เพื่อใช้ในการเจริญเติบโต และการดำรงชีวิต โดยพืชสามารถสังเคราะห์ด้วยแสง กระบวนการนี้ต้องการคอลโรฟิลด์ที่พบมากได้ใบพืช ทำหน้าที่ดูดกลืนพลังงานแสง มาใช้เติมคาร์บอนไดออกไซด์ เพื่อธรรมชาติสารอินทรีย์ ได้แก่น้ำตาลน้ำตาลที่พืชสร้างขึ้นนี้ถูกนำไปใช้ในการหายใจระดับเซลล์ ได้ระดับพลังงาน สำหรับนำไปใช้กระบวนการอื่น ๆ ต่อไป นอกจากนี้แล้วน้ำตาลยังถูกนำไปใช้เป็นแหล่งคาร์บอน สำหรับสังเคราะห์สารอินทรีย์ต่าง ๆ นักเรียนคิดว่าสารอินทรีย์ที่พืชสร้างขึ้นมีอะไรบ้าง และมีความสำคัญต่อพืชอย่างไร พืชแต่ละชนิดมีสารอินทรีย์เหล่านี้เหมือนกันเราไม่เ ดี๋ยวเราจะมาหาคำตอบด้วยกันนะคะ หัวข้อที่ 3.1 สารอินทรีย์ในพืช นักเรียนลองสังเกตรูปนี้นะคะ สามารถบอกได้ไหมคะ ว่านี่คือรูปของอะไร ใช่แล้วค่ะ นี่คือรูปของอาหารเจ ในทุก ๆ ปีนะคะ จะมีเทศกาลกินเจ ซึ่งจะละเว้นจากการกินเนื้อสัตว์ แล้วก็กินอาหารเจ ซึ่งปรุงมาจากพืชค่ะ นักเรียนคิดว่าการรับประทานอาหารเจ จะได้รับสารอาหารครบถ้วนหรือไม่คะ เราสามารถนำความรู้เกี่ยวกับสารอินทรีย์ในพืชมาอธิบายคำถามนี้ได้ค่ะ โครงสร้างหลักของพืชดอกประกอบด้วย ราก ลำต้นใบ ดอก และผล ซึ่งอวัยวะต่าง ๆ เหล่านี้จะทำหน้าที่เฉพาะอย่างแตกต่างกันไป เช่น ราก ทำหน้าที่ยึดและค้ำจุน ดูดน้ำ และธาตุอาหาร เพื่อไปยังส่วนต่าง ๆ ของพืช ใบ ทำหน้าที่สังเคราะห์ด้วยแสง แลกเปลี่ยนแก๊สและคายน้ำ การดำรงชีวิตของพืชจำเป็นต่อต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของอวัยวะต่าง ๆ เหล่านี้ ซึ่งแต่ละอวัยวะจะประกอบด้วยเซลล์ที่มีรูปร่างแตกต่างกัน นี่คือรูปเซลล์พืชนะคะ ภายในเซลล์จะมีสารอินทรีย์หลายชนิดทำหน้าที่คุ้มสร้างของเซลล์ ในขณะที่บางชนิดทำเกี่ยวกับกิจกรรมต่าง ๆ ภายในเซลล์ เช่น ผนังเซลล์ ซึ่งก็คือบริเวณนี้นะคะ ที่เป็นส่วนนอกสุดของเซลล์ เมื่อขยายดูจะเห็นว่าเป็นลักษณะแบบนี้ค่ะ ผนังเซลล์ ส่วนประกอบเป็นเซลลูโลส ซึ่งเซลลูโลสนี้นะคะ เป็นสารประเภทคาร์โบไฮเดรต เยื่อหุ้มเซลล์ ซึ่งก็คือบริเวณนี้นะคะ อยู่ถัดจากผนังเซลล์เข้ามาด้านใน เมื่อขยายภาพจะมองเห็นเป็นแบบนี้ค่ะ เยื่อหุ้มเซลล์ประกอบด้วยฟอสโฟลิพิด เตรียมตัวไปชั้น 2 ชั้น มีโปรตีนก็คือก้อนนี้นะคะ แทรกอยู่โดยทั่วไป นอกจากนี้แล้วยังมีคาร์โบไฮเดรตด้วยค่ะ ในไซโทพลาซึมและออร์แกเนลล์ต่าง ๆ จะมีเอนไซม์ชนิดต่าง ๆ ค่ะ ซึ่งเป็นโปรตีน นอกจากนี้แล้ว ยังพบสารพันธุกรรมในนิวเคลียส วึ่งก็คือบริเวณนี้นะคะ สารพันธุกรรมดังกล่าว ก็คือกรดนิวคลีอิกค่ะ 3.1.1 สารจำเป็นสารอินทรีย์ที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืชโดยตรง พืชสร้างและสะสมสารอินทรีย์ที่เป็นองค์ประกอบของเซลล์ เพื่อใช้ในการเจริญเติบโตและกิจกรรมต่าง ๆ ภายในเซลล์ เช่น การแบ่งเซลล์ การขยายขนาดของเซลล์ การสังเคราะห์ด้วยแสง ควบคุมการเจริญเติบโต และการตอบสนองต่อสิ่งเร้า สารกลุ่มนี้มีหลายชนิดเช่น คาร์โบไฮเดรต กรดนิวคลีอิก กรดอะมิโน วิตามิน คลอโรฟิลล์และฮอร์โมนพืชสารต่าง ๆ เหล่านี้นะคะ ได้ในพืชทุกชนิด แล้วจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืชโดยตรง เพื่อสร้างและสะสมชนิดต่าง ๆ ในปริมาณที่แตกต่างกันหรือไม่อย่างไร สามารถศึกษาได้จากกิจกรรมได้ในกิจกรรม 3.1 อาหารในพืชนักเรียนสามารถทำกิจกรรมนี้ได้ที่โรงเรียน ดูวิดีโอคลิปศึกษาการตัวอย่างได้ค่ะ ซึ่งในวิดีโอคลิปนี้นะคะ มีการทดสอบสารอาหาร 3 ชนิด คือ การทดสอบแป้งโดยการทดสอบสารละลายไอโอดีน การทดสอบโปรตีนโดยใช้สารละลายไบยูเร็ต และการทดสอบลิพิดโดยใช้กระดาษขาวค่ะ ระหว่างการดูวิดีโอคลิปครูอยากให้นักเรียนสังเกตการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ตัวอย่างพืชที่เราใช้ในการทดสอบค่ะ จากนั้นบันทึกผลลงในตารางนักเรียนสามารถดาวน์โหลดไปทำกิจกรรมได้ค่ะ การทดสอบสารอาหารในพืช พืชที่นำมาใช้ทดสอบสารอาหาร มะพร้าวแก่ มันฝรั่ง ข้าวโพด ถั่วลิสง ถั่วเหลือง การเตรียมตัวอย่างพืชที่ต้องการทดสอบ นำพืชอย่างละ 10 กรัม มาหั่นเป็นชิ้นขนาดพอเหมาะ นำโกร่งบดพืชตัวใหญ่แต่ละชนิดให้ละเอียดและผสมน้ำ 30 ลูกบาศก์เซนติเมตร การทดสอบแป้ง ทดสอบโดยใช้สารละลายไอโอดีน ซึ่งมีสีน้ำตาล ผลการทดสอบส่วนที่มีแป้งจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินแกมม่วง นำหลอดทดลองมา 2 หลอด โดยหลอดที่1 เติมน้ำกลั่น 2 ลูกบาศก์เซนติเมตรเ พื่อใช้เป็น Negative control หลอดที่ 2 เติมน้ำแป้ง 2 ลูกบาศก์เซนติเมตร เพื่อใช้เป็น Positive Control ดินที่มีสารเข้มข้น 2 เปอร์เซ็นต์จำนวน 2 หยด ลงในหลอดทดลองที่ 1 และ 2 และการสังเกตการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจะพบว่าหลอดซึ่งที่เติมน้ำกลั่นที่เป็น Negative control สารละลายเป็นสีของสารละลายไอโอดีน หลอดที่ 2 ที่เติมน้ำแป้งเป็น Positive control ละลายเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินแกมม่วง จากนั้นเอาหลอดทดลอง 5 หลอด เติมน้ำคั้นจากพืชที่ต้องการทดสอบลงไปในแต่ละหลอดอย่างละ 2 ลูกบาศก์เซนติเมตร หยดสารละลายไอโอดีน ซึ่งมีสีน้ำตาลความเข้มข้น 2 เปอร์เซ็นต์จำนวน 2 หยดลงในหลอดที่ 3-7 เขย่าให้เข้ากัน สังเกตการเปลี่ยนแปลงของสารละลายแต่ละจุดลอง พบว่าหลอดที่ 3 นะคะ มะพร้าวแก่ หลอดที่ 4 มันฝรั่งสารละลายเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินแกมม่วง หลอดที่ 5 ข้าวโพดสารละลายเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินแกมม่วง หลอดที่ 6 ตัวเหลืองเห็นการเปลี่ยนแปลงไม่ชัดเจน หลอดที่ 7 เปิดลิสงแห่งการเปลี่ยนแปลงไม่ชัดเจน ในกรณีที่เห็นการเปลี่ยนแปลงของสารละลายไม่ชัดเจนสามารถพืชมาทดสอบได้ โดยนำชิ้นส่วนพืชจัดโกร่งมาวางบนจานเพาะเลี้ยงเชื้อและโรยสารไอโอดีนไปโดยตรง พบว่ามันฝรั่งข้าวโพดและถั่วลิสงของชิ้นส่วนพืชเปลี่ยนจากสีน้ำตาลเป็นสีน้ำเงินแกมม่วง การทดสอบโปรตีนทดสอบโดยใช้สารละลายไบยูเร็ต ซึ่งมีสีฟ้า ผลการทดสอบ ส่วนที่มีโปรตีนจะเปลี่ยนเป็นสีม่วงโดยหลอดทดลองมา 2 รอบโดยหลอดที่ 1 ตุลาคม 0.5 cm เพื่อใช้เป็น Negative control 82 0.5 cm3 ใช้เป็น Positive controlเติมสารละลายไบยูเร็ตปริมาตร 2.5 ลูกบาศก์เซนติเมตรลงในหลอดทดลองที่ 1 และ 2 เขย่าให้เข้ากัน 30 นาทีต่อมา สังเกตการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจะพบว่ารอบที่ 1 ที่เติมน้ำกลั่น ซึ่งเป็น Negative control สารละลายก็ยังคงเป็นสีฟ้า หลอดที่ 2 ที่เติมนมวัว ซึ่งเป็น Positive control สารละลายจะเป็นสีม่วง สำหรับท่านที่ต้องการทดลองไปในแต่ละหลอดอย่างละ 0.5 cm สารละลายไบยูเร็ตปริมาณ 2.5 ลูกบาศก์เซนติเมตรลงไปในหลอดที่ 3-7 เขย่าให้เข้ากันและตั้งทิ้งไว้ 30 นาที 30 นาทีต่อมา สังเกตการเปลี่ยนแปลงของสารละลายในแต่ละหลอดทดลอง พบว่าหลอดที่ 3 มะพร้าาวแก่เปลี่ยนเป็นสีม่วง มันฝรั่งอะไรเปลี่ยนเป็นสีม่วงอ่อน หลอดที่ 5 ครับ ไม่เกิดสารละลายสีม่วง ถั่วลิสงสารละลายเปลี่ยนเป็นสีม่วง หลอดที่ 7 ตัวเหลืองสารละลายเปลี่ยนเป็นสีม่วง การทดสอบลิพิด ชิ้นส่วนของพืชที่ต้องการทดสอบชนรถกระบะสีขาวทึบแสง ผลการทดสอบเปลี่ยนเป็นลักษณะโปร่งแสง ทดสอบลิพิดวิธีทำได้โดยตัดชิ้นส่วนของพืชทดลองปัจจุบันสินค้าแสง ผลการทดลอง กระดาษจะเปลี่ยนเป็นลักษณะโปร่งแสง กระดาษขาว 1 แผ่นมาตีตารางให้ได้ 7-8 ช่องเท่ากัน นำกระ Control วัตถุที่ 1น้ำมันพืชเป็น Positive Control กับเวลาช่องที่ 2 เจ้าของเมื่อเช้ามาถูกับกระดาษช่องที่ 3 มันฝรั่งมาถูกับกระดาษช่องที่ 4 ส่งออกข้าวโพดถูกับกระดาษช่องที่ 5 นมสดที่สูงกระดาษบีบมะนาวจากเมล็ดช่อง 7 ทำจากถั่วลิสง ทิ้งไว้ให้แห้ง ผลการทดสอบลิพิด กระดาษจะเปลี่ยนเป็นมีลักษณะโปร่งแสง ดังนี้ น้ำแสงน้ำมันพืชโปร่งแสง มะพร้าวแก่โปร่งแสง ทึบแสง ข้าวโพดแสง ถั่วลิสงโปร่งแสง ถั่วเหลืองโปร่งแสง เมื่อทำกิจกรรมเสร็จแล้วเรามาตอบคำถามท้ายกิจกรรมการค่ะ คำถามท้ายกิจกรรมมีทั้งหมด 3 ข้อ ดังนี้ค่ะ ข้อ 1 ชิ้นส่วนของพืชแต่ละชนิดที่นำมาทดสอบ มีสารอาหารที่สะสมอยู่ในปริมาณที่แตกต่างกันหรือไม่ทราบได้อย่างไร ข้อ 2 เพราะเหตุใดจึงต้องใช้แป้งมัน นมจืด และน้ำพืช ในการทดสอบแป้ง โปรตีน และลิพิดตามลำดับ ข้อ 3 เพราะเหตุใดการทดลองนี้จึงต้องใช้น้ำในการทดสอบด้วย นักเรียนสามารถกดพักเพื่อตอบคำถามท้ายกิจกรรม แล้วเมื่อตอบคำถามเสร็จแล้วก็กดเล่นต่อเพื่อมาดูคำตอบค่ะ เฉลยคำถามท้ายกิจกรรม ถามข้อแรกนะคะ ส่วนของพืชแต่ละชนิดที่นำมาทดสอบ สารอาหารที่สะสมอยู่ในปริมาณที่ต่างกันหรือไม่ ทราบได้อย่างไร แตกต่างกันค่ะ เนื่องจากตัวอย่างพืชที่นำมาทดสอบมีน้ำหนักเท่ากันทุกตัวอย่าง จึงสามารถเปรียบเทียบปริมาณของสารอาหาร ที่สะสมในแต่ตัวอย่างพืชได้โดยประมาณ ซึ่งพิจารณาจากความเข้มของสีที่เปลี่ยนแปลง ถ้าความเข้มของสีมากประเภทของสิ่งแวดล้อมมีปริมาณอาหารงานสะสมอยู่มาก การทดสอบอาจจะให้ผลที่แตกต่างกันนะคะ ขึ้นอยู่กับตัวอย่างพืชที่เรานำมาใช้ในการทดสอบค่ะ ข้อที่ 2 นะคะ เพราะเหตุใดจึงต้องใช้แป้งมัน นมจืด และน้ำพืช ในการทดสอบแป้งโปรตีนตามลำดับ เพราะว่าการใช้น้ำแป้งมัน นมจืด และน้ำมันพืช เป็นการทำ Positive control เพื่อยืนยันผลการทดสอบของพืชแต่ละชนิด ว่ามีแป้ง โปรตีน และลิพิดตามลำดับ คำถามข้อที่ 3 นะคะ เพราะเหตุใดในการทดลองนี้จึงต้องใช้น้ำในการทดสอบด้วย นั่นก็เพราะว่าการค้นพบว่าการใช้น้ำเพื่อเป็น Negative control ทำให้เปรียบเทียบได้ว่าการทดสอบที่ได้ควรจะเป็นเช่นไร หากไม่มีสารอาหารประเภทนั้น ๆ ในตัวอย่างที่เรานำมาใช้ในการทดสอบค่ะ นักเรียนคิดว่าสารอินทรีย์ต่าง ๆ ที่พืชสร้างและสะสมตามส่วนต่าง ๆ ของพืชนั้นมาจากไหน พืชที่ได้จากการสังเคราะห์ด้วยแสงและสร้างอาหารแบบต่าง ๆ มาใช้ในการสร้างสารอินทรีย์ โดยน้ำตาลที่พืชสร้างขึ้น จะผ่านปฏิกิริยาหลายขั้นตอนได้เป็นคาร์โบไฮเดรต ที่สะสมไว้ตามส่วนต่าง ๆ ของพืช เช่น น้ำตาลในอ้อย และผลไม้ หรือสะสมไว้ในรูปแป้ง เช่น ข้าวหรืข้าวโพดตอนนี้น้ำตาลที่พืชสร้างขึ้นน่าจะถูกนำไปใช้ภาษาประเภทอื่น ๆ เช่น โปรตีนในเมล็ดถั่ว ลิพิดเมล็ดทานตะวัน และมะพร้าวและกรดนิวคลีอิก ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในนิวเคลียสพบมากในบริเวณที่มีการแบ่งเซลล์ เช่น บริเวณปลายยอดพืช จากคำถามที่ครูให้ไว้ในตอนแรกนะคะ ถ้าเรารับประทานอาหารเจสารอาหารครบหรือไม่ ถ้าเรียนจบแล้วน่าจะตอบคำถามนี้ก็ได้นะคะ ในกรณีที่รับประทานอาหารเจ เราจะได้รับสารอาหารครบถ้วน แต่เนื่องจากพืชแต่ละชนิดจะสารอาหารประเภทต่าง ๆ ในปริมาณที่แตกต่างกัน ดังนั้น เราจึงควรเลือกรับประทานอาหารเจที่ผลิตจากวัตถุดิบที่หลากหลาย เพื่อที่จะให้รับสารอาหารที่เหมาะสมและเพียงพอต่อการต้องการค่ะ 3.1.2 อินทรีย์ที่ไม่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืชโดยตรง สารอินทรีย์บางชนิดว่าจะเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืชโดยตรง แต่มีผลต่อการดำรงชีวิตของพืช เช่น โอกาสในการมีชีวิตรอดและแพร่กระจายพันธุ์ได้ดีสารอินทรีย์เหล่านี้พืชต่างชนิดกัน สารอินทรีย์ชีวิตของพืชอย่างไรทัศนศึกษาเจอตัวอย่างของรูปแรกนะคะ เป็นรูปดอกบัว ดอกไม้ชนิดสีม่วงมีสีหรือว่ากลิ่นหอมเพื่อล่อแมลงให้มาช่วยผสมเกสร ต้นยางพารา ยาพาราสามารถช่วยปิดแผลกระตุ้นการเจริญของเนื้อเยื่อเปลือกเปลือกนั้นถูกกรีดค่ะ นอกจากนี้แล้วช่วยป้องกันจุลินทรีย์ ที่อาจจะเข้าไปทำบาดแผลได้ด้วยรูปที่ 3 คือ มะละกอ ยางมะละกอมีสารที่ช่วยป้องกันแมลงศัตรูพืชรวมทั้งป้องกันจุลินทรีย์จะบางชนิดได้ ส่วนรูปสุดท้ายนี้ คือ กาแฟ กาเฟอีนจากกาแฟการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์บางชนิดได้ใ นปัจจุบันสติชโอนี่ นำไปใช้ประโยชน์มากมายยกตัวอย่างคือถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมหลากหลาย เช่น อุตสาหกรรมยางรถยนต์ รองเท้ายางและยางรัด หลังจากที่เรียนจบแล้วนะคะ สรุปเนื้อหาในบทเรียน พืชสร้างน้ำตาลจากการสังเคราะห์ด้วยแสง ที่สร้างขึ้นนี้นำไปใช้ในการหายใจระดับเซลล์ใครได้เป็นพลังงานสำหรับใช้ในกิจกรรมต่าง ๆ และใช้เป็นแหล่งคาร์บอนนำไปใช้ในการสังเคราะห์สารอินทรีย์และการเจริญเติบโต มีทั้งที่เป็นสารอินทรีย์ที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืชโดยตรง และสารอินทรีย์ไม่จำเป็นต่อกันโตของพืชโดยตรง สารอินทรีย์ที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืชโดยตรง พบได้ในพืชทุกชนิด สารเหล่านี้ เช่น คาร์โบไฮเดรต โปรตีน กรดนิวคลีอิก วิตามินคลอโรฟิลล์ และฮอร์โมนพืช สารอินทรีย์ที่ไม่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืชโดยตรง พบได้ในพืชบางชนิด ช่วยให้พืชมีโอกาสรอดชีวิตเพิ่มขึ้น หรือช่วยแพร่กระจายพันธุ์ได้ดีขึ้น มนุษย์นำสารเหล่านี้มาใช้ประโยชน์หลากหลาย เช่น ผลิตภัณฑ์จากยางพารา และสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพที่ใช้เป็นยา สำหรับคลิปนี้ก็ขอจบการสอนให้เพียงเท่านี้ แล้วพบกันใหม่ที่คลิปถัดไป เรื่องปัจจัยบางประการที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของพืช สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี]