﻿1
00:00:37,014 --> 00:00:39,613
(คุณครูธีรพัฒน์) สวัสดีครับนักเรียน วันนี้มาพบกับผมคุณครูธีรภัทรนะครับ

2
00:00:39,613 --> 00:00:43,613
วันนี้เราจะมาเรียนเรื่องระบบภูมิคุ้มกันครับ

3
00:00:46,750 --> 00:00:50,374
ในเรื่องระบบภูมิคุ้มกันนี่ ในหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ชีวภาพนะครับ จะอยู่ใน

4
00:00:50,374 --> 00:00:52,156
บทที่ 2 เรื่องการรักษาดุลยภาพของร่างกายมนุษย์

5
00:00:52,156 --> 00:00:56,156
หัวข้อที่ 2.4

6
00:00:57,380 --> 00:01:01,380
2.4 นี่จะมีอยู่ด้วยกัน 3 ข้อย่อย ก็คือ

7
00:01:01,835 --> 00:01:04,890
ขอแรงจะเป็นเรื่องของกลไกการต่อต้าน หรือทำลายสิ่งแปลกปลอมแบบไม่จำเพาะ

8
00:01:04,890 --> 00:01:08,469
หัวข้อที่ 2 ก็จะเป็นกลไกแบบจำเพาะ

9
00:01:08,469 --> 00:01:12,469
หัวข้อที่ 3 ก็จะเป็นเรื่องความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน

10
00:01:15,912 --> 00:01:16,890
วันนี้เราจะมาเรียนกันหัวข้อย่อยได้นะครับ ก็คือเรื่องกลไกการต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลก

11
00:01:16,890 --> 00:01:18,830
แบบไม่จำเพาะ

12
00:01:18,830 --> 00:01:22,830
แต่ว่าก่อนอื่นเราจะมาเรียน

13
00:01:23,293 --> 00:01:26,866
เนื้อหาคร่าว ๆ กันก่อนว่าระบบภูมิคุ้มกันคืออะไร

14
00:01:26,866 --> 00:01:28,601
จุดประสงค์ของ

15
00:01:28,601 --> 00:01:31,453
เดือนนี้นะครับ ก็

16
00:01:31,453 --> 00:01:33,785
คาดหวังว่านักเรียนจะสามารถอธิบายบทบาท

17
00:01:33,785 --> 00:01:37,093
ของอวัยวะ หรือเนื้อเยื่อที่ทำหน้าที่

18
00:01:37,093 --> 00:01:40,971
ป้องกัน หรือทำลายเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมได้ครับ

19
00:01:40,971 --> 00:01:42,499
ที่ 2 คือสามารถอธิบายหรือเขียนแผนผังที่เกี่ยวข้องกับ

20
00:01:42,499 --> 00:01:45,145
กลไกการต่อต้าน

21
00:01:45,145 --> 00:01:48,567
ทำลายสิ่งแปลกปลอมแบบไม่จำเพาะได้ครับ

22
00:01:48,567 --> 00:01:50,174
ลองมาดูรูปนี้กันนะครับ

23
00:01:50,174 --> 00:01:51,617
นักเรียนรู้จัก

24
00:01:51,617 --> 00:01:54,403

25
00:01:54,403 --> 00:01:58,403
คุณใช้เวลาลองคิดนะครับ

26
00:02:06,333 --> 00:02:08,662
มันก็คือเชื้อโรค หรือสิ่งแปลกปลอมที่อยู่รอบตัวเรานั่นเอง

27
00:02:08,662 --> 00:02:10,573
นักเรียนรู้จักอะไรบ้างครับ

28
00:02:10,573 --> 00:02:11,843
ก็อาจจะมีทั้งแบคทีเรีย

29
00:02:11,843 --> 00:02:13,910
รา ไวรัส

30
00:02:13,910 --> 00:02:15,570
แม้กระทั่ง

31
00:02:15,570 --> 00:02:19,570
เรณูของดอกไม้นะครับ

32
00:02:21,932 --> 00:02:23,765
ในแต่ละวันนี่ ร่างกายมีโอกาสได้รับเชื้อโรค

33
00:02:23,765 --> 00:02:26,236
และสิ่งแปลกปลอม เช่น

34
00:02:26,236 --> 00:02:27,926
แบคทีเรียหรือสารพิษต่าง ๆ

35
00:02:27,926 --> 00:02:31,926
เข้ามาทางใดได้บ้าง

36
00:02:33,591 --> 00:02:36,566
อันที่ 2 ก็คือเมื่อร่างกายได้รับแล้วนี่ จะทำให้เกิด

37
00:02:36,566 --> 00:02:39,022
อันตรายหรือเจ็บป่วยทุกครั้งเสมอไป หรือไม่

38
00:02:39,022 --> 00:02:41,211
คำถามที่

39
00:02:41,211 --> 00:02:45,211
จะให้นักเรียนได้ลองคิดกันดู

40
00:02:53,151 --> 00:02:54,233
นอกจากนี้ยังมีคำถามเพิ่มอีกว่าในบางครั้งร่างกายของแต่ละคนนี่ อาจจะได้รับเชื้อโรค

41
00:02:54,233 --> 00:02:56,105
เกี่ยวกัน

42
00:02:56,105 --> 00:02:57,465
แปลว่า

43
00:02:57,465 --> 00:02:59,852
อาจจะแสดงออก

44
00:02:59,852 --> 00:03:02,233
อาการที่เจ็บป่วยแตกต่างกันไป

45
00:03:02,233 --> 00:03:04,499
บางคนอาจจะไม่เจ็บป่วยเลยก็ได้

46
00:03:04,499 --> 00:03:08,043
เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้นครับ

47
00:03:08,043 --> 00:03:10,046
มี 3 คำถามไปกันแล้วนะ ที่ให้นักเรียนลองคิด

48
00:03:10,046 --> 00:03:13,344
เราจะมาหาคำตอบกันได้

49
00:03:13,344 --> 00:03:17,344
จากบทเรียนเรื่องระบบกันวันนี้ครับ

50
00:03:19,014 --> 00:03:23,014
บางคนอาจจะพอตอบคำถามได้นะครับ ว่า

51
00:03:24,722 --> 00:03:25,890
ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายแต่ละคนนี่ มีการตอบสนองต่อเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมที่แตกต่างกันนี่เอง

52
00:03:25,890 --> 00:03:28,973
จึงเป็นสาเหตุ

53
00:03:28,973 --> 00:03:31,610
ของการแสดงออกของโรค

54
00:03:31,610 --> 00:03:34,108
หรืออาการที่แตกต่างกันไปนะครับ

55
00:03:34,108 --> 00:03:36,210
มีคำถามต่อไปนะครับ ว่า

56
00:03:36,210 --> 00:03:37,811
แล้วระบบภูมิคุ้มกันนี่

57
00:03:37,811 --> 00:03:38,983
มีการตอบสนอง

58
00:03:38,983 --> 00:03:40,570
ต่อต้าน

59
00:03:40,570 --> 00:03:42,521
หรือทำลายสิ่งแปลกปลอม

60
00:03:42,521 --> 00:03:44,439
ที่เข้าสู่ร่างกายเราได้อย่างไรครับ

61
00:03:44,439 --> 00:03:48,439
เดี๋ยวเราลองช่

62
00:03:54,609 --> 00:03:56,622
วยกันคิดนะ จริง ๆ แล้วนักเรียนบางคนอาจจะตอบได้ หรือยังตอบไม่ได้ ก็ไม่แปลก

63
00:03:56,622 --> 00:03:59,071
ครับ เพราะว่าจริง ๆ แล้วระบบภูมิคุ้มกันนี่

64
00:03:59,071 --> 00:04:01,841
เป็นระบบที่ค่อนข้างมีความซับซ้อน

65
00:04:01,841 --> 00:04:05,841
เราจะมาเรียนว่าระบบกันนี่

66
00:04:06,308 --> 00:04:07,730
มีการชำระมีการทำงานมีการตอบสนองต่อต้าน หรือทำลายสิ่งแวดล้อมได้อย่างไร

67
00:04:07,730 --> 00:04:08,827
เรามาดูกันก่อนว่า

68
00:04:08,827 --> 00:04:12,827
อวัยวะ

69
00:04:12,835 --> 00:04:16,835
อะไรบ้าง ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับระบบการของเรา

70
00:04:16,961 --> 00:04:18,810
ดูก่อนนะครับ ว่าอวัยวะและเนื้อเยื่อ

71
00:04:18,810 --> 00:04:22,810
ระบบภูมิคุ้มกันมีอะไรบ้าง

72
00:04:22,988 --> 00:04:25,219
กลุ่มแรกนี่ สร้างและพัฒนาเซลล์กลุ่มลิมโฟไซต์

73
00:04:25,219 --> 00:04:26,525
คือ ไขกระดูก แล้วก็ไ

74
00:04:26,525 --> 00:04:27,979
ทมัสครัจำคำนี้ไว้ก่อนนะครับ

75
00:04:27,979 --> 00:04:29,386
Live สดใส

76
00:04:29,386 --> 00:04:31,138
สายัณห์

77
00:04:31,138 --> 00:04:35,138
ไม่รู้จักกันตอนนี้แต่ว่า

78
00:04:36,263 --> 00:04:40,228
ครูจะบอกว่าไปอยู่กับใครนี่ จะมีบทบาทที่สำคัญในเรื่องของระบบภูมิคุ้มกันของเรา

79
00:04:40,228 --> 00:04:44,228
จะเป็น

80
00:04:44,662 --> 00:04:47,572
ที่เป็นอวัยวะที่ทำหน้าที่ดักจับและทำลายสิ่งแปลกปลอม

81
00:04:47,572 --> 00:04:50,234
ซึ่งก็ได้แก่มาแล้วก็ต่อมน้ำเหลือง

82
00:04:50,234 --> 00:04:53,220
มาดูกลุ่มสุดท้าย

83
00:04:53,220 --> 00:04:54,931
สุดท้ายนี้จะเป็นเนื้อเยื่อบริเวณต่าง ๆ

84
00:04:54,931 --> 00:04:57,006
ทำหน้าที

85
00:04:57,006 --> 00:04:57,888
่แล้วก็ทำลายสิ่งแปลกปลอม

86
00:04:57,888 --> 00:04:59,701
เส้น

87
00:04:59,701 --> 00:05:03,701
ทอนซิลแล้วก็เนื้อเยื่อน้ำเหลือง

88
00:05:06,613 --> 00:05:09,414
นักเรียนก็ได้ทราบกันแล้วนะครับ คำถามต่อมว่ามีอวัยวะหรือเนื้อเยื่อใดบ้างที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกัน

89
00:05:09,414 --> 00:05:12,497
คำถามที่ครูจะถามต่อมาก็คือ

90
00:05:12,497 --> 00:05:16,170
อวัยวะและเนื้อเยื่อเหล่านี้

91
00:05:16,170 --> 00:05:18,602
คิดว่าอยู่ที่บริเวณใดบ้างในร่างกายของเรา

92
00:05:18,602 --> 00:05:22,602
2 ชุดนะครับ

93
00:05:23,744 --> 00:05:25,125
จากรูปนะครับ

94
00:05:25,125 --> 00:05:29,125
นักเรียนจะเห็นได้ว่า

95
00:05:29,420 --> 00:05:31,468
อวัยวะ หรือเนื้อเยื่อน้ำเหลืองบางชนิด เช่น ไขกระดูก

96
00:05:31,468 --> 00:05:34,175
มันเหลืองเนี่

97
00:05:34,175 --> 00:05:38,061
จะคบได้กระจายอยู่ทั่วไปในร่างกายของเรา

98
00:05:38,061 --> 00:05:39,282
เช่น

99
00:05:39,282 --> 00:05:42,068
ทอนซิล

100
00:05:42,068 --> 00:05:43,695
น้ำ หรือว่าไส้ติ่ง

101
00:05:43,695 --> 00:05:45,492
เป็นวัดที่

102
00:05:45,492 --> 00:05:46,401
พบได้ทุกอย่างร่างกาย

103
00:05:46,401 --> 00:05:48,505
ว่าจะพบ

104
00:05:48,505 --> 00:05:51,729
ที่แตกต่างกันไป

105
00:05:51,729 --> 00:05:55,729
คำถามต่อมา ก็คือ

106
00:05:56,023 --> 00:05:58,754
เหตุใดเราจึงพบอวัยวะ หรือเนื้อเยื่อห

107
00:05:58,754 --> 00:06:02,754
นี้อยู่ทั่วไปในร่างกายของเรา

108
00:06:06,226 --> 00:06:09,254
นักเรียนบางคนอาจจะยังตอบคำถามที่ครูถามเมื่อสักครู่ไม่ได้นะครับ

109
00:06:09,254 --> 00:06:11,944
เดี๋ยวคงจะมีความรู้เพิ่มเติมจากหนังสือเรียนให้

110
00:06:11,944 --> 00:06:13,173
ดูสิว่าเราจะตอบคำถามเราได้หรือเปล่า

111
00:06:13,173 --> 00:06:14,573
ม

112
00:06:14,573 --> 00:06:16,186
าดูอันแรกเลยนะครับ

113
00:06:16,186 --> 00:06:17,326
ก็คือ

114
00:06:17,326 --> 00:06:20,920
กดอะไรนี่

115
00:06:20,920 --> 00:06:22,195
เม็ดเลือดขาวที่สามารถตอบสนองหรือว่าทำลาย

116
00:06:22,195 --> 00:06:23,684

117
00:06:23,684 --> 00:06:25,343
นะครับ

118
00:06:25,343 --> 00:06:27,266
โดยอาศัย

119
00:06:27,266 --> 00:06:28,614
สารที่สร้างขึ้นมา

120
00:06:28,614 --> 00:06:30,279
สายนี่

121
00:06:30,279 --> 00:06:33,489

122
00:06:33,489 --> 00:06:37,489
คุณคำว่ากันใช่ไหมครับ ที่เรา

123
00:06:40,765 --> 00:06:42,266
เพิ่งจะไปเมื่อกี้นะครับ แล้วก็จะมีคำใหม่ขึ้นมาคำว่าแอนติบอดี ตรงนี้ยังไม่ต้องกังวลเดี๋ยวเราจะได้เรียนรู้เรื่อง

124
00:06:42,266 --> 00:06:44,298
ต่อไป

125
00:06:44,298 --> 00:06:48,298
เราลองมาคบกัน

126
00:06:49,552 --> 00:06:51,365
ที่ครูวงกลมสีแดงไว้ก่อนว่าตัวนี้ ก็คือเซลล์เม็ดเลือดขาวที่สามารถ

127
00:06:51,365 --> 00:06:54,869
ทำลายสิ่งแวดล้อมได้

128
00:06:54,869 --> 00:06:57,732
ได้หรือยัง

129
00:06:57,732 --> 00:06:59,874
ไม่ได้ มาดูอันถัดไปนะครับ

130
00:06:59,874 --> 00:07:02,005
ความรู้เกี่ยวกับไส้ติ่ง

131
00:07:02,005 --> 00:07:04,586
ไส้ติ่งหรือ อังกฤษ

132
00:07:04,586 --> 00:07:06,725
มีลักษณะเป็นท่อปลายตันนะครับ

133
00:07:06,725 --> 00:07:08,267
อยู่บริเวณลำไส้ใหญ่ส่วนต้น

134
00:07:08,267 --> 00:07:09,727
มีความยาวประมาณสัก

135
00:07:09,727 --> 00:07:13,727
2 ถึง 7 เซนติเมตร

136
00:07:14,361 --> 00:07:16,024
ภายในของไส้ติ่งจะมีลิมโฟไซต์แล้วนะ

137
00:07:16,024 --> 00:07:18,952
แม่นมากเลย

138
00:07:18,952 --> 00:07:22,616
และก็

139
00:07:22,616 --> 00:07:23,639
อาจจะเป็นที่อยู่ของแบคทีเรีย ที่จะเป็นประโยชน์ต่อระบบ

140
00:07:23,639 --> 00:07:27,639
ด้วย

141
00:07:29,237 --> 00:07:30,464
เหมือนเดิม เราลองมาคบกับเฉพาะที่ครูวงกลมสีแดงไว้นะครับ ว่า

142
00:07:30,464 --> 00:07:31,765
ไส้ติ่ง

143
00:07:31,765 --> 00:07:34,393
มันเป็นที่

144
00:07:34,393 --> 00:07:37,530
อาศัยอยู่หนาแน่น

145
00:07:37,530 --> 00:07:39,596
ก็ยังเกี่ยวข้องกับภูมิคุ้มกันด้วย

146
00:07:39,596 --> 00:07:43,596
จะตอบคำถามกันได้บ้างหรือยังครับ

147
00:07:48,439 --> 00:07:52,439
คำถามที่ครูถามอีกทีนะ

148
00:07:54,001 --> 00:07:56,054
เหตุใดอวัยวะและเนื้อเยื่อที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันนี่

149
00:07:56,054 --> 00:07:59,257
จึงพบอยู่ทั่วร่างกายของเรา

150
00:07:59,257 --> 00:08:01,901
น่าจะตอบกันได้แล้วนะ

151
00:08:01,901 --> 00:08:05,901
งั้นเราลองไปดูที่

152
00:08:06,294 --> 00:08:08,273
เฉลยกันนะ ก็คือ

153
00:08:08,273 --> 00:08:10,837
เชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมนี่

154
00:08:10,837 --> 00:08:12,006
สไลด์แรกที่ครูพูดเลยนี่ย

155
00:08:12,006 --> 00:08:14,647
มันมี

156
00:08:14,647 --> 00:08:18,640
อยู่ทั่วไปรอบร่างกายเราเลย ฉะนั้น

157
00:08:18,640 --> 00:08:20,069
มันก็สามารถที่จะเข้าสู่ร่างกายหรือไม่เยอะเราได้นี่ย

158
00:08:20,069 --> 00:08:24,069
ทุกบริเวณเลย

159
00:08:24,289 --> 00:08:28,289
นั้น

160
00:08:29,021 --> 00:08:30,651
อวัยวะหรือเนื้อเยื่อที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันจึงต้อง

161
00:08:30,651 --> 00:08:33,054
อยู่ทั่วบริเวณ

162
00:08:33,054 --> 00:08:37,054
ต่าง ๆ ของร่างกายเรา

163
00:08:37,422 --> 00:08:40,304
เหตุผลต่อมาก็คือต้องเป็นผู้ชายที่เป็นพระเอกของเรานี่

164
00:08:40,304 --> 00:08:43,940
ลิมโฟไซต์

165
00:08:43,940 --> 00:08:45,890
ที่สร้างและพัฒนาที่บริเวณไหนครับ บริเวณ

166
00:08:45,890 --> 00:08:49,404
ไขกระดูกแล้ว ก็ถ่ายมา

167
00:08:49,404 --> 00:08:52,170
ซึ่งเมื่อสร้างที่บริเวณหล่อนะนี่

168
00:08:52,170 --> 00:08:56,170
มันจำเป็นต้องอาศัยเนื้อเยื่อ

169
00:08:56,605 --> 00:08:58,889
เส้นเลือดในหลอดน้ำเหลืองนะครับ

170
00:08:58,889 --> 00:09:02,889
ในการลำเลียงไปทั่วร่างกายของเรา

171
00:09:03,977 --> 00:09:06,754
แล้วก็เห็นถัดมาก็คือ

172
00:09:06,754 --> 00:09:08,125
อันนี้เป็นแล้วนี่

173
00:09:08,125 --> 00:09:10,238
จำเป็นต้อง

174
00:09:10,238 --> 00:09:12,737
มีอวัยวะหรือเนื้อเยื่อที่

175
00:09:12,737 --> 00:09:14,076
เป็นที่สะสมในโลกนี้

176
00:09:14,076 --> 00:09:17,054
ทำเพื่อ

177
00:09:17,054 --> 00:09:18,516
จะรู้สึกหรือสิ่งแปลกปลอมเข้ามา ที่บริเวณใดก็ตาม

178
00:09:18,516 --> 00:09:20,767

179
00:09:20,767 --> 00:09:23,402
ก็จะสามารถทำหน้าที่ตอบสนองหรือว่า

180
00:09:23,402 --> 00:09:26,591
ทำลายสิ่งแปลกปลอม ที่เข้ามาสู่ร่างกายได้ทันที

181
00:09:26,591 --> 00:09:28,572
อันนี้ก็จะเป็นคำตอบที่

182
00:09:28,572 --> 00:09:32,572
... ที่ครูถามไปเมื่อกี้

183
00:09:33,807 --> 00:09:37,374
นักเรียนลองพิจารณาข้อความที่

184
00:09:37,374 --> 00:09:39,506
ปรากฏอยู่นี่นะครับ เดี๋ยวรอ ๆ มาคิด

185
00:09:39,506 --> 00:09:43,506

186
00:09:52,197 --> 00:09:54,628
คำถามที่จะให้นักเรียนลองคิด ก็คือ

187
00:09:54,628 --> 00:09:57,081
กลไกแบบไม่จำเพาะ

188
00:09:57,081 --> 00:09:59,494
และกลไกแบบจำเพาะนี่คืออะไร

189
00:09:59,494 --> 00:10:03,494
และเหตุใด

190
00:10:03,754 --> 00:10:07,566
ร่างกายเราถึงต้องมีกลไลทั้ง 2 แบบ

191
00:10:07,566 --> 00:10:11,566
กระตุ้นให้เกิดการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกัน

192
00:10:13,679 --> 00:10:17,187
เดี๋ยวเราจะมาเรียนรู้กันไปทีละกลไกนะครับ เริ่มต้นจาก

193
00:10:17,187 --> 00:10:19,319
กลไกการต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมแบบไม่จำเพาะก่อน

194
00:10:19,319 --> 00:10:22,048
กลไก

195
00:10:22,048 --> 00:10:25,630
นี้ จัดแบ่งได้เป็น 2 ไกลหลัก ๆ คือ

196
00:10:25,630 --> 00:10:28,735
แรกเป็นการต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอม

197
00:10:28,735 --> 00:10:30,699
ที่จะเข้าสู่เนื้อเยื่อบริเวณต่าง ๆ ของร่างกาย

198
00:10:30,699 --> 00:10:34,345
นิดหนึ่งนะครับ ว่า

199
00:10:34,345 --> 00:10:36,301
ก่อนที่จะเข้าสู่เนื้อเยื่อของร่างกายเรานั่นเองนะครับ

200
00:10:36,301 --> 00:10:38,654
ก็คือ

201
00:10:38,654 --> 00:10:41,090
ต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอม

202
00:10:41,090 --> 00:10:45,090
อยู่ในเนื้อเยื่อของร่างกายเราแล้ว

203
00:10:47,045 --> 00:10:48,447
ที่คุณครูให้กลับไปก่อนหน้านี้แล้วว่า

204
00:10:48,447 --> 00:10:52,447

205
00:10:52,632 --> 00:10:55,017
กลไกในระบบคุ้มกันเป็นระบบที่มีความซับซ้อน

206
00:10:55,017 --> 00:10:59,017
ฉะนั้น เราทราบกันแล้วว่า

207
00:10:59,347 --> 00:11:01,432
มีอวัยวะหรืออะไรบ้าง ที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน

208
00:11:01,432 --> 00:11:03,449
ในความเป็นจริงแล้ว

209
00:11:03,449 --> 00:11:04,815
ยังมีอวัยวะหรือเยอะ

210
00:11:04,815 --> 00:11:06,061
ในระบบ

211
00:11:06,061 --> 00:11:07,285
ร่างกายนี่

212
00:11:07,285 --> 00:11:09,771
ที่ทำหน้าที่

213
00:11:09,771 --> 00:11:12,752
ต่อต้าน หรือทำลายสิ่งแปลกปลอม

214
00:11:12,752 --> 00:11:16,752
ก่อนที่จะเข้าสู่เนื้อเยื่อของร่างกายของเราเช่นกัน

215
00:11:17,337 --> 00:11:18,812
นักเรียนพอจะทราบไหมครับ ว่า

216
00:11:18,812 --> 00:11:21,000
อวัยวะหรือเนื้อเยื่อ

217
00:11:21,000 --> 00:11:22,848
ในระบบอื่น ๆ ของร่างกายนี่

218
00:11:22,848 --> 00:11:24,614
อะไรบ้าง ที่ทำหน้าที่

219
00:11:24,614 --> 00:11:26,831
ที่เก่ามานะครับ

220
00:11:26,831 --> 00:11:30,015
ดูจากรูป

221
00:11:30,015 --> 00:11:32,412

222
00:11:32,412 --> 00:11:36,008
ครูทำเป็นกล่องไว้นะ

223
00:11:36,008 --> 00:11:40,008
นักเรียนคิดว่าอวัยวะเหล่านี้ทำหน้าที่ในการ

224
00:11:40,059 --> 00:11:41,687
หรือทำลายสิ่งแปลกปลอมก่อนที่จะเข้าสู่เนื้อเยื่ออย่างไรบ้าง

225
00:11:41,687 --> 00:11:45,687
ครู ใช้เวลาลองคิดกันนะครับ

226
00:11:49,461 --> 00:11:51,876
เอามาลองดูกันที อวัยวะอวัยวะหรือเนื้อเยื่อเลยนะ

