﻿1
00:00:10,308 --> 00:00:14,308
[เสียงดนตรี]

2
00:00:36,483 --> 00:00:39,335
สวัสดีครับ วันนี้

3
00:00:39,335 --> 00:00:42,800
มาพบกับผม คุณครูธีรพัฒน์ อีกครั้งหนึ่ง

4
00:00:42,800 --> 00:00:44,599
วันนี้เราจะมาเรียนรู้ในหัวข้อเรื่องระบบภูมิคุ้มกัน

5
00:00:44,599 --> 00:00:48,234
วันนี้ตอนที่ 3 นะครับ

6
00:00:48,234 --> 00:00:50,927
หัวข้อระบบภูมิคุ้มกันตอนที่ 3 นี่

7
00:00:50,927 --> 00:00:52,115
หนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ชีวภาพนะครับ

8
00:00:52,115 --> 00:00:54,245
บทที่ 2

9
00:00:54,245 --> 00:00:56,602
ในหัวข้อ 2.4 นะครับ

10
00:00:56,602 --> 00:01:00,602
เรื่องระบบภูมิคุ้มกันนะครับ

11
00:01:01,095 --> 00:01:04,350
แล้ววันนี้ที่เราจัดการมีหัวข้อย่อยที่ 2.4.3

12
00:01:04,350 --> 00:01:07,222
เรื่องความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน

13
00:01:07,222 --> 00:01:09,628
จุดประสงค์การเรียนรู้นะครับ

14
00:01:09,628 --> 00:01:11,046
เมื่อนักเรียนเรียนแล้วนี่

15
00:01:11,046 --> 00:01:15,046
ครูคาดหวังว่า

16
00:01:15,486 --> 00:01:18,436
นักเรียนสามารถสืบค้นข้อมูล อธิบายสาเหตุอาการ

17
00:01:18,436 --> 00:01:20,305
แนวทางการป้องกันและการรักษา

18
00:01:20,305 --> 00:01:23,194
โรค ที่เกิดจากการ

19
00:01:23,194 --> 00:01:24,958
ผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันได้นะครับ

20
00:01:24,958 --> 00:01:28,183
ถัดมานักเรียน

21
00:01:28,183 --> 00:01:29,733
สามารถสืบค้นข้อมูลแล้วก็อธิบายกลไก

22
00:01:29,733 --> 00:01:31,698
ภาวะ

23
00:01:31,698 --> 00:01:32,942
ภูมิคุ้มกันบกพร่อง

24
00:01:32,942 --> 00:01:36,283
สาเหตุ

25
00:01:36,283 --> 00:01:39,079
การติดเชื้อไวรัส HIV และข้อสุดท้ายนะครับ

26
00:01:39,079 --> 00:01:40,684
นักเรียนสามารถระบุสาเหตุ

27
00:01:40,684 --> 00:01:42,978
วิธีการป้องกัน

28
00:01:42,978 --> 00:01:46,978
การติดเชื้อ HIV ได้นะครับ

29
00:01:47,918 --> 00:01:50,221
จากที่นักเรียนได้เรียน

30
00:01:50,221 --> 00:01:53,372
ในคลิปการสอน

31
00:01:53,372 --> 00:01:57,372
เรื่องระบบภูมิคุ้มกันตอนที่ 1 และ 2 ไปแล้วนะครับ

32
00:01:59,596 --> 00:02:03,596
นักเรียนก็จะได้ทราบแล้วว่ากลไกการต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมในแต่ละคนนี่

33
00:02:04,570 --> 00:02:08,560
ที่แตกต่างกันนี้ เป็นผลมาจากการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันแต่ละคน

34
00:02:08,560 --> 00:02:12,560
ที่มีการตอบสนองต่อสิ่งแปลกปลอมที่แตกต่างกันไปนะครับ

35
00:02:13,132 --> 00:02:17,132
แต่ถ้าหากการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายแต่ละคน

36
00:02:17,458 --> 00:02:21,458
มีความผิดปกติเกิดขึ้นนักเรียนคิดว่าจะส่งผล

37
00:02:21,705 --> 00:02:24,895
การต่อต้านหรือการทำลายสิ่งแปลกปลอมอย่างไรได้บ้างนะครับ

38
00:02:24,895 --> 00:02:25,980
เดี๋ยวจะได้เรียนกัน

39
00:02:25,980 --> 00:02:28,539
ในตอนนี้นะครับ

40
00:02:28,539 --> 00:02:32,539
ก่อนอื่นเลย

41
00:02:33,886 --> 00:02:35,624
มีข้อความให้นักเรียนลองช่วยกันอ่าน แล้วก็ทบทวนพิจารณาดูนะครับ

42
00:02:35,624 --> 00:02:38,220
ครูจะมีคำถามให้

43
00:02:38,220 --> 00:02:42,220
นะครับ

44
00:02:43,321 --> 00:02:44,873
คำถามก็คือ

45
00:02:44,873 --> 00:02:47,690
นักเรียน

46
00:02:47,690 --> 00:02:50,881
รู้จักโรค หรือกลุ่มอาการที่เกิดจาก

47
00:02:50,881 --> 00:02:54,507
ความผิดปกติกับระบบภูมิคุ้มกันอะไรบ้าง

48
00:02:54,507 --> 00:02:56,373
ประสบการณ์ที่เราเคยเจอและรู้จัก

49
00:02:56,373 --> 00:03:00,373
คนรู้จักของเรานะครับ

50
00:03:03,984 --> 00:03:07,461
คำตอบของนักเรียนน่ะอาจจะมีได้

51
00:03:07,461 --> 00:03:08,851
ขึ้นอยู่กับประสบการณ์แต่ละคนที่ได้รู้จักกัน

52
00:03:08,851 --> 00:03:12,851
ความผิดปกติของโลก

53
00:03:13,218 --> 00:03:14,526
ปกติของระบบภูมิคุ้มกันนะครับ

54
00:03:14,526 --> 00:03:15,746
ในตอนที่ 3 นี่

55
00:03:15,746 --> 00:03:19,746
เราจะมา

56
00:03:20,443 --> 00:03:24,443
เรียนโรคที่เกิดจากความผิดปกติระบบภูมิคุ้มกัน

57
00:03:25,270 --> 00:03:28,240
ยกตัวอย่าง 3 โรคด้วยกันนะครับ อาการแรก ก็คือโรคภูมิแพ้

58
00:03:28,240 --> 00:03:32,240
ภาษาอังกฤษอ่านว่า

59
00:03:34,458 --> 00:03:35,599
(SLE; Systemic Lupus Erythematosus) รอบที่ 2 โรคลูปัสนะครับ หรือ sle SLK

60
00:03:35,599 --> 00:03:37,179
ย่อมาจาก

61
00:03:37,179 --> 00:03:41,179
tiktok

62
00:03:41,697 --> 00:03:43,831
แต่ก็สุดท้าย ก็คือโรคเอดส์นะครับ

63
00:03:43,831 --> 00:03:46,914
ซึ่งย่อมาจาก

64
00:03:46,914 --> 00:03:50,615
Maleficent

65
00:03:50,615 --> 00:03:53,821
(AIDS; Acquired Immune Deficiency Syndrome)  เรามาทำความรู้จักกับโรคที่เกิดจาก

66
00:03:53,821 --> 00:03:56,706
ความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันแต่ละโกัน

67
00:03:56,706 --> 00:04:00,706
เรามาดู

68
00:04:01,467 --> 00:04:03,297
โรคที่เกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน เรื่องแรกกันเลยนะครับ

69
00:04:03,297 --> 00:04:05,434
โรคภูมิแพ้ ซึ่ง

70
00:04:05,434 --> 00:04:08,279
ก็คนส่วนใหญ่จะเป็นกันเยอะมากนะครับ

71
00:04:08,279 --> 00:04:10,465
เฉพาะคนที่อยู่อาศัยอยู่ในเมืองนะครับ

72
00:04:10,465 --> 00:04:13,026
พบได้ทุกเพศทุกวัยนะครับ

73
00:04:13,026 --> 00:04:17,026
โรคภูมิแพ้

74
00:04:17,294 --> 00:04:18,820
เป็นโรคที่เกิดจากการที่ระบบภูมิคุ้มกันตอบสนอง

75
00:04:18,820 --> 00:04:22,820
benten

76
00:04:23,695 --> 00:04:26,157
รับเข้ามานี่มากเกินไปแอนติเจน

77
00:04:26,157 --> 00:04:27,544
เข้ามาในร่างกายเราแล้ว

78
00:04:27,544 --> 00:04:29,957
ทำให้เกิดการแพ้

79
00:04:29,957 --> 00:04:31,187
แอนติเจนเหล่านี้ว่าสารกรอก

80
00:04:31,187 --> 00:04:32,514
โฟร์แมนหรือ

81
00:04:32,514 --> 00:04:35,823
เช่น

82
00:04:35,823 --> 00:04:37,331
หรือจะเป็นเกสรดอกไม้

83
00:04:37,331 --> 00:04:39,577
หรือจะเป็นสารอาหาร

84
00:04:39,577 --> 00:04:43,577
สัตว์บางชนิดที่อยู่ในอาหารนะครับ

85
00:04:47,976 --> 00:04:51,976
ร่างกายได้รับสารก่อภูมิแพ้แล้วนี่สารเหล่านี้ จะกระตุ้นให้สร้างแอนติบอดี

86
00:04:52,952 --> 00:04:55,028
ตามชนิดที่จำเพาะต่อสารก่อภูมิแพ้เหล่านั้นออกมา

87
00:04:55,028 --> 00:04:56,508
แอนติบอดีที่ส่งข้าวออกมา

88
00:04:56,508 --> 00:04:59,272
ไปเกาะอยู่ที่

89
00:04:59,272 --> 00:05:01,429
บริเวณผิวเซลล์ชนิดหนึ่ง

90
00:05:01,429 --> 00:05:04,285
เซลล์เซลล์แมสต์นะครับ

91
00:05:04,285 --> 00:05:07,482
ร่างกาย

92
00:05:07,482 --> 00:05:09,807
ได้รับสารก่อภูมิแพ้ชนิดเดิมเข้ามานะครับ

93
00:05:09,807 --> 00:05:12,036
สารก่อภูมิแพ้ที่ได้รับเข้ามาในตอนแรก

94
00:05:12,036 --> 00:05:13,763
จะไปกระตุ้น

95
00:05:13,763 --> 00:05:17,763
ให้เซลล์แมสต์ เนี่ย

96
00:05:19,533 --> 00:05:23,390
หลังสารที่ชื่อวิตามินวิตามินนี่แหละเป็นสาเหตุ

97
00:05:23,390 --> 00:05:25,356
เกิดอาการแพ้ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นอาการไอจาม

98
00:05:25,356 --> 00:05:26,664
อาการคันตาคันจมูก

99
00:05:26,664 --> 00:05:28,596
แม้กระทั่ง

100
00:05:28,596 --> 00:05:32,067
มีน้ำตาไหลออกมานะครับ

101
00:05:32,067 --> 00:05:33,410
บางคนอาจจะมีอาการแพ้

102
00:05:33,410 --> 00:05:35,412
หมดแรง

103
00:05:35,412 --> 00:05:37,041
เนื่องจากว่าแอนติเจน

104
00:05:37,041 --> 00:05:40,204
จะไปทำให้

105
00:05:40,204 --> 00:05:42,692
กล้ามเนื้อ

106
00:05:42,692 --> 00:05:44,540
เกี่ยวข้องกับระบบหายใจนี่

107
00:05:44,540 --> 00:05:46,558
กดตัวนะครับ

108
00:05:46,558 --> 00:05:50,558
ทำให้เกิดการหายใจที่ติดขัด

109
00:05:51,313 --> 00:05:53,968
จะทำให้เกิดอาการบวมเกิดขึ้นทั่วร่างกายของเรา

110
00:05:53,968 --> 00:05:57,968
แล้วก็ทำให้ถึงแก่ชีวิตได้นะครับ

111
00:05:59,376 --> 00:06:00,793
การที่... ลดความรุนแรง

112
00:06:00,793 --> 00:06:03,127
ของอาการแพ้นะครับ

113
00:06:03,127 --> 00:06:07,044
เราสามารถใช้ยา

114
00:06:07,044 --> 00:06:10,061
ที่เป็น (antihistamine)

115
00:06:10,061 --> 00:06:14,061
มาช่วยลดความรุนแรงของอาการแพ้ที่เกิดขึ้นได้นะครับ

116
00:06:15,066 --> 00:06:19,066
นอกจากเซลล์แมสต์

117
00:06:21,831 --> 00:06:22,792
ทีหลั่งฮิลตามินออกมาไม่ออกมาเมื่อได้เมื่อร่างกายได้รับสารก่อภูมิแพ้แล้วเนี่ยยังมี

118
00:06:22,792 --> 00:06:26,128
เซลล์เม็ดเลือดขาวอีก

119
00:06:26,128 --> 00:06:30,128
Intro free

120
00:06:30,499 --> 00:06:32,261
แอนติฮิลตามิน สามารถสร้างวิตามินได้ด้วยกันและเกิดอาการแพ้ได้

121
00:06:32,261 --> 00:06:33,989
เช่น เดียวกันเซลล์แมสต์นะครับ

122
00:06:33,989 --> 00:06:35,361
มาดูว่า

123
00:06:35,361 --> 00:06:37,629
แล้วการป้องกัน

124
00:06:37,629 --> 00:06:39,154
โรคภูมิแพ้จะทำได้อย่างไร

125
00:06:39,154 --> 00:06:42,563
แน่นอนเลยวิธีการ

126
00:06:42,563 --> 00:06:45,508
จริง ๆ น่าจะทำได้ยากเลยสำหรับบางคน

127
00:06:45,508 --> 00:06:47,403
คือการหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ต่าง ๆ

