﻿1
00:00:38,283 --> 00:00:42,283
(คุณครูราม) สวัสดีครับนักเรียน ขอต้อนรับเข้าสู่ห้องเรียน

2
00:00:50,732 --> 00:00:53,796
วิทยาศาสตร์ สสวท. นะครับ ผม ครูราม ติวารี (คุณครูเพลงชาติ) เพลงชาติ

3
00:00:53,796 --> 00:00:57,796
(คุณครูราม) เรามาต่อนะครับ จากที่หัวข้อ

4
00:00:57,854 --> 00:01:01,854
1.1 นะครับ ก็คือเราพูดจุดประสงค์ไป 3 ข้อ ตามที่สไลด์ที่โชว์ แล้วก็ฝากนักเรียนไปทบทวนของเก่าด้วยนะครับ ตามสไลด์ที่

5
00:01:06,779 --> 00:01:07,977
อยู่นี้ ทีนี้ จากวันนี้นะครับ เรามาขึ้นในหัวข้อ

6
00:01:07,977 --> 00:01:11,977
ถัดมา ก็คือหัวข้อ 1.1.2 ก็คือ

7
00:01:14,368 --> 00:01:18,368
พัฒนาการของหลักการและแนวคิดทางฟิสิกส์นะครับ เรามาดูว่ามีเรื่องราวอะไร ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับฟิ

8
00:01:23,008 --> 00:01:24,237
สิกส์นะครับ ก็มาดูต่อนะครับ นักฟิสิกส์นี่

9
00:01:24,237 --> 00:01:26,434
เวลาสังเกตเห็นแล้วอธิบาย สิ่งหนึ่ง

10
00:01:26,434 --> 00:01:30,434
ที่พวกเราต้องรู้ ก็คือต้องพบเจอกับ

11
00:01:38,457 --> 00:01:41,711
แรงกดดัน ทางความเชื่อ ทางสังคม แล้วก็ต้อง

12
00:01:41,711 --> 00:01:45,711
มีความอดทนนะครับ อดกลั้น ในการที่จะ

13
00:01:47,015 --> 00:01:51,015
ต่อสู้ไปสิ่งนั้น ตัวอย่างเช่นนะครับ ตัวอย่างเช่น ที่นักเรียนเห็นอันนี้ เป็นแบบจำลองนะครับ

14
00:01:51,015 --> 00:01:55,015
ที่มีโลกเป็นศูนย์กลาง เป็นความเชื่อ เป็นความ

15
00:01:57,993 --> 00:02:01,679
เชื่อของมนุษย์ ตั้งแต่ในสมัยโบราณกาล

16
00:02:01,679 --> 00:02:05,679
นะครับ มีผู้นำ มีผู้นำทางความคิดนี้ แล้วก็ได้บอกกล่าวไว้ ต่อมาได้มีการประกาศไว้

17
00:02:05,862 --> 00:02:09,862
ก็คือเขาชื่อปาโตเลมี ปาโตเลมี

18
00:02:10,203 --> 00:02:14,203
นี่เป็นศูนย์กลาง เพราะเราสังเกตได้อย่างนั้น

19
00:02:18,127 --> 00:02:20,926
โลกเป็นศูนย์กลางสิ่งต่าง ๆ บนเอกภพ

20
00:02:20,926 --> 00:02:24,926
แล้วความเชื่อนี้ ก็คงทนถาวรได้

21
00:02:25,447 --> 00:02:28,394
ระดับหนึ่ง จนกระทั่งมายุคของคาโปนิกัส ก็เกิดความ

22
00:02:28,394 --> 00:02:32,394
เปลี่ยนแปลงความคิด ที่บอกว่าโลกเป็นศูนย์กลาง ก็ค

23
00:02:35,029 --> 00:02:39,029
ือ Geosentric ประมาณสักปีคริสต์

24
00:02:43,032 --> 00:02:47,032
ศักราชนะครับ บอกว่าไม่ใช่หรอกนะครับ ความคิดที่น่าจะเป็นไปได้ตามความรู้

25
00:02:47,437 --> 00:02:51,437
ตามแบบจำลองคณิตศาสตร์ ที่เขาค้นคว้าหามา สิ่งที่

26
00:02:51,504 --> 00:02:55,504
เป็นศูนย์กลาง ก็คือสิ่งนี้

27
00:02:56,664 --> 00:02:57,310
ก็คือกลายเป็นดวงอาทิตย์นะครับ

28
00:02:57,310 --> 00:03:01,310
หรือเรียกว่า "ดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลาง" นะครับ

29
00:03:06,239 --> 00:03:10,239
ก็คือ Helerosentric system มันก็ต้องมีแร

30
00:03:15,048 --> 00:03:17,025
งแต่ว่ากลุ่มของนักวิทยาศาสตร์ด้วยกัน ก็มีการสนับสนุนซึ่งกันและกัน

31
00:03:17,025 --> 00:03:17,407
นะครับ ก็คือได้รับแนวคิดนี้

32
00:03:17,407 --> 00:03:21,407
ได้รับการสนับสนุนจากแคปเลอร์นะครับ แล้วแคปเลอร์ก็

33
00:03:21,835 --> 00:03:25,835
มีการสร้างแบบจำลอง แล้วมีการนำวิทย

34
00:03:31,050 --> 00:03:35,050
าศาสตร์เพื่อมาอธิบายนะครับ ต่อด้วย กาลิเลโอ กาลิเลโอก็ผลิตกล้องจุลทรรศน์ขึ้นมานะครับ

35
00:03:36,576 --> 00:03:39,478
เพื่อที่จะสนับสนุนแนวคิดของโคโปรนิคัสนะครับ

36
00:03:39,478 --> 00:03:43,478
ความคิดของตัวเคปเลอร์ ที่

37
00:03:43,752 --> 00:03:47,752
เขาพยายามที่จะสนับสนุนความคิดคาโปนิคัสอยู่

38
00:03:50,553 --> 00:03:54,512
เป็น 3 แรงผสานนะครับ ก็คือ

39
00:03:54,512 --> 00:03:55,171
เคปเลอร์ แล้วก็กาลิเลโอนะครับ (คุณครูเพลงชาติ) ซึ่งกาลิเลโอใช้

40
00:03:55,171 --> 00:03:59,000
กล้องโทรทรรศน์ ในการส่องดู ใช่ครับ ใช้

41
00:03:59,000 --> 00:04:03,000
หาความรู้ ก็คือเป็น เรียกว่า 3

42
00:04:04,448 --> 00:04:08,448
ประสาน 3 ประสานถึงรอดนะครับ เป็

43
00:04:11,072 --> 00:04:11,890
นของแรงกดดันทางสังคม หรือแรงกดดัน

44
00:04:11,890 --> 00:04:15,414
ถือนะฮะ แล้วตอนต่อมาก็เป็นยุค

45
00:04:15,414 --> 00:04:17,348
สมัยใหม่ ก็คือเป็นยุคของนิวตัน แล้วก็คือ

46
00:04:17,348 --> 00:04:21,348
มีเครื่องมือที่มาผลิตอุปกรณ์

47
00:04:26,064 --> 00:04:28,932
ใหม่ ๆ โดยเฉพาะแรงโน้มถ่วง หรือ Gravity

48
00:04:28,932 --> 00:04:32,932
นะครับ ก็ได้รับการยืนยันที่ได้

49
00:04:33,930 --> 00:04:37,247
ว่าแนวคิดที่เป็นแนวคิด ของที่มีดวงอาทิตย์

50
00:04:37,247 --> 00:04:41,247
เป็นศูนย์กลางนั้น คือคงทน คงทนกว่า

51
00:04:42,576 --> 00:04:45,672
ถาวรกว่านะครับ ทีนี้ถ้าเราพิจารณาดูลักษณะของการได้มาซึ่งความรู้

52
00:04:45,672 --> 00:04:49,672
ความรู้ของทางด้านวิทยาศาสตร์เรา มันเกิดขึ้นจาก 3 ประสานที่แข็งแกร่ง

53
00:04:53,452 --> 00:04:57,213
พันธะนี้แข็งแกร่งนะครับ ก็คือ

54
00:04:57,213 --> 00:05:00,792
มีไฟล์ที่เก็บสะสมข้อมูล การที่เก็บสะสมข้อมูลนะครับ จากหลาย ๆ ด้าน หลาย ๆ รูปแบบ นะครับ รอบด้าน

55
00:05:00,792 --> 00:05:04,792
แล้วสิ่งสำคัญ คือ มีแต่ข้อมูล เก็บข้อมูล

56
00:05:10,015 --> 00:05:14,015
อะไร ไม่มีประโยชน์อะไรนะครับ

57
00:05:14,542 --> 00:05:14,962
(คุณครูเพลงชาติ) ทำโมเดล (คุณครูราม) หลากหลายรูปแบบ ว่าจะ

58
00:05:14,962 --> 00:05:16,246
มาตีความหมายนะฮะ  แล้วนำมา

59
00:05:16,246 --> 00:05:20,246
ตกผลึกนะครับ ตกผลึกเป็นความรู้ใหม่

60
00:05:24,158 --> 00:05:27,982
เพราะนี่คือแนวทางของการสร้างความรู้

61
00:05:27,982 --> 00:05:31,982
ใหม่ ๆ ของวิชาทางด้านฟิสิกส์ของเรา  (คุณครูเพลงชาติ) แล้วจากไดอแกรม

62
00:05:33,139 --> 00:05:33,303
คือจากความรู้ใหม่ ที่

63
00:05:33,303 --> 00:05:37,303
เพิ่มขึ้น ก็จะกลายเป็นวนลูปแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ใช่ไหมครับ

64
00:05:41,305 --> 00:05:45,262
(คุณครูราม) ก็คืออาจจะมีการปรับเปลี่ยนไปบ้าง

65
00:05:45,262 --> 00:05:46,199
ก็คือจะได้องค์ความรู้ที่ถูกต้องมากขึ้น แม่นยำมากขึ้นนะครับ

66
00:05:46,199 --> 00:05:50,199
อันนี้คือที่มาขององค์ความรู้ ของฟิสิกส์

67
00:05:52,968 --> 00:05:56,968
ของเรา เพราะฉะนั้น นักเรียนเพิ่งขึ้นมาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

68
00:05:58,117 --> 00:06:02,117
ปีที่ 4 นี่ สิ่งที่จะเห็น ก็คือฟิสิกส์จะ

69
00:06:02,528 --> 00:06:06,528
การทดลอง เพราะว่าเราเน้นไปที่ตัวการหาองค์ความรู้ด้วยตัวเองนะครับ ไม่ใช่บอกความรู้ผ่าน ๆ กันมา

70
00:06:07,319 --> 00:06:09,075
ถ้าบอกความรู้ คือ คงทน ถาวร คนที่รู้

71
00:06:09,075 --> 00:06:13,075
ถ้าเราทำเอง เราหาเอง วันหนึ่งเราจะมีองค์ความรู้เอง

72
00:06:18,608 --> 00:06:22,608
นะครับ นี่คือความรู้ใหม่ ๆ ของวิชาฟิสิกส์ครับ [เสียงดนตรี]

