﻿1
00:00:17,169 --> 00:00:21,169
[เสียงดนตรี]

2
00:00:36,097 --> 00:00:40,097
(คุณครูราม) สวัสดีครับ นักเรียน ขอต้อนรับเข้าสู่ห้องเรียน

3
00:00:47,779 --> 00:00:51,779
วิทยาศาสตร์ของ สสวท. นะครับ(อาจารย์เพลงชาติ) ผมคุณครู

4
00:00:52,244 --> 00:00:55,000
ติวารีครับ

5
00:00:55,000 --> 00:00:57,152
เรามาพบกับรายวิชาเพิ่มเติมวิทยาศาสตร์นะครับ

6
00:00:57,152 --> 00:01:01,152
หน้าปกของหนังสือเขียนอย่างนี้นะครับ ตามที่คุณครูเพลงชาติแสดงให้เห็น

7
00:01:03,910 --> 00:01:07,910
อยู่นะครับ ก็คือหนังสือเรียนรายวิชาวิทยาศาสตร์

8
00:01:10,358 --> 00:01:14,358
ฟิสิกส์เล่ม 1 สำหรับนักเรียนมัธยมศึกษา

9
00:01:14,937 --> 00:01:15,267
นักเรียนเพิ่งขึ้นมาจากมัธยมศึกษาตอนต้นนะครับ วันนี้ คือ

10
00:01:15,267 --> 00:01:16,219
วันแรกของห้องเรียนของเรานะครับ เล่มนี้จะมีเนื้อหานะครับ ก็คือ

11
00:01:16,219 --> 00:01:20,219
บทที่ 1 นะครับ มีทั้งหมด 3 เล่มด้วย

12
00:01:26,940 --> 00:01:30,300
นะครับ บทที่ 1 ก็คือพัฒนาการทางฟิสิกส์

13
00:01:30,300 --> 00:01:32,320
เพราะว่าวิชานี้คือวิชาฟิสิกส์ บทนี้

14
00:01:32,320 --> 00:01:36,320
อยากจะให้นักเรียนรู้นะครับ ธรรมชาติของตัวฟิสิกส์ และเป็นที่มาที่ไปของวิชาฟิสิกส์

15
00:01:41,892 --> 00:01:43,849
มาได้อย่างไรใช่ไหมครับ บทที่ 2 ก็คือการเคลื่อนที่แนวตรงนะครับ และบทที่ 3

16
00:01:43,849 --> 00:01:47,626
ก็คือแรงและการเคลื่อนที่นะครับ สำหรับเทอมแรกนะครับ

17
00:01:47,626 --> 00:01:51,626
หรือภาคการศึกษาของชั้นมัธยมศึกษา

18
00:01:58,949 --> 00:02:02,836
นะครับ (คุณครูเพลงชาติ) 3 บทแต่สนุกสานากันแน่นอนครับ

19
00:02:02,836 --> 00:02:04,553
(คุณครูราม) เริ่มต้นที่บทแรก บทแรก หัวข้อแรก ก็คือ

20
00:02:04,553 --> 00:02:08,553
ธรรมชาติของฟิสิกส์นะครับ ก็คือเป็นหัวข้อที่นำเสนอ

21
00:02:14,954 --> 00:02:18,954
เรื่องราวนะครับ ความเป็นมาและการนำซึ่งความรู้ ธรรมชาต

22
00:02:18,955 --> 00:02:20,693
ของวิชาฟิสิกส์ และก็พยายามแนะนำให้นักเรียนรู้ว่าธรรมชาติ ของวิชาฟิสิกส์นั้นเป็นอย่างไร อันนี้คือ

23
00:02:20,693 --> 00:02:24,693
เนื้อหาของวันนี้นะครับ เรามาดูกันครับ ว่า

24
00:02:27,671 --> 00:02:31,671
ในหัวข้อแรกนี้ เรามีเรื่องราวอะไร

25
00:02:33,258 --> 00:02:36,872
ที่สนุก ๆ แล้วก็อยากให้นักเรียนได้รู้ เรามาดูเลยครับ ชักชวนให้นักเรียนมาดูข้อความนี้ครับ  ความ

26
00:02:36,872 --> 00:02:40,872
รู้ทางวิทยาศาสตร์นี่ อยู่ในธรรมชาต

27
00:02:46,961 --> 00:02:50,961
ของมนุษย์นี่ กับวิทยาศาสตร์นี้  เกิดขึ้นจากสติปัญ

28
00:02:50,967 --> 00:02:54,965
ญาของมนุษย์นะครับ มันก็ต้องมีคนสนใจ มันต้องมีคนอยากรู้

29
00:02:54,965 --> 00:02:55,651
ค้นคว้า แสวงหา และมาดูปรากฏการณ์ทั้งหลาย จำความมีประมาณนี้้นคว้า แสวงหา และมาดูปรากฏการณ์ทั้งหลาย จำความมีประมาณนี้

30
00:02:55,651 --> 00:02:59,505
นะครับ ลองดู นักเรียนลองดูแล้วกันนะครับ

31
00:02:59,505 --> 00:03:03,505
เรามาดูว่า่จุดประสงค์ของการเรียนรู้ของบทนี้

32
00:03:05,335 --> 00:03:09,335
มีอะไรนะครับ จุดประสงค์นะครับ ข้อแรกเลย อธิบายนะครับ แล้วก็ยกตัวอย่างการค้นคว้าความรู้ทางฟิสิกส์

33
00:03:09,737 --> 00:03:13,737
นะครับ นักเรียนตามไปนะครับ อันนี้คือจุดประสงค์ของการเรียน

34
00:03:18,976 --> 00:03:20,842
นะครับ ข้อที่ 2 ครับ อธิบายและยกตัวอย่างประวัติ ประวัติความเป็นมา

35
00:03:20,842 --> 00:03:24,842
พัฒนาการของหลักการและแนวคิดทางฟิสิกส์ ใหญ่ ๆ ทั้งนั้นเลย

36
00:03:28,455 --> 00:03:32,455
นะครับ หัวข้อแต่ว่าไม่ได้หนักตามที่เป็นอยู่

37
00:03:34,513 --> 00:03:38,513
ชื่อเป็นอยู่นะครับ อันที่ 3 ก็คิออธิบาย และยกตัวอย่าง

38
00:03:38,984 --> 00:03:39,323
ฟิสิกส์ที่มีผลต่อการแสวงหา ความรู้

39
00:03:39,323 --> 00:03:40,082
ใหม่ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

40
00:03:40,082 --> 00:03:44,082
บอกว่าวิชาฟิสิกส์ที่จริงแล้วเป็นพื้น

41
00:03:50,985 --> 00:03:54,119
วิทยาศาสตร์สาขาอื่น ๆ เราก็มาดูว่าภายใต้

42
00:03:54,119 --> 00:03:55,994
จุดประสงค์ 3 ข้อนี้ มันจะตอบเรา

43
00:03:55,994 --> 00:03:59,528
อย่างนั้นจริงไหม ก่อนที่เราจะเข้าไปดูสิ่งต่าง ๆ ที่เป็นตัว

44
00:03:59,528 --> 00:04:03,528
เนื้อนะครับ สิ่งแรกเลยที่นำเสนอ

45
00:04:04,304 --> 00:04:08,304
นักเรียนขึ้นมาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายนี่นะครับ

46
00:04:09,986 --> 00:04:13,986
วิชาฟิสิกส์ เราจะมีสัญลักษณ์ที่เป็นอักษรกรีก เพราะว่าชื่อนี่ยาวนะครับ เราไม่สามารถเขียนชื่อได้ทุกบรรทัดทุกครั้ง

47
00:04:16,228 --> 00:04:20,228
เขียนชื่อได้ทุกบรรทัด ทุกครั้ง เราก็เลยมีการกำหนด

48
00:04:22,659 --> 00:04:26,231
เป็นตัวอักษร เพราะฉะนั้น อันนี้คือ

49
00:04:26,231 --> 00:04:28,203
ตัวอักษร Alpha

50
00:04:28,203 --> 00:04:30,442
ตัว a ไม่ค่อยได้ใช้เท่าไรนะครับ บีตา แกมมา

51
00:04:30,442 --> 00:04:34,442
ทั้ง 3 ชื่อนี้ ดัง ๆ เลยเป็นรังสี

52
00:04:35,779 --> 00:04:39,779
รังสีอัลฟา รังสีแกรมมา รังสีเบ

53
00:04:43,000 --> 00:04:45,539
ต้า เป็นตัวย่อของตัวอื่น ๆ ด้วยนะครับ และตัวอื่น ๆ นักเรียนลองไปดู อย่างเช่น มิว อย่างนี้ครับ มิว เราจะเจอในเรื่อง

54
00:04:45,539 --> 00:04:49,539
สัมประสิทธิ์ของแรงเสียดทาน หรือชื่อ

55
00:04:51,329 --> 00:04:55,329
ไมโครก็มีนะครับ (คุณครูเพลงชาติ) ซึ่งสัญลักษณ์นี้ก็จะเจอในอุดมศึกษา

56
00:04:59,005 --> 00:05:03,005
ด้วยใช่ไหมครับอาจารย์ (คุณครูราม) ตลอดไป ถ้าอยู่กับวิชาฟิสิ

57
00:05:03,007 --> 00:05:07,007
นะครับ ถ้ายังอยู่กับวิชา ฟิสิกส์นี่จะเจอกับสิ่งเหล่านี้ (คุณครูเพลงชาติ) เห็นครั้งแรกอาจจะตกใจ แต่

58
00:05:08,639 --> 00:05:12,639
ก็ต้อฝึกเขียน (คุณครูราม) ต้องฝึกเขียนนะครับ อย่างตัวนี้

59
00:05:13,568 --> 00:05:15,860
นี่นะครับ ก็คือสวย ๆ หน่อยนะครับ โอเคนะครับ ไปดูตาราง ก็คือมีอยู่ 2 ตาราง

60
00:05:15,860 --> 00:05:19,860
ด้วยกันนะครับ ตัวอักษรกรีกก็เยอะหน่อยนะครับ ก็

61
00:05:26,306 --> 00:05:28,692
ทำความเข้าใจกับแต่ละตัวนะครับ ตอนนี้มาชวนให้นักเรียนลองตั้งคำถามกับตัวเอง

62
00:05:28,692 --> 00:05:32,077
แล้วค่อย ๆ แสวงหาคำตอบกันไปนะครับ คำถามแรกก็คือ

63
00:05:32,077 --> 00:05:36,077
ความรู้ ทฤษฎี หลักการ

64
00:05:40,642 --> 00:05:44,642
หรือกฎทางวิทยาศาสตร์ที่รู้จักกันนั้น มีอ

65
00:05:47,021 --> 00:05:49,644
ะไรบ้าง ถามเองไม่ต้องการคำตอบนะครับ แล้วก็จดบันทึก คำถามนี้ไว้นะครับ แล้วเราค่อย ๆ หาคำตอบไปเรื่อย ๆ ยังมีเวลา

66
00:05:49,644 --> 00:05:53,644
อีกยาวนานนะครับ จนถึงขั้นอุดมศึกษา

67
00:05:57,456 --> 00:06:01,456
ก็คือนักวิทยาศาสตร์ได้มาซึ่ง

68
00:06:03,029 --> 00:06:07,029
นักวิทยาศาสตร์ได้มาซึ่งความรู้ ทฤษฎี หลักการ หรือกฎทางวิทยาศาสตร์ นี่ คือ กระบวนการวิธีการ

69
00:06:07,765 --> 00:06:09,552
นะครับ ก็อันนี้คือ

70
00:06:09,552 --> 00:06:13,552
2 อันแรกนะครับ อันต่อไปก็คืแความรู้

71
00:06:17,654 --> 00:06:18,972
กฎทางวิทยาศาสตร์มีการเปลี่ยนแปลงได้ไหม

72
00:06:18,972 --> 00:06:22,972
ต่อไป ก็คือแล้วมันมีความรู้ใหม่ ๆ นะครับ ที่เกิดขึ้นนี่ เราเอาไปใช้กับสาขาอื่นได้ไหม ต้องดู

73
00:06:30,465 --> 00:06:32,901
จุดประสงค์ ได้พูดไว้นะครับ ชวนนักเรียนมาดู

74
00:06:32,901 --> 00:06:33,835
icon เหล่านี้ แล้วเดี๋ยวเราตามทีละเรื่องนะครับ

75
00:06:33,835 --> 00:06:37,835
ก็คืออันแรก ก็คือเราสามารถทำความเข้าใจสิ่งต่าง ๆ ในโลกได้หมดไหม

76
00:06:40,478 --> 00:06:44,478
เราทำได้อย่างไรนะครับ แนววิทยาศาสตร์ ไม่แน่นอน

77
00:06:45,375 --> 00:06:49,375
สามารถเปลี่ยนแปลงได้ แล้วไอ้มุมขวากับตรงกลาง

78
00:06:50,535 --> 00:06:53,610
มันแย้งกันไหม ความรู้ทางวิทยาศาสตร์มีความคงทน เชื่อถือได้ด้วย เป็นอย่างไรกันแน่ แล้วก็มี 2 ไอคอนข้างล่าง

79
00:06:53,610 --> 00:06:57,038
นะครับ เรามาดูทีละอันนะครับ

80
00:06:57,038 --> 00:07:01,038
อันแรกเลยก็คือเราสามารถทำความเข้าใจต่าง ๆ

81
00:07:06,565 --> 00:07:10,334
อย่างเช่น ปรากฏการณ์นี้ (คุณครูเพลงชาติ) อย่างนี้คือรุ้งกินน้ำใช่ไหมครับ (คุณครูราม)

82
00:07:10,334 --> 00:07:12,570
ก็คือถ้าเรียกทั่ว ๆ ไป คือ รุ้งกินน้ำ

83
00:07:12,570 --> 00:07:16,570
แต่จริง ๆ ก็คือรุ้ง ก็คือ เรนโบว์นะครับ

84
00:07:18,545 --> 00:07:21,648
ซึ่งสมัยก่อนก็จะมีความเข้าใจอธิบายอื่น ๆ

85
00:07:21,648 --> 00:07:24,604
ปลายรุ้งแล้วจะเจอทองคำ (คุณครูราม) อะไรประมาณนั้น

86
00:07:24,604 --> 00:07:28,604
แต่ว่าในวิชาวิทยาศาสตร์เรามีคำอธิบาย โดยเฉพาะวิชาฟิสิกส์

87
00:07:29,789 --> 00:07:33,647
เรานะครับ เราก็สามารถสร้างรุ้งในห้องเรา

88
00:07:33,647 --> 00:07:37,174
ก็ได้ ในบ้านเราก็ได้ อย่างอันนี้ก็คือปริซึม

89
00:07:37,174 --> 00:07:39,420
ปริซึมก็คือแยกแสงออกมา 7 สี ได้เช่นเดียวกัน

90
00:07:39,420 --> 00:07:43,420
นะครับ  อันนั้นคือสิ่งที่พูดถึงในไอคอนแรกนะครับ การพูดถึงทางวิท

91
00:07:51,057 --> 00:07:52,613
ยาศาสตร์ไม่แน่นอน อย่างไรกันนะครับ ก็คือมันอย่างไรครับ

92
00:07:52,613 --> 00:07:55,611
อันนี้ (คุณครูเพลงชาติ) ไม่แน่นอน หมายถึงเปลี่ยนแปลงได้ (คุณครูราม)

93
00:07:55,611 --> 00:07:58,375
มีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับว่าหลักฐานที่เราค้นพบ คำอธิบาย ทฤษฎี

94
00:07:58,375 --> 00:08:02,375
ที่เกิดขึ้นใหม่ ๆ มันไม่ได้แข็งว่า

95
00:08:07,061 --> 00:08:10,505
ถ้าพูดแล้วต้องเชื่อตามนั้นนะครับ อันนั้นขึ้นอยู่กับ

96
00:08:10,505 --> 00:08:11,572
การทดลอง และการอธิบายใหม่ ๆ (คุณครูเพลงชาติ) เช่นตัวอย่าง

97
00:08:11,572 --> 00:08:15,572
อันนี้ ก็คือการทดลองของ JJ Thomson

98
00:08:15,583 --> 00:08:19,583
ซึ่งเป็นการทดลองทางรังสีทางซ้ายครับ

99
00:08:21,973 --> 00:08:25,973
ก็คืเป็นรังสีนะครับ แล้วพอเก็บได้

100
00:08:26,142 --> 00:08:30,142
Thomson ก็สร้างเป็นโม

101
00:08:31,066 --> 00:08:35,066
ด ก็บอกว่าบวกลบกระจายสม่ำเสมอ แต่พอลูกศิษย์เขาเอง ทำการทดลอง ก็คือ

102
00:08:37,982 --> 00:08:40,213
...นะครับ ก็ค้นพบว่าสิ่งที่อธิบายไว้นี่

103
00:08:40,213 --> 00:08:43,199
มันยังไม่ถูกต้องนัก (คุณครูเพลงชาติ) ก็คือต้องมีการปรับปรุงโมเดล

104
00:08:43,199 --> 00:08:44,892
นั่นคือตัวอย่างของคำว่า "เปลี่ยนแปลงได้" นะครับ

105
00:08:44,892 --> 00:08:48,892
ส่วนอีกความรู้... อีกไอคอนนะครับ ความ

106
00:08:54,670 --> 00:08:56,365
คงทน ก็คือเมื่อถูกยอมรับแล้ว ถูกยอมรับแล้ว

107
00:08:56,365 --> 00:08:59,516
ก็คือความรู้นั้น ก็คืออยู่คงทน อย่างเช่น ความรู้

108
00:08:59,516 --> 00:09:02,481
อันนี้ก็คือโครงสร้างอะตอมของ Dalton นะครับ

109
00:09:02,481 --> 00:09:06,481
มันเป็นทรงกลม รายละเอียดก็คือไม่สามรถ

110
00:09:11,077 --> 00:09:15,077
แต่พอมาเป็ร Thomson ก็คืออย่างน้อยมาเจออิเล็

111
00:09:15,080 --> 00:09:18,959
กนะครับ แล้วก็ไปถึงยุคของ Ruthford

112
00:09:18,959 --> 00:09:20,431
อันนั้นคือสิ่งที่เป็นไปตามกาลเวลา ท้ายที่สุด...

113
00:09:20,431 --> 00:09:24,431
(คุณครูเพลงชาติ) ต้องใช้ระยะเวลายาวนานมาก

114
00:09:24,895 --> 00:09:25,366
นะครับ  ไม่ใช่เป็นปี หรือเป็นเดือนนะครับ

115
00:09:25,366 --> 00:09:29,366
อีกไอคอนหนึ่งที่เกริ่นไว้ ก็คือ

116
00:09:29,900 --> 00:09:33,610
กฎมีความสัมพันธ์ และแตกต่างกันอย่างไรนะครับ กฎเป็นอย่างไรครับ

117
00:09:33,610 --> 00:09:37,610
คุณครูเพลงชาติครับ (คุณครูเพลงชาติ) รูปแบบ

118
00:09:42,287 --> 00:09:45,844
ก็คือมันเป็นแบบรูป Pattern นะครับ

119
00:09:45,844 --> 00:09:46,878
ธรรมชาตินะครับ แล้วมันเกิดซ้ำได้ และสามารถ

120
00:09:46,878 --> 00:09:50,878
อธิบายได้ อย่างกฎที่ดัง ๆ คือ... (คุณครูเพลงชาติ) กฎแรงโน้มถ่วง (คุณครูราม)

