﻿1
00:00:27,034 --> 00:00:28,334
รหัส

2
00:00:28,334 --> 00:00:32,334
มนุษย์นะคะ

3
00:00:32,673 --> 00:00:35,811
วันนี้หัวข้อย่อย 2.1

4
00:00:35,811 --> 00:00:38,185
เรื่องการรักษาดุลยภาพของน้ำและสารในร่างกาย

5
00:00:38,185 --> 00:00:42,185
ครูปาณิก เวียงชัยค่ะ

6
00:00:42,779 --> 00:00:44,747
หัวข้อ 2.1 นี้นะครับ เป็นหนึ่งในหัวข้อย่อย

7
00:00:44,747 --> 00:00:47,407
จากทั้งหมด 4 หัวข้อ

8
00:00:47,407 --> 00:00:51,407
ซึ่งอยู่ในบทที่ 2 ตามรูปนี้นะคะ

9
00:00:54,118 --> 00:00:56,033
สำหรับจุดประสงค์การเรียนรู้ในหัวข้อคือ 1. ระบบโครงสร้าง

10
00:00:56,033 --> 00:00:57,262
อธิบายการทำงานของไตมนุษย์

11
00:00:57,262 --> 00:01:01,262
2.

12
00:01:01,832 --> 00:01:02,976
อธิบายกลไกการรักษาดุลยภาพของน้ำและสารในร่างกาย

13
00:01:02,976 --> 00:01:06,976
รวมทั้งการกำ

14
00:01:08,732 --> 00:01:10,583
จัดของเสียที่เกิดจากกระบวนการ เมทาบอลิซึมในการทำงานของไตค่ะ

15
00:01:10,583 --> 00:01:13,684
นักเรียนพร้อมหรือยังคะ

16
00:01:13,684 --> 00:01:15,390
ถ้าพร้อมแล้วเรามาเริ่มเรียนกันเลยค่ะ

17
00:01:15,390 --> 00:01:17,549
ก่อนอื่นนะคะ

18
00:01:17,549 --> 00:01:19,661
นักเรียนรู้จักคำนี้ไหมคะ

19
00:01:19,661 --> 00:01:21,677
คำว่าการรักษาดุลยภาพ

20
00:01:21,677 --> 00:01:24,547
หรือ Homeostasis

21
00:01:24,547 --> 00:01:28,547
ครูให้นักเรียน

22
00:01:29,337 --> 00:01:33,337
คิดสัก 5 วินาทีนะคะ เดี๋ยวเรามาฟังคำตอบกันค่ะ

23
00:01:40,643 --> 00:01:43,466
ค่ะ หมดเวลานะคะ

24
00:01:43,466 --> 00:01:44,996
เรามาลองฟังคำตอบนะคะ

25
00:01:44,996 --> 00:01:45,686
เอามาลองดูสิ ว่า

26
00:01:45,686 --> 00:01:47,215
คำตอบ

27
00:01:47,215 --> 00:01:49,645
ที่นักเรียนจะได้รับ

28
00:01:49,645 --> 00:01:52,893
ฟังนั้นตรงกับนักเรียนคิดไว้ไหมคะ

29
00:01:52,893 --> 00:01:53,755
การรักษาดุลยภาพหรือ homeostasis นะคะ

30
00:01:53,755 --> 00:01:57,755
ก็จะหมายถึง

31
00:01:58,130 --> 00:02:00,434
การรักษาสภาพแวดล้อมภายในสิ่งมีชีวิตให้สมดุล

32
00:02:00,434 --> 00:02:03,302
และเหมาะสมต่อการดำรงชีวิตค่ะ

33
00:02:03,302 --> 00:02:05,308
นักเรียนอาจจะยังนึกไม่ออกนะคะ

34
00:02:05,308 --> 00:02:07,155
ว่าร่างกายมนุษย์เรานี่

35
00:02:07,155 --> 00:02:08,173
มีการรักษาดุลยภาพ

36
00:02:08,173 --> 00:02:08,709
ขึ้นตอนไหน

37
00:02:08,709 --> 00:02:10,224
และ

38
00:02:10,224 --> 00:02:13,552
ทำได้อย่างไร

39
00:02:13,552 --> 00:02:15,852
คุณครูนะคะ ก็จะขอ

40
00:02:15,852 --> 00:02:17,782
ยกตัวอย่างสถานการณ์

41
00:02:17,782 --> 00:02:21,429
มาให้นักเรียนลองขบคิดกันนะคะ

42
00:02:21,429 --> 00:02:22,977
อาจจะเป็นขณะที่นักเรียนอีกกำลังเล่นกีฬานะคะ

43
00:02:22,977 --> 00:02:26,243
ฟุตบอล

44
00:02:26,243 --> 00:02:30,243
หรือเล่นแบดมินตัน

45
00:02:32,170 --> 00:02:33,108
นักเรียนลองนึกดูสิคะ ว่าขนาดนั้นนี่ร่างกายของนักเรียนเกิดอะไรขึ้นบ้าง

46
00:02:33,108 --> 00:02:34,500
แล้วนักเรียน

47
00:02:34,500 --> 00:02:35,745
ปฏิบัติตัวอย่างไร

48
00:02:35,745 --> 00:02:37,452
ให้ร่างกาย

49
00:02:37,452 --> 00:02:40,616
กลับเข้าสู่ภาวะปกติ

50
00:02:40,616 --> 00:02:43,581
ลองตอบคำถามครูในใจก่อนนะคะ

51
00:02:43,581 --> 00:02:47,581
ให้เวลาคิด 5 วินาทีนะคะ เริ่มค่ะ

52
00:02:51,215 --> 00:02:55,215
หมดเวลาค่ะ

53
00:02:57,319 --> 00:03:00,007
เรามาลองฟังคำตอบกันนะคะ หลังจากที่นักเรียนนะคะ ออกกำลังกายหรือเล่นกีฬามา

54
00:03:00,007 --> 00:03:02,052
นักเรียนก็น่าจะรู้สึกเหนื่อย ร้อน

55
00:03:02,052 --> 00:03:04,615
หายใจเร็วกว่าปกติ

56
00:03:04,615 --> 00:03:08,245
เหงื่อไหลจำนวนมาก และกระหายน้ำ

57
00:03:08,245 --> 00:03:12,245
พฤติกรรมที่นักเรียนจะทำถัดมา คือ หาเครื่องดื่ม

58
00:03:12,689 --> 00:03:14,256
การทำให้อุณหภูมิร่างกายลดลงอาจจะทำได้โดยการพัดหรือดื่มน้ำ

