﻿1
00:00:18,934 --> 00:00:22,934
[เสียงดนตรี]

2
00:00:32,311 --> 00:00:36,311
(คุณครูราม) สวัสดีครับนักเรียน ขอต้อนรับ

3
00:00:39,513 --> 00:00:43,513
เข้าสู่ห้องเรียนวิทยาศาสตร์ สสวท. ครับ

4
00:00:50,095 --> 00:00:54,095
ผมครูราม ติวารี (คุณครูเพลงชาติ) ครูเพลงชาติ พรมมาพันธุ์ (คุณครูราม) เรามาพบในหัวข้อ 2.

5
00:00:54,171 --> 00:00:56,133
.2 นะครับ เป็นฟิสิกส์ของมัธยมศึกษา

6
00:00:56,133 --> 00:01:00,133
ปีที่ 4 นะครับ เนื่องจากนักเรียนเพิ่งขึ้นจากมัธยมศึกษาตอนต้นมา

7
00:01:00,202 --> 00:01:04,202
ก็จะมีศัพท์ที่ไม่คุ้นเคย

8
00:01:06,974 --> 00:01:10,974
อย่างเช่น วันนี้นำเสนอนะครับ ก็คือหัวข้อ 1.2.2 สัญกรณ์วิทยาศาสตร์นะครับ อันนี้คือภาษาไทยนะครับ

9
00:01:13,380 --> 00:01:15,475
จุดประสงค์ของการเรียนรู้นี้คืออะไร

10
00:01:15,475 --> 00:01:17,854
นะครับ จุดประสงค์ ก็คืออธิบาย

11
00:01:17,854 --> 00:01:21,854
สัญกรณ์วิทยาศาสตร์นะครับ  นักเรียนอาจจะงง ว่ามันคืออะไรนะครับ และ

12
00:01:25,579 --> 00:01:29,579
เขียนจำนวน หรือปริมาณนะครับ

13
00:01:30,980 --> 00:01:34,980
ในรูปสัญกรณ์วิทยาศาสตร์ เนื่องจากว่านักเรียนเพิ่งขึ้นมาจากมัธยมศึกษาปีที่ 4 เรามีข้อตกลง

14
00:01:35,452 --> 00:01:35,922
ที่มากมายที่จะต้องรับรู้ไว้นะครับ เพื่อจะใช้ต่อนะครับ

15
00:01:35,922 --> 00:01:39,922
ตัวสัญกรณ์วิทยาศาสตร์นี่ เราเรียกเป็นภาษา

16
00:01:44,723 --> 00:01:46,113
อังกฤษ ก็คือ Seientific Notation

17
00:01:46,113 --> 00:01:50,113
นะครับ มีที่มาที่ไปของที่ต้องรู้เรื่องนี้คืออะไร

18
00:01:50,267 --> 00:01:52,185
ปกติปริมาณทางฟิสิกส์ อาจจะมีค่ามาก ๆ นักเรียนอาจคุ้น

19
00:01:52,185 --> 00:01:56,185
ชินนะครับ กับตอนมัธยมศึกษาตอนต้นนี่

20
00:02:00,036 --> 00:02:04,036
นะครับ แต่พอขึ้นมามัธยมศึกษาตอนปลาย เราจะมีวิธีการรวบรัด

21
00:02:09,148 --> 00:02:09,216
ได้ง่ายนะครับ ไม่ผิดพลาดนะครับ มีค่ามากหรือน้อยกว่า 1 ก็ได้

22
00:02:09,216 --> 00:02:13,216
นะครับ ปริมาณตัวเลขหลาย ๆ ตัวอย่างนี้นี่

23
00:02:18,997 --> 00:02:22,997
นะครับ ก็เลยมีข้อตกลงในวิชาฟิสิกส์ของเรานะครับ มีการเขียน ในรูปแบบของการคูณ

24
00:02:25,757 --> 00:02:29,757
เลขนะครับ เป็นเลขยกกำลัง คือ มีตัวนำหน้าอยู่ 1 ตัวนะครับ แล้วก็คูณด้วยเลขยกกำลังนะครับ เพราะฉะนั้น

25
00:02:34,003 --> 00:02:37,259
ฐาน 10 นะครับ เพราะฉะนั้น ลักษณะของเลขอันนี้ ก็คือจะเป็นเลขตัวหนึ่ง

26
00:02:37,259 --> 00:02:41,259
นะครับ คูณกับ 10 ยกกำลังอะไรสักอย่าง ยกกำลัง N

27
00:02:45,042 --> 00:02:49,042
โดย A ของเราตรงนี้นี่นะครับ

28
00:02:49,987 --> 00:02:53,987
1-10 1-10 นะครับ n ก็คือเป็นเลขจำนวนเต็ม เป็นกำลังของ 10 นั่นเอง

29
00:02:57,501 --> 00:02:58,602
อย่างตัวเลขที่เราคุ้นชินนะครับ ก็คือถ้าเป็นมัธยมศึกษาตอนต้น

30
00:02:58,602 --> 00:03:02,602
อาจจะเขียนตัวนี้เป็น  3 ล้าน ก็คือ

31
00:03:04,803 --> 00:03:05,360
300 ล้านเมตรต่อวินาที

32
00:03:05,360 --> 00:03:09,360
แต่ว่าพอมาเขียน ในมัธยมศึกษา

33
00:03:11,724 --> 00:03:15,724
ตอนปลายนะครับ ก็จะนำเสนอว่า 3.00 x 10

34
00:03:19,019 --> 00:03:22,067
ยกกำลัง เมตร/วินาที

35
00:03:22,067 --> 00:03:25,146
นี่ก็คือค่า a นะครับ ค่า a ก็คือ 3.00 นะครับ N N ก็คือ

36
00:03:25,146 --> 00:03:29,146
8 นะครับ ก็คือ 10 ยกกำลัง n ก็คือ 10 ยกกำลัง 8

37
00:03:31,089 --> 00:03:35,089
เพราฉะนั้น A ตัวนี้ ก็คือ จะมีเลขหน้าทศนิยม

38
00:03:39,020 --> 00:03:43,020
เสมอนะครับ แล้วก็เลขหลังทศนิยม ก็ตามที่

39
00:03:43,022 --> 00:03:47,022
มีเลขนัยสำคัญมาอย่างไร มีความสำคัญอย่างไร  (คุณครูเพลงชาติ) จะไปดูในหัวข้อถัดไป (คุณครูราม) อันนั้นอีกหัวข้อหนึ่ง แต่หลังจุด

40
00:03:48,310 --> 00:03:52,310
แน่ ๆ นะครับ ก็คือขึ้นอยู่กับความน่าเชื่อ

41
00:03:55,026 --> 00:03:55,793
นะครับ ตัวเลขอื่นก็คืออย่างเช่น รัศมี

42
00:03:55,793 --> 00:03:57,257
ของอะตอมของไฮโดรเจน

43
00:03:57,257 --> 00:04:01,257
อาจจะเป็นสิ่งที่ไกลตัวนักเรียน จะเจอจริงจัง ตอน

44
00:04:01,270 --> 00:04:05,270
มัธยมศึกษาปีที่ 6 เลย

45
00:04:08,503 --> 00:04:12,503
เทอมสุดท้ายเลยนะครับ ถ้าเขียนเป็นตัวเลขทั้งหมด ก็คือไม่รู้ 0 กี่ตัวนะครับ นับเอาเองนะครับ

46
00:04:12,651 --> 00:04:16,651
พอเรารวบกระชับเ พื่อไม่ให้เกิดการคาดเคลื่อน เรา

47
00:04:17,185 --> 00:04:21,185
นำเสนอในรูปของสัญกรณ์วิทยาศาสตร์นี่ เราจะเขียนว่า

48
00:04:25,012 --> 00:04:28,675
5.3 นะครับ คูณกับ 10 ยกกำลัง 11

49
00:04:28,675 --> 00:04:32,675
เมตรนะครับ 5.3 ตรงนี้ก็คือ A

50
00:04:33,097 --> 00:04:36,197
ที่อยู่ข้างหน้านะครับ ส่วน n กรณีนี้

51
00:04:36,197 --> 00:04:40,197
เพราะฉะนั้น n เป็นจำนวนเต็มบวกก็ได้

52
00:04:42,644 --> 00:04:46,644
นะครับ อันนี้คือเรื่องราวของสัญกรทางวิทยาศาสตร์นะครับ (คุณครูเพลงชาติ) ก็คือสรุปแล้ว ก็คือเขียนในรูปแบบ

53
00:04:50,510 --> 00:04:54,510
(คุณครูราม) อยู่ระหว่าง 1-10 นะครับ คูณกับเลขยกกำลังอะไรสักอย่างหนึ่งนะครับ

54
00:04:57,557 --> 00:04:58,435
นักเรียนมาดูตัวอย่าง ของการเขียนสัญกรทางวิทยาศาสตร์ของ

55
00:04:58,435 --> 00:05:02,435
เรานะฮะ ก็คือว่าจงเขียนสัญกรณ์วิทยาศาสตร์ต่อไปนี้

56
00:05:05,755 --> 00:05:06,864
ให้อยู่ในรูปของสัญกรณ์วิทยาศาสตร์นะครับ ตัวเลขแรก ก็คือ

57
00:05:06,864 --> 00:05:10,864
14,000 เมตร 14,000 เมตรนะครับ

58
00:05:13,156 --> 00:05:17,156
เราก็ต้องเขียนในรูปของ A A ก็คือเลข

59
00:05:17,266 --> 00:05:21,266
หน้าทศนิยม ก็คือ 1 ตำแหน่งนะครับ

60
00:05:21,338 --> 00:05:25,338
แล้วก็หลังทศนิยม ก็คือ .4 นะครับ เนื่องจากว่าถ้าเป็นจำนวนเต็มอย่างนี้น่ะครับ ในจำนวนเต็ม เราจะรู้ว่า

61
00:05:28,852 --> 00:05:32,852
นับกี่ตัวก็คือ 0 จะนับก็ได้ เขียนอย่างนี้ก็คือเขียนแบบนี้

62
00:05:35,564 --> 00:05:36,072
นะครับ ก็จะมีเลขนัยสำคัญ อยู่ 2 ตัว ตัวเลขต่อมา

63
00:05:36,072 --> 00:05:40,072
ก็คือ 0.0047 กิโลกรัม

64
00:05:41,841 --> 00:05:45,841
ก็จะได้เป็น 4.7 x 10 ยกกำลัง -3

65
00:05:50,755 --> 00:05:52,103
และนี้คือเรื่องราวของสัญกรณ์วิทยาศาสตร์ ที่นักเรียนจะต้องไปทบทว แล้วก็จะต้องเอามาใช้

66
00:05:52,103 --> 00:05:56,103
ทั้งมัธยมศึกษาตอนปลายนะครับ ที่เราจะนำมาใช้ในวิชาฟ

67
00:06:03,064 --> 00:06:04,203
ิสิกส์กันนะครับ [เสียงดนตรี]

68
00:06:04,203 --> 00:06:08,203