121
00:09:52,685 --> 00:09:56,606
หรือกฎการเคลื่อนที่ของนิวตันนะครับ

122
00:09:56,606 --> 00:09:59,061
ก็คือเป็นคำอธิบาย เป้นองค์ความรู้ที่ใช้คำ

123
00:09:59,061 --> 00:10:00,679
อธิบาย ไอ้แบบที่เกิดขึ้นเหล่านั้นในธรรมชาติ

124
00:10:00,679 --> 00:10:02,547
นะครับ แต่อย่างไรก็ตามที

125
00:10:02,547 --> 00:10:06,547
วิทยาศาสตร์จะไม่สามารถตอบได้ทุกคำถามนะครับ

126
00:10:14,449 --> 00:10:16,900
หลาย ๆ คำถามอย่างเช่น ความเชื่อ หรือสิ่งที่เกิดขึ้น

127
00:10:16,900 --> 00:10:17,501
จากการอธิบายโดยความคิดโดยคนใดคนหนึ่ง

128
00:10:17,501 --> 00:10:21,501
หรือกลุ่มคนใดคนหนึ่ง  อันนี้วิทยาศาสตร์จะไม่ยุ่งเกี่ยว

129
00:10:24,017 --> 00:10:28,017
นะครับ (คุณครูราม) เราไม่ยุ่งเกี่ยวนะครับ (คุณครูเพลงชาติ) ใช่ครับ

130
00:10:30,365 --> 00:10:30,859
อันนี้คือสิง่ที่เราพูดถึงในช่วง

131
00:10:30,859 --> 00:10:34,859
แรกนะครับ ต่อไปก็คือเป็นความรู้และพัฒนาการด้านวิทยาศาสตร์

132
00:10:35,590 --> 00:10:39,590
ใช่ไหมครับ ก็คือถ้าเราย้อนเวลาไปนี่ เราจะพูดถึงการพัฒนาการไป

133
00:10:46,834 --> 00:10:49,523
เราจะพูดถึงเป็นการพัฒนาการตั้งแต่สมัยกรีก

134
00:10:49,523 --> 00:10:51,614
สมัยกรีกนะครับ แล้วก็เป็นเชิง

135
00:10:51,614 --> 00:10:55,514
ปรัชญามาก่อน แล้วพัฒนามาเป็นวิทยาศาสตร์นะครับ และพัฒนามาเป็น

136
00:10:55,514 --> 00:10:59,514
ตัววิชาฟิสิกส์เอง ซึ่งก็เป็นส่วนหนึ่งของ

137
00:11:01,570 --> 00:11:05,570
วิชาวิทยาศาสตร์นะครับ แต่แน่นอนการพัฒนาการเหล่านี้

138
00:11:06,044 --> 00:11:08,437
มันมีความต้องการ ความต้องการของมนุษย์ ก็คือเราต้องการเอาองค์ความรู้ทางฟิสิกส์และวิทยาศาสตร์นี่

139
00:11:08,437 --> 00:11:12,437
เพื่ออาจจะใช้ในการผ่อนแรง หรือช่วยเหลือตามสะดวกนะครั

140
00:11:19,125 --> 00:11:22,729
บ ในการช่วยเหลือให้ความสะดวกนะครับ ตามรูปเหล่านี้นะครับ อันนี้นักเรียนตามไปเรื่อย ๆ นะครับ

141
00:11:22,729 --> 00:11:26,385
ส่วนคำอธิบายทั้งหลายนี่ ที่เกิดขึ้นในรายวิชาวิทยาศาสตร์นี่

142
00:11:26,385 --> 00:11:30,385
เกิดขึ้นในวิชาวิทยาศาสตร์นี่ อย่างการ

143
00:11:32,717 --> 00:11:36,717
เก็บรวบรวมข้อมูลอย่างกล้องโทรทรรศน์

144
00:11:38,796 --> 00:11:41,295
กาลิเลโอ บารอมิเตอร์ ก็ใช้ในการวัด

145
00:11:41,295 --> 00:11:41,433
ความดัน ความดันนะครับ

146
00:11:41,433 --> 00:11:45,433
ของตัวอุปกรณ์ทางการทดลองของเรา

147
00:11:47,599 --> 00:11:49,115
นะครับ ถ้าเราสรุป สรุปแนวทางที่ได้มา

148
00:11:49,115 --> 00:11:53,115
ซึ่งวิชาฟิสิกส์ เราจะมี 2 แนวทางด้วยกัน แนวทางที่ 1 ก็คือ

149
00:11:56,282 --> 00:11:57,914
การสังเกตทดลองนะครับ เก็บรวบรวมข้อมูล กับแนวทางที่ 2 คือ

150
00:11:57,914 --> 00:12:01,914
สร้างแบบจำลอง สร้างแบบจำลองนะครับ อย่างอันนี้

151
00:12:06,685 --> 00:12:09,070
ซึ่งเราก็จะค่อย ๆ เจอกันนะครับ อย่างอันนี้ก็คือตัวอย่างหนึ่งของกิจกรรม

152
00:12:09,070 --> 00:12:13,070
การได้มาซึ่งความรู้ทางวิทยาศาสตร์นี่ มันจะคล้าย ๆ กับกล่องปริศนา

153
00:12:16,495 --> 00:12:20,495
นี่นะครับ อันนี้ ก็คือกล่องปริศนา

154
00:12:22,414 --> 00:12:25,149
นี้ มันมีอะไรบางอย่างอยู่ข้างใน อยา่งเช่น

155
00:12:25,149 --> 00:12:27,664
อันที่ง่ายที่สุดก่อน คุณครูเพลงชาติ ลองทายดูก่อนว่า

156
00:12:27,664 --> 00:12:28,655
มีอะไร ห้ามเปิดนะครับ รูปทรงของวัตถุที่

157
00:12:28,655 --> 00:12:32,655
อยู่ในนี้ น่าจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร (คุณครูเพลงชาติ)

158
00:12:37,391 --> 00:12:40,562
ผม...เป็ (คุณครูเพลงชาติ) ลูกกลมโลหะ

159
00:12:40,562 --> 00:12:42,698
อะไรสักอย่าง (คุณครูราม) ก็คืออันนี้คือผมบอกเลยว่าง่ายนะครับ

160
00:12:42,698 --> 00:12:46,698
คุณครูเพลงชาติลองเปิดให้นักเรียนดู (คุณครูเพลงชาติ) รู้เลยครับ (คุณครูราม) ครับ

161
00:12:51,152 --> 00:12:55,147
(คุณครูเพลงชาติ) ถูกต้องครับ

162
00:12:55,147 --> 00:12:58,170
ลูกทรงกลมนะครับ ก็คือเป็นลูกเหล็กนะครับ ลูกเหล็ก

163
00:12:58,170 --> 00:12:59,031
นะครับ ผมบอกว่าง่ายนะครับ เอายากขึ้นนิดหนึ่ง

164
00:12:59,031 --> 00:13:01,215
กิจกรรมอย่างนี้แนะนำให้นักเรียนนี่

165
00:13:01,215 --> 00:13:05,215
ทำกับผู้ปกครองก็ได้ เพื่อนก็ได้ ก็คือ

166
00:13:09,694 --> 00:13:12,509
คนที่ใส่นี่ไม่บอกเรา ไม่บอกเรานะครับ แล้วเราค่อย ๆ เจาะ

167
00:13:12,509 --> 00:13:16,393
หาคำตอบไปเรื่อย ๆ นะครับ (คุณครูเพลงชาติ) อันนี้ยากจริง ๆ นะครับ

168
00:13:16,393 --> 00:13:20,393
ผม... น่าจะเป็นสี่เหลี่ยมคิวบิดไม้ไหมครับ

169
00:13:21,473 --> 00:13:25,473
ลูก... ไม้ไหมครับ (คุณครูราม) อันนี้ไม่เฉลย ครับ

170
00:13:26,942 --> 00:13:30,942
อันนี้แตกต่างนะครับ เพราะใช้เป็นกระป๋องโลหะนะครับ

171
00:13:31,028 --> 00:13:31,080
กระป๋องโลหะนะครับ (คุณครูเพลงชาติ) อันนี้วัสดุ

172
00:13:31,080 --> 00:13:35,080
น่าจะเป็นโลหะ เพราะผมได้ยินเสียงโลหะกระทบกัน (คุณครูราม) เราจะใช้ความรู้

173
00:13:36,276 --> 00:13:40,276
ประสบการณ์ องค์ความรู้ที่เรามีอยู่  ก็คือ

174
00:13:42,013 --> 00:13:45,553
พยามยามทำตัวอย่างนะครับ ว่าเวลาเราพินิจทำนาย

175
00:13:45,553 --> 00:13:48,093
ออกมามันต้องมีหลักการทางวิทยาศาสตร์ ว่าทำไมเราถึงคิดอย่างนั้น

176
00:13:48,093 --> 00:13:51,334
แล้วก็ค่อยเก็บข้อมูลนะครับ เก็บข้อมูล รวบรวมข้อมูลจนกระทั่ง

177
00:13:51,334 --> 00:13:55,334
เราได้คำอธิบาย แต่แนะนำว่ากิจกรรมเหล่านี้

178
00:13:58,765 --> 00:13:59,643
ต้องทำกับเพื่อน เราจะต้องไม่ทำเอง  เพราะถ้าเราทำเอง

179
00:13:59,643 --> 00:14:02,537
เราก็รู้อยู่แล้วว่ามีอะไรนะครับ

180
00:14:02,537 --> 00:14:03,049
โอเคนะครับ นะ ทีนี้กลับมาดูที่

181
00:14:03,049 --> 00:14:07,049
ตัวสไลด์ต่อนะครับ ก็คือว่าอันนี้

182
00:14:14,605 --> 00:14:18,605
การของการได้มาซึ่งความรู้ หรือกระบวนการทางววิทยาศาสตร์

183
00:14:18,981 --> 00:14:22,981
อย่างนั้นนะครับ ก็คือตามผลสรุปอันนี้นะครับ เพราะฉะนั้น การได้มาซึ่งความรู้ทางวิทยาศาสตร์นี่

184
00:14:25,172 --> 00:14:29,164
คือเราจะต้อง 1. นะครับ ก็คือสนใจ

185
00:14:29,164 --> 00:14:31,441
(คุณครูเพลงชาติ) ไม่ใช่ (คุณครูราม) หมดแล้วครับ

186
00:14:31,441 --> 00:14:35,441
โอเคนะครับ (เจ้าหน้าที่)

187
00:14:40,969 --> 00:14:43,003
5 4 3 2 1 (คุณครูราม)

188
00:14:43,003 --> 00:14:47,003
การได้มาซึ่งความรู้ทางวิทยาศาสตร์ยิ่งใหญ่

189
00:14:48,524 --> 00:14:52,524
ไม่ได้เกิดขึ้นโดยในชั่วครั้งชั่วคราว แต่ได้จากความสนใจ เจาะลึก การแก้ไข

190
00:14:57,522 --> 00:15:01,522
ปัญหา แล้วก็เก็บรวบรวม

191
00:15:02,445 --> 00:15:03,627
การเป็นขั้นเป็นตอนนะครับ อันนี้คือในหัวข้อแรกของเรา

192
00:15:03,627 --> 00:15:04,442
นะครับ [เสียงดนตรี]

193
00:15:04,442 --> 00:15:08,442


