--- title: (สำรอง)ระบบภูมิคุ้มกัน ตอน 1 กลไกการต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมแบบไม่จำเพาะ (23.30 นาที) subtitle: date: วันอังคารที่ 23 เมษายน 2567 เวลา 14.00 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) [เสียงดนตรี] สวัสดีครับ นักเรียนมาพบกับผมครูธีรภัทรนะครับ วันนี้เราจะมาเรียนเรื่องระบบคุ้มกันครับ ในเรื่องระบบกันนี่หนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ชีวภาพนะครับ จะอยู่ในบทที่ 2 เรื่องการรักษาดุลยภาพร่างกายมนุษย์นะครับ ในหัวข้อที่ 2.4 หัวข้อ 2.4 จะมีอยู่ด้วยกัน 3 หัวข้อย่อยก็คือหัวข้อแรกจะเป็นเรื่องของกลไกต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมแบบไม่จำเพาะนะครับ หัวข้อที่ 2 ก็จะเป็นกลไกแบบจำเพาะ และหัวข้อที่ 3 ก็จะเป็นเรื่องของความผิดปกติของภูมิคุ้มกัน ในวันนี้เราจะมาเรียนกันในหัวข้อแรกนะครับ ก็คือเรื่องกลไกการต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกแบบไม่จำเพาะ แต่ว่าก่อนอื่นนี่เราจะมาเรียนเนื้อหาคร่าว ๆ กันก่อนระบบภูมิคุ้มกันคืออะไรนะครับ จุดประสงค์ของเรื่องนี้นะครับ ก็คาดหวังว่านักเรียนจะสามารถอธิบายบทบาทของอวัยวะหรือเนื้อเยื่อที่ทำหน้าที่ป้องกันหรือทำลายเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมได้นะครับ อันที่ 2 ก็คือสามารถอธิบายหรือเขียนแผนผังเกี่ยวข้องกับกลไกการต่อต้าน หรือทำลายสิ่งแปลกปลอมแบบไม่จำเพาะได้ครับ นักเรียนลองมาดูรูปนี้ก่อนนะครับ นักเรียนรู้จักอะไรในรูปนี้บ้าง ครูจะให้เวลาลองคิดนะครับ มันก็คือเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมที่อยู่รอบ ๆ ตัวเรานั่นเอง นักเรียนรู้จักอะไรบ้างนะครับ ก็จะมีทั้งแบคทีเรีย รา ไวรัส ปรสิต กระทั่งเรณูของดอกไม้นะครับ ในแต่ละวันร่างกายมีโอกาสได้รับเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอม เช่น ไวรัสแบคทีเรียหรือสารพิษต่าง ๆ ผ่านเข้ามาทางใดได้บ้าง นักเรียนลองตอบคำถามดูนะครับ อันที่ 2 ก็คือเมื่อร่างกายได้รับแล้วนี่จะทำให้เกิดอันตรายหรือเจ็บทุกครั้งเสมอไปหรือไม่นะครับ อันนี้เป็น 2 คำถามที่คุณครูจะให้นักเรียนได้ลองคิดกันดูนะครับ นอกจากนี้ยังมีคำถามเพิ่มอีกว่าในบางครั้งร่างกายของแต่ละคนนี่ อาจจะได้รับเชื้อโรคหรือสิ่งสิ่งแปลกปลอมชนิดเดียวกัน แต่ว่าอาจจะแสดงออกอาการที่เจ็บป่วยแตกต่างกันไป บางคนอาจจะไม่เจ็บป่วยเลยก็ได้ เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้นครับ มี 3 คำถามด้วยกันแล้วนะที่ให้นักเรียนลองคิด เราจะมาหาคำตอบกันได้ในบทเรียนเรื่องระบบภูมิคุ้มกันในวันนี้ครับ นักเรียนบางคนอาจจะพอตอบคำถามได้นะครับ ว่าระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายแต่ละคนนี่มีการตอบสนองต่อเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมที่ต่างกันนี่เอง จึงเป็นสาเหตุของการแสดงออกของโรคหรืออาการที่แตกต่างกันไปนะครับ มีคำตอบมาอีกนะครับ ว่าแล้วระบบภูมิคุ้มกันนี่มีการตอบสนองต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกายเราได้อย่างไรครับ เดี๋ยวเราลองช่วยกันคิดนะ จริง ๆ แล้วนักเรียนบางคนอาจจะพอตอบได้ หรือบางคนอาจจะยังตอบไม่ได้ก็ไม่แปลกครับ เพราะว่าจริง ๆ แล้วระบบภูมิคุ้มกันนี่เป็นระบบที่ค่อนข้างมีความซับซ้อน ก่อนที่เราจะมาเรียนว่าระบบภูมิคุ้มกันมีการทำลาย มีการทำงาน มีการตอบสนองหรือตอบทำลายสิ่งแปลกปลอมได้อย่างไร เรามาดูกันก่อนว่ามีอวัยวะหรือเนื้อเยื่อใดบ้างที่ทำงานเกี่ยวลองกับระบบภูมิคุ้มกันของเรา เรามาดูกันนะครับ ว่าอวัยวะและเนื้อเยื่อในระบบภูมิคุ้มกันมีอะไรบ้าง กลุ่มแรกสร้างและพัฒนากลุ่มลิมโฟไซต์ คือ ไขกระดูกและไทมัสครับ นักเรียนจำคำนี้ไว้ก่อนครับ ลิมโฟไซต์ นักเรียนอาจจะยังไม่รู้จักมันตอนนี้ แต่ว่าลิมโฟไซต์จะมีบทบาทที่สำคัญในเรื่องระบบโครงการของเรานะครับ ต่อมาจะเป็นกลุ่มที่เป็นอวัยวะที่ทำหน้าที่ดักจับและทำลายสิ่งแปลกปลอม ซึ่งก็ได้แก่ม้ามและต่อมน้ำเหลืองนะครับ มาดูกลุ่มสุดท้าย กลุ่มสุดท้ายจะเป็นเนื้อเยื่อบริเวณต่าง ๆ ที่ทำหน้าที่ดักจับแล้วก็ทำลายสิ่งแปลกปลอม เช่น ทอมซินและก็น้ำเหลือง นักเรียนก็ได้ทราบกันแล้วนะครับ ว่ามีอวัยวะหรือเนื้อเยื่อใดบ้างที่เกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกัน คำถามที่ครูจะถามต่อมา ก็คืออวัยวะและเนื้อเยื่อเหล่านี้ นักเรียนคิดว่าอยู่ที่บริเวณใดบ้างในร่างกายของเรา ลองมาช่วยกันคิดนะครับ จากรูปนะครับ นักเรียนจะเห็นได้ว่าอวัยวะหรือเนื้อเยื่อน้ำเหลืองบางชนิด เช่น ไขกระดูก ต่อมน้ำเหลือง หรือหลอดน้ำเหลืองนี่จะพบได้กระจายอยู่ทั่วไปในร่างกายของเรา แต่ถ้าเป็นอวัยวะหรือเนื้อเยื่อบางอย่าง เช่น ทอนซิล ม้าม หรือว่าไส้ติ่งนี่ เป็นอวัยวะที่พบได้ในจุดเดียวของร่างกาย แต่ว่าจะพบอยู่ในบริเวณที่แตกต่างกันไปนะครับ คำถามต่อมา ก็คือเหตุใดเราจึงพบอวัยวะหรือเนื้อเยื่อเหล่านี้อยู่ทั่วไปในร่างกายของเรานักเรียนบางคนอาจจะยังตอบคำถามที่ครูถามเมื่อสักครู่ไม่ได้นะครับ เดี๋ยวครูจะมีความรู้เพิ่มเติมจากหนังสือเรียนให้ แล้วดูสิว่าเราจะตอบคำถามเหล่านี้ได้หรือเปล่า มาดูอันแรกกันเลยนะครับ มันก็คือ ลิมโฟไซต์นี่คือเซลล์เม็ดเลือดขาวที่สามารถตอบสนองหรือว่าทำลายสิ่งแปลกปลอมได้อย่างจำเพาะนะครับ โดยอาศัยสารที่สร้างขึ้นมาจากตัวลิมโฟไซต์นี่ เช่น แอนติบอดี นักเรียนคุ้น ๆ คำว่า "ลิมโฟไซต์" กันใช่ไหมครับ ที่เราเพิ่งเจอกันไปเมื่อกี้นะครับ แล้วก็จะมีคำใหม่ขึ้นมาก็คือคำว่า "แอนติบอดี" เดี๋ยวเราจะได้เรียนเรื่องแอนติบอดกันต่อไปนะครับ เรามาลองโฟกัสที่ครูวงกลมสีแดงอันก่อนว่าตัวหนึ่ง ก็คือตัวเซลล์เม็ดเลือดขาวที่สามารถตอบสนองและทำลายสิ่งแปลกปลอมได้นะครับ พอจะตอบคำถามได้หรือยัง ถ้ายังไม่ได้มาดูอันถัดไปนะครับ ก็คือความรู้เกี่ยวกับไส้ติ่ง ไส้ติ่งหรือ Appendix จะมีลักษณะเป็นท่อปลายตันนะครับ อยู่บริเวณลำไส้ใหญ่ส่วนต้นนะครับ มีความยาวประมาณสัก 17 เซนติเมตร ภายในของไส้ติ่งจะมีลิมโฟไซต์คำว่า "ลิมโฟไซต์" อีกแล้วนะ อยู่กันหนาแน่นมากเลยนะครับ แล้วก็ยังอาจจะเป็นที่อยู่ของแบคทีเรียที่จะเป็นประโยชน์ต่อระบบย่อยอาหารอีกด้วย เหมือนเดิม เราลองโฟกัสเฉพาะที่ครูวงกลมสีแดงเอาไว้นะครับ ว่าเจ้าไส้ติ่งนี่มันเป็นที่มีลิมโฟไซต์อยู่หนาแน่นนะครับ และลิมโฟไซต์ยังเกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันด้วย พอจะตอบคำถามกันได้บ้างหรือยังครับ อย่างนั้นเรามาลองทวนคำถามที่ครูบอกอีกทีนะ ว่าเหตุใดอวัยวะและเนื้อเยื่อที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันนี่จึงพบอยู่ทั่วร่างกายของเรา น่าจะตอบกันได้แล้วนะ อย่างนั้นเราลองมาดูที่ครูเฉลยกันนะครับ เหตุผลแรก ก็คือเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมนี่ อย่างสไลด์แรกที่ครูพูดไปนี่ มันมีพบอยู่ทั่วไปรอบร่างกายเราเลย ฉะนั้น มันก็สามารถที่จะเข้าสู่ร่างกายหรือเนื้อเยื่อเราได้เกือบทุกบริเวณเลยนะครับ ดังนั้นอวัยวะหรือเนื้อเยื่อที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันนี่ จึงต้องกระจายอยู่ทั่วบริเวณต่าง ๆ ของร่างกายของเรานะครับ เหตุผลออกมา ก็คือเจ้าลิมโฟไซต์ที่เป็นพระเอกของเรานี่ เมื่อกี้เรารู้ไปแล้วว่าลิมโฟไซต์จะสร้างและพัฒนาที่บริเวณไหนครับ บริเวณไขกระดูกและก็ไทมัสใช่ไหมคะ ซึ่งเมื่อสร้างบริเวณเหล่านั้นนี่ แต่ว่ามันจำเป็นต้องอาศัยเนื้อเยื่อหรืออวัยวะอื่น ๆ เช่น หลอดเลือด... หลอดน้ำเหลืองนะครับ ในการลำเลียงไปทั่วร่างกายของเรา แล้วก็เหตุผลถัดมา ก็คือเมื่อลำเลียงลิมโฟไซต์เหล่านี้ไปแล้วนี่ ก็ยังจำเป็นต้องมีอวัยวะหรือเนื้อเยื่อที่เป็นที่สะสมลิมโฟไซต์เหล่านี้ เพราะเมื่อเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมเข้ามาที่บริเวณใดก็ตามนะครับ ลิมโฟไซต์ก็จะสามารถทำหน้าที่ตอบสนองหรือว่าทำลายสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาสู่ร่างกายเราได้ทันทีนะคะ อันนี้ก็จะเป็นคำตอบที่สำหรับคำถามที่ครูถามไปเมื่อกี้ครับ นักเรียนลองพิจารณาข้อความที่ปรากฏอยู่นี่นะครับ และเดี๋ยวเราลองมาคิดจากคำถามที่ครูจะถามกันนะครับ คำถามที่จะให้นักเรียนลองคิด ก็คือกลไกแบบไม่จำเพาะ และกลไกแบบจำเพาะนี่คืออะไร และเหตุใดร่างกายของเราจึงต้องมีกลไกทั้ง 2 แบบ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกัน เดี๋ยวเราจะมาเรียนรู้กันไปทีละกลไกนะครับ เริ่มต้นจากกลไกการต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมแบบไม่จำเพาะก่อน กลไกนี้จะแบ่งออกได้เป็น 2 กลไกหลัก ๆ ก็คืออันแรกมันเป็นการต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมที่จะเข้าสู่เนื้อเยื่อบริเวณต่าง ๆ ของร่างกาย อันนี้คุณครูย้ำนิดหนึ่งนะครับ ว่าก่อนที่จะเข้าสู่เนื้อเยื่อของร่างกายของเรานั่นเองนะครับ กลไกถัดมาก็คือต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมอยู่ในเนื้อเยื่อของร่างกายของเราแล้วนะครับ จากที่คุณครูได้กล่าวไปก่อนหน้านี้แล้วว่ากลไกในระบบภูมิคุ้มกันนี่เป็นระบบที่มีความซับซ้อน ฉะนั้น เราทราบไปแล้วว่ามีอวัยวะหรือเนื้อเยื่ออะไรบ้างที่เกี่ยวข้องกับระบบการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ในความเป็นจริงแล้วยังมีอวัยวะหรือเนื้อเยื่ออื่น ๆ ในระบบต่าง ๆ ของร่างกายนี่ ที่ทำหน้าที่ต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมก่อนที่จะเข้าสู่เนื้อเยื่อของร่างกายของเราเช่นกัน นักเรียนพอจะทราบไหมครับ ว่าอวัยวะหรือเนื้อเยื่อในระบบอื่น ๆ ของร่างกายนี่ อะไรบ้างที่ทำหน้าที่ที่ครูกล่าวมานะครับ ถ้ามาดูจากรูปก็พอจะเห็นกันนะครับ ว่าครูทำเป็นกล่องไว้นะและนักเรียนลองเดาสิว่าอวัยวะเหล่านี้ทำหน้าที่ในการต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกที่เข้าสู่เนื้อเยื่ออย่างไรบ้าง เดี๋ยวครูให้เวลาคิดสักครู่นะครับ เรามาลองดูกันที่อวัยวะหรือเนื้อเยื่อกันเลยนะครับ ไล่จากข้างบนเลย อันแรกก็คือครูของเรานี่แหละนะครับ ภายในหูนี่จะมีขี้หูทำหน้าที่ดักจับฝุ่นละอองหรือว่าแมลงหรือสิ่งแปลกปลอมที่จะเข้าไปทางหูของเรานะครับ ต่อมา คือ ผิวหนัง ผิวหนังนี่จะมีบทบาทสำคัญมากเลย เพราะว่าทุกส่วนของร่างกายเราก็จะมีผิวหนังห่อหุ้มนะครับ ผิวหนังจะทำหน้าที่หลัก ๆ ในการป้องกันการบุกรุกของเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอม ในขณะเดียวกันนะครับ ที่ผิวหนังก็จะมีต่อมเหงื่อและต่อมไขมัน ซึ่งเกิดจากต่อมเหงื่อและน้ำมันจากต่อมไขมันนี่ จะยับยั้งการเจริญเติบโตของเด็กยาบางชนิดได้นะครับ ถัดมาก็คือบริเวณตาของเรานี่แหละนะครับ ในตาจะมีน้ำตา ซึ่งจะมีเอนไซม์ชื่อว่าไลโซไซม์นะครับ ทำหน้าที่ย่อยผนังเซลล์ของแบคทีเรียซึ่งก็คือสิ่งแปลกปลอมรูปแบบหนึ่งนะครับ ถัดมาว่าจะเป็นระบบหายใจ ซึ่งก็จะมีจริง ๆ จะมีจมูกด้วยนะครับ จมูกก็จะมีขนจมูก มีน้ำมูก มีเมือกต่าง ๆ ที่คอยดักจับสิ่งแปลกปลอมก่อนที่จะเข้าไปในท่อลมนะครับ ซึ่งในท่อลมเองก็จะมีการหลั่งเมือกนะครับ เพื่อดักจับฝุ่นละอองแล้วก็เชื้อจุลินทรีย์ที่เข้ามา เชื้อจุลินทรีย์หรือว่าสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาได้ถึงท่อลมแล้วนี่ ก็จะมีซีเรียที่จะมีทำหน้าที่โบกพัดให้สิ่งแปลกปลอมเหล่านี้มันกลับขึ้นไปในระบบหายใจของเรากับทางจมูก แล้วก็จะกำจัดออกจากร่างกายด้วยการไอหรือจามนะครับ เวลาที่ตอนนี้ที่มันมีสถานการณ์ของโควิดอยู่ ฉะนั้น เขาก็เลยรณรงค์ให้เราใส่หน้ากากอนามัยป้องกันเชื้อโรคที่จะออกมาจากการไอหรือจามของเรานั่นเองนะครับ อันนี้ก็เชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันของเรานั้นเองนะครับ อวัยวะถัดมา ก็คือกระเพาะ กระเพาะอาหารนะครับ กระเพาะอาหารจะมีกรดก็คือกรดไฮโดรคลอริกนั่นแหละที่เรารู้จักกันดีเพราะมี pH แบบต่ำมากเลยนะครับ จะทำลายแบคทีเรียที่ลงไปกับอาหารที่เรากินนะครับ เพราะว่าอาหารที่เรากินโดยเฉพาะของสดต่าง ๆ เช่น ผักผลไม้สดก็จะมีการส่วนของเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมอยู่มากเช่นนั้นกรดในกระเพาะอาหารจะทำหน้าที่ทำลายเชื้อโรคหรือสิ่งความเหล่านี้ไม่ให้เข้าสู่เนื้อเยื่อของเรานะครับ ถัดลงมาทางด้านล่างนะครับ ก็คือตัวกระเพาะปัสสาวะ กระเพาะปัสสาวะนี่จะทำหน้าที่ขับปัสสาวะออกจากร่างกาย ในขณะเดียวกันก็จะช่วยพาพวกเชื้อโรคอย่างพวกจุลินทรีย์ต่าง ๆ ออกมาทางท่อปัสสาวะด้วยนะครับ และสุดท้ายคือช่องคลอด ซึ่งช่องคลอดจะมีภาวะที่เป็นกรด ก็จะทำหน้าที่ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรคด้วยเหมือนกันครับ นักเรียนก็ได้ทราบกันไปแล้วนะครับ ว่าในร่างกายของเรานอกจากอวัยวะที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันแล้ว ยังมีอวัยวะหรือเนื้อเยื่อในระบบอื่น ๆ ที่ทำหน้าที่ต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมก่อนที่จะเข้าสู่เนื้อเยื่อของร่างกายของเรานะครับ แล้วถ้าแนวป้องกันเหล่านี้ถูกทำลายนะครับ เช่น เกิดบาดแผลขึ้นนะครับ หรือว่ามีเชื้อโรคที่สร้างเอนไซม์มาย่อยสลายเซลล์เยื่อบุผิวต่าง ๆ นะครับ ร่างกายเราจะมีกลไกในการต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาสู่เนื้อเยื่อของเราได้อย่างไรนะครับ แล้วถ้าครูมีข้อความตรงนี้ให้ว่าเมื่อเกิดบาดแผลสิ่งที่เราสังเกตเห็นจากบาดแผลของเรา ก็คือจะมีเลือดไหลออกมาใช่ไหมครับ เนื่องจากว่าหลอดเลือดฝอยเราถูกทำลาย หรือบางครั้งอาจจะเกิดอาการบวมแดงหรือบริเวณบาดแผลนี้มีอุณหภูมิสูงที่สูงขึ้น จากอุณหภูมิปกติของร่างกายเรา กลไกอันนี้ก็ถือว่าเป็นการต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมที่อยู่ในเนื้อเยื่อของเรา คำถามก็คือ ลักษณะดังกล่าวนี่เรียกว่าอะไรนะครับ แล้วก็เหตุใดจึงมักเกิดลักษณะดังกล่าวคือเมื่อเกิดบาดแผลขึ้นตามร่างกายของเรา ลองตอบคำถามกันดูนะครับ ได้เดี๋ยวเรามาได้เรียนรู้กันต่อไป ลักษณะบาดแผลที่เราเห็นได้นะครับ ก็เป็นกลไกการต่อต้านและทำลายสิ่งแปลกปลอมแบบไม่จำเพาะรูปแบบหนึ่งนะครับ เกิดขึ้นเมื่อมีเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมเข้าไปในเนื้อเยื่อเราได้แล้วนะครับ เราจะเรียกกลไกนี้ว่า "การอักเสบ" หรือ inflammation นะครับ การอักเสบจะเกิดขึ้นไปพร้อม ๆ กับการทำงานของเซลล์อีกกลุ่มหนึ่งนะครับ ที่เรียกว่าฟาโกไซต์นะครับ ส่วนกลุ่มฟาโกไซต์จะคอยดักจับและทำลายสิ่งแปลกปลอมพี่เข้าไปสู่เนื้อเยื่อของเราผ่านทางปากแผลนะครับ เรามาทำความรู้จักของเซลล์กลุ่มฟาโกไซต์เพิ่มเติมนะครับ จริง ๆ แล้วเซลล์กลุ่มฟาโกไซต์ก็เป็นเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดหนึ่งนะครับ ได้แก่ นิวโทรฟิลโมโนไซต์โดยเจ้าฟาโกไซต์นะครับ จะสามารถแทรกตัวออกจากหลอดเลือดฝอยของเราได้นะคะ เพื่อไปตามเนื้อเยื่อต่าง ๆ โดยเมื่อมันแทรกตัวเข้าไปที่เนื้อเยื่อแล้วนี่มาจากขยายขนาดใหญ่ขึ้นนะครับ กลายเป็นเซลล์ที่เรียกว่าแมโครฟาจครับ โดยแมคโครฟาจจะมีประสิทธิภาพสูงในการดักจับและทำลายเชื้อโรคที่เข้าสู่บาดแผลของเรานะครับ อันนี้ก็คือรูปของนิวโทรฟิลโมโนไซต์แล้วก็แมโครฟาจภายใต้กล้องจุลทรรศน์ก่อนใช้แสงนะครับ จะมีลักษณะต่าง ๆ ดังนี้นะครับ กลไกไปที่เกิดขึ้นเมื่อเราเกิดบาดแผลแล้วก็กันเกิดการอักเสบตามมานี่เกิดขึ้นอย่างไรครับ ก็คือเมื่อเกิดบาดแผลจะเกิดสัญญาณเคมี ซึ่งสัญญาณเคมีมาจากอะไรมาจากอะไร เนื้อเยื่อที่เสียหายหรือว่าตัวเชื้อโรคหรือสิ่งตอนนั้นเองนะครับ เมื่อมีสัญญาณเคมีเกิดขึ้นจะดึงดูดเซลล์กลุ่มฟาโกไซต์มาที่หลอดเลือดมากขึ้นนะครับ มาถึงเซลล์กลุ่มฟาโกไซต์มาถึงก็จะคอยดักจับเชื้อโรคไม่ให้แพร่กระจายไปยังบริเวณต่าง ๆ นะครับ เราเรียกกระบวนการที่เซลล์กลุ่มฟาโกไซต์ดักจับเชื้อโรคว่า "การเกิดฟาโกไซโทซิส" นะครับ นอกจากนี้ กระบวนการอักเสบยังทำให้เกิดลักษณะอาการต่าง ๆ ตามมานะครับ ก็คือหลอดเลือดฝอยมีการขยายตัวเกิดขึ้นนะครับ มีการนำเลือดและก็สะสมเซลล์เม็ดเลือดขาวบริเวณนั้นมากขึ้นนะครับ ผ่านของน้ำเหลืองแล้วก็เกิดอาการบวมแดงนะครับ รวมทั้งอุณหภูมิบริเวณนั้นอาจจะสูงขึ้นด้วยนะครับ เราก็เรียกรวมกันทั้งหมดนี้ว่าการเกิดการอักเสบซึ่งอย่างที่ครูบอกไปแล้วว่ามันเป็นไกลการต่อต้านและทำลายสิ่งแปลกปลอมรูปแบบหนึ่งนะครับ อันนี้คือภาพรวมโดยสรุปของการอักเสบนะครับ จะเห็นว่าภาพ ก. ก็คือสัญญาณเคมีจะถูกส่งออกมาดึงดูดเซลล์กลุ่มฟาโกไซต์โดยเฉพาะแมคโครฟาจให้เกิดกระบวนการฟาโกไซโทซิสที่จะคอยดักจับแล้วก็ทำลายเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมบริเวณบาดแผลนะครับ หลังจากนั้นเชื้อโรคที่ถูกทำลายจะรวมกับฟาโกไซต์ที่ตายแล้วนะครับ กลายเป็นหนอง ก็จะมีการแบ่งเซลล์บริเวณที่เกิดบาดแผลซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่ถูกทำลายด้วยนะครับ หนังสือเรียนชีวภาพนี่จะมีกรอบความรู้นะครับ อันนี้ก็จะเป็นกรอบเชื่อมโยงกับสุขภาพเห็นว่าสิ่งที่เนื้อหาที่ปรากฏอยู่ในหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ชีวภาพ จะพยายามเชื่อมโยงให้นักเรียนได้นำความรู้ในสิ่งที่ได้เรียนมานะครับ ไปเชื่อมโยงกับสิ่งที่พบได้ในชีวิตประจำวันของนักเรียน เพื่อให้นักเรียนสามารถเข้าใจอธิบายหรือรู้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเกิดกับตัวนักเรียนเองหรือสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบตัวเรานะครับ อย่างตัวอย่าง เชื่อมสุขภาพนี้จะเป็นความรู้เกี่ยวกับเรื่องของการเกิดสิวนะครับ หรือสิวอักเสบที่พบกันได้มากในช่วงวัยรุ่น หรือว่าช่วงวัยของนักเรียนนะครับ หลังจากที่เราเรียนมาทั้งหมดแล้วเรามาตรวจสอบความเข้าใจกันดูว่านักเรียนเข้าใจในเรื่องระบบภูมิคุ้มกันนะครับ โดยเฉพาะในหัวข้อกลไกการต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมแบบไม่จำเพาะมากน้อยแค่ไหน มาดูสิว่าเราตรวจสอบความเข้าใจกันอย่างไรบ้างนะครับ ลองหยิบกระดาษกับปากกาขึ้นมานะครับ แล้วก็เขียนแผนผังสรุปกลไกการต่อต้านหรือทำลายสิ่งแบบฟอร์มแบบไม่จำเพาะ ดูสิว่านักเรียนจะเขียนได้ว่าอย่างไรบ้าง อาจจะไม่จำเป็นต้องเหมือนกันนะครับ เริ่มต้นจากตรงไหนก็ได้ เดี๋ยวมาดูกันว่าจะเหมือนกับที่คุณครูได้ทำมีตัวอย่างไหมครับ อันนี้ก็เป็นตัวอย่างของแผนผังที่คุณครูได้เขียนให้นักเรียนดูนะครับ ลองไปศึกษากันดู ก็จะมีทั้งกลไกการต่อต้านสิ่งแปลกปลอมที่ก่อนที่จะเข้าสู่ร่างกายของเรานะครับ มีอะไรบ้างนะครับ รวมทั้งกลไกการต่อต้านทำลายสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่เนื้อเยื่อในร่างกายของเราแล้วนะคะ แล้วหลังจากเรียนมาทั้งหมดแล้ว นักเรียนสรุปเนื้อหาที่ได้จากบทเรียนนี้กันว่าอย่างไรบ้างอันนี้เป็นที่คุณครูสรุปได้นะครับ ก็คือข้อแรกเลยร่างกายของเรานี้มีกลไกการต่อต้านหรือทำลายสิ่งนะครับ โดยการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน และที่เราเรียนกันวันนี้ ก็คือกลไกการต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมแบบไม่จำเพาะ ตัวอย่างเช่น ผิวหนัง หรือเหงื่อ หรือน้ำตา หรือกรดจากกระเพาะอาหารนะครับ ที่จะเป็นด่านแรกในการป้องกันไม่ให้เชื้อโรคนี่เข้าสู่ในเยื้อร่างกายของเราได้ และเมื่อสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ในร่างกายของเราแล้วจะมีคนตายหรือสิ่งที่ตามมาคือการอักเสบการอักเสบและทำงานร่วมกับเซลล์เม็ดเลือดขาวกลุ่มฟาโกไซต์เพื่อจัดการสิ่งแปลกปลอมอีกครั้งหนึ่งนะครับ ในครั้งต่อไปเราจะมาพบกับระบบภูมิคุ้มกันในตอนที่ 2 นะครับ ซึ่งจะเรียนเรื่องเกี่ยวกับกลไกการต่อต้านและทำลายสิ่งแปลกปลอมแบบจำเพาะ เราจะมาดูกันว่ากลไกแบบจำเพาะกับไม่จำเพาะนี่เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร และทำไมเรียกกันแบบนั้นล่ะครับ สำหรับวันนี้สวัสดีครับ [เสียงดนตรี]