--- title: เสวนา "อนาคตมาตรฐานเว็บไซต์ไทยและการเข้าถึงแพลตฟอร์มดิจิทัลโดยสะดวกถ้วนหน้า" (session 1) subtitle: date: วันอังคารที่ 9 เมษายน 2567 เวลา 09.00 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) อนาคตมาตรฐานเว็บไซต์ไทยและการเข้าถึงแพลตฟอร์มดิจิทัลโดยสะดวกถ้วนหน้า 2 ช่วง ช่วงที่ 1 ผู้ทรงคุณวุฒิจะให้บอกบทบาท และนโยบายของหน่วยงาน และขั้นที่ 2 เว็บไซต์ไทย และในช่วงที่ 2 จะเป็นช่วงที่หน่วยงานเกี่ยวข้องในการพัฒนา ในการเข้าถึง App Web Accessibility จะเข้ามามีบทบาทในการผลักดันและการนำไปใช้ สำหรับในการเสวนาครั้งที่ 1 นี่นะคะ จะขอมอบเวทีเสวนาให้กับผู้ดำเนินรายการ ดร.อนันต์ลดา โชติมงคล ก่อนจะไปพบตัวจริง จะขอแนะนำปะวัติโยสัง ดร.อนันต์ลดา โชติมงคล จบจากสาขา จากประเทศสหรัฐอเมริกา ปัจจุบันหน้าที่เป็นนักวิจัยทีมสังกัดเทคโนโลยี และเทคโนโลยีอำนวยความสะดวก การแพทย์ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ดร.อนันต์ลดา มีประสบการณ์ในการทำงานด้าน Accessories Digital Accessibility และ Assistive เทคโนโลยีมากว่า 10 ปี และโอกาสนี้ขอต้อนรับ และขอมอบเวทีนี้ให้กับดร.อนันต์ลดาค่ะ [เสียงปรบมือ] (ดร.อนันต์ลดา) ค่ะ สวัสดีผู้มีเกียรติทุกท่านผู้มีเกียรติทุกท่านค่ะ ขอบคุณดร.ชนิกานต์ สำหรับคำแนะนำนะคะ อย่างที่ ดร.ชนิกานต์ได้กล่าวไปแล้วนะคะ ผู้ทรงคุณวุฒิถึง 3 ท่านนะคะ ที่มาให้ความรู้ แล้วก็เล่าถึงประสบการณ์การทำเว็บไซต์ไทยนะคะ โดยสะดวกถ้วนหน้านะคะ เริ่มแรกเลยนะคะ จะขอเรียนเชิญวิทยากรท่านแรกนะคะ ดร. อุรัชฎา เกตุพรหม ทำหน้าที่ภาครัฐดิจิทัลภาครัฐ สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล หรือที่เราคุ้ยเคยกันชื่อย่อนะคะ สพร. หรือ GDA นะคะ ทางด้านคอมพิวเตอร์ประยุกต์ อุรัตชดาไฟฟ้า จาก Univer ดร.อุรัชฎา มีประสบการณ์ในเรื่องการผลักดันดิจิทัล ในระดับชาติ และนานาชาตินะคะ แล้วก็คณะทำงานจัดทำเว็บไซต์ภาครัฐ เป็นเวอร์ชัน 3 ที่เพิ่งประกาศใช้ไปเมื่อปลายปีที่แล้วนะคะ ค่ะ ท่านที่ 2 ขอเรียนเชิญผู้ทรงคุณวุฒิ หม่อมราชวงศ์ นงคราญ ชมพูนุท ท่านเป็นสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย ประธานพันธกิจ ด้านการขออนุญาตเรียกคุณหญิงนะคะ คุณหญิงนงคราญ จบด้านคอมพิวเตอร์ประยุกต์ และท่านยังเคยเป็นอดีตสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือ สวทช. นะคะ ก็เป็นศิษย์เก่าอีกท่านหนึ่งของเรานะคะ ท่านมีประสบการณ์ในการให้คำปรึกษาหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ขององค์กร และจัดทำเทคโนโลยีมาตรฐานและการสื่อสาร ปัจจุบัน คุณหญิงนงคราญ ในวงการดิจิทัลอีกหลายแห่ง เช่น กรรมการวิชากรรมสถานแห่งประเทศไทย และนายกแห่งประเทศไทย ค่ะ ส่วนท่านสุดท้ายนะคะ ขอเรียนเชิญ คุณรัตนา จรูณศักดิ์สิทธิ์ ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนดิจิทัลเพื่อสังคมนะคะ ท่านมากจากสำนักงานดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจ แห่งชาติ หรือเราอาจจะคุ้นกันในชื่อ สดช. ซึ่งหน่วยงานภายใต้กระทรวง ซึ่งเราอาจจะคุ้ยเคยกันในชื่อย่อ ๆ นะคะ ชื่อย่อ ๆ ว่า DE นะคะ กระทรวง DE คุณรัตนาจบการศึกษาปริญญาโท ประเทศสหรัฐอเมริกานะคะ เศรษฐกิจเพื่อสังคม หลายงานที่สำคัญเลยนะคะ อาทิ เช่น การดำเนินการจัดตั้งศูนย์ดิจิทัลชุมชน 2,233 แห่ง เพื่อเป็นแห่งบริการระดับท้องถิ่นทั่วประเทศนะคะ ด้านการส่งเสริมและพัฒนาดิจิทัล ครั้งที่ 2 ปีพุทธศักราช 2566-2070 รวมถึงมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมสนับสนุนการพัฒนาเว็บไซต์ ที่ทุกคนเข้าถึงได้ ซึ่งอาจจะคุ้นเคยกันในคำว่า Web Accessibility นะคะ ก็จะเป็นหัวข้อหลักที่เราจะพูดคุยกันในวันนี้นะคะ เดี๋ยวการเสวนาเดี๋ยวเราจะเริ่มจากคำถามแรกกันก่อนนะคะ เป็นการวอร์มอัปกันสักเล็กน้อยนะคะ ก็อย่างที่เรานะคะ ที่มาร่วมเสวนากันในวันนี้ ที่จะทำภารกิจแล้วก็หน้าที่ของหน่วยงานนนะคะ เรามีหน่วยงานทั้งภาครัฐและทั้งภาคเอกชนเลยนะคะ บางท่านอาจจะคุ้นเคย แต่บางท่านอาจจะยังว่าหน่วยงานนี่ มีบทบาทและหน้าที่ในการกับการขับเคลื่อนด้านการเข้าถึงเนื้อห าและบริการดิจิทัลอย่างไรบ้างนะคะ อยากจะเรียนเชิญทางคุณรัตนาก่อนเลยนะคะ เนื่องจากทาง สดช. เองนี่ เป็นคนดูแลภาพรวมของทั้งประเทศนะคะ เรียนเชิญเลยค่ะ (คุณรัตนา) สวัสดีค่ะ คือ อย่างแรกเลย คือ มี... ในนามของ สดช. นะ ก็ขออนุญาติอง สดช. นะ ก็ขออนุญาติแนะนำหน่วยงานนิดหนึ่ง เพราะว่าเราเป็นหน่วยงานที่ตั้งใหม่นะคะ ตาม DE ฉบับใหม่ ตั้งแต่ 2560 นะคะ ซึ่งแต่เดิมนี่ สดช. เป็นหน่วยงานที่อยู่ภายใต้กระทรวง ICT เดิมนะคะ ที่... พอหลังจากที่ พรบ. DE มานี่ ก็มีการตัดหน่วยงานนะคะ ภายในสำนักงานปลัดมาเป็นคณะกรรมการดิจิทัลเศรษฐกิจ เพื่อสังคมแห่งชาติ ซึ่งส่วนของสำนักงาน สดช. นี่ ถ้าโดยบทบาทหลัก ๆ นี่ จะเป็นงานทางด้านนโยบายนะคะ ไม่ใช่งาน... แต่เนื่องจากว่าเรามีภารกิจที่ติดตัวเรามาตั้งแต่เป็นกระทรวง DE นะคะ บางท่านนี่ อาจจะรู้ว่าทางใน พรบ. คนพิการเองนี่ ตั้งแต่ปี 2550 นี่ค่ะ มันจะมีกฎ... จะมีมาตรา 20 (6) ซึ่งจะกำหนดว่างานที่หน่วยงานของรัฐที่ได้งบประมาณต่าง ๆ นี่ จะต้องดำเนินงานที่เกี่ยวกับกาารเข้าถึงข้อมูลสินค้า สิ่งอำนวยความสะดวก ในมาตรา 20 (6) นี่ค่ะ เขาก็กำหนดข้อมูลมา ว่าการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร หรือสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ นี่ มันจะต้องเป็นไปตามทางกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศออกกำหนดไว้นะคะ ตั้งแต่ในปี 2550 ตอนนั้นนี่ ในฐานะที่เป็นกระทรวง DE เดิมนะคะ เป็นสำนังกานปลัดนี่ เป็นจะมีการอยู่แล้ว แล้วในวันนั้นนี่ เราได้มีการออกกำหนดออกมา เพื่อที่จะกำหนดว่าหน่วยงานของรัฐ ที่จะทำการเรื่องการเข้าถึงเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ นี่ ก็ต้องเป็น WCIG นะคะ ซึ่งในยุคแรก ๆ นี่ เราก็เริ่มเวอร์ชันแรกเวอร์ชัน 1 1.1 ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมานะคะ ตามที่ทุกท่านทราบมานะคะ แล้วก็การพัฒนาเรื่องมาตรฐานตัวนี้ ที่พัฒนามาเป็นเวอร์ชันจนปัจจุบันนี่ เป็นเวอร์ชันปัจจุบัน ที่เราพูดถึงปี 2066 เราจะได้เป็นเวอร์ชันใหม่เป็น นะคะ ซึ่งในขณะนี้นี่ ทาง สดช. ทาง สดช. เราก็ได้มีการแปลงตัวร่าง 2.1 ไว้แล้วนะคะ มีกา่รดำเนินงานที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ เดี๋ยวพูดต่อไป ในส่วนของบทบาท สดช. ที่เกริ่นนำตรงนี้นี่ ในฐานะที่เราเปลี่ยนมาจากกระทรวง ICT เดิม รับบทบาทที่ต่อเนื่องมา มันก็เลยเป็นภารกิจที่เราต้องทำในเรื่องของคนพิการอย่างต่อเนื่องนะคะ ซึ่งในส่วนของบทบาทหน้าที่ของ สดช. เองนี่ พอเรามาเป็นบทบาทขอของหน่วยงานภาครัฐ ที่ต้องทำงานในฐานะ เชิงหน่วยงานเชิงนโยบาย และอีกบทบาทหนึ่ง เราเป็น DE ชาตินะคะ สดช. เองนี่ มีภาระกิจตาม พรบ. ภาครัฐ นี่ 3 ยุทธศาสตร์หลักนะคะ ยุทธศาสตร์แรก ก็คือโครงสร้างพื้นฐาน ที่เราเห็นมีการกระจายอินเทอร์เน็ต หรืออะไรต่าง ๆ นี่ ที่เราเห็นการกระจาย เรื่องของโครงสร้างพื้นฐานที่ไปทั่วประเทศนะคะ แล้วก็เราก็มีภารกิจตามยุทธศาสตร์ที่ 2 คือ การขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งตอนนี้เองด้่านเศรษฐกิจดิจิทัลนี่ มีการ... มีผู้ประกอบการทางดิจิทัลต่าง ๆ มากมาย เราก็จะดำเนินการเกี่ยวกับ GDP นะคะ ซึ่งเป็น GDP ที่เน้นเรื่องของดิจิทัล แล้วก็มีการทำเรื่องของคาดการณ์เกี่ยวกับอนาคตดิจิทัลของประเทศไทยด้วยนะคะ ส่วนยุทธศาสตร์ที่ 3 ที่สดช.ดูแล ก็คือเรื่องของการขับเคลื่อนนะคะ สังคมทั่วถึง เท่าเทียม ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลนะคะ ซึ่งพูดถึงคำว่า "เข้าถึง เท่าเทียมดิจิทัล" นี่ มันจะต้องไปทั่วถึง ทั่วประเทศ มันจะต้องไกันในทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็น คนพิการ คนแก่ คนพิการ ผู้สูงอายุ ผู้ด้อยโอกาส คนชราทั้งหลาย ทั้งปวง เราก็จะมีการดำเนินการมากมายเลย เกี่ยวข้องกับกลุ่มคนเหล่านี้ เพราะฉะนั้น คนพิการคือหนึ่งในกลุ่มเป้าหมายที่จะดูแลในกลุ่มคนเหเราได้มีการทำทั้งร่างนโยบาย ร่างยุทธศาสตร์ แผนต่าง ๆ มากมาย ที่ดำเนินการที่ให้เกิดการเข้าถึงเท่าเทียมนะคะ เรามีเรื่องของแผน และสังคมท่าน... ท่านวิทยากร ท่านบอกว่าเราได้มีการดำเนินการเรื่องของการทำแผนตัวนี้นะคะ ในส่วนของบทบาทที่ตามอำนาจหน้าที่นี่ จริง ๆ เรามีมากกว่านีิ้ แต่ว่าในหลัก ๆ แน่นอนนะคะ ร่างนโยบายและแผนระดับชาติ เราเป็นศูนย์ประสานงานในหน่วยงานต่าง ๆ ด้วย เพราะฉะนั้นนี้ ไม่ว่าจะเป็นงานทำอะไรที่เกี่ยวกับคนทุกกลุ่ม ทุกเหล่า ทุกเพศ ทุกวัยนะคะ เราจะมีการติดตามความเคลื่อนไหว แนวโน้ม อย่างเมื่อกี้ที่บอกนะคะ เรามีการทำเศรษฐกิจดิจิทัล MND ต่าง ๆ ทั้งหลายทั้งปวง สิ่งเหล่านี้จะเป็นตัวชี้วัดของประเทศเราว่า ณ วันนี้สถานการณ์ดิจิทัลประเทศไทยเราไปถึงไหนนะคะ เราทำหน้าที่เป็นงานธุรการเป็นกิจการของฝ่ายดิจิทัล เพราะฉะนั้น ทุกอย่างที่เป็นเชิงนโยบาย มีการนำเสนอทั้งหลายทั้งปวงนี่ สดช. จะเป็นคนเสนอเข้าสู่คณะ DE ชาติ ทีนี่ ในส่วนของบทบาทสำคัญเลย เนื่องจากเราต้องเกี่ยวกับคนพิการนี่นะคะ ในเรื่องของคนพิการนี่ เราได้มีการศึกษา วิเคราะห์ เชิงนโยบาย แล้วก็เสนอนโยบายนะคะ เพื่อที่จะสนับสนุนให้กับความรู้ประชาชนรวมไปถึงเราจะลดความเลื่อมล้ำให้กับทุกคนนะคะ ส่งเสริมให้มีทรัพยากรความรู้ มีการจัดฝึกอบรม ให้ความรู้กับทุกกลุ่มนะคะ แล้วก็เป้าหมายสูงสุดที่เราะต้องไปถึง ตามวิสัยทัศน์ คือ ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนด้วยดิจิทัล ในเบื้องต้นตรงนี้ ทีนี้จะขออนุญาตไปสไลด์ที่ 2 นิดหนึ่งนะคะ สไลด์ที่ 2 นี่ จะเป็นตัวรวม ภาพรวมนะคะ ว่า ณ วันนี้งานด้านสังคมเราทำอะไร เราไม่พูดถึงเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน เราไม่พูดถึงเรื่องเศรษฐกิจ การที่เราทั่วถึง เท่าเทียม เป็นงานแรกนี่ ที่เด่นที่สุด ณ วันนี้ แล้วทำตั้งแต่เป็นกระทรวง ICT ก็คือการสร้างกระทรวงดิจิทัลชุมชม ซึ่ง ณ วันนี้เรามีศูนย์ดิจิทัลอยู่ 2,222 ศูนย์นะคะ โดยที่ทั้งหมดนี่ เราเข้าถึงกลุ่มเหล่านี้นะคะ เราก็จะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ทั้งทุกกลุ่มอาชีพนะคะ มีทั้งอยู่ในโรงเรียนนนะคะ มีทั้งอยู่ในวัด เทศบาล อบต. รวมไปถึงศูนย์ดิจิทัตในศูนย์ที่เป็นคนพิการด้วยนะคะเดี๋ยวขยับจะไปพูดในภาคที่ 2 แล้วกันนะคะ นอกเหนือจากนั้นนี่ เรามีการจัดตั้งอาสาสมัครดิจิทัลนะคะ ซึ่งตอนนี้จะเป็นนโยบายของทางกระทรวงเลยนะคะ ว่าอาสาสมัครเป็นผู้แทนของกระทรวงดิจิทัล ในระดับท้องถิ่น เขาจะเป็นคนที่เดินไปถึงประชาชนนะคะ เขาจะเป๋็นคนที่เป็นประชาชนในท้องถิ่นนั่นล่ะค่ะ แต่เราให้ความรู้เขานะคะ เขาจะมีมือถือนี่นะคะ ที่เป็นอาวุธสำคัญ แอปพลิเคชันในมือถือนี่นะคะ เพราะฉะนั้น ในมือถือจะมีแอปพลิเคชันของ อสด. ที่ให้ความรู้ทุกประเภทเลย ไม่ว่าจะเป็น Succurity อย่างเช่น เวลามีมีข้อมูลข่าวสารอะไรสำคัญ ๆ นี่ อาสาสมัครดิจิทัลนี่จะเป็นตัวแทนที่จะไปให้ความรู้กับประชาชน แล้วเราก็เปิด ในการที่จะรับอาสาสมัครดิจิทัลทั่วประเทศด้วยนะคะ เรามีอบรมให้กับกลุ่มของประชาชนที่มีความประสงค์อยากเป็นอาสาสมัครดิจิทัลด้วยนะคะ แล้วในการลงทะเบียนสมัครนี่นะคะ เราต้อนิดหนึ่ง เพื่อทดสอบความรู้ว่า อาสาสมัครดิจิทัลนี่ เป็นคนที่ต้องมีความรู้พื้นฐานดิจิทัลพอสมควร ที่จะไปเป็นผู้แนะนำให้กับชาวบ้านจริง ๆ นะคะ ไม่จะโดนหลอกลวง หรืออย่างไร เขาก็จะแนะนำนะคะ ถ้าโดนหลอก หรือว่าต้องทำอะไร จะไปที่ไหน ทำอย่างไร ของอาสาสมัครดิจิทัลนะคะ เรามี MOU รวมกับหน่วยงานทั้งหมดประมาณ 10 หน่วยงานนะคะ อย่างเช่น หน่วยงานด้าน กรมพัฒนา... กระทรวงพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ มีกรมราชทัณฑ์ มี... จำไม่ได้ 9-10 หน่วยงานนะคะ อันนี้ก็บอกคร่าว ๆ ว่า เป็น MOU ที่ให้ความรู้ด้านหน่วยงาจากหลาย ๆ หน่วยงานเลยนะคะ นอกจากนั้นนี่ เราจะมีงานด้านคนพิการนะคะ งานคนพิการนี่มทีเยอะมาก ขออนุญาตไม่พูดถึงตอนนี้ และเราก็จะมีเรื่องของการประเมินทักษะดิจิทัลของคนไทยด้วยนะคะ ซึ่งการประเมินทักษะดิจิทัลของคนไทยทำมาตั้งแต่ปี 2561 นะคะ แล้วก็ทำมาเป็นปีเว้นปี อีกปีเป็น 2563 และอีกปีเป็น 2566 ซึ่งระบบดิจิทัลของคนไทยนี่ เราถึงว่าซึ่งปัจจุบันนี่ถือว่า ณ ปัจจุบันอยู่ในระดับดี อยู่ในระดับ มีความรู้ระดับดิจิทัลในระดับดีแล้วนะคะ แล้วต่อไปนี่ เราอาจจะต้องยกระดับประเมินความรู้ด้านความเข้าดิจิทัลของคนไทย วัดระดับของคนไทยด้วย ซึ่งตรงนี้เรายังอยู่ในระดับ แต่จริง ๆ เรื่องความฉลาดดิจิทัลนี่ ในระดับนักเรียน ในระดับโรงเรียน หรือหน่วยงานบางหน่วยงาน เรื่องนี้ไปแล้ว แต่เดินหน้าในระดับเด็กนะคะ ซึ่งเราจะเดินหน้าในระดับผู้ใหญ่ ซึ่งเราจะต้องมีในด้านนี้ด้านดิจิทัลด้วย เพราะฉะนั้น เบื้องต้นขออนุญาตแนะนำหน่วยงานเท่านี้ค่ะ (ดร.อนันต์ลดา) ค่ะ ขอบคุณค่ะ ก็เห็นบทบาทที่หลากหลาย ทาง สดช. ทั้งทางด้านนโยบาย ทางด้านการส่งเสริมการวัดความรู้ทางด้านดิจิทัล ของประชาชน เมื่อกี้ย้อนกลับมานิดหนึ่ง ที่เมื่อกี้พูดถึงมาตรา 20 (6) อันนี้เป็นภาคบังคับของหน่วยงานภาครัฐ เป็นการเริ่มต้น งั้นก็ขอโยนมาที่ สพร. เลยนะคะ เรื่องนโยบายทางด้านดิจิทัล ที่ของภาครัฐ อันนี้จากตรงนี้ค่ะ ทาง สภล. มีบทบาทอย่างไรคะ ในการที่จะให้คำแนะนำ หรือปรึกษา ทำตามมารตรฐานอย่างนี้นะคะ // ขอขอบคุณนะคะ วันนี้ ที่ทาง NEDGA เข้าร่วมเสวนานะคะ จริง ๆ แล้วที่เมื่อกี้บอก มาตรา 20 (6) นี่ ที่ได้รับงบประมาณไป ที่ประชาชนทุกกลุ่มนะคะ แล้วก็ลดความเหลื่อมล้ำ ทีนี้ ถามว่ารัฐต้องทำอย่างไร ทาง DGA ค่ะ ขออนุญาตนะคะ ตอนนี้ที่ทำงานพยายามให้ใช้เป็นตัวย่อภาษาอังกฤษ DGA เป็น เราจะมี กพร. เราจะมี สพร. อุ ไม่มีรางวัลให้นะคะ แต่เมื่อกี้ QR Code ที่ประเมินแล้วใครได้รับรางวัล เดี๋ยวมารับรางวัลจากอุนะคะ พอชื่อย่อภาครัฐมันมีชื่อภาษาไทยนี่ เอ๊ะ เสียงมันคล้าย ๆ กันนี่ ท่านก็สับสนว่าทำงานอะไรนะคะ ตอนนี้ที่ DGA นี่ ชื่อภาษาไทย คือ สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัลนี่ ก็เลยพยายามจะบอกว่า DGA นะคะ เป็นหน่วยงานที่ตั้งขึ้นเพื่อที่อาจจะตอบโจทยจะตอบโจทย์หน่วยงานรัฐ ก็เหมือนคล้าย ๆ กับเป็นหน่วยงานนำร่องที่ลำบากก่อนนั่นน่ะค่ะ พูดง่าย ๆ ก็คืเราวาง Position คือ คำว่า "Smart Connector" ไม่เฉพาะมาตรา 20 (6) นี่นะคะ ทางพรบ. การบริหารงานและการบริการหน่วยงานภาครัฐ ผ่านระบบดิจิทัล เรียกสั้น ๆ ระบบ DG นะคะ ก็จะบอกให้รัฐนี่ จัดให้มี มีอะไรบ้าง จัดให้มีการยืนยันตัวตน จัดให้มีระบบ E-Payment จัดให้มีบริการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนเข้าถึงได้ง่ายผ่านทางช่องทางออนไลน์ นี่แปลภาษากฎหมาบ ให้เป็นภาษาง่าย ๆ นี่แค่ 3 ข้อนะคะ จากทั้งหมดนี่จะมีทั้งหมด 10 ข้อ มีครบหรือยังคะ น่าจะยังไม่ครบทุกหน่วยงาน บางหน่วยงานมีแล้ว ช่วงนี้ อีก 2 วัน ครบ... เอ๊ะ เดี๋ยวนี้เสียภาษีกรมสาภากร เมื่อก่อนจะสิ้นสุด31 มีนาคม พอเสียออนไลน์ก็อาจจะเพิ่มเป็น 8 เมษายน ถ้าจำไม่ผิด พวกนี้แหละค่ะ ก็จะให้ว่าบางหน่วยงานก็ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงไป DGA นี่ ต้องทำตาม พรบ. DG อย่างที่บอกเลย ก็พยายามจะให้หน่วยงานรัฐนี่เพิ่ม ช่องทางออนไลน์ ช่องทางอินเทอร์เน็ตต่าง ๆ นี่ ที่จะช่วยบริการประชาชนนี่ แล้วอย่างที่ท่านต่อพงษ์กล่าวถึงนี่ ประชาชนนี่ มีทุกเพศ ทุกวัย ทุกระดับ นะคะ รวมถึงความพิการ คนที่พิการด้วย เพราะฉะนั้นนี่ ก็ต้องแบบดีไซน์ตั้งแต่ต้นให้มันสามารถเข้าถึงได้ ไม่ใช่ว่าลืมไปว่ามันมีกลุ่มคนที่เข้าไม่ถึงด้วย ด้วยวิธีปกติด้วย ต้องขอบคุณนะคะ นายต่อพงศ์ กล่าวถึงอาจารย์มณเทียร ในเวทีประชุม ท่านบอกตั้งแต่ว่าให้คนสแกนหน้านี่ ที่ตู้ ATM นี่ ท่านประสบความลำบากแค่ไหน เพราะว่าจัดให้มีระบบ E-Payment บอกจ่ายได้ ไปยืนยันตัวตนที่ตู้ ATM ได้ ท่านบอกว่า นี่ ต้องแปลว่าตอนดีไซน์นี่ ท่านไม่เข้าใจจริง ๆ ทำไมไม่เชิญให้สมาคมคนพิการ ไปให้ความคิดเห็น หรือว่าอุอยู่ในที่ประชุม ที่ทำงานก็จะวุ่นวายนะคะ เพื่อที่จะว่าแล้วเราจะทำอย่างไรในโอกาสต่อ ๆ ไป ตัว พรบ. DG กฎหมายนี่ ก็บอกแล้วต้องทำ แล้วก็อีกอันหนึ่งที่เราเจอ ก็คือ E-Document เอกสารราชการ ทำไมเราทำเอกสารแล้วยื่นทางออนไลน์ไม่ได้ล่ะ ซึ่งบางส่วนก็ปรับก็จะเห็นว่าหน่วยงานรัฐบางส่วนปรับไปแล้ว แล้วเราก็ให้คำแนะนำ ให้คำปรึกษา ทำมาตรฐานหยุดขอสำเนาบัตรประชาชน จากประชาชนเดี๋ยวนี้นะ ก็ยังมีหน่วยงานบางหน่วยงานขอสำเนาบัตรประชนอยู่ จนกระทั่งกรมการปกครองทนไม่ได้ เรามี ThaiD ทุกคนในห้องนี้ถ้ายังไม่มี ThaiD ดีนะคะ นะคะ ก็ ระหว่างฟังก็สามารถ Install ThaiD ก็เหมือนเป็นบัตรประชาชนในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ในมือถือ เพราะฉะนั้น ภาครัฐนี่ ก็ปรับปรังเปลี่ยนไป ก็บอกนี่ไง ทำไมเราถึงไม่ต้องใช้กระดาษอีกนะคะ ถามว่า DGA ทำอะไรในส่วนเหล่านี้ ส่วนใหญ่อย่างที่บอกค่ะ เราก็คือ Smart Connector เราก็ประสานหลังบ้าน ทำไม่ได้ ทำไม่ได้ เชื่อมโยงกันไม่ได้นี่ ก็ให้สามารถทำได้ นอกจากนั้นนะคะ ตัวพระราชบัญญัติ จัดตั้ง DGA นะคะ พระราชกิจฎีกาจัดตั้ง DGA นี่ ก็จะบอกว่าหน้าที่ของเรานี่ ก็คือจะต้องจัดทำมาตรฐานไปเสนอให้คณะกรรมการ DG ก็จะมีท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ประกาศออกมา ว่าหน่วยงานรัฐทำแล้วไม่เหมือนกัน ท่านก็จะงงไปติดต่อหน่วยงานนี้ ทำแบบนี้ ไปติดต่อหน่วยงานหนึ่ง ทำอีกแบบหนึ่ง เพราะฉะนั้นนี่ บางส่วนที่เราพยายามทำนี่ ขออีกแอปหนึ่งนะคะ ว่าง ๆ ก็ Install ชื่อแอปทางลััดนะคะ จะมีเรื่องที่เราไปประสาน ทั้งกระทรวง พม. แล้วก็กรมส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ นำบัตรคนพิการมาใส่ไว้นะคะ คือต้องบอกว่าแอปทางลัดนี่ทำเพื่อทางเข้าน่ะค่ะ ประชาชนเขาจำไม่ได้หรอก ว่าหน่วยงานภาครัฐมี 400 กรม มี 400 แอปจำชื่อไม่หวาดไม่ไหว เราจึงบอกว่าครั้งแรกที่ท่านเข้ามานี่ เขามาผ่านแอปทางลัดไหม สามารถที่จะไปถึงสิ่งหมวดหมู่ที่จะสามารถเข้าตามที่เกี่ยวข้องกับความสนใจของท่าน ซึ่งพอเข้าแอปทางรัฐนี่ มันจะมีหมวดหมู่ชื่อหมวดหมู่คนพิการค่ะ พอท่านกดเข้าไปที่คนพิการนี่ ท่านจะมีโหมดขอบคุณกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนค่ะ คือ ความสำเร็จนี่ มาจากกรม เพราะกรมก็เหมือนกัน มาจากหน่วยงานรัฐที่ต้องตอบคำถาม ตอบว่า ตกลงผมมีบัตรคนพิการไหว บัตรคนพิการไหม ผมมีบัตรคนพิการไหม บัตรหมดอายุไหม คนพิการแล้ว ผมจะได้เบี้ยคนพิการเมื่อไหร่ ทางกรมก็เลยเอา 3 แอปพลิเคชันมาใส่ไว้นะคะ ก็จะมีตั้งแต่ บัตรคนพิการ เบี้ยคนพิการ สิทธิ์ หรือกู้ยืม กู้ยืมเงินของคนพิการนะคะ เพราะฉะนั้น เหล่านี้ค่ะ หน่วยงานรัฐก็พยายามจะปรับ เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงได้ ไม่ใช่เฉพาะกลุ่มคนทั่วไป รวมถึงกลุ่มคนพิการด้วยนะคะ ก็เหล่านี้ทั้งหมดเราประสานหลังบ้าน ก็จะเป็น Smart Connector อะไรที่ทำไม่ได้ บอกเรา เดี๋ยวเราก็จะไปปรับปรุง ซึ่งแล้วพอทำได้แล้ว ก็ยังต้องทำเป็นมาตรฐานเดียวกัน ซึ่งไม่แน่ใจ พอดีเตรียมสไลด์มา 2 สไลด์แรกนะคะ แต่ถ้าขึ้นไม่ทันไม่เป็นไร ก็คือ [เสียงหัวเราะ] // ขออภัยค่ะ ไม่เป็นไร ขออภัยค่ะ กลัว ๆ ไม่มีภาพประกอบนะคะ ภาพประกอบ ต่อนบ่าย ๆ จะช่วยให้ท่านสนุกสนาน โอเคค่ะ อันนี้คือชื่อกฎหมายค่ะ ท่านจะได้เห็นชื่อกฎหมาย อันหนึ่ง ที่ปกติ พรบ. DG นี่ประกาศตั้งแต่ปี 2562 นะคะ DGA นี่ เคยชื่อ EGA มาก่อนนะคะ เราย้อนหลังจากตัว E เป็นตัว D ค่ะ เพราะว่ายุคสมัยเปลี่ยนไป เปลี่ยนจากนะคะ ก็เลยตอนนี้เราชื่อ DGA พอ DGA นี่ พระราชกฤษฎีกาในปี 2561 ล่าสุดค่ะประกาศกฎหมายมากี่ฉบับ ก็ถามทำไมไม่ทำสักก็มีอีกตัวหนึ่งนะคะ วันที่ 13 ตุลาคม 2565 เขาเรียกว่า พระราชบัญญัติการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ค่ะ ตัวพระราชบัญญัตินี่ ต้องบอกว่า เราออกกฎหมาย เราคิดแต่ภาครัฐ บังคับเจ้าหน้าที่รัฐ 1 2 3 4 แล้วเขาก็ทำไม่ได้ ตอนนี้เราเลยออกกฎหมายเพื่อประชาชนไปเลยแล้วกัน อย่างที่บอกค่ะ หลังโควิด ท่านต่อพงศ์ก็บอกแล้ว่ามันต้องทำเพื่อประชาชน สิ่งที่ทำ ก็คือบอกว่าประชาชนต้องการอะไร ประชาชนต้องการติดต่อกับภาครัฐ เพราะฉะนั้นปี 2565 เลยเกิดกฎหมายล่าสุด แล้วตัวนี้ค่ะ ก็คือมีการบังคับใช้ไปแล้วนะคะ แล้วบอกว่าถ้าประชาชนจะติดต่อภาครัฐออนไลน์ ภาครัฐจะต้องยอมรับ ปฏิเสธไม่ได้ เพราะฉะนั้น ส่งอีเมลมาถึง ภาครัฐต้องตอบ อันนี้ค่ะ บังคับใช้ ซึ่งพอมันบังคับใช้แล้ว แปลว่าอะไรคะ มันก็เลยเกิดช่องทางนี่ค่ะ บอกว่าภาครัฐต้องใช้อีเมลให้เป็นแล้วนะคะ ภาครัฐต้องมีเว็บไซต์ ที่ประชาชนสามารถทุกวัยเข้าถึงได้ ก็เลยเกิดเป็นตัว พรบ. ล่าสุดปี 2565 นะคะ เพราะฉะนั้น ตอนนี้ท่านไปติดต่อที่ไหน แล้วรัฐบอกว่าทำไม่ได้ ก็ต้อง... ท่านต้องรู้จักตัวนี้ พรบ. ตัวนี้นะคะ บอกไปเลย ถ้าเขายังทำไม่ได้ บอกว่าติดต่อ DGA แล้วเดี๋ยว DGA บอกเอง ว่าจะให้ทำอย่างไร เดี๋ยวท่านก็ทำได้นะคะ ก็หลัก ๆ ก็เป็นการสรุปภาพรวมของ DGA นะคะ ในบทบาทหน้าที่ที่เกี่ยวข้องนะคะ ค่ะ ขอบคุณค่ะ (ดร.อนันต์ลดา) ค่ะ ขอบคุณค่ะ ก็วันนี้เข้าใจว่าผู้เข้าร่วมเสวนาหลายท่านนะคะ ที่นั่งอยู่ก็จะเป็นตัวแทนหน่วยงานภาครัฐ ก็อย่างไรถ้าติดขัดอะไร ตรงไหนไม่ได้ อาจจะยังไม่ได้ หรือว่าถ้ารเื่องของการบริการดิจิทัลภาครัฐที่อาจจะซับซ้อนหน่อย อย่างเช่น การยืนยันตัวตนหรือ E-payment สามารถสอบถาม หรือถามเข้ามาที่ DGA ได้นะคะ ค่ะ ก็อันนี้จากภาครัฐไปแล้วนะคะ ทีนี้เรามาทางภาคเอกชนกันบ้าง เมื่อกี้ภาครัฐเหมือนเป็นภาคบังคับเล็กน้อย มี พรบ. ออกมาหลายตัวเกี่ยวกับการบริการดิจิทัล แต่เอกชนนี่ เข้าใจว่าไม่ได้มีกฏหมายนี่ ก็ไม่ได้เข้าถึง แต่ทางสภาดิจิทัลเอง ก็มีความพยายามผลักดัน เพื่อเพิ่มบริการความเข้าถึงของทุกคนนี่นะคะ อยากให้คุณหญิงนงคราญ ภารกิจของสภาดิจิทัล ของที่ผ่านมาด้วยค่ะ (ม.ร.ว.นงคราญ) สวัสดีค่ะ ขออนุญาตแนะนำสภานิดหนึ่งนะคะ สภาเราจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัตินะคะ และสังคมแห่งประเทศไทย พ.ศ 2562 เราตั้งตั้งแต่ปี 2562 นะคะ โดยที่ภารกิจของเราก็จะมีหลายด้านนะคะ ทางด้านเศรษฐกิจดิจิทัล และด้านจัดทำมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับดิจิทัล การยกระดับนะคะ ตัวชี้วัดต่าง ๆ ด้านดิจิทัลของประเทศไทยนะคะ ท่านพัฒนาและในประเทศนะคะ ในลักษณะของ PPP นะคะ การพัฒนาผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ Start Up ให้มีความสามารถในการพัฒนาดิจิทัล แล้วก็การพัฒนาดิจิทัลนะคะ แล้วก็การพัฒนาเป็น Digital Hub เหล่านี้นี่ ก็เป็นภารกิจที่สภาฯ ของเราดำเขออนุญาตพูดถุงส่วนรที่ทำ MOU ในวันนี้ เรื่องของสังคมดิจิทัลนะคะ สังคมดิจิทัล ก็คือการ... ลดความเหลื่อมเพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงของคนทุกภาคส่วนนะคะ โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง และผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาส รวมทั้งผู้สูงอายุนะคะ ในการเข้าถึงบริการต่าง ๆ เป็นเรื่องที่น่าน้อยใจนะคะ ว่ามี กระทรวงก็เน้นภาครัฐนะคะ สพร. ก็ DGA ก็เน้นภาครัฐนะคะ มีการพฒนาให้หมดเลย อย่างไรนะคะ สภาดิจิทัลเราก็โดยนโยบายของท่านประธานสภาฯ ท่าน ศุภชัย จิรวนนท์ ให้ความสำคัญกับส่วนนี้ค่อนข้างมากสำคัญของทั้งสภาเลยนะ เราต้องพัฒนาของการเข้าถึงนะคะ ข้อมูลต่าง ๆ นะคะ รวมถึงบริการทางด้านดิจิทัลทุกภาคส่วนอย่างถ้วนหน้านะคะ โดยเฉพาะให้ความสำคัญกับทางกลุ่มเปราะบางนะคะ คนพิการนะคะ ทั้งเรื่องของผู้สูงอายุนะคะ ซึ่งในส่วนนี้นี่ เราก็คำนึงถึงการที่เราพบ ในเรื่องของการทำตามตัวชี้วัดนะคะ ในการที่เราจะเป็นวัดการพัฒนาการเข้าถึงนะคะ เรื่องของการยั่งยืนนะคะ แล้วก็ในเรื่องของมีการพัฒนาด้านสุขภาพนะคะ การศึกษา คเรื่องความเท่าเทียมทางเพศ เรื่องของการจ้างงาน การเปลี่ยนแปลง เรื่องของสังคมความยุติธรรมต่าง ๆ อันนี้ก็เป็นส่วนชี้วัดของเรานะ ในส่วนที่ปัจจุบันเราได้บรรยายไปแล้ว ว่ามันเป็นโลกดิจิทัล มันเป็นโลกยุคปัจจุบัน ทุกคนต้องเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ เข้าถึงความ... เราเรียกว่าอะไร สื่อ สังคม หรือบริการททางดิจิทัลได้นะคะ ซึ่ง 80 เปอร์เซ็นต์ ของคนไทยนี่ น่าจะเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้แล้วนะ แต่คนพิการนี่ ที่จดทะเบียนและไม่จดทะเบียนนะ ถ้าจดทะเบียนในพม. ที่เอา DGA เอาขึ้นเป็นบัตรคนพิการนี่ เราสามารถเข้าถึงได้ทั้งประเทศนี่มีมากกว่า 4,000,000 คนนะ ซึ่งส่วนคนทั้งหมดจะต้องเข้าถึงนะ เข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ เรานี่ เราก็มีการพัฒนา ที่เราต้องทำให้ได้ ในเรื่องปัญหาการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต ก็จะเป็นเรื่องของ เรื่องค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นนะคะ เรื่องของการเข้าถึงอุปกรณ์ต่าง ๆ นะคะ แล้วเรื่องของมีเรื่องของการขาดทักษะนะคะ ในการที่เข้าถึง ซึ่งนอกเหนือจากการเข้าอุปกรณ์ต่าง ๆ แล้วนี่ ยังมีเรื่องของการเข้าถึง เรื่องของคอนเทนต์ หรือเรื่องของการบริการ ซึ่งอันนี้เป็นส่วนที่ท่านต่อพงศ์ได้นำเสนอแล้ว ว่ามันต้องเริ่มจากการออกแบบ การออกแบบที่สามารถเข้าถึงได้ ซึ่งในส่วนนี้สภาดิจิทัลเราก็จะให้ความสำคัญ แล้วก็สร้างแรงจูงใจ แล้วก็กับทางกลุ่มผู้ประกอบการภาคธุรกิจ เอกชนที่จะให้ความสำคัญที่จะมา ระบบข้อมูล หรือว่าการที่ให้สามารถเข้าถึงได้ เช่นเดียวกับภาครัฐ เขามีกฎหมายมาตราที่ 20 (6) นี่ ไม่บังคับเอกชนนะ จะบังคับแค่เอกชนที่รับจากรัฐ ถ้าส่วนไหนที่ได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐนี่ ต้องทำนะคะ เพื่อบังคับ แต่เอกชนทั่วไปไม่ต้อง เพราะฉะนั้น จะเห็นว่าธนาคารอยู่ดี ๆ ก็ปิดบริการ ไม่ให้คนพิการเข้ารับ ปิด เพราะว่าเป็นช่วงโหว่ง ก็พยายามไปเจรจานะคะ ว่ามันต้องเข้าถึงได้ แต่เราก็ต้องมีภารกิจนะคะ ต้องไปทำว่าเขาต้องเข้าถึงที่ใช้เทคโนโลยีที่เข้าถึงได้อย่างไรต่อไปนะคะ ในส่วนนี้ ซึ่งในการดำเนินการทั้งหมด เราบูรณาการทางเศรษฐกิจ ซึ่งเรามีการพัฒนาตั้งแต่เศรษฐกิจ เรื่องของความร่วมมือต่าง ๆ เรื่องพัฒนาบุคลากร เรื่องพัฒนาบุคคล ต่าง ๆ แล้วก็พัฒนาในเรื่องของสังคมนี่ เรามีการบูรณาการกัน กับภารกิจของสภาพในทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องนะคะ ส่วนที่เราจะดำเนินการต่อไปคือเป้าหมาย เราต้องทำให้เกิดคุณภาพชีวิตนะคะ เรียกว่า "คุณภาพชีวิต" นะคะ ให้เป็นมีคุณภาพชีวิต ประชาชนนี่ จะต้องมีคุณภาพชีวิตที่ดีนะคะ เรื่องของการเข้าถึง อย่างเช่น เรื่องการเข้าถึงระบบแพทย์สาธารณะสุขนะคะ ว่าจะเข้าถึงได้อย่างไรนะคะ ในทางพัฒนาองค์ความรู้ เรื่องของการ สร้างภูมิคุ้มกัน เรามีองค์ความรู้ในเรื่องของการสร้างภูมิคุ้มกันนะคะ ทางภัยภัยทางไซเบอร์ดิจิทัลต่าง ๆ ซึ่งเราจะแจ้งภัยที่เกิดจากคุกคามทางเพศต่อไป อันนี้ก็เป็นภารกิจทางสภาเราดำเนินการ มาต่อเนื่องนะคะ กับภารกิจทางด้านสังคมดิจิทัล (ดร.อนันต์ลดา) ค่ะ ขอบคุณคุณหญิงมากเลยนะคะ ก็เห็นบทบาทในการขับเคลื่อน ที่ให้เกิดการเข้าถึงดิจิทัล ด้านดิจิทัล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่ไม่ได้เป็นภาคบังคับของกฎหมายนะคะ ตรงนี้ก็ขอขอบคุณมากนะคะ ที่ได้ช่วยผลักดันได้ตระหนักรู้ถึงความสำคัญเหล่านี้นะคะ เป็ฯที่น่าสนใจอยู่ตัวเลขหนึ่ง เรื่องของการเข้าถึงบริการอินเทอร์เน็ตนะคะ เมื่อตอนช่วงต้นนี่ ทางต่อพงศ์ได้พูดกันไปในยุคนี้ COVID-19 หรือ Past COVID ถ้าทุกคนนี่ยืนบนสื่อดิจิทัล แต่เมื่อกี้เราเห็นตัวเลขที่ว่า ถ้าเป็นกลุ่มคนพิการ หรือกลุ่มคนเปราะบาง ตัวเลขค่อนข้างต่ำเลย ไม่ถึง 50 เปอรเซ็นต์ อันนี้ก็น่าเป็นกังวลเหมือนกัน อย่างที่แต่ละท่านได้ทำนี่ ที่แต่ละท่านได้ทำที่ผ่านมาแล้ว ก็เลยอยากให้มองไปข้างหน้านะคะ อนาคตว่าเราจะช่วยกันขับเคลื่อนทั้งภาครัฐและเอกชนนี่ จะสามารถร่วมมือกันในการขับเคลื่อน ในการเข้าถึงบริการดิจิทัล และก็เนื้อหาดิจิทัลนี่ ได้มากขึ้นอย่างไร โดยเฉพาะในกลุ่มที่ว่าเรายังเห็นตัวเลขที่ค่อนข้างต่ำนะคะ อันนี้เดี๋ยวจะขอเริ่มจากทาง DGA ก่อนนะคะ รอบนี้ ค่ะ (ดร.อุรัชฎา) ค่ะ ก็ในเรื่องของการเข้าถึง ในเรื่องของความร่วมมือค่ะ ที่เราจะผลักดันให้เกิดขึ้นนี่ เราจำได้แล้วว่าเราต้อง Control ตัวนี้ด้วยตัวเอง ก็ขออนุญาตไปภาพประกอบ ค่ะ โอเคค่ะ ถ้าภาพมันไม่เปลี่ยนตามที่พูด ก็ยกมือบอกได้เลยนะคะ ค่ะ ก็ในส่วนนี้ค่ะ ต้องบอกว่า DGA ค่ะ เนื่องจากมีภารกิจอย่างที่บอก เรามีการจัดทำทางมาตรฐานแล้วก็เราก็เข้าใจเลยค่ะ มาตรฐานบางทีแล้วทำไมไม่ได้อัปเดตนะ จริง ๆ ก็เหมือน WCAG นะ ตั้งแต่ 1.0 ปัจจุบัน 2.2 DGA ก็มีเวอร์ชัน 1 เวอร์ชัน 2 นี่ค้างอยู่ตั้งแต่ปี 2558 ปีนี้ปีอะไรคะ 2567 ใช่ไหมคะ ซึ่งเราทนไม่ได้ค่ะ เราทนไม่ได้ที่มันจะไม่อัปเดต เพราะเทคโนโลยีอัปเดตไปหมดแล้ว เพราะฉะนั้น เรมีทำเวอร์ชัน 3.0 ค่ะ ประกาศมาเมื่อปีที่ผ่านนะคะ ปี 2566 ซึ่งจริง ๆ มันก็นานเกินไปนะ ที่เราไม่ได้อัปเดต ซึ่งมันเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านนะคะ บวกทั้งโควิด เรากำลังดูทิศทางเว็บยังจำเป็นอยู่มั้ย เว็บจะทำอย่างไร โมบายในที่สุดมันคือทิศทางของการอัปเดตค่ะ ดีนะคะ ซึ่งจริง ๆ ก็ต้องบอกว่าในที่สุดวิธีการที่เราอัปเดตนี่ค่ะ มันก็คือเราเน้นไปที่เราต้องทันต่อเทคโนโลยี คือ ทันต่อเหตุการณ์ ล่าสุด ภาครัฐไม่ได้มีงบประมาณเยอะนะคะ แล้วบางทีเอกชนที่มารับงานภาครัฐนะคะ คิดว่าภาครัฐมีเงินเยอะ บางทีไม่ได้เยอะขนาดนั้น บวกกับภารกิจที่ว่าช่วงโควิดนี่ บางทีงบประมาณส่วนใหญ่เราเน้นไปที่ช่วยเหลือประชาชนก่อน เพราะฉะนั้น การอัปเดตระบบนี่ สร้างความสมดุลระหว่างสร้างความสะดวกและความสมดุล เพื่อรองรับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปนะคะ เพราะฉะนั้น เราปรับนี่ค่ะ อันนี้นะคะ ก็จะเป็นในส่วนที่บอกว่า ที่ท่านเคยเห็นหน้าปกที่ทางด้านซ้ายนะคะ อันนั้นคือปี 2558 ถ้าท่านเริ่มเห็นหน้าปกที่มันค่อนข้างคล้าย ๆ กับสิ่งที่เราไปทำ สมอ. หรือรักษามาตรฐานนี่ เรียนรู็จากเขาค่ะ เขาก็ให้บางส่วนปรับให้มันดูเป็นแนวมาตรฐานมากขึ้นนะคะ แต่ว่าเราจะมีคู่มือที่เราประกอบในหน้าเว็บไซต์ ซึ่งท่านสามารถดาวน์โหลดได้นะคะ ก็อันนี้ถ้าเป็นชื่อนี่ เราจะเรียกว่า "มารตรฐานมาตรการพัฒนาดิจิทัล" ค่ะ ต้องบอกว่า DGA เราบังคับค่ะ เวลาเราประกาศอะไรนี่ เราเสนอให้บังคับใช้วันรุ่งขึ้น ประกาศววันนี้ ใช้วันพรุ่งนี้ เป็นอย่างไรคะ งบประมาณก็น้อย คนก็น้อย เกิดการต่อต้านอย่างรุนแรงค่ะ เราต้อง Lesson Learn เรียนรู้ว่า นอกจากประกาศแล้ว เราต้องให้เวลา เราก็ต้องเป็นอย่างที่บอกค่ะ Smart Conecter ว่าถึงเวลาต้องปรับนะ เว็บไซต่ที่ท่านเคยมีปี 2558 ท่านจะทำเหมือนเดิมไม่ได้ เพราะอะไรคะ ท่านต้องปรับปรุง เปลี่ยนแปลงตามเทคโนโลยี เหมือนอย่างที่คุณหญิงนงคราญบอกว่ามันเป็นเรื่อง Siber Security ด้วย อาจจะได้ยินข่าว เว็บ ฟิตซิหน้าเว็บ อ้าว เมื่อเข้าเว็บนี่ล่ะค่ะ ตอนเราปรับนี่ เราพยายามให้ทุกคนเข้าใจ เข้าถึง แล้วก็ตระหนักว่า ถ้าท่าน ๆ ม่ ๆ ด้ตระหนัก อย่างน้อยท่านต้องปรับ ไม่งั้นท่านจะดูแลคอนเทนต์ได้ มันเป็นช่องโหว่ ทาง Digital Accessibility ตัวมาตรฐานเว็บไซต์ภาครัฐ 3.0 นี่ ก็เอาระบบความคิดต่าง ๆ นี่ เข้ามาด้วยกัน โดยเราทำผ่านคณะทำงานนะคะ ก็จะมีคณะกรรมที่มาทำงานร่วมกัน แล้วก็มีสภา สมาคมอุตสาหกรรมนะคะ ตอนนี้ เข้าใจว่ามีสภาดิจิทัลด้วยนะคะ เพราะยังอยู่ในคณะทำงานเราเรียกว่าคณะทำงาน TC1 ซึ่งมาทำเรื่องตัวทำงานความมั่นคงความปลอดภัยของตัวดิจิทัลนี่ล่ะค่ะ แต่มีการปรับเปลี่ยนชื่อเล็กน้อยนะคะ แต่ว่าเรายังคงใช้คณะทำงาน TC1 ซึ่งก็มาช่วยกันร่างตัวนี้ โดยคำนึงถึงบริทบต่าง ๆ ของภาครัฐ แล้วสิ่งหนึ่งที่นั่นคือในหัวข้อเกณฑ์การทำตามมาตรฐานภาครัฐนี่ เราบอกว่าต้องลดความเหลื่อมล้ำด้วย คือ ต้องทำตามมาตรฐาน WCAG ซึ่งในปี 2558 ก็เขียนไว้ ว่าทุกหน่วยงานที่ทำเสร็จแล้วต้องเอาเข้าไป TEST ซึ่งแล้วต้องได้ระดับ อย่างน้อย AA เอ๊ะ A เดียวค่ะ A เดียว ตกใจกันใหญ่เลย อันนี้มุกนะคะ ตอนบ่าย ถ้าใครตกใจนี่ แสดงว่ารู้ AA ว่าคืออะไรนะคะ เรากำหนดแค่ 1 A นะคะ ใช่ไหมคะ แล้วก็ได้กับถ้วนทั่ว จากปี 2558 จนถึงปี 2567 เพิ่มจำนวนเพจ เปลี่ยนโดเมน อีกเยอะแยะเลย อีกเยอะแยะเลย แต่เราก็ยัง A เหมือนเดิมใช่ไหมคะ ซึ่ง WCAG เขารู้ทันท่านค่ะ เหมือนเขารู้ทัน พอเขาปรับเป็น WCAG 2.1 ใช่ไหมคะ เขาก็ทำเครื่องมือออกมาใหม่ ที่มีการเปลี่ยนแปลง กับตัว Control ที่ท่านต้องไปปรับ แล้วบางส่วนก็เอาออก ยิ่ง WCAG 2.2 ที่ประกาศเมื่อตุลาคมนี่ บางส่วนที่เขาเคยกำหนดเป็น A ต่อไปนี้ไม่ได้แล้วนะ ก็ต้อง AA ไม่ใช่ต้องเป็น AA ทุกข้อ แต่มันจะมีบางข้อที่บอกว่ามันจะต้องเป็น AA แล้ว ซึ่งเดี๋ยวท่านจะได้ฟังต่อไปถ้าท่านเข้าเว็บไซต์ที่ DGA ทำให้นี่ เรารู้ค่ะ ภาครัฐนี่ เวลาทำนี่ปวดหัวมากแค่ไหน เราทำภาคผนวกไว้ให้เลยนะคะ เทียบ WCAG 2.0 2.1 2.2 เพื่อบอกว่าอะไรเปลี่ยนแปลง แต่หลัก ๆ นี่ท่านคงรู้ว่ามันเป็น 4 หัวข้อนะคะ เรื่อง หลักการของ 4 หลักการของ WCAG อยู่เหมือนเดิม เพียงไอ้แต่ตัวสิ่งที่ท่านต้องทำ Action ที่ท่านต้องทำนี่ให้คนพิการเข้าถึงได้ มันก็มีการเปลี่ยนไปนะคะ อันนี้ก็ถ้าสงสัยก็ DOE เหมือน QR Code ข้างบนนี้นะคะ ตรงภาคผนวก จะได้ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงได้ทันนะคะ ซึ่งอันนี้ประกาศเป็นมาตรฐาน สพร. ชื่อบอกอยู่แล้วข้อเสนอแนะก่อนค่ะ ซึ่งถ้าท่านทำได้ อย่างน้อย 2 ปี ร่วมมือกับสภาดิจิทัลฯ ร่วมมือกับกระทรวง DE นะคะ ท่านก็จะสามารถทำได้ พอหลัก ๆ ทำได้ เราจะไปเสนอเป็นข้อประกาศเป็นข้อบังคับนะคะ ประกาศบังคับใช้ หน้าถัดไปนะคะ เดี๋ยวเอาให้จบเลยนะคะ แป๊บหนึ่งนะคะ ก็จะเห็นว่า 3.0 อันนี้ก็จะสรุปมาให้นะคะ ถ้าถามว่าอะไรที่เปลี่ยนแปลง เราเน้นใช้ Domain Name นี่ เป็น .go.th นะคะ ถ้าเป็นหน่วยงานภาครัฐนี่ จะมีการบังคับนะคะ ถ้าเป็น แบบ DGA บางที เราใช้ .or.th ถ้าเป็นหน่วยงานทางการทหารนี่ เราจะต้องถามว่าทำไมการใช้ Domain Name มันสำคัญ เพราะว่าเวลาหน่วยงานรัฐไปจดทะเบียน Domain name น่ะค่ะ บางทีเราต้องใช้เอกสารในการจัดตั้งหน่วยงาน .go จะให้ผู้ร้ายนี่จะเข้าไปเป็นหน่วยงาน .go ทำไม่ได้นะคะ เพราะว่ามันต้องมีกฎหมายเป็นพระราชบัญญัติ เป็น .go.th เพราะฉะนั้น อันนี้มันสร้างความน่าเชื่อถือนะคะ ยังเป็น .com อย่างนี้ค่ะ มันเหมือนเว็บไซต์ขายของนะ มันเป็นไปไม่ได้นะคะ อันนี้ที่ 2 คือ เราเน้นว่าตอบโจทย์การเปิดเผยข้อมูลหน่วยงานรัฐ กับประชาชนนี่ ถ้าเขาโทรมาถามบ่อย ๆ ซึ่งอันที่เราขึ้นหน้าเว็บไซต์คุณล่ะ ข้อมูลที่ต้องเปิดเผยมีอะไรบ้าง ซึ่งจริง ๆ เราเขียนไว้นะคะ ว่ามีภารกิจหน่วยงาน ฟังก์ชันหน่วยงาน คนที่เกี่ยวข้อง โครงสร้างองค์กร ทำไปสักพักเริ่มไม่เหมือนเดิม เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ แต่ต้องขอบคุณ ปปช. นะคะ หน่วยงานที่เขามาตรวจนี่ ทุกปีก็จะมีออกมา เขาชื่อ OIT นี่ค่ะ เขาเป็นหน่วยงานที่ดูเรื่องความโปร่งใสของภาครัฐ ป้องกันปราบปรามการทุจริตแห่งชาตินะคะ ปปช. นี่ เขาก็จะบอกว่า ถ้าคุณต้องเปิดเผยเพื่อความโปร่งใสมีอะไรบ้าง เขาก็เลยเขียนกฎกติกา มารยาทชื่อ OIT ขออภัยนะคะ อันนี้ต้องขออภัยนะคะ ที่ไม่ได้ใส่ชื่อเต็มมา Open Data Accessment คือ ตามกติการ มารยาทภาครัฐนี่วัดตัวเองสิ โปร่งใสแค่ไหน คุณต้องบอกข้อมูลเหล่านี้ พอเราปรับ ก็มีหน่วยงานมาบอกเราว่า ทำไม่ไม่เขียนให้มันเหมือนกันเลย สิ่งที่ DGA กำหนด กับสิ่งที่ ปปช. ได้ค่ะ อย่างนั้น เดี๋ยวปรับ เขียนไว้เลย คุณก็สามารถเอาขึ้นแบบนี้ แล้วปลายปีหน่วยงานเขาก็จะมาตรวจ คุณก็ต้องแสดงข้อมูลเหล่านี้นะคะ อีกอันหนึ่งจากเวอร์ชัน 2.0 นะ อีกอันหนึ่งที่ปรับนะคะ ก็คืออย่างที่บอกไปแล้ว ความปลอดภัย อย่างที่กล่าวไปแล้ว อย่างที่บอกภาครัฐมีกรณี Insident คุณต้องรู้ว่าจะมีวิธีป้องกันอย่างไร ของเว็บไซต์อย่างไร มีการปรับปรุงเวอร์ชัน ถ้าท่านใช้พวก Word Press ในการเขียน ที่มันไม่อัปเดตนี้ ท่านมีการอัปเดตต่อเนื่องไหม เว็บไซต์ซอฟต์แวร์ต่อเนื่องทำไม่ได้ เพราะว่ายังจ้าง Vendor ไม่ได้ อันนี้ DGA ก็รับนะคะ หมายถึงว่ามีคนโทรมาถาม ผมอยู่ฝ่ายไอทีครับ ผมอย่างจะปรับเวอร์ชัน แต่ว่างบประมาณยังไม่มีครับ แล้วก็ผู้ใหญ่ไม่ให้เอาเวอร์ชันเก่าลง แต่ว่าถ้าเราทำต่อไป เดี๋ยวข้อมูลเราจะหลุดครับ จะทำอย่างไรดี เป็นอย่างไรคะ พี่อ้อยพี่ฉอดวันศุกร์จะตอยอย่างไร เวลาเจอแบบนี้ก็ เอาอย่างนี้นะคะ น้อง ว่าน้องต้อง มีการข้อมูลก่อน แล้วจริง ๆ ก็ต้องอธิบายผู้บริหารให้เข้าใจ ต่อความเสี่ยงและความรับผิดชอบ เพราะอย่างนั้น อย่างไรก็ต้องปรับ แล้วก็ถ้าปรับไม่ได้นี่ เดี๋ยวพี่เชิญผู้บริหารพี่ ไปคุยกับผู้บริหารน้อง แต่ตอนนี้น้องไปจัดการเว็บไซต์ตัวเองให้ปลอดภัยก่อน เท่าที่มนุษย์ไอทีจะทำได้นะคะ คือ เราก็พูดกับแบบนี้เวลาเราเป็น Smart Connecter กับทีมไอทีที่ขอแล้วโดนตัดงบ ทำอย่างไรดี ไอ้นี่ ไอ้นู้นไอ้นี่ก็มี เข้าไปช่วย ก็จะเป็นลักษณะนี้นะคะ ที่ถามว่าถึงเวลาที่ภาครัฐต้องเรียนรู้ แล้วต้องปรับ เราก็มมีหลักให้เรียนออนไลน์นะคะ อันนี้ก็เข้าไปได้นะคะ ที่ TDGA นะคะ ต่อมา ซึ่งเราเน้นมาก ๆ ก็คือเมื่อกี้ การลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม ซึ่งอย่างที่บอก เรากฌชี้ไปที่ WCAG ซึ่งต้องขอบคุณทาง สดช. แล้วก็สภาดิจิทัล ที่นำให้ทุกคนเข้าใจนะคะ ซึ่งเราก็ชี้ไปเลย ให้เป็นแนวทงปฏิบัติตามเว็บไซต์ที่ทาง สดช.กำหนด ถ้าเป็นภาครัฐนะคะ ถ้าเป็นภาคเอกชน เราก็จะบอกให้ไปทำที่สภาดิจิทัลกำหนดนะคะ เพราะฉะนั้น เหล่านี้ก็คือการเปลี่ยนแปลง จากเวอร์ชัน 2 มาเป็นเวอร์ชัน 3 ค่ะ ก็นี่นะคะ เดี๋ยวนะคะ ก็จะเป็นใรส่วนที่สรุปนะคะ ว่าเวลาเราเขียนนี่ เราได้อ่านง่าย ๆ ก็จะเป็นในส่วนที่ว่าในบทนะคะ ซึ่งเราทำสรุปไว้ให้เลย ที่บอกว่าหน้าปกมันไม่สวยเหมือนเดิมค่ะ เราก็กลัวท่านไม่าสนใจนะคะ ถามว่าทำอะไร เราก็เลยทำเครื่องมือเช็กลิสต์ ตาราง คล้าย ๆ ตาราง แล้วก็มาตรวจสอบว่าท่าน Complie กับมาตรฐานเว็บไซต์ภาครัฐ 3.0 หรือยัง ก็เป็นข้อ ๆ ท่านก็ถาม ดูเว็บไซต์ท่าน ถ้าท่านทำได้แล้วท่านก็ติ๊ก ถ้าท่านมีงบประมาณจ้าง Vendor แล้ว Vendor ที่นั่งอยู่ในห้องนี้ ก็เป็นเอกชนค่ะ ควรจะเป็น 1 ใน อยู่ใน TOR นะคะ ตอนตรวจรับนี่ ถามว่าตรวจรับอย่างไร ก็ต้องให้เป็นไปตามที่ทางภาครัฐเข้าไปถึงล่าสุด 3.0 นะคะ ก็เอาไปแนบใน TOR ตอนจัดจ้าง Vendor ที่มารับงานก็รู้แล้วล่ะ ข้อที่เกี่ยวข้องกับ WCAG ด้วยนะคะ เราแค่แนะนำว่า เรา WCAG 2.1 อันนี้ยังไม่ไป 2.1 นะ ถามว่าทำไม ตอนนี้เราก็รอเครื่องมือของ สวทช. อยู่นะคะ เดี๋ยว สวทช. ทำให้ ส่วน WCAG ก็ทำเครื่องมือถึง 2.1 ยังไม่ออกมานะคะ ก็เลยจะแนะนำเป็นไปตามนั้น แล้วก็อย่างน้อยได้ A นะคะ อย่างน้อยระดับ A เหมือนเดิม ยังไม่ก้าวขึ้นไปถึง ทำใครทำ จริง ๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับ มันจะมีบางส่วน AAA ตามคำแนะนำของ WCAG นะคะ อันนี้ก้ดาวน์โหลด ๆ ไปใช้ได้นะคะ หรือเวลาจะจัดจ้างงาน จะได้ทราบ ขอแนะนำหน่วยงานภาครัฐ เขาบอกว่าภาครัฐประชาสัมพันธ์ไม่เก่ง ตอนนี้ สังเกต เวลาอุพูด เหมือนเซลเล็ก ๆ นะ เราช่วย สดช. เมื่อกี้ขออนุญาตท่าน ผอ. รัตนา เราไม่เคยอยู่นิ่งนะคะ WCAG ยังไม่เสร็จ สดช. นี่ มีแนวทางนะคะ ที่จัดประกวดแข่งขัน ว่าหน่วยงานภาครัฐ ถ้าใครปรับจาก WCAG 2.1 ได้ ไม่ใช่ 2.0 ตลอดไป ก็เข้าประกวดแข่งขันนะคะ ซึ่งวันนี้เราก็เลือกมาให้ดูซึ่งเกี่ยวกับคนพิการนะคะ ก็อันนี้เป็นเว็บนะคะ ที่เดี๋ยวพูดผิด กรมส่งเสริมและพัฒนาคุฯภาพชีวิตคนพิการนะคะ ก็คือกรมที่ช่วยทำบัตรคนพิการขึ้นแอปทางรัฐนะคะ ท่านก็ได้รับรางวัลนะคะ ซึ่งจริง ๆ อันนี้เป็นไปตาม WCAG 2.1 แล้วนะคะ ตรวจแล้ว เพราะฉะนั้น คือ ถ้าท่านที่ในวันนี้นะคะ ถ้าท่านเป็นคนพิการ หรือคนรู้จักที่เป็นคนพิการเข้าแล้วก็คือเป็นหน่วยงานที่ได้รับรางวัลนะคะ จากทาง สดช. นะคะ ชื่อรางวัล หน่วยงานที่ผ่านเกณฑ์การประกวดเว็บไซต์ที่เข้าถึงได้ ปี 2566 นะคะ เพราะฉะนั้น อันนี้เป็นตัวอย่างนำล่อง เพราะฉะนั้น ถ้าเกี่ยวกับคนพิการจริง ๆ นะคะ ซึ่งก็บอกต่อค่ะ คือ หน่วยงาน Champion นี่ ถ้าท่านทำไม่ได้ติดขัดตรงไหนนี่ ให้ไปติดต่อที่กรมได้ หรือว่าติดต่อผ่าน DGA เพราะว่า สิ่งที่ DGA คุยกันกับทางคุณหญิงนงคราญ กับผอ. รัตนาในที่ประชุม ก่อนที่จะประกวดอันนี้เสร็จนี่ค่ะ ก็มีภาครัฐน่ะ เวลาตรวจรับเว็บไซต์ จะต้องเชิญคนพิการมาเป็น มานั่งเป็นหนึ่งในคนที่ตรวจรับด้วยไหม เป็นกรณีนี้นะคะ ไม่ใช่ตรวจเสร็จแล้วไปแก้ทีหลัง เพราะว่าเราก็ตรวจไม่เป็นจริง ๆ ค่ะ ด้วยเครื่องมือ WCAG แล้วนี่ ก็อาจจะมีคนพิการอันนี้เป็นหนึ่งในนโยบายที่รับมา และพยายามที่จะปรับ หรือมาเขียนอย่างไรให้เป็นแบบนี้ได้ไหม นะคะ ซึ่งตอนนี้ มาตรฐานมันเป็นแค่ข้อเสนอแนะ ภาครัฐที่เอาเครื่องมือตัว Check list ไปใช้น่ะค่ะ ว่าตอนตรวจรับควรจะเชิญสมาคนคนพิการ ก่อนตรวจรับเว็บไซต์นะคะ อันนี้ก็เป็นหน้าสุดท้ายแล้วค่ะ ก็อันนี้ก็โฆษณาด้วยค่ะ เรารัก Thai PBS ด้วยนะคะ ก็ Thai PBS รางวัลนะคะ แล้วก็ Thai PBS นี่ ก็ทำได้แตาม WCAG 2.1 เหมือนกันนะคะ ซึ่งผู้ใช้งานของ ThaiPBS นี่ ก็มีผู้พิการไม่น้อยเลย บางทีอุดูรายการทีวี เขาก็จะมีเรื่องเล่านะคะ ว่าเขาก็จะมีเรื่องเล่าที่เกี่ยวข้อง ก็สามารถเข้าไปดูได้นะคะ อันนี้ก็เป็นการเข้าไปดูได้ อย่างที่เมื่อกี้ทางวิทยากรถาม ว่าถ้าขับเคลื่อนทำอย่างไร ตอนนี้เราก็ขับเคลื่อนผ่านตัวมาตราฐาน ภาครัฐ แล้วเราก็บอกว่าทุกเว็บไซต์ที่หน่วยรัฐอย่างน้อยต้องให้ผู้พิการเข้าถึงได้นะคะ ซึ่งก็เป็นตาม WCAG ตามมาตรฐานสากล แล้วก็แปลเป็นภาษาไทย แล้วก็ทางสภาดิจิทัลค่ะ ขอบคุณค่ะ (ดร.อนันต์ลดา) ค่ะ ก็ขอบคุณค่ะ เห็นภาพเลยค่ะ ทางฝั่งภาครัฐนี่ จะไปต่ออย่างไรนะคะ ซึ่งเรามีเรื่องมาตรฐาน เรื่องของการส่งเสริม แล้วให้เวลาอีก 2 ปีใช่ไหมคะ ก่อนที่บังคับใช้ ใช้ แต่ว่ากรมส่งเสริมมีนะคะ หรือว่ามีการให้คำปรึกษา ในเรื่องของการอบรมนะคะ แล้วก็เรื่องของเครื่องมือกันนะคะ แล้วก็นอกจากนั้น ก็คือเรามีให้รางวัล ถ้าทำได้ตามมาตราฐานด้วย ก็หลาย ๆ หน่วยงานที่มาวันนี้ ก็สามารถทำได้ แล้วก็ได้รับรางวัลกันไปนะคะ เรามาถึงภาคเอกชนกันบ้าง ว่าเราจะขับเคลื่อนตรงนี้ต่อไปกันอย่างไรในอนาคต (ม.ร.ว.นงคราญ) ค่ะ ก็แนวทางและการบริการถ้วนหน้าของบริการดิจิทัลนะคะ เราก็ให้ความสำคัญอย่างที่เห็นกันนะคะ โดยเริ่มแรกเราก็เริ่มพัฒนาตัว อย่างที่คุณอุ หากเราทำตัว Guideline ออกมาก่อนเลย การที่เราดำเนินก็ต้องมีการที่จะร่วมมือกันจะต้องมีกรอบว่าต้องทำอย่างไร เราก็เริ่มจากให้มี Guideline ก่อนนะคะ ที่ทุกคนรู้จัก แล้วก็คนทุกคนที่เข้าถึงไกด์ไลน์แล้วก็ประกาศ Guideline ออกมา ให้กระทรวง DE ใช้งานด้วยนะคะ หลังจา่กนั้น ก็มีการร่วมมือกับภาครัฐ แล้วมีความร่วมมือ การดำเนินการอย่างต่อเนื่องมา โดยที่โดยการผลักดันของเรานี่ เนื่องจากว่า 20 (6) ไม่ครอบคลุมภาคเอกชน ทีนี่เราจะอย่างไรให้ภาคเอกชนนี่ ให้ความสำคัญนี่ เราก็ เอ๊ะ ก็ไปหารือท่านมณเทียร เราแก้กฎหมายได้ไหม ให้ 20 (6) ให้ครอบคลุมท่านจะเข้าสภาให้นะคะ รู้สึกว่าก็ได้รับจากอาจารย์นะคะ แต่ว่าเราก็ทำอย่างไร เราก็ทำงานในการผลักดัน ว่าเราจะสร้างแรงจูงใจกับเอกชนนี่ ให้ความสำคัญได้อย่างไรนะคะ นอกจากการสร้างความพร้อม เรื่องของการกับทางด้านสังคมนี่นะคะ ก็มีการพกับด้านสังคมให้มากขึ้น แล้วก็มีความตระหนักรู้ มีการผลักดันให้องค์ความรู้การพัฒนาทางความรู้กับภาคเอกชนนะคะ ทำแพลตฟอร์ม ดิจิทัลคอนเทนต์ต่าง ๆ แล้วก็เราได้มีการ... สุดท้าย อาจจะมีการประกวด แล้วก็ให้รางวัล ในกลุ่มของภาคเอกชนนะ ในปัจจุบันนี่ ก็มีอยู่ของทางสมาคม แต่ว่าอันนี้เราจะให้รางวัลจากการประเมินด้วยนะคะ ซึ่งเราจะพัฒนาหลักสูตร เราก็จะพัฒนาผู้ใช้งาน กับผู้ประกอบการนี่ ทางริการเข้าถึงตัวนี้ได้ พัฒนาร่วมกับ สวทช.ด้วยนะคะ ว่าหลักสูตรควรจะเป็นอย่างไร ในปีนี้ค่ะ ปีนี้เราก็มีการคุยกับทางทางกระทรวง DE มา 2 ปีแล้วนะคะ แล้วก็เรียนท่านแล้ว ว่าในส่วนของเอกชน เดี๋ยเราจะช่วยทำซึ่งเราก็เริ่มศึกษามา 2 ปีที่แล้วนะ ว่าทิศทางเราจะทำอย่างไรได้นะคะ เราที่จะเชิญชวนภาคเอกชนนะคะ ที่มีความสนใจ ซึ่งในส่วนนี้นี่ เราก็อยากจะได้ภาคเอกชนที่เป็นที่ต้องการที่ผู้บริการผู้พิการ หรือกลุ่มเปราะบางนะคะ ซึ่งตรงนี้นะคะ ก็จะช่วยสำรวจให้นะคะ ว่าภาคเอกชนกลุ่มไหน ที่เราควรจะนำมาเป็นการประเมิน จะได้ตรงใจท่านผู้ใช้บริการ นะ เพราะว่าเราก็ยัง... เราก็ยัง... ทาง กำลังทำการ Serway ให้นะคะ เดี๋ยวเราจะได้จดตรวนี้ ทีนี้จากตรวนี้นี่ เราก็จะมีส่วนที่ว่าการร่วมือ ในการผลักดันอย่างไร เราก็จะเริ่มจากการ... พัฒนาบุคลากรก่อนนะคะ ตอนนี้เรากำลังพัฒนาหลักสูตร ตอนนี้เรากำลังพัฒนาหลักสูตร จะมีการเชิญชวนนะคะ ผู้ประกอบที่สนใจะคะ สมัครประเมินนี่ พวกเอกชนนี่ บางส่วนเราก็ไปเรีรยท่านนะคะ เพราะเราก็ว่ามีทั้งโจทย์ที่ว่าสมัครใจ สมัครมา หรือจะใช้วิธีการที่ไปเรียนเชิญ เข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่ง สักส่วนหนึ่ง มาให้ความรู้ในส่วนที่ผู้ประกอบการให้ท่านเข้าใจ แล้วก็พัฒนาผู้ประกอบการ โดยที่ผู้พัฒนา โดยที่บอกว่าผู้พัฒนานี่ ก็ส่วนใหญ่เป็นสมาชิกสภานะค มาจากสมาคมซอฟต์แวร์ สมาคมอุตสาหกรรมนี่นะคะ ทางผู้พัฒนาตรงนี้นะคะ ซึ่งผู้พัฒนาการพัฒนาทำเว็บไซต์ดอยู่แล้วนี่ ให้สามารถทำเว็บที่เข้าถึงได้ ซึ่งอันนี้ก็อาจจะมีการทำ ดิเคชันให้ว่าเขาผ่านการพัฒนาที่จะไปพัฒนาและรับงานจากภาครัฐได้นะคะ ภาครัฐอาจจะกำหนด MOU... TOR ได้ว่าถ้าใครจะมาเว็บไซต์ ต้องเป็นบุคคลที่ผ่านการอบรมแล้วนะ นี่ก็จะเป็นแรงจูงใจในมีความรู้จริง ๆ นะคะ ในส่วนนี้ และหลังจากนั้น เราก็พัฒนาในส่วนของหน่วยงานนนะคะ ผู้ประกอบนี่ ในเรื่องที่สำคัญที่สุดนะคะ ที่เราไเด้ความรู้จากสมาคมคนคนตาบอด คือ การนำเข้าข้อมูลนี่ ซึ่งโปรแกรมเมอร์จะเขียนว่า Picture AA เลยนะคะ แต่ว่าคนพิการบอก No No เข้าถึงไม่ได้นะ เข้าถึงไม่ได้นะ เข้าถึงไม่ได้ เพราะฉะนั้น เราก็จะได้รับความรู้ทางสมาคมนี่ ทางนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้เกิดตรงนี้ได้ แล้วก็ในส่วนที่สำคัญ ก็คือนอกจากไกด์ไลน์แล้ว อาจจะมีเรื่องของคู่มือ แนวทางการปฎิบัติควบคู่กันออกมาด้วย อันนี้เป็นสิ่งที่เราต้องดำเนินการต่อนะคะ เราก็... สุดท้ายนี่ก็ต้องดำเนินการต่อ คนพิการที่จะเข้าถึง จะต้องให้เขาถึงได้ทั้งอุปกรณ์ ทั้งเรื่องของความรู้ เข้าถึงได้ทั้งเรื่องเครือข่าย แล้วสุดท้าย.... อย่างไรนะคะ ของภาครัฐนี้ของคุณอุ ก็จะขอเสนอแนะอีกนิดหนึ่ง ว่าการจด Domain ค่ะ ของส่งเสริมให้ Domain .thai นะคะ ไทย ท ทหาร ไม้มลาย ย.ยักษ์ นะคะ อันนี้จดควบคู่ไปกับทาไม่เสียค่าใช้จ่ายนะคะ ทางผู้จด Domain เพราะว่าในกลุ่มชุมชนที่อยู่ในพื้นที่นี่ค่ะ รากหญ้า ฐานหญ้านี่ เขาอาจจะไม่รู้จัก th ซึ่งบางคนอาจำคืออะไร แต่เขารู้จักคำว่า "ไทย" เพราะว่าสามารถจดได้ เพราะสามารถค้นหาจากไทยได้เลย ขออนุญาตเสนอแนะตรงนี้ด้วยนะ เดี๋ยวผลักดันต่อไปผลักดันต่อไป แล้วก็ที่จะให้คนพิการต่อไปอย่างไร ไม่ ๆ ๆ แนะนำนะ ว่าทาง สวทช. ไว้ว่า เราจะจัดว่าตรงนี้ต้องผ่านการประเมิน โดยคนพิการ เพราะฉะนั้น การที่จะตรวจรับนี่ ผ่านการตรวจรับ ต้องผ่านการประเมินก่อน เพราะฉะนั้น คนพิการเข้ามาในการประเมิน เพราะฉะนั้น เมื่อที่คนพิการมาร่วมประเมิน แล้วในระยะยาวนี่ จริง ๆ มันมีเรื่องของ Self การประเมินด้วยตนเองแล้วนี่ ประเมินอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ออกแบบ ในระหว่างปีนี่ เหมือน Audit เพราะว่าการนำเข้าข้อมูลนี่ ปีแรก ๆ ผ่านไปนี่ คนหนึ่งเข้า คนใหม่ไม่มีความรู้นะคะ ไม่ได้ทำ Accessibility เหมือนเดิมนะคะ เพราะฉะนั้น คนพิการจะเข้าไปตรวจนะคะ จะเข้าไปตรวจ ซึ่งทางตรงนี้นี่ก็มีค่าใช้จ่ายให้กับ... ให้กับทางผู้พิการที่เป็นผู้ประเมินด้วยนะคะ เดี๋ยวทางกระบวนการต่าง ๆ เหล่านี้ เราทำงานร่วมกับภาคีที่ทำงานร่วมกันเมื่อเช้านี้นะคะ (ดร.อนันต์ลดา) ขอบคุณค่ะ ก็ประเด็นเรื่องของการอบรมให้ความรู้นี่ ก็น่าสนใจมากเลยนะคะ เพราะว่าอย่างภาครัฐนี่ มีคอนเทนต์ หรือมีหน้าที่ที่จะต้องทำบริการให้เข้าถึงได้ แต่บางทีต้องร่วมที่จะเป็นผู้พัฒนาทาง แล้วก็มีการให้ Certificate นี่ ก็อาจจะให้ผู้รับ TOR รายไหน ที่เหมาะที่จะมาทำบริการให้เข้าถึงได้นะคะ วันนี้ สุดท้ายอยากให้ทาง สดช. พูดถึงของภาพรวม ในภาพรวมของประเทศนะคะ ว่ในเรื่องของการผลักดันให้เกิดการเข้าถึงเนื้อหาบริการดิจิทัลอย่างไร (คุณรัตนา) ก็ขออนุญาตย้อนไปที่หน้าที่กระทรวงของ ICT เดิม ตาม พรบ. 20 (6) ซึ่งเรานี่ ได้มีการสร้างกฎกระทรวงขึ้นมาฉบับหนึ่ง ซึ่งในกฎกระทรวงก็จะระบุว่าจะต้องอำนวยความสะดวกตั้งแต่อย่างที่เราบอกนะคะ WCAG ตั้งแต่เวอร์ชัน 1 มา นะคะ ทีนี้นอกเหนือจากนั้น บริการที่เราเสนอคนพิการ ก็คือการให้ และยืมคืน อุปกรณ์ ด้านที่คนพิการจะได้ใช้สะดวก เพราะฉะนั้น อันนี้คือ 2 บทบาทหน้าที่ของกฎกระทรวงในสมัยนั้น ทีนี้เมื่อกระทรวง DE จัดตั้งขึ้นในปี 2560 สดช. ตั้งขึ้นในปี 2561 เราเริ่มมาทบทบาทที่เราได้การบ้าน ส่งต่อเป็นมรดกมากจาก ICT นะคะ เรื่องคนพิการ ซึ่งเราก็พบว่าจากการที่เราไปขับเคลื่อนว่าหน่วยงานจะต้องทำตามมาตรฐานนะคะ WCAG ในการเข้าถึงเว็บไซต์นู้นนี่นั้นนี่ เป็นที่มาว่า ขอสไลด์ที่ 3 เลยนะคะ มันก็เลยเป็นที่มา ว่าไอ้ที่เราไปกำหนดให้เขาทำเว็บไซต์กันทางหลายทางปวงนี้นะคะ ทำอย่างไรบ้างยุคดิจิทัลอย่างไรบ้างนะคะ ซึ่ง ปี 2563 นี่ เราก็เริ่มมีการสำรวจแล้ว มีการประเมินแล้วว่าหน่วยงานเราน่ะ หน่วยงานภาครัฐนี่ ได้มีการดำเนินการตามมารตฐานเว็บไซต์มากน้อยแค่ไหน ซึ่งในยุคแรก ๆ นี่ ในปี 2563 นี่ เว็บไซต์ของหน่วยงาน ถึง 52 เปอร์เซ็นต์นะคะ ที่มันไม่ผ่านตามมาตรฐานในการเข้าถึงนะคะ ซึ่งหลักจากนั้นถามว่าในฐานะที่เราเป็นภาครัฐ เราไม่ได้ถึงขนาดต้องไปบังคับนะคะ ซึ่งในบทบาทตรงนั้นนี่ เรามีอำนาจไปบังคับหน่วยงานแค่ไหน อันนี้เราไม่ได้มีอำนาจ แต่ถ้าถามตาม พรบ. คนพิการ อันนี้มีอำนาจแน่นอน ซึ่งหน่วยงานตั้งปฏิบัตินะคะ ตั้งแต่คนพิการ หรือว่าผู้ทรงคุณวุฒิของคนพิการทั้งหลาย ที่พยายามขับเคลื่อนในสภานะคะ มันก็เลยกลายเป็นว่าหน่วยงานต้องทำ แต่ว่าไม่มีคนไปบังคับ พอมาปี 2566 เอ้ย 2565 ที่เราสำรวจ ซึ่งพอสำรวจรอบที่ 2 นี่ ก็จะเป็น... มันจะเพิ่มมากขึ้นนะคะ ก็จะเป็นประมาณ 58 เปอร์เซ็นต์ ก็ยังไม่ตรงตามมาตรฐานอยู่ดีนะคะ พอเราได้ภาพนี้ออกมา เราได้มีการประเมินให้หน่วยงานนี่ แบ่งออกเป็น 4 กลุ่มนะคะ พอเราประเมินภาครัฐออกมา 4 กลุ่มนี่ เราพบว่าเราสามารถที่จะกำหนดให้... เราสามารถจะกำหนดให้หน่วยงานนี่ เป็นระดับกลุ่มที่ดีเยี่ยมนะคะ แล้วก็กลุ่มที่ดี กลุ่มที่จะต้องปรับปรุง กลุ่มที่ไม่ผ่านนะคะ ซึ่งในตรงจุดนี้นี่... ตรงจุดนี้นี่ เราก็จะเจอว่า จากหน่วยงานที่เรากำหนดทั้งหมด จากหน่วยงานที่เราประเมินทั้งหมด กลุ่มดีเยี่ยม เป็น Good Practice ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้นี่ เราเห็นตัวเลขนี้ปุ๊บนี่ เราก็คิดว่าเราจำเป็นต้องขับเคลื่อนแล้วว่า ให้หน่วยงานมีความรู้ แต่ถามว่าจะทำอย่างไรให้หน่วยงานมีความรู้ ทาง ดร.อุเอง ซึ่งทางหม่อมเองนี่นะคะ คุณหญิงเองนี่ จะพูดถึงการขับเคลื่อนที่แตะ สดช. หลายรอบนะคะ เดี๋ยวจะเป็นเรื่องเล่าขับเคลื่อนตรงจุด จาก จุด A จุด B เราก็เลยได้มีการจัดอบรมนะคะ ซึ่งทางผู้บริหารนะคะ ทั้งผู้ผลิตคอนเทนต์นะคะ รวมไปถึงระดับของโปรแกรมเมอร์ที่เป็นคนพัฒนา ซึ่งเราก็จะมีหลักสูตร 3 ระดับตรงนี้ออกมานะคะ แล้วเราก็จะแบ่งการอบรม เราก็จะเชิญหน่วยงาน ทั้งระดับบริหาร ทั้งระดับโปรแกรมเมอร์นะคะ ทั้งคนที่พัฒนาคอนเทนต์ให้มาอบรมกับเรา ในวันแรก ๆ นี่ เราคิดว่าเราอาจจะมีเหตุที่ตั้งรับไม่ทัน คนก็เข้ามาอบรมกับเราน้อย พอวันสุดท้ายนะคะ เข้ามาแบบถล่มถลาย จนต้องขยายพื้นที่ในการอบรมมากมาย เพราะหน่วยงานให้ความสนใจในการอบรมเยอะมากนะคะ หลังจากที่เรามีการอบรมตรงนี้แล้วนี่ เรามีคนออกมาเป็นหลาย ๆ รุ่นเลยนะคะ ซึ่งทั้งหมด 6 รุ่น ในช่วงนั้นนะคะ เราเอาตัวมาตรฐานตัวนี้ เข้ามาเป็นตัวต้นในการอบรม ว่าแต่ละคนที่เขาอบรม มีความรู้อะไร อย่างเช่น ว่าผู้บริหารควรจะมีความรู้อะไรคะ ผู้บริหารหน่วยงาน จะต้องขับเคลื่อนในหน่วยงานให้ได้ ว่าต้องไปผลักดับ WCAG ในส่วนของเว็บไซต์ตัวเองถูกไหมคะ ผู้บริหารต้องไปกำหนดหน่วยงานตัวเองกำหนดว่า TOR ออกมาว่า เมื่อมีการกำหนดเว็บไซต์ ท่านต้องทำตามมาตรฐาน WCAG ถ้าเราไม่ขับเคลื่อนระดับบริหาร TOR เราก็จะหลวม พอตรวจมาก็จะไม่ผ่านระดับมาตรฐาน WCAG ส่วนโปรแกรมเองนี่ เราจะเรียนรู้ในการลง Detail ในการพัฒนาเว็บไซต์นะคะ เพื่อให้เว็บไซต์ที่ออกมาแต่ละเพจนี่ มีนำเสนอคอนเทนต์ในแบบไหน ที่คนพิการอ่านได้ มีการนำเสนอตัวเทคนิค เทคโนโลยีอะไรที่มันสามารถนำเสนอออกมาให้หน้าเพจ ที่คนพิการเข้าถึงได้นะคะ อันนี้เป็นความรู้ของ 3 ระดับนะคะ จากนั้นนี่ สิ่งที่เราตรวจนะคะ เมื่อกี้ดร.อุ พูดถึงคำว่า "เครื่องมือ" นะคะ กับ... คุณหญิงบอกว่าให้คนพิการมาช่วยตรวจนะคะ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เล่าสนุกมากเลย เพราะตอนแรกนี่ เวลาที่เราตรวจข้อมูลปุ๊บนี่ พอยิงเว็บไซต์เข้าไปตู้มเดียว ใช่ไหมคะ แล้วการแก้ไข เราก็แก้ไขตามฉันสบายใจแล้ว ฉันผ่านแล้ว ตรงมาตรฐานเป๊ะเลย แต่บังเผอิญว่า โครงการที่เรา่ทำในการประกวดนี่ค่ะ เรามีการให้ทางผู้พิการนะคะ เข้ามาช่วยตรวจด้วย หน่วยงานที่ได้คะแนนการผ่านเฉลยโด่ง ๆ กันทั้งหลาย ตกฮวบเลยค่ะ ตกฮวบกันหมดเลย มีใครทราบไหมคะ ใครเคยเข้าไปฟังเราตอนเราอบรมไหมคะ ทำไมเราถึงตกฮวบ เดาได้ไหมคะ พอคนพิการใช้คะแนนเข้าสอบ คะแนนตหมดเลย สาเหตุ ก็คือคุณหญิงพูดคำว่า "Picture" นะคะ ไอ้ตรงข้อที่บอกว่าภาพที่ชี้ไปมันคืออะไร เขาก็ขึ้น Caption ภาพที่ชี้ไปมันคืออะไร เขาก็ขึ้นแคปชันว่าPICTURE PICTURE PICTURE No ค่ะ คนพิการบอกว่า Picture อะไร บอกเลย ว่ามันเป็น Picture อระดับเสียง ตัวเล็ก ตัวใหญ่ คนพิการทางหูนะคะ เขาก็ต้องตรวจตามที่เขาต้องการ เพราะฉะนั้น เป็นคะแนนที่ตกมาก เพราะว่าใน Pucture ในเว็บไซต์มันเยอะน่ะ จนไม่รู้คืออะไร อันนี้คือคะแนนที่ตกกัน ต้องไป การประชุมสัมมนานู้นนี่นั้น Picture กรอบโครงสร้างโน้นนี้นั้น ต้องอธิบายให้ชัดเจน เพื่อที่เวลาคนพิการเขาไปชี้ที่ Picture ว่า Picture อะไรนะคะ ทีนี้จาก 13 ข้อตรงนี้ เขาก้จะมีเกณฑ์การตรวจเขาก็มีเกณฑ์ในการตรวจดังนี้ ก็มีมากมายตามนี้นะคะ อันนี้จะเป็นการตรวจโดยคนพิการแล้ว หลังจากที่ใช้เครื่องมือ ก็จะตรวจโดยคนพิการนะคะ หลังจากนั้นนี่ เราก็จะได้หน่วยงานนะคะ ประมาณ 50 หน่วยงานนะคะ หน่วยงานอันดับ 1 ก็จะเป็น 100 เปอร์เซ็นต์นี่ค่ะ ก็จะเป็นสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน อันนี้ก็เป็นความภาคภูมิใจของหน่วยงานที่เข้ามารับรางวัล อย่างเมื่อกี้ที่บอก ก็คือ ThaiPBSกรมส่งเสริมคุณภาพชีวิตคนพิการก็ได้นะคะ กระทรวง DE เองเราก็ไม่ได้อันดับ 1 นะคะ เราก็มีจุดบอดในตัวเว็บไซต์ของเรานั่นเองนะคะ 50 หน่วยงานที่ผ่านในปี 2565 ที่ได้รางวัลไปนะคะ จากนั้นนี่ เราก็บริการชื่นมื่นนะคะ ก็รับรางวัลกันไป อันนี้ในปี 2565 งานที่ 2 ที่เราขับเคลื่อนนั่นให้คนพิการได้ใช้ กก็คือการพัฒนาแอปพลิเคชัน D4D ซึ่งเรามองว่าตอนนี้แอปพลิเคชันทั่วโลกเยอะมาก แต่สวทช. ก็พยายามจะทำแอปออกมา ว่าอย่างน้อยคนตาบอด คนหูพิการนะคะ คนพิการทางสติปัญญา รวมไปถึงคนพิการทางการเคลื่อนไว ก็จะมีแอปพลิเคชันเบื้องต้นนะคะ ซึ่งตัวนี้ขอข้ามไปนะคะ เพราะมันไม่มีอะไรเด่น แล้วเราก็มีการในตัวของการทำเว็บ Portal ซึ่งเราก็จะดึงเว็บ เราดึงแอปพลิเคชันจากทุก ๆ หน่วยงานเข้ามารวมเลย ตัวเราก็ก็มีการพัฒนราแอปพลิเคชันเพิ่มด้วย ซึ่งในส่วนของแอปพลิเคชันให้คนพิการนี่เขาได้อำนวยความสะดวกด้วย แล้วเขาได้รายได้ด้วย บางแอปพลิเคชันนี่ แล้วเราสาสมารถที่จะให้เขาเป็นช่วงทางในการที่ว่าทำรายได้ให้กับตัวเอง การร้องเพลง ว่าเขามีความสามารถทางการร้องเพลงนี่นะคะ คนบริหารจัดการ เกี่ยวกับการติดต่อสื่อสาร ว่าให้คนพิการนี่ ไปร้องเพลงที่งานนู้นงานนี้ ที่เราเน้นประโยชน์ที่คนพิการจะได้รับจริง ๆ นะคะ จากนั้นนี่ เราก็ได้... พวกแอปพลิเคชันต่าง ๆ ของคนพิการต่าง ๆ ที่เรามีนะคะ อันนี้จะเป็นแอปพลิเคชันที่เรารวม ไม่ใช่เฉพาะของคนไทย เราก็รวมมาจากทั่วโลกเลย แล้วก็สิ่งที่เราทำตรงนี้ออกมานี่ เราก็ทำด้วยความหวังดี เราก็จะได้รับตรงนี้ แต่สิ่งที่เราได้รับคอมเมนต์จากท่านปลัดฯ ของเรา คือ เราจำเป็นจะต้องทราบด้วยนะคะ ทำกันมากมายมหาศาลเลยค่ะ ใช้กันหรือเปล่า ว่าต่อไป มันจะต้องมีการเก็บข้อมูลด้วยว่าแอปที่ทำมา ไม่ใช้สักแต่ว่าทำ ต้องรู้ด้วยคนดาวน์โหลดไปใช้เท่าไร อะไรอย่างไรนะคะ ซึ่งมันจะทำให้เกิดความคุ้มค่า เราเกิดความคุ้มค่า อันนี้ก็เป็นปลัดเสนอมานะคะ สิ่งที่เราพูดถึงในส่วนของงานด้านสังคมที่ สดช. ทำ ณ วันนี้ เรามีศูนย์ดิจิทัลชุมชน 2,000 กว่าแห่งนะคะ ซึ่งเราไปติดตั้งศูนย์ดิจิทัลชุมชน ศูนย์ที่มีคนพิการ จำนวน 7 แห่งนะคะ โดยที่ใน 7 แห่งนี้นะคะ ศูนย์ของผู้พิการทางสติปัญญา ออทิสติกที่วิทยาลัยพระมหาไทยนะคะ ที่โรงเรียนเศรฐเสถียรนะคะ โรงเรียนศรีสังวาลย์ โรงเรียนโสตศึกษาทุ่งมหาเมฆ ศูนย์การศึกษากรุงเทพนะคะ เราเองเราก็ได้ไปตรวจเยี่ยม ซึ่งเราก็ว่าคนพิการได้ใช้ประโยชน์นะคะ อย่างคนพิการที่เป็นด้านการเคลื่อนไหว ก็นั่งรถเข็นมาใช้คอมพิวเตอร์อย่างสนุกสนานนะคะ น้อง ๆ ที่เป็นออทิตในการดูภาพดูคอมพิวเตอร์ได้ ซึ่งในสิ่งเหล่ามันก็สร้างชีวิตที่เป็นประโยชน์กับคนพิการ สิ่งเหล่านี้เป็นงานที่ สดช. พยายามขับเคลื่อนในแต่ละปีนะคะ แม้ว่าจะไม่ได้งบประมาณจากงบแผ่นดิน เราก็โชคดีของกระทรวง ซึ่งตรงนี้งานส่วนใหญ่ตรงนี้ คือ กองทุนดิจิทัลนะคะ เน้นไปที่การสร้างนวัตกรรม ในการที่เราจะสร้างให้เกิดประโยชน์กับคนพิการนะคะ ในการขับเคลื่อนงานของคนพิการนี่ เราก็ได้คุยกันในคณะกรรมการ ซึ่ง ดร.อุเอง หรือคุณหญิงเองก็อยู่ในนั้น ซึ่งในแนวทางที่ทั้ง 2 หน่วยงานพูดไป ก็เป็นสิ่งที่เราพูดคุยในส่วนของคณะกรรมการที่เราคุยนะคะ ขับเคลื่อนต่าง ๆ นี่ สดช. เป็นส่วนขับเคลื่อนในส่วนนโยบาย เราก็จะต้องมอบภารกิจในการปฏิบัติหรือ Imprement ต่าง ๆ ในส่วนตรงนี้ก็เป็นการขับเคลื่อนที่ สดช. ทำ ณ ในอนาคตนี่เรากำลังปรับปรุงในกฎกระทรวง ที่มีการปรับปรุงวิธีการให้ยืม แล้วก็ให้อุปกรณ์คนพิการ ซึ่งอันนี้จะเปลี่นแปลงที่ทำในภาคปกติ ที่ทำด้วยกระดาษด้วยคณะกรรมการที่มานั่งประชุมกัน ซึ่งทางกระทรวงดิจิทัล อันนี้เราจะทำผ่านกระบวนการดิจิทัลทั้งหมด อันนี้ก็เป็นกำลังขับเคลื่อนค่ะ (ดร.อนันต์ลดา) ค่ะ ขอบคุณค่ะ ก็เห็นภาพเลยนะคะ จากด้านนโยบายไปจนถึงผู้ใช้ หลายท่านก็พูกให้ถึงผู้ใช้จริง ๆ นี่ค่ะ ก็อยากให้ทางผู้ใช้นี่ค่ะ อยากให้มีส่วนร่วมของการออกแบบไปเลยนะคะ แล้วก็จนถึงการตรวจรับ และการประเมินการใช้งาน และไม่ใช่ประเมินครั้งเดียวด้วยนะคะ เราก็จะประเมินอย่างต่อเนื่อง เว็บไซต์ เว็บทางดิจิทัลต่าง ๆ นี่ อย่างต่อเนื่องจริง ๆ นะคะ ทีนี้เราจะมีเวลาพอสัก 1-2 คำถามนะคะ มีท่านใดต้องการจะสอบถามนะค เชิญค่ะ เดี๋ยวขอไมค์ด้วยนะคะ ขอไมค์จากด้านหลังด้วยนะคะ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ผมชื่อสุรัตน์ วันนี้เป็นคนของสมาคมคนตาบอด ในฐานะที่คนป่วยสายตาเลือนราง นะครับ ซึ่งวันนี้ผมที่เราจะมีการขับเคลื่อนเรื่องของเว็บไซต์ โดยมุ่งเน้นเรื่องของ Accessibility ผมมีประเด็น คงไม่ใช่คำถามหรอกนะครับ แต่เป็นความเห็นของผมผมคิดว่าการขับเคลื่อนเรื่องนี้มันเป็นเรื่องสำคัญ นะครับ ภายใต้แนวคิดที่บอกว่า Inclution ใช่ไหมครับ คือ ทุกคนต้องเท่าเทียมกัน ดังนั้น สิ่งที่ทุกคนคาดหวังว่าหลังจากจบการดำเนินการในวันนี้ไปแล้ว เราควรจะมีโอกาสในการทำงานร่วมกัน ซึ่งตรงนี้มี Master Plane ที่ชัดเจน กำหนดให้ชัดเจนว่าผลผลิตจาการที่ได้จากการเสวนาครั้งนี้ ในวันนี้ เรื่องของการขับเคลื่อนนะคะ ผมเองเคยทำงานในหน่วยงานภาครัฐมาก่อนนะฮะ ซึ่งเรื่องของ Digital Accessibility นี่ บอกได้เลยครับ ว่าเป็นความเจ็บปวดของคนพิการนะครับ ก็อยาจจะฝากเรื่องนี้เอาไว้ เป็นเรื่อง 1 นะครับ เรื่องที่ 2 ครับ ผมแบ่งเรื่องของใช เซอร์วิสกลุ่มแรกครับ ก็เป็นกลุ่มทางภาครัฐราชการ ซึ่งผมคิดว่าเรา... ผมอยากจะเสนอนะฮะ ตัวแทนของ DGA ว่า เราควรจะเอาเรื่องของ Digital Accessibility ใส่เข้าไปในดิจิทัลด้วยเพราะถ้าเราดู ของทางราชการด้วย ท่านมีการประเมินเรื่องของ Public Service ใช่ไหมครับ ตอนนี้ทุกหน่วยงานนะฮะ ผ่านขั้นพื้นฐานหมดแล้ว ต่อไปก็เข้าสู่ขั้นที่เป็นพื้นฐาน เพราะอย่างนั้น ผมว่าลงไปด้วยนี่ ก็คือเราเอาสาระลงไปด้วย ตามมาตรฐานเมื่อสักครู่นะครับ ใส่ลงไปในการปฏิบัติด้วย ดังนั้น ผลการประเมินของภาครัฐนี่ น่าจะมีเรื่องของ Accessibility เข้าไปด้วยนะครับ เพราะผมคิดว่าภาครัฐนี่น่าจะส่งเสริมได้ง่ายนะครับ เนื่องจากมีการประเมินตรงนี้อยู่แล้ว ส่วนภาคเอกชน ผมคิดว่า Service ส่วนใหญ่ ของคนพิการส่วนใหญ่จะใช้ภาคเอกชน ไม่ว่าจะโอนเงินผ่านธนาคาร การใช้เซอร์วิสในการซื้อตั๋วเครื่องบินอย่างนี้เป็นต้นนะครับ พวกเหล่านี้ ในมุมมองผมนะครับ คงต้องมี Insentive ให้เขา อย่างเช่น หน่วยงานไหนที่มี Service นะครับ ไม่ว่าาจะเป็นเว็บ หรือเป็นโมบายแอปพลิเคชัน ที่รองรับตามมาตรฐานนี้แล้ว ผมคิดว่าต้องส่งเสริมให้เขาให้เขามี Insentive อย่างเช่น เอาไปลดภาษีนะครับ ผมยกตัวอย่างให้ดูง่าย ๆ อย่างนี้ครับว่า เราคุยกันเยอะครับ เรื่องฝุ่น เรื่องโลกร้อน ผมในมุมมองผม ผมว่าเรื่องนี้ทำได้ง่ายมากเลย ให้ดำเนินในเอกชนสิครับ ว่าถ้าเกิดเขาสามารถดำเนินการ Work From Home สิครับ ว่าถ้าเกิดเขาสามารถดำเนินการ Work From Home ได้ ใช้ดิจิทัลแพลตฟอร์มในการทำงานได้ ผมเชื่อว่าโลกจะเย็นขึ้นอย่างรวดเร็ว ก็ฝากดมุมมองของผมนะฮะ จากสมาคมคนตาบอดนะฮะ ขอบคุณครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) สวัสดีครับ // มีคอมเมนต์ โอเค // ค่ะ ค่ะ เดี๋ยวเราไปนะคะ ในเรื่องของขอบคุณค่ะ (ณัฐวุฒิ) ผมณัฐวุฒิ อมรวิวัฒน์ นะครับ มาจาก DCT นะครับ แต่ว่าจะให้ความเห็นในเชิงส่วนตัวด้วยนะครับ ก็ทำงานร่วมกับคนพิการ โดยเฉพาะกับคนตาสมาคมคนตาบอดมาพอสมควรนะครับ ซึ่งดีใจเหมือนกันครับ ว่าวันนี้ได้พูดถึงหลาย ๆ เรื่อง โดยเฉพาะแนวทางที่ค่อนข้างจะจับต้องได้ชัดเจนมากนะครับ โดยเฉพาะเรื่อง TOR ซึ่งผมว่าจะเป็นกระบวนการ ซึ่งทำให้หน่วยงาานนี่ ร่วมกันมีความรับผิดชอบร่วมกับ Vendor นะครับ อันนี้ดีมากเลยนะครับ ขอย้ำเสริมในสิ่งที่เมรเหมือนกันนะครับ เพราะว่าอย่างที่บอกเลยนะครับ แล้วทำงานมาด้วยกันนี่ จะต้องบอกว่า การที่มี Accessibility ไม่ได้หมายความว่า Using จะใใช่ไหมครับ มันเหมือนมี น่ะ แต่ว่าเกินกว่านั้นนี่มันไม่ได้นะครับ เพราะฉะนั้นนี่ การตรวจสอบโดยผู้ใช้งานจริงนี่ ก็เหมือนกับการใช้ แล้ว bility test นี่ ซึ่งไม่ได้เป็นคนพิการ ทำอย่างไรที่จะไม่ให้หน่วยที่ทำ UI Test นี่ โดย TOR นะครับ โดย TOR มีคนพิการอยู่ในทีมงาน สมาคมอาจจะเป็นหนึ่งในนั้น แต่ถ้าหน่วยงานมันเยอะมาก ๆ แล้วสมาคมอาจจะรับไม่ไหวนี่ สามาคม UI Test นี่ จะต้องมีคนพิการที่ Certify ด้วย ผมคิดว่าจะเป็นการสร้างงานเยี่ยม คนตาบอดเยอะมากค่ะ ที่จบปริญญาตรี แต่ไปขาย เพราะว่าเขาไม่มีโอกาสในการทำงาน จริง ๆ แล้วมี Cability UI Testing ได้เงินมหาศาลเลย นะครับ อันนี้ไม่ได้รับว่าเป็นการนับของขายมาให้คนตาบอดอย่างเดียวนะ อันนี้เราก็บอก โดยการที่เรามีการตรวจสอบแบบ UI Testing แล้วมันไม่กระจุดตัว ที่แบบ หาวิธี ออกมา ต้องอนุญาตพูดส่วนตัว ที่คุยกับสมาคมกับคนพิการมาพอสมควร หน่วยงานที่ทำหน้าที่ตรวจสอบ On Top เข้าไปอีก นะครับ ก็คือตุลาการ คือหมายความว่า ของอเมริกา ที่เป็นตัวอย่างนะครับ แล้วก็ฟ้องได้ก็เพราะว่ามีการรับงบประมาณใช่ไหมครับ แล้วก็ประชาชนจะต้องมีสิทธิ์ที่จะเข้าถึง ซึ่งมีกฎเกณฑ์อยู่แล้ว เมื่อกี้พูดถึง แต่ว่าเหมือนกับทำโดยเนื่องกับ ทางสหรัฐอเมริกามันอาจจะไม่... มันอาจจะไม่เกิดครับ ในอเมิรกาก็เลยตั้ง Frirocord รับการฟ้องของคนตาบอดนะครับ แล้วเขาก็มีหน้าที่มา Imprement อีกทีหนึ่ง แล้วก็อย่างโดยที่ฟังมา ก็เหมือนกับว่าฟ้องได้อยู่แล้วครับ เพียงแต่ว่าอย่าให้ไป... ก็มีขั้นนั้นรองรับไว้ก็ไม่เลวนะครับ แต่ว่าแล้วมาถึงประเด็นที่พูดให้ความเห็นก่อนหน้านี้ หน่วยที่มีการทำงานร่วมกัน ถ้ามีฝั่งร่วมกันนี่ ถ้าจะมีฝั่งตุลาการมาร่วมด้วยตั้งแต่ต้นก็น่าจะดีนะครับ เพื่อทำให้กระบวนการตรวจสอบครบถ้วน เพราะอย่างนั้น ก็จะมีฝั่งบริการ ฝั่งที่ตุลาการมาร่วมกันนี่ ประเด็นสุดท้ายนี่ก็มีนิดหนึ่ง แต่ผมคิดว่าน่าจะมีบวกเยอะด้วยนะครับ แต่ฝั่งอาจจะมีผสมไว้บ้างครับ ผสมเข้าไปบ้าง ขอบคุณครับ (ดร.อนันต์ลดา) ก็เป็นความเห็นที่น่าสนใจ ก็เดี๋ยวจะ เรามีคณะทำงานกันอยู่นะคะ ก็จะรับตรงนี้ไป ก็จะเป็เรื่องบังคับใช้กฎหมายกฎหมายนะคะ ที่หลายครั้งมีการให้บังคับใช้ ที่จะเกิดให้เกิดความบังคับใช้ได้จริง ๆ ก็เกิดหลายอย่างนี่ ก็น่าจะต้องทำกระบวนการตรงนี้ให้สมบูรณ์นะคะ ก็ต้องขอบคุณผู้ให้ความเห็นนเข้าร่วมเสวนาทุกท่านนะคะ // ลำดับถัดไปนะคะ เรียนเชิญ อาจารย์สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ มอบของที่ระลึกให้กับผู้ร่วมเสวนาในวันนี้ค่ะ (ดร.ชนิกานต์) คุณรัตนา จรูณศักดิ์สิทธิ์ [เสียงปรบมือ] (ดร.ชนิกานต์) หม่อมราชวงศ์ นงคราญ ชมพูนุท และท่านสุดท้ายนะคะ ดร. อุรัชฎา [เสียงปรบมือ] [เสียงปรบมือ] ขอบพระคุณผู้ร่วมสัมมนาในช่วงแรกนะคะ เกี่ยวกับนโยบายไปแล้วนะคะ ต่อไปเป็นเรื่องเกี่ยวกับการนำมาใช้สำหรับผู้พัฒนานะคะ