﻿1
00:00:17,786 --> 00:00:21,786
[เสียงดนตรี] (คุณครูขจิต) สวัสดีครับนักเรียนทุกคน กลับมาพบกันในการเรียนรู้ในวิชาเทคโนโลยีการออกแบบและเทคโนโลยีในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4

2
00:00:25,095 --> 00:00:27,933
สำหรับเนื้อหาในวิชาเทคโนโลยีการออกแบบและเทคโนโลยีในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 แล้วนะครับ

3
00:00:27,933 --> 00:00:29,486
สามารถออกเป็น 2 หัวข้อใหญ่ ๆ

4
00:00:29,486 --> 00:00:33,486
ทั้งนี้

5
00:00:37,838 --> 00:00:41,838
การแก้ไขปัญหาต่างกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมครับ โดยที่เราจะมาเรียนรู้กันต่อนะครับ ในวันที่ 6

6
00:00:44,634 --> 00:00:48,634
ในหัวข้อที่ 2 ก็คือกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมตอนที่ 2 ซึ่งการเรียนรู้ในครั้งนี้นะครับ

7
00:00:49,251 --> 00:00:49,829
2 ขั้นตอนของกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม ก็คือ

8
00:00:49,829 --> 00:00:51,528

9
00:00:51,528 --> 00:00:54,887
ขั้นการแก้ปัญหา

10
00:00:54,887 --> 00:00:58,887
และขั้นตอนการวางแผนและดำเนินการแก้ปัญหาครับ

11
00:01:01,069 --> 00:01:05,069
โดยที่มีจุดประสงค์การเรียนรู้ในครั้งนี้นะครับ คือต้องการให้นักเรียนสามารถออกแบบวิธีการแก้ปัญหา

12
00:01:09,402 --> 00:01:11,592
วิเคราะห์จากองค์ประกอบที่จำเป็นทางเลือกในการแก้ปัญหาและให้นักเรียนสามารถวางแผนขั้นตอนการทำงาน

13
00:01:11,592 --> 00:01:14,688
การแก้ปัญหานะครับ

14
00:01:14,688 --> 00:01:18,618
พร้อมแล้วเริ่มพร้อมเรียนรู้กันเลยครับ

15
00:01:18,618 --> 00:01:22,618
นักเรียนคงจำการพัฒนากระบวนการเรียนรู้ในครั้งก่อน

16
00:01:22,876 --> 00:01:26,876
แผนการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุสำรวจสถานการณ์

17
00:01:29,008 --> 00:01:30,142
การวิเคราะห์องค์ประกอบและสาเหตุของปัญหา จนได้ขอบเขตของปัญหาที่เราสนใจ

18
00:01:30,142 --> 00:01:34,142
ซึ่งก็คือ

19
00:01:34,206 --> 00:01:38,206
ปัญหาการสูญเสียการได้ยินของผู้สูงอายุที่เกิดจากประสาท

20
00:01:42,157 --> 00:01:46,157
หูเสื่อมตามวัย จึงส่งผลต่อการได้ยินเสียง ดังนั้น จึงต้องการวิธีการให้ช่วยผู้สูงอายุ

21
00:01:46,338 --> 00:01:48,501
สามารถได้ยินเสียงได้ดีขึ้นนั่นเองครับ และมีระดับการได้ยินปกติ

22
00:01:48,501 --> 00:01:51,619
ต่อมา

23
00:01:51,619 --> 00:01:55,619
เราจึงนำเก็บของปัญหานั้นกำหนดป

24
00:01:57,395 --> 00:01:59,929
ระเด็นข้อมูลในการหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาและสรุปความเชื่อมโยงของ

25
00:01:59,929 --> 00:02:03,929

26
00:02:04,579 --> 00:02:08,019
แผนที่ความคิดรวมทั้งเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียและ

27
00:02:08,019 --> 00:02:10,700
แนวทางการแก้ปัญหาที่เราสนใจซึ่งก็คือ

28
00:02:10,700 --> 00:02:14,700
เครื่องช่วยฟังแต่ละประเภทนะครับ

29
00:02:18,670 --> 00:02:22,670
ซึ่งจากการเปรียบเทียบเครื่องช่วยฟังแต่ละประเภท พบว่ามีข้อดีและข้อจำกัด

30
00:02:27,252 --> 00:02:31,024
ต่างกันไปสามารถนำข้อมูลดังกล่าวนะครับ มาใช้เป็นแนวทางในการออกแบบและพัฒนาเครื่องช่วยฟังของเรานั่นเอง

31
00:02:31,024 --> 00:02:33,022
เหมาะสมภายใต้ความรู้ความสามารถทรัพยากร

32
00:02:33,022 --> 00:02:37,022
ข้อจำกัดที่เรามีครับ

33
00:02:41,284 --> 00:02:45,284
ในการออกแบบวิธีการแก้ปัญหาเพื่อให้ง่ายขึ้น เราอาจคิดถึงสิ่งที่เราควรทำในขั้นตอนนี้ครับ

34
00:02:46,411 --> 00:02:49,415
ซึ่งประกอบด้วย การวิเคราะห์องค์ประกอบพื้นฐานที่จำเป็นต่อการแก้ปัญหา

35
00:02:49,415 --> 00:02:52,927
การสร้างทางเลือกในการแก้ปัญหา

36
00:02:52,927 --> 00:02:56,927
และการถ่ายทอดความคิดในการแก้ปัญหาครับ

37
00:03:00,203 --> 00:03:03,896
ดังนั้น เรามาเริ่มเรียนรู้กันในเรื่องของการวิเคราะห์องค์ประกอบพื้นฐานที่จำเป็นต่อการแก้ปัญหากันก่อนครับ

38
00:03:03,896 --> 00:03:07,896
จากแนวคิดที่จะพัฒนา

39
00:03:11,242 --> 00:03:11,823
เครื่องช่วยฟัง  ให้นักเรียนคิดแก้ปัญหาอย่างเหมาะสมคือคิดถึงองค์ประกอบพื้นฐานที่จำเป็นต่อการแก้ปัญหา

40
00:03:11,823 --> 00:03:15,823
วิธีการ

41
00:03:18,253 --> 00:03:19,519
function analysis diagram แยกแยะหน้าที่

42
00:03:19,519 --> 00:03:21,573
หรือคุณสมบัติ

43
00:03:21,573 --> 00:03:23,109
คนมีต่อการออกแบบ

44
00:03:23,109 --> 00:03:24,954

45
00:03:24,954 --> 00:03:28,182
ผลิตภัณฑ์เราอาจพิจารณาจาก

46
00:03:28,182 --> 00:03:31,907
ที่มีอยู่แล้วและแยกแยะ

47
00:03:31,907 --> 00:03:35,907
ที่ทำให้ผลิตภัณฑ์ใช้งานได้ตามหน้าที่

48
00:03:37,411 --> 00:03:41,411
โดยอัตราส่วนที่ไม่จำเป็นออกไปและถ่ายทอดความคิดออกมาเป็นภาพร่าง 2 มิติ

49
00:03:41,641 --> 00:03:44,443
หรือ 3 มิติ เพื่อเห็นภาพชัดเจนตั้งนานแล้วรอมายกตัวอย่าง

50
00:03:44,443 --> 00:03:45,704
เกี่ยวพันกันไม้เท้า

51
00:03:45,704 --> 00:03:48,936
นักเรียนล

52
00:03:48,936 --> 00:03:51,438
องคิดว่าน่าจะมีองค์ประกอบพื้นฐานอะไรบ้าง

53
00:03:51,438 --> 00:03:55,438
คุณครูจะให้เวลาคิด 10 วินาทีครับ

54
00:04:05,889 --> 00:04:07,108
นักเรียนคิดว่าไหมครับ ควรมีองค์ประกอบที่จำเป็นเพื่อให้สามารถใช้งานได้

55
00:04:07,108 --> 00:04:09,989
ประกอบด้วยอะไรครับ

56
00:04:09,989 --> 00:04:11,849
มีที่จับใช่ไหมครับ

57
00:04:11,849 --> 00:04:15,138
และมีอะไรอีกครับ

58
00:04:15,138 --> 00:04:17,423
แท่งค้ำยันใช่ไหมครับ

59
00:04:17,423 --> 00:04:21,423
แล้วก็มีฐาน

60
00:04:21,777 --> 00:04:25,777
ทั้งหมดล้วนแต่เป็นองค์ประกอบที่จำเป็นต่อการนำไม้เท้ามาใช้งานครับ

61
00:04:27,655 --> 00:04:29,862
ตอนนี้ลองมาช่วยวิเคราะห์ว่าเครื่องช่วยฟังแม้จะมีหลายรูปแบบ

62
00:04:29,862 --> 00:04:33,862
แต่ควรมีองค์ประกอบพื้นฐานอะไรบ้างครับ

63
00:04:35,012 --> 00:04:37,167
ที่จำเป็นต่อการทำงานของอุปกรณ์เพื่อให้การได้ยินเสียงได้ดีขึ้น

64
00:04:37,167 --> 00:04:38,877
อย่างแรกก็คือ

65
00:04:38,877 --> 00:04:42,607
อุปกรณ์รับเสียง

66
00:04:42,607 --> 00:04:44,643
เช่น ไมโครโฟนขนาดเล็กที่ทำหน้าที่เปลี่ยน

67
00:04:44,643 --> 00:04:48,643
สัญญาณเสียงเป็นสัญญาณไฟฟ้า

68
00:04:53,083 --> 00:04:57,083
วงจรขยายเสียงซึ่งทำหน้าที่ขยายสัญญาณไฟฟ้าที่เปลี่ยนมาจากสัญญาณเสียงให้ตรงกับระดับการได้ยินของผู้ใช้งาน

69
00:05:00,414 --> 00:05:04,279
อุปกรณ์ถ่ายทอดเสียง เช่น ลำโพงขนาดเล็กที่ทำหน้าที่แปลงสัญญาณไฟฟ้ามาเป็นเสียง

70
00:05:04,279 --> 00:05:07,987
และทำการส่งสัญญาณเสียงนั้นเข้าไปในหูของผู้ใช้งาน

71
00:05:07,987 --> 00:05:10,084
จากนี้ยังมีองค์ประกอบอื่น ๆ ที่จำเป็นคือ

72
00:05:10,084 --> 00:05:11,770
แหล่งกำเนิดไฟฟ้า

73
00:05:11,770 --> 00:05:14,634
อุปกรณ์สำหรับปิด

74
00:05:14,634 --> 00:05:16,077
-เปิด อุปกรณ์สำหรับระดับเสียง

75
00:05:16,077 --> 00:05:20,077
ทั้งหมดล้วนแต่เป็น

76
00:05:21,844 --> 00:05:23,753
องค์ประกอบพื้นฐานที่จำเป็นเพื่อช่วยให้เครื่องช่วยฟังนะครับ สามารถใช้งาน

77
00:05:23,753 --> 00:05:27,753
ได้ตามหน้าที่ครับ

78
00:05:29,643 --> 00:05:33,488
6.3 ที่ 1 ให้นักเรียนจำแนกองค์ประกอบที่จำเป็น

79
00:05:33,488 --> 00:05:34,491
และควรมีต่อแนวทางการแก้ปัญหาที่นักเรียนสนใจ

80
00:05:34,491 --> 00:05:38,491

81
00:05:40,277 --> 00:05:42,005
โดยการวิเคราะห์ด้วย  function analysis diagram และถ่ายทอดวิเคราะห์เป็นภาพ 2 มิติหรือ 3 มิติ

82
00:05:42,005 --> 00:05:43,740
หน้าที่

83
00:05:43,740 --> 00:05:46,620
และคุณสมบัติของ

84
00:05:46,620 --> 00:05:47,873
องค์ประกอบพื้นฐานโดยมีเวลาทำ

85
00:05:47,873 --> 00:05:49,108
กิจกรรม

86
00:05:49,108 --> 00:05:51,320
20 นาทีครับ

87
00:05:51,320 --> 00:05:52,978
นักเรียน

88
00:05:52,978 --> 00:05:56,978
อาจะหยุดพักไว้ก่อนนี่เพื่อทำกิจกรรมครับ

89
00:05:57,740 --> 00:06:01,740
การแก้ปัญหาในลำดับถัดมาคือการสร้างทางเลือกในการแก้ปัญหา

90
00:06:02,510 --> 00:06:06,510
โดยในขั้นตอนนี้ก็คือการนำข้อมูลประกอบที่จำเป็นต่อการ

91
00:06:10,111 --> 00:06:13,142
ปัญหาและขอบเขตของปัญหาที่กำหนดไว้มาใช้ออกแบบแนวทางการแก้ปัญหาให้มีแนวทางที่จะ

92
00:06:13,142 --> 00:06:17,142
ออกมาไว้หลังแนวทาง

93
00:06:17,558 --> 00:06:20,318
เพื่อที่จะได้นำแนวทางเหล่านี้นะครับ

94
00:06:20,318 --> 00:06:24,318
การแก้ปัญหาที่เหมาะสม

95
00:06:26,832 --> 00:06:30,832
อาจพิจารณาจากเงื่อนไขและขอบเขตของปัญหาทางพิจารณาจากปัจจัยแวดล้อมต่าง ๆ เช่น

96
00:06:33,280 --> 00:06:34,846
ข้อดีข้อเสียของแนวทางการแก้ปัญหา ความสอดคล้องกับทรัพยากรที่มีอยู่

97
00:06:34,846 --> 00:06:36,873
ผลกระทบ

98
00:06:36,873 --> 00:06:40,873
สิ่งแวดล้อม

99
00:06:41,174 --> 00:06:43,359
การนำใช้งานเพื่อแก้ปัญหาความประหยัด

100
00:06:43,359 --> 00:06:46,685
ความปลอดภัย

101
00:06:46,685 --> 00:06:48,599
การบำรุงรักษา ซึ่งปัจจัยเหล่านี้นะครับ

102
00:06:48,599 --> 00:06:51,772
ที่นำมาพิจารณา

103
00:06:51,772 --> 00:06:54,888
อาจปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสมกับปัญหาต่าง ๆ ครับ

104
00:06:54,888 --> 00:06:58,888
ตอนนี้เราลองมาดูตัวอย่างการ

105
00:06:58,921 --> 00:07:02,921
ในการแก้ปัญหาผู้สูงอายุสูญเสียการได้ยินซึ่งเรามี

106
00:07:03,456 --> 00:07:04,944
แนวคิดที่จะสร้างเครื่องช่วยฟังใช่ไหมครับ จากการวิเคราะห์องค์ประกอบพื้นฐาน

107
00:07:04,944 --> 00:07:08,944
จะเห็นว่า

108
00:07:10,158 --> 00:07:14,158
มีส่วนของวงจรขยายเสียงอาจเป็นอุปกรณ์ที่เกิดความ

109
00:07:16,089 --> 00:07:18,214
สามารถที่จะออกแบบและสร้างขึ้นด้วยตนเองจากความรู้นะครับ ในระดับชั้นมัธยมศึกษา

110
00:07:18,214 --> 00:07:22,214
แต่จากการสืบค้นนะครับ

111
00:07:23,774 --> 00:07:25,276
พบว่ามีการผลิตแล้วก็จำหน่ายอุปกรณ์ที่สามารถนำมาสร้างวงจรที่ช่วยขยายเสียง

112
00:07:25,276 --> 00:07:26,782
อย่างง่ายขึ้นได้

113
00:07:26,782 --> 00:07:29,779
ซึ่งมีผู้ผลิต

114
00:07:29,779 --> 00:07:33,069
ชุดวงจรไว้หลายแบบ โดยวงจรแต่ละแบบ

115
00:07:33,069 --> 00:07:33,793
นะครับ อาจมีอุปกรณ์ที่ช่วยในการขยายเสียงที่แตกต่างกัน

116
00:07:33,793 --> 00:07:37,793
ซึ่งอาจ

117
00:07:38,228 --> 00:07:38,905
นำข้อมูลของแต่ละวงจรเหล่านี้มาเปรียบเทียบกันในรูปแบบของตาราง

118
00:07:38,905 --> 00:07:40,320
โดยกำหนด

119
00:07:40,320 --> 00:07:41,394
การเปรียบเทียบ

120
00:07:41,394 --> 00:07:45,394
ที่สอดคล้อง

121
00:07:45,914 --> 00:07:47,881
การพิจารณาครับ ตัวอย่างการกำหนดเกณฑ์ในการพิจารณาเพื่อเปรียบเทียบ

122
00:07:47,881 --> 00:07:50,130
วงจรแต่ละแบบ เช่น

123
00:07:50,130 --> 00:07:52,326
ปริมาณกระแสไฟฟ้าที่ใช้

124
00:07:52,326 --> 00:07:54,998
คุณภาพของเสียงที่ได้

125
00:07:54,998 --> 00:07:57,415
การปรับเปลี่ยนความดังของเสียง

126
00:07:57,415 --> 00:08:00,338
การประกอบหรือซ่อมแซม

127
00:08:00,338 --> 00:08:02,282
ราคา โดยนำเกณฑ์เหล่านี้นะครับ มา

128
00:08:02,282 --> 00:08:03,202
พิจารณาในแต่ละวงจร

129
00:08:03,202 --> 00:08:04,537
และให้

130
00:08:04,537 --> 00:08:08,537
ค่าน้ำหนัก

131
00:08:09,729 --> 00:08:13,729
ที่สอดคล้องกับคุณภาพที่มีกุ้งจากตัวอย่างการพิจารณาพบว่า

132
00:08:16,055 --> 00:08:19,541
วงจรขยายเสียงแบบที่ 2 นะครับ มีความเหมาะสมที่จะใช้ในการออกแบบและพัฒนาเ

133
00:08:19,541 --> 00:08:23,541
ครื่องช่วยฟัง เมื่อพิจารณาตามเกณฑ์ทั้งหมด โดยได้ผลคะแนนทั้งหมด

134
00:08:25,382 --> 00:08:29,382
แต่ด้วยขนาดของแผงวงจรนะครับ ที่มีขนาดใหญ่

135
00:08:30,250 --> 00:08:32,084
จึงมีข้อจำกัดทำให้ไม่สามารถนำมาใช้ในการพัฒนาเครื่องช่วยฟัง

136
00:08:32,084 --> 00:08:34,561
แบบทัดหลังใบหู

137
00:08:34,561 --> 00:08:37,138
และเครื่องช่วยฟังแบบใส่ในช่องหูได้ครับ

138
00:08:37,138 --> 00:08:40,073
แต่จากขนาดของแผงวงจรพิมพ์

139
00:08:40,073 --> 00:08:41,121
นำมาพัฒนาเครื่องช่วยฟัง

140
00:08:41,121 --> 00:08:42,342
เก่าได้ครับ

141
00:08:42,342 --> 00:08:46,342
กำลังออกแบบ

142
00:08:48,597 --> 00:08:50,220
จากวงจรที่ช่วยขยายเสียงแล้วยังมีส่วนประกอบอื่นที่จำเป็นในการทำงานของเครื่องช่วยฟัง

143
00:08:50,220 --> 00:08:53,343
ตามที่เราได้วิเคราะห์

144
00:08:53,343 --> 00:08:55,410
function analysis diagram ได้แก่

145
00:08:55,410 --> 00:08:58,298
อุปกรณ์รับเสียง

146
00:08:58,298 --> 00:09:00,352
อุปกรณ์ถ่ายทอดเสียง แหล่งกำเนิดไฟฟ้า

147
00:09:00,352 --> 00:09:02,705
ซึ่งส่วนประกอบเหล่านี้นะครับ

148
00:09:02,705 --> 00:09:06,705
อุปกรณ์ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์

149
00:09:08,303 --> 00:09:10,906
ที่มีการผลิตเพื่อจำหน่ายเพื่อนำมาใช้ในการออกแบบและก็พัฒนา

150
00:09:10,906 --> 00:09:14,020
เครื่องช่วยฟัง ดังรูปแผนที่ความคิด

151
00:09:14,020 --> 00:09:15,007
แนวทางการพัฒนาเครื่องช่วยฟังนะครับ

152
00:09:15,007 --> 00:09:16,366
ซึ่งเราอาจ

153
00:09:16,366 --> 00:09:17,257
และ

154
00:09:17,257 --> 00:09:21,257
อิเล็กทรอนิกส์

155
00:09:23,066 --> 00:09:24,425
เพื่อใช้เป็นส่วนประกอบในการออกแบบและพัฒนาเครื่องช่วยฟังดังได้ดังนี้ครับ

156
00:09:24,425 --> 00:09:26,573
อุปกรณ์รับเสียง

157
00:09:26,573 --> 00:09:30,573
เครื่องไมค์คอนเดนเซอร์

158
00:09:30,995 --> 00:09:34,995
เนื่องจากมีความไวในการรับสัญญาณเสียงอุปกรณ์ถ่ายทอดเสียง

159
00:09:36,541 --> 00:09:37,519
ต้องใช้หูฟังชนิดใส่ในช่องหูเนื่องจากมีความสะดวกในการใช้งาน

160
00:09:37,519 --> 00:09:39,088
และมีน้ำหนัก

161
00:09:39,088 --> 00:09:41,694
เบากว่าลำโพงนะครับ

162
00:09:41,694 --> 00:09:45,430
แหล่งกำเนิดไฟฟ้านะครับ

163
00:09:45,430 --> 00:09:46,960
เลือกใช้แบตเตอรี่ 3A 1.5 โวลต์

164
00:09:46,960 --> 00:09:50,960
หากใช้ 2

165
00:09:52,046 --> 00:09:54,211
ก้อน ก็ให้เพียงพอขนาด 3 โวลท์มีน้ำหนักเบาแล้วก็หาซื้อได้สะดวกครับ

166
00:09:54,211 --> 00:09:58,211
เมื่อเราเลือกรูปแบบ

167
00:09:59,785 --> 00:10:03,199
วงจรขยายเสียงอุปกรณ์ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ที่นำมาใช้ในการพัฒนาเครื่องช่วยฟังเรียบร้อยแล้ว

168
00:10:03,199 --> 00:10:06,577
เราสามารถนำอุปกรณ์ต่าง ๆ เหล่านี้ครับ

169
00:10:06,577 --> 00:10:08,098
มาทดลองต่อ ตามรูปแบบวงจรขยายเสียง

170
00:10:08,098 --> 00:10:12,098
เพื่อทดสอบการทำงานว่าตรวจสอบขยาย

171
00:10:12,611 --> 00:10:16,611
สามารถขยายเสียงในการได้ยินให้ดีขึ้นได้หรือไม่นะครับ

172
00:10:19,280 --> 00:10:21,298
ในกิจกรรมที่ 6.3 ตอนที่ 2 ให้นักเรียนสร้างทางเลือกในการแก้ปัญหาที่นักเรียนสนใจ

173
00:10:21,298 --> 00:10:25,298
จากกิจกรรมที่ผ่านมานะครับ

174
00:10:25,672 --> 00:10:27,134
โดยใช้ผลจากการจำแนกองค์ประกอบพื้นฐานที่จำเป็น

175
00:10:27,134 --> 00:10:28,926
แล้วควรมีต่อการแก้ปัญหากัน

176
00:10:28,926 --> 00:10:32,926
ข้อมูล

177
00:10:35,108 --> 00:10:38,032
ที่รวบรวมไว้จากนั้นประเมินทางเลือกในการแก้ไขปัญหาที่สร้างขึ้นโดยสร้างตารางนะครับ

178
00:10:38,032 --> 00:10:41,720
ทางเลือกในการแก้ไขปัญหา

179
00:10:41,720 --> 00:10:42,905
โดยมีเวลาในการทำกิจกรรมนี้นะครับ ในการทำกิจกรรมนี้นะครับ  20

180
00:10:42,905 --> 00:10:44,031
นะครับ

181
00:10:44,031 --> 00:10:47,014
นักเรียนอายุ

182
00:10:47,014 --> 00:10:50,531
หากวิดีโอนี้ไว้ก่อนก็ทำกิจกรรม

183
00:10:50,531 --> 00:10:51,999
การแก้ปัญหาในระบบตัดไม้คือการถ่ายทอดความคิด

184
00:10:51,999 --> 00:10:53,930
ในการแก้ปัญหาครับ

185
00:10:53,930 --> 00:10:55,506
ซึ่งก็คือการ

186
00:10:55,506 --> 00:10:58,879
ของเรานั้น

187
00:10:58,879 --> 00:11:02,879
มาพิจารณาให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้นนั่นเอง

188
00:11:03,575 --> 00:11:07,575
ซึ่งจากตัวอย่างนะครับ ปัญหาผู้สูงอายุสูญเสียการได้ยิน

189
00:11:10,282 --> 00:11:12,428
คือการพัฒนาโครงสร้างของชุมชนฟังไม่เหมาะกับผู้ใช้งานโดยมีวงจรขยายเสียง

190
00:11:12,428 --> 00:11:14,950
อุปกรณ์ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ที่

191
00:11:14,950 --> 00:11:18,261
จำเป็นต่อการทำงานของเครื่องช่วยฟัง

192
00:11:18,261 --> 00:11:21,219
การถ่ายทอดความคิดในการแก้ปัญหานะครับ มีความสำคัญเนื่องจาก

193
00:11:21,219 --> 00:11:24,401
การศึกษาแนวคิดที่ใช้ในการแก้ปัญหา

194
00:11:24,401 --> 00:11:28,401
หรือสนองความต้องการของเราให้มีความเป็นรูปธรรม

195
00:11:28,648 --> 00:11:30,354
สามารถทำได้หลายวิธีซึ่งอาจเริ่มต้นจากวิธีการง่าย ๆ

196
00:11:30,354 --> 00:11:33,361
ใช้ทรัพยากรน้อย

197
00:11:33,361 --> 00:11:37,361
ไปจนถึงวิธีการที่ซับซ้อน ดังนั้น

198
00:11:38,714 --> 00:11:40,759
เราไปเริ่มเรียนรู้กันเลยครับ ว่ามีวิธีการช่วยให้เราถ่ายทอดความคิดอะไรบ้าง

199
00:11:40,759 --> 00:11:41,588
ซึ่งเรานะครับ อาจจะเริ่ม

200
00:11:41,588 --> 00:11:43,506
จาก

201
00:11:43,506 --> 00:11:45,429
การถ่ายทอดความคิดอย่างง่ายนะครับ

202
00:11:45,429 --> 00:11:48,246
เช่น การเขียนภาพ 2 มิติ

203
00:11:48,246 --> 00:11:49,772
ซึ่งเป็นการถ่ายทอดความคิดเป็นภาพร่าง

204
00:11:49,772 --> 00:11:50,397
นะครับ ที่แสดงให้เห็น

205
00:11:50,397 --> 00:11:51,359
ถ

206
00:11:51,359 --> 00:11:53,269
ึงความกว้าง ความยาว

207
00:11:53,269 --> 00:11:54,666
หรือความสูงของกลุ่มงานนะครับ

208
00:11:54,666 --> 00:11:57,551
มานะครับ

209
00:11:57,551 --> 00:11:59,879
เป็นภาพ 3 มิตินะครับ ซึ่งเป็นภาพประกอบด้วย

210
00:11:59,879 --> 00:12:03,388
ความกว้าง ความยาว  และความสูง

211
00:12:03,388 --> 00:12:05,016
มีความเหมือนจริงมากกว่ามากกว่า 2 มิตินะครับ

212
00:12:05,016 --> 00:12:09,016
การเขียนภาพ 3 มิติ

213
00:12:09,898 --> 00:12:10,924
ที่นิยมสายหน่อยครับ มี 2 แบบคืออย่างที่หนึ่งก็คือภาพออบลิค

214
00:12:10,924 --> 00:12:14,044
นะครับ เป็นภาพ

215
00:12:14,044 --> 00:12:15,989
3 มิติ เป็นแนวตรงนะครับ

216
00:12:15,989 --> 00:12:16,870
นิทานของภาพขนาน

217
00:12:16,870 --> 00:12:20,870
เส้นระดับ

218
00:12:22,593 --> 00:12:26,361
สามารถวัดระดับได้ส่วนด้านยาวนิยมเขียนให้ทำมุม 45 องศาครับ

219
00:12:26,361 --> 00:12:27,633
ภาพ 3 มิติอีกแบบหนึ่งนะครับ ก็คือภาพ

220
00:12:27,633 --> 00:12:29,313
isometric

221
00:12:29,313 --> 00:12:30,786
เป็นภาพ 3 มิติ

222
00:12:30,786 --> 00:12:34,786
มองเห็น

223
00:12:36,238 --> 00:12:40,238
ใกล้เคียงกับของจริงและมีแนวสารของวัตถุอีกด้านหนึ่งแอบตั้งฉากกับเส้นระดับนะครับ

224
00:12:40,860 --> 00:12:44,860
ความกว้างกับความยาวจะทำมุม 30 องศากับเส้นระดับครับ

225
00:12:48,084 --> 00:12:49,413
ภาพฉายภาพฉายเป็นภาพที่แสดงรายละเอียดของชิ้นงานที่ออกแบบไว้ในแต่ละด้านครับ

226
00:12:49,413 --> 00:12:50,703
ประกอบด้วย

227
00:12:50,703 --> 00:12:52,421
ภาพด้านหน้า

228
00:12:52,421 --> 00:12:53,776
ด้านข้าง และด้านบน

229
00:12:53,776 --> 00:12:56,651
เป็นอย่างน้อย

230
00:12:56,651 --> 00:12:59,120
กระดานก็คือภาพที่เราใช้ตาม

231
00:12:59,120 --> 00:13:03,120
แล้วสอนในแต่ละด้านนะครับ

232
00:13:04,503 --> 00:13:08,503
เขียนออกมาเป็นภาพ 2 มิติ ในบางกรณีนะครับ จำเป็นอาจจะต้องมีภาพด้านหลังหรือ

233
00:13:10,310 --> 00:13:11,179
ภาพด้านล่างด้วยก็ได้นะครับ โดยภาพถ่ายแต่ละด้านจะแสดงขนาดและหน่วยในการวัด

234
00:13:11,179 --> 00:13:13,566

235
00:13:13,566 --> 00:13:16,650
เพื่อสามารถนำไปสร้างแบบจำลองหรือชิ้นงานได้ครับ

236
00:13:16,650 --> 00:13:18,904
นอกจากการถ่ายทอดความคิดในการแก้ปัญหา

237
00:13:18,904 --> 00:13:20,874
สามารถสื่อสาร

238
00:13:20,874 --> 00:13:23,003
เช่น

239
00:13:23,003 --> 00:13:26,525
ผังงานเป็นการ

240
00:13:26,525 --> 00:13:29,264
อีกรูปแบบหนึ่งซึ่งแสดงรายละเอียด

241
00:13:29,264 --> 00:13:32,140
อาจเป็นขั้นตอนนะครับ โดยใช้สัญลักษณ์

242
00:13:32,140 --> 00:13:34,387
ในการสื่อความหมายของลำดับการทำงาน

243
00:13:34,387 --> 00:13:36,134
เช่น ขั้นตอนการรักษา

244
00:13:36,134 --> 00:13:37,592
พยาบาลนะครับ ในโรงพยาบาล

245
00:13:37,592 --> 00:13:41,592
การศึกษา

246
00:13:44,150 --> 00:13:48,150
แนวคิดในการแก้ปัญหานะครับ ยังสามารถใช้แผนภาพนะครับ ซึ่งเป็นการออกแบบแนวคิดการทำงานออกมาเป็นภาพนะครับ

247
00:13:50,081 --> 00:13:52,232
ฟอร์มแสดงรายละเอียดองค์ประกอบเรื่องแสดงให้เห็นวิธีการทำงานหรือวิธีการอย่างไร

248
00:13:52,232 --> 00:13:53,224
ดังตัวอย่างแปรง

249
00:13:53,224 --> 00:13:56,064
ระบบบำบัด

250
00:13:56,064 --> 00:14:00,064
ด้วยพืชและหญ้า

251
00:14:03,873 --> 00:14:04,915
การศึกษาแนวคิดยังสามารถใช้ซอฟต์แวร์ช่วยในการออกแบบเป็นภาพ 2 มิติและภาพ 3 มิติ

252
00:14:04,915 --> 00:14:07,393
และภาพฉาย

253
00:14:07,393 --> 00:14:11,393
ซึ่งจะช่วยให้ผู้ออกแบบได้เห็นภาพ

254
00:14:13,063 --> 00:14:17,063
ที่กำลังออกแบบไว้ในมุมต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้องใกล้เคียงความเป็นจริงมากขึ้น

255
00:14:18,017 --> 00:14:18,956
สามารถปรับเปลี่ยนส่วนต่าง ๆ ของสิ่งที่ออกแบบตามความคิดของเราได้อย่างรวดเร็วนะครับ

256
00:14:18,956 --> 00:14:20,995
Software

257
00:14:20,995 --> 00:14:22,798
นะครับ ที่ช่วยในการออกแบบมีหลายชนิด

258
00:14:22,798 --> 00:14:25,211
แต่ละชนิดมีคุณสมบัติ

259
00:14:25,211 --> 00:14:29,050
และจุดเด่นที่แตกต่างกัน

260
00:14:29,050 --> 00:14:32,357
จึงควรเลือกใช้นะครับ ให้เหมาะสมกับการใช้งานครับ

261
00:14:32,357 --> 00:14:36,357
อยากการออกแบบเครื่องช่วยฟังนะครับ สำหรับ

262
00:14:37,848 --> 00:14:41,848
ผู้สูงอายุนะครับ สามารถออกแบบด้วยการเขียนออกมาเป็นภาพ 3 มิติและภาพฉาย

263
00:14:44,151 --> 00:14:48,151
เพื่อให้เห็นรายละเอียดของชิ้นงานมากขึ้น เพื่อสื่อสารและก็อธิบายให้ผู้อื่นเข้าใจได้อย่างชัด

264
00:14:48,203 --> 00:14:52,203
เจน แล้วยังสามารถใช้ซอฟต์แวร์นะครับ ช่วยในการออกแบบ

265
00:14:52,331 --> 00:14:55,528
เพื่อสื่อสารออกมาเป็นภาพ 3 มิติและภาพฉายเช่นเดียวกันครับ

266
00:14:55,528 --> 00:14:59,528
ในกิจกรรมที่ 6.3 ตอนที่ 3 ครับ

267
00:15:00,803 --> 00:15:03,070
ให้นักเรียนออกแบบและพัฒนาการแก้ปัญหาตามแนวทางที่ตนเองเลือกนะครับ

268
00:15:03,070 --> 00:15:05,381
จากกิจกรรมที่ 6.3 ตอนที่ 2

269
00:15:05,381 --> 00:15:08,946
และสื่อสารให้ผู้อื่นเข้าใจ

270
00:15:08,946 --> 00:15:11,503
ด้วยวิธีการที่เหมาะสมกับแนวทางการแก้ไขปัญหา

271
00:15:11,503 --> 00:15:12,788
ซึ่งอาจจะเป็นการเขียนภาพร่าง

272
00:15:12,788 --> 00:15:14,146
ของชิ้นงานนะครับ

273
00:15:14,146 --> 00:15:16,906
หรือแผนผัง

274
00:15:16,906 --> 00:15:19,228
หรือแผนภาพของวิธีการแก้ไขปัญหา

275
00:15:19,228 --> 00:15:23,228
นะครับ หากเป็นภาพร่างนะครับ หรือชิ้นงาน

276
00:15:24,240 --> 00:15:28,240
ควรมีการระบุรายละเอียดของส่วนที่ใช้สร้างนะครับ ขนาดของชิ้นงาน

277
00:15:30,075 --> 00:15:31,301
โดยมีเวลาในการทำกิจกรรม 20 นาทีครับ นักเรียนอาจหยุดพักวิดีโอไว้ก่อน

278
00:15:31,301 --> 00:15:34,065
เพื่อทำกิจกรรมครับ

279
00:15:34,065 --> 00:15:35,850
ตอนนี้

280
00:15:35,850 --> 00:15:39,850
นักเรียนคงได้ออกแบบ

281
00:15:42,213 --> 00:15:43,928
พัฒนาแนวคิดของนักเรียนที่ชัดเจนรวมทั้งเลือกวิธีการเพื่อถ่ายทอดความคิดให้ผู้อื่นเข้าใจแล้ว

282
00:15:43,928 --> 00:15:46,755
จากตัวอย่างนะครับ

283
00:15:46,755 --> 00:15:50,755
ปัญหาผู้สูงอายุสูญเสียการได้ยิน

284
00:15:50,958 --> 00:15:52,480
ที่ได้มีการออกแบบแล้วก็ถ่ายทอดความคิดออกมาเป็นภาพ 3 มิติ

285
00:15:52,480 --> 00:15:56,193
และก็ภาพถ่ายนะครับ

286
00:15:56,193 --> 00:15:57,515
ก่อนการลงมือสร้างชิ้นงานนะครับ ควรมีการวางแผนโดย

287
00:15:57,515 --> 00:16:01,515
กำหนดลำดับ

288
00:16:03,399 --> 00:16:07,000
ขั้นตอนของกิจกรรม ในการสร้างชิ้นงานหรือพัฒนาวิธีการตามที่ได้ออกแบบไว้นะครับ

289
00:16:07,000 --> 00:16:11,000
มีการกำหนดเป้าหมายแล้วก็เวลาในการดำเนินงาน

290
00:16:11,139 --> 00:16:14,523
หากการแก้ปัญหานั้นนะครับ มีการดำเนินการโดยหลายคนนะครับ

291
00:16:14,523 --> 00:16:18,523
อาจกำหนดผู้รับผิดชอบนะครับ ในแต่ละขั้นตอน

292
00:16:19,547 --> 00:16:22,320
นะครับ อย่างชัดเจน  หลังจากนั้นนะครับ จึงลงมือทำการสร้างชิ้นงานหรือพัฒนาการ

293
00:16:22,320 --> 00:16:26,320
แก้ปัญหาตามที่ออกแบบไว้ครับ เมื่อเราด้วย

294
00:16:27,516 --> 00:16:31,407
กำหนดรายละเอียดต่าง ๆ แล้วนะครับ จึงนำข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้มาจัดทำในรูปแบบตาราง

295
00:16:31,407 --> 00:16:35,407
เพื่อให้ได้แผนการปฏิบัติงานที่ชัดเจนขึ้นนะครับ เช่น

296
00:16:36,464 --> 00:16:38,377
ตัวอย่างแผนการปฏิบัติงานการสร้างเครื่องช่วยฟังนะครับ ซึ่งได้มีการกำหนดกิจกรรม

297
00:16:38,377 --> 00:16:39,539
ที่จะต้องดำเนินการ

298
00:16:39,539 --> 00:16:43,539
นะครับ โดยมีการ

299
00:16:44,159 --> 00:16:48,159
จัดลำดับนะครับ กิจกรรมที่ต้องดำเนินการก่อนและหลังนะครับ

300
00:16:48,380 --> 00:16:49,784
รวมทั้งมีการระบุจำนวนเวลาที่ใช้ในการดำเนินงาน

301
00:16:49,784 --> 00:16:51,630
ในแต่ละกิจกรรม

302
00:16:51,630 --> 00:16:55,630
และช่วงเวลาที่ดำเนินการ

303
00:16:57,417 --> 00:16:58,412
กิจกรรมนั้น ๆ นะครับ ในการแก้ปัญหานักเรียนจะเห็นว่าการจัดทำแผนปฏิบัติงานนะครับ

304
00:16:58,412 --> 00:17:00,428
จะช่วยให้ผู้

305
00:17:00,428 --> 00:17:02,181
แก้ปัญหาและผู้ที่เกี่ยวข้อง

306
00:17:02,181 --> 00:17:03,815
นะครับ เห็นการทำงานที่ชัดเจน

307
00:17:03,815 --> 00:17:05,868
ทำให้สามารถดำเนินงาน

308
00:17:05,868 --> 00:17:09,418
อย่างเป็นลำดับขั้นตอน

309
00:17:09,418 --> 00:17:13,418
แล้วก็จึงส่งผลสำเร็จในการแก้ไขปัญหาครับ

310
00:17:18,175 --> 00:17:22,175
ใน กิจกรรมที่ 6.4 นะครับ ให้นักเรียนวางแผนการดำเนินงานในการแก้ไขปัญหาโดยกำหนดกิจกรรมและก็ระยะเวลาในการ

