--- title: การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม (23.46 นาที) subtitle: date: วันศุกร์ที่ 19 เมษายน 2567 เวลา 09.25 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) (ดร.นันทยา) สวัสดีค่ะ นักเรียน ในคลิปนี้นะคะ เราจะเรียนในหัวข้อการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมนะคะ มีจุดประสงค์เพื่อให้นักเรียนอธิบายการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมจากกรณีของ มัลติเพิลแอลลีล แล้วก็ที่อยู่ในโครโมโซมเพศ ซึ่งที่อยู่นี้กรณีนี้นะคะ เป็นส่วนขยายของพันธุศาสตร์ Mendel ค่ะ มนุษย์เรานะคะ มีคำถามเกี่ยวกับการถ่ายทอดทางพันธ์กรรมนะคะ ว่า ทำไมคนในครอบครัวเดียวกัน ถึงมีแล้วก็ลักษณะเหล่านี้นี่ จากรุ่นหนึ่ง ไปสู่รุ่นได้อย่างไรนะคะ ผู้ที่ศึกษาหลักท่านหนึ่งนะคะ ก็คือ Gergor Mendel ค่ะ เขาได้ทำการศึกษาของถัวลันตัวหลาย ๆ ลักษณะ แล้วนำมาวิเคราะห์จนสรุปที่ได้นะคะ จนสรุปออกมาเป็นผลทางพันธุกรรม ลักษณะทางพันธุกรรม เดี๋ยวเราจะมาลองเรียนรู้นะคะ กับกรณีตัวอย่างที่ใช้หลักการของพันธุศาสตร์ Mendel จากนั้นนะคะ จะมาเรียนรู้ส่วนขยายของพันธุศาสตร์ Mendel ลักษณะทางพันธุกรรมนะคะ มีหลากหลายเลย ตั้งแต่หน้าตา สีผิวนะคะ รวมทั้งโรคทางพันธุกรรมด้วย โรคธาลัสซีเมียนะคะ ผู้ป่วยนี่จะมีอาการซีด ในประเทศไทยโรคหนึ่งก็คือโรคทาลัสซีจะมีอาการซีด โลหิตจาง ตัวเหลือง ที่มีความสัมพันธ์กับประเทศไทย ก็เพราะว่ามีบุคคลที่เป็นพาหะของโรคมากกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ของประชากรนะคะ ถ้าหากว่าเราขาดการป้องกันและดูแลอแล้วนี่ เราก็อาจจะทำให้มีเด็กเกิดใหม่นะคะ ที่ป่วยโรคนี้มากขึ้น ก็ควรจะมีการวางแผนครอบครัวค่ะ เรามาลองดูโจทย์นี้กันนะคะ ถ้าสามี ภรรยาคู่หนึ่ง ไปปรึกษาโรคก่้อนมีบุตร และแพทย์ตรวจพบว่าทั้งคู่นี่เป็นพาหะของโรคธาลัสซีเมีย ถ้าเราจะอธิบายเกี่ยวกับการถ่ายทอดทางพันธ์กรรมนะคะ ให้เข้าใจมากขึ้นนะคะ จะต้องอธิบายว่าอย่างไรบ้าง ประเด็นแรก ก็คือโรคนี้เป็นโรคพันธุกรรมสามารถถ่ายทอดจากพ่อแม่ไปสู่ลูกได้ แล้วถ่ายทอดผ่านกระบวนการอะไรคะ ถูกต้องค่ะ ผ่านการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศนะคะ ผ่านการสืบพันธุ์ไปกับเซลล์สืบพันธุ์ค่ะ เรามาทบทวนกันนะคะ ว่ายีนคืออะไร ยีนทำหน้าที่เป็นหน่วยควบคุมลักณะทางพันธุกรรม ยกตัวอย่างเช่น การเป็นโรค หรือไม่เป็นโรคธาลัสซีเมียนะคะ โดยยีนนี่จะเป็นโรคที่เกี่ยวพันของ DNA DNA จะผูกกับโครงสร้างที่เรียกว่า "โครโมโซม" ดังนั้น ยีนจะอยู่บนโครโมโซมนะคะ ในมนุษย์เราจะมีนี่ โครโมโซมคู่เหมือน หรือโครโมโซมเพศ จำนวน 23 คู่โดยทั่วไปแล้วนี่ ยีนส์ที่ควบคุมไปลักษณะหนึ่ง จะอยู่เป็นคู่แอลลีลบนฮอมอโลกัสโครโมโซม ยีนหนึ่งอาจจะมีหลายรูปแบบ เรียกรูปแบบนี้ว่า "แอลลีล เช่น T แทนแอลลีลเด่น ซึ่งเซลล์เม็ดเลือดแดงที่มีลักษณะปกตินะคะ และแอลลีล t ที่เป็นแอลลีลด้อยที่จะก่อให้เกิดโรคทาลัสซีเมีย จะเห็นได้ว่าแอลลีลทั้ง 2 นี่จะมีข้อมูลพันธุกรรมที่อาจจะแตกต่างกันแพงเล็กน้อย โดยลักษณะของคู่แอลลีลบนฮอมอโลกัสโครโมโซมนี่ เช่น TT, Tt และ tt ค่ะ ส่วนลักษณะภายนอกที่ออกมาปรากฏให้เห็นค่ะ นี่ การเป็นโรคหรือไม่เป็นโรคนี่เราเรียกว่า ฟีโนไทป์ค่ะ ถ้ามีคู่แอลลีลที่มีรูปแบบเดียวกันนะคะ เราจะจัดจีโนไทป์แบบฮอมอไซกัสค่ะ หากว่ามีคู่ของแอลลีลที่แตกต่างกันนี่ เราจะแบ่งออกว่า เฮเทอโรไซกัส ค่ะ โดยบุคคลนี้นะคะ เขาจะไม่เป็นโรคธาลัสซีเมีย แต่จะเป็นพาหะของโรค โดยสามารถจะถ่ายทอดแอลลีลด้านไปสู่รุ่นลูกได้ค่ะ แบบจีโนไทป์ได้ค่ะ จะเห็นได้ว่าจีโนไทป์นี่ ที่เรามีอยู่นะคะ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเป็นแอลลีลเด่น เป็นแอลลีลเด่น ก็จะแสดงลักษณะของแอลลีลเด่น ก็คือปกติ แต่ถ้าหากว่ารับแอลลีลด้อยทั้งคู่นะคะ ก็จะแซงลักษณะด้อย ก็คือเป็นโรคธารัสซีเมียค่ะ จีโนไทป์ นะคะ นอกจากจะขึ้นกับจีโนไทป์แล้วนี่ อาจจะขึ้นกับสิ่งแวดล้อมด้วย ยกตัวอย่างเช่น ความสูงค่ะ ถ้าพ่อแม่มีลขึ้นกับจีโนไทป์แล้วนี่ อาจจะขึ้นกับสิ่งแวดล้อมด้วย ยกตัวอย่างเช่น ความสูงค่ะ ถ้าพ่อแม่เราสูง เราก็จะมีลักษณะสูงใช่ไหมคะ แต่ถ้าหากว่าเราได้รับอาหารที่ไม่เหมาะสม หรือรับอาหารที่ไม่เหมาะสมนะคะ ก็อาจจะส่งผลต่อลักษณะความสูงของเราได้ค่ะ จากกรณีข้างต้นนะคะ ทั้งนี่คู่เป็นพาหนะ แสดงว่ามีจีโนไทป์ แบบใดคะ ถูกต้องค่ะ แสดงว่าเป็นแบบ เฮเทอโรไซกัส หรือการโดยการคาดคเนว่าลูกจะเป็นโรคนี่ เราสามารถนำความรู้ที่เมนเดลค้นพบเกี่ยวกับการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมมาตอบได้ค่ะ จะเห็นได้ว่ายีนที่ควบคุมโรคทาลัสซีเมีย แอลลีลนะคะ ซึ่งแต่ละเซลล์สืบพันธุ์นี่จะได้รับแอลลีลเดียวของยีนนั้น เช่น T หรือ t โดยลูกนะคะ จะได้รับแอลลีลหนึ่งจากแม่เซลล์ไข่ แล้วก็อีกแอลลีลหนึ่งจากพ่อจากเซลล์สืบพันธุ์ ในการปฏิสนธิเซลล์ไข่จะรวมกับสเปิร์มแบบสุ่ม ทำให้ลูกจะได้รับแอลลีลใดนี่ ก็จะเกิดขึ้นแบบสุ่มด้วยนะคะ เช่น เขาอาจจะได้รับแอลลีล t แล้วก็รับแอลลีล T จากพ่อ หรืออาจจะได้รับแอลลีล t จากทั้งพ่อแล้วก็แม่นะคะ เราสามารถจะคำนวณหาโอกาสที่ลูกจะเป็นโรคหรือไม่เป็นโรคได้นะคะ ถ้าสังเกตนะคะ ถ้าเขาได้รับแอลลีล T ใหญ่มานี่ ก็จะแสดงลักษณะไม่เป็นโรค ก็จะเป็น 3 ใน 4 ส่วนถ้าหากว่าลูกได้รับแอลลีลด้อยทั้งจากพ่อแล้วก็แม่นี่ เขาก็จะเป็นโรคทาลัสซีเมีย ในที่นี้ก็จะเห็นว่า มีโอกาสเป็นโรค 1 ใน 4 หรือคิดเป็น 25 เปอร์เซ็นต์ นั่นเองค่ะ ถ้าหากมีคนกล่าวว่าลูกคนแรกของสามีคู่นี้เกิดมาเป็นธาลัสซีเมียแล้ว ลูกคนที่ 2 จะไม่มีโอกาสเป็นโรคธาลัสซีเมีย นักเรียนเห็นด้วยหรือไม่ เพราะอะไรคะ สำหรับครูไม่นะคะ คุณครูไม่เห็นด้วยค่ะ เพราะว่าการพิจารณานี้เป็นเพียงการหาโอกาสเป็นโรคของลูกที่จะเกิดขึ้นนะคะ ถึงแม้ว่าลูกคนแรกจะเป็นโรคไปแล้วนี่ ลูกคนที่ 2 ก็ยังมีโอกาสเท่าเดิม ก็คือ 25 เปอร์เซ็นต์ค่ะ โอกาสนี่จะมี 25 เปอร์เซ็นต์ไม่ว่าจะตั้งครรภ์กี่ครั้งก็ตาม เพราะว่าแอลลีล ที่ก่อโรคได้นี่ ยังคงสามารถถ่ายทอดจากพ่อแม่นะคะ ไปสู่ลูกได้ค่ะ เช่นเดียวกับการพิจารณาเพศของลูกที่จะเกิดมานะคะ โดยมีโอกาสที่จะเกิดมาเป็นเพศชาย 50 เปอร์เซ็นต์ หรือเกิดมาเป็นเพศหญิง 50 เปอร์เซ็นต์ ค่ะ เรามาลองทำโจทย์ตรวจสอบความเข้าใจกันนะคะ ถ้าหากว่าผู้หญิงที่มีลักษณะเผือก แต่งงานกับผู้ชายที่ไม่มีลักษณะเผือกนะคะ จะมีลูกที่มีโอกาสเผือกเป็นเท่าไร ลองทำดูนะคะ หรืออาจจะลองกดหยุดพักเพื่อทำดูก็ได้ค่ะ ค่ะ เรามาดูเฉลยกันเลยนะคะ ผู้หญิงที่มีลักษณะเผือกนี่ จะมีจีโนไทป์ เป็น aa ส่วนผู้ชายที่มีลักษณะไม่เผือกนะคะ อาจจะมีลักษณะเป็น 2 รูปแบบ ก็คือเป็น AA หรือเป็น Aa เพราะฉะนั้น เราจะต้องพิจารณาโอกาสของลูกทั้ง 2 รูปแบบ ก็คือแม่เป็น aa พ่อเป็น AA หรือ แม่เป็น aa และ พ่อเป็น Aa ค่ะ มาลองทำดูกันนะคะ กรณีแรกนี่ แม่จะสร้างเซลล์สืบพันธุ์ได้ดังนี้นะคะ ส่วนพ่อก็จะสร้างเซลล์สืบพันธุ์ได้ดังนี้ค่ะ เมื่อเราพิจารณาลักษณะของลูกนะคะ นี่ จะมีจีโนไทป์ เป็น Aa นะคะ เพราะฉะนั้นนี่ ก็จะไม่มีลักษณะเผือกค่ะ ส่วนในกรณีที่ 2 นะคะ ถ้ามีจีโนไทป์ เป็น aa พ่อมีจีโนไทป์ เป็น AA นี่ ก็จะสร้างเซลล์ได้ดังนี้ หากเราพิจารณาลักษณะของลูกที่เกิดมานะคะ ก็จะเห็นว่าจีโนไทป์นะคะ จะมีทั้ง Aa, aa, aA และ aa ค่ะ โอกาสที่ลูกจะมีลักษณะเผือกนะคะ ก็จะเกิดในกรณีที่ 2 คิดเป็น 50 เปอร์เซ็นต์ค่ะ นอกจากโรคธาลัสซีเมียแล้วนะคะ ยังมีหลายกรณีเลยนะคะ ที่ศึกษาพบว่า ยังมีอีกหลายกรณีเลยค่ะ ที่มีกณรีที่เมนเดลศึกษา แต่ก็มีอีกหลายกรณีเช่นกันนะคะ ที่มีความแตกต่างออกไป แต่ก็ยังสามารถใช้หลักการ Mendel มาอธิบายการถ่ายทอดทาง เราจัดกรณีนี้นะคะ เป็นส่วนขยายของพันธุศาสตร์ เป็นการทดลอง เรามาลองดูในกรณีแรกของแอลลีลกันนะคะ ลักษณะหมู่เลือดในระบบ ABO นี่ ก็จะมี 4 แบบคือ A B AB แล้วก็เซลล์เลือด O ค่ะ ลักษณะของแต่ละหมู่นี่ แตกต่างกันอย่างไรค่ะ ใช่ค่ะ บนผิวเซลล์เม็ดเลือดแดงแต่ละหมู่นี่จะมีแอนติเจนที่แตกต่างกันนะคะ นักเรียนสังเกตไหมคะ ของหมู่เลือดนี่ จะมี 4 แบบ แต่ลักษณะก่อนหน้านี้ที่เราศึกษามานี่ จะมีเพียงแค่ 2 แบบ เป็นเพราะอะไรคะ ยีนที่ Mendel ศึกษานะคะ จะมียีนที่เกี่ยวข้อง 2 รูปแบบ ยกตัวอย่างเช่น ยีนที่ควบคุมกลีบดอกแอลลีล P ควบคุมสีม่วงแอลลีล p แต่จะมีดอกสีขาว แต่ในกรณีของหมู่เลือด ABO นี่ จะมีแอลลีลที่ควบคุมมากกว่า 2 แอลลีล เช่น แอลลีล IA ควบคุมการสร้างแอนติเจนเซลล์เม็ดเลือดแดง แอลลีล B และแอลลีล i จะไม่มีการสร้างทั้งแอนติเจน A และแอนติเจน B ค่ะ เราเรียกกรณียีนที่ควบคุมมากกว่า 2 รูปแบบว่า มัลติเพิลแอลลีล ถึงแม้มีแอลลีลที่เป็นไปได้ถึง 3 รูปแบบนะคะ ไปได้ถึง 3 รูปแบบนะคะ ในแต่ละคนนี่จะมีแค่ 2 แอลลีล ซึ่งแต่ละแอลลีลจะอยู่แต่ละ โครโมโซม เช่นเดียวกันกับที่ Mendel ศึกษา โดยยีนควบคุมลักษณะหมู่เลือด ABO นะคะ คู่ที่ 9 อาจจะมีจีโนไทป์ได้หลายรูปแบบ ยกตัวอย่างเช่น IA-IA, IB-i หรือ ii ค่ะ ครูจะลองเปรียบเทียบให้ฟังค่ะ เปรียบเทียนให้ฟังนะคะ ในกรณ๊ของ Mendel เรามีถุงเท้าให้เลือกอยู่ 2 สี คือ สีม่วงกับสีขาว เราอาจจะเลือกใส่เป็นสีม่วง สีม่วง สีม่วง สีขาว หรือสีขาว สีขาวนะคะ แต่ในกรณีของมัลติเพิลแอลลีลนี่ ค่ะ เรามีถุงเท้าให้เลือกถึง 3 สี คือ สีแดง สีเขียว หรือสีเหลืองนะคะ ซึ่งเราก็อาจจะเลือกใส่ได้หลากหลายออกไป แต่เราก็จะใส่ได้เพียง 2 ข้างค่ะ เท่านั้นค่ะ การที่มีแอลลีลที่เป็นไปได้ 3 รูปแบบทำให้มีจีโนไทป์ แล้วก็ฟีโนไทป์เป็นไปได้มากกว่ากรณีที่ Mendel ศึกษานะคะ จากตารางจะเห็นได้ว่าคนที่มีเลือดหมู่ O จะมีเฉพาะแอลลีล i ส่วนคนที่มีแอลลีล iA จะมีเลือดหมู่ A คนที่มีแอลลีล ib ก็จะมีเลือดหมู่ B ส่วนคนที่มีจีโนไทป์เป็น IA IB ก็จะมีเลือดหมู่ AB ซึ่งบนผิดเซลล์เม็ดเลือดแดงนี่ก็จะเป็นแอลลีล ia และ นี่ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งนะคะ ที่ Mendel ศึกษาค่ะ นักเรียนเราลองมาดูโจทย์นี้กันนะคะ ถ้าแม่มีเลือดหมู่ A แล้วพ่อมีเลือดหมู่ B เฮเทอโรไซกัส จะมีโอกาสที่จะมีลูกเป็นหมู่เลือดใดบ้าง ทั้งคู่นะคะ เป็นเฮเทอโรไซกัส เป็นว่าแม่จีโนไทป์เป็น IA i และพ่อมีจีโนไทป์เป็น IB i จะเห็นได้ว่าหมู่เลือด ABO นี่ ยีนที่ควบคุมลักษณะดังกล่าวนะคะ จะอยู่กันเป็นคู่แอลลีล ซึ่งคู่แอลลีล จะแยกออกจากกันเมื่อมีการสืบพันธุ์ ลูกจะได้รับแอลลีลจากพ่อ แล้วก็อีกแอลลีลจากแม่ค่ะ หมู่เลือดระบบ ABO นี่ ถึงแม้จะมีหลายแอลลีลแต่ต่างจากกรณีที่ Mendการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมนี่ ก็ยังใช้ Me จึงเรียกว่าเป็น "ส่วนขยายของพันธุศาสตร์ Menmdel ค่ะ เอาล่ะค่ะ เรามาลองทำความเข้าใจกับโจทยนะคะ นักเรียนอาจะลองกดหยุดพักนะคะ เพื่อลองทำโจทย์นี้ดู แล้วเดี๋ยวเรามาดูว่าเฉลยเป็นอย่างไรนะคะ เอาล่ะค่ะ เรามาดูเฉลยพร้อมกันดูนะคะ แม่นะคะ มีจีโนไทป์เป็น IA IB ส่วนพ่อมีจีโนไทป์เป็น IB i สร้างเซลล์สืบพันธุ์ได้ดังนี้ค่ะ โดยในการช่วยหาโอกาสที่จะเกิดขึ้นในรุ่นลูกนะคะ แม่นี่สามารถสร้างเซลล์สืบพันธุ์ได้เป็น iA iB ส่วนพ่อสามารถสร้างเซลล์สืบพันธุ์ได้เป็น IB i จีโนไทป์ของลูกเป็นดังนี้ โดยลูกนะคะ จะมีโอกาสที่จะมีเลือดในหมู่ AB A และเลือดหมู่ B ค่ะ เลือดหมู่ B ค่ะ สักครู่เราทำความเข้าใจกันแล้วนะคะ คราวนี้เรามาลองดูอีกกรณีหนึ่งดูค่ะ ถ้านักเรียนจะต้องเขียนเพื่อให้ข้อมูลทางวิชาการ นักเรียนจะเขียนว่าอย่างไรบ้าง นักเรียนอาจจะลองกดพักนะคะ เพื่อลองทำกิจกรรมนี้ดู แล้วเดี๋ยวเราดูเฉลยว่าเป็นอย่างไรค่ะ ค่ะ นักเรียน เรามาดูเฉลยกันเลยนะคะ นะคะ พ่อและแม่นี่ มีเลือดหมู่ A แสดงอาจจะมีจีโนไทป์เป็น IA IA หรือ IA i ส่วนลูกนี่ มีเลือดหมู่ AB เป็น i แสดงว่ามีจีโนไทป์เป็น ia ib ค่ะ จะเห็นได้ว่าเป็นไปไม่ได้เลยนะคะ ที่พ่อและแม่นี่ จะถ่ายทอดลักษณะแอลลีล IB มาให้ลูกได้นะคะ แสดงว่าอาจจะเกิดข้อผิดพลาดบางประการได้ค่ะ ในปัจจุบันนี้ค่ะ นอกจากหมู่เลือดแล้วนี่ เรายังมีเทคโนโลยีทาง DNA ช่วยพิสูจน์ระหว่างพ่อแม่ลูกด้วยค่ะ ค่ะ เราสมาดูในกรณีของยีนในนะคะ จากตารางทั้ง 2 นี่ เรามาตรวจดูในเพศชายและเพศหญิงเป็นอย่างไรคะ จะสังเกตได้ว่าลักษณะหมู่เลือด ABO นี่ เพศชายกับเพศหญิงจะมีสัดส่วนใกล้เคียงกัน แต่ในกรณีของลักษณะตาบอดสีนี่ เพศชายจะพบมากกว่าเพศหญิงนะคะ เพราะเหตุใดถึงเป็นแบบนั้น เราจะได้มาเรียนรู้กันค่ะ โครโมโซมของมนุษย์นะคะ จะมีทั้งหมด 23 คู่ ของฮอมอโลกัสโครโมโซมออโตโซม 22 คู่ โดยจะแบ่งเป็นถ้าหากว่ามีโครโมโซมเพศ เป็น XY ก็จะเป็น เพศชาย แต่ถ้ามีโครโมโซมเพศเป็น XX ก็จะเป็นเพศหญิงนะคะ การที่โครโมโซมของเพศของผู้ชาย และผู้หญิงที่มีลักษณะแตกต่างทำให้ยีนบางยีนอาจจะไม่อยู่เป็นคู่แอลลีล เสมอไปเช่น ยีนที่ควบคุมลักษณะตาบอดสีเขียวแดง ซึ่งอยู่บนโครโมโซม X ของมนุษย์นะคะ จะสังเกตว่า จะมี 2 แอลลีล แต่ในเพศชายนี่ จะมีแอลลีลเพียงแค่ 1 แอลลีล แตกต่างจากลักษณะหมู่เลือดนะหมู่เลือดนะคะ ที่อยู่บนออโตโซม บุคคลที่ตาบอดสีเขียวแดงนะคะ จะมองเห็นภาพได้ปกติ แต่ว่ามีความบกพร่องในเซลล์รับแสงด้วยตา และสีแดง ออกจากกันได้ยาก แต่ระดับความรุนแรงนี่ ก็จะแตกต่างกันไปแต่ละบุคคล จากภาพนะคะ จะเห็นได้ว่าสามารถที่จะแยกสีออกจากกันได้ยาก สามารถตัวอักษรหรือลวดลายนะคะ มากำกับเพิ่ม เพื่อเข้ากับผู้อื่นได้เข้าใจ นอกจากนี้นะคะ การออกแบบเว็บไซต์หรือออกแบบต่าง ๆ นะคะ ก็ต้องคำนึงถึงสีที่เหมาะสมด้วย แล้วแบบนี้จะเห็นไฟจราจรเป็นอย่างไรนะ เรามาดูภาพตัวอย่างกันค่ะ ถึงแม้บุคคลที่มีลักษณะตาบอด แยกสีเขียวและแดงออกจากกันยากนะคะ แต่ว่าแต่ละสีของไฟจราจรนี่ จะอยู่คนละตำแหน่งกัน จึงสามรถทำให้ระบุได้ค่ะ ลักษณะตาบอดสีเขียว-แดงนะคะ ควบคุมโดยแอลลีลด้อย t บนโครโมโซม ดังนั้น เพศหญิงที่มีแอลลีลด้อย 2 แอลลีล ก็จะแสดงลักษณะตาบอดสี แต่ในเพศชายจะแตกต่างกันออกไปค่ะ มีโครโมโซม X เพียง โครโมโซมเดียว จึงมีลักษณะตาบอดสี ถึงแม้ว่าจะมีแอลลีลด้อย เพียงแอลลีลเดียวค่ะ การพิจารณารูปแบบการถ่ายทอดสามารถให้หลักการของเมนเดลได้นะคะ จะเห็นได้ว่ายีนที่ควบคุมลักษณะตาบอดสีเขียวแดงนี่ เป็นคู่ของแอลลีล โดยแอลลีลจะแยกออกจากกัน เมื่อมีการสร้างเซลล์สืบพันธุ์ แล้วลูกจะได้รับแอลลีลหนึ่งจากพ่อและแอลลีลหนึ่งจากแม่ แต่ถ้าหากเราสลับลักษณะของพ่อกับแม่นะคะ โอกาสที่จะมีลักษณะตาบอดสีนี้ ก็จะแตกต่างกันออกไป กรณีแรก ไม่ว่าลูกจะเกิดเป็นเพศใดก็จะไม่มีลักษณะตาบอดสีค่ะ แต่ในกรณีที่ 2 นี่ โอกาสที่ลูกจะตาบอดสี เป็น 50 เปอร์เซ็นต์ โดยลูกทุกคนจะเป็นพาหะของลักษณะตาบอดสี และลูกชายทุกคนก็จะมีลักษณะเกิดมาตาบอดสี ที่เป็นแบบนี้นะคะ ก็เป็นผลมาจากการมีโครโมโซม x 1 โครโมโซม วิธีในการทดสอบว่ามีตาบอดสีหรือไม่นะคะ ก็คือชุดใช้แผ่นกระดาษทดสอบที่ลักษณะดังภาพค่ะ บุคคลที่ลักษณะตาบอดสีนะคะ จะอ่านตัวเลข 74 หรือ 6 ได้ชัดเจนค่ะ เอาล่ะค่ะ เรามาลองตรวจสอบความเข้าใจ เกี่ยวกับยีนที่อยู่บนโครโมโซมนะคะ จากโจทย์ตัวอย่างนี่ ก็ลักษณะของฮีโมฟีเลีย ซึ่งควบคุมโดยจะมียีนด้อยบนโครโมโซม x นะคะ นักเรียนลองเติมดู อาจจะกดหยุดพัก แล้วลองทำแล้วเดี๋ยวมาฟังเฉลยพร้อม ๆ กันค่ะ เป็นอย่างไรกันบ้างคะ ทำกันได้หรือเปล่า เรามาดูเฉลยกันนะคะ จากจีโนไทป์ของทั้งพ่อและแม่นะคะ จะสามารถสร้างเซลล์สืบพันธุ์ได้ ดังนี้ค่ะ แล้วก็สามารถที่จะมีจีโนไทป์ของรุ่นลูกได้เป็นดังนี้ เราจะเห็นได้นะคะ ว่าผู้หญิงที่ได้รับแอลลีลด้อยจากแม่นี่ ก็จะไม่เป็นโรค เพราะว่าได้รับแอลลีลเด่นจาจากพ่อด้วยค่ะ แต่ในกรณีที่ผู้ชายนะคะ จะแตกต่างออกไป ได้รับเพียงแอลลีลด้อยจากแม่ 1 แอลลีลนะคะ ก็แสดงลักษณะเป็นโรค เพราะว่าผู้ชายนี่ มีโครโมโซม x เพียง 1 โครโมโซมค่ะ เอาล่ะค่ะ เรามาสรุปเนื้อหาที่เราได้เรียนกันในคลิปนี้กันนะคะ ลักษณะพันธุกรรมนี่ เป็นลักษณะที่สามารถถ่ายทอดจากพ่อแม่มาสู่รุ่นลูกได้ โดยผ่านยีนในเซลล์สืบพันธุ์ค่ะ ซึ่งการถ่ายทอดก็มีหลากหลายนะคะ บางกรณีนี่ ก็เป็นส่วนขยายของพันธุศาสตร์ Mendel ซึ่งใช้หลักการที่ Mendel ค้นพบในการอธิบายได้ ยกตัวอย่างเช่น ลักษณะที่มีการควบคุมโดยยีนที่มีแอลลีลมากกว่า มากกว่า 2 รูปแบบ เรียกว่า "มัลติเคิลแอลลีล" เช่น ระบบหมู่เลือด ABO ส่วนลักษณะที่ควบคุมบนโครโมโซมเพศนะคะ คือมีโอกาสพบในเพศชายและเพศหญิงนี่ไม่เหมือน ยกตัวอย่างเช่น ลักษณะตาบอดสี หรือโรคซึ่งนอกจากลักษณะที่เป็นส่วนขยายของพันธุศาสตร์ Mendel ที่เราเรียนกันไปวันนี้แล้วนะคะ ก็ยังมีรูปแบบแตกต่างกันไปอีกมากมายเลยค่ะ บางกรณีมีความซับซ้อนมากขึ้นเช่น ลักษณะที่ควบคุมด้วยยีนหลาย ๆ ยีน หรือลักษณะที่มีอิทธิพลของสิ่งแวดล้อมมาเกี่ยวข้องนะคะ แต่หลักการพื้นฐานก็ยังเหมือนกันค่ะ ก็คือลักษณะทางพันธุกรรมนี่ มีโอกาสถ่ายทอดจากรุ่นหนึ่งไปสู่รุ่นหนึ่ง ผ่านทางเซลล์สืบพันธุ์นะคะ วันนี้นะคะ เราก็สามารถจะนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการวางแผนครอบครัวนะคะ ว่าลูกที่เกิดมานะคะ จะเป็นโรคหรือไม่นะคะ มีโอกาสเท่าไร นอกจากนี้นะคะ ก็ยังสามารถที่จะนำความรู้นี้ไปปรับปรุงพันธุ์พืชแล้วก็ปรับปรุงพันธุ์สัตว์ให้มีลักษณะที่ต้องการได้ ค่ะ ในคลิปนี้นะคะ นักเรียนก็ได้เรียนรู้การถ่ายทอดพันธุกรรม และในหัวข้อต่อ ๆ ไปนะคะ ก็จะได้รู้ว่ายีนนี่ ทำหน้าที่ในพันธุกรรมอย่างไร รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม เราก็จะเรียนรู็การนำพันธุศาสตร์ไปประยุกต์ใช้ในเทคโนโลยีทาง DNA ยกตัวอย่างเช่น การหาแอลลีลเพื่อวินิจฉัยโรค หรือนำไปใช้ทางการเกษตรนะคะ สำหรับคลิปนี้ สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี]