(ดร.อนันต์ลดา) เรายังมีการเสวนาอีกช่วงหนึ่งนะคะ ในช่วงที่ 2 เมื่อกี้เราฟังด้านเรื่องนโยบาย ข้อกำหนดมาตรฐานต่าง ๆ ไปแล้วนะคะ เดี๋ยวในช่วงที่ 2 เราจะมาดูถึงภาคปฏิบัติกันบ้างนะคะ ก็จะมีทั้งฝั่งผู้ใช้งาน ผู้พัฒนานะคะ ซอฟต์แวร์ แล้วก็ทางผู้พัฒนาเทคโนโลยีด้วยนะคะ ก่อนอื่นใน Session นี้เราจะมีวิทยากรให้เกียรติไปเป็นวิทยากร 4 ท่านนะคะ ขอเรียนเชิญท่านนะคะ คุณมนต์ชัย ชุ่มอินทรจักร์ นะคะ หัวหน้ากลุ่มงานขนส่งและจราจร สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งจราจร หรือมีตัวย่อว่า สนข. นะคะ เรียนเชิญค่ะ คุณมนต์ชัย มีประสบการณ์ในการพัฒนาเทคโนโลยี และทำการขนส่งและจราจร อาทิ เทคโนโลยีและนวัตกรรมยานยนต์สมัยใหม่ และพลังงานทางเลือก การขนส่งเทคโนโลยีและนวัตกรรมการเดินทางและการขนส่งในเขตเมือ ง เทคโนโลยีนวัตกรรมเพื่อสนับสนุนการเข้าถึงการเดินทางสำหรับทุกคน และมีส่วนร่วมในการผลักดันการการพัฒนาเว็บไซต์ for all นะคะ ขั้นที่ 2 ขอเรียนเชิญคุณจตุพล หนูท่าทอง หัวหน้าฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศและสิ่งอำนวยความสะดวก มูลนิธิคนตาบอดไทย นะคะ ถ้ามีประสบการณ์เป็นผู้พัฒนาซอฟต์แวร์เช่นโปรแกรม PS ซึ่งเป็นโปรแกรมสังเคราะห์เสียงพูดภาษาไทยนะคะ เป็นวิทยากรสอนการใช้งานคอมพิวเตอร์พื้นฐาน และคอมพิวเตอร์ขั้นสูง เป็นวิทยากรสอนเทคนิคการเขียนเว็บไซต์ด้วย HTML และ CSS เป็นคณะกรรมการกำหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ข้อกำหนดทำให้เนื้อหาเว็บสามารถเข้าถึงแล้วใช้ประโยชน์ได้นะคะ ท่านที่ 3 ขอเรียนเชิญคุณอภิรักษ์ นะคะ ตำแหน่ง 4 ของบริษัท จำกัด นะคะ คุณอภิรักมีประสบการณ์เป็นนักพัฒนาซอฟต์แวร์และเป็นผู้เ****วชาญด้านการออกแบบซอฟต์แวร์ที่คำนึงถึงผู้ใช้นะคะ หรือที่เราอาจจะคุ้นเคยกันในชื่อของว่า UX Designer UX ย่อมาจากคำว่า User experience นะคะ มีประสบการณ์ทางด้านนี้มามากกว่า 10 ปีนะคะ โดยเป็นผู้ก่อตั้ง USA ในประเทศไทยแล้วก็จัดหนักสูตรอบรมให้ความรู้ด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์ ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานทุกกลุ่มเข้าถึงและใช้งานได้อย่างไร ยังไม่ได้เร็ว ๆ นี้ ก็ได้มีการจัด workshop นะคะ Intro to IT City ร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลหรือ DEPA นะคะท่านสุดท้ายนะคะ ขอเรียนเชิญชัชวาลย์ หาญสกุลบันเทิ งนักวิจัยสังกัดทีมวิจัยเทคโนโลยีที่ทุกคนเข้าถึงและสิ่งอำนวยความสะดวก สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือ สวทช. นะคะ ดร.ชัชวาล มีประสบการณ์ทำงานวิจัยทางด้านใด ประมวลผลภาษาธรรมชาติ และเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวก เทคโนโลยีมามากกว่า 10 ก็มาที่คำถามแรกกันเลยนะคะ เราอยากจะเริ่มจากทางฝั่งผู้ใช้งานก่อนนะคะ คุณจตุพร ในฐานะผู้ใช้งานอยากให้ช่วยเล่าประสบ หรือว่าปัญหาที่เราเจอกัน หมายถึงการเข้าถึงเนื้อหาแล้วก็บริการดิจิทัลของประเทศไทยน่ะค่ะ ว่ามันสามารถเข้าถึงได้ หรือว่ามีปัญหาอย่างไรบ้างน่ะค่ะ เชิญค่ะ (คุณจตุพล) ขอบคุณมากนะครับ สวัสดีทุกท่านนะครับ จริง ๆ แล้วก็เดี๋ยวแก้ข่าวนิดหนึ่ง ในตัวโปรแกรม ทีนี้ผมไม่ได้เป็นคนพัฒนาโดยตรงนะครับ แต่ว่ามีถือว่ามีส่วนร่วมในการช่วยกัน ในมุมของผู้ใช้งานนะครับ ในมุมของผู้ใช้งานนี่ คือ ต้องบอกเลยว่าตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันนะครับ ในอดีตนี่ ผมเองแล้วก็ทางสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทยนี่ เราเคยทำโครงการตรวจประเมินเว็บไซส์ของทางภาครัฐนะครับ เราไปคัดเลือกเว็บมาประมาณ 60 เว็บนะครับ ซึ่งครอบคลุมกับทุกการให้บริการ ของหน่วยงานภาครัฐนะครับ แล้วก็ได้มีการจัดอบรม เอาคนตาบอด ที่ใช้ใช้คอมพิวเตอร์ได้นะครับ ที่ Bounce Wave กันอยู่แล้วเป็นประจำนี่นะครับ ก็เอามาจัดอบรม ให้มีการตรวจประเมินเว็บไซต์นะครับ ผลปรากฏช่วงนั้นน่าจะเป็นประมาณช่วงปี น่าจะ 50 ประมาณช่วงปี 2554, 2555 หรือถ้าผมจำไม่ผิด ผลที่ได้มาจากการประเมินของเรา 60 เว็บนี่ ผ่านหมดคือผ่าน ไม่มีแล้วครับ หมด คือผ่านเป็นศูนย์นั่นเอง ก็เลยมีความรู้สึกว่า อันนี้อันนี้คือเรื่องจริงนะครับ ว่าในการตรวจประเมินนี่ เวลาเราตรวจประเมินนี่ เราก็จะใช้ทั้งระบบที่เป็นระบบอัตโนมัติมาตรวจนะครับ ที่เป็นเครื่องมือทั้งหลายที่มีการทำออกมานะครับ จากทาง w3c เองก็ตามนี่นะครับ แล้วก็ตรวจประเมินด้วยคนนะครับ เวลาเราตรวจกับเครื่องมือนี่นะครับ เราไม่สามารถที่จะเชื่อเครื่องมือได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ไม่ได้บอกว่าเครื่องมือไม่ดีนะครับ แต่ว่าเราเชื่อไม่ได้ เพราะอย่างที่ แม้ว่าท่านวิทยากรก่อนหน้านี้นะท่านคุณหญิงก็พูดให้ฟัง คือ ประสบการณ์ของผู้ใช้โดยตรงนี่ ก็คือว่าเวลาเราไปอธิบายให้ใครต่อใครฟังในเรื่องของการเข้าถึงนะครับ มัน... การเข้าถึงโดยเฉพาะในเรื่องของการเข้าถึงดิจิทัล มันอธิบายยาก มันไม่เหมือนกับเวลาเราพูดถึงห้องน้ำ พูดถึงอาคารสถานที่ อันนั้นน่ะ มันอาจจะมองเห็นภาพได้มากกว่า แต่เวลาเราไปพูดถึงเรื่องของ Digital accessibility มันอธิบายค่อนข้างยาก ก็เลยอาจจะยกตัวอย่างประเด็นที่มันเป็นประเด็นค่อนข้างสำคัญ ก็คือเรื่องของรูปภาพ เว็บไซต์ทั่วไปมีรูปภาพเป็นส่วนประกอบครับ ส่วนใหญ่เป็น... น่าจะเป็นส่วนใหญ่เลย แล้วก็เมื่อก่อนนี่ อย่างแย่ ๆ เล ย ก็คือเมื่อก่อนไม่มีคำอธิบายภาพนะครับ หรือว่าในตัว Ultimate text นะครับ ตัวมันจะอยู่ในภาพไม่ใช่เป็นแคปชัน ที่อยู่ใต้ภาพ ไม่ใช่ไม่ใช่เป็นตัวนั้น แต่ว่ามันจะเป็นตัวดซ่อนอยู่ข้างหลัง ของภาพ คือถ้าภาพมันโหลดไม่มา ตัวนั้นมันจะโชว์ให้เห็นภาพนั้นนี่ คือภาพอะไร เมื่อก่อนยังไม่มี เมื่อก่อนไม่มีการใส่ มาถึงยุคปัจจุบันดีขึ้นครับ ดีขึ้น มีการใส่ แต่การใส่นั้นไม่ได้สื่ออะไรให้เราด้วยรู้ได้เลย ว่าภาพนั้นคือภาพอะไร อย่างเช่น เหมือนที่ยกตัวอย่างมาเมื่อกี้ Pictures อะไรอย่างนี้นะครับ แต่นะครับ อย่างน้ยังยังยังว่าดูแล้วแบบเอออาจารย์เป็นเพราะที่อาจจะไม่ได้ไม่ได้ตั้งใจที่จะใส่ตั้งแต่แรกแต่มันมีความตั้งใจจะใส่ แต่เราก็ยังไม่สามารถเข้าถึงได้อยู่ดี ผมยกตัวอย่างเช่น สมมติว่ามีเว็บไซต์ที่นำเสนอข่าวสารในหน้าแรกนะครับ ก็จะมี List ออกมาเลยมีข่าวนู่นนี่นั่น เขาจะสัมภาษในข่าวต่าง ๆ ของเขาเนี่ยก็จะมีภาพ ประกอบไปดูหัวข้อข่าวใช่ไหมครับ ภาพประกอบข่าว แล้วเราอาจจะกดลิงก์เข้าไปอีกทีหนึ่ง ไปอ่านเนื้อหาข่าวข้างใน ในภาพนั้นนในภาพขาวเนี่ย ก็อาจจะมีการเอาภาพที่เป็นภาพเด่นของข่าวนั้นนี่ขึ้นมาโชว์ คำว่า ใคร ทำอะไร ที่ไหน แต่ในการอธิบายดีขึ้นครับ แผนที่อธิบายว่า Picture อย่างเดียว เอาหัวข้อข่าวมาใส่แทน ซึ่งมันไม่ได้เกิดประโยชน์อะไรกับผู้ใช้ นะครับ เพราะว่าเมื่อคนทั่วไปหรือคนตาดีเข้ามามาอ่านข่าวนี่ เวลาเขาเห็นหัวข้อข่าวนี่ หัวข้อข่าวนี่ เขาก็เขียน แต่ว่าภาพที่ประกอบข่าวนี่ มันจะเป็นภาพที่เติมเต็ม ให้หัวข้อข่าวนั้นนี่น่าสนใจมากยิ่งขึ้นสมมติว่าเราไปอ่าน เราไปเข้าเว็บหนึ่งแล้วไปอ่านข่าว พระถูกจับนะฮะ พระถูกจับมาจะด้วยเหตุอะไรก็ไม่รู้ แต่ว่าเขาจะเขียน จับสึกแล้ว จับสึกแล้วพระรูปดังในจังหวัดสุราษฎร์ธานี สมมุตินะ เสร็จแล้ว เลื่อนลงมาเจอภาพข่าว ก็จับสึกแล้วพระรูปดัง ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี แต่ว่าในภาพข่าวนี่ มีภาพตำรวจกำลังจับพระอยู่ มีภาพตำรวจกำลังจับพระ หรือว่าพระกำลังทำการลาสิกขาบทหรืออะไรต่าง ๆ นี่ คือ เราไม่ได้รูปภาพตรงนั้นเลย กลับกลายเป็นว่าเราต้องอ่านหัวข้อข่าว 2 ครั้ง ซึ่งมันไม่ได้เกิดประโยชน์อะไรกับผู้อ่านนะครับ อันนี้เป็น 1 ประเด็น ประเด็นที่ 2 ก็คือการนำภาพ แล้วมาทำเป็นลิงก์ อันนี้นี่ จะเป็นประเด็นใหญ่มาก แล้วสำหรับผู้ใช้ สำหรับคนที่พิการทางสายตา หรือคนตาบอด เพราะเรามักจะเจอ เดี๋ยวนี้มีทั้งไอคอน มีทั้งรูปภาพ เอามาทำเป็นลิงก์นะครับ แล้วโดยเฉพาะที่เป็นไอคอนนี่ เป็นไอคอน ถ้าคนที่ทำเว็บนะครับ ก็จะทราบว่ามันจะมีไอคอนกับรูปภาพในรูปภาพมันจะต่างกันเวลาเราใส่ ถ้าเป็นไอคอน เดี๋ยวถ้าเกิดว่าไม่ได้มีการใส่ คำอธิบายนั้นนี่ ยเวลาเลื่อนไปเป็น Link Link Link Link Link อย่างเดียวเลย ไม่มีบอกแม้แต่กระทั่งว่านี่คือลิงก์ กราฟฟิกนะ ไม่มีการบอกว่านี่คือกราฟิก แต่อันนั้นน่ะ ถ้าคนที่แบบใช้อย่างผมนี่จะรู้เลยว่า อ๋อ เจอไอคอนเข้าแล้วแหละ หรือแม้กระทั่งเอาการนำภาพนี่ มาทำเป็นลิงก์แล้วไม่มีการเขียนคำอธิบายลงไป ซึ่งต้องต้องยอมรับนะครับ ว่าลิก์นี่ ในเว็บนี่ มันเป็นสิ่งสำคัญมาก ที่จะทำให้เราสามารถไปไหนมาไหนได้นะคครับ มันเปรียบเสมือนราวจับ การแปลอักษรเบรลลของคนตาบอดที่จะนำทาง เอาไปให้ถูกทางได้หรือไม่ได้จะเปรียบเทียบกับเบรลล์บล็อกหรืออะไรก็แล้วแต่ เพราะมันไม่มีคำอธิบายต่าง ๆ เหล่านี้นี่ ผมเองเคยประสบปัญหา ประสบปัญหากับตัวเองเลย ก็คือเข้าเว็บเว็บหนึ่งอยากจะรู้ข้อมูล อะไรสักอย่างหนึ่ง ตอนนั้นผมจำไม่ได้แล้ว ผมเข้าไปแล้วก็เจอนี่ครับ graphic Link Link graphic Link Link graphic ผมต้องเข้าไปทุกอัน เข้าไปดูกันกว่าผมจะเจอข้อมูลที่ผมต้องการจริง ๆ นี่นะครับ เว็บ 1 เว็บ 1 หน้าผมต้องไล่เข้าไปทุกลิงก์ ซึ่งเป็นความเจ็บปวดมาก สำหรับคนที่อยากอยากจะหาข้อมูลในช่วง ณ เวลานั้น อีกประเด็นหนึ่งนะครับ ที่เราอาจจะอาจจะเห็นน้อยมากเลย ก็คือเรื่องของการใช้ Heading ในหน้าเว็บ ถามว่า Heading มันมีความจำเป็นมีความอะไร สำหรับคนตาบอด ไม่ต้องบอกว่าจำเป็นมากเพราะว่า Headมันจะทำให้เรารู้ลำดับของข้อมูลอะไรคือหัวข้อ นะครับ อะไรคือเนื้อหา คนตาดีนี่ อาจจะมองได้ว่า ถ้าเป็นหัวข้อส่วนใหญ่ก็อย่าทำตัวหนังสือให้มันอะไรใหญ่กว่าตัวหนังสือปกติ แต่ว่าพัฒนาเลือกที่จะไม่ใช้ ไม่ใช้ Tag ที่มันถูกต้อง เลือกที่จะใช้การขยายตัวหนังสือให้ใหญ่ขึ้น เลือกที่จะใช้การปรับขนาดของตัวหนังสือ ว่าให้เข้าใจว่านี่ คือหัวข้อ ซึ่งเวลาคนตาบอดเราเข้าไปอ่านนี่ ตัว Screen Reader Suzuki Leadeมันก็ยังจะเห็นอยู่ดีนะครับ ว่ามันคือ Text ธรรมดานี่แหละ มันไม่ได้มันไม่ได้บอกเราว่าอันนี้คือ Heading นะอั นนี้มันก็คือ Text ทั่ว ๆ ไปวันนั้นเราจะไม่มีโอกาส หรือเราอาจจะรู้ได้โดยเนื้อหา แต่ว่ามันก็ไม่ใช่ทุกครั้งจะทำให้เรารู้ได้อย่างนั้นนะครับ และโดยเฉพาะข้อมูลที่อาจจะมีเนื้อหาย่อยลงไปซับซ้อนหน่อยนี่นะครับ อันนี้เราต้องมานั่งคาดเดาเอาเอง อีกเรื่องหนึ่ง ก็คืออันนี้เรื่องใหญ่มาก ๆ เลย ก็คือเรื่องของเอกสารที่มีให้ดาวน์โหลดในเว็บ นะครับ ปัจจุบันนี้ PDF อย่างเดียวเลย PDF นี่ ยังพอที่จะกล้ำกลืนฝืนทนเอามาอ่านได้นะครับ ถ้าเป็น PDF ที่มันมาจาก Text ตั้งแต่แรก แม้ว่าเมื่อมีการแปลงออกมาแล้ว สระอำจะหายไปบ้างนะครับ สระอำอาจจะเหลือแค่สระอา เวลาผมอ่านก็จะเป็นทางานอะไรอย่างนี้นะครับ ทำงานก็เป็นทางาน ไมค์ไม่ยอมให้ผมพูดแล้วนะ ว่าต้องพูดเยอะ ซอันนี้นี่พอเราพอเราเจอเอกสารแบบนี้เยอะ ๆ นี่นะครับ มันทำให้เราปวดหัวมาก คือต้องมาเดาคำ เดาคำศัพท์เลยแหละครับ เพราะว่าอ่านไม่รู้เรื่องอันนี้อย่างว่าแบบว่าอยากรู้จริง ๆ ยังฝืนทนกล้ำกลืนได้นะครับ เพราะว่าคนตาบอดเราเองนี่ โดยเฉพาะถ้าเป็นคนตาบอดที่อยู่ 30 40 up นี่ จะต้องเจออย่างหนึ่ง ก็คือเมื่อก่อนนี่ คอมพิวเตอร์ เราใช้คอมพิวเตอร์ได้นะครับ เรามีสกิลลีดเดอร์ ที่เป็นภาษาอังกฤษเราไม่มี Text to Speech ภาษาไทย เวลาเราจะอ่านอะไรแต่ละครั้งนี่นะครับ เราพยายามที่จะไปปรับไปแก้ให้ตัว Screen Reader ภาษาอังกฤษมันอ่านภาษาไทยได้ทีละตัว ก ไก่ สระอา ง งู กว่าจะอ่านจบนี่ โอ้โห ทรหดมากเดี๋ยวผม... ผมบอกเลยนะครับ ว่าจริง ๆ นี่คนตาบอดไทยเนี่ยถือว่าเป็นคนตาบอดที่โชคดี เพราะว่าเราเกิดมาในเมืองที่สร้างให้เราเป็นคนแกร่งและเข้มแข็ง ตั้งแต่ฟุตบาทยางดิจิตอลอันนี้เป็นเรื่องจริง ๆ นะฮะ คนตาบอดไทยกด ATM ได้โดยที่ ATM นั้นไม่พูดอะไรกับเราสักคำ เราทำได้นะครับ เราทำได้ และคนตาบอดไทยเราใช้แอปพลิเคชันนั้นได้นะครับ ทั้งที่ปุ่ม แม้แต่ปุ่มเดียวไม่บอกว่าคือปุ่มอะไรนะครับ แต่เมื่อไหร่ที่ App นั้นมีการอัปเดท เราก็ต้องเรียนรู้กันใหม่นะ เราจะมีการเรียนรู้กันแล้วก็บอกกันว่าถ้าเข้าแอปนี้เนี่ยถ้าอยากจะเข้าตรงนั้นแหละเราต้องปัดไป 3 ทีนะ ปุ่ม ปุ่ม ปุ่ม เคาะเขาไปเลยตรงนี้ใช่แน่นอน นี่คือเรื่องจริงที่ในมุมของผู้ใช้ ว่ามันเกิดอย่างนี้จริง ๆ แล้วก็เมื่อกี้พูดถึง PDF PDF ที่มาจาก Text นี่ ว่าไปอีกเรื่องหนึ่ง แต่ pdf มากที่สุดในบ้านเราคือ pdf ที่มาจากการสแกน OCR สแกนล้วน ๆ ครับ ไม่มีการ ocr สแกนออกมาเป็นภาพแล้วก็ไปเซฟเป็น PDF อันนี้เนี่ยเป็น PDF ถ้าอาจารย์มณเฑียรอยู่ ยังอยู่นะ อาจารย์มณเฑียรนี่ จะไม่ชอบ PDF แบบนี้เลย เอาเป็นว่ารังเกียจเดียดฉันท์เลยก็ได้นะ ไม่อยากมาส่งให้ท่านทีเดียวเลย อาจจะโดนด่าก็ไปได้เลยนะส่ง PDF แบบนี้ ซึ่งต้องบอกว่า ในเว็บส่วนใหญ่นี่ครับ ที่ผมเจอจะเป็น PDF แบบนี้จริง ๆ แล้วถ้ามันเป็นเนื้อหาที่มันไม่สำคัญมากนี่ เรายังปล่อยไปได้ แต่มันเป็นเนื้อหาที่สำคัญจริง ๆ เราต้องเอามาทำการ อีกรอบหนึ่ง เพื่อที่จะให้อ่านได้นะครับ คือผมจะบอกว่าอุปสรรคในการใช้เทคโนโลยีของคนตาบอดนี่ จริง ๆ น่ะ มันเริ่มตั้งแต่การที่จะมี ซึ่งอุปกรณ์ใช้แล้วนะครับ เพราะว่าหลายท่านนี่ อาจจะอาจจะมองว่า โอ้โห คนตาบอดมีสตรางค์ คนตาบอดนี่รวยใช้ iPhone แต่ละคน หรือไม่ก็ใช้ Samsung แบบราคาสูง ๆ จริง ๆ ไม่ครับ คือที่เราต้องใช้เพราะว่าอุปกรณ์พวกนี้เราใช้มันได้แล้วมันค่อนข้างเสถียรกับเรา แต่ถ้าสมมติว่าเราเลือกได้เราก็อยากจะใช้ที่มันราคาไม่สูงมากนักเหมือนกัน นะครับ ทีนี้พออุปกรณ์เรามีนะครับ เราหาได้อาจจะด้วยวิธีใดก็ตาม ไปกู้เงินมา ไปหาเงินไปซื้ออะไรก็แล้วแต่ หรือแม้กระทั่งเมื่อก่อนที่ยังเป็นกระทรวง ICT ใช่ไหมครับ เขาก็จะมีมีอุปกรณ์ให้ยืมให้ขออะไรก็ว่าไป มาถึงเรื่องของการใช้งานอีก คนตาบอดนี่ ไม่ใช่ว่าซื้อโทรศัพท์มา 1 เครื่อง หรือซื้อคอมพิวเตอร์ 1 เครื่องแล้วจะเอามาใช้ได้เลย ต้องเอามาฝึกวิธีการใช้ร่วมกับ Screen Reader อีก แล้วเมื่อก่อนในคอมพิวเตอร์นี่นะครับ Screen Reader มันยังไม่มีแบบฟรี Freeware ยังไม่มีแบบ Open Source เราจะต้องลงทุนเพิ่มอีกประมาณ 2-3 หมื่น เพื่อซื้อ Screen Reader มาใช้งาน พอเราซื้อคอมพิวเตอร์ 1 เครื่อง เราลงทุนเท่ากับใช้ซื้อคอมพิวเตอร์ประมาณ 2 เครื่อง 2 เครื่องกว่า ๆ ที่เราจะใช้งานได้เอามาใช้งาน okตรงนั้นเราอาจจะแก้ปัญหาได้ด้วยเงินนะครับ แต่ว่าอุปสรรคหลังสุดเลย