311
00:17:22,399 --> 00:17:26,399
ปฏิบัติงานในแต่ละกิจกรรมตั้งแต่เริ่มต้นจนจบ

312
00:17:26,909 --> 00:17:29,005
สิ้นสุดของกระบวนการสร้างชิ้นงานหรือวิธีการแก้ไขปัญหา

313
00:17:29,005 --> 00:17:31,420
จากนั้นนะครับ ให้นำข้อมูลที่กำหนด

314
00:17:31,420 --> 00:17:32,520
ขึ้นนะครับ จัดทำในรูปแบบของตาราง

315
00:17:32,520 --> 00:17:34,095
แผนปฏิบัติงาน

316
00:17:34,095 --> 00:17:35,912
โดยมีเวลาในการทำกิจกรรมนะครับ

317
00:17:35,912 --> 00:17:36,882
20 นาที

318
00:17:36,882 --> 00:17:40,201
นักเรียน

319
00:17:40,201 --> 00:17:43,603
หยุดพักวีดิทัศน์นี้ไว้ก่อนเพื่อทำกิจกรรมครับ

320
00:17:43,603 --> 00:17:47,339
หลังจากวางแผนการทำกิจกรรมเรียบร้อยแล้ว

321
00:17:47,339 --> 00:17:48,589
ต่อไปก็คือการลงมือแก้ไขปัญหาซึ่งอาจเป็นการสร้างชิ้นงาน

322
00:17:48,589 --> 00:17:50,259
หรือหาวิธีการ

323
00:17:50,259 --> 00:17:52,512
ไปปฏิบัติ

324
00:17:52,512 --> 00:17:54,392
ตามแผนที่กำหนดไว้

325
00:17:54,392 --> 00:17:55,961
หากเป็นการสร้างชิ้นงานนะครับ

326
00:17:55,961 --> 00:17:59,961
ควรเลือกใช้วัสดุ

327
00:18:01,496 --> 00:18:02,739
ทรัพยากรให้เหมาะสมของประเภทของงานรวมทั้งอุปกรณ์เครื่องมือที่ใช้ในการทำงาน

328
00:18:02,739 --> 00:18:05,713
ใช้อย่างถูกต้อง

329
00:18:05,713 --> 00:18:08,371
และก็คำนึงถึงความปลอดภัยในการใช้งานด้วยครับ

330
00:18:08,371 --> 00:18:09,331
การเรียนรู้ในครั้งนี้นะครับ นักเรียนได้

331
00:18:09,331 --> 00:18:12,038
เรียนรู้

332
00:18:12,038 --> 00:18:15,194
ให้ 2 ขั้นตอนของการแก้ไขปัญหา

333
00:18:15,194 --> 00:18:17,111
ของการออกแบบเชิงวิศวกรรมช่วยให้เราออกแบบวิธี

334
00:18:17,111 --> 00:18:19,484
และลงมือทำ

335
00:18:19,484 --> 00:18:22,851
ซึ่งใน

336
00:18:22,851 --> 00:18:26,851
หลังจากที่ในเลือ

337
00:18:28,321 --> 00:18:29,883
กแนวทางที่เหมาะสมในการแก้ไขปัญหาแล้ว จึงนำข้อมูลและแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับปัญหานะครับ

338
00:18:29,883 --> 00:18:33,883
มาใช้ในการออกแบบ

339
00:18:37,921 --> 00:18:41,517
แนวทางการแก้ปัญหา แล้วตัดสินใจเลือกแนวทางการแก้ไขปัญหาภายใต้ขอบเขตปัญหาความรู้ก็ทรัพยากรที่มีนะครับ

340
00:18:41,517 --> 00:18:43,244
แล้วถ่ายทอดความคิดในการแก้ไขปัญหาให้เป็นรูปธรรม

341
00:18:43,244 --> 00:18:45,208
ให้ผู้อื่นเข้าใจ

342
00:18:45,208 --> 00:18:47,377
วิธีการที่เหมาะสมครับ

343
00:18:47,377 --> 00:18:48,899
ขั้นต่อมาคือขั้นวางแผนและ

344
00:18:48,899 --> 00:18:50,162
เนินการแก้ปัญหา

345
00:18:50,162 --> 00:18:51,998
ก่อนที่จะลงม

346
00:18:51,998 --> 00:18:52,842
ือแก้ปัญหาตามที่ออกแบบไว้นะครับ

347
00:18:52,842 --> 00:18:56,842
บริการ

348
00:18:57,527 --> 00:19:01,527
ขั้นตอนการทำงานเป้าหมายนะครับ แล้วก็ระยะเวลาในการดำเนินการ

349
00:19:02,661 --> 00:19:05,658
หรือลงมือแก้ไขปัญหาตามที่ออกแบบไว้ครับ

350
00:19:05,658 --> 00:19:09,658
ในครั้งหน้านะครับ เราจะมาเรียนรู้

351
00:19:11,211 --> 00:19:12,860
กันต่อนะครับ ว่าหลังจากที่เราออกแบบและสร้างชิ้นงานหรือวิธีการในการแก้ไขปัญหาแล้ว

352
00:19:12,860 --> 00:19:13,914
เราจะทราบได้อย่างไรครับ

353
00:19:13,914 --> 00:19:15,290
มาทำงาน

354
00:19:15,290 --> 00:19:17,627
ทีมงานหรือ

355
00:19:17,627 --> 00:19:19,962
สามารถแก้ไขปัญหาได้ดีเพียงใด

356
00:19:19,962 --> 00:19:21,882
ได้อย่างเหมาะสมหรือไม่

357
00:19:21,882 --> 00:19:25,565
สำหรับครั้งนี้ สวัสดีครับ [เสียงดนตรี]

358
00:19:25,565 --> 00:19:29,565