128
00:06:47,403 --> 00:06:51,403
ไม่ให้เข้าสู่ร่างกายของเรานะครับ

129
00:06:52,521 --> 00:06:54,508
เราอาจจะต้องไปเช็คว่าเราแพ้อะไร อะไรเป็นสารก่อภูมิแพ้

130
00:06:54,508 --> 00:06:56,356
แล้วก็หลีกเลี่ยง

131
00:06:56,356 --> 00:06:57,690
วิธีการที่ดีที่สุดนะครับ

132
00:06:57,690 --> 00:07:00,165
ก็อีกอย่างหนึ่ง

133
00:07:00,165 --> 00:07:01,534
พยายามรักษาสุขภาพร่างกาย

134
00:07:01,534 --> 00:07:03,570
แข็งแรงนะครับ

135
00:07:03,570 --> 00:07:06,945
กินอาหารที่มีประโยชน์

136
00:07:06,945 --> 00:07:08,049
ออกกำลังกายสม่ำเสมอ แล้วก็พักผ่อนให้เพียงพอ

137
00:07:08,049 --> 00:07:11,226
เพราะว่าจะช่วย

138
00:07:11,226 --> 00:07:13,176
ป้องกันไม่ให้เกิดโรคภูมิแพ้หรือลดความรุนแรง

139
00:07:13,176 --> 00:07:17,176
ของโรคภูมิแพ้ที่เกิดขึ้นได้นะครับ

140
00:07:17,688 --> 00:07:19,767
โรคต่อมานะครับ ก็คือโรค

141
00:07:19,767 --> 00:07:23,296
โลตัสหรือ sle นะครับ

142
00:07:23,296 --> 00:07:25,104
โลกนี้จะอยู่ในกลุ่ม

143
00:07:25,104 --> 00:07:28,822
ของโลกที่เรียกว่า

144
00:07:28,822 --> 00:07:30,396
"ภูมิคุ้มกันต้านตนเองหรือออโต้

145
00:07:30,396 --> 00:07:34,396
เรียนพิเศษนะครับ

146
00:07:35,464 --> 00:07:37,098
จากการที่ร่างกายสร้างแอนติบอดี หรือไปกระตุ้นให้เซลล์ที่นี่

147
00:07:37,098 --> 00:07:40,332
ต่อต้านหรือทำลายเนื้อเยื่อ

148
00:07:40,332 --> 00:07:43,582
เซลล์ของตัวเองในระบบต่าง ๆ ในร่างกายนะครับ

149
00:07:43,582 --> 00:07:47,582
อาการที่อาจจะพบได้ ก็คือ

150
00:07:48,151 --> 00:07:52,127
มีลักษณะผื่นแดงบนใบหน้านะครับ หรือมีไข้

151
00:07:52,127 --> 00:07:54,829
เกิดอาการปวดบริเวณข้อต่อเนื่องจากการอักเสบ

152
00:07:54,829 --> 00:07:56,801
อันวันนี้เป็น

153
00:07:56,801 --> 00:07:59,995
โรคลูปัสหรือ sle นี่

154
00:07:59,995 --> 00:08:03,394
จะทำให้ระบบประสาทส่วนกลางถูกทำลายนะครับ

155
00:08:03,394 --> 00:08:06,571
การทำงานของหัวใจและไตอัดล้มเหลวนะครับ

156
00:08:06,571 --> 00:08:08,553
วิธีการที่ป้องกันและรักษา

157
00:08:08,553 --> 00:08:12,553
คนที่เป็นโรค sle

158
00:08:13,711 --> 00:08:17,711
คือทำได้โดยการรักษาตามความรุนแรงของอาการของโรคอย่างต่อเนื่องนะครับ

159
00:08:18,601 --> 00:08:22,601
แล้วก็ต้องปฏิบัติตนตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดด้วยนะครับ

160
00:08:23,832 --> 00:08:24,613
เรามาดูโรคสุดท้ายกันเลยนะครับ รูปสุดท้ายก็คือโรคเอดส์

161
00:08:24,613 --> 00:08:27,523
นะครับ

162
00:08:27,523 --> 00:08:29,350
โรคเอดส์เป็นโรคที่เกิดจาก

163
00:08:29,350 --> 00:08:30,492
ความบกพร่อง

164
00:08:30,492 --> 00:08:31,491
ของระบบ x

165
00:08:31,491 --> 00:08:33,009
ภูมิคุ้มกัน

166
00:08:33,009 --> 00:08:33,868
เราจะมาดูว่า

167
00:08:33,868 --> 00:08:36,667
เกิดจาก

168
00:08:36,667 --> 00:08:40,667
ความบกพร่องอย่างไรนะครับ โดยโรคเอดส์

169
00:08:42,922 --> 00:08:45,141
เกิดจากการที่ร่างกายได้รับเชื้อไวรัสที่เรียกว่า "HIV" นะครับ เลยเรียกมาจาก

170
00:08:45,141 --> 00:08:47,334
Human

171
00:08:47,334 --> 00:08:50,940
monica ไวรัส

172
00:08:50,940 --> 00:08:51,680
การที่ได้รับเชื้อ HIV

173
00:08:51,680 --> 00:08:55,680
จะได้พัก

174
00:08:56,198 --> 00:08:59,148
ผ่านทางเลือดและร่างกายของเรา

175
00:08:59,148 --> 00:09:00,300
ผู้ที่ได้รับเชื้อ HIV เข้ามา

176
00:09:00,300 --> 00:09:01,732
มีความเสี่ยง

177
00:09:01,732 --> 00:09:04,695
จากการติดเชื้อ

178
00:09:04,695 --> 00:09:07,145
หรือเสี่ยงต่อการเกิดโรคแทรกซ้อนต่าง ๆ นะครับ

179
00:09:07,145 --> 00:09:08,151
ไม่ว่าจะเป็นโรคปอดบวมวัณโรค

180
00:09:08,151 --> 00:09:09,501
วัณโรค

181
00:09:09,501 --> 00:09:12,151
เยื่อหุ้มสมองอักเสบ

182
00:09:12,151 --> 00:09:13,490
หรือโรคเชื้อราตามผิวหนัง

183
00:09:13,490 --> 00:09:17,490
หรือทางช่องปากนะครับ

184
00:09:18,226 --> 00:09:19,262
โรคภูมิแพ้เขาเหล่านี้จะเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิต

185
00:09:19,262 --> 00:09:21,136
ของ

186
00:09:21,136 --> 00:09:25,136
คนที่เป็นโรคเอดส์นะครับ

187
00:09:29,060 --> 00:09:31,730
เดี๋ยวเราลองมาดูกันว่า

188
00:09:31,730 --> 00:09:35,730
เจ้า HIV

189
00:09:36,261 --> 00:09:38,521
ทำให้เกิดความบกพร่องของระบบภูมิคุ้มกันได้อย่างไร

190
00:09:38,521 --> 00:09:39,363
เรามาดู ทำความเข้าใจ

191
00:09:39,363 --> 00:09:40,821
การเพิ่มจำนวน

192
00:09:40,821 --> 00:09:42,731
HIV

193
00:09:42,731 --> 00:09:44,851
ในเซลล์ทีผู้ช่วยกันก่อนนะครับ

194
00:09:44,851 --> 00:09:47,929
เซลล์ที่เป็น

195
00:09:47,929 --> 00:09:48,520
เหมือนเซลล์

196
00:09:48,520 --> 00:09:52,520

197
00:09:53,160 --> 00:09:57,160
เซลล์ที่บ้านที่เจ้าไวรัส HIV จะเข้าไปเพิ่มจำนวนหนี้

198
00:09:58,488 --> 00:10:01,628
ก็คือเซลล์ทีผู้ช่วย เซลล์ทีผู้ช่วยมีบทบาทสำคัญในระบบภูมิคุ้มกัน

199
00:10:01,628 --> 00:10:04,295
เมื่อเราได้เรียนรู้กันมาใน 2 ตอนที่ผ่านมา

200
00:10:04,295 --> 00:10:07,654
ในขั้นแรก HIV เข้าสู่ร่างกายนะครับ

201
00:10:07,654 --> 00:10:08,914
เวลาที่เข้าไปนี่

202
00:10:08,914 --> 00:10:10,409
ไปยึดเกาะ

203
00:10:10,409 --> 00:10:13,776
อยู่กับเซลล์เจ้าบ้านนะครับ

204
00:10:13,776 --> 00:10:17,776
จากนั้นนี่

205
00:10:19,024 --> 00:10:22,002
HIV ก็จะปล่อยสารพันธุกรรมนะครับ

206
00:10:22,002 --> 00:10:25,140
เข้าไปในเซลล์ทีผู้ช่วยนะครับ

207
00:10:25,140 --> 00:10:27,961
และจะใช้องค์ประกอบนะครับ

208
00:10:27,961 --> 00:10:30,806
องค์ประกอบของเซลล์ทีผู้ช่วยนะครับ

209
00:10:30,806 --> 00:10:34,035
ในการสังเคราะห์สารพันธุกรรมของไวรัสนะครับ

210
00:10:34,035 --> 00:10:38,035
รวมทั้งส่วนประกอบต่าง ๆ ของ HIV ด้วยนะครับ

211
00:10:38,228 --> 00:10:39,443
หลังจาก

212
00:10:39,443 --> 00:10:43,443
ที่สร้าง

213
00:10:45,706 --> 00:10:48,112
สารภูมิคุ้มกันองค์ประกอบต่าง ๆ แล้ว HIV ก็จะจำลองตัวเองขึ้นมา จากองค์ประกอบเหล่านั้นนะครับ

214
00:10:48,112 --> 00:10:51,427
ทำให้

215
00:10:51,427 --> 00:10:55,427
HIV ในเซลล์เพิ่มเป็นจำนวนมากนะครับ

216
00:11:01,229 --> 00:11:03,004
เริ่มมีอนุภาคของไวรัสในเซลล์เป็นจำนวนมากแล้วนี่ HIV ก็จะทำลายเซลล์ทีผู้ช่วย

217
00:11:03,004 --> 00:11:07,004
และแยก

218
00:11:07,650 --> 00:11:11,011
หลุดออกจากเซลล์ทีผู้ช่วย ทำให้เซลล์ทีผู้ช่วยถูกทำลายนะครับ

219
00:11:11,011 --> 00:11:12,463
ไปรับที่ออกจากเซลล์ทีผู้ช่วย

220
00:11:12,463 --> 00:11:14,329
พอจะไปที

221
00:11:14,329 --> 00:11:15,387
่เซลล์ทีผู้ช่วยเซลล์อื่น

222
00:11:15,387 --> 00:11:19,007
และทำให้เกิด

223
00:11:19,007 --> 00:11:20,272
การเพิ่มจำนวนของ HIV ในเซลล์ทีผู้ช่วย

224
00:11:20,272 --> 00:11:22,898
ใหม่ขึ้นเรื่อย ๆ นะครับ

225
00:11:22,898 --> 00:11:24,928
คำถาม ก็คือ

226
00:11:24,928 --> 00:11:27,427
การที่ hpv

227
00:11:27,427 --> 00:11:31,427
เข้าไปทำลายเซลล์ที่ผู้ช่วย

228
00:11:31,541 --> 00:11:35,541
จะส่งผลต่อการต่อต้านและทำลายสิ่งแปลกปลอมอย่างไรนะครับ

229
00:11:38,534 --> 00:11:41,131
ลองมาดูคำตอบกันนะครับ

230
00:11:41,131 --> 00:11:43,006
HIV นี่

231
00:11:43,006 --> 00:11:44,935
อยากทำร้ายคนไกล

232
00:11:44,935 --> 00:11:48,028
จากการต่อต้าน หรือทำลายสิ่งแปลก

233
00:11:48,028 --> 00:11:49,654
ปลอมแบบจำเพาะทำอย่างไร ก็คือเพราะว่า

234
00:11:49,654 --> 00:11:53,654
เซลล์เจ้าบ้าน

235
00:11:53,768 --> 00:11:55,637
ใช้ในการเพิ่มจำนวนก็คือเซลล์ทีผู้ช่วย

236
00:11:55,637 --> 00:11:58,806
การที่ HIV เข้าไป

237
00:11:58,806 --> 00:12:01,161
เพิ่มจำนวนในเซลล์ที่ผู้ช่วย จะทำให้

238
00:12:01,161 --> 00:12:04,004
เซลล์ทีผู้ช่วยลดจำนวนลงเรื่อย ๆ นะครับ

239
00:12:04,004 --> 00:12:05,376
การลดลงของเซลล์ทีผู้ช่วย

240
00:12:05,376 --> 00:12:08,809
จะส่งผล

241
00:12:08,809 --> 00:12:10,077
ระบบภูมิคุ้มกันทำให้ไม่สามารถทำงานได้

242
00:12:10,077 --> 00:12:14,077
นะครับ

243
00:12:15,980 --> 00:12:18,097
นอกจากที่นักเรียนได้เรียนมาแล้ว ว่าเซลล์ทีผู้ช่วยมีความสำคัญ

244
00:12:18,097 --> 00:12:20,741
ในการกระตุ้นการทำงานและพัฒนา

245
00:12:20,741 --> 00:12:22,803
ของเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดอื่น ๆ

246
00:12:22,803 --> 00:12:24,297
รวมทั้งเซลล์ที่พูดตัวเองด้วย

247
00:12:24,297 --> 00:12:26,941
ไม่ว่าจะเป็นเซลล์

248
00:12:26,941 --> 00:12:28,315
ทีที่จะพัฒนาต่อไปเป็น

249
00:12:28,315 --> 00:12:29,750
เที่ยวพม่า

250
00:12:29,750 --> 00:12:32,355
น้าสร้างแอนติบอดี้

251
00:12:32,355 --> 00:12:34,549
จับกับเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอม

252
00:12:34,549 --> 00:12:37,158
รองเท้ากระตุ้นการทำงาน

253
00:12:37,158 --> 00:12:38,734
ของเซลล์ที่ทำลายสิ่งแปลกปลอม

254
00:12:38,734 --> 00:12:40,060
เจ้าที่ติดเชื้อไวรัส

255
00:12:40,060 --> 00:12:42,395
ดังนั้น

256
00:12:42,395 --> 00:12:45,902
หากเซลล์ที่ผู้ช่วยลดจำนวนลง

257
00:12:45,902 --> 00:12:46,941
จะทำให้การทำงานของระบบภูมิคุ้มกันนิ

258
00:12:46,941 --> 00:12:50,473
ี่ไม่สมบูรณ์นะครับ

259
00:12:50,473 --> 00:12:54,430
หลังจากที่นักเรียนได้ทราบมาแล้วนะครับ

260
00:12:54,430 --> 00:12:57,998
HIV สามารถทำให้เกิดความผิดปกติ

261
00:12:57,998 --> 00:12:59,547
ความบกพร่องของระบบภูมิคุ้มกันได้อย่างไรบ้างนะครับ

262
00:12:59,547 --> 00:13:01,633
ก็เหมือนเช่นเคย

263
00:13:01,633 --> 00:13:02,740
ครูจะมีข้อความให้นักเรียน

264
00:13:02,740 --> 00:13:06,298
ลองศึกษานะครับ

265
00:13:06,298 --> 00:13:08,310
นอกจากนั้นจะมีคำถามให้นักเรียนลองช่วยกันคิดนะครับ

266
00:13:08,310 --> 00:13:12,310
มาดูข้อความเหล่านี้กัน

267
00:13:14,352 --> 00:13:16,470
แล้วคำถามที่ครูจะลอง

268
00:13:16,470 --> 00:13:18,735
ก็คือว่า

269
00:13:18,735 --> 00:13:21,373
เชื้อไวรัส HIV นี่

270
00:13:21,373 --> 00:13:25,373
สามารถติดต่อกันได้ทางใดบ้างนะครับ

271
00:13:26,343 --> 00:13:28,130
นักเรียนอาจจะพอทราบคำตอบแล้วล่ะ เดี๋ยวเราจะลองช่วยกันสืบค้นข้อมูล

272
00:13:28,130 --> 00:13:31,193
ตอบคำถามนี้ดูนะครับ

273
00:13:31,193 --> 00:13:33,038
เดี๋ยวเราลองมาดูว่า

274
00:13:33,038 --> 00:13:35,313
คำตอบที่นักเรียน

275
00:13:35,313 --> 00:13:38,103
สืบค้นมาดูนี่

276
00:13:38,103 --> 00:13:42,103
จะมีเหมือนที่ครู

277
00:13:42,147 --> 00:13:44,404
ให้ดูหรือเปล่านะครับ อันแรกเลยก็คือว่า

278
00:13:44,404 --> 00:13:46,979
เราชื่อ HIV

279
00:13:46,979 --> 00:13:49,203
สามารถติดต่อกัน

280
00:13:49,203 --> 00:13:52,692
ผ่านทางแม่สู่ลูก

281
00:13:52,692 --> 00:13:53,533
ระหว่างตั้งครรภ์ได้ แล้วก็ขณะที่เกิดการ

282
00:13:53,533 --> 00:13:54,771
คลอด

283
00:13:54,771 --> 00:13:57,035
การให้น้ำนม

284
00:13:57,035 --> 00:13:59,307
แม่สู่ลูกได้ด้วยเช่นกันนะครับ

285
00:13:59,307 --> 00:14:03,307
อันที่ 2 ก็คือ

286
00:14:04,230 --> 00:14:05,625
ติดต่อกันผ่านทางการมีเพศสัมพันธ์ โดยไม่ใช้ถุงยางอนามัยนะครับ

287
00:14:05,625 --> 00:14:08,426
อีกทาง

288
00:14:08,426 --> 00:14:09,840
หนึ่งการใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน

289
00:14:09,840 --> 00:14:13,733
ซ่อมให้

290
00:14:13,733 --> 00:14:17,076
เพื่อนรักสารคัดหลั่งต่าง ๆ ส่งผ่านคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่ง

291
00:14:17,076 --> 00:14:18,223
ไม่สามารถที่จะส่งผ่านเชื้อ HIV

292
00:14:18,223 --> 00:14:22,223
สู่กันได้นะครับ

293
00:14:25,277 --> 00:14:28,125
นัดกับที่เราได้เรียนเรื่องความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันมาแล้วนะครับ

294
00:14:28,125 --> 00:14:29,902
นักเรียนก็สามารถตรวจสอบความเข้าใจ

295
00:14:29,902 --> 00:14:32,313
ของบทเรียนทั้งหมดได้นะครับ

296
00:14:32,313 --> 00:14:33,887
เดี๋ยวครูจะมีคำถามให้นักเรียน

297
00:14:33,887 --> 00:14:35,573
ตรวจสอบความเข้าใจ

298
00:14:35,573 --> 00:14:37,517
คือคำถามแรก

299
00:14:37,517 --> 00:14:39,125
เพราะเหตุใดการบริจาคเลือด

300
00:14:39,125 --> 00:14:40,538
จึงมีความจำเป็น

301
00:14:40,538 --> 00:14:42,046
ในการตรวจ

302
00:14:42,046 --> 00:14:44,117
หาเชื้อ HIV

303
00:14:44,117 --> 00:14:45,686
ก่อนทุกครั้งนะครับ

304
00:14:45,686 --> 00:14:47,616
คำถาม 1

305
00:14:47,616 --> 00:14:51,547
ก็คือสารก่อภูมิแพ้

306
00:14:51,547 --> 00:14:54,027
ส่งผลต่อการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันได้อย่างไรนะครับ

307
00:14:54,027 --> 00:14:56,246
ใครตอบได้

308
00:14:56,246 --> 00:15:00,246
แสดงว่าเข้าใจบทเรียนนี้แล้ว

309
00:15:00,341 --> 00:15:02,963
ใครอาจจะยังตอบไม่ได้เลย ไม่แน่ใจก็ลองไปทบทวนกันดูนะครับ

310
00:15:02,963 --> 00:15:06,963
และหลังจากที่

311
00:15:07,719 --> 00:15:10,705
นักเรียนมาแล้วนี่ นักเรียนสามารถสรุปเนื้อหาในบทเรียนได้ว่าอย่างไรบ้างครับ

312
00:15:10,705 --> 00:15:12,638
อันนี้เป็นที่คุณครูสรุปมาให้นะครับ

313
00:15:12,638 --> 00:15:16,266
อันแรกก็คือ

314
00:15:16,266 --> 00:15:17,675
เมื่อการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน มีผิดไป

315
00:15:17,675 --> 00:15:21,620
ผิดปกติไปนะครับ

316
00:15:21,620 --> 00:15:24,636
อาจทำให้เกิดโรคหรืออาการที่ผิดปกติตามมานะครับ

317
00:15:24,636 --> 00:15:26,083
เช่น โรคภูมิแพ้โรคลูปัส

318
00:15:26,083 --> 00:15:27,977
(Lupus)

319
00:15:27,977 --> 00:15:30,029
(SLE; Systemic Lupus Erythematosus) โรคเอดส์เป็นต้นนะครับ

320
00:15:30,029 --> 00:15:33,162
โรคเอดส์นี่

321
00:15:33,162 --> 00:15:36,946
เกิดจากการติดเชื้อ HIV นะครับ

322
00:15:36,946 --> 00:15:40,946
เชื้อ HIV จะเข้าไปทำลายเซลล์ทีผู้ช่วยนะครับ

323
00:15:41,478 --> 00:15:44,837
เซลล์ทีผู้ช่วย มีความสำคัญต่อระบบภูมิคุ้มกัน

324
00:15:44,837 --> 00:15:47,320
ไปกระตุ้นทำให้เกิดการตอบสนอง

325
00:15:47,320 --> 00:15:51,320
ฟัเม็ดเลือดขาวชนิดอื่นนะครับ

326
00:15:52,543 --> 00:15:53,678
HIV สามารถติดต่อกันได้

327
00:15:53,678 --> 00:15:56,083
จากการรับเลือด

328
00:15:56,083 --> 00:16:00,054
ซึ่งตั้งครรภ์หลังนะครับ

329
00:16:00,054 --> 00:16:02,556
ผ่านทางช่องทางต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นแม่สู่โลก

330
00:16:02,556 --> 00:16:06,133
การมีเพศสัมพันธ์ไม่ใช้ถุงยางอนามัย

331
00:16:06,133 --> 00:16:10,133
หวังว่านักเรียนจะเข้าใจ

332
00:16:10,608 --> 00:16:12,372
แล้วก็รู้วิธีการป้องกัน

333
00:16:12,372 --> 00:16:16,288
นะครับ

334
00:16:16,288 --> 00:16:17,976
ความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันจากโรคต่าง ๆ นะครับ

335
00:16:17,976 --> 00:16:18,954
สำหรับวันนี้

336
00:16:18,954 --> 00:16:22,582
สวัสดีครับ

337
00:16:22,582 --> 00:16:26,582
[เสียงดนตรี]

