﻿1
00:00:12,412 --> 00:00:16,412
(ดร.สุนัดดา) สวัสดีค่ะนักเรียน

2
00:00:16,643 --> 00:00:20,643
วันนี้เราจะมาเรียนกันในตอน ปัจจัยบางประการที่มีผล

3
00:00:26,296 --> 00:00:29,675
ต่อการเจริญเติบโตของพืช ตอน 3 สอนโดยครูสุนัดดา

4
00:00:29,675 --> 00:00:30,519
ค่ะ ซึ่งก็จะเป็นปัจจัยภายใน

5
00:00:30,519 --> 00:00:34,519
นะคะ ปัจจัยภายในที่เป็นเอทิลีน และกรดแอบไซซิก ฮอร์โมนพืชนี่นะคะ

6
00:00:37,342 --> 00:00:41,342
คือเอทิลีน แล้วก็ กรดแอบไซซิก ค่ะ ซึ่ง

7
00:00:41,905 --> 00:00:42,663
พืชอีก 2 ชนิดที่เรายังไม่ได้เรียนกันครั้งที่แล้วนะคะ

8
00:00:42,663 --> 00:00:46,663
จุดประสงค์การเรียนรู้นะคะ ก็คือ

9
00:00:46,699 --> 00:00:50,699
สืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับสารควบคุมการเจริญ

10
00:00:54,983 --> 00:00:57,062
เติบโตของพืชที่สังเคราะห์ขึ้น เพื่อนำมาใช้ในการเกษตร

11
00:00:57,062 --> 00:01:01,062
และนำเสนอข้อมูลในรูปแบบต่าง ๆ ค่ะ นี่คือผลอโวคาโดค่ะ ที่ครูซื้อมานี้นะคะ

12
00:01:04,120 --> 00:01:08,120
ยังไม่สุก ที่ขายให้ครูค่ะ แนะนำนะคะ

13
00:01:09,184 --> 00:01:13,184
ให้นำผลอโวคาโดใส่ในกล่อง

14
00:01:14,916 --> 00:01:18,916
กระดาษนะคะ หลังจากกันก็ให้ใส่กล้วยที่ใกล้สุกลงไป หรือว่าใส่แอปเปิลลงไป ทำให้อโวคาโด

15
00:01:21,981 --> 00:01:25,200
สุกเร็วขึ้น นี่เรียกว่า "การบ่มผลไม้"

16
00:01:25,200 --> 00:01:29,200
นะคะ นักเรียนเคยบ่มผลไม้หรือเปล่า

17
00:01:29,538 --> 00:01:30,109
และทำไมการบ่มผลไม้ จึงทำให้ผลไม้ของเรา

18
00:01:30,109 --> 00:01:34,109
สุกเร็วขึ้นค่ะ เดี๋ยวเราจะมาศึกษาไปพร้อมกัน

19
00:01:37,322 --> 00:01:41,322
เลยค่ะ เอทิลีน เอทิลีน

20
00:01:42,671 --> 00:01:44,690
เป็นฮอร์โมนพืชที่มีสถานะเป็นแก๊ส เอทิลีน

21
00:01:44,690 --> 00:01:46,270
มีบทบาทสำคัญในการสุกของผลไม้บางชนิด

22
00:01:46,270 --> 00:01:50,270
นอกจากนี้แล้ว ยังมีผลต่อในด้านอื่น ๆ อีก

23
00:01:50,491 --> 00:01:54,491
เช่น ควบคุมการงอกของเมล็ด กระตุ้นการ

24
00:01:57,103 --> 00:01:58,978
ร่วงของใบ เอทิลีนกับการสุก

25
00:01:58,978 --> 00:02:01,911
ของผลไม้ ผลไม้บางชนิดเมื่อเจริญ

26
00:02:01,911 --> 00:02:05,911
เต็มที่ จะมีการสร้างเอทิลีนสูงขึ้น และ

27
00:02:08,400 --> 00:02:09,295
ส่งผลให้เกิดการเพิ่มอัตราการหายใจระดับเซลล์

28
00:02:09,295 --> 00:02:13,295
มีการเปลี่ยนสีของผล จากสีเขียว

29
00:02:17,843 --> 00:02:18,521
หรือแดง เช่น นักเรียนน่าจะเคยเห็นมะม่วงดิบนะคะ

30
00:02:18,521 --> 00:02:22,521
ก็จะเป็นสีเขียวค่ะ แต่ถ้าเป็นมะม่วงสุกก็จะเป็น

31
00:02:24,902 --> 00:02:28,902
สีเหลือง หรือว่ามะเขือเทศนะคะ มะเขือเทศดิบจ

32
00:02:31,011 --> 00:02:34,931
ะเป็นสีเขียว ส่วนมะเขือเทศสุกจะเป็นสีแดงค่ะ

33
00:02:34,931 --> 00:02:38,931
นอกจากนี้แล้วนะคะ ก็จะเกิดการเปลี่ยนแป้งให้เป็นน้ำตาลนะคะ ทำให้มีรสหวานขึ้น

34
00:02:43,012 --> 00:02:44,046
ผลไม้สุกจึงมีรสหวานค่ะ หรือจึงมีรสหวานค่ะ หรือ

35
00:02:44,046 --> 00:02:48,046
อาจเกิดการสร้างกลิ่นที่เปลี่ยนแปลงไปด้วนะคะ

36
00:02:48,756 --> 00:02:49,576
เช่น ทุเรียนค่ะ ถ้าใครเคยซื้อทุเรียนมา

37
00:02:49,576 --> 00:02:53,576
ตอนแรกยังไม่สุก ทุเรียนนั้นก็จะยังไม่มีกลิ่นค่ะ แต่พอ

38
00:02:57,420 --> 00:02:59,152
ทิ้งเอาไว้จนทุเรียนสุก ก็จะมีกลิ่นออกมาค่ะ

39
00:02:59,152 --> 00:03:03,152
ทำให้เรารู้ว่าทุเรียนนั้นสุก หรือทำ

40
00:03:05,233 --> 00:03:09,233
ให้เรารับประทานแล้วค่ะ เอทิลีนกับการนำไปใช้ กล้วยแต่ละผลที่อยู่ในหวีเดียวกัน

41
00:03:12,560 --> 00:03:16,416
อาจจะสุกไม่พร้อมกันนะคะ เช่นเดียวกับมะม่วงแต่ละ

42
00:03:16,416 --> 00:03:20,416
ผลในช่อเดียวกัน ก็มักจะสุกไม่พร้อมกันค่ะ

43
00:03:23,025 --> 00:03:27,025
แต่ถ้านักเรียนเคยไปซื้อมะม่วงที่ตลาดนะคะ จะเห็นว่ามะม่วงที่ขายนั้น เป็นมะม่วงที่

44
00:03:27,765 --> 00:03:30,015
สุกเท่า ๆ กัน นั่นก็เพราะว่าเกษตรกร

45
00:03:30,015 --> 00:03:34,015
สามารถทำให้มะม่วงสุกพร้อมกันเป็นจำนวนมากได้

46
00:03:38,610 --> 00:03:39,209
เพื่อให้จำหน่ายได้เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค

47
00:03:39,209 --> 00:03:43,209
จากสมบัติของเอทิลีนที่มีผลต่อการสุกของผลไม้นะคะ

48
00:03:47,031 --> 00:03:51,031
จึงมีการใช้แ

49
00:03:51,034 --> 00:03:53,313
เอทิฟอน  ซึ่งในเอทิลีน

50
00:03:53,313 --> 00:03:57,313
หรือใช้ผ่านแก๊ส calucium

51
00:03:59,032 --> 00:04:02,667
ที่ให้แก๊สแก๊สอะเซทิลีน

52
00:04:02,667 --> 00:04:06,667
สามารถใช้ควบคุมผลไม้ในเชิงพาณิชย์ได้ จากรูปที่เห็นนี้นะคะ

53
00:04:07,777 --> 00:04:11,777
มะม่วงที่ไม่บ่ม และที่บ่มด้วยสารสังเคราะห์ที่มี

54
00:04:11,873 --> 00:04:15,873
สมบัติคล้ายเอทิลีนค่ะ จะเห็นว่าทั้งกล้วยและ

55
00:04:17,110 --> 00:04:21,110
มะม่วงที่ไม่มีการบ่มนะคะ จะยังคงเป็นสีเขียวอยู่

56
00:04:21,617 --> 00:04:25,617
แต่ว่ากล้วยและมะม่วงที่ไม่มีการบ่มค่ะ จะเปลี่ยนเป็นสี

57
00:04:27,048 --> 00:04:31,048
เหลืองค่ะ ช่วงชวนคิด ครูมีคำถามมาให้นักเรียนคิด 1 คำถามนะคะ

58
00:04:32,294 --> 00:04:36,294
นั่นก็คือ ผลไม้ทุกชนิดสามารถนำมาบ่ม

59
00:04:38,719 --> 00:04:42,719
ให้สุกเร็วขึ้นได้หรือไม่ นักเรียนคงจะเคยทานผลไม้

60
00:04:42,756 --> 00:04:44,721
กันมาหลายชนิดนะคะ ลองนึกดูสิคะ ว่ามีผลไม้อะไรบ้าง

61
00:04:44,721 --> 00:04:48,721
ที่เราสามารถเก็บมาจากต้นแล้วทานได้ทันที กับอีก

62
00:04:48,781 --> 00:04:50,926
แบบหนึ่งก็คือเก็บมาแล้ว จะต้องนำมาบ่มให้สุก

63
00:04:50,926 --> 00:04:54,926
จึงจะรับประทานได้ค่ะ ผลไม้บางชนิดสามารถบ่ม

64
00:04:56,258 --> 00:05:00,258
ให้สุกได้ ซึ่งเป็นผลไม้ที่มีการหายใจ

65
00:05:05,664 --> 00:05:08,254
ระดับเซลล์ และการสร้าง

66
00:05:08,254 --> 00:05:09,889
เอทิลีนก่อนสุก จากกราฟนี้นะคะ จะเห็นว่า

67
00:05:09,889 --> 00:05:13,889
เมื่อมะเขือเทศยังดิบอยู่ค่ะ จะมีอัตราการหายใจระดับเซลล์

68
00:05:16,650 --> 00:05:20,650
และการสร้างเอทิลีนในระดับต่ำนะคะ แต่เมื่อ

69
00:05:22,123 --> 00:05:24,049
เริ่มสุกค่ะ ก็จะมีการหายใจระดับเซลล์

70
00:05:24,049 --> 00:05:28,049
และการสร้างเอทิลีนเพิ่มมากขึ้น ผลไม้บางชนิดสามารถบ่นให้สุกได้ค่ะ อย่างเช่น

71
00:05:28,080 --> 00:05:32,080
สามารถบ่มให้สุกได้ค่ะ เช่น มะม่วง ทุเรียน มะเขือเทศ มะละกอ ขนุน

72
00:05:34,549 --> 00:05:38,549
มังคุด และ

73
00:05:42,332 --> 00:05:46,332
ฝรั่งค่ะ แต่ว่าผลไม้บางชนิดนะคะ ไม่มีการสร้างเอทิลีน

74
00:05:46,704 --> 00:05:50,704
และไม่มีการตอบสนองต่อเอทิลีนด้วย จึงไม่สามารถทำให้บ่มจนสุกได้ด้วยการบ่ม ต้องทำให้สุกบนต้น

75
00:05:53,278 --> 00:05:56,864
แล้วเราถึงจะเก็บมารับประทานนะคะ อย่างเช่น ส้ม

76
00:05:56,864 --> 00:06:00,864
ชมพู่ เงาะ ลิ้นจี่ และลำไยค่ะ เช่น

77
00:06:02,769 --> 00:06:03,192
กรดแอบไซซิก กรดแอบไซซิก

78
00:06:03,192 --> 00:06:07,192
เป็นฮอร์โมนพืช ที่มีบทบาทยับยั้งการงอก

79
00:06:10,754 --> 00:06:12,095
ของเมล็ด ทำให้เมล็ดเกิดการพักตัว

80
00:06:12,095 --> 00:06:16,095
นอกจากนี้ยังมีบทบาทอื่น ๆ อีกด้วยค่ะ เช่น

81
00:06:19,088 --> 00:06:23,088
ตอบสนองต่อการขาดน้ำ ส่งผลให้รูปากใบปิดเพื่อลดการสูญเสียน้ำ

82
00:06:24,301 --> 00:06:28,301
นักเรียนเคยเพาะถั่วงอกไหมคะ

83
00:06:28,991 --> 00:06:32,991
จำได้ไหม ว่าตอนที่เราเพาะถั่วงอกเราต้องทำอย่างไรบ้าง เรา

84
00:06:34,706 --> 00:06:38,706
ก็จะต้องนำเมล็ดถั่วเขียวนี้นะคะ ไปแช่น้ำก่อน เมล็ดจึงสามารถงอกได้

85
00:06:42,461 --> 00:06:43,055
การเพาะถั่วอื่น ๆ ก็เช่นกันค่ะ

86
00:06:43,055 --> 00:06:47,055
จะต้องนำไปแช่น้ำก่อนนะคะ จากนั้นเมล็ดถั่ว

87
00:06:51,098 --> 00:06:55,098
ก็จะงอกค่ะ นักเรียนคิดว่าเพราะเหตุใด การแช่เมล็ดเหล่านี้ในน้ำ จึงมีผล

88
00:06:56,381 --> 00:06:59,040
ต่อการงอกของเมล็ด นักเรียนรู้จักถั่วทั้ง 3

89
00:06:59,040 --> 00:07:03,040
ชนิดที่เห็นในรูปนี้ไหมคะ รูปแรก

90
00:07:07,101 --> 00:07:11,101
นะคะ ก็คือถั่วเหลืองค่ะ นี่คือถั่วเขียว ส่วนรูปที่ขยายใหญ่นี้ คือ คะ

91
00:07:15,108 --> 00:07:19,108
ถ้าสังเกตนะคะ จะเห็นว่าถั่วต่าง ๆ

92
00:07:23,109 --> 00:07:27,109
นี่ค่ะ จะมีเปลือกเมล็ดที่แข็ง และ มีสารที่เคลือบอยู่ภายนอก ทำให้น้ำไม่สามารถ

93
00:07:27,873 --> 00:07:29,036
ซึมผ่านไปได้ค่ะ ขณะที่

94
00:07:29,036 --> 00:07:33,036
เกิดการพัฒนาของเมล็ดถั่วบนต้นแม่

95
00:07:37,394 --> 00:07:39,221
เมื่อเมล็ดพัฒนาเต็มที่ จะเข้าสู่การพักตัว

96
00:07:39,221 --> 00:07:43,221
โดยปริมาณน้ำภายในเซลล์ลดลงอย่างมาก

97
00:07:44,840 --> 00:07:48,840
ซึ่งการที่น้ำในเซลล์ลดลงนั้น ทำให้ป

98
00:07:51,118 --> 00:07:52,913
ฏิกิริยาในกระบวนการต่าง ๆ นั้น ลดลง บวนการต่าง ๆ นั้น

99
00:07:52,913 --> 00:07:56,913
อัตราการหายใจต่ำลง ในภาวะดังกล่าวพบว่าภายในเมล็ดมีปริมาณ

100
00:08:01,741 --> 00:08:01,933
กรดแอบไซซิก

101
00:08:01,933 --> 00:08:05,933
นี้สูงขึ้น ซึ่งกรดแอบไซซิกนี้ทำให้เมล็ดสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้

102
00:08:10,993 --> 00:08:12,004
แม้อยู่ในน้ำอยู่ภายในเซลล์น้อยมาก

103
00:08:12,004 --> 00:08:16,004
จะไม่งอก เรียกว่า "การพักตัวของเมล็ด"

104
00:08:18,003 --> 00:08:22,003
การแช่เมล็ด ทำให้เปลือกอ่อนนุ่มลง

105
00:08:22,094 --> 00:08:25,249
น้ำเข้าสู่ภายในเมล็ด ผ่านเข้าสู่เล็ก ๆ

106
00:08:25,249 --> 00:08:29,249
ตรงนี้ค่ะ เป็นรูที่น้ำเข้านะคะ เมื่อเมล็ดได้รับน้ำ เมล็ดจะพองขึ้น และมี

107
00:08:32,869 --> 00:08:34,189
แรงดันให้เปลือกเมล็ดแตกออก

108
00:08:34,189 --> 00:08:38,189
ทำให้ได้รับน้ำมากขึ้นค่ะ น้ำจะทำให้เกิดกิจกรรมต่าง ๆ เกิดขึ้นภายใน

109
00:08:42,369 --> 00:08:45,781
ซึ่งในขณะนั้นกรดแอบไซซิกจะลดลง เมล็ดมีการหายใจสูงขึ้น

110
00:08:45,781 --> 00:08:49,781
และกระตุ้นให้เกิดการสร้างฮอร์โมนชนิดอื่น

111
00:08:53,149 --> 00:08:57,149
ที่ช่วยให้เมล็ดสามารถงอก และพัฒนามาเป็นได้

112
00:08:57,313 --> 00:09:01,313
ความรู้เพิ่มเติม โกงกางเป็นพื้ชที่ขึ้นในป่าชายเลน นักเรียนน่าจะเคยไปเที่ยวป่าชายเลน

113
00:09:05,802 --> 00:09:09,802
กันมาบ้างคะ เคยสังเกตกันไหมคะ ว่าป่าชายเลน

114
00:09:10,927 --> 00:09:13,363
เป็นแบบไหน สภาพดินในป่าชายเลนนะคะ เป็นดินเลนค่ะ และมีน้ำท่วม

115
00:09:13,363 --> 00:09:17,363
เมล็ดโกงกางไม่มีการพักตัว เพราะมี

116
00:09:22,462 --> 00:09:23,868
แอบไซซิกต่ำ สามารถงอกบนต้นได้

117
00:09:23,868 --> 00:09:27,868
เมื่อเมล็ดตรงกลางหลุดออกจากต้น

118
00:09:29,300 --> 00:09:29,874
ที่จะเจริญต่อไปได้เมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม

119
00:09:29,874 --> 00:09:33,874
จึงเพิ่มโอกาสในการอยู่รอดในสภาพแวดล้อมที่เป็น

120
00:09:36,853 --> 00:09:40,853
ป่าชายเลนค่ะ กรดแอบไซซิกกับการนำไปใช้

121
00:09:42,429 --> 00:09:45,792
สำหรับสารสังเคราะห์มี

122
00:09:45,792 --> 00:09:46,374
สมบัติคล้ายกรดแอบไซซิกนะคะ สามารถนำไปใช้

123
00:09:46,374 --> 00:09:50,374
ช่วยชะลอการเกิดของพืช และไม้ดอกได้ค่ะ

124
00:09:52,874 --> 00:09:56,874
โดยส่งผลให้รูปาก ใบปิด

125
00:09:58,654 --> 00:09:59,103
เพื่อลดการสูญเสียน้ำ แต่ยังไม่

126
00:09:59,103 --> 00:10:01,645
เป็นที่นิยมกันนะคะ เพราะว่ามีราคาที่ค่อนข้างแพง

127
00:10:01,645 --> 00:10:03,662
อยู่ค่ะ จากรูปนี้นะคะ เป็นการ

128
00:10:03,662 --> 00:10:07,662
ใช้สารสังเคราะห์ที่มีสมบัติคล้ายกรดคล้ายแอบไซซิก

129
00:10:13,853 --> 00:10:17,853
ช่วยชะลอการเหี่ยวเฉาของไม้

130
00:10:18,405 --> 00:10:22,405
ในขณะขนส่งค่ะ จะเห็นว่าถ้าไม่มีการรดน้ำนะคะ ดอกไม้ก็จะเหี่ยวค่ะ

131
00:10:25,380 --> 00:10:29,380
ถ้ามีการรดน้ำ ดอกไม้ก็ยังสดชื่นอยู่นะคะ

132
00:10:31,170 --> 00:10:34,386
แต่ว่าถ้าไม่มีการรดน้ำ

133
00:10:34,386 --> 00:10:38,386
แล้วก็มีการใช้สารที่มีสมบัติคล้ายกรดแอบไซซิกนะคะ ก็จะเห็นว่าดอกไม้นี้ก็จะมี

134
00:10:42,474 --> 00:10:45,196
การเหี่ยวเป็นบางส่วนนะคะ แต่ส่วนมากยัง

135
00:10:45,196 --> 00:10:48,833
ปกติอยู่ได้ค่ะ เป็นอย่างไรบ้างคะ หลังจาก

136
00:10:48,833 --> 00:10:51,463
ที่เราเรียนปัจจัยภายนอกและก็ปัจจัยภายในครบแล้ว

137
00:10:51,463 --> 00:10:52,196
นะคะ ปัจจัยภายนอก เช่น

138
00:10:52,196 --> 00:10:56,196
แสง น้ำ อุณหภูมิ และสิ่งสัมผัส

139
00:11:02,398 --> 00:11:02,767
นับเป็นสิ่งเร้าที่มีผลการกระตุ้น

140
00:11:02,767 --> 00:11:04,741
ฮอร์โมนพืช ซึ่งเป็นปัจจัยภายใน

141
00:11:04,741 --> 00:11:08,741
ฮอร์โมนพืชเหล่านี้ ทำงานร่วมกันในสัดส่วนที่

142
00:11:11,875 --> 00:11:15,875
เหมาะสม ในแต่ละช่วงของการเติมโต

143
00:11:16,235 --> 00:11:20,235
และทำให้เกิดการตอบสนองต่อพืชขึ้นในรูปแบบ

144
00:11:22,944 --> 00:11:26,944
ต่าง ๆ ทั้งปัจจัยภายนอกและปัจจัยภายและปัจจัยภายในจึงมีความสำคัญต่อการ

145
00:11:29,485 --> 00:11:33,485
เจริญเติบโตของพืช และมนุษย์

146
00:11:35,187 --> 00:11:36,271
ใช้ความรู้เกี่ยวกับปัจจัยเหล่านี้

147
00:11:36,271 --> 00:11:38,790
และพัฒนาทางการเกษตร ครูมีคำถามตรวจ

148
00:11:38,790 --> 00:11:42,183
ความเข้าใจของนักเรียน 1 คำถามนะคะ นั่นก็คือ

149
00:11:42,183 --> 00:11:46,183
สารควบคุมการเจริญเติบโตของพืชคืออะไร

150
00:11:46,651 --> 00:11:50,651
และมีความสำคัญต่อพืชอย่างไร ครูมีเวลาให้

151
00:11:54,593 --> 00:11:56,618
นักเรียนคิด 10 วินาทีค่ะ

152
00:11:56,618 --> 00:12:00,618
เดี๋ยวเรามาดูเฉลยกันนะคะ สารควบคุมการ

153
00:12:09,359 --> 00:12:13,359
การเจริญเติบโตของพืช คือการที่มีบทบาทต่อการเริญเติบโตและพัฒนาการของพืช มีผลควบคุมการเริญเติบโตและพัฒนราการของพืช

154
00:12:15,770 --> 00:12:19,770
มีผลควบคุมกระบวนการต่าง ๆ

155
00:12:20,748 --> 00:12:24,748
ของพืช ซึ่งมีทั้งฮอร์โมนพืชที่มนุษย์สร้างขึ้น

156
00:12:26,768 --> 00:12:30,768
เอทิลีนเป็นฮอร์โมนพืชที่มีสถานะเป็นแก๊

157
00:12:35,208 --> 00:12:38,394
มีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นของพืชบางชนิด

158
00:12:38,394 --> 00:12:42,336
นอกจากนี้แล้ว ยังควบคุมการงอกของเมล็ด นอกจากนี้แล้ว ยังควบคุมการงอกของ

159
00:12:42,336 --> 00:12:46,336
เมล็ดและกระตุ้นการร่วงของใบด้วยค่ะ สารสังเคราะห์ที่มีสมบัติคล้ายเอทิลีนนะคะ นิยมนำมา

160
00:12:50,008 --> 00:12:52,972
ใช้ควบคุมการสุกของผลไม้เชิงพาณิชย์ค่ะ

161
00:12:52,972 --> 00:12:56,972
กรดแอบไซซิกมีบทบาทสำคัญ

162
00:12:59,212 --> 00:13:03,212
ในการยับยั้งการงอกของเมล็ด ทำให้เมล็ดเกิดการพักตัว นอกจากนี้แล้วยังมีบทบาท

163
00:13:04,741 --> 00:13:06,971
ตอบสนองต่อการขาดน้ำของพืชค่ะ โดย

164
00:13:06,971 --> 00:13:10,971
ส่งผลให้รูปากใบปิด เพื่อลดการสูญเสียของน้ำ

165
00:13:14,415 --> 00:13:18,415
สารสังเคราะห์ที่มีสมบัติคล้ายกรดแอบไซซิกนะคะ นิยมนำมาใช้การชะลอ

166
00:13:23,225 --> 00:13:25,801
ของพืชและไม้ดอกขณะขนส่ง โดยทำให้พ

167
00:13:25,801 --> 00:13:29,801
ืล หรือว่าเปิด-ปิดรูปากใบ เพื่อลดการสูญเสีย

168
00:13:31,228 --> 00:13:35,228
สำหรับคลิปนี้ก็ขอจบการสอนแต่เพียงเท่านี้ก่อนนะคะ แล้วพบกันคลิปถัดไป

169
00:13:38,376 --> 00:13:42,376
สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี]

