมต่อสำหรับ

15
00:02:23,643 --> 00:02:26,835
แผงวงจรไฟฟ้านะครับ

16
00:02:26,835 --> 00:02:29,867
แล้วก็มีแกนเหล็กยื่นออกมาจากตัวมอเตอร์นะครับ

17
00:02:29,867 --> 00:02:33,867
เรียกว่า "เพลามอเตอร์" นะครับ ในส่วนนี้จะ

18
00:02:35,556 --> 00:02:38,007
เป็นส่วนที่เข้ากับอุปกรณ์ ที่ต้องการให้เคลื่อนที่ลักษณะการหมุนนะครับ  เช่น ใบพัดนะคะ

19
00:02:38,007 --> 00:02:42,007
จะต่อกับเพลาของอุปกรณ์ต่าง ๆ นะครับ

20
00:02:42,867 --> 00:02:46,867
มอเตอร์นะครับ สามารถแบ่งตามประเภทการ

21
00:02:48,411 --> 00:02:50,044
ใช้กระแสไฟฟ้าได้เป็น 2 ประเภทด้วยกัน ก็คือมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงนะครับ

22
00:02:50,044 --> 00:02:54,044
DC Motor นะครับ

23
00:02:54,706 --> 00:02:56,643
ตัวอย่างอุปกรณ์มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง ได้แพัดลมพกพานะครับ

24
00:02:56,643 --> 00:03:00,643
มอเตอร์

25
00:03:03,982 --> 00:03:05,076
ถัดไปนะครับ คือมอเตอร์กระแสไฟฟ้าสลับ AC มอเตอร์นะครับ ตัวอย่างอุปกรณ์ที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับ

26
00:03:05,076 --> 00:03:09,076
ก็คือพัดลมนะครับ

27
00:03:12,009 --> 00:03:15,314
ลักษณะของมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงกับมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง

28
00:03:15,314 --> 00:03:18,256
นะครับ มอเตอร์ที่ต้องใช้กับแหล่งจ่ายไฟกระแสตรงนะครับ

29
00:03:18,256 --> 00:03:20,645
เช่น เซลล์ไฟฟ้า หรือไม่ก็แบตเตอรี่นะครับ

30
00:03:20,645 --> 00:03:22,197
มอเตอร์ประเภทนี้นะครับ สามารถ

31
00:03:22,197 --> 00:03:26,197
ควบคุมการหมุน

32
00:03:28,956 --> 00:03:31,362
หมุนไปตามทิศทางการเข็มนาฬิกา หรือหมุนไปตามทิศทางทวนเข็มนาฬิกา หรือหยุดหมุนโดยง่ายนะคะ

33
00:03:31,362 --> 00:03:32,577
อัตราเร็วการหยุดหมุนนะครับ

34
00:03:32,577 --> 00:03:36,501
ขึ้นอยู่กับ

35
00:03:36,501 --> 00:03:40,501
ความต่างศักย์ไฟฟ้าที่จ่ายให้กับมอเตอร์นะครับ นั้นหมายความว่า

36
00:03:44,432 --> 00:03:47,344
ที่มีความต่างศักย์สูงอัตราเร็วมอเตอร์ก็จะส่งด้วยนะครับ แต่ถ้าเราต่อมอเตอร์กับแหล่งจ่ายไฟที่มีความ

37
00:03:47,344 --> 00:03:51,344
อัตราเร็วมอเตอร์ก็จะกลับด้วยนะครับ

38
00:03:53,779 --> 00:03:56,235
เรามาดูมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับบ้างนะครับ มอเตอร์ไฟฟ้ากระแส

39
00:03:56,235 --> 00:03:59,683
ต้องใช้มอเตอร์

40
00:03:59,683 --> 00:04:03,683
นะครับ ในชีวิตประจำวัน

41
00:04:05,906 --> 00:04:07,915
แล้วก็ใช้ไฟฟ้าหลายชนิดด้วยกันนะครับ โดยเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่มีลักษณะการเคลื่อนที่แบบหมุนนะค

42
00:04:07,915 --> 00:04:09,278
รับ เช่น เครื่องซักผ้านะครับ

43
00:04:09,278 --> 00:04:11,081
พัดลม

44
00:04:11,081 --> 00:04:15,081
เครื่องปั่นนะครับ

45
00:04:17,246 --> 00:04:19,262
มอเตอร์กระแสสลับนะครับ สามารถรับแบบตามระบบการ

46
00:04:19,262 --> 00:04:22,645
ไฟฟ้า ก็คือ

47
00:04:22,645 --> 00:04:26,353
มอเตอร์แบบหนึ่งเฟส แล้วก็มอเตอร์แบบ 3 เฟสนะครับ

48
00:04:26,353 --> 00:04:30,353
เรามาดูมอเตอร์ 1 เฟสกันนะครับ

49
00:04:33,443 --> 00:04:35,970
มอเตอร์กระแสสลับ 1 เฟสนะครับ เป็นมอเตอร์ที่มีขนาดเล็กนะครับ จะใช้กับแรงดันไฟฟ้า 220 โวลต์นะครับ

50
00:04:35,970 --> 00:04:39,970
มีสายไฟเข้า 2 สายนะครับ

51
00:04:42,031 --> 00:04:46,031
มอเตอร์แบบ 1 เฟสนะครับ จะมีกำลังต่ำกว่า 1 แรงม้านะครับ แต่หรืออาจจะมีขนาดใหญ่สุด

52
00:04:46,581 --> 00:04:50,581
ไม่เกิน 5 แรงม้าครับ มอเตอร์ชนิดนี้นะครับ ใช้ตามบ้านเรือนนะครับ

53
00:04:51,944 --> 00:04:55,708
ทีนี้เรามาดูมอเตอร์แบบ

54
00:04:55,708 --> 00:04:59,708
มอเตอร์ 3 เฟสนะครับ เป็นมอเตอร์ที่ใช้ในงานอุตสาหกรรมนะครับ

55
00:05:02,092 --> 00:05:06,092
ต้องใช้ระบบไฟฟ้า 3 เฟสนะครับ แรงดันไฟฟ้าอยู่ที่ 380 โวลต์นะครับ

56
00:05:08,168 --> 00:05:11,339
มีสายไฟเข้ามอเตอร์ 3 สายนะครับ มอเตอร์ไฟฟ้าแบบ 3 เฟสนะครับ จะมีกำลัง

57
00:05:11,339 --> 00:05:15,339
1 แรงม้านะครับ จนถึงขนาดแรงมาก ๆ นะครับ

58
00:05:17,715 --> 00:05:21,715
อันนี้นิยมใช้ในการทำอุตสาหกรรมหนัก เช่น ขับลูกกลิ้งนะครับ  โรงงานถลุงเหล็กนะครับ

59
00:05:24,183 --> 00:05:28,183
ถัดมานะครับ ก็จะมาพูดถึงในเรื่องของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์นะครับ โดยปกติแล้วนะครับ

60
00:05:29,888 --> 00:05:30,758
มันก็มีส่วนประกอบของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์นะครับ ซึ่งมีลักษณะและการทำงานที่

61
00:05:30,758 --> 00:05:32,622
แตกต่างกันออกไปนะครับ

62
00:05:32,622 --> 00:05:36,622
ในส่วนนี้นะครับ

63
00:05:38,520 --> 00:05:39,036
นักเรียนจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์พื้นฐาน ที่ใช้ในส่วนประกอบของเครื่องใช้ไฟฟ้า

64
00:05:39,036 --> 00:05:43,036
นะครับ

65
00:05:45,932 --> 00:05:47,670
เรามาดูอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ตัวแรกกันเลยนะครับ นั่นก็คือตัวต้านทานนะครับ ตัวต้านทานนะครับ เป็น

66
00:05:47,670 --> 00:05:49,640
อุปกรณ์ที่มีสมบัติในการต้าน

67
00:05:49,640 --> 00:05:51,516
การผ่านของกระแสไฟฟ้านะครับ

68
00:05:51,516 --> 00:05:55,516
มีหน่วยเป็นโอมนะครับ

69
00:05:57,913 --> 00:06:01,463
ตัวต้านทานที่มีค่ามากนะคะ จะทำให้มีกระแสไฟฟ้าผ่านได้น้อยนะครับ โดยทั่วไป

70
00:06:01,463 --> 00:06:03,498
ตัวต้านทานจะถูกแบ่งเป็น 2 ประเภทนะครับ ได้แก่ ตัว

71
00:06:03,498 --> 00:06:05,728
ต้านทานคงที่นะครับ ตัวทานคงที่

72
00:06:05,728 --> 00:06:09,728
มีค่า

73
00:06:10,488 --> 00:06:12,007
ของกระแสไฟฟ้าคงที่นะครับ ซึ่งเราสามารถอ่านค่าความต้านทานได้

74
00:06:12,007 --> 00:06:13,642
แถบสีที่คาดอยู่

75
00:06:13,642 --> 00:06:17,642
บนตัวต้านทานนะครับ

76
00:06:17,836 --> 00:06:21,836
แบบที่ 2 จะเป็นตัวต้านทานแบบที่เปลี่ยนค่าได้นะครับ

77
00:06:23,219 --> 00:06:25,196
โดยค่าของความต้านทานนะครับ ขึ้นอยู่กับปริมาณแสงที่ตกกระทบนะครับ

78
00:06:25,196 --> 00:06:29,196
ถ้าค่าแสงที่ตกกระทบ

79
00:06:29,339 --> 00:06:29,944
ปริมาณมากนะครับ ตัว LD R ของเราก็จะมีค่าความต้านทานต่ำ

80
00:06:29,944 --> 00:06:33,186
กลับนะครับ

81
00:06:33,186 --> 00:06:35,665
อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

82
00:06:35,665 --> 00:06:39,071
อะไรนะครับ ก็คือตัวเก็บประจุนะครับ

83
00:06:39,071 --> 00:06:43,071
เก็บประจุจะทำหน้าที่ในการเก็บประจุไฟฟ้านะครับ

84
00:06:43,751 --> 00:06:45,985
โดยตัวเก็บประจุและพัฒนาสู่การสร้างการนำ 3 ตัวนำ 2 ชิ้นนะครับ

85
00:06:45,985 --> 00:06:49,985
เมื่อในลักษณะที่ขนานกันนะครับ

86
00:06:50,465 --> 00:06:51,417
โดยระหว่างตัวนำทั้งสองจะถูกต้องด้วย

87
00:06:51,417 --> 00:06:55,166
ฉนวนขนาน

88
00:06:55,166 --> 00:06:56,408
เครื่องไดเร็คติดอันนี้

89
00:06:56,408 --> 00:06:59,191
เซรามิก

90
00:06:59,191 --> 00:07:03,024
สารที่มีสภาพคล้ายฉนวนอื่นนะครับ

91
00:07:03,024 --> 00:07:05,615
เรามาดูตัวเก็บประจุ

92
00:07:05,615 --> 00:07:07,505
ประเภทอิเล็กโ ทรไลต์ครับ

93
00:07:07,505 --> 00:07:11,505
เก็บประจุประเภทอิเล็กโทรไลท์นะครับ

94
00:07:11,951 --> 00:07:14,163
จะใช้ในงานที่ต้องการความต้านทานของฉนวนที่มีค่าสูงนะครับ

95
00:07:14,163 --> 00:07:18,163
มีเสถียรภาพดีนะครับ

96
00:07:20,122 --> 00:07:22,417
แล้วก็ใช้งานในสภาพแวดล้อมที่มีอุณหภูมิสูงนะครับ โดยมากนิยมใช้ในวงจร

97
00:07:22,417 --> 00:07:25,147
จ่ายกำลังไฟสูงนะครับ

98
00:07:25,147 --> 00:07:26,613
เช่น เครื่องปรับอากาศนะครับ เครื่อง

99
00:07:26,613 --> 00:07:30,613
ไฟฟ้ากระแสตรงนะครับ

100
00:07:35,290 --> 00:07:39,290
เก็บประตูอีกประเภทหนึ่งนะครับ ก็คือตัวเก็บประจุประเภทเซรามิกนะครับ  ซึ่งตัวเก็บประจุประเภทนี้นะครับ จะใช้แล้ว

101
00:07:39,962 --> 00:07:43,962
ไดโอดนะครับ เก็บความจุได้ไม่เกิน 1 ไมโครฟารัดนะครับ

102
00:07:45,823 --> 00:07:46,445
ตัวเก็บประจุประเภทนี้นิยมใช้กันทั่วไปนะครับเพราะมีราคาถูกนะคะ

103
00:07:46,445 --> 00:07:50,445
เหมาะกับ

104
00:07:52,006 --> 00:07:55,096
ใช้วงจรย่านความถี่วิทยุนะครับ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ตรงทักไปนะครับ ก็คือไดเอตนะครับ

105
00:07:55,096 --> 00:07:56,049
ไดโอดเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ทำจากสัน

106
00:07:56,049 --> 00:08:00,049
ตัวดำนะครับ

107
00:08:01,187 --> 00:08:05,187
มีคุณสมบัติยอมให้กระแสไฟฟ้าผ่านได้ทางเดียวนะครับ

108
00:08:05,561 --> 00:08:09,561
ทำหน้าที่เป็นตัวควบคุมทิศทางการเคลื่อนที่ของกระแสไฟฟ้านะครับ

109
00:08:10,031 --> 00:08:14,031
แล้วก็ป้องกันการเคลื่อนที่ย้อนกลับ ของกระแสไฟฟ้า

110
00:08:15,843 --> 00:08:17,642
ปัจจุบันมีไดโอดอยู่หลายชนิดด้วยกันนะครับ แต่ไดโอดที่นิยมใช้ก็จะมีดังนี้นะครับ

111
00:08:17,642 --> 00:08:21,642
ไดโอดธรรมดานะครับ

112
00:08:22,791 --> 00:08:26,791
ไดโอดธรรมดา ก็จะทำหน้าที่ในการควบคุมการเคลื่อนที่ ของกระแสไฟฟ้า ให้ผ่านทางเดียวนะครับ

113
00:08:27,814 --> 00:08:31,814
ถ้าหากว่าเราต่อวงจรผิดนะครับ

114
00:08:33,923 --> 00:08:35,264
กระแสไฟฟ้าจะไม่สามารถผ่านได้นะครับ โดยขั้วบวกของไดโอดนะครับ จะต้องต่อกับขั้วบวก

115
00:08:35,264 --> 00:08:38,432
วงจรไฟฟ้านะครับ

116
00:08:38,432 --> 00:08:41,177
ขั้วลบของวงจรไดโอด

117
00:08:41,177 --> 00:08:45,177
ก็ต้องต่อกับขั้วลบของวงจรไฟฟ้านะครับ

118
00:08:48,496 --> 00:08:52,496
ขั้วบวกที่ไดโอดยอมให้กระแสไฟฟ้าผ่านได้ทางเดียวนะคะ ก็จะเป็นการช่วยป้องกันอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์นะครับ ไม่ถูกทำร้ายจาก

119
00:08:52,516 --> 00:08:56,199
หน้าที่ของกระแสไฟฟ้าผิดทางนั้นเองนะครับ

120
00:08:56,199 --> 00:08:57,912
ไดโอดประเภทแสงมานะคะ ก็คือไดโอดเปล่งแสงนะครับ หรือเราจะเรียก

121
00:08:57,912 --> 00:09:01,912
บอกว่าหลอดแอลอีดีนะครับ

122
00:09:02,198 --> 00:09:06,198
นะค จะทำหน้าที่ในการเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานเป็นแสนนะครับ

123
00:09:06,986 --> 00:09:10,986
โดยสามารถเปล่งแสงออกมาได้เมื่อได้รับกระแสไฟฟ้า และแรงดันที่เหมาะสมนะครับ

124
00:09:11,660 --> 00:09:13,927
แสงที่เปล่งออกมาก็มีหลายสีนะครับ ก็ขึ้นอยู่กับประเภทของสาร

125
00:09:13,927 --> 00:09:17,927
ซึ่งตัวนำที่นำมาผลิตนะครับ

126
00:09:20,905 --> 00:09:22,982
นิยมใช้ในเครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ นะครับ พอจะมีตัวเลข หรือเป็นตัวหนังสือเรืองแสงนะคะ

127
00:09:22,982 --> 00:09:26,472
เช่น วิทยุ

128
00:09:26,472 --> 00:09:30,472
หน้าปัดนาฬิกา เครื่องคิดเลข จอโทรทัศน์นะครับ

129
00:09:32,875 --> 00:09:36,875
อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ลำดับถัดไปนะครับ ก็คือเซ็นเซอร์นะครับ ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการ

130
00:09:38,391 --> 00:09:40,456
เปลี่ยนปริมาณทางกายภาพ เป็นพลังงานไฟฟ้านะครับ ซึ่งปัจจุบัน เซ็นเซอร์ ถูกนำมาประยุกต์ใช้ในสวน

131
00:09:40,456 --> 00:09:44,104
ไฟฟ้าในจำนวนมากนะครับ

132
00:09:44,104 --> 00:09:47,501
พื้นฐานที่น่าสนใจนะครับ มีดังนี้นะครับ

133
00:09:47,501 --> 00:09:48,585
เซ็นเซอร์ตรวจจับการสัมผัสนะครับ หรือที่เรียกว่า สวิตช์

134
00:09:48,585 --> 00:09:52,585
กลไกนะครับ

135
00:09:54,559 --> 00:09:54,977
เป็นอุปกรณ์แบบกลไกนะครับ  ทำหน้าที่ในการตัดต่อวงจรเมื่อได้รับแรงกด

136
00:09:54,977 --> 00:09:58,977
ครับ

137
00:10:01,896 --> 00:10:05,896
แบบนี้นะครับ มักจะนำไปใช้ในอุตสาหกรรมนะครับ หรือเครื่องจักรที่เป็นระบบอัตโนมัตินะครับ

138
00:10:08,809 --> 00:10:12,708
เซ็นเซอร์ตรวจจับการสัมผัสลำดับถัดมานะครับ ก็คือรีทวิตนะครับ

139
00:10:12,708 --> 00:10:13,761
สวิตซ์ทำหน้าที่เป็นสวิตช์ควบคุมการเปิด-ปิด จากในการ

140
00:10:13,761 --> 00:10:17,761
ตอบ

141
00:10:18,056 --> 00:10:21,893
ความเข้มของแม่เหล็กชั้นโกรธนะครับ มักจะนำไปประยุกต์ใช้ใน

142
00:10:21,893 --> 00:10:25,893
สัญญาณกันขโมยนะครับ  เพื่อตรวจจับการเปิดปิดประตูนะครับ

143
00:10:28,330 --> 00:10:32,330
เรามาดูเซ็นเซอร์ตรวจจับแสงการนะครับ ในที่นี้จะนำเสนอตัว LDR นะครับ

144
00:10:34,968 --> 00:10:38,968
ซึ่งเป็นตัวต้านทานที่แปรค่าตามแสงนะครับ แล้วจึงนำมาใช้ในการตรวจจับแสงนั่นเองนะครับ

145
00:10:42,216 --> 00:10:46,216
โดยที่แสงเป็นสัดส่วนผกผันกับความต้านทานนะครับ หน้าที่คือเมื่อมีแสงตกกระทบน้อยความต้านทานจะมากนะ

146
00:10:46,316 --> 00:10:50,316
ครับ ใช้ในวงจรเปิดปิดแสงอัตโนมัติได้นะครับ

147
00:10:51,499 --> 00:10:53,023
มาดูเซ็นเซอร์ตรวจจับแสงลำดับถัดไปนะครับ ก็คือโฟโตไดโอดนะครับ

148
00:10:53,023 --> 00:10:57,023
เป็น

149
00:11:01,232 --> 00:11:02,804
เซนเซอร์ เปลี่ยนแสงให้เป็นพลังงานไฟฟ้า โดยค่าการนำกระแสไฟฟ้าจะมากขึ้นเมื่อความเข้มแสงมากขึ้นนะครับ อันนี้จะใช้ในวงจร

150
00:11:02,804 --> 00:11:06,804
ปิดไฟถนนอัตโนมัตินะครับ

151
00:11:09,751 --> 00:11:13,751
เซนเซอร์ตรวจจับอุณหภูมิกันบ้างนะครับ

152
00:11:16,122 --> 00:11:20,122
นี้จะพูดถึงตัว RTD นะครับ ถ้าดีจะใช้หลักการที่ค่าความต้านทานมีความเปลี่ยนแปลงขึ้น

153
00:11:21,265 --> 00:11:25,265
อุณหภูมินะครับ มันก็ใช้ในงานอุตสาหกรรมนะครับ เนื่องจากมีราคาแพงนะครับ

154
00:11:28,688 --> 00:11:32,688
เซนเซอร์ตัวจับอุณหภูมิลำดับถัดไปนะครับ ก็คือเทอร์โมคัปเปิลนะครับ

155
00:11:34,844 --> 00:11:36,884
ทำหน้าที่เปลี่ยนพลังงานความร้อนเป็นพลังงานไฟฟ้านะครับ อุปกรณ์นี้จึงมักจะประยุกต์ใช้ในการ

156
00:11:36,884 --> 00:11:39,077
ตัวจับอุณหภูมิในตู้เย็นนะครับ

157
00:11:39,077 --> 00:11:43,077
เรก็เครื่องปรับอากาศในรถยนต์นะครับ

158
00:11:44,418 --> 00:11:48,418
เรามาดูเซนเซอร์ตรวจจับเสียงกันบ้างนะครับ

159
00:11:49,666 --> 00:11:53,666
เซนเซอร์ ตรวจจับเสียงชนิดแรกที่จะพูดถึงก็คือคอนเดนเซอร์ไมโครโฟนนะครับ

160
00:11:55,241 --> 00:11:59,241
คอนเดนเซอร์ไมโครโฟนนะครับ จะทำหน้าที่เปลี่ยนเสียงเป็นพลังงานไฟฟ้านะครับ โดยค่าความต่างศักย์

161
00:12:00,710 --> 00:12:04,710
ต่ำ คอนเดนเซอร์ไมโครโฟนนะครับ จะขึ้นอยู่กับความดังและความถี่ของเสียงแล้วครับ

162
00:12:05,570 --> 00:12:09,570
โปรโมชันดี ๆ นะครับ นำไปใช้ในโทรศัพท์ไร้สายนะครับ หรือวงจรตรวจจับเสียงนะครับ

163
00:12:13,450 --> 00:12:17,450
เซนเซอร์ตรวจจับแสงชนิดหนึ่งนะครับ ที่นำมายกตัวอย่าง ก็คืออัลตราโซนิกเซนเซอร์เซนเซอร์นะครับ

164
00:12:19,050 --> 00:12:20,776
ทำหน้าที่เปลี่ยนเสียงเป็นพลังงานไฟฟ้าเช่นเดียวกับ คอนเดนเซอร์ไมโครโฟนนะครับ แต่จะรับ

165
00:12:20,776 --> 00:12:23,094
ช่วงความถี่ที่ประมาณ

166
00:12:23,094 --> 00:12:26,090
38 ถึง 40 กิโลเมตรนะครับ

167
00:12:26,090 --> 00:12:28,811
ซึ่งสูงกว่าที่มนุษย์เราได้ยินนะครับ

168
00:12:28,811 --> 00:12:32,811
จึงมักใช้ในการวัดระยะทางนะครับ

169
00:12:34,930 --> 00:12:37,273
สำหรับบทเรียนนี้นะครับ นักเรียนจะเห็นได้ว่าความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับอุปกรณ์ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ และมีความสุข

170
00:12:37,273 --> 00:12:41,273
ต่อการพัฒนาหรือสร้างสรรค์เทคโนโลยีนะครับ

171
00:12:42,086 --> 00:12:46,086
เนื่องจากเป็นส่วนประกอบสำคัญที่จะทำให้เทคโนโลยีต่าง ๆ ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพนะครับ

172
00:12:48,688 --> 00:12:52,688
สำหรับกิจกรรมที่ 5.2 ข้อวิเคราะห์กลไกอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ และสิ่งของเครื่องใช้นะค

173
00:12:54,604 --> 00:12:57,572
รับ ให้นักเรียนเลือกเครื่องใช้มา 1 ชนิด เพื่อศึกษากลไกทำงานอุปกรณ์ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์

174
00:12:57,572 --> 00:13:01,572
เคยใช้ไฟฟ้าที่เลือกในประเด็น ดังต่อไปนี้นะครับ

175
00:13:03,827 --> 00:13:07,151
กลไกอุปกรณ์ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ ที่ใช้ในเครื่องใช้ไฟฟ้านั้นมีอะไรบ้างนะครับ

176
00:13:07,151 --> 00:13:09,400
การทำงานของกลไกและอุปกรณ์ไฟฟ้า

177
00:13:09,400 --> 00:13:11,625
อิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องใช้ไฟฟ้านั้น

178
00:13:11,625 --> 00:13:15,625
มีการทำงานสัมพันธ์กันอย่างไรนะครับ

179
00:13:18,219 --> 00:13:18,729
กลไกอุปกรณ์ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์เกิดการทำงานผิดพลาด จะส่งผลต่อการทำงานของเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างไร

180
00:13:18,729 --> 00:13:21,688
ครับ

181
00:13:21,688 --> 00:13:25,688
นักเรียนสามารถวิเคราะห์

182
00:13:27,228 --> 00:13:28,354
กิจกรรม ตามหัวข้อบนหน้าจอได้เลยนะครับ แล้วก็อย่าลืมทำกิจกรรมกันด้วยนะครับ

183
00:13:28,354 --> 00:13:30,004
สวัสดีครับ

184
00:13:30,004 --> 00:13:34,004
[เสียงดนตรี}