227
00:11:51,876 --> 00:11:53,022
ไลจากข้างบนเลย

228
00:11:53,022 --> 00:11:55,023
อันแรกก็คือ

229
00:11:55,023 --> 00:11:57,329
ของเรานี่แหละ

230
00:11:57,329 --> 00:11:59,939
ภายในถุงนี่

231
00:11:59,939 --> 00:12:03,389
หูทำหน้าที่

232
00:12:03,389 --> 00:12:07,389
จะจับฝุ่นละอองหรือว่าแมลงหรือสิ่งแปลกปลอมที่จะเข้า

233
00:12:07,575 --> 00:12:09,407
ตอบมา

234
00:12:09,407 --> 00:12:12,615
ผิวหนัง

235
00:12:12,615 --> 00:12:15,352
จะมีบทบาทสำคัญมากเลย เพราะว่า

236
00:12:15,352 --> 00:12:19,352
ทุกส่วนของร่างกายเราก็จะมีผิวหนังหุ้ม

237
00:12:21,089 --> 00:12:25,089
ผิวหนังจะทำหน้าที่หลักในการป้องกันการบุกรุกของเชื้อโรค และสิ่งแปลกปลอม

238
00:12:26,999 --> 00:12:30,292
ด้วยกันนะครับ  ที่ผิวหนังก็จะมีต่อมเหงื่อและต่อมไขมัน

239
00:12:30,292 --> 00:12:33,639
ซึ่งเหงื่อจากตอมเหงื่อและน้ำมันจากต่อมไขมันเนี่ย

240
00:12:33,639 --> 00:12:37,492
จะยับยั้งการเจริญของแบคทีเรียบางชนิดได้

241
00:12:37,492 --> 00:12:39,330
ถัดมา ก็คือ

242
00:12:39,330 --> 00:12:41,186
เวียนตามเรานี่แหละ

243
00:12:41,186 --> 00:12:42,720
ใน

244
00:12:42,720 --> 00:12:44,505
จะมี น้ำตา

245
00:12:44,505 --> 00:12:47,136
ซึ่งจะมี

246
00:12:47,136 --> 00:12:48,453
เป็นสารที่เรียกว่า สารนะครับ

247
00:12:48,453 --> 00:12:51,882
ทำหน้าที่

248
00:12:51,882 --> 00:12:55,882
ย่อยผนังเซลล์ของแบคทีเรีย

249
00:12:57,670 --> 00:13:00,338
ก็จะเป็น

250
00:13:00,338 --> 00:13:01,626
ซึ่ง

251
00:13:01,626 --> 00:13:03,582
น่าจะมี

252
00:13:03,582 --> 00:13:05,099
แล้วจะมีจมูกด้วย

253
00:13:05,099 --> 00:13:06,830
ก็จะมี

254
00:13:06,830 --> 00:13:09,723
ขนจมูก มี

255
00:13:09,723 --> 00:13:12,384
น้ำมูก มีเมือกต่าง ๆ ที่คอยดักจับ

256
00:13:12,384 --> 00:13:13,310
สิ่งแปลกปลอมก่อนที่จะเข้าไป

257
00:13:13,310 --> 00:13:15,366

258
00:13:15,366 --> 00:13:16,622
อยู่ในท่อลม

259
00:13:16,622 --> 00:13:18,295
ด้านหลังเพื่อ

260
00:13:18,295 --> 00:13:20,519
ขับเคลื่อน

261
00:13:20,519 --> 00:13:24,519
ที่เข้ามา

262
00:13:24,567 --> 00:13:28,567
หรือว่าสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามา

263
00:13:28,974 --> 00:13:30,116
ท่อลมแล้วนี่ ก็จะมีซีเรียที่จะคอย

264
00:13:30,116 --> 00:13:33,648
ทำหน้าที่โบกพัด

265
00:13:33,648 --> 00:13:34,482
ให้สิ่งแปลกปลอมนะครับ มันกลับขึ้นไปใน

266
00:13:34,482 --> 00:13:36,950
ในระบบ

267
00:13:36,950 --> 00:13:39,344
เรากลับทางจมูก แล้วก็

268
00:13:39,344 --> 00:13:43,004
จะกำจัดออกจากร่างกายด้วยการไอ หรือจาม

269
00:13:43,004 --> 00:13:47,004
เวลา

270
00:13:47,472 --> 00:13:49,677
ที่มันมีสถานการณ์ของโควิดอยู่ใช่ไหม เขาก็เลย

271
00:13:49,677 --> 00:13:51,923
รณรงค์ให้เราใส่

272
00:13:51,923 --> 00:13:55,544
หน้ากาอนามัยเพื่อป้องกันเชื้อโรค

273
00:13:55,544 --> 00:13:58,751
ออกมาจากการไอหรือต่ำกว่านั้นเองครับ

274
00:13:58,751 --> 00:14:02,181
เกาะเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันที่เราเป็นอยู่ตอนนี้นะ

275
00:14:02,181 --> 00:14:04,297
อวัยวะตัดมา ก็คือกระเพาะอาหาร

276
00:14:04,297 --> 00:14:07,426
อาหารนี่

277
00:14:07,426 --> 00:14:08,747
นั่นแหละ

278
00:14:08,747 --> 00:14:12,747
รู้จักกันดี

279
00:14:12,860 --> 00:14:14,683
ต่ำมากเลยนะครับ ก็จะทำลาย

280
00:14:14,683 --> 00:14:15,740
ที่ลงไปกลับ

281
00:14:15,740 --> 00:14:19,740
ที่เรากิน

282
00:14:22,047 --> 00:14:23,226
อาหารที่เรากินโดยเฉพาะพวกของสดต่าง ๆ เช่น ผัก ผลไม้สดนี่ ก็จะมีการเจริญของเชื้อโรคและสิ่ง

283
00:14:23,226 --> 00:14:25,424
แปลกปลอม ฉะนั้น

284
00:14:25,424 --> 00:14:28,535
ในกระเพาะอาหารจะทำหน้าที่ทำลาย

285
00:14:28,535 --> 00:14:30,103
แบบนี้ไม่ให้เข้าสู่เนื้อเยื่อ

286
00:14:30,103 --> 00:14:33,273
ของเรา

287
00:14:33,273 --> 00:14:34,884
ลงมาทางด้านล่างนะครับ

288
00:14:34,884 --> 00:14:36,562
ก็คือตัวกระเพาะปัสสาวะ

289
00:14:36,562 --> 00:14:38,421
กระเพาะปัสสาวะนี่

290
00:14:38,421 --> 00:14:40,301
ทำหน้าที่

291
00:14:40,301 --> 00:14:41,976
ปัสสาวะออกจากร่างกาย

292
00:14:41,976 --> 00:14:43,942
เดียวกันก็ตาม

293
00:14:43,942 --> 00:14:45,362
พวกเชื้อโรค

294
00:14:45,362 --> 00:14:47,459
สีต่าง ๆ

295
00:14:47,459 --> 00:14:51,031
ออกมาทางท่อปัสสาวะด้วย

296
00:14:51,031 --> 00:14:53,818
สุดท้ายที่ช่องคลอด

297
00:14:53,818 --> 00:14:57,818
ซึ่งช่องคลอดเดี๋ยวจะมีภาวะที่เป็นกรด

298
00:14:58,158 --> 00:15:02,158
ทำหน้าที่ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรคด้วยเหมือนกันครับ

299
00:15:03,558 --> 00:15:07,558
นักเรียนกก็ได้ทราบกันไปแล้วนะครับ ว่า

300
00:15:08,856 --> 00:15:09,553
ในร่างกายของเรานี่ นอกจากอวัยวะที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันแล้ว ยังมีเรา

301
00:15:09,553 --> 00:15:11,937
อวัยวะ

302
00:15:11,937 --> 00:15:15,937
เยื่อในระบบอื่น ๆ ที่

303
00:15:17,726 --> 00:15:21,726
ทำหน้าที่ต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอม ก่อนที่จะเข้าสู่เนื้อเยื่อของร่างกายเรา

304
00:15:23,451 --> 00:15:27,379
แล้วถ้า

305
00:15:27,379 --> 00:15:29,534
แล้วป้องกันเหล่านี้ถูกทำลายนะครับ เช่น

306
00:15:29,534 --> 00:15:30,120
เกิดบาดแผลขึ้น

307
00:15:30,120 --> 00:15:33,965
ครับ

308
00:15:33,965 --> 00:15:36,203
หรือว่ามีเชื้อโรคที่สร้างเอนไซม์มาย่อยสลาย

309
00:15:36,203 --> 00:15:40,203
เซลล์เยื่อบุผิวต่าง ๆ

310
00:15:40,305 --> 00:15:41,464
ร่างกายเราจะมีกลไกในการต่อต้านหรือทำลาย

311
00:15:41,464 --> 00:15:44,024
สิ่งแปลกปลอม

312
00:15:44,024 --> 00:15:48,024
ที่เข้ามาสู่โลกของเราได้อย่างไร

313
00:15:48,740 --> 00:15:50,805
ถ้าครูมี

314
00:15:50,805 --> 00:15:52,419
ข้อความนี้ให้ว่า

315
00:15:52,419 --> 00:15:56,419
ถ้าเรามีบาดแผล

316
00:15:57,096 --> 00:15:58,758
สิ่งที่เราสังเกตเห็นจากของเราก็คือจะมีเลือดไหลออกมาใช่ไหมคะ

317
00:15:58,758 --> 00:16:00,623
เนื่องจากว่า

318
00:16:00,623 --> 00:16:03,297
ถูกทำร้าย

319
00:16:03,297 --> 00:16:06,386
บางครั้งอาจจะเกิดอาการบวมแดง

320
00:16:06,386 --> 00:16:07,280
บริเวณบาดแผลเนี่ยมีอุณหภูมิ

321
00:16:07,280 --> 00:16:08,839

322
00:16:08,839 --> 00:16:10,170

323
00:16:10,170 --> 00:16:12,209
ปกติของร่างกายเรา

324
00:16:12,209 --> 00:16:15,055
กลไกอันนี้

325
00:16:15,055 --> 00:16:16,656
ถือว่าเป็นการต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอม

326
00:16:16,656 --> 00:16:19,196
ที่อยู่ในเนื้อเยื่อของเรา

327
00:16:19,196 --> 00:16:21,928
คำถามก็คือ

328
00:16:21,928 --> 00:16:23,299
กลไก

329
00:16:23,299 --> 00:16:27,299
เรียกว่าอะไร

330
00:16:29,301 --> 00:16:33,301
แล้วก็เหตุใดจึงมักเกิดลักษณะดังกล่าวขึ้นเมื่อเกิดบาดแผลขึ้นตามร่างกายของเรา

331
00:16:33,489 --> 00:16:36,975
ดูนะครับ

332
00:16:36,975 --> 00:16:40,975
เดี๋ยวเราจะมาเรียนรู้กันต่อไป

333
00:16:41,536 --> 00:16:43,445
ลักษณะบาดแผลที่หน้า

334
00:16:43,445 --> 00:16:46,430
ที่เราเขียนได้นะครับ ก็

335
00:16:46,430 --> 00:16:47,908
กลไกการต่อต้านและทำลายสิ่งแปลกปลอม

336
00:16:47,908 --> 00:16:49,691
ไม่จำเพาะรูปแบบหนึ่ง

337
00:16:49,691 --> 00:16:53,005
เกิดขึ้นเมื่อ

338
00:16:53,005 --> 00:16:54,486
เชื้อโรคเข้าไปในเนื้อเยื่อเราได้แล้ว

339
00:16:54,486 --> 00:16:57,697
เราจะเรียก

340
00:16:57,697 --> 00:17:00,525
ว่า "กลไกการอักเสบ"  inflammation

341
00:17:00,525 --> 00:17:01,724
แบบนี้จะเกิดขึ้น

342
00:17:01,724 --> 00:17:05,661
ไปพร้อม ๆ กับ

343
00:17:05,661 --> 00:17:08,766
การทำงานของเซลล์กลุ่มหนึ่งนะครับ ที่เรียกว่าฝากโอนสาย

344
00:17:08,766 --> 00:17:10,656
กดอะไรเนีจะคอยกัด

345
00:17:10,656 --> 00:17:11,599
และทำลายสิ่งแปลกปลอมที่

346
00:17:11,599 --> 00:17:13,726
เข้าไปสู่

347
00:17:13,726 --> 00:17:17,726
บาดแผลนะคะ

348
00:17:18,095 --> 00:17:21,492
เรามาทำความรู้จักกับเซลล์กลุ่มฟาโกไซต์เพิ่มเติมนะครับ

349
00:17:21,492 --> 00:17:22,598
ก็เป็นเซลล์เม็ดเลือดขาว

350
00:17:22,598 --> 00:17:25,570

351
00:17:25,570 --> 00:17:27,682
ซึ่งได้แก่นิวโทรฟิล แล้วก็โมโนไซต์

352
00:17:27,682 --> 00:17:31,526
โมโนไซต์นี่ครับ

353
00:17:31,526 --> 00:17:33,040
มันจะสามารถแทรกตัวออกจากหลอดเลือดฝอยของเราได้นะครับ

354
00:17:33,040 --> 00:17:35,111
เพื่อไปตามเนื้อเยื่อต่าง ๆ

355
00:17:35,111 --> 00:17:37,297
โดยเมื่อ

356
00:17:37,297 --> 00:17:40,032
ไปที่เนื้อเยื่อแล้วนี่

357
00:17:40,032 --> 00:17:42,241
ใหญ่ขึ้นนะครับ

358
00:17:42,241 --> 00:17:46,241
กลายเป็นเซลล์ที่เรียกว่า แมคโครฟาร์

359
00:17:48,445 --> 00:17:50,832
แมโครฟาจ จะมีประสิทธิภาพสูง ในการดักจับและทำลายเชื้อโรคที่เข้าสู่บาดแผลของเรา

360
00:17:50,832 --> 00:17:53,873
อันนี้ก็คือรูปของ

361
00:17:53,873 --> 00:17:56,079
แมโครฟาจอยู่นะครับ มอเตอร์ไซค์แล้วก็ไม่ครบ

362
00:17:56,079 --> 00:18:00,079
กล้องจุลทรรศน์แบบใช้แสง

363
00:18:04,708 --> 00:18:08,423
กลไกที่เกิดขึ้น

364
00:18:08,423 --> 00:18:12,423
เ ราเกิดบาดแผลแล้วก็เกิดการอักเสบตามมานี่

365
00:18:13,596 --> 00:18:17,596
อะไรนะครับ ก็คือเมื่อเกิดเมื่อเกิดบาดแผลนี่ จะเกิดสัญญาณเคมี

366
00:18:18,409 --> 00:18:20,117
ซึ่งสัญญาณเคมีนี่มาจากอะไร มาจากเนื้อเยื่อที่เสียหาย หรือว่าตัว

367
00:18:20,117 --> 00:18:23,305
เชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมเองนะครับ

368
00:18:23,305 --> 00:18:26,740
ไม่มีสัญญาณเคมีเกิดขึ้นจะดึงดูด

369
00:18:26,740 --> 00:18:30,740
เซลล์กลุ่มฟาโกไซต์นะครับ หน้าที่หลอดเลือดฝอยมากขึ้น

370
00:18:31,536 --> 00:18:32,344
มาถึงนี่ เมื่อกลุ่มฟาโกไซต์มาถึงนี่ยก็จะ

371
00:18:32,344 --> 00:18:34,686
คอย

372
00:18:34,686 --> 00:18:36,908
เชื้อโรค

373
00:18:36,908 --> 00:18:39,764
ไม่ให้แพร่กระจายไปยังบริเวณต่าง ๆ

374
00:18:39,764 --> 00:18:42,673
เราเรียกกระบวนการที่

375
00:18:42,673 --> 00:18:45,488
ปากดักจับเชื้อโรค

376
00:18:45,488 --> 00:18:49,488
การเกิดปรากฏการณ์นะครับ

377
00:18:51,506 --> 00:18:53,965
นอกจากนี้

378
00:18:53,965 --> 00:18:57,640
กระบวนการอักเสบยังทำให้เกิด

379
00:18:57,640 --> 00:19:00,218
ลักษณะต่าง ๆ ตามมานะครับ ก็คือ

380
00:19:00,218 --> 00:19:04,218
หลอดเลือดฝอยมีการขยายตัวเกิดขึ้น

381
00:19:04,616 --> 00:19:07,966
มีการนำเลือดแล้วก็สะสมเซลล์เม็ดเลือดขาว บริเวณนั้นมากขึ้น

382
00:19:07,966 --> 00:19:10,065
มีการซึมผ่านของน้ำเหลือง

383
00:19:10,065 --> 00:19:13,618
แล้วก็เกิดอาการบวมแดง

384
00:19:13,618 --> 00:19:17,618
รวมทั้งอุณหภูมิบริเวณนั้นอาจจะสูงขึ้นด้วย

385
00:19:17,815 --> 00:19:20,354
เราก็เรียกรวมกันทั้งหมดนี้ว่าการเกิดการอักเสบ ซึ่ง

386
00:19:20,354 --> 00:19:22,408
ที่ครูบอกว่ามันเป็นกลไกการต่อต้าน

387
00:19:22,408 --> 00:19:25,744
ทำลายสิ่งแปลกปลอม

388
00:19:25,744 --> 00:19:27,549
อันนี้คือ

389
00:19:27,549 --> 00:19:31,549
ภาพรวมโดยสรุปของ

390
00:19:33,971 --> 00:19:34,718
เห็นว่าการอับเสบ ก็คือสัญญาณเคมีจะถูกส่งมา

391
00:19:34,718 --> 00:19:36,702
ดึงดูด

392
00:19:36,702 --> 00:19:39,976
กลุ่มฟาโกไซต์โดยเฉพาะ

393
00:19:39,976 --> 00:19:40,974
ให้เกิดกระบวนการ

394
00:19:40,974 --> 00:19:42,386

395
00:19:42,386 --> 00:19:46,386
คอยดักจับแล้วก็ทำลาย

396
00:19:52,283 --> 00:19:56,283
หลังจากนั้น เชื้อโรคที่ถูกทำลาย จะรวมกับฟาโกไซต์ที่ตายแล้วนะครับ

397
00:19:59,219 --> 00:20:03,219
กลายเป็นหนอง ก็จะมีการแบ่งเซลล์บริเวณที่เกิดบาดแผลนี่ เพื่อซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่ถูกทำลายด้วย

398
00:20:03,687 --> 00:20:05,876
ในหนังสือเรียนชีวะภาพนี่

399
00:20:05,876 --> 00:20:09,551
จะมีครอบความรู้

400
00:20:09,551 --> 00:20:10,928
อันนี้น่าจะเป็นกริเชื่อมโยงกับสุขภาพ

401
00:20:10,928 --> 00:20:12,138
จะเห็นว่า

402
00:20:12,138 --> 00:20:16,138
สิ่งที่

403
00:20:18,070 --> 00:20:21,606
เนื้อหาที่ปรากฏในหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ชีวภาพนี่ จะพยายามเชื่อมโยงให้นักเรียนได้

404
00:20:21,606 --> 00:20:24,256
นำความรู้ในสิ่งที่ได้เรียนมานะครับ ไปเชื่อมโยงกับ

405
00:20:24,256 --> 00:20:27,184
สิ่งที่พบได้ในชีวิตประจำวันของนักเรียน

406
00:20:27,184 --> 00:20:28,335
นักเรียนสามารถเข้าใจ

407
00:20:28,335 --> 00:20:32,335
อธิบาย

408
00:20:33,981 --> 00:20:37,981
หรือรู้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะนักเรียนเอง หรือสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบตัวเรา

409
00:20:38,498 --> 00:20:40,654
ยกตัวอย่างก่อนเสมอภาคนี้ จะเป็นเรื่องของ

410
00:20:40,654 --> 00:20:42,601
ความรู้เกี่ยวกับเรื่องการเกิดสิว

411
00:20:42,601 --> 00:20:46,347
สิวอักเสบที่

412
00:20:46,347 --> 00:20:50,347
ได้มากในช่วงวัยรุ่น หรือวัยของนักเรียนนี่แหละครับ

413
00:20:50,359 --> 00:20:53,472
หลังจากที่โรงเรียนทั้งหมดแล้ว

414
00:20:53,472 --> 00:20:56,106
เรามาลองตรวจสอบความเข้าใจกันดู ว่านักเรียนเข้าใจในเรื่อง

415
00:20:56,106 --> 00:21:00,106
ระบบภูมิคุ้มกันนะครับ  โดยเฉพาะหัวข้อ

416
00:21:01,026 --> 00:21:03,670
กลไกการต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมแบบไม่จำเพาะ กันมากน้อยแค่ไหน

417
00:21:03,670 --> 00:21:07,670
เป็นอย่างไรบ้าง

418
00:21:11,377 --> 00:21:12,840
ลองหยิบกระดาษกับปากกาขึ้นมานะครับ แล้วก็เขียนแผนผังสรุปกลไกการต่อต้าน หรือทำลายสิ่ง

419
00:21:12,840 --> 00:21:16,765
แปลอกปลอมไม่จำเพาะ

420
00:21:16,765 --> 00:21:19,007
อะไรบ้าง ไม่จำเป็นต้องเหมือนกันนะครับ

421
00:21:19,007 --> 00:21:21,197
เริ่มต้นจากตรงไหนก็ได้ เดี๋ยวมาดูกันว่า

422
00:21:21,197 --> 00:21:22,843
เหมือนกับที่คุณครู

423
00:21:22,843 --> 00:21:26,843
เป็นตัวอย่างไหมครับ

424
00:21:28,108 --> 00:21:31,617
อันนี้ก็เป็นตัวอย่างของ

425
00:21:31,617 --> 00:21:35,303
คุณครู แผนผังที่คุณครูให้เขียนให้นักเรียนดู

426
00:21:35,303 --> 00:21:36,647
ก็จะมีทั้งกลไกการต่อต้าน

427
00:21:36,647 --> 00:21:38,882

428
00:21:38,882 --> 00:21:40,564
สิ่งแปลกปที่จะเข้าสู่ร่างกายของเรา

429
00:21:40,564 --> 00:21:41,895
มีอะไรบ้าง

430
00:21:41,895 --> 00:21:45,895
รวมทั้ง

431
00:21:46,019 --> 00:21:50,019
กลไกการต่อต้านทำลายสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่เนื้อเยื่อในร่างกายเราแล้ว

432
00:21:51,450 --> 00:21:55,324
หลังจากที่เรียนมาทั้งหมดแล้ว

433
00:21:55,324 --> 00:21:59,324
นักเรียนสรุปเนื้อหาที่ได้จากในบทเรียนนี้กันว่าอย่างไรบ้าง

434
00:22:00,471 --> 00:22:01,295
อันนี้เป็นที่คุณครูสรุปได้นะครับ ก็คื

435
00:22:01,295 --> 00:22:05,295
ออันแรกเลย

436
00:22:05,563 --> 00:22:07,475
ร่างกายของเรานี่ มีกลไกการต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมนะครับ

437
00:22:07,475 --> 00:22:11,475
โดยการทำงานของระบบคุ้มกัน

438
00:22:13,256 --> 00:22:14,686
ที่เรียนก็คือกลไกการต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมแบบไม่จำเพาะ

439
00:22:14,686 --> 00:22:16,553
ตัวอย่างเช่น

440
00:22:16,553 --> 00:22:20,553
ผิวหนัง

441
00:22:22,791 --> 00:22:24,370
น้ำตา หรือกรดในกระเพาะอาหารนะครับ ที่จะเป็นด่านแรกในการป้องกันไม่ให้

442
00:22:24,370 --> 00:22:26,666
เข่เชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมเนี่ย

443
00:22:26,666 --> 00:22:30,666
เข้าสู่เนื้อเยื่อในร่างกายเราได้

444
00:22:34,361 --> 00:22:37,573
เข้าไปในร่างกายแล้วเนี่จะมีกลไกอื่นที่ตามมา คือการอักเสบ

445
00:22:37,573 --> 00:22:41,573
ทำงานร่วมกับเซลล์เม็ดเลือดขาวกลุ่มฟาโกไซต์

446
00:22:41,869 --> 00:22:45,869
กำจัดเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมของร่างกายอีกครั้งหนึ่ง

447
00:22:46,925 --> 00:22:50,925
ในครั้งต่อไปเราจะมาพบกับ

448
00:22:51,018 --> 00:22:54,303
ระบบภูมิคุ้มกันในตอนที่ 2 นะครับ ซึ่งจะเรียนเรื่องเกี่ยวกับ

449
00:22:54,303 --> 00:22:55,767
กลไกการต่อต้านและทำลายสิ่งแปลกปลอมแบบจำเพาะ

450
00:22:55,767 --> 00:22:58,334
เอาเป็นว่า

451
00:22:58,334 --> 00:23:00,995
จำเพาะกับไม่จำเพาะนี่

452
00:23:00,995 --> 00:23:04,230
แตกต่างกันอย่างไร

453
00:23:04,230 --> 00:23:08,230
ทำไมเราถึงเรียกแบบนั้น สำหรับวันนี้ สวัสดีครับ

