มีศักยภาพ ให้ก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก สำนักงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือ สวทช. เป็นหน่วยงานภายใต้กระทรวงการศึกษาก่อตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พุทธศักราช 2534 เพื่อเป็นขุมพลังหลักทางด้านการวิจัยและการพัฒนาและนวัตกรรมประกอบด้วย 5 ส่วนแห่งชาติ ได้แก่ ไบโอเทค เอ็มเทค นาโนเทค และเอ็นเทค สวทช. มีบุคคลากรประมาณ 3,000 คน โดย 3 ใน 4 โดยมีบทบาทและระดับโลก อีกทั้งยังมีภารกิจพัฒนากำลังคนสร้างวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่จะสร้างกำลังคนในอนาคต สวทช. สร้างและสะสมองค์ความรู้ใหม่ ๆ อีกทั้งมีความเชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ ที่เป็นรากฐานสำคัญต่อการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมที่สำคัญของประเทศ ตอบโจทย์การขับเคลื่อนโมเดลเศรษฐกิจ BCG ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงแนวทางการพัฒนาของเอเปกกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ หรือ SBG สวทช. มีเครือข่ายความร่วมมือกับพันธมิตรทั้งในประเทศ และระหว่างประเทศ และบุคลากรกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกับสถาบันวิจัย และสถาบันการศึกษาชั้นนำระดับโลก เพื่อผลักดันความสามารถด้านการวิจัย ให้เป็นที่ประจักษ์ในระดับนานาชาติ เช่น กับสถาบันกับ Tokyo Tech ในโครงการ TSAI วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหน่วยการวิจัยสิงคโปร์ A STAR องค์กรแห่งยุโรปเพื่อหรือ เซนศูนย์วิจัยนานาชาติด้านความมั่นคงทางอาหาร ร่วมกับ Queen's University Belfast สวทช. มีโครงสร้างพื้นฐานครบครัน ทั้งเครื่องมือและเทคโนโลยีทันสมัยสู่ระดับแนวหน้าของโลก อีกทั้งยังมีบริการทดสอบ ที่่วยยกระดับสินค้า และบริการไทยห้ได้ระดับมาตรฐานสากล เช่น ธนาคารทรัพยากรแห่งชาติ หรือ NBT คลังเก็บพืชจุลินทรีย์และข้อมูลชีวภาพระยะยาวของประเทศ เพื่ออนุรักษ์และนำไปต่อยอดอุตสาหกรรมมูลค่าสูง ศูนย์ทรัพยากรคอมพิวเตอร์เพื่อการคำนวณขั้นสูง หรือ ThaiSC ให้บริการระบบในการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ เพื่อสนับสนุนการวิจัยและแก้ไขวิกฤติชาติ เช่น การค้นหาไวรัส พันธุกรรม เพื่อค้นหาต้นตอไวรัส เพื่อที่ระบาดในประเทศไทยได้อย่างรวดเร็ว ผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ สอบเทียบ วิจัย และออกแบบผลิตภัณฑ์ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์รวมทั้งยานยนต์ไฟฟ้า ที่สำคัญยังมีมีเขตที่ภาคตะวันออก หรือ EECI ศูนย์กลางการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่สอดคล้องเป้าหมาย กลไกสำคัญที่จำนำพาประเทศไทยก้าวสู่สู่เอเชีย นอกจากนี้ สวทช. ยังมีกลกไกการสนับสนุนและขยายผลเทคโนโลยีสู่ภาคเอกชนและชุมชน เพื่อต่อยอดงานวิจัย ใช้จริงอย่างเป็นรูปธรรม ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สวทช. เป็นขุมพลังหลักร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรทุกภาคส่วน ใช้ประโยชน์จากวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้างความเช้มแข็งให้แก่ระบบนิเวศวิจัย เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและพัฒนาสังคมไทยให้ดีขึ้น ตัวอย่างเช่น ด้านเกษตรและอาหาร การปรับปรุงพันธุ์ข้าว ให้มีลักษณะตามต้องการ โดยใช้ความรู้ด้านพันธุศาสตร์โมเลกุลเทคโนโลยีเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ AQUA Iot ตรวจติดตามสภาวะสัตว์น้ำ โรงงานผลิตพืช เทคโนโลยีผลิตพืชมูลค่าสูงในระบบปิด ที่ควบคุมปัจจัยต่าง ๆ ได้อย่างสมบูรณ์ ด้านสุขภาพและการแพทย์ การพัฒนานวัตกรรมเพื่อรับมือกับโรคโควิด-19 COVID-19 เช่น A-MED Telehealth ไกล วัคซีนป้องกันโรค Covid-19 แบบพ่นจมูก การสังเคราะห์สารออกฤ API สารตั้งต้นยา ยาฟาวิพิราเวียร์ โมลนูพิราเวียร์ การพัฒนาวัคซีนไข้เลือดออก การพัฒนาอนุภาพสมุนไพรไทยสู่สูตรตำหรับเวชสำอาง การใช้เคโนโลยี H-FAME น้ำมัน B10 เชิงพาณิชย์ การพัฒนาจากรถประจำทางใช้แล้ว จาก สมทการพัฒนาเทคโนโลยีกักเก็บพลังงานและแพลตฟอร์มไฟฟ้า ด้านดิจิทัล AI for Thai แฟลตฟอร์มเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ภายใต้ไทย เพื่อตอบโจทย์ความต้องการใช้งานในประเทศ การเป็นกำลังสำคัญในการผลักดันแผนการประดิษฐ์เพื่อการพัฒนาประเทศ หรือ Thailand National AI Strategy สร้างระบบนิเวศ Traffy Fondue แพลตฟอร์มบริหารจัดการเมือง ประสิทธิภาพการทำงานของเจ้าหน้าที่ และยกระดับการมีส่วนรด้านโมเดลเศรษฐกิจ BCG สวทช. มีผลงานวิจัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ การพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปมูลค่าสูงจากมะพร้าวน้ำหอม ราชบุรี ยกระดับรายได้ และความเป็นอยู่ของเกษตรผู้ปลูกข้าวเหนียว โดยเกษตรสมัยใหม่ หรือ BCG NAGA Belt Road สวทช. ในฐานะขุมพลังหลัก ของประเทศ มุ่งหวังการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม เพื่อตามไปใช้ประโยชน์จริง ให้แก่ภาคอุตสาหกรรม เกษตร ชุมชน และทุกภาคส่วน สร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ให้ได้ตามเป้าหมายการดำเนินการที่ตั้งไว้ ซึ่งจะนำไปสู่การเพิ่มขีดในการแข่งขัน ยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของประชาชนในทุกมิติ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด และสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืนและนี่คือคำตอบว่าทำไม ประเทศไยจึงควรให้ความสำคัญกับงานวิจัยและพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี (ดร.ชนิกานต์) เรียนศาสตราจารย์ ดร. ชูกิจ ลิมปิจํานงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานวิทยาศาสตร์แห่งชาต ท่านผู้บริหาร วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ แขกผู้มีเกียรติและผู้ประชุมทุกท่าน ดิฉัน ดร.ชนิกานต์ อริยกุล ทุกท่านเข้าสู่การประชุมวิชาการประจำปี 19 สานพลัง สร้างวิจัย เศรษฐกิจและสังคมไทยด้วย BCG instrument tation หรือ NAC2024 ค่ะ ในช่วงเวลานี้ จะเป็นการสัมมนาวิชาการ ในหัวข้อการขับเคลื่อนให้เว็บไซต์ไทยเข้าถึงโดยสะดวกถ้วนหน้า ตามมารตรฐจะเป็นเวทีสำคัญและเป็นจุดเริ่มต้นในการร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งในส่วนของภาครัฐ ภาคเอกชน เพื่อให้เว็บไซต์ไทยเข้าถึงโดยสะดวกถ้วนหน้าตามมาตรฐานสากล โดยกิจกรรมวันนี้จะแบ่งเป็น 3 ช่วงสำคัญค่ะ ช่วงแรกจะเป็นพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจด้านการสร้า่งความร่วมมือ เกดี่ยวกับการเข้าถึงเนื้อหา ดิจิทัลโดยสะดวกถ้วนหน้า ช่วงที่ 2 บรรยายโดย คุณต่อพงษ์ เสลานนท์ กิจการโทรทัศน์ และกิจการคมนาคมแห่งชาติ สิทธิเสรีภาพของประชาชน และอดีตนายกคนตาบอดแห่งประเทศไทย และช่วงสุดท้ายเป็นช่วงเสวนา หัวข้อ อนาคตและการเข้าถึงแพลตฟอร์มดิจิทัลโดยสะดวกถ้วนหน้าค่ะ ก่อนเข้าสู่การสัมมนา ขอให้ท่านเข้าร่วมสัมมนาทราด้านความปลอดภัยประจำอาคาร BioTEC สัญญาณเพลิงไหม้ ให้รีบไปที่ใกล้ที่สุด ณ 4 จุด ด้านหน้าและด้านหลัง รวมพล จนเหตุการณ์สงบ และปฏิบัติตามทีมอพยพห้ามกลับเข้าอาคารโดยเด็ดขาด จนกว่าจะได้รับการแนะนำจากชุดกระงับอัคคีภัยอาจมีการถ่ายภาพและวีดิทัศน์เพื่อเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ หากท่านใดไม่ประสงค์ให้ถ่ายภาพ โปรดแจ้งผู้จัดงาน หรือหากต้องการใช้สิทธิภายหลังสามารถทำได้ความเป็นส่วนตัว ที่ขึ้นอยู่ในงาน NACK บัดนี้ได้เวลาอันสมควรแล้ว ดิฉันขอเรียเชิญ ศาสตราจารย์ ดร. ชูกิจ ลิมปิจํานงค์ พัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ กล่าวต้อนรับทุกท่าน และกล่าวเปิดประชุมอย่างเป็นทางการ[เสียงปรบมือ] (ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ) เรียนท่าน ต่อพงษกรรมการกิจการกระจายเสียง โทรคมนาคมแห่งชาติ กสทช. ด้านกวารส่งเสริมสิทธิและเสรีภาพของประชสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคมแห่งประเทศไทย คนตาบอดแห่งประเทศไทย และมูลนิธฺสากรคนพิการผู้แทนหน่วยงาน ท่านวิทยากร สื่อมวลชน และแขกผู้มีเกียรติทุกท่านครับ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติหรือที่ทุกท่านรู้จักกันในนาม สวทช. ผมขอขอบคุณคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ สภาดิจิทัลเพื่อคนแห่งประเ?ศแห่งประเทศไทย และมูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ ได้ให้เกียรติมาร่วมลงนาม บันทึกการเข้าถึงเนื้อหาและบริการดิจิทัลโดยสะดวกถ้วนหน้าวันนี้ครับ สวทช. มีพันธกิจที่จะเสริมร้างงาววิเสริมสร้างการวิจัย สู่การใช้ประโยชน์จริง เห็นว่าดิจิทัลเทคโนโลยีก้าวเข้ามามีส่วนสำคัญในชีวิตประชาชนมาก ๆ นะครับ แล้วก็เห็นว่าทุกคนควรที่จะได้เข้าถึงตัวข้อมูลข่าวสาร อะไรก็ตามที่เป็นเทคโนโลยีทางแนวหน้าที่จะช่วยให้คนพิการที่ปกติอาจจะเข้าถึงข้อมูลบางส่วนไม่ได้ ก็ควรที่จะทำให้ข้อมูลเหล่านั้นเข้าถึงได้ ถึงเป็นความร่วมมือในการที่จะทำงานให้ประชาชนทุกคนได้รับข้อมูลข่าวสารที่เท่าเทียมกันนะครับ โดยที่ทีมวิจัยเทคโนโลยีที่ทุกคนเข้าถึง และกลุ่มอำนวยความสะดวกในกลุ่มนวัตกรรมดิจิทัลมีเป้าหลายเพื่อวิจัยนวัตกรรมสุขภาพ เทคโนโลยีเพื่อการเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้ และเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวก โดยมุ่งส่งเสริมอุตการแพทย์ของประเทศไทย ลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึง พัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนทุกคนนี่ได้มีความเท่าเทียมมากขึ้น สำหรับการเสวนา การขับเคลื่อนให้เว็บไซต์ไทยเข้าถึงความสะดวกถ้วยหน้าตามมาตรฐานสากลในวันนี้ นับว่าเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมประชุมวิชาการNAC หรือว่า NASTA Conferace นะครับ ของปี 2024 ซึ่งเรามีกิจกรรมที่จัดขึ้28-30 มีนาคม ภายใต้แนวคิดสานพลัง สร้างวิจัย พลิกโฉมด้วย BCG instrumentation นะครับ เรามองว่า ในส่วนของโลกที่เปลี่ยนไปนี่ ใครครองเทคโนโลยี จะครองเศรษฐกิจ ดังนั้น เป็นความรับผิดชอบอย่างจริงครับ ของทุกคนที่มีความสามารถทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่จะช่วยให้ประเทศไทย สามารถที่จะแข่งขันได้ ในด้านเศรษฐกิจ แปลว่าการทำงานวิจัยอะไรก็ตามที่เราอยู่ในชั้นแนวหน้า เราจะค่อยทำของเรื่องเราเอง จะไม่พอแล้วนะครับ ต้องผันมา เอาความรู้มาร่วมทีมกัน ทำเพื่อให้ประชาชนได้ใช้ ดังนั้น จะลงนามความร่วมมืออันนี้ เป็นอันหนึ่งที่ทุกคนจะไม่ได้เห็นความสำคัญ แต่ว่าสำหรับกลุ่มบางคน สำคัญมาก ๆ เป็นการเอาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาใช้ประโยชน์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ สวทช. อยากที่จะให้เกิดขึ้น อยากจะให้งานวิจัย เป็ฯงานวิจัยที่ใช้ได้ เป็นงานวิจัยที่กินได้ เป็นงานวิจัยที่หารายได้ได้นะครับ ดังนั้น ในส่วนของการทำงานวิจัยจะไม่ใช่เพียงแค่หารายได้ แต่มิติของรัฐบาลคือลดความเลื่อมการเพิ่มรายได้ในการที่จะลดความเหลื่อมล้ำ ก็คือต้องให้โอกาสกับผู้ที่ด้อยโอกาส และเพิ่มโอกาสส่วนให้เขานะครับ ดังนั้น ถึงมีหลายมิติ ที่กิจกรรมวันนี้ที่ช่วยเสริมของ สวทช.การทำงานของ สวทช. สำหรับบันทึกความเข้าใจด้านความร่วมมือเกี่ยวกับเนื้อหาดิจิทัลที่สะดวกถ้วนามในครั้งนี้ เป็นการริเริ่มสังคมแห่งประเทศไทยครับ ที่ได้เชิญ สวทช. กสทช. สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย และมูลนิธิเพื่อคนพิการมาร่วมมือกัน ให้เว็บไซต์โมบายแอปพลิmobile application ที่เป็นช่องทางให้คนตาดี คนทั่วไป เข้าถึงได้อยู่แล้ว ทำอย่างไรคนตาบอดจะเข้าถึงได้ด้วยดิจิทัลเทคโนโลยีในปัจจุบัน และมีมาตรฐานสากล ที่จะทำให้เว็บไซต์เหล่านีเหล่านี้เป็นเว็บไซต์ที่มีมาตรฐาน คนตาบอดสามารถเข้าถึงได้ ผมเชื่อว่าในอนาคตอาจไม่จำเป็นต้องมี แต่ ณ วันนี้ยังเป็นช่วงที่เปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยีนะครับ ในอนาคตอันใกล้ ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยี AI ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีที่ติดตั้งกับ Device ของแต่ละท่านนะครับ อาจจะช่วยเปลี่ยนจากเว็บไซต์ที่อาจจะไม่เป็นมิตรกับผู้พิการ กลายเป็นเว็บไซต์ที่มีตัวแปลของตัวเอง ในตัวเองและผู้พิการสามารถที่จะใช้ได้ และไม่ต้องไปทำอะไรกับตัวต้นขั้วของเว็บไซต์เลย แต่ ณ ปัจจุบัน ยังไปไม่ถึงจุดนั้น ก็เป็นความรับผิดชอบของพวกเราครับ ที่จะต้องทำให้ตรงนี้เกิดขึ้นนะครับ ในส่วนของ กสทช. เอง ได้ให้งบประมาณกับ สวทช. และมูลนิธิสำหรับคนพิการ ศูนย์บริการถ่ายทอดแห่งประเทศไทย หรือTTRS นะครับ ในการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐาน โดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม เพื่อให้คนพิการได้ยิน คนพิการสามารถพูดสื่อสารกับคนทั่วไป ผ่านคมนาคมอย่างพื้นฐานนะครับและเท่าเทียมนะครับ ในส่วนนี้ กสทช. และ สวทช. ก้ได้ร่วมมือกัน ในการส่งเสริมด้านการเรียนรู้ด้านกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม ที่ออกแบบสำหรับทุกคนครับ เป็น และเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวก assistive Technology และร่วมกันจัดประชุมวิชาการเรื่องสมรรถภาพเทคโนโลยีและสิ่งอำนวยความสะดวกครั้งที่ 16 International convention on and Assistive technology หรือท่านอาจจะได้ยินกันคุ้นหูว่างาน iCreate 2023 เราจัดไปโดยที่เราเป็นเจ้าภาพนะครับ ใน เราได้ร่วมมือกันอย่างต่อเนื่องและสร้างชุมชนการเรียนรู้ ร่วมถึงคนพิการ ผู้สูงอายุ และผู้ด้อยโอกาส ไดเทคโนโลยีเหล่านี้ สุดท้ายนี้นะครับ ผมในนามของสวทช. ต้องขอขอบคุณทุกท่านครับ ที่มาร่วมในการลงนามบันทึกความ... บันทึกความเข้าใจด้านการสร้างคามร่วมมือเข้าใจเนื้อหา ดิจิทัลโดยสะดวกถ้วยหน้าในวันนี้ครับ ผมหวังเป็นอย่างยิ่งทางเป็นจุดเริ่มต้นที่ให้ทุกท่านตระหนัก และทำให้การเข้าถึงของผู้พิการในส่วนของข้อมูลข่าวสารดีขึ้นยิ่ง ๆ ขึ้นไปครับ ขอบคุณครับ [เสียงปรบมือ] (พิธีกรหญิง) ขอบพระคุณท่าน ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจํานงค์ ลิมปิจำนงค์ ที่ได้ให้เกียรติกล่าวเปิดงานประชุมสัมมนาอย่างเป็นทางการ เว็บไซต์และแอปพลิเคชันเข้าถึงเพื่อความเท่าเทียม ระหว่าง 4 หน่วยงาน ภายใต้การกำกับกระทรวงอุดมศึกษา วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงดิจิทัล มูลนิธิและสมาคมจะเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมให้เกิดการนำไปใช้อย่างมีประโยชน์ต่อเนื่องของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และบริการดิจิทัล เพื่อลดการเหลื่อมล้ำและพัฒนาคุณภา่พชีวิตอย่างยั่งยืน ในลำดับต่อไปขอเชิญผู้บริการแต่ละหน่วยงาน ที่โต๊ะลงนามของเวที อันดับที่ 1 ท่านชูกิจ ลิมปิจํานงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ลำดับที่ 2 หม่อม รัชวงศ์ นงคราญ ชมพูนุท รองประธานและสังคมแห่งประเทศไทย คุณชัชชัย วิจิตรจรรยา กรรมการสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย และลำดับที่ 4 คุณคุณมณี นามศิริพงศ์พันธุ์ ประธานมูลนิธิและในเวลานี้ขอนำทุกท่านเข้าสู่พิธีการเกี่ยวกับการเข้าถึงเนื้อหาและสิ่งอำนวยความสะดวกถ้วนหน้าระหว่าง 4 หน่วยงาน เมื่อทุกท่านพร้อมแล้ว ขอเชิญลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือค่ะ ในลำดับต่อไปจะขอเรียนเชิญผู้บริหารทั้ง 4 ท่านรวมกันตรงบริเวณหน้าโต๊ะลงนามภาพต่อไป ขออนุญาตเปิดแฟ้มนะคะ ลำดับถัดไปขอเรียนเชิญท่านต่อพงศ์ เสลานน กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาาสิทธิเสรีภาพของประชาชน และอดีตนายกสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย ร่วมถ่ายภาพเป็นขอเรียนเชิญผู้บริหารและผู้แทนสมาคม และผู้แทนหน่วยงานนะคะ ลำดับที่ 1 ศาสตราจารย์วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ประธานกิตติมศักดิ์ลำดับที่ 2 คุณเขมมรินเขมรินทร์ รัตนาอัมพวัลย์ รองประธานสภาดิจิทัลเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย ลำดับที่ 3 คุณณัฐวุฒิ อมรวิวัฒน์ มนุษย์และสภาแห่งประเทศไทย ลำดับที่ 4 คุณวีรพันธ์ ศรีนวล ผู้อำนวยการส่วนจัดให้มีบริการทางสังคม สำนักงานบริการโทรคมนาคม สำนักงานกระจายเสียง โทรคมนาคมแห่งชาติ ลำดับที่ 5 นางสาวกัลยา อุดมวิทิต รองผู้อำนวยการศูนย์อิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยี แห่งชาติ รักษาการผู้ช่วยอำนวยการสำนักงานพัฒนาและเทคโนโลยีแห่งชาติ และผู้เชี่ยวชาญสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ร่วมถ่ายภาพบนเวทีค่ะ ขอบพระคุณท่านและพิธีลงนามบันทึกควารวมถึงการถ่ายภาพของวันนี้ได้เสร็จสิ้นเปขอเสียงปรบมือดัง ๆ อีกสักครั้งค่ะ [เสียงปรบมือ]