59
00:03:14,256 --> 00:03:15,569
แต่เมื่อเวลาผ่านไปสักพัก

60
00:03:15,569 --> 00:03:17,496
ร่างกาย

61
00:03:17,496 --> 00:03:21,496
จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติค่ะ

62
00:03:21,791 --> 00:03:22,862
ร่างกายของเรานะคะ มีการรักษาดุลยภาพหลายอย่าง

63
00:03:22,862 --> 00:03:23,820
เช่น

64
00:03:23,820 --> 00:03:27,820
การรักษา

65
00:03:28,296 --> 00:03:29,918
อย่าภาพของน้ำและสารในร่างกาย การรักษาดุลยภาพ

66
00:03:29,918 --> 00:03:33,433
ของการเป็นกรดเบสของเลือด

67
00:03:33,433 --> 00:03:35,815
การรักษาดุลยภาพของอุณหภูมิ

68
00:03:35,815 --> 00:03:38,825
สำหรับวันนี้นะคะ เราจะเรียนในหัวข้อ

69
00:03:38,825 --> 00:03:42,825
การรักษาดุลยภาพของน้ำและสารในร่างกายค่ะ

70
00:03:44,512 --> 00:03:46,957
ร่างกายมนุษย์นะคะ ประกอบด้วยน้ำปริมาณร้อยละ

71
00:03:46,957 --> 00:03:49,413
65-70 ของน้ำหนักตัว

72
00:03:49,413 --> 00:03:53,413
ในแต่ละวันนะคะ ร่างกายมนุษย์จะได้รับ

73
00:03:53,506 --> 00:03:57,506
น้ำและสูญเสียออกไปอยู่เสมอ นักเรียนคิดว่า

74
00:03:59,178 --> 00:04:00,478
กิจกรรมในชีวิตประจำวันในบ้านที่ทำให้ปริมาณน้ำในร่างกายเปลี่ยนแปลงไป

75
00:04:00,478 --> 00:04:01,828
ครูให้เวลานักเรียน

76
00:04:01,828 --> 00:04:04,024
คิดคำตอบ

77
00:04:04,024 --> 00:04:05,593
สัก 5 วินาทีนะคะ

78
00:04:05,593 --> 00:04:09,593
เริ่มค่ะ

79
00:04:19,334 --> 00:04:22,187
ตัวอย่างชีวิตประจำวันที่ทำให้ร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลง

80
00:04:22,187 --> 00:04:23,091
ปริมาณน้ำ เช่น การรับประทานอาหาร

81
00:04:23,091 --> 00:04:25,586
การดื่มน้ำ

82
00:04:25,586 --> 00:04:26,958
การขับถ่ายปัสสาวะ

83
00:04:26,958 --> 00:04:30,958
หรืออุจจาระ

84
00:04:31,185 --> 00:04:33,232
นอกจากกิจกรรมที่ยกตัวอย่างไปแล้ว

85
00:04:33,232 --> 00:04:37,068
ในแต่ละวันร่างกายของเรา

86
00:04:37,068 --> 00:04:39,143
ยังมีการได้รับและสูญเสียน้ำออกไปอีก ในรูปแบบอื่น ๆ อีก

87
00:04:39,143 --> 00:04:40,733
เลยภาคนี้จะแสดงปริมาณน้ำ

88
00:04:40,733 --> 00:04:43,913
โดยเฉลี่ยที่ร่างกาย

89
00:04:43,913 --> 00:04:47,913
ร่างกายผู้ใหญ่ใน 1 วัน

90
00:04:49,858 --> 00:04:51,167
โดยเฉลี่ยแล้วนะคะ ร่างกายได้รับน้ำจาก mentholatum 200 ml

91
00:04:51,167 --> 00:04:52,644
. อาหาร 700 ml

92
00:04:52,644 --> 00:04:54,023
. เครื่องดื่ม

93
00:04:54,023 --> 00:04:56,385
1,600 มิลลิลิตร

94
00:04:56,385 --> 00:04:58,777
และสูญเสียน้ำออกไปโดยเหงื่อ

95
00:04:58,777 --> 00:05:00,296
100 มิลลิลิตร

96
00:05:00,296 --> 00:05:01,586
อุจจาระ

97
00:05:01,586 --> 00:05:04,335
200 มิลลิลิตร

98
00:05:04,335 --> 00:05:07,305
การระเหย ซึ่งเป็นการระเหย

99
00:05:07,305 --> 00:05:08,770
ผิวหนังและการหายใจ 700 มิลลิลิตร

100
00:05:08,770 --> 00:05:10,766
ป

101
00:05:10,766 --> 00:05:14,580
ัสสาวะ1,500 มิลลิลิตร

102
00:05:14,580 --> 00:05:16,383
ซึ่งรวมแล้วร่างกายจะได้รับน้ำโดยเฉลี่ยวันละ

103
00:05:16,383 --> 00:05:18,984
2,500 มิลลิลิตร

104
00:05:18,984 --> 00:05:21,356
แล้วสูญเสียออกไปวันละ

105
00:05:21,356 --> 00:05:25,356
2,500 มิลลิลิตรเช่นเดียวกันค่ะ

106
00:05:28,804 --> 00:05:29,802
นักเรียนเคยตั้งคำถามกับตัวเองไหมคะ ว่าแต่ละวันนักเรียนได้รับน้ำเพียงพอกับความต้องการ

107
00:05:29,802 --> 00:05:33,802
หรือไม่

108
00:05:34,288 --> 00:05:37,766
แต่ถ้าไม่มีการสูญเสียน้ำออกไปเลย นักเรียนคิดว่า

109
00:05:37,766 --> 00:05:39,916
ร่างกายยังคงรักษาดุลยภาพของน้ำและ

110
00:05:39,916 --> 00:05:43,916
สารอาหารต่าง ๆ ได้หรือไม่อย่างไร

111
00:05:46,703 --> 00:05:47,477
ในการรักษาดุลยภาพของน้ำและสารในร่างกายนะคะ อวัยวะที่มีบทบาทที่สำคัญ

112
00:05:47,477 --> 00:05:48,942
คือ ไต

113
00:05:48,942 --> 00:05:51,837
นักเรียนคิดว่า

114
00:05:51,837 --> 00:05:55,453
ไตมีกลไกการทำงานอย่างไร

115
00:05:55,453 --> 00:05:56,753
จึงสามารถรักษาดุลยภาพของน้ำและสารต่าง ๆ

116
00:05:56,753 --> 00:06:00,110
ในร่างกายของมนุษย์ได้

117
00:06:00,110 --> 00:06:03,756
ครูให้เวลาคิดสัก 5 วินาทีนะคะ

118
00:06:03,756 --> 00:06:07,756
แล้วเรามาศึกษาไปพร้อม ๆ กันค่ะ

119
00:06:18,696 --> 00:06:20,139
หน้าที่หลักของไตในระบบขับถ่ายนะคะ ก็คือ 1

120
00:06:20,139 --> 00:06:21,356
. การกำจัดของเสีย

121
00:06:21,356 --> 00:06:24,318
เกิดจากการ

122
00:06:24,318 --> 00:06:26,561
ที่เกิดกระบวนการเมตาบอลิซึมและกระบวนการ

123
00:06:26,561 --> 00:06:28,740
สลายอาหาร

124
00:06:28,740 --> 00:06:32,740
รักษาดุลยภาพของน้ำ

125
00:06:35,219 --> 00:06:38,588
ในร่างกายต่าง ๆ ได้แก่การรักษาปริมาณของน้ำในร่างกายการรักษาดุลยภาพของแร่ธาตุในร่างกาย

126
00:06:38,588 --> 00:06:41,270
การรักษาดุลยภาพของกรด เบส ของเลือด

127
00:06:41,270 --> 00:06:44,369
นักเรียนทราบหรือไม่คะ

128
00:06:44,369 --> 00:06:46,857
ว่าของเสียในระบบขับถ่ายคืออะไร

129
00:06:46,857 --> 00:06:48,800
ครูให้เวลาคิด

130
00:06:48,800 --> 00:06:49,887
สัก 5 วินาทีนะคะ

131
00:06:49,887 --> 00:06:53,887
เริ่มค่ะ

132
00:06:59,295 --> 00:07:00,884
ของเสียในระบบขับถ่าย

133
00:07:00,884 --> 00:07:03,396
ก็คือของเสีย

134
00:07:03,396 --> 00:07:04,476
เกิดจากกระบวนการเมตาบอลิซึม

135
00:07:04,476 --> 00:07:08,476
และ

136
00:07:08,536 --> 00:07:11,086
กระบวนการสลายอาหาร ได้แก่ ของเสียที่มีไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบ

137
00:07:11,086 --> 00:07:13,255
จากการสลายโปรตีนและกรดนิวคลีอิก

138
00:07:13,255 --> 00:07:15,189
อยู่ในรูปของยูเรีย

139
00:07:15,189 --> 00:07:17,226
ย

140
00:07:17,226 --> 00:07:20,228
ูริก และแอมโมเนีย

141
00:07:20,228 --> 00:07:21,173
ลองคิดดูนะคะ

142
00:07:21,173 --> 00:07:24,237
อุจจาระ

143
00:07:24,237 --> 00:07:26,424
จะเป็นของเสียในระบบขับถ่ายหรือไม่

144
00:07:26,424 --> 00:07:27,209
ครูให้เวลาคิด 5 วินาทีนะคะ

145
00:07:27,209 --> 00:07:31,209
เริ่มค่ะ

146
00:07:35,202 --> 00:07:37,283
หมดเวลาค่ะ

147
00:07:37,283 --> 00:07:39,640
นักเรียนได้คำตอบหรือยังคะ

148
00:07:39,640 --> 00:07:41,261
มาฟังคำตอบพร้อมกันเลยค่ะ

149
00:07:41,261 --> 00:07:43,626
อุจจาระค่ะ

150
00:07:43,626 --> 00:07:44,707
ไม่เป็นของเสียในระบบขับถ่าย

151
00:07:44,707 --> 00:07:45,605
เพราะอุจจาระ

152
00:07:45,605 --> 00:07:49,436
คือ ก

153
00:07:49,436 --> 00:07:50,546
ากอาหารที่เกิดจากการที่ร่างกายย่อยอาหารไม่ได้

154
00:07:50,546 --> 00:07:52,386
ย่อยไม่หมดค่ะ

155
00:07:52,386 --> 00:07:56,124
นอกจากนี้นะคะ

156
00:07:56,124 --> 00:07:57,523
อากาศก็ยังมีของเสียอย่างอื่นอีกเช่น

157
00:07:57,523 --> 00:07:58,988
แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์

158
00:07:58,988 --> 00:08:01,369
มันเป็นของเสีย

159
00:08:01,369 --> 00:08:02,639
ที่ได้จากกระบวนการเมตาบอลิซึม

160
00:08:02,639 --> 00:08:05,043
แล้วจะถูก

161
00:08:05,043 --> 00:08:09,043
กำจัดออก โดยระบบหายใจค่ะ

162
00:08:13,865 --> 00:08:16,415
อวัยวะในระบบขับถ่ายของมนุษย์มีอะไรบ้าง

163
00:08:16,415 --> 00:08:18,727
อวัยวะที่สำคัญ

164
00:08:18,727 --> 00:08:19,820
ในระบบขับถ่ายของมนุษย์นะคะ

165
00:08:19,820 --> 00:08:23,820
ก็ประกอบด้วย

166
00:08:25,126 --> 00:08:27,707
ไต ทำหน้าที่รักษาดุลยภาพของน้ำและสารต่าง ๆ ในร่างกาย

167
00:08:27,707 --> 00:08:29,342
และกำจัดของเสียที่มีไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบ

168
00:08:29,342 --> 00:08:30,742
ท่อไต

169
00:08:30,742 --> 00:08:34,742
ทำหน้าที่

170
00:08:37,033 --> 00:08:37,944
ลำเลียงของเสียและสารอาหารต่าง ๆ ที่เกินความต้องการของร่างกายไปที่กระเพาะปัสสาวะ

171
00:08:37,944 --> 00:08:39,924
กระเพาะปัสสาวะ

172
00:08:39,924 --> 00:08:41,861
ทำหน้าที่สะสมของเสีย

173
00:08:41,861 --> 00:08:45,861
น้ำและสารต่าง ๆ

174
00:08:45,951 --> 00:08:48,266
เกินความต้องการของร่างกายให้อยู่ในรูปของปัสสาวะ

175
00:08:48,266 --> 00:08:49,600
ท่อปัสสาวะ

176
00:08:49,600 --> 00:08:51,403
ทำหน้าที่ลำเลียง

177
00:08:51,403 --> 00:08:54,092
ปัสสาวะออกนอกร่างกาย

178
00:08:54,092 --> 00:08:56,182
โดยมีหลอดเลือด

179
00:08:56,182 --> 00:09:00,182
renal artery

180
00:09:01,433 --> 00:09:04,577
หลอดเลือด renal นำเลือดออกจากไตค่ะ

181
00:09:04,577 --> 00:09:08,577
เมื่อนำไตมาผ่าตามยาว

182
00:09:08,754 --> 00:09:10,345
สามารถแบ่งเนื้อไตออกได้เป็น 2 ส่วน คือ

183
00:09:10,345 --> 00:09:11,688
ไตส่วนนอก

184
00:09:11,688 --> 00:09:13,334
ซึ่งมีสีจาง

185
00:09:13,334 --> 00:09:14,779
และเนื้อไตส่วนใน

186
00:09:14,779 --> 00:09:17,629
ที่มีสีเข้มกว่า

187
00:09:17,629 --> 00:09:19,761
และมีส่วนที่คล้ายรูปสามเหลี่ยม

188
00:09:19,761 --> 00:09:22,042
โดยที่ปลายสามเหลี่ยม

189
00:09:22,042 --> 00:09:24,142
จะยื่นเข้าไปจรดกับกรวยไต

190
00:09:24,142 --> 00:09:26,208
เธอมีลักษณะเป็นเ

191
00:09:26,208 --> 00:09:28,668
ป็นโพรงและต่อกับท่อไต

192
00:09:28,668 --> 00:09:30,376
ภายในเนื้อไตประกอบด้วย

193
00:09:30,376 --> 00:09:34,376
กรวยไตจำนวนมาก

194
00:09:35,994 --> 00:09:39,994
ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการทำหน้าที่รักษาดุลยภาพของน้ำและสารต่าง ๆ

195
00:09:40,020 --> 00:09:42,594
ทำการกำจัดของเสียออกจากร่างกายในรูปของปัสสาวะ

196
00:09:42,594 --> 00:09:43,607
แต่ละหน่วยไตประกอบด้วย

197
00:09:43,607 --> 00:09:45,682

198
00:09:45,682 --> 00:09:49,127
โกลเมอรูลัส โบว์แมนแคปซูล

199
00:09:49,127 --> 00:09:53,127
ท่อหน่วยไต

200
00:09:53,361 --> 00:09:57,361
โดยส่วนที่เรียกว่ากรมอนุรักษ์

201
00:09:59,829 --> 00:10:03,038
จ ะเป็นกลุ่มหลอดเลือดฝอยที่ล้อมรอบด้วยโบว์แมนแคปซูล

202
00:10:03,038 --> 00:10:04,253
ส่วนท่อหน่วยไตอยู่

203
00:10:04,253 --> 00:10:07,658
ต

204
00:10:07,658 --> 00:10:09,371
่อจากโบว์แมนแคปซูล มีลักษณะเป็นท่อยาวขดไปมา

205
00:10:09,371 --> 00:10:11,471
อยู่แนบชิดกับหลอดเลือด

206
00:10:11,471 --> 00:10:14,068
ฝอย ที่มาพันตามท่อหน่วยไต

207
00:10:14,068 --> 00:10:16,360
และที่ปลายสุดของท่อหน่วยไต

208
00:10:16,360 --> 00:10:18,407
จะเปิดออกสู่ท่อรวม

209
00:10:18,407 --> 00:10:20,570
ที่จะเปิดออกศูนย์

210
00:10:20,570 --> 00:10:23,594
หน่วยไต

211
00:10:23,594 --> 00:10:26,106
เมื่อนักเรียนได้ทราบถึง

212
00:10:26,106 --> 00:10:27,426
โครงสร้างของไตไปแล้ว ทีนี้

213
00:10:27,426 --> 00:10:29,565
เรามาลองศึกษา

214
00:10:29,565 --> 00:10:32,628
การทำงานของหน่วยไต

215
00:10:32,628 --> 00:10:34,020
ในการรักษาดุลยภาพของน้ำและสารต่าง ๆ

216
00:10:34,020 --> 00:10:36,831
รวมทางการ

217
00:10:36,831 --> 00:10:40,831
กำจัดของเสียออกจากร่างกายกันนะคะ

218
00:10:41,274 --> 00:10:43,398
การทำงานของหน่วยไตประกอบด้วย 3 ขั้นตอน ดังนี้

219
00:10:43,398 --> 00:10:44,349
1. การกรอง

220
00:10:44,349 --> 00:10:46,670
เกิดที่บริเวณ

221
00:10:46,670 --> 00:10:47,599
โกลมูลัส และโบว์แมนแคปซูล

222
00:10:47,599 --> 00:10:49,371
2

223
00:10:49,371 --> 00:10:50,247
. การดูดกลับ

224
00:10:50,247 --> 00:10:51,910
และ 3

225
00:10:51,910 --> 00:10:55,750
. การหลั่ง

226
00:10:55,750 --> 00:10:56,989
การดูดกลับและการหลั่ง

227
00:10:56,989 --> 00:10:59,411
จะเกิดขึ้นตลอด

228
00:10:59,411 --> 00:11:03,411
ตามความยาวของท่อหน่วยไต

229
00:11:05,615 --> 00:11:06,448
การทำงานของหน่วยไตเริ่มจาก

230
00:11:06,448 --> 00:11:08,100
เลือด

231
00:11:08,100 --> 00:11:11,375
สายผ่านเข้าหลอด

232
00:11:11,375 --> 00:11:12,404
เลือด minimally และผ่านหลอดเลือด

233
00:11:12,404 --> 00:11:13,669
เข้าสู่

234
00:11:13,669 --> 00:11:17,080
โกโมลูลัส

235
00:11:17,080 --> 00:11:18,563
เมื่อถึงโกโมลูลัส

236
00:11:18,563 --> 00:11:19,529
สารที่มีขนาดเล็ก

237
00:11:19,529 --> 00:11:21,376
เช่น

238
00:11:21,376 --> 00:11:22,389
น้ำ

239
00:11:22,389 --> 00:11:23,784
กลูโคส

240
00:11:23,784 --> 00:11:24,919
กรดอะมิโน

241
00:11:24,919 --> 00:11:26,685
ยูเรีย

242
00:11:26,685 --> 00:11:28,161
และไอออนส่วนหนึ่ง

243
00:11:28,161 --> 00:11:29,364
จะถูกกรองที่

244
00:11:29,364 --> 00:11:31,630
อ

245
00:11:31,630 --> 00:11:33,109
มูลัส

246
00:11:33,109 --> 00:11:36,903
ติดกับพวงมาลั

247
00:11:36,903 --> 00:11:39,857
ส่วนเซลล์เม็ดเลือดเกล็ดเลือด

248
00:11:39,857 --> 00:11:41,231
สารที่มีขนาดใหญ่ เช่น โปรตีน

249
00:11:41,231 --> 00:11:44,452
ยังคงอยู่ในหลอดเลือด

250
00:11:44,452 --> 00:11:48,452
ของเหลวที่กรองได้

251
00:11:48,595 --> 00:11:49,124
จะผ่านไปยังท่อหน่วยไต ซึ่งบริเวณนี้สารที่มีประโยชน์

252
00:11:49,124 --> 00:11:49,894
จะถูก

253
00:11:49,894 --> 00:11:52,888
ดูดกลับ

254
00:11:52,888 --> 00:11:56,888
เข้าสู่หลอดเลือดฝอยทั้งหมด เช่น กลูโคส

255
00:11:58,648 --> 00:11:59,325
กรดอะมิโนไอออนต่าง ๆ ไอออนที่มีการดูดกลับ

256
00:11:59,325 --> 00:12:01,916
เช่น

257
00:12:01,916 --> 00:12:04,773
ไฮโดรเจนคาร์บอเนตไอออน

258
00:12:04,773 --> 00:12:08,773
ในร่างกายไว้ได้

259
00:12:10,673 --> 00:12:12,251
นอกจากนี้ที่บริเวณท่อรวมยังมีการดูดกลับ

260
00:12:12,251 --> 00:12:13,986
น้ำ ยูเรีย

261
00:12:13,986 --> 00:12:16,472
และไอออนต่าง ๆ

262
00:12:16,472 --> 00:12:19,226
บางสู่กลับเข้าสู่หลอดเลือดฝอยอีกด้วย

263
00:12:19,226 --> 00:12:20,968
บางกรณี

264
00:12:20,968 --> 00:12:21,691
มีการหลั่งสารบางชนิด

265
00:12:21,691 --> 00:12:23,789
จากเลือด

266
00:12:23,789 --> 00:12:25,588
เข้าสู่ท่อหน่วยไต

267
00:12:25,588 --> 00:12:29,588
เช่น ไฮโดรเจนไอออน

268
00:12:29,655 --> 00:12:32,302
แอมโมเนียมไอออน รวมทั้งสารพิษอื่น ๆ หรือยาบางชนิด

269
00:12:32,302 --> 00:12:33,961
ทำให้สามารถตรวจพบสารเสพติด

270
00:12:33,961 --> 00:12:37,961
จากปัสสาวะได้

271
00:12:38,115 --> 00:12:42,115
ของเหลวในท่อหน่วยไต

272
00:12:42,742 --> 00:12:44,358
ถูกขับถ่ายออกจากร่างกายผ่านทางท่อรวมเป็นปัสสาวะ

273
00:12:44,358 --> 00:12:46,992
แล้วเข้าสู่กรวยไต

274
00:12:46,992 --> 00:12:48,632
ท่อไต และสะสม

275
00:12:48,632 --> 00:12:50,047
ในกระเพาะปัสสาวะ

276
00:12:50,047 --> 00:12:52,456
ก่อนจะขับออก

277
00:12:52,456 --> 00:12:56,456
นอกร่างกายทางท่อปัสสาวะ

278
00:12:56,588 --> 00:12:58,162
เรามาลองตรวจสอบความเข้าใจกันบ้างนะคะ

279
00:12:58,162 --> 00:13:00,245
นักเรียนคิดว่า

280
00:13:00,245 --> 00:13:02,013
หน่วยไต

281
00:13:02,013 --> 00:13:03,066
ทำหน้าที่กรอง

282
00:13:03,066 --> 00:13:04,699
ด

283
00:13:04,699 --> 00:13:06,522
ูดกลับหลั่งสารใดบ้าง

284
00:13:06,522 --> 00:13:10,385
ครูให้เวลาคิด

285
00:13:10,385 --> 00:13:14,385
5 วินาทีนะคะ

286
00:13:18,167 --> 00:13:20,275
เริ่มค่ะ

287
00:13:20,275 --> 00:13:22,575
หมดเวลาค่ะ

288
00:13:22,575 --> 00:13:24,968
เรามาลองฟังคำตอบกันบ้างนะคะ

289
00:13:24,968 --> 00:13:28,170
สำหรับการกรองนะคะ

290
00:13:28,170 --> 00:13:32,170
ก็จะมีการกรองสารที่มีขนาดเล็ก

291
00:13:32,292 --> 00:13:33,309
ที่อยู่ในหลอดเลือด เช่น กลูโคส น้ำ ยูเรีย

292
00:13:33,309 --> 00:13:35,409
กรดอะมิโน

293
00:13:35,409 --> 00:13:36,934
ไอออนบางชนิดเข้าสู่

294
00:13:36,934 --> 00:13:38,182
โบว์แมนแคปซูล

295
00:13:38,182 --> 00:13:39,110
ส่วนเซลล์เม็ดเลือด

296
00:13:39,110 --> 00:13:41,228
เกร็ดเลือด

297
00:13:41,228 --> 00:13:42,711
โปรตีนขนาดใ

298
00:13:42,711 --> 00:13:43,973
หญ่จะยังคงอยู่ใน

299
00:13:43,973 --> 00:13:47,973
หลอดเลือดต่อไป

300
00:13:49,312 --> 00:13:50,476
การดูดกลับมาค่ะ ก็จะมีการดูดกลับสารที่มีประโยชน์เข้าสู่หลอดเลือด เช่น

301
00:13:50,476 --> 00:13:51,552
กรดอะมิโน

302
00:13:51,552 --> 00:13:55,388
กลูโคส

303
00:13:55,388 --> 00:13:56,914
น้ำและไอออนต่าง ๆ เช่น โซเดียมไอออน

304
00:13:56,914 --> 00:13:59,352
โพแทสเซียมไอออน

305
00:13:59,352 --> 00:14:03,352
ไฮโดรเจนคาร์บอเนตไอออน

306
00:14:03,934 --> 00:14:05,764
และการหลั่งนะคะ ก็จะมีการหลั่งสารที่ร่างกายไม่ต้องการ

307
00:14:05,764 --> 00:14:07,481
หรือมีมากเกินไป เช่น

308
00:14:07,481 --> 00:14:09,080
ไฮโดรเจนไอออน

309
00:14:09,080 --> 00:14:12,057
แอมโมเนียมไอออน

310
00:14:12,057 --> 00:14:16,057
รวมทั้งสารพิษอื่น ๆ หรือยาบางชนิดค่ะ

311
00:14:18,210 --> 00:14:19,594
นักเรียนน่าจะพอทราบถึงกลไกการทำงานของไตพอสมควรแล้วนะคะ

312
00:14:19,594 --> 00:14:21,903
ตอนนี้

313
00:14:21,903 --> 00:14:25,185
ครูรู้สึกกระหายน้ำจัง

314
00:14:25,185 --> 00:14:29,185
ขอครูดื่มน้ำสักแป๊บนะคะ

315
00:14:36,645 --> 00:14:37,918
นักเรียนเคยสงสัยไหมคะ

316
00:14:37,918 --> 00:14:39,111
ว่าร่างกายมนุษย์

317
00:14:39,111 --> 00:14:40,693
รู้ได้อย่างไร

318
00:14:40,693 --> 00:14:42,444
ว่าปริมาณน้ำ

319
00:14:42,444 --> 00:14:43,755
ที่รับเข้าแล้ว

320
00:14:43,755 --> 00:14:47,283
ขับออกมีเท่าใด

321
00:14:47,283 --> 00:14:49,725
จึงรักษาดุลยภาพของน้ำในร่างกายไว้ได้

322
00:14:49,725 --> 00:14:52,793
แล้วไคเกี่ยวข้องอย่างไร

323
00:14:52,793 --> 00:14:55,766
การรักษาดุลยภาพของน้ำในร่างกาย

324
00:14:55,766 --> 00:14:59,766
เราจะมาศึกษาไปด้วยกันนะคะ

325
00:15:02,234 --> 00:15:03,626
การรักษาดุลยภาพของน้ำนะคะ ก็จะเกี่ยวข้องกับการทำงานร่วมกันของระบบประสาท

326
00:15:03,626 --> 00:15:05,713
ระบบหมุนเวียนเลือด

327
00:15:05,713 --> 00:15:07,279
ระบบต่อมไร้ท่อ

328
00:15:07,279 --> 00:15:10,755
และระบบขับถ่ายค่ะ

329
00:15:10,755 --> 00:15:11,369
โดยมีอวัยวะที่เกี่ยวข้อง

330
00:15:11,369 --> 00:15:14,757
คือ

331
00:15:14,757 --> 00:15:17,437
สมองส่วนไฮโพทาลามัส

332
00:15:17,437 --> 00:15:19,181
ต่อมใต้สมองส่วนหลัง

333
00:15:19,181 --> 00:15:20,919
ครึ่งหลัง

334
00:15:20,919 --> 00:15:22,384
ซ

335
00:15:22,384 --> 00:15:24,327
ึ่งหลัง Anti หรือ A

336
00:15:24,327 --> 00:15:28,327
DH ค่ะ

337
00:15:29,780 --> 00:15:32,688
เรามาศึกษากลไกการรักษาดุลยภาพของน้ำกันนะคะ

338
00:15:32,688 --> 00:15:34,164
เมื่อร่างกายสูญเสียน้ำ เช่น

339
00:15:34,164 --> 00:15:37,334
เหงื่อออกมาก

340
00:15:37,334 --> 00:15:40,077
ทำให้ความเข้มข้นของเลือดเพิ่มขึ้น

341
00:15:40,077 --> 00:15:41,924
ซึ่งจะไปกระตุ้น

342
00:15:41,924 --> 00:15:44,489
สมองส่วนไฮโพทาลามัส

343
00:15:44,489 --> 00:15:46,122
ทำให้ต่อมใต้สมองส่วนหลัง

344
00:15:46,122 --> 00:15:48,193
หลัง ADH มากขึ้น

345
00:15:48,193 --> 00:15:51,129
ADH นี้

346
00:15:51,129 --> 00:15:52,792
จะไปกระตุ้นท่อหน่วยไตและท่อรวม

347
00:15:52,792 --> 00:15:54,286
ให้เพิ่มการดูดกลับน้ำ

348
00:15:54,286 --> 00:15:57,267
เข้าสู่หลอดเลือดฝอย

349
00:15:57,267 --> 00:15:58,567
ทำให้ปัสสาวะที่ขับออกมา

350
00:15:58,567 --> 00:16:00,158
มีปริมาณน้อย

351
00:16:00,158 --> 00:16:01,586
ขณะเดียวกัน

352
00:16:01,586 --> 00:16:02,811
ไฮโพทาลามัส

353
00:16:02,811 --> 00:16:06,221
ที่ถูกกระตุ้น

354
00:16:06,221 --> 00:16:08,577
จะทำให้เกิดการกระหายน้ำ

355
00:16:08,577 --> 00:16:12,577
และเกิดพฤติกรรมการดื่มน้ำ

356
00:16:12,691 --> 00:16:14,080
กลไกทั้งหมดที่กล่าวมานะคะ ก็จะทำให้

357
00:16:14,080 --> 00:16:16,268
ปริมาณน้ำในร่างกาย

358
00:16:16,268 --> 00:16:20,268
กลับเข้าสู่ภาวะสมดุล

359
00:16:20,483 --> 00:16:24,111
เรามาดูอีกกรณีกันบ้างนะคะ

360
00:16:24,111 --> 00:16:26,386
เมื่อร่างกายมีน้ำมากกว่าปกติ เช่น

361
00:16:26,386 --> 00:16:30,386
การดื่มน้ำครั้งละมาก ๆ

362
00:16:30,411 --> 00:16:32,928
ทำให้ความเข้มข้นของเลือดลดลง

363
00:16:32,928 --> 00:16:36,331
ส่งผลให้ลดการ

364
00:16:36,331 --> 00:16:38,297
กระตุ้นสมองส่วนไฮโพทาลามัส

365
00:16:38,297 --> 00:16:39,486
ทำให้ต่อม

366
00:16:39,486 --> 00:16:41,825
สมองส่วนหลัง

367
00:16:41,825 --> 00:16:43,617
หลั่ง ADH น้อยลง

368
00:16:43,617 --> 00:16:45,359
ท่อหน่วยไตและท่อรวม

369
00:16:45,359 --> 00:16:48,083
จ

370
00:16:48,083 --> 00:16:52,083
ึงลดการดูดกลับน้ำเข้าสู่

371
00:16:53,720 --> 00:16:54,874
มามีปริมาณมากทำให้ร่างกายกลับเข้าสู่

372
00:16:54,874 --> 00:16:58,114
ภาวะสมดุล

373
00:16:58,114 --> 00:17:01,561
ไตยังช่วยรักษาดุลยภาพ

374
00:17:01,561 --> 00:17:02,394
ของแร่ธาตุบางชนิดที่สำคัญนะคะ เช่น

375
00:17:02,394 --> 00:17:03,816
โซเดียม

376
00:17:03,816 --> 00:17:05,469
, โพแทสเซียม

377
00:17:05,469 --> 00:17:08,996
ซึ่งเป็นแร่ธาตุ

378
00:17:08,996 --> 00:17:12,261
ที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของระบบประสาทและกล้ามเนื้อค่ะ

379
00:17:12,261 --> 00:17:13,478
ในครั้งนี้นะครับ ครูขอยกตัวอย่าง

380
00:17:13,478 --> 00:17:15,068
คนไกลกัน

381
00:17:15,068 --> 00:17:18,992
รักษาดุลยภาพของ

382
00:17:18,992 --> 00:17:21,916
โซเดียมมาให้ดูนะคะ ในกรณีที่

383
00:17:21,916 --> 00:17:24,258
มีปริมาณโซเดียมในเลือดต่ำนะคะ

384
00:17:24,258 --> 00:17:26,084
ก็จะกระตุ้นให้ต่อมหมวกไต

385
00:17:26,084 --> 00:17:27,118
หลั่งฮอร์โมนชนิดหนึ่ง

386
00:17:27,118 --> 00:17:30,652
ที่ชื่อว่า

387
00:17:30,652 --> 00:17:33,401

388
00:17:33,401 --> 00:17:36,229
แอลโดสเตอโรนจะไปกระตุ้น

389
00:17:36,229 --> 00:17:38,035
หน่วยไตและท่อรวมให้มีการ

390
00:17:38,035 --> 00:17:42,035
ดูดกลับโซเดียมระดับ

391
00:17:42,765 --> 00:17:46,654
สู่เลือด ส่งผลให้ปริมาณโซเดียมในร่างกายกลับเข้าสู่สภาวะสมดุลค่ะ

392
00:17:46,654 --> 00:17:48,261
นักเรียนชอบรับประทานอาหารที่มีรสเค็มไหมคะ

393
00:17:48,261 --> 00:17:50,250
เช่น การเติมเกลือ

394
00:17:50,250 --> 00:17:53,118
หรือน้ำปลา

395
00:17:53,118 --> 00:17:54,948
ลงไปในอาหาร

396
00:17:54,948 --> 00:17:56,261
ครั้งละมาก ๆ

397
00:17:56,261 --> 00:18:00,261
นักเรียนทราบหรือไม่คะ

398
00:18:01,743 --> 00:18:05,743
ว่าการรับประทานอาหารที่มีรสเค็มไปบ่อย ๆ ส่งผลกระทบต่อการทำงานของไตได้

399
00:18:07,024 --> 00:18:11,024
ครูมีคำถามชวนคิดให้นักเรียนช่วยกัน หาคำตอบให้ครูหน่อยนะคะ

400
00:18:11,458 --> 00:18:15,458
นักเรียนคิดว่าการรับประทานอาหารที่มีรสเค็มอยู่เป็นประจำ

401
00:18:15,833 --> 00:18:19,804
ในปริมาณที่เกินความต้องการของร่างกายจะเกิดอะไรขึ้น

402
00:18:19,804 --> 00:18:20,629
ลองใช้เวลาแค่ 10 วินาทีนะคะ

403
00:18:20,629 --> 00:18:24,629
เริ่มค่ะ

404
00:18:31,566 --> 00:18:33,559
หมดเวลาค่ะ

405
00:18:33,559 --> 00:18:37,559
เราลองมาฟังคำตอบกันนะคะ

406
00:18:37,586 --> 00:18:38,828
ในกรณีที่ไตนะคะ ยังทำงานได้เป็นปกติ

407
00:18:38,828 --> 00:18:40,931
ขับโซเดียมออกเป็น

408
00:18:40,931 --> 00:18:44,931
ปัสสาวะครั้งละมาก ๆ

409
00:18:46,364 --> 00:18:47,904
ปริมาณที่ขับออกมานี้นะคะ จะขึ้นอยู่กับปริมาณโซเดียมที่มีอยู่ในอาหาร

410
00:18:47,904 --> 00:18:51,264
ที่รับประทานเข้าไป

411
00:18:51,264 --> 00:18:53,978
แต่กรณีที่ไตไม่สามารถทำงานได้

412
00:18:53,978 --> 00:18:55,714
จะเกิดการสะสมของโซเดียมและน้ำ

413
00:18:55,714 --> 00:18:58,714
ในอวัยวะต่าง ๆ

414
00:18:58,714 --> 00:19:00,225
ส่งผลให้มีอาการแขนขาบวม

415
00:19:00,225 --> 00:19:02,011
แน่นหน้าอก

416
00:19:02,011 --> 00:19:06,011
เหนื่อยง่าย

417
00:19:06,641 --> 00:19:07,625
และอาจมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคความดันโลหิตสูง

418
00:19:07,625 --> 00:19:09,828
ทำให้ไต

419
00:19:09,828 --> 00:19:10,727
มีความผิดปกติในการกรอง

420
00:19:10,727 --> 00:19:13,044
เช่น

421
00:19:13,044 --> 00:19:17,044
อาจจะพบโปรตีนในปัสสาวะได้ค่ะ

422
00:19:20,601 --> 00:19:21,098
นอกจากนี้ยังมีอาหารบางอย่างที่มีส่วนผสมของโซเดียมในปริมาณค่อนข้างสูง

423
00:19:21,098 --> 00:19:22,292
เช่น

424
00:19:22,292 --> 00:19:24,538
ขนมกรุบกรอบ

425
00:19:24,538 --> 00:19:26,163
บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป

426
00:19:26,163 --> 00:19:30,163
หรืออาหารแช่แข็งค่ะ

427
00:19:31,150 --> 00:19:35,025
นักเรียนก็ได้ศึกษาหัวข้อนี้มาพอสมควรแล้วนะคะ

428
00:19:35,025 --> 00:19:39,025
เราสรุปสาระสำคัญหัวข้อที่ 2.1 กันค่ะ

429
00:19:39,988 --> 00:19:42,869
ไตทำหน้าที่รักษาดุลยภาพของน้ำและสารต่าง ๆ ในร่างกาย

430
00:19:42,869 --> 00:19:46,418
รวมทั้งกำจัดของเสียที่มีไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบ

431
00:19:46,418 --> 00:19:48,611
ภายในเนื้อไตประกอบด้วยหน่วยไตจำนวนมาก

432
00:19:48,611 --> 00:19:50,604
แต่ละหน่วยไตประกอบด้วย

433
00:19:50,604 --> 00:19:52,396
โกลโมรูลัส

434
00:19:52,396 --> 00:19:54,442
โบว์แมนแคปซูล

435
00:19:54,442 --> 00:19:58,287
ท่อหน่วยไต

436
00:19:58,287 --> 00:20:01,445
การทำงานของหน่วยไต

437
00:20:01,445 --> 00:20:04,634
แบ่งได้เป็น 3 ขั้นตอน คือ 1. การกรอง

438
00:20:04,634 --> 00:20:06,830
เกิดที่กลูมูนูรัสและโบว์แมนแคปซูล

439
00:20:06,830 --> 00:20:09,736
โดยสารที่มีขนาดเล็ก

440
00:20:09,736 --> 00:20:11,232
ถูกลองเข้าสู่โบว์แมนแคปซูล

441
00:20:11,232 --> 00:20:14,938
และ

442
00:20:14,938 --> 00:20:16,574
ลำเลียงไปที่ท่อหน่วยไตต่อไป 2. การดูดกลับ

443
00:20:16,574 --> 00:20:20,054
เกิดขึ้นที่ท่อหน่วยไต

444
00:20:20,054 --> 00:20:22,534
รอยดูดกลับสารที่ยังมีประโยชน์

445
00:20:22,534 --> 00:20:24,507
รวมทั้งน้ำและไอออนต่าง ๆ

446
00:20:24,507 --> 00:20:25,515
3

447
00:20:25,515 --> 00:20:27,795
.การหลั่ง

448
00:20:27,795 --> 00:20:29,838
เกิดที่ท่อหน่วยไต

449
00:20:29,838 --> 00:20:30,921
โดยจะหลั่งสารบางชนิด

450
00:20:30,921 --> 00:20:32,511
ที่ได้จากเลือด

451
00:20:32,511 --> 00:20:35,257
เข้าสู่ท่อหน่วยไต

452
00:20:35,257 --> 00:20:36,125
หัวข้อถัดมา

453
00:20:36,125 --> 00:20:39,508
คือ

454
00:20:39,508 --> 00:20:42,513
กลไกการรักษาดุลยภาพของน้ำในร่างกาย

455
00:20:42,513 --> 00:20:44,475
เกิดจากการทำงานร่วมกันของระบบขับถ่าย

456
00:20:44,475 --> 00:20:45,542
ระบบหมุนเวียนเลือด

457
00:20:45,542 --> 00:20:47,579
ระบบประสาท

458
00:20:47,579 --> 00:20:51,579
ระบบต่อมไร้ท่อ

459
00:20:52,305 --> 00:20:54,635
โดยถ้าปริมาณน้ำในเลือด

460
00:20:54,635 --> 00:20:57,122
มีการเปลี่ยนแปลงไปจากปกติ

461
00:20:57,122 --> 00:21:01,122
จะกระตุ้นหรือ

462
00:21:03,519 --> 00:21:04,425
ยับยั้งสมองส่วนไฮโพทาลามัสทำให้การหลั่ง ADH จากต่อมใต้สมองส่วนหลัง

463
00:21:04,425 --> 00:21:08,425
เปลี่ยนแปลง

464
00:21:10,303 --> 00:21:12,300
ทำให้ท่อหน่วยไตและท่อรวม ดูดกลับน้ำเข้าหลอดเลือดเพิ่มขึ้น

465
00:21:12,300 --> 00:21:16,300
หรือลดลง

466
00:21:17,353 --> 00:21:18,144
หัวข้อถัดไปนะคะ ก็คือ

467
00:21:18,144 --> 00:21:19,301
ก

468
00:21:19,301 --> 00:21:22,495
ลไกลการรักษา

469
00:21:22,495 --> 00:21:23,305
ดุลยภาพในร่างกายนะคะ

470
00:21:23,305 --> 00:21:26,802
จะขอเสนอ

471
00:21:26,802 --> 00:21:29,198
ปริมาณโซเดียมในเลือดค่ะ เมื่อร่างกาย

472
00:21:29,198 --> 00:21:30,436
มีปริมาณโซเดียมในเลือดต่ำนะคะ

473
00:21:30,436 --> 00:21:31,969
ก็จะไป

474
00:21:31,969 --> 00:21:34,285
กระตุ้นให้ต่อมหมวกไต

475
00:21:34,285 --> 00:21:37,532
หลังแอลโดสเตอโรน

476
00:21:37,532 --> 00:21:38,868
ไปกระตุ้นท่อหน่วยไต ท่อรวม

477
00:21:38,868 --> 00:21:41,522

478
00:21:41,522 --> 00:21:45,522
กับโซเดียมในน้ำเข้าสู่หลอดเลือดค่ะ

479
00:21:45,822 --> 00:21:47,536
ก่อนจบหัวข้อนี้นะคะ ก็อยากให้นักเรียน

480
00:21:47,536 --> 00:21:51,097
ทำใบงานที่ 2.1

481
00:21:51,097 --> 00:21:53,103
เรื่องการรักษาดุลยภาพของน้ำและสารในร่างกาย

482
00:21:53,103 --> 00:21:55,341
โดยสามารถดาวน์โหลดใบงานนี้

483
00:21:55,341 --> 00:21:56,873
ได้ที่ลิงก์หรือ

484
00:21:56,873 --> 00:22:00,159
QR Code ในภาพนะคะ

485
00:22:00,159 --> 00:22:03,126
นักเรียนอาจจะสืบค้นและตอบคำถามด้วยตัวเอง

486
00:22:03,126 --> 00:22:07,126
หรือทำงานเป็นกลุ่มร่วมกันกับเพื่อนก็ได้ค่ะ

487
00:22:09,425 --> 00:22:13,188
สำหรับในหัวข้อต่อไปนะคะ ที่จะได้ศึกษา

488
00:22:13,188 --> 00:22:17,188
ในคลิปต่อ ๆ ไปก็จะเป็นหัวข้อที่ 2.2

489
00:22:18,173 --> 00:22:22,173
การรักษาดุลยภาพของกรดเบสของเลือดและ 2.3

490
00:22:22,499 --> 00:22:23,721
การรักษาดุลยภาพของอุณหภูมิในร่างกาย

491
00:22:23,721 --> 00:22:26,737
สำหรับคลิปนี้

492
00:22:26,737 --> 00:22:29,249
คุณครูก็ขอตัวลาไปก่อนนะคะ

493
00:22:29,249 --> 00:22:33,249
พบกันคลิปหน้า สวัสดีค่ะ

494
00:22:34,482 --> 00:22:38,482
[เสียงดนตรี]

