[เสียงดนตรี] สวัสดีครับ นักเรียนทุกคนคในวิชาเทคโนโลยีการออกแบบและเทคโนโลยีในชั้นประถมมัธยมศึกษาปีนักเรียนน่าจะยังจำกันได้นะครับ รหัสเทคโนโลยีการออกแบบมัธยมศึกษาปีที่ 4 นี้นะครับ เราจะสามารถแบ่งออกเป็น 3 หัวข้อใหญ่ ๆ นะครับ โดยการเรียนรู้ในครั้งนี้นะครับ เราจะเรียนรู้กันในหัวข้อ การแก้ปัญหาการตามกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมครับ ให้นักเรียนสามารถใช้เทคนิคหรือวิธีการนะครับ เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลในการแก้ปัญหาตามกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมนะครับ อีกหนึ่ง ก็คือให้นักเรียนสามารถประยุกต์ใช้การออกแบบเชิงวิศวกรรมในการแก้ปัญหา พัฒนาในชีวิตประจำวันคือการเรียนรู้ในหัวข้อนี้นะครับ จะประกอบไปด้วย 2 บทเรียนก็คือบทที่ 6 กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมนะครับ และบทที่ 7 กรณีศึกษาการแก้ปัญหาตามกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม โดยการเรียนรู้ในครั้งนี้นะครับ เราจะเรียนรู้กันในบทที่ในตอนที่ 1 นะครับ ของบทที่ 6ก็คือกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมในตอนที่ 1 ครับ นักเรียนจะเห็นนะครับ ว่าการเรียนรู้ในหัวข้อนี้ จะเกี่ยวข้องกับกระบวนการเชิงวิศวกรรมนะครับ ซึ่งเป็นกระบวนการที่นักเรียนเคยเรียนรู้มาแล้วนะครับ ในชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นนะครับ ยังพอจะจำกันได้ไหมครับ ว่ากระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมกระบวนการอะไร แล้วอย่างไร ครูจะให้เวลานักเรียนคิดทบทวนการสัก 10 วินาทีนะครับ จำกันได้ไหมครับ ดังนั้น เราลองไปทบทวนกันนะครับ ว่ากระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมเป็นกระบวนการอย่างไรนะครับ กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมครับ เป็นกระบวนการที่เรานำมาใช้เพื่อแก้ปัญหา หรือพัฒนางาน เพื่อสนองความต้องการของมนุษย์นะครับ ประกอบด้วย 6 ขั้นตอนนะครับ ได้แก่ 1. ระบุปัญหาครับ 2. รวมข้อมูลและแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับปัญหา 3. ออกแบบวิธีการแก้ปัญหา 4. วางแผนและดำเนินการแก้ปัญหา 5. ทดสอบ ประเมินผล และปรับปรุงงาน แก้ไขวิธีการแก้ปัญหาหรือชิ้นงาน 6. นำเสนอวิธีการแก้ปัญหาและผลการแก้ปัญหาหรือชิ้นงานนะครับ นักเรียนจะเห็นนะครับ ว่ากระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม การกำหนดเป็นขั้นตอน เพื่อให้สะดวกในการนำไปใช้แก้ปัญหา แต่ในการแก้ปัญหาขั้นตอนต่าง ๆ เหล่านี้นะครับ อาจมีการย้อนกลับได้ หรือสลับไปมาได้ครับ เพื่อให้ได้แก้ไขชิ้นงาน หรือวิธีการ ในแก้ไขงานที่มีการบกพร่อง แก้ปัญหาไม่ได้หรือใช้งานไม่ได้อาจต้องย้อนกลับไปทำงานช้ำในบางขั้นตอน เช่น อาจจะย้อนกลับไปออกแบบแก้ปัญหาใหม่ หรืออาจกลับไปรวบรวมข้อมูลในการแก้ปัญหาใหม่อีกครั้งสำหรับการเรียนรู้ในหัวข้อกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมตอนที่ 1 จะเกี่ยวข้องกับ 2 ขั้นตอน ของกระบวนการคิดเชิงวิศวกรรมครับ คือ ขั้นระบุปัญหา แล้วก็รวมข้อมูลและแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับปัญหา ซึ่งเป็น 2 ขั้นตอนแรกของกระบวนการนะครับ ว่าเราจะมีวิธีการ หรือเทคนิคอะไรบ้าง ที่นำมาช่วยให้เราเข้าใจ แล้วสามารถระบุปัญหาที่เราสนใจให้มีความชัดเจน รวมทั้งครอบครัวข้อมูล หาแนวทางในการแก้ไขที่สอดคล้องกับปัญหานะครับ โดยจุดประสงค์ของการเรียนในครั้งนี้ คือ นักเรียนสามารถระบุและกำหนดขอบเขตของปัญหา จากการวิเคราะห์องค์ประกอบ และสาเหตุของปัญหาที่สนใจ และนักเรียนสามารถนำข้อมูลเปรียบเทียบ และตัดสินใจเลือกแนวทางในการแก้ปัญหา เราไปเริ่มเรียนกันเลยครับ นักเรียนเคยเกิดปัญหากับตัวเองบ้างไหมครับ ปัญหาคืออะไรครับ มีผู้ให้นิยามของคำว่า "ปัญหา" ว่า คือ ข้อสงสัย ข้อขัดข้อง ข้อที่ต้องพิจารณาครับ ฟังจากความหมายแล้ว คงไม่มีใครอยากให้มีปัญหา หรือเกิดปัญหาขึ้นกับตัวเองใช่ไหมครับ มันคงเป็นสิ่งที่ทำให้เราไม่สบายใจ หรือไม่ก็เกิดความยากลำบากในการใช้ชีวิตในการทำงาน ดังนั้น ถ้าเกิดเกิดปัญหาแล้ว เราควรทำอย่างไรคะ เราก็ต้องแก้ไขใช่ไหมครับ การที่เราจะแก้ไขปัญหาได้ เราคงจต้องเข้าใจปัญหานั้นให้ชัดเจนก่อน เพื่อที่จะสามารถแก้ไขปัญหานั้นได้อย่างเหมาะสม ถ้าเป็นปัญหาของนักเรียน นักเรียนคงจะพอนึกออกนะครับ ว่าเกิดจากอะไร แต่ถ้าเป็นปัญหาของผู้อื่น เราจะมีวิธีการอย่างไร ในการทำความเข้าใจกับปัญหานั้น เพื่อให้เข้าใจอย่างชัดเจนก่อนลงมือแก้ปัญหา ดังนั้น วันนี้เราไปเรียนรู้กันครับ ว่าจะมีวิธีการอย่างไรที่ทำให้เราเข้าใจปัญหาทางของนักเรียนเอง และของบุคคลอื่นได้อย่างชัดเจน เพื่อหาแนวทางในการแก้ปัญหาได้อย่างเหมาะสม ดังนั้น วันนี้นะครับ จะชวนนักเรียนไปแก้ปัญหาให้บุคคลกลุ่มหนึ่งครับ ดูจากรูปแล้วน่าจะเป็นรูปใดครับ ผู้สูงอายุใช่ไหมครับ นักเรียนคิดว่าผู้สูงอายุน่าจะประสบปัญหาอะไรบ้าง ดังนั้น ลองพิจารณาจากตัวอย่างสถานการณ์การใช้ชีวิตของผู้สูงอายุในปัจจุบันก่อนนะครับ และก็คิดกันว่าผู้สูงอายุน่าจะประสบปัญหาอะไรบ้าง คุณครูจะให้เวลานักเรียนทั้งหมด 10 วินาทีนะครับ ครับ ครบ 10 วินาทีแล้วนะครับ คิดออกกันบ้างไหมเอ่ยนะครับ จากสถานการณ์ปัจจุบันนะครับ ผู้สูงอายุนะครับ มีแนวโน้มที่ต้องอยู่คนเดียว หรือพึ่งพาตัวเองมากขึ้น แต่เมื่ออายุมากขึ้นนะครับ ทำให้สภาพร่างกายเสื่อมลง จึงทำให้เกิดปัญหาสุขภาพ เช่น สายตาที่พร่ามัวนะครับ การเคลื่อนไหวร่างกายที่ยากลำบากขึ้น ปัญหาเรื่องความจำนะครับ และการสูญเสียการได้ยินนะครับ ปัญหาสุขภาพดังกล่าวนะครับ ทำให้ผู้สูงอายุนี่ ใช้ชีวิตได้อย่างยากลำบากขึ้นนะครับ จากการวิเคราะห์นะครับ จากปัญหาข้างต้นนะครับ ปัญหาหนึ่งนะครับ ในการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุนะครับ ก็คือปัญหาผู้สูงอายุสูญเสียการได้ยิน ซึ่งผู้สูงอายุที่มีการสามารถในการรับเสียงลดลง หรือมีภาวะหูอื้อ หรือหูตึง นั่นเอง นะครับ ทำให้สื่อสารกับผู้อื่นได้ลำบาก หรือว่าสื่อสารกับผู้อื่นได้น้อยลง สูญเสียความมั่นใจ แล้วก็คุณค่าของตัวเองนะครับ จะมีปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุ และก็คนรอบข้างอีกด้วยนะครับ นักเรียนคนไหนนะครับ ที่อยากจะศึกษาเพิ่มเติมนะครับ หรือว่าทางการได้ยินของผู้สูงอายุนะครับ สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์หรือว่า QR Code ได้นะครับ ปัญหาผู้สูงอายุสูญเสียการได้ยินนะครับ จึงเป็นปัญหาที่น่าสนใจ เพื่อที่จะให้ผู้สูงอายุ ซึ่งอาจจะเป็นคุณปู่ คุณย่า คุณตา คุณยาย ของนักเรียนนะครับ ได้กลับมาใช้ชีวิตปัญหาความต้องการจำเป็นที่จะต้องเข้าใจองค์ประกอบของปัญหานะครับ แล้วก็ต้องเข้าใจกับสาเหตุของปัญหาก่อน เพื่อที่เราจะได้สามารถกำหนดกรอบ หรือขอบเขตของปัญหา เพื่อหาทางแก้ไขต่อไปครับ ดังนั้นนะครับ นักเรียนลองมาทำความเข้าใจกับปัญหา ในการวิเคราะห์องค์ประกอบของปัญหากันครับ วิธีหนึ่งที่เราใช้ได้ คือ ตั้งคำถาม 5 W 1 H นะครับ ก็เป็นการตั้งคำถามในภาษาอังกฤษนะครับ มาให้เราช่วยจำแนกองค์ประกอบของปัญหาได้ง่ายขึ้นนั่นเองนะครับ ได้แก่ Who ครับ ใคร ใครมีปัญหาที่เราสนใจว่าเกิดขึ้นกับใครนะครับ Where คือที่ไหน When คือเมื่อใดปัญหาเกิดขึ้นเมื่อใดวัดอะไรนะครับ what อะไร ปัญหาคืออะไร นะครับ Why ทำไมก็คือทำไมจึงเกิดปัญหานะครับ How อย่างไร ก็คือปัญหาหรือความต้องการมีความลักษณะอย่างไรนะครับ ดังนั้นนักเรียนลองคิดถึงปัญหาของผู้สูงอายุเสียการได้ยิน คุณครูจะให้นักเรียนคิด 10 วินาทีนะครับ นักเรียนคิดว่าอย่างไรกันบ้างครับ เรามาดูกันนะครับ การวิเคราะห์องค์ประกอบของปัญหาผู้สูงอายุสูญเสียการได้ยิน ด้วยการตั้งคำถาม 5 W 1 H นะครับ อาจจะวิเคราะห์ได้ดังนี้ครับ Who ปัญหาที่เราเกิดขึ้นสนใจกับใคร ก็คือผู้สูงอายุที่สูญเสียการได้ยินหรือผู้สูงอายุที่มีภาวะหูตึง where ปัญหาที่เกิดขึ้นที่ไหนนะครับ ก็คือสถานที่หรือบ้านที่มีผู้เสียอายุที่สูญเสียการได้ยินนะครับ รวมทั้งตำแหน่งที่เกิดปัญหาก็คืออวัยวะหรือหูของผู้ที่สูญเสียของผู้สูงอายุที่สูญเสียการได้ยินนั่นเองนะครับ เwhen ปัญหานี้เกิดขึ้นเมื่อใดก็คือเกิดขึ้นเมื่อมีการสื่อสารระหว่างผู้สูงอายุกับญาตินะครับ หรือกับผู้อื่นนะครับ What ปัญหาคืออะไร ก็คือผู้สูงอายุมีความสามารถในการรับเสียงน้อยลงนะครับ แล้วก็หรือว่ามีภาวะ หูอื้อ หูตึงทำให้ผู้สูงอายุนี่มีคุณภาพชีวิตในการสื่อสารกับผู้อื่นได้น้อยลง why ทำไมถึงเกิดปัญหาก็คือผู้สูงอายุนี่ปัญหาที่เกิดจากการเสี่ยงอวัยวะหรือระบบประสาทในหูมี สาเหตุอื่นที่ทำให้เกิดสูญเสียการได้ยินนะครับ แล้วก็สุดท้าย How ปัญหาหรือความต้องการนี้ มีลักษณะอย่างไรนะครับ เราต้องการให้ผู้พิการหรือผู้สูงอายุนะครับ ที่สูญเสียการได้ยินมีคำว่าหูตึงนี่การดีขึ้นนั่นเองไม่ครับ นักเรียนนะครับ ได้เรียนการวิเคราะห์องค์ประกอบของปัญหาแล้วนะครับ ดังนั้น ในกิจกรรมที่ 6.1 นะครับ ให้นักเรียนได้ค้นหาสถานการณ์ที่นักเรียนสนใจ ปัญหาจากสถานการณ์นะครับ และวิเคราะห์องค์ประกอบปัญหานั้น ด้วยการตั้งคำถาม 5 W 1 H นะครับ นักเรียนนะครับ อาจหยุดพัดวีดิทัศน์ชุดนี้ไว้ก่อนเพื่อทำกิจกรรมครับ ในการกำหนดขอบเขตของปัญหาของผู้เสียผู้สูงอายุที่สูญเสียการได้ยิน ให้มีความชัดเจนแล้วนะครับ นอกจกาองค์ประกอบของปัญหาแล้วมันเข้าใจสาเหตุที่เกี่ยวข้องกับอาหารนะครับ จากปัญหาหนึ่งอาจเกิดได้หลายสาเหตุต้องหาสาเหตุนั้นอาจทำได้หลายวิธีครับ วิธีการหนึ่ง ก็คือการวิเคราะห์โดยใช้ผังก้างปลานะครับ ผังก้างปลา เราจะเขียนหัวข้อปัญหาไว้ที่หัวปลานะครับ จากนั้นจังเขียนสาเหตุที่เกี่ยวข้องกับปัญหาซึ่งอาจจะมีหลายสาเหตุนะครับ โดยเขียนนะครับ เขียนหัวข้อนะครับ ที่ไปกำลังปลาแต่ละก้าวอย่างนั้นนะครับ สาเหตุย่อย ที่สัมพันธ์กับสาเหตุหลักนะครับ ไว้ที่ก้างปลาย่อยนะครับ แล้วก็หากยังมีสาเหตุย่อยลงไปอีกนะครับ ก็กจะเขียนไปที่ก้างปลาย่อยที่เกี่ยวข้องนะครับ จากการวิเคราะห์นะคะ ทำให้เราเข้าใจสาเหตุที่เกี่ยวข้องกับสาเหตุนะครับ วันที่นะครับ ลองมาดูการวิเคราะห์สาเหตุของปัญหาผู้สูงอายุนะครับ เสูญสียการได้ยินนะครับ ผังก้างปลากันครับ จะเห็นว่าสาเหตุของปัญหานี้จะมีหลายสาเหตุนะครับ สาเหตุอาจจะเกี่ยวข้องกับการเสื่อมลงของร่างกายของวัยผู้สูงอายุนะครับ ซึ่งส่งผลต่ออวัยวะที่ทำหน้าที่รับเสียงนะครับ มันก็คือหูใบหูจะเสียความยืดหยุ่นนะครับ แล้วก็ความแข็งแรง หรือเกิดความผิดปกติ เช่น มีขี้หูอุดตันนะครับ น้ำขังอยู่ในหูนะครับ โรคหินปูนเกาะกระดูกหู หรือเยื่อแก้วหูทะลุนะครับ สาเหตุนะครับ อาจจะเกี่ยวกับระบบประสาทที่เกี่ยวกับการได้ยินนะครับ ซึ่งเกิดจากการเซื่อมลงของเซลล์ประสาทนะครับ เนื่องจากนี้สาเหตุอาจจะเกิดขึ้นจากการใช้ชีวิตอย่างปัจจัยเสี่ยง เช่น อยู่ในที่ที่มีเสียงดังเกินไปการสูบบุหรี่นะครับ การมีโรคเรื้อรังนะครับ การรับประทานยาที่มีพิษต่อหูการขัด โฟเลต นะครับ ผู้สูงอายุเสียการได้ยินดีหลายอย่างนะครับ ดังนั้น การหาแนวทางการแก้ปัญหาของผู้สูงอายุสูญเสียการได้ยินนะครับ จึงจำเป็นต้องแก้ไขให้ตรงกับสาเหตุของปัญ หาสาเหตุที่ทำการแก้ไขอาจจะได้ยินมาปกติครับ หุบปากแต่ว่าสาเหตุจะต้องใช้ผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษร วมทั้งเครื่องมืออุปกรณ์โดยเฉพาะเ พื่อดำเนินการแก้ไข ดังนั้น การสาเหตุของปัญหาเพิ่มมาแก้ไขต้องวิเคราะห์จากปัจจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเช่นความรู้นะครับ ความสามารถผู้ที่จะดำเนินการแก้ไขรวมทั้งทรัพยากรของข้อจำกัดเพื่อประกอบการตัดสินใจครับ ดังนั้นนะครับ การวิเคราะห์องค์ประกอบและก็สาเหตุที่เกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุนะครับ สูญเสียการได้ยินสูญเสียการได้ยินจากประสาทหูเสื่อม สามารถเกิดขึ้นได้กับผู้สูงอายุทุกคนนะครับ ซึ่งผลกระทบกับการใช้ชีวิตประจำวัน ของผู้สูงอายุและผู้ที่สื่อสารด้วยซึ่งอาจกำหนดขอบเขตของปัญหาทางการแก้ไขได้นะครับ ปัญหาการสูญเสียการได้ยินของผู้สูงอายุ ที่เกิดขึ้นจากประสาทหูเสื่อมตามวัยนะครับ ความสามารถในการได้ยินลดลงแล้วครับ จึงต้องการวิธีการที่ช่วยให้ผู้สูงอายุนะครับ ว่าได้ยินเสียงดีขึ้น หรือมีระดับการได้ยินเสียงปกตินะครับ โดยนักเรียนอาจจะสังเกตนะครับ ว่าการกำหนดขอบเขตของปัญหานะครับ อาจจะประกอบไปด้วยนะครับ ตัวปัญหา หรือผู้ที่เกี่ยวข้อง หรือผู้ที่เกิดปัญหานะครับ ลักษณะของปัญหาหรือผลของปัญหา และความต้องการนำทางการแก้ไขครับ ตอนนี้นะครับ นักเรียนได้เรียนรู้เกี่ยวกับการวิเคราะห์หาสาเหตุนะครับ แล้วก็กำหนดขอบเขตของปัญหาแล้วนะครับ ดังนั้น ในกิจกรรมที่ 6.1 ตอนที่ 2 นะครับ จะให้นักเรียนวิเคราะห์หาสาเหตุและปัจจัยของปัญหาที่นักเรียนสนใจ ที่ได้เลืิอกไว้ในกิจกรรมที่ 6.1 ตอนที่ 1 นะครับ ผังก้างปลานะครับ ฉะนั้นตัดสินใจเลือกสาเหตุของปัญหาที่ต้องการแก้ไข แนะนำผลจากการวิเคราะห์องค์ประกอบ และสาเหตุของปัญหานะครับ มากำหนดขอบเขตของปัญหาที่จะดำเนินการแก้ไขลงไปนะครับ โดยมีเวลาในการทำกิจกรรมนี้ 20 นาทีนะครับ ตอนนี้นะครับ นักเรียนก็ไม่เรียนรู้เกี่ยวกับการทำความเข้าใจเกี่ยวกับปัญหา ภที่ต้องการแก้ไขแล้วนะครับ ในขั้นตอนต่อไปของการแก้ปัญหาด้วย ส่วนการออกแบบเชิงวิศวกรรมก็คือการรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพื่อที่จะสร้างแนวทางในการแก้ไขปัญหาอย่างเหมาะสม รวมทั้งสามารถดำเนินการได้โดยนะครับ 1. ก็คือค้นหาความรู้ได้นำทางที่เกิดขึ้นที่เกี่ยวข้องกับปัญหา เช่น งความรู้ที่เกี่ยวข้องกับผู้ที่ประสบปัญหา ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องนะครับ นอกจากนี้นะครับ ว่าจะสืบค้นนะครับ ว่ามีใครช่วยหาวิธีการแก้ไขปัญหาดังกล่าวนี้ไปก่อนแล้วหรือไม่นะครับ เขามีวิธีการแก้ปัญหาอย่างไร นะครับ และมีข้อเสนอแนะอย่างไรบ้างนะครับ จากนั้นนะครับ จึงพิจารณาเปรียบเทียบ แนวคิดที่รวบรวมมาถึงข้อดีและข้อเสียและความเหมาะสม ของเงื่อนไขและขอบเขตของปัญหา แล้วจึงเลือกแนวคิดที่เหมาะสมที่สุดนะครับ ซึ่งเราอาจจะเริ่มต้นรวบรวมข้อมูลนะครับ ด้วยการกำหนดประเด็นที่ต้องการสืบค้น ด้วยการระดมสมองพร้อมเปิดโอกาสให้สมาชิกทุกคนนะครับ แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระอยากรับความคิดของผู้อื่นนะครับ ไม่วิจารณ์โดยในระหว่างที่มีการแสดงความคิดเห็นจำนวนมากและอาจไม่ต้องดูเหตุผลนะครับ คิดนอกกรอบได้ผลการระดมสมองไปปรับปรุงต่อครับ จากตัวอย่างปัญหาผู้สูงอายุนะครับ สูญเสียการได้ยินจากประสาทหูเสื่อมนะครับ การกำหนดประเด็นที่ต้องการสืบค้นเพื่อรวบรวมแนวคิดที่จะแก้ปัญหา เช่น ลักษณะการได้ยินของผู้สูงอายุอาการหูเสื่อมนะครับ ผลกระทบจากการสูญเสียการได้ยินนะครับ แล้วก็แนวทางการส่งเสริมการได้ยินนะครับ นักเรียนนะครับ สามารถนำหัวข้อหรือประเด็นที่ได้นะครับ ไปสืบค้นนะครับ รวบรวมข้อมูลจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ นะครับ ได้เช่นนะครับ สืบค้นนะคะ จากเศษบทความงานวิจัยรวมทั้งสืบค้นข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตนอกจากนี้นะคะ สามารถรวบรวมข้อมูลจากการสัมภาษณ์ผู้รู้ผู้เชี่ยวชาญนะครับ ก็จะสามารถไปสำรวจตัวอย่างแนวทางการแก้ปัญหาในท้องตลาดที่มีด้วยตนเองนะครับ และหาข้อมูลจากสถานที่ต่าง ๆ อย่างในปัญหานี้นะครับ ค้นหาข้อมูลจากนั้นอุปกรณ์ทางการแพทย์หรือโรงพยาบาลได้ก็ได้นะครับ โดยจดบันทึกข้อมูลเหล่านี้ไว้นะครับ เมื่อนักเรียนจะรวบรวมข้อมูลตามหัวข้อแล้วนะครับ ควรนำข้อมูลเหล่านั้นนะครับ ให้มีความเชื่อมโยงนะครับ จากตัวอย่างข้อมูลที่ได้นะครับ จากการสืบค้นเกี่ยวกับปัญหาผู้สูงอายุนะครับ สูญเสียการได้ยิน เนื่องจากประสาทหูเสื่อมนะครับ สามารถสรุปเป็นผังความคิด โดยการเขียนแผนที่ความคิดนะครับ จะเขียนหัวข้อไว้ตรงกลางนะครับ แล้วก็จะเก็บหัวข้อที่เชื่อมโยงนะครับ แล้วก็จะเชื่อมโยงด้วยการขีดเส้นนะครับ รู้จักหัวข้อที่สืบค้นนะครับ ลักษณะการได้ยินนะครับ จะพบว่าอายุนะคะ จะได้ยินเสียงคนชัดเจนกว่าเสียงที่มีความเสี่ยงสูงครับ สำหรับกระทบนั้นนะครับ ส่งผลกระทบทางด้านจิตใจนะครับ แล้วก็ทางด้านร่างกายของผู้สูงอายุสูญเสียการได้ยินนะครับ ป้าจิตใจเช่นเกิดภาวะซึมเศร้านะครับ แล้วความเชื่อมั่นในตนเองนะครับ ลดลงนะครับ ทางด้านร่างกายนะครับ ศีรษะการส่วนตัวนะครับ สำหรับการส่งเสริมการได้ยินนะครับ พบว่ามีหลายแนวทางครับ เช่น ใช้วิธีการสื่อสารต่าง ๆ เช่น พยายามพูดด้วยเสียงโทนต่ำ ผู้ชายเป็นคำพูดนะครับ ประโยคเรียบง่ายนะครับ ผู้พูดนะครับ การส่งเสริมการได้ยินนะครับ ส่งเสริมการก็เช่นการใช้เครื่องช่วยฟังการผ่าตัดใส่ประสาทหูเทียมรวมทั้งการดูแลของตัวเองผู้สูงอายุนะครับ จะพยายามลดปัจจัยเสี่ยงนะครับ และรักษาสุขภาพ ด้วยการออกกำลังกายและรับประทานอาหาร อาหารที่มีกรดยูริคสูงนะครับ และกิจกรรมที่ 6.2 จะให้นักเรียนนะคะ ช่วยระดมสมองกำหนดประเด็นรวบรวมข้อมูลนะครับ ที่เกี่ยวข้องกับปัญหาที่ได้กำหนดขอบเขตของปัญหาไปแล้วนะครับ จากกิจกรรมที่ 6.1 ตอนที่ 2 นะคะ กับนะครับ ให้นักเรียนรวบรวมข้อมูลตามประเด็นนะครับ จากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ วารสารสารานุกรมข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตซึ่งเป็นข้อมูลหน่วยงานที่เชื่อถือได้ รวมทั้งอาจจะใช้การสัมภาษณ์จากผู้รู้ ข้อมูลและตัวเอง สมุดคู่มือที่รวบรวมมาได้ที่ไปที่ความคิดนะครับ นักเรียนจะเห็นนะครับ ว่าการรวบรวมข้อมูลจะทำให้เราร่วม หาแนวทางในการแก้ปัญหานี้อย่างชัดเจนนะครับ เนื่องจากตัวอย่างปัญหาผู้สูงอายุที่สูญเสียการได้ยินนะครับ เนื่องจากประสาทหูเสื่อม ก็มีวิธีการส่งเสริมการได้ยินอยู่หลายวิธีนะครับ แล้วทางหนึ่งก็คือการใช้อุปกรณ์ช่วยเหลือนะครับ เช่นการผ่าตัดใส่ประสาทหูเทียม วิธีการใช้เครื่องช่วยฟังนะครับ ซึ่งในการแก้ปัญหาแนวทางใดจ้องที่จะจัดใจต่าง ๆ ผู้รู้พี่จะแก้ปัญหาต่าง ๆ ด้วยนะครับ ช่วยการได้ยินนะครับ เป็นสิ่งที่นักเรียนยังทำไม่ได้เนื่องจากวิธีการดังกล่าวดำเนินการโดยแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญนะครับ และอีกแนวทางคือการใช้เครื่องช่วยฟังปัจจุบันมีการผลิตและจำหน่ายอยู่ทั่วไปนะครับ ซื้อเครื่องช่วยฟังที่มีคุณภาพดี แล้วมันจะต้องนำเข้าจากต่างประเทศนะครับ การช่างเครื่องช่วยฟังแบบง่ายขึ้นมา ช่วยเหลือผู้สูงอายุนะครับ อาจจะเป็นสิ่งที่นักเรียนทำได้สืบค้นข้อมูลเพิ่มเติมนะครับ จากการสืบค้นความเป็นเห็นว่าเครื่องช่วยฟังนะครับ วิธีการผลิตเพื่อจำหน่ายในรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งสามารถนำมาปรับใช้ให้เหมาะสมแต่ละคนได้นะครับ เช่น เครื่องช่วยฟังแบบกล่องนะครับ เครื่องช่วยฟังแบบทัดหลังใบหู ช่วยฟังแบบใส่ในช่องหู ซึ่งเครื่องช่วยฟังแต่ละแบบ การใช้งานข้อดีข้อด้อยบริษัทต่าง ๆ ข้อมูลเหล่านี้นะครับ มาเปรียบเทียบกันนะครับ เพื่อหาแนวทางเครื่องช่วยฟังที่เหมาะสมนะครับ ภายใต้ความรู้ ภายใต้ความรู้ สามารถและทรัพยากรและข้อจำกัดที่เรามีนะครับ เรื่องการเปรียบเทียบนะครับ อาจทำอยากได้ครับ มีการระบุข้อดีนะครับ ข้อจำกัดเครื่องช่วยฟังตัวอย่างนะครับ เปรียบเทียบ จะเห็นว่าโทรศัพท์แกะกล่องนะครับ มีข้อดีเช่น สำหรับผู้ที่มีประสาทหูเสื่อมมากถึงรุนแรงมากนะครับ สามารถปรับระดับเสียงฟังเบาได้ตามความต้องการ มีกำลังขยายเสียงสูง นะครับ ใช้กับถ่ายไฟฉายที่หาซื้อได้โดยทั่วไปนะครับ มีราคาถูกนะครับ ดูแลรักษาง่าย แต่ก็มีจำกัดนะครับ เรื่องของเสียงรบกวนนะครับ ในหูฟังยาวแล้วก็อุปกรณ์มีขนาดใหญ่กว่าเครื่องช่วยฟังแบบอื่นนะครับ สำหรับเครื่องช่วยฟังแบบทัดหลังใบหูมันจะมีข้อดี เช่น ผู้ที่มีประสาทหูเสื่อม ปานกลาง รุนแรงมากนะครับ มีขนาดเล็กกะทัดรัด สภาพเสียงดีนะครับ ราคาไม่สูงมากแต่ก็มีข้อจำกัดเช่นไม่เหมาะสำหรับผู้ที่สวมแว่นตา นะครับ ต้องใช้ถ่านไฟชายที่เฉพาะกับเครื่องเท่านั้นหรือ ต้องประจุไฟฟ้ากับแบตเตอรี่นะครับ ภายในเครื่อง ข้อดีและข้อจำกัดเหล่านี้เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์ลักษณะการใช้งานราคาสะดวกต่อผู้ใช้นะครับ เพื่อมาให้การเปรียบเทียบเพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาในการแก้ปัญหาของเราได้นะครับ ในกิจกรรม 6.2 ตอนที่ 1 ที่ผ่านมานะครับ นักเรียนช่วยกันรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาสรุปข้อมูลที่รวบรวมได้นะครับ เป็นแผนที่ความคิดไว้แล้วนะครับ ดังนั้น กิจกรรมที่ 6.2 ตอนที่ 2 นี้นะครับ จะให้นักเรียนได้ลองพิจารณานะครับ แล้วก็สนใจเลือกแนวทางในการแก้ปัญหาขนาดนั้นนะครับ ให้สืบค้นเพิ่มเติมว่าในการแก้ปัญหาที่นักเรียนเลือกนะครับ มีผู้สร้างหรือพัฒนาไว้อย่างไรนะครับ แล้วนำมาเปรียบเทียบถึงข้อดีจำกัด แล้วก็ตัดสินใจในการเลือกแนวทางการออกแบบวิธีแนวทางแก้ปัญหามีเวลาในการทำกิจกรรมนี้นะครับ 20 นาทีนะครับ การเรียนรู้ในครั้งนี้นะครับ นักเรียนนักเรียนได้เรียนรู้ใน 2 ขั้นตอนแรก การแก้ไขปัญหาแบบวิศวกรรมนะครับ นักเรียนเข้าใจและแก้ปัญหาและสถานการณ์ที่เหมาะสมในการแก้ไขปัญหานะครับ ขั้นตอนแรกนะครับ คือ การระบุปัญหา เป็นการทำความเข้าใจกับสถานการณ์ความต้องการอย่างไร เมื่อตัดสินใจเลือกปัญหาที่ต้องการแก้ไขแล้ววิเคราะห์องค์ประกอบ แล้วก็สาเหตุปัญหาที่สนใจ เพื่อกำหนดขอบเขตของปัญหาให้ชัดเจนนะครับ เมื่อได้ขอบเขตของคือปัญหาแล้ว เป็นการรวบรวมข้อมูลและความรู้นะครับ ที่เกี่ยวข้องกับปัญหาและนำข้อมูลเหล่านั้นมาสรุปนะครับ เพื่อเปรียบเทียบนะครับ ช่วยตัดสินใจเลือกแนวทางในการแก้ไขปัญหาที่เหมาะสมนะครับ ในครั้งหน้านะครับ เราจะมาเรียนรู้กันต่อแล้วครับ ว่าเราจะเอาทางแก้ปัญหาของเรานะครับ มาออกแบบวิธีการแก้ปัญหาได้เหมาะสมอย่างไรนะครับ สำหรับครั้งนี้ สวัสดีครับ [เสียงดนตรี]