[เสียงดนตรี] (ดร.สุนัดดา) สวัสดีค่ะ นักเรียน มาพบกับ ครูสุนัดดา อีกครั้งนะคะ ในตอนการตอบสนองต่อพืช ต่อสิ่งเร้า จุดประสงค์การเรียนรู้ อธิบายการตอบสนองของพืชต่อสิ่งเร้า ในรูปแบบต่าง ๆ ต่อการดำรงชีวิตของพืช 3.3 การตอบสนองต่อพืชต่อสิ่งเร้า รูปที่เห็นนี้นะคะ ก็คือต้นพวงชมพูค่ะ พวงชมพูเป็นพันธุ์ไม้ชนิดหนึ่ง ที่นิยมนำมาปลูก เพื่อให้เลื่อยคลุมไปตามหลังคา และกำแพง นอกจากพวงชมพูแล้ว ยังมีพันธุ์ไม้อื่น ที่นิยมนำมาใช้แบบนี้นะคะ อย่างไรก็ตามไม่ใช่พันธุ์ไม้ทุกชนิดจะสามารถนำมาใช้ได้ เพราะเหตุใดพวงชมพูจึงได้ดังรูปนะคะ ความรู้เกี่ยวกับการตอบสนองของพืชต่อสิ่งเร้า ที่เราจะได้ศึกษาต่อไปนี้นะคะ สามารถนำมาใช้อธิบายได้ค่ะ การตอบสนองของพืช เมื่อได้รับสิ่วเร้านั้นอาจมีได้หลายรูปแบบ แต่รูปแบบหนึ่งที่เห็นได้ชัด ก็คือการเคลื่อนไหว ซึ่งสามารถแบ่งตามความสัมพันธ์กันได้ 2 แบบนะคะ คือการตอบสนองที่มีทิศทางสัมพันธ์กับสิ่งเร้า และการตอบสนองที่มีไม่สัมพันธ์กับทิศทางของสิ่งเร้า 3.3.1 การตอบสนองที่มีทิศทางสัมพันธ์กับทิศทางของสิ่งับสิ่งเร้าที่พบได้ทั่วไป คือ การเคลื่อนไหว เติบโตของพืช อาจจะมีทิศทางที่เข้าหา หรือออกจากสิ่งเร้าก็ได้ นักเรียนคิดว่าพืชที่เห็นในรูปนี้ มีทิศทางที่เข้าหา หรือออกจากสิ่งเร้า และสิ่งเร้านั้นคืออะไร ครูจะให้นักเรียนคิดแป๊บหนึ่งค่ะ เรามาดูรูปที่ 1 กันนะคะ นี่ก็คือปลายยอดพืช เจริญในทิศทางเข้าหาแสงค่ะ นั่นก็คือสำหรับพืชแล้ว สิ่งเร้า ก็คือแสงค่ะ แล้วถ้าสังเกตยอดพืชนะคะ ก็จะเห็นว่ามีความโค้งไปทางด้านขวาค่ะ นั่นก็แปลว่า แสงที่เป็นสิ่งเร้า จะต้องอยู่ทางด้านขวามือนี้นะคะ ส่วนรูปที่ 2 เป็นปลายรากพืช ของโลก ส่วนยอดพืช เจริญในส่วนของทิศทางตรงข้ามกับแรงโน้มถ่วงของโลก สำหรับต้นไม้ต้นนี้นะคะ ก็คือต้นเทียนค่ะ สิ่งเร้าสำหรับต้นเทียนนี้ ก็คือแรงโน้มถ่วงของโลกนะคะ จะเห็นว่ารากพืชจะเจริญลงด้านล่างนะคะ ซึ่งก็เป็นไปในทิศทางของแรงโน้มถ่วงของโลก ส่วนยอดพืชตรงนี้ค่ะ ก็เจริญขึ้นไปด้านบนค่ะ เป็นทิศทางที่ตรงข้ามกันกับแรงโน้มถ่วงค่ะ เรามาดูรูปที่ 3 กันค่ะ นี่ก็คือการเลื้อยพันหลักของต้นพืช ซึ่งเป็นการตอบสนองต่อการสัมผัสที่เข้าหาสิ่งเร้าค่ะ สำหรับพืชต้นนี้แล้วนะคะ สิ่งเร้า ก็คือ สิ่งที่ปักอยู่ตรงนี้ค่ะ 3.3.2 การตอบสนองที่มีทิศทาง ไม่สัมพันธ์กับทิศทางของสิ่งเร้า การตอนบสนองที่ไม่สัมพันธ์กับสิ่งเร้านะคะ เป็นการเคลื่อนไหวของพืช ซึ่งมักเกิดจากการเปลี่ยนแปลงปริมาณน้ำของพืชภายในเซลล์ ที่อาจทำให้เซลล์เกิดการขยายตัวได้ชั่วคราว เช่น การหุบของใบของต้นจามจุรี ในเวลากลางคืนค่ะ ถ้าเราดูจากรูปนะคะ รูปแรกจะเห็นว่า เป็นการกางใบในเวลากลางวันค่ะ ส่วนอีกรูปหนึ่งนะคะ เป็นการหุบใบในเวลาพลบค่ำค่ะ นอกจากนี้แล้ว การหุบของใบไมยราบเมื่อถูกสัมผัส ก็ทีมีทิศทางไม่สัมพันธ์กันของสิ่งเร้าค่ะ เดี๋ยวเรามาดูวิดีโอคลิปกันนะคะ เมื่อมีนิ้วไปสัมผัสกับใบไมยราบ ก็จะมีการหุบลงค่ะ แล้วก็การหุบและการบานของดอกบัว ที่ตอบสนองต่อแสงนะคะ นี่ก็เป็นดอกบัวที่ตอนกลางวัน และตอนกลางคืนทีี่มีความแตกต่างกันค่ะ มีอาชีพหลายอาชีพนะคะ ที่ต้องใช้ความรู้เกี่ยวกับพืชค่ะ อย่างเช่น นักปรับปรุงพันธุ์พืช ซึ่งจะปรับปรุงและพัฒนาพันธุ์พืช เช่น ปลูกได้ง่าย ให้ผลผลิตสูง รสชาติดีขึ้น ทนต่อโรคและแมลงต่าง ๆ อย่างรูปที่เห็นนี้นะคะ เป็นสตรอว์เบอรรี พันธุ์พระราชทาน 80 ค่ะ ไร่สตรอว์เบอร์รีทางด้านซ้ายนี้นะคะ เป็นไร่สตรอว์เบอร์รีที่อยู่บนนอกจากนี้แล้ว สตรอว์เบอร์รี พันธุ์นี้ยังนิยทปลูกที่อื่นอีกด้วยค่ะ แล้วก็ยังมีพืชชนิดอื่น ๆ อีกนะคะ อย่างเช่น ข้าวค่ะ คือ ข้าวพันธุ์ กข 73 นะคะ ซึ่งผ่านการปรับปรุงแล้วก็พัฒนาผ่าน ดินเค็มและก็ต้านทานโรคไหม้ค่ะ แล้วก็มีการปรับปรุงพันธ์มะเขือเทศ และชมพู่นะคะ จะให้เป็นที่พึงพอใจให้ผู้บริโภคนะคะ แล้วก็สามารถขายได้เพิ่มมากขึ้นในท้องตลาดค่ะ เกษตรกร เกษตรกรจะปลูกพืชให้เจริญเติบโตได้ดีเพิ่มผลผลิตและ จัดการผลผลิต ให้ได้ตามที่ท้องตลาดต้องการนะคะ จากรูปที่เห็นนี้นะคะ นี่คือแปลงเบญจมาศค่ะ จะเห็นว่ามีหลอดไฟอยู่ด้วยนะคะ ซึ่งการใช้หลอดไฟนี้ค่ะ จะช่วยควบคุมการลำต้นเบญจมาศ แล้วก็การออกดอกได้ด้วยค่ะ เพื่อให้ได้ผลผลิตที่เป็นที่ต้องการของตลาด และทนต่อโรคนะคะ เกษตรกรก็มีการทำมะเขือเทศเสียบยอดบน โดยที่ส่วนยอดนะคะ ก็จะเป็นส่วนมะเขือเทศค่ะ ส่วนต้นตอนะคะ ก็จะใช้มะเขือ ซึ่งมีความทนโรคแล้วก็ทนแมลงมากกว่าค่ะ เมื่อนำมาเสียบยอดกันแล้วค่ะ ต้นไม้ต้นนี้มีการเจริญเติบโตขึ้นค่ะ ก็จะให้ผลผลิตเป็นมะเขือเทศค่ะ ส่วนต้นตอ ก็เป็นมะเขือที่ทนโรค ทนแมลง เพื่อให้พืชต้นนี้เจริญเติบโตได้ดี และให้ผลผลิตเป็นที่ต้องการ ของท้องตลาดค่ะ นักภูมิสถาปัตย์ จะเลือกพื้นที่ที่เหมาะสมในการนำไปปลูกตกแต่งสถานที่ ให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมค่ะ ส่วนอาชีพรุกขกรนะคะ จะจัดการดูแล และรักษาสภาพความสมบูรณ์ ต้นไม้ในเขตเมือง ซึ่งรวมถึงงานคัดเลือกพันธุ์ไม้ ตัดแต่งกิ่ง ซึ่งอยู่ในพื้นที่จำกัด หรือพื้นที่ก่อให้เกิดอันตรายได้ เช่น ใกล้แนวสายไฟฟ้า หลังจากเรียนเนื้อหาเสร็จแล้วนะคะ เราจะสรุปเนื้อหาภายในบทเรียนค่ะ การตอบสนองของพืช มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของพืช โดยที่พืชตอบสนองต่อสิ่งเร้า ในรูปแบบการเคลื่อนไหวนะคะ ซึ่งอาจแบ่งได้เป็น 2 รูปแบบค่ะ คือการตอบสนองซึ่งที่มีทิศทางสัมพันธ์กับสิ่งเร้านะคะ อย่างเช่น ยอดพืชเบนเข้าหาแสงนะคะ หรือรากพืชเจริญไปในทิศทางแนวเดียวกัน กับแรงโน้มถ่วงของโลกนะคะ รูปแบบหนึ่งนะคะ ซึ่งมีการตอบสนองแบบไม่ตอบสนองกับสิ่งเร้าค่ะ เช่น การหุบ แล้วก็การกางใบของใบจามจุรีนะคะ หรือว่าการหุบหรือการกางใบของใบไมยราบค่ะ สำหรับคลิปนี้ ก็ขอจบการสอนเพียงเท่านี้ก่อนนะคะ มาพบกันใหม่ในคลิปถัดไป สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี]