﻿1
00:00:06,391 --> 00:00:08,087
[เสียงดนตรี]

2
00:00:08,087 --> 00:00:12,087
(ดร.สุนัดดา) สวัสดีค่ะ นักเรียน

3
00:00:18,888 --> 00:00:22,888
มาพบกับ ครูสุนัดดา อีกครั้งนะคะ

4
00:00:26,978 --> 00:00:29,663
ในตอนการตอบสนองต่อพืช ต่อสิ่งเร้า

5
00:00:29,663 --> 00:00:31,266
จุดประสงค์การเรียนรู้ อธิบายการตอบสนอง

6
00:00:31,266 --> 00:00:35,266
ของพืชต่อสิ่งเร้า ในรูปแบบต่าง ๆ

7
00:00:37,692 --> 00:00:41,318
ต่อการดำรงชีวิตของพืช 3.3 การตอบสนองต่อพืชต่อสิ่งเร้า

8
00:00:41,318 --> 00:00:45,318
รูปที่เห็นนี้นะคะ ก็คือต้นพวงชมพูค่ะ

9
00:00:46,450 --> 00:00:50,450
พวงชมพูเป็นพันธุ์ไม้ชนิดหนึ่ง ที่

10
00:00:53,181 --> 00:00:54,877
นิยมนำมาปลูก เพื่อให้เลื่อยคลุมไปตามหลังคา และกำแพง

11
00:00:54,877 --> 00:00:58,877
นอกจากพวงชมพูแล้ว ยังมีพันธุ์ไม้อื่น

12
00:01:02,369 --> 00:01:06,369
ที่นิยมนำมาใช้แบบนี้นะคะ อย่างไรก็ตามไม่ใช่พันธุ์ไม้ทุกชนิดจะสามารถนำมาใช้ได้

13
00:01:07,052 --> 00:01:11,052
เพราะเหตุใดพวงชมพูจ

14
00:01:14,991 --> 00:01:18,423
ึงได้ดังรูปนะคะ ความรู้เกี่ยวกับการตอบสนองของพืชต่อสิ่งเร้า ที่เราจะได้ศึกษาต่อไปนี้นะคะ

15
00:01:18,423 --> 00:01:20,504
สามารถนำมาใช้อธิบายได้ค่ะ

16
00:01:20,504 --> 00:01:24,504
การตอบสนองของพืช เมื่อได้รับสิ่วเร้านั้น

17
00:01:31,000 --> 00:01:32,309
อาจมีได้หลายรูปแบบ แต่รูปแบบหนึ่งที่เห็นได้ชัด

18
00:01:32,309 --> 00:01:36,309
ก็คือการเคลื่อนไหว ซึ่งสามารถแบ่งตามความสัมพันธ์กันได้ 2 แบบ

19
00:01:42,666 --> 00:01:43,965
นะคะ คือการตอบสนอง

20
00:01:43,965 --> 00:01:47,965
ที่มีทิศทางสัมพันธ์กับสิ่งเร้า และการตอบสนองที่มีไม่สัมพันธ์กับทิศทาง

21
00:01:53,778 --> 00:01:54,462
ของสิ่งเร้า 3.3.1 การตอบสนอง

22
00:01:54,462 --> 00:01:58,462
ที่มีทิศทางสัมพันธ์กับทิศทางของสิ่งับ

23
00:02:02,440 --> 00:02:02,793
สิ่งเร้าที่พบได้ทั่วไป คือ การเคลื่อนไหว

24
00:02:02,793 --> 00:02:06,793
เติบโตของพืช

25
00:02:12,142 --> 00:02:16,142
อาจจะมีทิศทางที่เข้าหา หรือออกจากสิ่งเร้าก็ได้

26
00:02:19,010 --> 00:02:19,774
นักเรียนคิดว่าพืชที่เห็นในรูปนี้

27
00:02:19,774 --> 00:02:23,690
มีทิศทางที่เข้าหา หรือออกจากสิ่งเร้า

28
00:02:23,690 --> 00:02:27,690
และสิ่งเร้านั้นคืออะไร ครูจะให้นักเรียนคิดแป๊บหนึ่งค่ะ

29
00:02:29,150 --> 00:02:31,405
เรามาดูรูปที่ 1

30
00:02:31,405 --> 00:02:35,405
กันนะคะ นี่ก็คือปลายยอดพืช เจริญ

31
00:02:39,020 --> 00:02:43,020
ในทิศทางเข้าหาแสงค่ะ นั่นก็คือสำหรับพืชแล้ว สิ่งเร้า ก็คือแสงค่ะ แล้วถ้าสังเกตยอดพืช

32
00:02:43,514 --> 00:02:47,514
นะคะ ก็จะเห็นว่ามีความโค้ง

33
00:02:49,603 --> 00:02:51,402
ไปทางด้านขวาค่ะ นั่นก็แปลว่า แสงที่เป็นสิ่งเร้า จะต้องอยู่ทางด้าน

34
00:02:51,402 --> 00:02:55,402
ขวามือนี้นะคะ ส่วนรูปที่ 2 เป็นปลายรากพืช

35
00:03:01,336 --> 00:03:05,336
ของโลก ส่วนยอดพืช เจริญในส่วนของทิศทาง

36
00:03:05,693 --> 00:03:06,580
ตรงข้ามกับแรงโน้มถ่วงของโลก สำหรับต้นไม้ต้นนี้นะคะ ก็คือต้นเทียนค่ะ

37
00:03:06,580 --> 00:03:10,580
สิ่งเร้าสำหรับต้นเทียนนี้ ก

38
00:03:19,035 --> 00:03:20,653
็คือแรงโน้มถ่วงของโลกนะคะ จะเห็นว่ารากพืชจะเจริญลงด้านล่าง

39
00:03:20,653 --> 00:03:21,315
นะคะ ซึ่งก็เป็นไปในทิศทางของแรงโน้มถ่วงของโลก

40
00:03:21,315 --> 00:03:24,131
ส่วนยอดพืชตรงนี้ค่ะ ก็เจริญขึ้นไปด้านบนค่ะ

41
00:03:24,131 --> 00:03:28,131
เป็นทิศทางที่ตรงข้ามกันกับแรงโน้มถ่วงค่ะ

42
00:03:30,184 --> 00:03:33,852
เรามาดูรูปที่ 3 กันค่ะ

43
00:03:33,852 --> 00:03:37,852
นี่ก็คือการเลื้อยพันหลักของต้นพืช ซึ่งเป็นการตอบสนอง

44
00:03:41,424 --> 00:03:45,424
ต่อการสัมผัสที่เข้าหาสิ่งเร้าค่ะ สำหรับพืชต้นนี้แล้วนะคะ สิ่งเร้า ก็คือ สิ่งที่ปักอยู่ตรง

45
00:03:49,291 --> 00:03:53,291
นี้ค่ะ 3.3.2 การตอบสนองที่มีทิศทาง ไม่สัมพันธ์กับทิศทางของสิ่งเร้า

46
00:03:58,796 --> 00:04:02,796
การตอนบสนองที่ไม่สัมพันธ์กับสิ่งเร้านะคะ เป็นการเคลื่อนไหวของพืช

47
00:04:05,468 --> 00:04:09,468
ซึ่งมักเกิดจากการเปลี่ยนแปลงปริมาณน้ำของพืช

48
00:04:10,159 --> 00:04:12,964
ภายในเซลล์ ที่อาจทำให้เซลล์เกิดการขยายตัวได้ชั่วคราว

49
00:04:12,964 --> 00:04:16,964
เช่น การหุบของใบของต้นจามจุรี

50
00:04:17,221 --> 00:04:19,341
ในเวลากลางคืนค่ะ ถ้าเราดูจากรูปนะคะ

51
00:04:19,341 --> 00:04:23,341
รูปแรกจะเห็นว่า เป็นการกางใบในเวลากลางว

52
00:04:27,053 --> 00:04:29,639
ันค่ะ ส่วนอีกรูปหนึ่งนะคะ เป็นการหุบใบในเวลาพลบค่ำค่ะ

53
00:04:29,639 --> 00:04:33,639
นอกจากนี้แล้ว การหุบของใบไมยราบเมื่อถูกสัมผัส ก็

54
00:04:38,200 --> 00:04:40,787
ทีมีทิศทางไม่สัมพันธ์กันของสิ่งเร้าค่ะ

55
00:04:40,787 --> 00:04:41,555
เดี๋ยวเรามาดูวิดีโอคลิปกันนะคะ เมื่อ

56
00:04:41,555 --> 00:04:45,555
มีนิ้วไปสัมผัสกับใบไมยราบ ก็

57
00:04:51,623 --> 00:04:55,623
จะมีการหุบลงค่ะ แล้วก็การหุบและการบานของดอกบัว ที่ตอบสนอง

58
00:04:59,585 --> 00:05:03,585
ต่อแสงนะคะ  นี่ก็เป็นดอกบัวที่ตอนกลางวัน และตอนกลางคืนทีี่

59
00:05:10,378 --> 00:05:14,378
มีความแตกต่างกันค่ะ มีอาชีพหลายอาชีพนะคะ ที่ต้องใช้ความรู้เกี่ยวกับพืชค่ะ

60
00:05:18,529 --> 00:05:22,529
อย่างเช่น นักปรับปรุงพันธุ์พืช ซึ่งจะปรับปรุงและพัฒนาพันธุ์พืช

61
00:05:26,732 --> 00:05:28,942
เช่น ปลูกได้ง่าย ให้ผลผลิตสูง

62
00:05:28,942 --> 00:05:31,241
รสชาติดีขึ้น ทนต่อโรคและแมลงต่าง ๆ

63
00:05:31,241 --> 00:05:35,241
อย่างรูปที่เห็นนี้นะคะ เป็นสตรอว์เบอรรี พันธุ์พระราชทาน

64
00:05:39,074 --> 00:05:43,074
80 ค่ะ ไร่สตรอว์เบอร์รีทางด้านซ้ายนี้นะคะ เป็นไร่สตรอว์เบอร์รีที่อยู่บน

65
00:05:46,703 --> 00:05:50,366
นอกจากนี้แล้ว สตรอว์เบอร์รี พันธุ์นี้ยังนิยทปลูกที่อื่

66
00:05:50,366 --> 00:05:54,366
นอีกด้วยค่ะ แล้วก็ยังมีพืชชนิดอื่น ๆ อีกนะคะ อย่างเช่น ข้าวค่ะ

67
00:05:55,707 --> 00:05:58,572
คือ ข้าวพันธุ์ กข 73 นะคะ

68
00:05:58,572 --> 00:06:02,572
ซึ่งผ่านการปรับปรุงแล้วก็พัฒนาผ่าน

69
00:06:04,333 --> 00:06:05,599
ดินเค็มและก็ต้านทานโรคไหม้ค่ะ แล้วก็มี

70
00:06:05,599 --> 00:06:09,599
การปรับปรุงพันธ์มะเขือเทศ และชมพู่นะคะ

71
00:06:13,148 --> 00:06:17,148
จะให้เป็นที่พึงพอใจให้ผู้บริโภคนะคะ

72
00:06:18,541 --> 00:06:19,241
แล้วก็สามารถขายได้เพิ่มมากขึ้นในท้องตลาดค่ะ

73
00:06:19,241 --> 00:06:19,599
เกษตรกร เกษตรกรจะปลูกพืช

74
00:06:19,599 --> 00:06:23,599
ให้เจริญเติบโตได้ดีเพิ่มผลผลิตและ

75
00:06:26,297 --> 00:06:30,297
จัดการผลผลิต ให้ได้ตามที่ท้องตลาดต้องการนะคะ

76
00:06:34,736 --> 00:06:35,079
จากรูปที่เห็นนี้นะคะ นี่คือแปลงเบญจมาศค่ะ จะเห็นว่ามีหลอดไฟอยู่ด้วยนะคะ ซึ่งการ

77
00:06:35,079 --> 00:06:39,079
ใช้หลอดไฟนี้ค่ะ จะช่วยควบคุมการ

78
00:06:45,770 --> 00:06:49,770
ลำต้นเบญจมาศ แล้วก็การออก

79
00:06:50,060 --> 00:06:52,568
ดอกได้ด้วยค่ะ เพื่อให้ได้ผลผลิตที่เป็นที่ต้องการของตลาด และทนต่อโรคนะคะ เกษตรกร

80
00:06:52,568 --> 00:06:56,568
ก็มีการทำมะเขือเทศเสียบยอดบน

81
00:07:02,058 --> 00:07:05,006
โดยที่ส่วนยอดนะคะ ก็จะเป็นส่วนมะเขือเทศค่ะ

82
00:07:05,006 --> 00:07:05,030
ส่วนต้นตอนะคะ ก็จะใช้มะเขือ ซึ่งมีความ

83
00:07:05,030 --> 00:07:06,903
ทนโรคแล้วก็ทนแมลงมากกว่าค่ะ เมื่อนำมา

84
00:07:06,903 --> 00:07:10,903
เสียบยอดกันแล้วค่ะ  ต้นไม้ต้นนี้มีการเจริญเติบโต

85
00:07:17,579 --> 00:07:20,973
ขึ้นค่ะ ก็จะให้ผลผลิตเป็นมะเขือเทศค่ะ

86
00:07:20,973 --> 00:07:24,973
ส่วนต้นตอ ก็เป็นมะเขือที่ทนโรค ทนแมลง เพื่อ

87
00:07:25,468 --> 00:07:28,157
ให้พืชต้นนี้เจริญเติบโตได้ดี และให้ผลผลิตเป็นที่ต้องการ ของ

88
00:07:28,157 --> 00:07:32,157
ท้องตลาดค่ะ นักภูมิสถาปัตย์ จะเลือกพื้นที่ที่เหมาะสม

89
00:07:37,324 --> 00:07:37,909
ในการนำไปปลูกตกแต่งสถานที่ ให้เหมาะสม

90
00:07:37,909 --> 00:07:39,784
กับสภาพแวดล้อมค่ะ ส่วนอาชีพ

91
00:07:39,784 --> 00:07:43,784
รุกขกรนะคะ จะจัดการดูแล และ

92
00:07:49,691 --> 00:07:53,308
รักษาสภาพความสมบูรณ์

93
00:07:53,308 --> 00:07:56,196
ต้นไม้ในเขตเมือง ซึ่งรวมถึงงานคัดเลือกพันธุ์ไม้ ตัดแต่งกิ่ง

94
00:07:56,196 --> 00:08:00,196
ซึ่งอยู่ในพื้นที่จำกัด หรือพื้นที่ก่อให้เกิด

95
00:08:00,865 --> 00:08:03,064
อันตรายได้ เช่น ใกล้แนวสายไฟฟ้า

96
00:08:03,064 --> 00:08:07,064
หลังจากเรียนเนื้อหาเสร็จแล้วนะคะ เราจะ

97
00:08:09,200 --> 00:08:11,032
สรุปเนื้อหาภายในบทเรียนค่ะ การตอบสนองของพืช มีความ

98
00:08:11,032 --> 00:08:13,569
สำคัญต่อการดำรงชีวิตของพืช  โดยที่พืชตอบสนอง

99
00:08:13,569 --> 00:08:17,569
ต่อสิ่งเร้า ในรูปแบบการเคลื่อนไหวนะคะ ซึ่ง

100
00:08:18,281 --> 00:08:22,281
อาจแบ่งได้เป็น 2 รูปแบบค่ะ คือการตอบสนองซึ่ง

101
00:08:24,239 --> 00:08:28,239
ที่มีทิศทางสัมพันธ์กับสิ่งเร้านะคะ อย่างเช่น ยอดพืช

102
00:08:30,640 --> 00:08:34,640
เบนเข้าหาแสงนะคะ หรือรากพืชเจริญไปในทิศทางแนวเดียวกัน กับแรงโน้มถ่วงของโลกนะคะ

103
00:08:37,786 --> 00:08:41,786
รูปแบบหนึ่งนะคะ ซึ่งมีการตอบสนองแบบไม่ตอบสนอง

104
00:08:42,321 --> 00:08:46,321
กับสิ่งเร้าค่ะ เช่น การหุบ แล้วก็การกางใบของใบจามจุรีนะคะ หรือว่าการหุบหรือการกางใบ

105
00:08:48,531 --> 00:08:50,375
ของใบไมยราบค่ะ สำหรับคลิปนี้ ก็

106
00:08:50,375 --> 00:08:54,375
ขอจบการสอนเพียงเท่านี้ก่อนนะคะ มาพบกันใหม่ในคลิปถ

107
00:08:57,694 --> 00:09:01,694
ัดไป สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี]

