﻿1
00:00:00,000 --> 00:00:01,201

2
00:00:01,845 --> 00:00:03,031

3
00:00:03,184 --> 00:00:10,390

4
00:00:10,415 --> 00:00:15,615

5
00:00:15,821 --> 00:00:21,751

6
00:00:21,771 --> 00:00:24,792

7
00:00:24,781 --> 00:00:29,580

8
00:00:29,711 --> 00:00:29,984

9
00:00:30,251 --> 00:00:35,023
สวัสดีครับนักเรียนขอต้อนรับเข้าสู่ห้องหัวหน้าธรนะครับผมครูตาม

10
00:00:35,727 --> 00:00:42,164
3 กุมภาพันธ์ครับพบกันในหัวข้อ 1.3.2 การวิเคราะห์ผลการทดลองนะครับ

11
00:00:42,042 --> 00:00:43,421
แกต่อจากครั้งที่แล้ว

12
00:00:43,723 --> 00:00:48,078
มาดูหัวข้อนี้มีจุดประสงค์ของการเรียนรู้คืออะไรนะครับ

13
00:00:48,072 --> 00:00:50,584
อุปสงค์ของการในรูปของหัวข้อนี้คือ

14
00:00:50,443 --> 00:00:53,445
อธิบายนะครับอธิบายความสัมพันธ์ของ

15
00:00:53,441 --> 00:00:55,681
ความสำคัญของสมการเชิงเส้น

16
00:00:55,752 --> 00:00:58,635
ตลกดีเนี่ยในการเชิงเส้น

17
00:00:58,515 --> 00:01:02,989
และสามารถจัดสมการที่ไม่อยู่ในรูปของเชิงเส้น

18
00:01:03,132 --> 00:01:05,163
ให้อยู่ในรูปของสมการเชิงเส้น

19
00:01:05,503 --> 00:01:09,929
และมันจะอยู่ยังไงเนี่ยเดี๋ยวค่อยมาว่ากันพร้อมทั้งเขียนกราฟ

20
00:01:09,852 --> 00:01:13,626
และหาค่าของปริมาณต่างๆนะครับจากกราฟ

21
00:01:13,574 --> 00:01:14,373
จบได้

22
00:01:14,412 --> 00:01:14,669

23
00:01:14,594 --> 00:01:14,963

24
00:01:15,103 --> 00:01:17,787
ตัวอย่างของกราฟเส้นตรงอยู่ข้างๆนะครับ

25
00:01:17,862 --> 00:01:23,225
เพลงชาติช่วยนำแสดงให้นักเรียนได้รู้ที่ว่าอันนี้มันมีประโยชน์อะไรยังไงนะครับ

26
00:01:23,508 --> 00:01:27,097
จากการทดลองนะครับถ้าพอตกราฟระหว่าง

27
00:01:27,013 --> 00:01:33,108
สภาพแม่เหล็กหรือแมคสเตชั่นตัว M นะครับปรับความเข้มของสนามแม่เหล็ก

28
00:01:33,042 --> 00:01:36,879
สมบัติของวัด

29
00:01:36,822 --> 00:01:42,805
วัสดุที่เราวัดได้ขายแล้วเรียกมันว่าวัสดุแม่เหล็กได้ด้วยนะครับอันนี้คือตัวอย่างของการทดลอง

30
00:01:42,917 --> 00:01:45,821
ในห้องแลปในห้องปฏิบัติการทั่วไปนะครับ

31
00:01:45,916 --> 00:01:49,712
มาดูของเราระดับนี้ก็คือมัธยมศึกษาปีที่ 4 ครับ

32
00:01:49,693 --> 00:01:52,746
ถ้ามีตัวอย่างของข้อมูล

33
00:01:52,694 --> 00:01:57,722
นะครับตัวอย่างของข้อมูลที่จะมาทำการวิเคราะห์ผลการทดลองนะครับ

34
00:01:57,701 --> 00:01:58,313

35
00:01:58,602 --> 00:02:01,545
ผลการทดลองวัดตำแหน่งของธาตุ

36
00:02:01,603 --> 00:02:06,963
เป็นคนรู้จักนะครับไปซื้อหอยทากนะครับตัวหนึ่งที่เคลื่อนที่ในแนวตรงนะครับ

37
00:02:06,942 --> 00:02:07,490

38
00:02:08,204 --> 00:02:13,205
เป็นข้อมูลข้อมูลชุดหนึ่งที่มาใช้ในการฝึกนะครับในรอบนี้

39
00:02:13,783 --> 00:02:21,881
ข้อมูลชุดนี้ก็คือมีเวลาเวลานี้เป็นนาทีนะครับเวลาเป็นนาทีแล้วก็ตำแหน่งณตำแหน่งต่างๆที่เป็นหน่วยเซนติเมตร

40
00:02:22,242 --> 00:02:26,682
โดยมีค่าความคลาดเคลื่อนของการวัดมาด้วยนะครับ

41
00:02:26,652 --> 00:02:26,961

42
00:02:26,921 --> 00:02:30,496
1 นาทีมีค่าเท่ากับ 1.9 บวกลบ

43
00:02:30,702 --> 00:02:37,287
0.2 นะครับ cm นะครับอันนี้คือตารางช่องแรกและช่องถัดไปก็คือนักเรียนดูนะครับ

44
00:02:37,812 --> 00:02:43,389
วิธีการให้เธอเราจะนำข้อมูลแถวคอลัมน์หน้าหน่อยครับเมื่อคืน 1.9 3.1 รายนี้

45
00:02:43,575 --> 00:02:48,798
กราฟทางขวาที่นักเรียนเห็นนะครับโดย

46
00:02:48,702 --> 00:02:51,929
นอนให้เป็นเวลานะครับจะนอนเวลาไหนครับ

47
00:02:51,823 --> 00:02:56,212
มันจะนอนเนี่ยช่วงมันก็คือเท่ากันเพราะว่าเริ่มต้นจาก 1

48
00:02:56,143 --> 00:02:58,721
เป็น 2 เป็น 3 เป็น 4 ไปเรื่อยๆนะครับ

49
00:02:58,574 --> 00:03:00,871
ส่วนการตั้งนะครับก็คือ

50
00:03:00,823 --> 00:03:06,767
แต่งตัวคอลัมน์แนน 1.9 3.1 อะไรอย่างนี้ไปก่อนแล้วก็เอาใส่สเกลนะครับ

51
00:03:06,823 --> 00:03:08,222
ไปเป็นหน่วยเซนติเมตร

52
00:03:08,622 --> 00:03:14,388
ที่สำคัญให้เคมันมีความคลาดเคลื่อนทางเรานำเสนอความคลาดเคลื่อนยังไงครับคุณครูแห่งชาติ

53
00:03:14,385 --> 00:03:16,914
อาจจะเป็นแท่ง Error Bar นะครับ

54
00:03:17,202 --> 00:03:20,420
กราฟสถิติคือตัวที่

55
00:03:20,292 --> 00:03:24,241
มีที่อยู่ข้างบนคืออยู่ข้างล่างตัวข้อมูลที่

56
00:03:24,133 --> 00:03:29,548
อยู่ขอรับหน้านี้ถือเป็นจุดเป็นจุดอยู่ตรงกลางนะคะบวกลบ

57
00:03:29,500 --> 00:03:32,650
ว่าแกน y คือตัวตำแหน่งนะครับ

58
00:03:32,594 --> 00:03:34,983
ค่าที่บวกก็คือขึ้นไปบน

59
00:03:34,902 --> 00:03:35,982
092

60
00:03:35,986 --> 00:03:39,228
0.2 นะครับ

61
00:03:39,193 --> 00:03:44,898
ว่าค่ากลางและถือเป็นค่าที่อย่างเช่นข้อมูลตัวแรก 1.9.9 เนี่ย

62
00:03:44,832 --> 00:03:46,125

63
00:03:46,032 --> 00:03:50,181
1.9 บวกกับ 0.2 ก็คือ 2.1 นะครับ

64
00:03:50,081 --> 00:03:54,685
แล้วก็ลบ 0.1.7 อะไรอย่างนี้นะครับอันนี้คือข้อมูลแต่ละตัว

65
00:03:54,612 --> 00:03:55,040

66
00:03:55,181 --> 00:03:58,208
เสร็จแล้วในการเชื่อมโยงเพื่อที่จะ

67
00:03:58,453 --> 00:04:01,094
ความสัมพันธ์ของกราฟ

68
00:04:01,033 --> 00:04:03,153
น่าจะเป็นเส้นตรงเมื่อกี้

69
00:04:03,134 --> 00:04:08,348
ในการลากเส้นทำไงครับเพลงชาติครับ

70
00:04:08,201 --> 00:04:11,223
เฉลี่ยค่าข้อมูลที่เราโพสในกราฟทั้งหมดนะครับ

71
00:04:11,201 --> 00:04:12,150

72
00:04:12,372 --> 00:04:15,412
จากรูปก็จะเห็นเป็นเส้นทึบล่ะครับที่อยู่ในกราฟครับ

73
00:04:15,314 --> 00:04:18,892
เส้นทึบเส้นทึบสีน้ำเงินหน่อยครับ

74
00:04:18,821 --> 00:04:21,250
เป็นตัวอย่างของเส้นกราฟที่

75
00:04:21,255 --> 00:04:27,244
ดีที่สุดนะครับดีที่สุดเพราะมีข้อมูลอยู่ข้างบน 1 ข้ามีข้างล่างนะครับ

76
00:04:27,102 --> 00:04:29,639
ข้างบนหลังคานะครับข้างล่าง 1 ค่า

77
00:04:29,592 --> 00:04:32,850
ข้างบนหลังคานะครับข้างล่างชิดเขียนนะครับ

78
00:04:32,743 --> 00:04:36,321
แล้วก็มีอันนี้นะครับแล้วก็มีตัวนี้ครับ

79
00:04:36,254 --> 00:04:38,678
ไม่จำเป็นว่าเส้นกราฟที่ดีที่สุดเนี่ย

80
00:04:38,622 --> 00:04:40,135
ต้องผ่านข้อมูล

81
00:04:40,361 --> 00:04:41,892

82
00:04:41,831 --> 00:04:45,588
มีการเฉลี่ยคือถ้าอยู่ด้านบนก็ต้องอยู่ด้านล่างนะครับ

83
00:04:45,611 --> 00:04:48,770
อันนี้คือเส้นกราฟที่บอกว่าเป็นเส้นกราฟที่อธิบาย

84
00:04:48,821 --> 00:04:51,361
ความสัมพันธ์ของตำแหน่ง

85
00:04:51,371 --> 00:04:52,511
เวลาได้ดีที่สุด

86
00:04:52,541 --> 00:04:57,843
แล้วยังมีตัวเส้นประในครับเส้นปลาที่ปรากฏในกราฟนี้นะครับ

87
00:04:57,857 --> 00:05:03,293
เล่นตานี้เทเป็นตัวแทนที่รองลงมาจากเส้นกราฟที่ดีที่สุดโดยมี

88
00:05:03,431 --> 00:05:06,179
ก็คือเส้นป๋าที่อยู่ด้านบน

89
00:05:06,040 --> 00:05:11,891
ตัวนี้นะครับเส้นปลาที่อยู่ด้านบนตัวนี้นะครับก็คือเส้นที่มีค่าความชันมากที่สุด

90
00:05:11,952 --> 00:05:16,306
และตัวนี้จะเป็นค่าของความชันน้อยที่สุด

91
00:05:16,301 --> 00:05:18,463
ทั้ง 2 เส้นเนี่ยวิธีลากก็คือ

92
00:05:18,342 --> 00:05:19,797
จะเป็นเส้นที่

93
00:05:20,081 --> 00:05:23,932
ดีลดลงมาจากตัวเส้นทึบ

94
00:05:23,800 --> 00:05:29,342
แต่ว่ายังคงอยู่ในกรอบนะครับของข้อมูลนะครับของข้อมูลที่เรามีในการ

95
00:05:29,290 --> 00:05:34,217
ใส่ลงไปก็จะมีตัวบ้าหรือค่าแอร์เลยเนี่ยเข้ามาเกี่ยวข้องไหมครับ

96
00:05:34,091 --> 00:05:36,187
ก็ลองดูนะครับอันนี้คือ

97
00:05:36,103 --> 00:05:39,594
การลากเส้น 3 เส้นที่จะใช้ในการอธิบายนะคะ

98
00:05:39,491 --> 00:05:42,725
มีเส้นแนวโน้มแล้วเราสามารถหาความชัน

99
00:05:42,761 --> 00:05:48,821
ได้ครับเรามาดูกันความชันทำยังไง

100
00:05:49,090 --> 00:05:53,849
ผลการทดลองตำแหน่งของธาตุในคาบที่เราพูดไว้เมื่อกี้นะครับ

101
00:05:53,831 --> 00:05:56,323
ถ้าเราต้องการหาความชันทำยังไงนะครับ

102
00:05:56,262 --> 00:05:58,114
มันมีเส้นประ

103
00:05:58,001 --> 00:05:58,219

104
00:05:58,331 --> 00:06:02,958
จากตัวเส้นทึบนะครับลงมานะครับลงมาแล้วคือตัวนี้หน่อยครับ

105
00:06:03,520 --> 00:06:09,092
อันนี้คือเส้นผ่าศูนย์กลางแนวดิ่งเมื่อคืนเดียวถวายไหมครับเดี๋ยวจะวายหรือค่าของ

106
00:06:08,951 --> 00:06:09,950
ตัว

107
00:06:10,061 --> 00:06:16,153
ผลต่างของตำแหน่งจะมี 10.60 นะครับเมื่อคืนก็เข้ามาตัวเลขนี้นะครับ

108
00:06:16,122 --> 00:06:17,284
7.60

109
00:06:17,233 --> 00:06:24,583
ลบด้วย 0.6 cm 10.60 รับด้วย 0.60 60 cm นี้มาจากไหนก็มาจากตัว

110
00:06:24,580 --> 00:06:26,980
แต่งตั้งในแฟนตั้งที่อ่านได้ไหมครับ

111
00:06:27,670 --> 00:06:27,905

112
00:06:27,910 --> 00:06:31,693
ซึ่งการพัฒนาเกษตรเราต้องมีค่า

113
00:06:32,083 --> 00:06:37,908
ว่าค่าต่างๆของข้อมูลละเอียดนะครับที่อ่านได้นะครับอันนี้คือค่าของผลต่างกันตั้ง

114
00:06:37,841 --> 00:06:38,087

115
00:06:38,051 --> 00:06:40,204
ส่วนผลต่างกันนอนก็คือ

116
00:06:40,212 --> 00:06:43,994
ตรงนี้คือ 5.5 5.5

117
00:06:43,929 --> 00:06:44,946
นี่คือ

118
00:06:45,101 --> 00:06:50,910
นาทีนะครับแล้วก็ค่าแรกตัวนี้คือเท่ากับ 0.5 เคารพกันเท่ากับ

119
00:06:51,042 --> 00:06:51,713

120
00:06:51,699 --> 00:06:53,404
นาที

121
00:06:53,742 --> 00:06:59,317
ซึ่งออกมาจะหาความชันของเรากำลังจะทำการวิเคราะห์แบบฝึกความชันของกราฟเส้น

122
00:06:59,172 --> 00:07:04,161
อากาศก็คือผลต่างของการตั้งหารด้วยผลต่างกันนอนนะครับ

123
00:07:04,061 --> 00:07:09,163
Kinetic ก็ได้เป็น 10.00 cm หารด้วย

124
00:07:09,040 --> 00:07:13,276
5.00 เมตรในนาทีนะครับ

125
00:07:13,210 --> 00:07:15,682
ตัวนี้นะครับ

126
00:07:15,580 --> 00:07:17,674
2.00 เซนติเมตร

127
00:07:17,710 --> 00:07:21,918
นาทีนะครับต่อนาทีนะครับอันนี้คือค่าความชันของ

128
00:07:21,849 --> 00:07:24,010
รับเส้นตรงนี้นะครับ

129
00:07:24,161 --> 00:07:27,013
มีอะไรอีกที่เราต้องวิเคราะห์ในการรายงานนะครับ

130
00:07:26,921 --> 00:07:30,356
ค่าความคลาดเคลื่อนของความชัน

131
00:07:30,639 --> 00:07:34,159
ค่าความคลาดเคลื่อนของความชันหาได้อย่างไรครับ

132
00:07:34,149 --> 00:07:39,722
หาได้จากตัวความชันของเส้นที่มีความสำคัญมากที่สุดที่มันที่มันมี 2 เส้นใช่ไหมครับ

133
00:07:39,728 --> 00:07:46,659
ปลาที่มีความชันมากนะครับแล้วก็หาความจำแบบเดียวกันนะครับแล้วเส้นปลาที่มีความชันน้อยแล้วก็หา

134
00:07:46,576 --> 00:07:47,506
ความสำคัญของ

135
00:07:47,498 --> 00:07:51,358
เล่นมานะครับแล้วก็ลบกันก็คือ

136
00:07:51,250 --> 00:07:54,692
ตรวจค่าคลาดเคลื่อนของความชันก็คือครึ่งนะครับ

137
00:07:54,580 --> 00:08:01,804
ของผลต่างของความชันมากกับความชันน้อยก็ลบกันนะครับ 2.07 ที่มาจากตัว

138
00:08:01,839 --> 00:08:03,485
การหาความชัน

139
00:08:03,432 --> 00:08:08,633
1.9 แสนกว่าบาทจากการหาความชัน

140
00:08:08,684 --> 00:08:09,292

141
00:08:09,401 --> 00:08:11,422
ออกมาเป็นตัวนี้นะครับ

142
00:08:12,100 --> 00:08:12,324

143
00:08:12,281 --> 00:08:12,646

144
00:08:12,790 --> 00:08:15,662
นี่คือสิ่งที่เราจะรายงานก็คือ

145
00:08:15,612 --> 00:08:18,591
องค์ประกอบของรายงานก็คือจะมีความชันนะครับ

146
00:08:18,550 --> 00:08:21,053
คาดเคลื่อนของความชัน

147
00:08:21,191 --> 00:08:21,479

148
00:08:21,579 --> 00:08:24,426
ถ้าเป็น 2.00 บวกลบ

149
00:08:24,311 --> 00:08:29,613
0.07 cm ต่อศิริตัวรายงานผลนะคะ

150
00:08:30,100 --> 00:08:32,322
ต่อไปนะครับยังมีค่า

151
00:08:32,469 --> 00:08:36,729
ความคลาดเคลื่อนหรือคลาดเคลื่อนของจุดตัดแกนตั้ง

152
00:08:36,821 --> 00:08:40,496
จุดตัดแกนตั้งและถือว่าถ้าเรามาดูที่ตัว

153
00:08:40,451 --> 00:08:44,648
จุดตัดของเส้นประบน

154
00:08:44,711 --> 00:08:48,579
จะตัดของเส้นสายล่างหน่อยครับนักเรียนต้อง

155
00:08:48,460 --> 00:08:50,517
อ่านค่าละเอียดในฮะ

156
00:08:50,589 --> 00:08:53,073
แล้วก็เอามาใช้ในการหา

157
00:08:53,139 --> 00:08:56,437
เคลื่อนของจุดตัดแกนตั้ง

158
00:08:56,350 --> 00:08:58,199
ขึ้นของ

159
00:08:58,208 --> 00:08:59,849
จัดสูงนะครับ

160
00:08:59,860 --> 00:09:05,503
ลบด้วยจะต่ำก็อ่านจากตัวกลางนะครับก็จะมีค่าเท่ากับ

161
00:09:05,649 --> 00:09:09,606
แมงวันอยู่ใต้แก่นะครับก็คือลบ 0.2 นะครับ

162
00:09:09,549 --> 00:09:15,958
ลบลบลบลบหน่อยครับ 16:00 น แล้วก็หารด้วย 2 สุดท้าย

163
00:09:16,094 --> 00:09:17,338
มีค่าเท่ากับ

164
00:09:17,292 --> 00:09:19,345
0.20 cm นะครับ

165
00:09:20,321 --> 00:09:24,901
อันนี้คือค่าที่เราได้ที่นี่เวลาเรารายงานนะครับ

166
00:09:24,912 --> 00:09:26,131
เวลาเรารายงาน

167
00:09:26,139 --> 00:09:29,510
ก็ต้องเอาจุดตัดแกนตั้งของกราฟเส้นตรงคือ

168
00:09:29,471 --> 00:09:30,661
ตัวนี้

169
00:09:30,608 --> 00:09:32,570
มาเขียนก็จะมีค่าเท่ากับ

170
00:09:32,471 --> 00:09:36,099
ลดของ 0.40 CT คือตัวเส้นทึบ

171
00:09:36,129 --> 00:09:36,950
เส้นทึบ

172
00:09:36,908 --> 00:09:40,956
บวกลบกับ 0.2 ที่หาได้เมื่อกี้นะครับ

173
00:09:40,930 --> 00:09:44,285
ถ้ามีรถอยู่ข้างหน้าพ่อมึงตายไอ้แก่ไอ้แก่

174
00:09:45,369 --> 00:09:50,546
นี่คือเรื่องราวของการรายงานตัวความชันแต่ค่าขึ้นของความชัน

175
00:09:50,410 --> 00:09:55,247
ถ้าต้องการสร้างสมการก็คือเราอาจจะเขียนสมการเป็น

176
00:09:55,362 --> 00:09:58,523
Y = MX ไหมคะ

177
00:09:59,079 --> 00:10:02,228
+44 ก็ใช้ตัวนี้นะครับ

178
00:10:02,143 --> 00:10:10,153
ความฉันก็เสียค่าเมื่อกี้และแกนอนที่สุดนะครับจ่ายเป็นทีก็คือจะนอนแบบเดียวกัน

179
00:10:10,150 --> 00:10:12,567
สมการเชิงเส้น

180
00:10:12,520 --> 00:10:15,943
สำหรับความสัมพันธ์ที่เป็นตัวอย่างกับงานนี้เธอ

181
00:10:15,849 --> 00:10:17,756
ความสัมพันธ์ในรูปของ

182
00:10:17,828 --> 00:10:20,833
ถ้าความดันของแก๊สกับปริมาตร

183
00:10:20,858 --> 00:10:26,351
หน้าตาของการทดลองเอามาเป็นรูปโค้งนี้ถ้าเป็นอย่างนี้

184
00:10:26,288 --> 00:10:27,932
เราไม่สามารถที่จะ

185
00:10:27,969 --> 00:10:28,345

186
00:10:28,088 --> 00:10:29,417
Army

187
00:10:29,438 --> 00:10:36,612
เจ็บนิดนึงนะครับตรงแกนแนวนอนนะครับเป็นวีนะครับ

188
00:10:36,849 --> 00:10:46,634
เป็นกราฟเส้นโค้งจะมีข้อเป็นจุดอ่อนมันไม่สามารถที่จะปรับให้เป็นสมการคณิตศาสตร์ที่เป็นเส้นตรงได้กราฟเชิงเส้นด้าย

189
00:10:46,719 --> 00:10:52,383
แต่มีวิธีการครับจากกราฟนี้คือที่เป็นเส้นโค้งเนี่ยถ้าเราเปลี่ยนแกนนอนนะครับ

190
00:10:52,418 --> 00:10:53,698
อีกรูปแบบหนึ่ง

191
00:10:53,768 --> 00:10:56,363
แล้วก็สามารถที่จะปรับให้กราฟจาก

192
00:10:56,470 --> 00:10:57,939
โครงไก่เป็น

193
00:10:57,878 --> 00:11:01,895
เส้นตรงได้ก็คือเขียนจากวีนะครับกลายเป็น 10 หวีนะครับ

194
00:11:01,840 --> 00:11:06,093
แล้วพี่ก็แต่งตั้งเหมือนเดิมนะครับไม่ได้ว่ามันได้เป็น

195
00:11:06,008 --> 00:11:10,763
กราฟเส้นตรงผ่านจุด 00 ไหมครับและเราก็สามารถที่จะเอากราฟให้ครับ

196
00:11:10,628 --> 00:11:12,720
ไปวิเคราะห์สมการเชิงเส้น

197
00:11:12,728 --> 00:11:16,320
เพื่อที่จะนำไปใช้ในการวิเคราะห์ได้นะครับ

198
00:11:16,327 --> 00:11:17,273
นิเคอิ

199
00:11:17,350 --> 00:11:22,067
เรื่องราวของแปลงจากกราฟเดิมนะครับที่เป็นเส้นโค้งมาเป็นเส้นตรงนะครับ

200
00:11:21,969 --> 00:11:26,888
โดยสมการของมนุษย์ CP แปรผันตรงกับ 10 วิ

201
00:11:26,831 --> 00:11:32,548
ขอแปลจากแปรผันเป็นเท่ากับก็ได้เป็น P = เขตคุณกับ 1 สวี

202
00:11:32,529 --> 00:11:38,631
กูมีค่าคงตัวและเรื่องราวในครับของการแปลงกราฟจาก

203
00:11:38,828 --> 00:11:40,960
กราฟเส้นโค้งไปเป็นเส้นตรง

204
00:11:40,928 --> 00:11:41,152

205
00:11:41,048 --> 00:11:41,315

206
00:11:41,442 --> 00:11:46,409
มันไม่จบแค่นั้นมันยังมีประโยชน์ที่เราได้จากกราฟเพื่อเธออย่างเช่น

207
00:11:46,389 --> 00:11:48,659
กราฟระหว่างแรงกับการกระจัด

208
00:11:48,820 --> 00:11:55,435
เราสามารถหางานนะครับโดยนิยามในอนาคตของนักเรียนหรือว่าไม่ใช่ในเทอมนี้

209
00:11:55,600 --> 00:11:58,462
จะพบว่างานเนี่ยเราสามารถหาได้จาก

210
00:11:58,419 --> 00:12:03,841
พื้นที่ใต้กราฟระหว่างแรงกับการกระจัดในขั้นนี้คือประโยชน์ของกราฟใน

211
00:12:04,001 --> 00:12:05,060
อนาคต

212
00:12:05,530 --> 00:12:08,193
สุดท้ายก็คือความคลาดเคลื่อน

213
00:12:08,137 --> 00:12:08,909

214
00:12:09,308 --> 00:12:14,642
ความคลาดเคลื่อนในวิชาคือสิ่งที่เกิดขึ้นบ่อยๆมักจะมีความเข้าใจในหมู่นักเรียนนะครับว่า

215
00:12:14,498 --> 00:12:19,006
เขียนกราฟเพื่อหาความชันเท่านั้นว่าจริงๆแล้วคือ

216
00:12:18,912 --> 00:12:21,489
ใช้ประโยชน์จากส่วนอื่นได้ด้วยนะครับท่าน

217
00:12:21,338 --> 00:12:21,891

218
00:12:21,849 --> 00:12:26,224
พื้นที่ภายใต้กราฟและความชันความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรด้วยครับ

219
00:12:26,167 --> 00:12:30,016
อย่าลืมนะครับไปทบทวนเพื่อที่เก็บข้อมูลเพื่อที่จะมาเป็น

220
00:12:30,009 --> 00:12:32,809
นักทดลองในวิชาฟิสิกส์ของเราครับ

221
00:12:35,827 --> 00:12:42,541

222
00:12:42,490 --> 00:12:47,967

223
00:12:47,949 --> 00:12:50,274


