--- title: การรักษาดุลยภาพของกรด-เบส ของเลือด และอุณหภูมิภายในร่างกาย (25.03 นาที) subtitle: date: วันจันทร์ที่ 22 เมษายน 2567 เวลา 09.25 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) สวัสดีค่ะยินดีต้อนรับทุกคนเข้าสู่หัวข้อที่ 2.2 เรื่อง การรักษาดุลยภาพของกรดเบสของเลือด เรื่อง การรักษาดุลยภาพของอุณหภูมิภายในร่างกาย ครูเป็นผู้ให้ความรู้ค่ะ แค่นี้นะคะ เป็น 2 ยอดจัดทั้งหมด 4 หัวข้อในบทที่ 2 เรื่อง การรักษาดุลยภาพของร่างกายมนุษย์ หัวข้อที่ 2.2 รายการทั้งหมด 3 ข้อดังรูปค่ะ หรือยังคะ พร้อมแล้วกลับมาเริ่มเรียนกันเลยค่ะ ก่อนที่เราจะเริ่มเนื้อหาใน 2.2 ศึกษานะคะ อยากจะให้เรียนมาพบทวน ความรู้กับเราในเรื่องการรักษาดุลยภาพของน้ำและสารในร่างกายก่อนค่ะ มนุษย์ ทำหน้าที่รักษาดุลยภาพของน้ำและสารต่างๆ กำจัดของเสียที่มีไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบ พระเนื้อไตประกอบด้วยหน่วยไต ซึ่งเป็นหน่วยปฏิบัติงานขนาดเล็ก แต่ละหน่วยไต ทำหน้าที่ในการรักษาดุลยภาพของน้ำและสารต่างๆ โดยมี 3 ขั้นตอนดังนี้ การกรอง การดูดกลับ และการหลั่ง การรักษาดุลยภาพของน้ำภายในร่างกายเกิดจากการทำงานร่วมกันของระบบขับถ่าย ระบบประสาท ระบบหมุนเวียนเลือด และ ระบบต่อมไร้ท่อหรือฮอร์โมน การรักษา มีภาพของแร่ธาตุในร่างกาย เช่น การรักษา ภาพของโซเดียมในร่างกาย มาถึงเนื้อหาที่เราจะเลิกเรียนประมาณนี้นะคะหัวข้อที่ 2.2 การรักษาดุลยภาพความเป็นกรด เบสของเลือด เบสสำคัญต่อร่างกายอย่างไร นะคะ กราฟแสดงการทำงานของเอนไซม์ 2 ชนิด m-slaz และเอนไซม์อะไมเลส น้ำลายค่ะ นักเรียน นักเรียนคิดว่า Casillas ทำงานได้ดี ค่า pH ประมาณเท่าไหร่คะ เอนไซม์เพปซินนะคะ ทำงานได้ดีที่ค่า pH ประมาณ 2 หาที่เอนไซม์อะไมเลสทำงานได้ดีที่ค่า pH ประมาณ 7 ตอนนี้กระเพาะ ปฏิกิริยาเคมี โดยเอนไซม์หลายชนิด เอนไซม์ ทำงานได้ดีในภาวะเป็นกลาง ก็ทำงานได้ดีในสภาวะเป็นกรด ดังนั้น ร่างกายมีการ สภาพของความเป็นกรดเบสส่งผลกระทบต่อการทำงานของเอนไซม์ต่างๆในร่างกายค่ะ คิดว่า มีแนวโน้ม ที่จะมีภาวะความเป็นกรดหรือเบสคะ คำตอบก่อนนะคะ กระบวนการเมตาบอลิซึม เช่น การหายใจระดับเซลล์จะมีแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์เกิดขึ้น ซึ่งแก๊สเอาไซส์นี้นะคะเขาจะไปรวมตัวกับน้ำในเลือดทำให้ได้เป็นกรดคาร์บอนิก เดี๋ยวจะอดทนอีกนิดนะคะเขาจะแตกตัวต่อมาทำให้ได้ ไอออนดังสมการนะคะ ดังนั้น ความเข้มข้นของไฮโดรเจน เมื่อ ไอออนในเลือดนะคะ มีปริมาณเพิ่มขึ้น จึงทำให้ความเข้มข้นของเลือดเพิ่มขึ้น หรืออาจจะเรียกว่าเลือดมีภาวะเป็นกรดมากขึ้น แต่ถ้าเลือด มีปริมาณลดลง ความเข้มข้นของไฮโดรเจนไอออนลดลง เลือดก็จะมีภาวะเป็นเบสมากขึ้นกว่าปกติค่ะ นักเรียนจะทราบไหมคะว่า ร่างกายคนเราเนี่ย มีเลือด ไหลเวียนอยู่ทั่วร่างกายเพื่อนำสารอาหารและแก๊สออกซิเจนไปหล่อเลี้ยงแต่ละเซลล์ทั่วร่างกาย การที่เลือดของเรา มีความเข้าใจในการเปลี่ยนแปลงไปจากปกติ ก็จะส่งผลต่อการทำงานของเซลล์ต่างๆ โดยเฉพาะเอนไซม์ในร่างกายแต่ละที่ ที่จะทำให้อัตราการทำงาน เปลี่ยนแปลงมาจากปกติ หรือไม่สามารถทำงานได้เหมือนเดิมอีกต่อไปค่ะ นักเรียนทราบไหมคะว่าร่างกายคนเราเนี่ยสามารถรักษาดุลยภาพของความเป็นกรดเบสของเลือดได้อย่างไร วันนี้นะคะครูก้อยมาสอนการรักษาดุลยภาพความเป็นกรดเบสของเลือด โดย การทำงานของปอด จำได้ไหมคะ การแลกเปลี่ยนแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ แก๊สออกซิเจนเกิดขึ้นที่บริเวณใดของปอด เฉลยนะคะเกิดขึ้นที่บริเวณถุงลมปอดให้เองค่ะ แล้ว การหายใจ ช่วยในการรักษาดุลยภาพของกรดเบสในเลือดได้อย่างไรคะ เรามาลองศึกษากันนะคะ ร่างกายของเรานะคะ รักษาดุลยภาพความเป็นกรดเบสของเลือด โดยความเข้มข้นของไฮโดรเจนไอออนที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงปกติเนี่ย จะไปกระตุ้นศูนย์ควบคุมการหายใจที่สมองนะคะ ทำให้ เปลี่ยนแปลงอัตราการหายใจของเราโดย ค่าความเข้มข้นของไฮโดรเจนไอออนในเลือดของเรา มากกว่าปกติ สมองก็จะไปสั่งให้เรานะคะ เพิ่มอัตราการหายใจขึ้น แปล ค่าความเข้มข้นของไฮโดรเจนไอออนในเลือดของเราน้อยกว่าปกติ สมองก็จะไปสั่งให้เรา อัตราการหายใจ การที่อัตราการหายใจของเราเพิ่มขึ้นหรือลดลงจากปกติเนี่ย ส่งผลต่อความเข้มข้นของไฮโดรเจนไอออนในเลือดอย่างไร ดูก่อนนะคะ ก็คือถ้าเรามีอัตราการหายใจเพิ่มขึ้น เข้าแล้วออกซ้ายนะคะก็จะถูกขับออกจากปอดเร็วขึ้น ดังนั้นการเป็นคนขอนแก่นไอออนในเลือดเนี่ย จะลดลงให้เองค่ะ แต่ถ้าเราเนี่ยลดอัตราการหายใจลดลงกว่าปกตินะคะ ก็จะสะสม เพิ่มมากขึ้น ความเข้มข้นของไอออนไอออนในเลือดเดี๋ยวก็จะเพิ่มขึ้นค่ะ เพิ่งจะขนกันทั้งสองนะคะเขาจะทำให้เราสามารถรักษาดุลยภาพของความเป็นกรดเบสของเลือดได้ค่ะ กลไกในการรักษาดุลยภาพความเป็นกรดเบสของเลือดนะคะก็คือการงานของไปนั่นเองค่ะ ของไทยมี 3 ขั้นตอนคือการกรอง กุหลาบ การหลั่ง ต้องไปก่อนแล้วนะคะ ขายของเราเนี่ย จะมีการหลั่ง Collagen ไอออนเป็นปกติอยู่แล้ว เลือดของเรานะคะมีความเข้มข้นของไฮโดรเนียมไอออนเนี่ย มากกว่าปกติไปของเรานะคะเพราะจะทำการหลั่งสารที่มีไฮโดรเจนไอออนออกไปโดยการทำงานของ หน่วยไตค่ะ ไอออน เลือดเข้าสู่ท่อหน่วยไต ขนาดเดียวกัน เซลล์ที่ผนังของ ท่อหน่วยไตนะคะ การดูดกลับไอออนเข้าในไอออนและโซเดียมไอออนเข้าสู่หลอดเลือดค่ะ ดังนั้นเรื่องของเราจึงต้องรักษาดุลยภาพความเป็นกรดเบสของเลือดไปได้นั่นเองค่ะ มาถึงคำถามตรวจสอบความเข้าใจนะคะ ถ้าเลือดมีภาวะเป็นเบสท่อหน่วยไต จะมีการหลั่งและดูดกลับสารต่างๆอะไรคะ เพื่อรักษาดุลยภาพของกรดเบสของเลือด ให้อยู่ในภาวะปกติ ครูให้เวลาคิด 10 นาทีนะคะ เริ่มค่ะ หมดเวลาค่ะ ตอบได้ไหมคะ มาดูคำตอบนะคะว่าตรงกับที่นักเรียน จีบได้ไหม คำตอบนะคะ เซลล์ที่ผนังท่อหน่วยไตก็จะลดการหลั่งไอออน เพื่อให้ความเข้มข้นของไฮโดรเจนไอออนในเลือดเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน ก็จะมีการหลั่งไฮโดรเจนไอออนเข้าสู่ของเหลว ท่อหน่วยไต เพื่อขับออกนอกร่างกายเพราะปัสสาวะ ทำให้ความเป็นกรดเบสของเลือดจะเข้าสู่ภาวะสมดุลค่ะ ตอบถูกไหมคะ จากที่นักเรียนได้เรียนรู้ความสำคัญของตายแล้วนะคะ ไตของมนุษย์เนี่ย ทำหน้าที่สำคัญในการรักษาดุลยภาพของน้ำ กำจัดของเสียที่มีไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบ ปีนี้ค่าไตของคนเรา ไม่สามารถทำงานได้ จะเกิดผลเสียต่อการทำงานของร่างกาย คนอื่นก็เช่นเดียวกัน ครั้งนี้นะคะโดยทั่วไป ผู้ป่วย ที่เป็นโรคเกี่ยวกับการทำงานของไตเนี่ย ส่วนใหญ่แล้วจะมีอาการก็คือร่างกายจะบวมน้ำ เพราะว่าน้ำเนี่ยเข้าไปสะสมอยู่ในระหว่างเซลล์จำนวนมาก ภาพนี้นะคะ วิธีสังเกตง่ายๆนะคะก็คือ เอาอันนี้เลยนะคะ ไปที่บริเวณผิวหนัง ออกแรงกดเล็กน้อยนักเรียนจะเห็นว่า เด้งขึ้นมาปกติทันที แต่ถ้าในผู้ป่วยที่เป็นโรคไต ตำบลน้ำเนี่ย นักเรียนดึงมือออกมาแล้วเนี่ย ผิวหนังจะใช้ระยะเวลานึง รายการที่จะเด้งขึ้นมาอยู่ในภาวะปกติค่ะ วันนี้เรามาดูตัวอย่างโรคไตและโรคที่เกี่ยวกับปัสสาวะที่ส่งผลต่อการทำงานของ ตัวอย่างโรคที่พบเช่น 1 โรคไตวาย ก็คือ ไตวายเฉียบพลัน ไปวายเรื้อรัง หายไวๆนะคะ ถ้าเราสามารถรักษาได้ทันท่วงทีเนี่ย ตายก็ยังจะคงสามารถกลับมาทำงานได้เต็มประสิทธิภาพดังเดิม แต่ถ้า ป่วยเป็นโรคไตวายเรื้อรังนะเนี่ย ไปจะไม่สามารถกลับมาทำงานได้เต็มประสิทธิภาพได้ดังเดิมนะคะ ต้องรักษาประคองอาการ ไปเรื่อยๆ อันที่สองก็คือโรคนิ่วในไต นิ่วในไตด้วยนะคะมีลักษณะเป็นก้อนแข็ง เป็นสารประกอบออกไซด์ ถ้าเกิด จะทำให้ไปเนี่ยไม่สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ยาธาตุที่มีไตเนี่ย ไปอุดตันที่บริเวณ ท่อปัสสาวะ เวลาขับถ่ายก็จะเกิดอาการ ร้อนบริเวณท่อปัสสาวะ บางครั้งอาจทำให้เกิดการอักเสบได้ ตัวอย่างปัสสาวะที่พบได้บ่อยนะคะเช่น 1 โรคนี้นะคะจะพบได้บ่อยในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย อวัยเพศหญิง มีท่อปัสสาวะที่สั้น และ เปิดได้ทั้งวันน่ะ เชื้อโรคต่างๆเช่น เข้าสู่ห้องครัวได้ง่าย มาถึงตัวอย่างโรคที่เกี่ยวกับทะเลปัสสาวะที่ 2 นะคะก็คือ โรคปัสสาวะอักเสบ โชคดีนะคะเกิดจากการติดเชื้อที่บริเวณท่อปัสสาวะซึ่งส่วนใหญ่พบได้จากการมีเพศสัมพันธ์ ที่เกิดจากการมีเพศสัมพันธ์แล้วก็คือติดเชื้อ e coli บางครั้งอาจพบได้ จากการที่รัฐบาลถูกกระทบกระเทือน จากการสวนถ่ายทางท่อปัสสาวะในผู้ป่วยติดเตียงหรือ ผู้ป่วยที่ไม่สามารถ เคลื่อนไหวได้ โทรไปแล้วเนี่ยการดูแลรักษาโรคไต นะคะ จะต้องมีการฟอกเลือด ภาพนะคะ กไก่ค่ะ การฟอกเลือด โดยใช้เครื่องไตเทียม ในการรักษาโรคไตนะคะก็คือ การปลูกถ่ายไตค่ะ การปลูกถ่ายไตจะต้องใช้ไตของผู้ใกล้ชิดทางสายเลือดเพื่อป้องกันไม่ให้ การต่อต้านเนื้อเยื่อ โดยการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายค่ะ วิธีการป้องกันการเกิดโรคไตกันบ้างนะคะ รับประทานอาหาร ที่ค่อนข้างเข็มกลัด อาหารที่มีส่วนประกอบของออกทะเล ดื่มน้ำสะอาด และเพียงพอในแต่ละวัน ไม่กลั้นปัสสาวะ มาถึงคำถามชวนคิดบ้างนะคะ ถ้าไตไม่สามารถทำงานได้ มีผลอย่างไรต่อร่างกายคะ ให้เวลา 10 นาทีนะคะ เริ่มค่ะ เวลาค่ะ ถ้าหากไตไม่สามารถทำงานได้นะคะ ของเสียต่างๆโดยเฉพาะสารที่มีไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบ น้ำดื่มเนี่ย ที่เกินความต้องการของร่างกายรวมทั้งไอออนต่างๆเช่น จะสะสมอยู่ในเลือด เป็นอันตรายต่อเซลล์ ทำให้ร่างกายไม่สามารถรักษาดุลยภาพของน้ำและสารต่างๆได้ ส่งผลให้สุขภาพ และอาจทำให้เสียชีวิตได้ค่ะ มานะคะเรื่องการรักษาดุลยภาพของอุณหภูมิในร่างกายค่ะ ลองดูกราฟนี้นะคะ เป็นการแสดงการทำงานของ เอนไซม์อะไมเลส ที่อุณหภูมิต่างๆกัน enzyme มีปัจจัยต่างๆ ทรงผมชาย ซึ่งนักเรียนได้ทราบมาแล้วว่า ค่าความเป็นกรดเบสของเลือดเนี่ยก็มีผลต่อการเล่นทราย ต่อมาก็คืออุณหภูมิค่ะ นะคะ นักเรียนคิดว่า การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิมีผลต่อการทำงานของเอนไซม์อะไมเลสหรือไม่อย่างไร เอนไซม์อะไมเลสสามารถเร่งปฏิกิริยาเคมีในร่างกายมนุษย์ ได้หรือไม่ เพราะเหตุใด จะเห็นว่า ที่จุดสูงสุดนะคะ เอนไซม์อะไมเลส อยู่ในช่วงอุณหภูมิประมาณ 36 37 องศาเซลเซียส พรุ่งนี้นะคะ อุณหภูมิปกติของ ร่างกายมนุษย์ค่ะ ดังนั้น estimate ให้นะคะ จึงยังคงสามารถทำงานได้ที่อุณหภูมิที่ประมาณ 36 37 องศาเซลเซียส ถ้าร่างกายไม่สามารถรักษาดุลยภาพของอุณหภูมิในร่างกายไว้ได้ เกิดอะไรขึ้น ร่างกายสามารถรักษาดุลยภาพของอุณหภูมิ ให้อยู่ที่ข้าข้า 1 ไปได้ตลอดเวลา ทำได้อย่างไร ด้วยกันค่ะ กลไกการรักษาดุลยภาพของอุณหภูมิในร่างกายนะคะเริ่มจาก ร่างกายเนี่ยมีสมองส่วนไฮโพทาลามัส ฉันเป็นศูนย์ควบคุม อุณหภูมิในร่างกายให้คงที่ ตัวนี้นะคะจะไปสั่งการให้เกิดการทำงานร่วมกันของอวัยวะหรือโครง ที่เกี่ยวข้องได้แก่ ผิวหนังและเส้นขนที่ผิวหนัง กล้ามเนื้อโครงร่างค่ะ กลไกการทำงานกันนะคะ คนกลางอะไรนะคะถ้าสิ่งแวดล้อมภายนอกมีอุณหภูมิสูงขึ้น อากาศร้อน อุณหภูมิที่สูงขึ้นนะคะ ว่าจะไปส่งสัญญาไปที่ สมองส่วนไฮโพทาลามัส สองคนนี้นะคะก็จะไปทำให้ ภายในร่างกาย ดังนั้นจึงเกิดความร้อน ลดลงค่ะ อีกครั้ง ยังไปทำให้หลอดเลือดที่ผิวหนังเนี่ย เกิดการขยายตัวขึ้นทำให้มีปริมาณเลือด ไหลเวียนที่บริเวณผิวหนัง มากขึ้น เป็นการระบายความร้อนอีกทางหนึ่งสมองคนนี้ก็ยังไปทำให้ เป็นคนเนี่ย การเอนราบ ทำให้มีการระบายความร้อนออกไปได้ง่าย สุดท้ายนะคะ เหงื่อค่ะ เอาคนนี้ไปทำให้ต่อมเหงื่อเนี่ย มีการสร้างเขื่อนเพิ่มมากขึ้น ดังนั้น ออกมานะคะเมื่อมีการระเหยข้อใดเป็นการพาความร้อนออกไปจากร่างกายเราด้วยค่ะ วันนี้เรามาลองดูก่อนไกการรักษาดุลยภาพ อากาศข้างนอกหนาวนะคะ ว่าจะไปกระตุ้นสมองส่วนไฮโพทาลามัสให้ ไปสั่งการทำงานของอวัยวะหรือโครงสร้างต่างๆให้ทำงานร่วมกันดังนี้คือ ให้สูงขึ้น ความร้อนที่ได้จึงเพิ่มมากขึ้น ผิวหนังมีการ หดตัว ความร้อนจึงไม่สามารถออกไปนอกร่างกายได้ เดี๋ยวก็ไปทำให้เส้นขนด้วยนะคะ ตั้งครรภ์ที่เขาเรียกกันว่าขนลุกหน้าค่ะ ความร้อนจึงไม่สามารถออกไปได้ อีกครั้ง ไปทำให้ต่อมเหงื่อนะคะลดการ ถ้าเหงื่อออกมา สุดท้าย ข้างนอก อากาศหนาวมากเนี่ยจะทำให้บริเวณแขนขา มีอาการสั่น ซึ่งการสั่งนะคะเป็นการทำงานของกล้ามเนื้อโครงร่าง ทำให้เพิ่มอัตราเมตาบอลิซึมสูงขึ้นอีกครั้งนึง ความร้อนที่ได้จึงเพิ่มมากขึ้น กระบวนการต่างๆนะคะ ทำให้ร่างกายเนี่ยมีอุณหภูมิกลับเข้าสู่ภาวะ หรือกลับเข้าสู่ดุลยภาพ ตามเดิมอีกครั้งค่ะ ตรวจสอบรายการนะคะ เหงื่อ ช่วยในการระบายความร้อนได้อย่างไร การที่ร่างกายสั่น ช่วยรักษาอุณหภูมิของร่างกายได้อย่างไร เพราะเหตุใด ออกกำลังกายอย่างหนัก มีอาการหน้าแดงเหงื่อออกมากขึ้นหายใจแรงและถี่ขึ้น ให้เวลา 10 นาทีนะคะ เริ่มค่ะ เวลาค่ะ ลองดูคำตอบกันนะคะ เขารักนะคะ เหงื่อช่วยในการระบายความร้อนได้อย่างไร การที่ผิวหนังขับออกมานะคะทำให้เกิดการระเหยขึ้น จึงเป็นการระบายความร้อนที่บริเวณผิวหนังออกไปด้วย ยิ่งร่างกายขับเหงื่อออกมามากเท่าใดก็จะยิ่งช่วยลดอุณหภูมิในร่างกายลงได้มากขึ้น แต่ทางนี้นะคะเพราะขึ้นอยู่กับความชื้นของอากาศในขณะนั้นด้วย เพราะว่าถ้าอากาศร้อนมาก รอของคนเราก็จะระเหยออกไปได้น้อย แต่ถ้าอากาศมีความชื้นน้อย เผื่อเขาจะออกไปได้มากค่ะ 2 การที่ร่างกายสั่น ก็เป็นการช่วยรักษาอุณหภูมิในร่างกายโดย กันสาดเนี่ยเป็นการทำงานของกล้ามเนื้อโครงร่าง การสัญญาทำให้เกิดความร้อนขึ้น อาการสั่นนี้นะคะจะพบได้บ่อยเมื่ออยู่ในบริเวณที่มีอุณหภูมิต่ำมากๆนะคะ และสุดท้ายนะคะ เหตุใดเมื่อออกกำลังกายอย่างหนัก มีอาการหน้าแดงเหงื่อออกมากหรือว่ามีการหายใจแรงและถี่ขึ้น ออกกำลังกายอยู่ใช่ไหมคะ ในร่างกายของเรา ใช้พลังงานอย่างมาก กระบวนการเมตาบอลิซึม ทำให้เกิดความร้อนในร่างกายมากกว่าปกติ ศูนย์ควบคุมอุณหภูมิที่สมองส่วนไฮโพทาลามัสจะส่งสัญญาณไปกระตุ้นให้หลอดเลือดที่ผิวหนังขยาย เลือดหมุนเวียนได้เร็วขึ้น ทำให้มีอาการหน้าแดง ขณะเดียวกันต่อมเหงื่อก็จะมีการ ขับเหงื่อเพิ่มขึ้นเพื่อเป็นการระบายความร้อน และกระบวนการประชุมให้นะคะ ก็ทำให้เกิดแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ในเลือดเพิ่มมากขึ้นใช่ไหมคะ จำได้ไหมคะเมื่อแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์เลือดเพิ่มมากขึ้นจึงทำให้ ความเข้มข้นของไฮโดรเจนไอออนในเลือดสูงขึ้นไปด้วย ดังนั้นร่างกายจึงต้องขับแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ออกไปโดยการหายใจที่แรงและถี่ เพื่อนำแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากร่างกายให้เร็วที่สุดนั่นเองค่ะ ตอบถูกไหมคะ มาถึงสรุปเนื้อหาภายในบทเรียนหัวข้อที่ 2.2 การรักษาดุลยภาพของกรดเบสของเลือด ความเป็นกรดเบสของเลือดขึ้นอยู่กับความเข้มข้นของไฮโดรเจนไอออน การรักษาดุลยภาพของกรดเบสของเลือดในร่างกายระดับชั้นนี้มี 2 คนไกลคือ การทำงานของปอด ถ้าความเข้มข้นของไฮโดรเจนไอออนในเลือดเพิ่มขึ้นกว่าปกติ หรือเลือดมีภาวะเป็นกรด สมองส่วนควบคุมการหายใจจะสั่งการให้ร่างกายเพิ่มอัตราการหายใจ แต่ถ้าความเข้มข้นของไฮโดรเจนในเลือดลดลงกว่าปกติ หรือเลือดมีภาวะเป็นเบส สมองส่วนควบคุมการหายใจจะสั่งการให้ร่างกายลดอัตราการหายใจ กลไกที่ 2 นะคะ การทำงานของไตค่ะ ถ้าความเข้มข้นของไฮโดรเจนไอออนในเลือดเพิ่มขึ้นกว่าปกติ หรือเลือดมีภาวะเป็นกรด เซลล์ผนังท่อหน่วยไต ตารางไฮโดรเจนไอออน ammonium ion เข้าสู่ของเหลวในท่อหน่วยไต ขับออกไปพร้อมปัสสาวะ ขณะเดียวกันก็มีการดูดกลับไฮโดรเจนคาร์บอเนตไอออน โซเดียมไอออนเข้าสู่หลอดเลือด แต่ถ้าความเข้มข้นของไฮโดรเจนไอออนในเลือดลดลงกว่าปกติ หรือเลือดมีภาวะเป็นเบส เตรียมผนังท่อหน่วยไต จะลดการหลั่งไฮโดรเจนไอออน และหลังจากนั้นเข้าในไอออนเข้าสู่ของเหลวในท่อหน่วยไต แล้วขับออกไปพร้อมปัสสาวะ สำหรับสรุปเนื้อหาภายในบทเรียนหัวข้อที่ 2.3 เรื่องการรักษาดุลยภาพของอุณหภูมิภายในร่างกาย การรักษาดุลยภาพอุณหภูมิภายในร่างกายเป็นการทำงานร่วมกันของหลอดเลือดที่ผิวหนัง และเส้นขนและผิวหนัง กล้ามเนื้อโครงร่าง โดยมีสมองส่วนไฮโพทาลามัสทำหน้าที่ควบคุมอุณหภูมิให้คงที่ เพราะว่าต่างๆดังนี้ เมื่ออุณหภูมิในร่างกายของเราสูงขึ้น สมองส่วนไฮโพทาลามัสจะไปสั่งการให้ ร่างกาย ลดอัตราเมทาบอลิซึมลง หลอดเลือดที่บริเวณผิวหนัง มีการขยายตัว ต่อมเหงื่อเพิ่มการสร้างเหงื่อ เส้นขนเอ็นเด้า เพื่อเพิ่มการระบายความร้อน แต่ถ้าอุณหภูมิในร่างกายต่ำกว่าปกติ สมองส่วนทาลามัส จะสั่งให้ร่างกาย อัตราเมแทบอลิซึม หลอดเลือดที่ผิวหนังหดตัว ลดการสร้างเนื้อออกมา แต่ถ้ากูไม่ต้องการลดต่ำลงมากๆ ก็จะมีอาการสั่นเข้ามาด้วยนะคะ ซึ่งการสั่นนี้เป็นการทำงานของกล้ามเนื้อโครงร่าง ทำให้อัตราเมทาบอลิซึมในร่างกายของเราให้สูงขึ้น ที่ได้จึงเพิ่มมากขึ้น ร่างกายจะกลับเข้าสู่ภาวะสมดุลอีกครั้งค่ะ สำหรับครั้งต่อไปนะคะ เป็นหัวข้อที่ 2.4 เรื่องระบบภูมิคุ้มกัน สำหรับวันนี้ ตานี้ขอไปก่อนนะคะ สวัสดีค่ะ