﻿1
00:00:31,908 --> 00:00:35,908
[เสียงดนตรี]

2
00:00:40,006 --> 00:00:41,042
สวัสดีครับ นักเรียนมาพบกับผมครูธีรภัทรนะครับ วันนี้เราจะมาเรียนเรื่องระบบ

3
00:00:41,042 --> 00:00:44,127
คุ้มกันครับ

4
00:00:44,127 --> 00:00:45,135
ในเรื่องระบบ

5
00:00:45,135 --> 00:00:49,135
กันนี่

6
00:00:50,388 --> 00:00:51,639
หนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ชีวภาพนะครับ จะอยู่ในบทที่ 2 เรื่องการรักษาดุลยภาพ

7
00:00:51,639 --> 00:00:53,642
ร่างกายมนุษย์นะครับ

8
00:00:53,642 --> 00:00:57,642
ในหัวข้อที่ 2.4

9
00:00:58,590 --> 00:00:59,921
หัวข้อ 2.4 จะมีอยู่ด้วยกัน 3 หัวข้อย่อย

10
00:00:59,921 --> 00:01:03,921
ก็คือหัวข้อแรก

11
00:01:05,934 --> 00:01:09,934
จะเป็นเรื่องของกลไกต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมแบบไม่จำเพาะนะครับ หัวข้อที่ 2 ก็จะเป็นกลไกแบบ

12
00:01:10,418 --> 00:01:14,418
จำเพาะ และหัวข้อที่ 3 ก็จะเป็นเรื่องของความผิดปกติของภูมิคุ้มกัน

13
00:01:17,567 --> 00:01:20,170
ในวันนี้เราจะมาเรียนกันในหัวข้อแรกนะครับ ก็คือเรื่องกลไกการต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลก

14
00:01:20,170 --> 00:01:24,170
แบบไม่จำเพาะ แต่ว่าก่อนอื่นนี่เราจะมาเรียน

15
00:01:25,326 --> 00:01:29,131
เนื้อหาคร่าว ๆ กันก่อนระบบภูมิคุ้มกันคืออะไรนะครับ

16
00:01:29,131 --> 00:01:33,131
จุดประสงค์ของเรื่องนี้นะครับ

17
00:01:35,503 --> 00:01:39,503
ก็คาดหวังว่านักเรียนจะสามารถอธิบายบทบาทของอวัยวะหรือเนื้อเยื่อที่ทำหน้าที่ป้องกัน

18
00:01:41,536 --> 00:01:43,500
หรือทำลายเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมได้นะครับ อันที่ 2 ก็คือสามารถอธิบายหรือเขียนแผนผัง

19
00:01:43,500 --> 00:01:46,555
เกี่ยวข้องกับกลไกการต่อต้าน

20
00:01:46,555 --> 00:01:50,555
หรือทำลายสิ่งแปลกปลอมแบบไม่จำเพาะได้ครับ

21
00:01:52,800 --> 00:01:56,029
นักเรียนลองมาดูรูปนี้ก่อนนะครับ นักเรียนรู้จักอะไรในรูปนี้บ้าง

22
00:01:56,029 --> 00:02:00,029
ครูจะให้เวลาลองคิดนะครับ

23
00:02:06,320 --> 00:02:08,395
มันก็คือเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอม

24
00:02:08,395 --> 00:02:12,395
ที่อยู่รอบ ๆ ตัวเรานั่นเอง

25
00:02:13,804 --> 00:02:15,771
นักเรียนรู้จักอะไรบ้างนะครับ ก็จะมีทั้งแบคทีเรีย รา ไวรัส ปรสิต

26
00:02:15,771 --> 00:02:17,668
กระทั่ง

27
00:02:17,668 --> 00:02:21,668
เรณูของดอกไม้นะครับ

28
00:02:24,746 --> 00:02:28,746
ในแต่ละวันร่างกายมีโอกาสได้รับเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอม เช่

29
00:02:29,929 --> 00:02:33,929
น ไวรัสแบคทีเรียหรือสารพิษต่าง ๆ ผ่านเข้ามาทางใดได้บ้าง

30
00:02:36,336 --> 00:02:38,407
นักเรียนลองตอบคำถามดูนะครับ อันที่ 2 ก็คือเมื่อร่างกายได้รับแล้วนี่จะทำให้เกิดอันตรายหรือเจ็บ

31
00:02:38,407 --> 00:02:42,407
ทุกครั้งเสมอไปหรือไม่นะครับ

32
00:02:43,077 --> 00:02:47,077
อันนี้เป็น 2 คำถามที่คุณครูจะให้นักเรียนได้ลองคิดกันดูนะครับ

33
00:02:54,347 --> 00:02:55,743
นอกจากนี้ยังมีคำถามเพิ่มอีกว่าในบางครั้งร่างกายของแต่ละคนนี่ อาจจะได้รับเชื้อโรคหรือสิ่ง

34
00:02:55,743 --> 00:02:58,731
สิ่งแปลกปลอมชนิดเดียวกัน

35
00:02:58,731 --> 00:03:01,063
แต่ว่าอาจจะแสดงออก

36
00:03:01,063 --> 00:03:03,651
อาการที่เจ็บป่วยแตกต่างกันไป

37
00:03:03,651 --> 00:03:05,984
บางคนอาจจะไม่เจ็บป่วยเลยก็ได้

38
00:03:05,984 --> 00:03:09,984
เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้นครับ

39
00:03:10,340 --> 00:03:14,340
มี 3 คำถามด้วยกันแล้วนะที่ให้นักเรียนลองคิด

40
00:03:15,212 --> 00:03:19,212
เราจะมาหาคำตอบกันได้ในบทเรียนเรื่องระบบภูมิคุ้มกันในวันนี้ครับ

41
00:03:19,959 --> 00:03:23,959
นักเรียนบางคนอาจจะพอตอบคำถามได้นะครับ

42
00:03:26,558 --> 00:03:27,386
ว่าระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายแต่ละคนนี่มีการตอบสนองต่อเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมที่ต่างกันนี่เอง

43
00:03:27,386 --> 00:03:31,386
จึงเป็นสาเหตุ

44
00:03:32,718 --> 00:03:36,718
ของการแสดงออกของโรคหรืออาการที่แตกต่างกันไปนะครับ

45
00:03:37,228 --> 00:03:39,790
มีคำตอบมาอีกนะครับ ว่าแล้วระบบ

46
00:03:39,790 --> 00:03:43,790
ภูมิคุ้มกันนี่มีการตอบสนองต่อต้าน

47
00:03:43,949 --> 00:03:46,276
หรือทำลายสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกายเราได้อย่างไรครับ

48
00:03:46,276 --> 00:03:50,276
เดี๋ยวเราลองช่วยกันคิดนะ

49
00:03:55,603 --> 00:03:59,603
จริง ๆ แล้วนักเรียนบางคนอาจจะพอตอบได้ หรือบางคนอาจจะยังตอบไม่ได้ก็ไม่

50
00:04:00,863 --> 00:04:04,863
แปลกครับ เพราะว่าจริง ๆ แล้วระบบภูมิคุ้มกันนี่เป็นระบบที่ค่อนข้างมีความซับซ้อน

51
00:04:06,636 --> 00:04:10,636
ก่อนที่เราจะมาเรียนว่าระบบภูมิคุ้มกันมีการทำลาย มีการทำงาน มีการตอบสนองหรือตอบ

52
00:04:12,555 --> 00:04:14,758
ทำลายสิ่งแปลกปลอมได้อย่างไร เรามาดูกันก่อนว่ามีอวัยวะหรือเนื้อเยื่อใดบ้างที่ทำงานเกี่ยว

53
00:04:14,758 --> 00:04:18,758
ลองกับระบบภูมิคุ้มกันของเรา

54
00:04:21,196 --> 00:04:25,196
เรามาดูกันนะครับ ว่าอวัยวะและเนื้อเยื่อในระบบภูมิคุ้มกันมีอะไรบ้าง

55
00:04:26,808 --> 00:04:29,032
กลุ่มแรกสร้างและพัฒนากลุ่มลิมโฟไซต์ คือ ไขกระดูกและไทมัส

56
00:04:29,032 --> 00:04:30,241
ครับ นักเรียนจำคำนี้ไว้ก่อนครับ

57
00:04:30,241 --> 00:04:34,241
ลิมโฟไซต์

58
00:04:36,994 --> 00:04:38,476
นักเรียนอาจจะยังไม่รู้จักมันตอนนี้ แต่ว่าลิมโฟไซต์จะมีบทบาทที่สำคัญในเรื่องระบบ

59
00:04:38,476 --> 00:04:41,906
โครงการของเรานะครับ

60
00:04:41,906 --> 00:04:45,906
ต่อมาจะเป็น

61
00:04:46,003 --> 00:04:49,474
กลุ่มที่เป็นอวัยวะที่ทำหน้าที่ดักจับและทำลายสิ่งแปลกปลอม

62
00:04:49,474 --> 00:04:53,474
ซึ่งก็ได้แก่ม้ามและต่อมน้ำเหลืองนะครับ

63
00:04:55,930 --> 00:04:59,081
มาดูกลุ่มสุดท้าย กลุ่มสุดท้ายจะเป็นเนื้อเยื่อบริเวณต่าง ๆ ที่ทำหน้าที่

64
00:04:59,081 --> 00:04:59,960
ดักจับแล้วก็ทำลายสิ่งแปลกปลอม

65
00:04:59,960 --> 00:05:02,194
เช่น

66
00:05:02,194 --> 00:05:06,194
ทอมซินและก็น้ำเหลือง

67
00:05:11,356 --> 00:05:13,669
นักเรียนก็ได้ทราบกันแล้วนะครับ ว่ามีอวัยวะหรือเนื้อเยื่อใดบ้างที่เกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกัน คำถามที่ครูจะถามต่อมา ก็คือ

68
00:05:13,669 --> 00:05:17,584
อวัยวะและเนื้อเยื่อเหล่านี้

69
00:05:17,584 --> 00:05:20,287
นักเรียนคิดว่าอยู่ที่บริเวณใดบ้างในร่างกายของเรา

70
00:05:20,287 --> 00:05:24,287
ลองมาช่วยกันคิดนะครับ

71
00:05:29,337 --> 00:05:30,835
จากรูปนะครับ นักเรียนจะเห็นได้ว่าอวัยวะหรือเนื้อเยื่อน้ำเหลืองบางชนิด

72
00:05:30,835 --> 00:05:32,108
เช่น ไขกระดูก

73
00:05:32,108 --> 00:05:36,108
ต่อมน้ำเหลือง

74
00:05:36,751 --> 00:05:40,524
หรือหลอดน้ำเหลืองนี่จะพบได้กระจายอยู่ทั่วไปในร่างกายของเรา

75
00:05:40,524 --> 00:05:44,004
แต่ถ้าเป็นอวัยวะหรือเนื้อเยื่อบางอย่าง เช่น ทอนซิล

76
00:05:44,004 --> 00:05:48,004
ม้าม หรือว่าไส้ติ่งนี่

77
00:05:49,590 --> 00:05:50,179
เป็นอวัยวะที่พบได้ในจุดเดียวของร่างกาย แต่ว่าจะพบอยู่ในบริเวณที่แตกต่างกัน

78
00:05:50,179 --> 00:05:53,134
ไปนะครับ

79
00:05:53,134 --> 00:05:57,134
คำถามต่อมา ก็คือ

80
00:05:57,567 --> 00:05:59,954
เหตุใดเราจึงพบอวัยวะหรือเนื้อเยื่อเหล่านี้

81
00:05:59,954 --> 00:06:03,954
อยู่ทั่วไปในร่างกายของเรา

82
00:06:10,022 --> 00:06:14,022
นักเรียนบางคนอาจจะยังตอบคำถามที่ครูถามเมื่อสักครู่ไม่ได้นะครับ เดี๋ยวครูจะมีความรู้เพิ่มเติมจาก

83
00:06:14,054 --> 00:06:16,231
หนังสือเรียนให้ แล้วดูสิว่าเราจะตอบคำถามเหล่านี้ได้หรือเปล่า

84
00:06:16,231 --> 00:06:18,569
มาดูอันแรกกันเลยนะครับ

85
00:06:18,569 --> 00:06:22,569
มันก็คือ ล

86
00:06:23,197 --> 00:06:25,041
ิมโฟไซต์นี่คือเซลล์เม็ดเลือดขาวที่สามารถตอบสนองหรือว่าทำลายสิ่งแปลกปลอม

87
00:06:25,041 --> 00:06:29,041
ได้อย่างจำเพาะนะครับ

88
00:06:29,937 --> 00:06:31,887
โดยอาศัยสารที่สร้างขึ้นมาจากตัวลิมโฟไซต์

89
00:06:31,887 --> 00:06:35,780
นี่ เช่น แอนติบอดี

90
00:06:35,780 --> 00:06:39,780
นักเรียนคุ้น ๆ คำว่า "ลิมโฟไซต์" กันใช่ไหมครับ

91
00:06:41,464 --> 00:06:45,464
ที่เราเพิ่งเจอกันไปเมื่อกี้นะครับ แล้วก็จะมีคำใหม่ขึ้นมาก็คือคำว่า "แอนติบอดี"

92
00:06:48,788 --> 00:06:52,788
เดี๋ยวเราจะได้เรียนเรื่องแอนติบอดกันต่อไปนะครับ เรามาลองโฟกัสที่ครูวงกลมสีแดงอันก่อนว่าตัวหนึ่ง

93
00:06:53,043 --> 00:06:57,043
ก็คือตัวเซลล์เม็ดเลือดขาวที่สามารถตอบสนองและทำลายสิ่งแปลกปลอมได้นะครับ

94
00:06:58,759 --> 00:07:01,812
พอจะตอบคำถามได้หรือยัง ถ้ายังไม่ได้มาดูอันถัดไปนะครับ

95
00:07:01,812 --> 00:07:03,783
ก็คือความรู้เกี่ยวกับไส้ติ่ง

96
00:07:03,783 --> 00:07:07,783
ไส้ติ่งหรือ

97
00:07:09,481 --> 00:07:11,307
Appendix จะมีลักษณะเป็นท่อปลายตันนะครับ อยู่บริเวณลำไส้ใหญ่ส่วนต้นนะครับ มีความยาวประมาณสัก

98
00:07:11,307 --> 00:07:14,446
17 เ

99
00:07:14,446 --> 00:07:17,983
ซนติเมตร ภายในของไส้ติ่งจะมีลิมโฟไซต์

100
00:07:17,983 --> 00:07:21,983
คำว่า "ลิมโฟไซต์" อีกแล้วนะ อยู่กันหนาแน่นมากเลยนะครับ

101
00:07:25,051 --> 00:07:26,537
แล้วก็ยังอาจจะเป็นที่อยู่ของแบคทีเรียที่จะเป็นประโยชน์ต่อระบบย่อยอาหารอีกด้วย

102
00:07:26,537 --> 00:07:30,537
เหมือนเดิม

103
00:07:31,690 --> 00:07:33,126
เราลองโฟกัสเฉพาะที่ครูวงกลมสีแดงเอาไว้นะครับ ว่าเจ้าไส้ติ่ง

104
00:07:33,126 --> 00:07:37,126
นี่มันเป็นที่

105
00:07:39,456 --> 00:07:41,738
มีลิมโฟไซต์อยู่หนาแน่นนะครับ และลิมโฟไซต์ยังเกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันด้วย

106
00:07:41,738 --> 00:07:45,738
พอจะตอบคำถามกันได้บ้างหรือยังครับ

107
00:07:52,970 --> 00:07:56,970
อย่างนั้นเรามาลองทวนคำถามที่ครูบอกอีกทีนะ ว่าเหตุใดอวัยวะและเนื้อเยื่อ

108
00:07:57,560 --> 00:08:00,629
ที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันนี่จึงพบอยู่ทั่วร่างกายของเรา

109
00:08:00,629 --> 00:08:04,629
น่าจะตอบกันได้แล้วนะ

110
00:08:04,721 --> 00:08:06,842
อย่างนั้นเราลองมาดูที่ครูเฉลยกันนะครับ

111
00:08:06,842 --> 00:08:09,918
เหตุผลแรก

112
00:08:09,918 --> 00:08:12,497
ก็คือเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอม

113
00:08:12,497 --> 00:08:16,404
นี่ อย่างสไลด์แรกที่ครูพูดไป

114
00:08:16,404 --> 00:08:20,404
นี่ มันมีพบอยู่ทั่วไปรอบร่างกายเราเลย ฉะนั้น

115
00:08:21,987 --> 00:08:24,679
มันก็สามารถที่จะเข้าสู่ร่างกายหรือเนื้อเยื่อเราได้เกือบทุกบริเวณเลย

116
00:08:24,679 --> 00:08:26,177
นะครับ

117
00:08:26,177 --> 00:08:30,177
ดังนั้น

118
00:08:32,203 --> 00:08:34,768
อวัยวะหรือเนื้อเยื่อที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันนี่ จึงต้องกระจายอยู่ทั่วบริเวณ

119
00:08:34,768 --> 00:08:38,768
ต่าง ๆ ของร่างกายของเรานะครับ

120
00:08:39,527 --> 00:08:43,527
เหตุผลออกมา ก็คือเจ้าลิมโฟไซต์ที่เป็นพระเอกของเรา

121
00:08:44,778 --> 00:08:48,280
นี่ เมื่อกี้เรารู้ไปแล้วว่าลิมโฟไซต์จะสร้างและพัฒนาที่บริเวณไหนครับ

122
00:08:48,280 --> 00:08:52,280
บริเวณไขกระดูกและก็ไทมัสใช่ไหมคะ

123
00:08:54,791 --> 00:08:55,988
ซึ่งเมื่อสร้างบริเวณเหล่านั้นนี่ แต่ว่ามันจำเป็นต้องอาศัยเนื้อเยื่อหรืออวัยวะ

124
00:08:55,988 --> 00:08:57,789
อื่น ๆ เช่น

125
00:08:57,789 --> 00:09:00,844
หลอดเลือด... หลอดน้ำเหลืองนะครับ

126
00:09:00,844 --> 00:09:04,844
ในการลำเลียงไปทั่วร่างกายของเรา

127
00:09:08,345 --> 00:09:12,345
แล้วก็เหตุผลถัดมา ก็คือเมื่อลำเลียงลิมโฟไซต์เหล่านี้ไปแล้วนี่

128
00:09:13,933 --> 00:09:17,933
ก็ยังจำเป็นต้องมีอวัยวะหรือเนื้อเยื่อที่เป็นที่สะสมลิมโฟไซต์เหล่านี้

129
00:09:19,252 --> 00:09:23,252
เพราะเมื่อเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมเข้ามาที่บริเวณใดก็ตามนะครับ

130
00:09:25,572 --> 00:09:29,572
ลิมโฟไซต์ก็จะสามารถทำหน้าที่ตอบสนองหรือว่าทำลายสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาสู่ร่างกายเราได้ทันทีนะคะ

131
00:09:30,509 --> 00:09:34,509
อันนี้ก็จะเป็นคำตอบที่สำหรับคำถามที่ครูถามไปเมื่อกี้ครับ

132
00:09:34,809 --> 00:09:38,809
นักเรียนลองพิจารณาข้อความ

133
00:09:38,822 --> 00:09:41,402
ที่ปรากฏอยู่นี่นะครับ และเดี๋ยวเราลองมาคิด

134
00:09:41,402 --> 00:09:45,402
จากคำถามที่ครูจะถามกันนะครับ

135
00:09:54,082 --> 00:09:58,082
คำถามที่จะให้นักเรียนลองคิด ก็คือ

136
00:09:58,244 --> 00:10:01,338
กลไกแบบไม่จำเพาะ และกลไกแบบจำเพาะนี่คืออะไร

137
00:10:01,338 --> 00:10:05,338
และเหตุใด

138
00:10:08,035 --> 00:10:09,041
ร่างกายของเราจึงต้องมีกลไกทั้ง 2 แบบ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการตอบสนองของระบบ

139
00:10:09,041 --> 00:10:13,041
ภูมิคุ้มกัน

140
00:10:17,152 --> 00:10:18,833
เดี๋ยวเราจะมาเรียนรู้กันไปทีละกลไกนะครับ เริ่มต้นจากกลไกการต่อต้านหรือทำลายสิ่ง

141
00:10:18,833 --> 00:10:22,833
แปลกปลอมแบบไม่จำเพาะก่อน

142
00:10:25,120 --> 00:10:27,024
กลไกนี้จะแบ่งออกได้เป็น 2 กลไกหลัก ๆ ก็คืออันแรกมันเป็นการต่อ

143
00:10:27,024 --> 00:10:31,024
ต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอม

144
00:10:32,269 --> 00:10:36,069
ที่จะเข้าสู่เนื้อเยื่อบริเวณต่าง ๆ ของร่างกาย อันนี้คุณครูย้ำนิดหนึ่งนะครับ

145
00:10:36,069 --> 00:10:40,022
ว่าก่อนที่จะเข้าสู่เนื้อเยื่อของร่างกายของเรานั่นเองนะครับ

146
00:10:40,022 --> 00:10:42,861
กลไกถัดมาก็คือต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอม

147
00:10:42,861 --> 00:10:46,861
อยู่ในเนื้อเยื่อของร่างกายของเราแล้วนะครับ

148
00:10:48,892 --> 00:10:49,968
จากที่คุณครูได้กล่าวไปก่อนหน้านี้แล้วว่า

149
00:10:49,968 --> 00:10:53,968
กลไก

150
00:10:58,511 --> 00:11:01,431
ในระบบภูมิคุ้มกันนี่เป็นระบบที่มีความซับซ้อน ฉะนั้น เราทราบไปแล้วว่ามีอวัยวะหรือเนื้อเยื่ออะไรบ้างที่

151
00:11:01,431 --> 00:11:05,431
เกี่ยวข้องกับระบบการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน

152
00:11:05,447 --> 00:11:09,447
ในความเป็นจริงแล้วยังมีอวัยวะหรือเนื้อเยื่ออื่น ๆ

153
00:11:10,790 --> 00:11:14,478
ในระบบต่าง ๆ ของร่างกายนี่ ที่ทำหน้าที่ต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอม

154
00:11:14,478 --> 00:11:18,123
ก่อนที่จะเข้าสู่เนื้อเยื่อของร่างกายของเราเช่นกัน

155
00:11:18,123 --> 00:11:20,170
นักเรียนพอจะทราบไหมครับ

156
00:11:20,170 --> 00:11:24,170
ว่าอวัยวะหรือเนื้อเยื่อ

157
00:11:25,638 --> 00:11:28,317
ในระบบอื่น ๆ ของร่างกายนี่ อะไรบ้างที่ทำหน้าที่ที่ครูกล่าวมานะครับ

158
00:11:28,317 --> 00:11:30,876
ถ้ามาดูจากรูป

159
00:11:30,876 --> 00:11:31,988
ก็พอจะเห็น

160
00:11:31,988 --> 00:11:34,504
กันนะครับ

161
00:11:34,504 --> 00:11:38,504
ว่าครูทำเป็นกล่องไว้นะ

162
00:11:40,787 --> 00:11:44,787
และนักเรียนลองเดาสิว่าอวัยวะเหล่านี้ทำหน้าที่ในการต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลก

163
00:11:45,370 --> 00:11:49,370
ที่เข้าสู่เนื้อเยื่ออย่างไรบ้าง เดี๋ยวครูให้เวลาคิดสักครู่นะครับ

164
00:11:51,157 --> 00:11:52,270
เรามาลองดูกันที่อวัยวะหรือเนื้อเยื่อกันเลยนะ

165
00:11:52,270 --> 00:11:55,302
ครับ

166
00:11:55,302 --> 00:11:56,886
ไล่จากข้างบนเลย อันแรกก็คือ

167
00:11:56,886 --> 00:11:58,608
ครูของเรานี่แหละนะครับ

168
00:11:58,608 --> 00:12:00,154
ภายในหูนี่

169
00:12:00,154 --> 00:12:04,154
จะมีขี้หู

170
00:12:05,951 --> 00:12:08,802
ทำหน้าที่ดักจับฝุ่นละอองหรือว่าแมลงหรือสิ่งแปลกปลอมที่จะเข้าไปทางหูของเรานะครับ

171
00:12:08,802 --> 00:12:09,623
ต่อมา

172
00:12:09,623 --> 00:12:10,610
คือ

173
00:12:10,610 --> 00:12:14,610
ผิวหนัง

174
00:12:16,935 --> 00:12:20,935
ผิวหนังนี่จะมีบทบาทสำคัญมากเลย เพราะว่าทุกส่วนของร่างกายเราก็จะมีผิวหนังห่อหุ้มนะครับ

175
00:12:21,727 --> 00:12:23,401
ผิวหนังจะทำหน้าที่หลัก ๆ ในการป้องกันการบุกรุก

176
00:12:23,401 --> 00:12:27,401
ของเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอม

177
00:12:29,010 --> 00:12:33,010
ในขณะเดียวกันนะครับ ที่ผิวหนังก็จะมีต่อมเหงื่อและต่อมไขมัน

178
00:12:34,438 --> 00:12:35,848
ซึ่งเกิดจากต่อมเหงื่อและน้ำมันจากต่อมไขมันนี่ จะยับยั้งการเจริญเติบโตของเด็ก

179
00:12:35,848 --> 00:12:39,848
ยาบางชนิดได้นะครับ

180
00:12:40,867 --> 00:12:41,545
ถัดมาก็คือบริเวณตาของเรานี่แหละ

181
00:12:41,545 --> 00:12:44,474
นะครับ

182
00:12:44,474 --> 00:12:48,474
ในตาจะมีน้ำตา

183
00:12:49,927 --> 00:12:53,927
ซึ่งจะมีเอนไซม์ชื่อว่าไลโซไซม์นะครับ ทำหน้าที่

184
00:12:56,165 --> 00:12:58,512
ย่อยผนังเซลล์ของแบคทีเรียซึ่งก็คือสิ่งแปลกปลอมรูปแบบหนึ่งนะครับ

185
00:12:58,512 --> 00:12:59,858
ถัดมา

186
00:12:59,858 --> 00:13:01,475
ว่าจะเป็น

187
00:13:01,475 --> 00:13:05,475
ระบบหายใจ

188
00:13:05,670 --> 00:13:07,555
ซึ่งก็จะมีจริง ๆ จะมีจมูกด้วยนะครับ

189
00:13:07,555 --> 00:13:11,555
จมูกก็จะมีขนจมูก

190
00:13:13,320 --> 00:13:14,735
มีน้ำมูก มีเมือกต่าง ๆ ที่คอยดักจับสิ่งแปลกปลอมก่อนที่จะเข้าไป

191
00:13:14,735 --> 00:13:18,735
ในท่อลมนะครับ

192
00:13:20,170 --> 00:13:22,287
ซึ่งในท่อลมเองก็จะมีการหลั่งเมือกนะครับ เพื่อดักจับฝุ่นละออง

193
00:13:22,287 --> 00:13:26,287
แล้วก็เชื้อจุลินทรีย์ที่เข้ามา

194
00:13:28,217 --> 00:13:29,722
เชื้อจุลินทรีย์หรือว่าสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาได้ถึงท่อลมแล้วนี่

195
00:13:29,722 --> 00:13:31,462
ก็จะมีซีเรีย

196
00:13:31,462 --> 00:13:35,462
ที่จะ

197
00:13:37,521 --> 00:13:41,259
มีทำหน้าที่โบกพัดให้สิ่งแปลกปลอมเหล่านี้มันกลับขึ้นไปในระบบหายใจของเรากับทางจมูก

198
00:13:41,259 --> 00:13:45,259
แล้วก็จะกำจัดออกจากร่างกายด้วยการไอหรือจามนะครับ

199
00:13:48,856 --> 00:13:51,937
เวลาที่ตอนนี้ที่มันมีสถานการณ์ของโควิดอยู่ ฉะนั้น เขา

200
00:13:51,937 --> 00:13:55,937
ก็เลยรณรงค์ให้เราใส่หน้ากากอนามัย

201
00:13:57,020 --> 00:13:59,397
ป้องกันเชื้อโรคที่จะออกมาจากการไอหรือจามของเรานั่นเองนะครับ

202
00:13:59,397 --> 00:14:01,957
อันนี้ก็เชื่อมโยง

203
00:14:01,957 --> 00:14:04,644
กับชีวิตประจำวันของเรานั้นเองนะครับ

204
00:14:04,644 --> 00:14:06,299
อวัยวะถัดมา ก็คือกระเพาะ กระเพาะอาหารนะครับ

205
00:14:06,299 --> 00:14:10,299
กระเพาะอาหารจะมีกรด

206
00:14:13,012 --> 00:14:17,012
ก็คือกรดไฮโดรคลอริกนั่นแหละที่เรารู้จักกันดีเพราะมี pH แบบต่ำมากเลยนะครับ

207
00:14:17,256 --> 00:14:21,256
จะทำลายแบคทีเรียที่ลงไปกับอาหารที่เรากินนะครับ

208
00:14:22,662 --> 00:14:26,662
เพราะว่าอาหารที่เรากินโดยเฉพาะของสดต่าง ๆ เช่น ผักผลไม้สดก็จะมีการ

209
00:14:28,139 --> 00:14:29,828
ส่วนของเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมอยู่มากเช่นนั้นกรดในกระเพาะอาหารจะทำหน้าที่ทำลายเชื้อโรคหรือสิ่ง

210
00:14:29,828 --> 00:14:31,266
ความเหล่านี้ไม่ให้เข้าสู่เนื้อเยื่อ

211
00:14:31,266 --> 00:14:34,124
ของเรานะครับ

212
00:14:34,124 --> 00:14:36,271
ถัดลงมาทางด้านล่างนะครับ

213
00:14:36,271 --> 00:14:37,687
ก็คือตัวกระเพาะปัสสาวะ

214
00:14:37,687 --> 00:14:39,306
กระเพาะปัสสาวะ

215
00:14:39,306 --> 00:14:43,306
นี่จะทำหน้าที่

216
00:14:44,980 --> 00:14:48,784
ขับปัสสาวะออกจากร่างกาย ในขณะเดียวกันก็จะช่วยพาพวกเชื้อโรค

217
00:14:48,784 --> 00:14:52,784
อย่างพวกจุลินทรีย์ต่าง ๆ ออกมาทางท่อปัสสาวะด้วยนะครับ

218
00:14:52,919 --> 00:14:55,254
และสุดท้ายคือช่องคลอด

219
00:14:55,254 --> 00:14:59,254
ซึ่งช่องคลอดจะมีภาวะที่เป็นกรด

220
00:14:59,634 --> 00:15:03,634
ก็จะทำหน้าที่ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรคด้วยเหมือนกันครับ

221
00:15:04,888 --> 00:15:08,888
นักเรียนก็ได้ทราบกันไปแล้วนะครับ

222
00:15:12,900 --> 00:15:16,900
ว่าในร่างกายของเรานอกจากอวัยวะที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันแล้ว ยังมีอวัยวะหรือเนื้อเยื่อในระบบอื่น ๆ

223
00:15:19,769 --> 00:15:23,769
ที่ทำหน้าที่ต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมก่อนที่จะเข้าสู่เนื้อเยื่อของร่างกายของเรานะครับ

224
00:15:27,357 --> 00:15:28,547
แล้วถ้าแนวป้องกันเหล่านี้ถูกทำลายนะครับ

225
00:15:28,547 --> 00:15:31,255
เช่น

226
00:15:31,255 --> 00:15:35,255
เกิดบาดแผลขึ้นนะครับ

227
00:15:37,668 --> 00:15:41,668
หรือว่ามีเชื้อโรคที่สร้างเอนไซม์มาย่อยสลายเซลล์เยื่อบุผิวต่าง ๆ นะครับ

228
00:15:42,652 --> 00:15:46,056
ร่างกายเราจะมีกลไกในการต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอม

229
00:15:46,056 --> 00:15:50,056
ที่เข้ามาสู่เนื้อเยื่อของเราได้อย่างไรนะครับ

230
00:15:50,255 --> 00:15:53,927
แล้วถ้าครูมี

231
00:15:53,927 --> 00:15:57,927
ข้อความตรงนี้ให้ว่าเมื่อเกิดบาดแผล

232
00:16:00,674 --> 00:16:04,674
สิ่งที่เราสังเกตเห็นจากบาดแผลของเรา ก็คือจะมีเลือดไหลออกมาใช่ไหมครับ เนื่องจากว่า

233
00:16:07,144 --> 00:16:08,285
หลอดเลือดฝอยเราถูกทำลาย หรือบางครั้งอาจจะเกิดอาการบวมแดงหรือบริเวณบาดแผลนี้มีอุณหภูมิ

234
00:16:08,285 --> 00:16:11,544
สูงที่สูงขึ้น

235
00:16:11,544 --> 00:16:15,544
จากอุณหภูมิปกติของร่างกายเรา

236
00:16:16,614 --> 00:16:18,326
กลไกอันนี้ก็ถือว่าเป็นการต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอม

237
00:16:18,326 --> 00:16:20,687
ที่อยู่ในเนื้อเยื่อของเรา

238
00:16:20,687 --> 00:16:24,687
คำถามก็คือ

239
00:16:24,745 --> 00:16:28,745
ลักษณะดังกล่าวนี่เรียกว่าอะไรนะครับ

240
00:16:30,967 --> 00:16:34,967
แล้วก็เหตุใดจึงมักเกิดลักษณะดังกล่าวคือเมื่อเกิดบาดแผลขึ้นตามร่างกายของเรา

241
00:16:35,067 --> 00:16:38,880
ลองตอบคำถามกันดูนะครับ

242
00:16:38,880 --> 00:16:42,880
ได้เดี๋ยวเรามาได้เรียนรู้กันต่อไป

243
00:16:43,902 --> 00:16:47,902
ลักษณะบาดแผลที่เราเห็นได้นะครับ

244
00:16:49,592 --> 00:16:53,592
ก็เป็นกลไกการต่อต้านและทำลายสิ่งแปลกปลอมแบบไม่จำเพาะรูปแบบหนึ่งนะครับ

245
00:16:54,463 --> 00:16:58,463
เกิดขึ้นเมื่อมีเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมเข้าไปในเนื้อเยื่อเราได้แล้วนะครับ

246
00:16:59,572 --> 00:17:03,572
เราจะเรียกกลไกนี้ว่า "การอักเสบ" หรือ inflammation นะครับ

247
00:17:07,587 --> 00:17:11,500
การอักเสบจะเกิดขึ้นไปพร้อม ๆ กับการทำงานของเซลล์อีกกลุ่มหนึ่งนะครับ ที่เรียกว่าฟาโกไซต์นะครับ

248
00:17:11,500 --> 00:17:15,159
ส่วนกลุ่มฟาโกไซต์จะคอยดักจับและทำลายสิ่งแปลกปลอม

249
00:17:15,159 --> 00:17:19,159
พี่เข้าไปสู่เนื้อเยื่อของเราผ่านทางปากแผลนะครับ

250
00:17:23,793 --> 00:17:27,793
เรามาทำความรู้จักของเซลล์กลุ่มฟาโกไซต์เพิ่มเติมนะครับ จริง ๆ แล้วเซลล์กลุ่มฟาโกไซต์ก็เป็นเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดหนึ่งนะครับ

251
00:17:29,307 --> 00:17:33,307
ได้แก่ นิวโทรฟิลโมโนไซต์โดยเจ้าฟาโกไซต์นะครับ

252
00:17:34,649 --> 00:17:38,649
จะสามารถแทรกตัวออกจากหลอดเลือดฝอยของเราได้นะคะ เพื่อไปตามเนื้อเยื่อต่าง ๆ

253
00:17:40,753 --> 00:17:43,827
โดยเมื่อมันแทรกตัวเข้าไปที่เนื้อเยื่อแล้วนี่มาจากขยายขนาดใหญ่ขึ้นนะครับ

254
00:17:43,827 --> 00:17:44,619
กลายเป็นเซลล์ที่เรียกว่าแมโครฟาจ

255
00:17:44,619 --> 00:17:48,619
ครับ

256
00:17:50,573 --> 00:17:54,573
โดยแมคโครฟาจจะมีประสิทธิภาพสูงในการดักจับและทำลายเชื้อโรคที่เข้าสู่บาดแผลของเรานะครับ

257
00:17:55,506 --> 00:17:59,506
อันนี้ก็คือรูปของนิวโทรฟิลโมโนไซต์แล้วก็

258
00:17:59,861 --> 00:18:03,861
แมโครฟาจภายใต้กล้องจุลทรรศน์ก่อนใช้แสงนะครับ จะมีลักษณะต่าง ๆ ดังนี้นะครับ

259
00:18:06,664 --> 00:18:09,121
กลไกไปที่เกิดขึ้นเมื่อ

260
00:18:09,121 --> 00:18:10,673
เราเกิดบาดแผลแล้วก็กัน

261
00:18:10,673 --> 00:18:14,578
เกิดการอักเสบตามมา

262
00:18:14,578 --> 00:18:18,578
นี่เกิดขึ้นอย่างไรครับ ก็คือเมื่อเกิดบาดแผลจะเกิดสัญญาณเคมี

263
00:18:20,203 --> 00:18:21,344
ซึ่งสัญญาณเคมีมาจากอะไรมาจากอะไร เนื้อเยื่อที่เสียหายหรือว่าตัวเชื้อโรคหรือสิ่ง

264
00:18:21,344 --> 00:18:25,344
ตอนนั้นเองนะครับ

265
00:18:25,698 --> 00:18:28,818
เมื่อมีสัญญาณเคมีเกิดขึ้นจะดึงดูดเซลล์

266
00:18:28,818 --> 00:18:32,818
กลุ่มฟาโกไซต์มาที่หลอดเลือดมากขึ้นนะครับ

267
00:18:34,002 --> 00:18:35,637
มาถึงเซลล์กลุ่มฟาโกไซต์มาถึงก็จะคอยดักจับ

268
00:18:35,637 --> 00:18:38,605
เชื้อโรค

269
00:18:38,605 --> 00:18:40,731
ไม่ให้แพร่กระจายไปยังบริเวณต่าง ๆ นะครับ

270
00:18:40,731 --> 00:18:43,567
เราเรียกกระบวนการ

271
00:18:43,567 --> 00:18:47,341
ที่เซลล์กลุ่มฟาโกไซต์ดักจับเชื้อโรค

272
00:18:47,341 --> 00:18:51,341
ว่า "การเกิดฟาโกไซโทซิส" นะครับ

273
00:18:52,690 --> 00:18:55,212
นอกจากนี้

274
00:18:55,212 --> 00:18:56,435
กระบวนการอักเสบยังทำให้เกิด

275
00:18:56,435 --> 00:19:00,435
ลักษณะ

276
00:19:01,728 --> 00:19:05,728
อาการต่าง ๆ ตามมานะครับ ก็คือหลอดเลือดฝอยมีการขยายตัวเกิดขึ้นนะครับ

277
00:19:06,823 --> 00:19:07,936
มีการนำเลือดและก็สะสมเซลล์เม็ดเลือดขาวบริเวณนั้นมากขึ้นนะครับ

278
00:19:07,936 --> 00:19:08,726
ผ่านของ

279
00:19:08,726 --> 00:19:11,914
น้ำเหลือง

280
00:19:11,914 --> 00:19:15,170
แล้วก็เกิดอาการบวมแดงนะครับ

281
00:19:15,170 --> 00:19:19,170
รวมทั้งอุณหภูมิบริเวณนั้นอาจจะสูงขึ้นด้วยนะครับ

282
00:19:21,132 --> 00:19:24,352
เราก็เรียกรวมกันทั้งหมดนี้ว่าการเกิดการอักเสบซึ่งอย่างที่ครูบอกไปแล้วว่ามันเป็น

283
00:19:24,352 --> 00:19:28,352
ไกลการต่อต้านและทำลายสิ่งแปลกปลอมรูปแบบหนึ่งนะครับ

284
00:19:28,454 --> 00:19:30,331
อันนี้คือภาพรวมโดยสรุป

285
00:19:30,331 --> 00:19:34,331
ของการอักเสบนะครับ

286
00:19:38,295 --> 00:19:41,579
จะเห็นว่าภาพ ก. ก็คือสัญญาณเคมีจะถูกส่งออกมาดึงดูดเซลล์กลุ่มฟาโกไซต์โดยเฉพาะ

287
00:19:41,579 --> 00:19:45,579
แมคโครฟาจให้เกิดกระบวนการฟาโกไซโทซิส

288
00:19:47,064 --> 00:19:51,064
ที่จะคอยดักจับแล้วก็ทำลายเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมบริเวณบาดแผลนะครับ

289
00:19:51,339 --> 00:19:53,770
หลังจากนั้นเชื้อโรคที่ถูกทำลาย

290
00:19:53,770 --> 00:19:55,622
จะรวมกับฟาโกไซต์ที่ตายแล้วนะครับ

291
00:19:55,622 --> 00:19:58,702
กลายเป็นหนอง

292
00:19:58,702 --> 00:20:01,170
ก็จะมีการแบ่งเซลล์บริเวณที่เกิดบาดแผล

293
00:20:01,170 --> 00:20:05,170
ซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่ถูกทำลายด้วยนะครับ

294
00:20:05,182 --> 00:20:07,365
หนังสือเรียนชีวภาพนี่

295
00:20:07,365 --> 00:20:10,773
จะมีกรอบความรู้นะครับ

296
00:20:10,773 --> 00:20:13,680
อันนี้ก็จะเป็นกรอบเชื่อมโยงกับสุขภาพ

297
00:20:13,680 --> 00:20:16,721
เห็นว่าสิ่งที่

298
00:20:16,721 --> 00:20:20,721
เนื้อหาที่ปรากฏอยู่ในหนังสือเรียน

299
00:20:21,981 --> 00:20:23,118
วิทยาศาสตร์ชีวภาพ จะพยายามเชื่อมโยงให้นักเรียนได้นำความรู้ในสิ่งที่ได้เรียนมานะครับ

300
00:20:23,118 --> 00:20:27,118
ไปเชื่อมโยง

301
00:20:28,415 --> 00:20:29,729
กับสิ่งที่พบได้ในชีวิตประจำวันของนักเรียน เพื่อให้นักเรียนสามารถเข้าใจ

302
00:20:29,729 --> 00:20:33,729
อธิบาย

303
00:20:35,918 --> 00:20:39,269
หรือรู้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเกิดกับตัวนักเรียนเองหรือสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบตัวเรานะครับ

304
00:20:39,269 --> 00:20:43,269
อย่างตัวอย่าง

305
00:20:44,845 --> 00:20:47,884
เชื่อมสุขภาพนี้จะเป็นความรู้เกี่ยวกับเรื่องของการเกิดสิวนะครับ หรือสิวอักเสบที่พบกันได้มาก

306
00:20:47,884 --> 00:20:51,884
ในช่วงวัยรุ่น หรือว่าช่วงวัยของนักเรียนนะครับ

307
00:20:55,681 --> 00:20:59,681
หลังจากที่เราเรียนมาทั้งหมดแล้วเรามาตรวจสอบความเข้าใจกันดูว่านักเรียนเข้าใจในเรื่องระบบภูมิคุ้ม

308
00:21:00,944 --> 00:21:02,571
กันนะครับ โดยเฉพาะในหัวข้อกลไกการต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมแบบไม่จำเพาะ

309
00:21:02,571 --> 00:21:06,571
มากน้อยแค่ไหน

310
00:21:06,865 --> 00:21:10,865
มาดูสิว่าเราตรวจสอบความเข้าใจกันอย่างไรบ้างนะครับ

311
00:21:12,524 --> 00:21:16,524
ลองหยิบกระดาษกับปากกาขึ้นมานะครับ แล้วก็เขียนแผนผังสรุปกลไกการต่อต้านหรือทำลายสิ่ง

312
00:21:18,300 --> 00:21:20,463
แบบฟอร์มแบบไม่จำเพาะ ดูสิว่านักเรียนจะเขียนได้ว่าอย่างไรบ้าง อาจจะไม่จำเป็นต้องเหมือนกันนะครับ

313
00:21:20,463 --> 00:21:23,462
เริ่มต้นจากตรงไหนก็ได้ เดี๋ยวมาดูกันว่า

314
00:21:23,462 --> 00:21:24,497
จะเหมือนกับที่คุณครูได้ทำ

315
00:21:24,497 --> 00:21:28,497
มีตัวอย่างไหมครับ

316
00:21:29,546 --> 00:21:33,546
อันนี้ก็เป็นตัวอย่างของ

317
00:21:35,483 --> 00:21:37,809
แผนผังที่คุณครูได้เขียนให้นักเรียนดูนะครับ ลองไปศึกษากันดู ก็จะมีทั้ง

318
00:21:37,809 --> 00:21:40,839
กลไกการต่อต้านสิ่งแปลกปลอมที่

319
00:21:40,839 --> 00:21:44,839
ก่อนที่จะเข้าสู่ร่างกายของเรานะครับ

320
00:21:47,866 --> 00:21:51,866
มีอะไรบ้างนะครับ รวมทั้งกลไกการต่อต้านทำลายสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่เนื้อเยื่อในร่างกายของเราแล้วนะคะ

321
00:21:56,593 --> 00:22:00,593
แล้วหลังจากเรียนมาทั้งหมดแล้ว นักเรียนสรุปเนื้อหาที่ได้จากบทเรียนนี้กันว่าอย่างไรบ้าง

322
00:22:05,676 --> 00:22:06,827
อันนี้เป็นที่คุณครูสรุปได้นะครับ ก็คือข้อแรกเลยร่างกายของเรานี้มีกลไกการต่อต้านหรือทำลายสิ่ง

323
00:22:06,827 --> 00:22:09,647
นะครับ

324
00:22:09,647 --> 00:22:13,647
โดยการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน

325
00:22:16,018 --> 00:22:17,965
และที่เราเรียนกันวันนี้ ก็คือกลไกการต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมแบบไม่จำเพาะ ตัวอย่างเช่น

326
00:22:17,965 --> 00:22:21,965
ผิวหนัง

327
00:22:24,590 --> 00:22:26,068
หรือเหงื่อ หรือน้ำตา หรือกรดจากกระเพาะอาหารนะครับ ที่จะเป็นด่านแรกในการป้องกันไม่ให้เชื้อโรค

328
00:22:26,068 --> 00:22:29,204
นี่

329
00:22:29,204 --> 00:22:33,204
เข้าสู่ในเยื้อร่างกายของเราได้

330
00:22:36,649 --> 00:22:38,792
และเมื่อสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ในร่างกายของเราแล้วจะมีคนตายหรือสิ่งที่ตามมาคือการอักเสบ

331
00:22:38,792 --> 00:22:41,752
การอักเสบและทำงานร่วมกับ

332
00:22:41,752 --> 00:22:45,131
เซลล์เม็ดเลือดขาวกลุ่มฟาโกไซต์

333
00:22:45,131 --> 00:22:49,131
เพื่อจัดการสิ่งแปลกปลอมอีกครั้งหนึ่งนะครับ

334
00:22:52,244 --> 00:22:55,403
ในครั้งต่อไปเราจะมาพบกับระบบภูมิคุ้มกันในตอนที่ 2 นะครับ ซึ่งจะเรียนเรื่องเกี่ยวกับ

335
00:22:55,403 --> 00:22:59,403
กลไกการต่อต้านและทำลายสิ่งแปลกปลอมแบบจำเพาะ

336
00:23:01,875 --> 00:23:03,165
เราจะมาดูกันว่ากลไกแบบจำเพาะกับไม่จำเพาะนี่เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร และทำไม

337
00:23:03,165 --> 00:23:05,658
เรียกกันแบบนั้นล่ะครับ

338
00:23:05,658 --> 00:23:07,273
สำหรับวันนี้สวัสดีครับ

339
00:23:07,273 --> 00:23:11,273
[เสียงดนตรี]