ก็คือเรามีคอมพิวเตอร์ เราใช้งานเป็น ไอ้ใช้งานเป็นนี่ องค์กรของคนตาบอด หรือองค์กรคนพิการเอง ก็พยายามที่จะฝึก อบรมให้คนตาบอด สามารถใช้เทคโนโลยีได้อยู่แล้ว อันนี้ก็ไม่ต้องกังวล แต่เรามาเจออุปสรรคด่านสุดท้าย ก็คือเนื้อหา ข้อมูลที่มันมีให้บริการอยู่ทั่วไป เราเข้าถึงไม่ได้ เราจะไปใช้เงินซื้อก็ไม่ได้นะ จะไปนั่งบังคับก็ลำบากนะครับ เพราะฉะนั้นก็คือเราหวังพึ่งนี่แหละครับ การที่เราได้มีการมาเซ็นข้อตกลงอะไรกันในวันนี้นะครับ แล้วก็รวมถึงการที่เราได้มาพูดคุยกันวันนี้ ผมก็คิดว่าเราน่าจะมีการพัฒนาสิ่งเหล่านี้กันได้ดีขึ้นในอนาคตจริง ๆ ผมอยากจะให้เริ่มตั้งแต่ในสถาณการศึกษาเลยด้วยซ้ำนะครับ ควรจะบรรจุเรื่องของ... เรื่องของการ....เรื่องของดีต้องเอกซเรย์ตู้ลงไปด้วยหลักสูตรนะครับ เป็นหนึ่งในหลักสูตรของการเรียน สายใช้สายวิทย์ สายคอมอะไรพวกนี้นะครับ ใส่เข้าไปเลย เวลาเขาออกมานี่ เขาจะได้รู้ ว่าถ้าสมมติถ้าเกิด เขาบางคนเขาอยากกินเผื่อนะครับ เขาก็อยากคิดเผื่อ แต่เขาก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร ถ้าอยากมีเว็บเว็บหนึ่ง ไม่ต้องออกชื่อแล้วกันนะครับ เป็นเว็บของภาครัฐเนี่ย คิดว่าถ้าคนตาบอดจะเข้าไปใช้เว็บนั้นได้จะต้องมีเสียง ใส่เสียงเข้าไป กด Tab ไปตรงไหนก็พูดตรงนั้น คราวนี้เละเทะเลยครับ เสียงที่เขาใส่มาตีกับ Screen Reader ของเรา โอ้โห สนุกสนาน 1 เว็บมี 2 ผู้บรรยาย ก็จะเป็นอย่างนี้นะครับ อันนี้เป็นเป็นอุปสรรคต้องบอกว่าเป็นจริง ๆ อาจจะยังมีอีกเยอะนะครับ แต่ว่าผมว่าแค่นี้ ฟังแล้วก็น่าปวดหัวแล้ว วันนี้ก็เดี๋ยวก็ให้ท่านอื่นพูดต่อบ้างแล้วกันนะครับ ขอบคุณครับ รับทราบถึงปัญหาและอุปสรรคของทางคนตาบอดในการเข้าถึงเนื้อหาดิจิทัลและบริการแล้วนะคะ ทีนี้ต้องมาถึงฝั่งที่เป็นผู้ให้บริการเนื้อหาบ้างนะคะ ทางขอเส้นทาง สนข. นะคะ ว่ามีได้มีอ่านโยบายหรือว่ามีอาการกระบวนการจัดทำสิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อให้กลุ่มประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงบริการพื้นฐานของระบบขนส่งสาธารณะได้อย่างไรบ้างนะคะ อยากให้รับประสบการณ์ตรงนี้ค่ะ เพราะว่าเรื่องของการขนส่งและก็เป็นเรื่องที่... ที่สำคัญนะคะ ที่ทุกคนต้องเข้ามาใช้บริการค่ะ (คุณมนต์ชัย) ครับ เมื่อพูดถึงอาของกระทรวงคมนาคมนะคะ ในภาคการขนส่งนี่ คือ หลาย ๆ ท่านอาจจะมอง ว่าเราเป็นผู้สร้างอย่างเดียวหรือเปล่า ที่จริงแล้วเราเป็นผู้ให้ด้วย คือ ให้บริการนะครับ ในส่วนของสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้พิการ หรือบุคคลทุกคน ใช้คำว่า "บุคคล" ดีกว่า ที่ผ่านมาในกระทรวงคมนาคมเรา เราก็มีการน่ะ ให้ความสำคัญ แล้วก็โดยการออกกฎกระทรวงปี 2500 2556 นะครับผม ต้องการกฎกระทรวงว่าด้วยการกำหนดลักษณะ หรือการจัดให้มีอุปกรณ์สิ่งอำนวยความสะดวก หรือบริการในอาคาร สถานที่ ยานพาหนะ และบริการขนส่ง เพื่อให้คนพิการสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้ พ.ศ 2556 นะครับ หรือก็คือ คือสิ่งที่กระทรวงคมนาคมได้ความสำคัญ และได้ออกกฎกระทรวงออกมา กฎกระทรวงฉบับนี้มีความแตกต่างจากกฎกระทรวงของส่งมาไทยหรือไม่ ของกฎกระทรวงของกระทรวงหรือไม่นะครับ ก็คือที่เราก็คล้าย ๆ กัน แต่ว่าในส่วนของกระทรวงคมนาคม เราเพิ่มเนื้อหาเข้าไปในเรื่องของ ในเรื่องของตัวยานพาหนะ และก็การให้บริการด้านการขนส่ง อันนี้เป็นภารกิจของกระทรวงคมนาคมโดยตรง โดยที่เราต้องการที่จะกำหนดให้สิ่งอำนวยความสะดวกบนยานพาหนะ สามารถรองรับการใช้งานของคนทุกคนได้ แล้วก็รวม... รวมถึงการให้บริการนี่ คือจะเป็นการ Training บุคลากรหรือสรสำนึกให้กับบุคลากรในการ Service Mind ในการให้บริการแก่คนทุกคนที่จะใช้บริการได้อย่างได้อย่างสะดวกอันนี้คือสิ่งที่ออกมาเป็นกฎกระทรวง ในส่วนของภาพในเชิงนโยบายของกระทรวงคมนาคมนะครับ ทีนี้ในปี 2561 นี้ทางกระทรวงกลาโหมได้จัดทำเป็นยุทธศาสตร์การพัฒนาคมนาคมการขนส่งของไทยในระยะ 20 ปีก็คือตั้งแต่ปี 2561-2580 คือในหลักการของแผนยุทธศาสตร์ตัวนี้ ก็จะมี 4 Concept หลักด้วยกันก็คือขนส่งที่ปลอดภัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การขนส่งที่มีประสิทธิภาพ แล้วก็ในส่วนของการขนส่งสำหรับทุกคน ก็คือ Inclusive Transport นั่นเองครับ แล้วก็อันดับ 4 ก็คือแนวคิดด้านการนำเทคโนโลยีนวัตกรรมมาใช้ ในการพัฒนาระบบการขนส่ง ส่วนของการพัฒนาสื่อเพื่อความสะดวกครับ นึกว่าจะมีทั้งที่ผ่านมาได้มีการดำเนินการทั้งในส่วนของการพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐานเป็นหลัก ที่มีการพััฒนาว่าจะต้องมีการปรับปรุงอะไรบ้าง อย่างเช่นว่าบัตรเราเคยเห็นรถบริษัท forth หรือว่าธนาคารรถไฟที่ให้บริการ ก็คือมีการปรับปรุงก็พยายามมีการปรับปรุง แต่ว่าด้วยข้อจำกัดของงบประมาณที่จะต้องนำมาใช้ในการปรับปรุงนี่ี ก็ทำได้ไม่ อาจจะยังไม่ได้เข้าครอบคลุมไม่มากนัก แต่ว่าส่วนของการการให้ Information ก็เป็นเรื่องที่สำคัญ อยู่ที่ทาง สนข. เองนะครับ ก็ได้รับมอบหมายมาให้ดูเรื่องของเว็บไซต์ พอ. ด้วย ว่าอนาคตนี่ เราจะผลักดันไปยังไงต่อไป ก็มีการหารือร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนะครับ ทำอย่างไรให้เว็บไซต์ของหน่วยงานทุกหน่วยงานของกระทรวงคมนาคม สามารถเข้าถึงได้โดนคนทุกคนนะครับ ก็มีการหารือกัน และมีการเรียกว่าตรวจสอบเว็บไซต์โดยใช้ Tool ของ สวทช. A-MED Web Checke ครับ อะไรตรวจสอบGarenaนี่ก็ผล ก็คือยังมีอยู่น่ะครับ ซึ่งอันนี้เฉพาะในส่วนของทรู แต่ยังไม่รวมถึงการตรวจสอบโดยตัวบุคคลถึงหน้าจัดหนักหนักหนาสาหัสเหมือนกัน ก็คือปัญหาปัญหาอย่างหนึ่ง ก็คือในเรื่องของเว็บไซต์เดิม เว็บไซต์ของหน่วยงานราชการส่วนใหญ่ ก็พัฒนามากันเป็น 10 ปี แล้วก็มีการพัฒนาปรับปรุงมาเรื่อย ๆ แต่ว่าในส่วนของคนที่พัฒนาคนที่ Maintenance ระบบ ก็อาจจะคนละคนในเรื่องของเทคนิคต่าง ๆ ไม่เท่ากัน หรืออาจจะไม่สามารถที่จะพัฒนาให้ 100% ได้น่ะครับผม และอีกกรณีหนึ่งก็เป็นการใช้เว็บไซต์สำเร็จรูป ซึ่งหน่วยงานก็การปรับปรุงแก้ไขเป็นไปด้วยความยากลำบากเหมือนกันในส่วนของการปรับเปลี่ยนลักษณะของสภาพปัญหาที่เราพบเจอมาครับ ว่าของภาคการขนส่งนี่ เราปรับปรุงทั้งกายภาพ แล้วก็ในส่วนของข้อมูล ซึ่งจะเป็นเทรนด์ในการที่จะให้ผู้ใช้ทุกคนสามารถเข้าถึงระบบของการขนส่งของประเทศเราได้ (ดร.อนันต์ลดา) ขอบคุณค่ะ เมื่อกี้พี่ชอบคำหนึ่ง ที่คุณมนต์ชัยพูดนะคะ เรื่องของ Service นะคะ พี่มีเรื่องของการอบรมบุคลากรแล้วก็ให้ให้ความรู้ให้เข้าถึงก็คือมันก็จะเรื่องตรงนี้ท่าทางหน่วยงานมีความตั้งใจที่จะให้บริการที่เข้าถึงทุกคนนะคะ มันก็เกิดเรื่องของนโยบายที่ออกมาแล้วการทำที่เป็นรูปธรรมอย่างที่ทราบมา ว่าเดี๋ยวทางเองที่ดูแลรับผิดชอบเว็บไซต์ของกระทรวงคมนาคมหน่วยงานรูปภายใต้กระทรวงคมนาคม ก็ได้มีการใช้บริการต้องทำการตรวจสอบการขายแล้วนะคะ ตอนนี้ยังไม่ได้เป็นศูนย์เลยเข้าใจว่า ก็มีปัญหาถือว่าค่อนข้างน้อยทีเดียว กินอิ่ม เมื่อกี้ได้มีการพูดถึงเรื่องของการพัฒนาเว็บไซต์ก็จะมีน่าจะมีอุปสรรคเรื่องของว่าผู้พัฒนาต้องมีการเปลี่ยนไปหรือว่าเป็นไปใช้มาตรฐานเป็น อาจจะเข้าถึงไม่ได้ หรือจะไม่สะดวก อยากจะให้คุณอภิรักษ์ในฐานะที่เป็นผู้พัฒนา แล้วก็มีประสบการณ์ทางด้านreservation นี่ค่ะ จะมีคำแนะนำหรือแชร์ประสบการณ์ทางด้านในการพัฒนาระบบ ให้เกิดการเข้าถึงได้ไงบ้าง (คุณอภิรักษ์) มันอยู่ที่จริงจังแค่ไหน เมื่อกี้เราได้ยิน ไม่ใช่บอกว่ายากนะ ยากจริงครับ อยู่ที่ว่าจริงจังแค่ไหนน ะที่จะทำให้มันสำเร็จน่ะ ถ้าเกิดเราบอกมันยาก แต่ผู้บริหารถามทุกวันเลย ว่าแบบได้หรือยัง ใช้ได้หรือยัง น่ะ เดี๋ยวมันจะใช้ได้ครับ เอาจริง ๆ ภาคเอกชนในเวลาทำเรื่องพวกนี้ทำให้ผู้พิการใช้ได้นี่ ถ้าเทียบที่ใส่เข้าไปนะ ถ้าไม่พูดการใช้ได้นี่ ใช้ Logic มันโปรแกรมเมอร์ได้อยู่แล้ว ทำให้มันสวย ๆ กว่า คือพลังที่จะต้องอัดลงไป ให้มันสวยกับพลังเพื่อที่อัดลงไป ให้มันมีการใช้ได้นี่ ทำให้สวย อัดพลังมากกว่าครับ มันอยู่ที่ว่าจริงจังไหม ถ้า Definition of Done หมายถึงว่าที่เขาบอกว่ามันเสร็จน่ะ มันไม่ได้รวมเรื่องของ Inclusive เข้าไปด้วย เรื่องนี้เข้าไปด้วยนี่ เขาก็จะไม่แคร์ เหมือนเมื่อก่อนเวลาเขาเทสต์เรื่องของ Accessibility ว่าคือไม่ใช่แค่ว่าเว็บออกมาแล้วมันใช้ได้ ไม่ต้องมาแล้วมันเห็นมันเข้าใจได้ มันสวยงาม แต่มันใช้ไม่ได้อ่ะ utility มันไม่ผ่าน มาเขาเริ่มพบผู้บริหารให้ความสำคัญ ว่าสวยไม่พอ ใช้งานได้ไม่พอ มันต้องใช้งานง่ายด้วย อยู่ดี ๆ ก็ใช้งานง่าย ก็ใช้งานง่ายขึ้นมา เพราะมีการ Test มีเรื่องพวกนี้เข้ามาจริง ๆ แล้วคือใส่ใจแค่ไหน โปรแกรมเมอร์ทำได้อยู่แล้วครับ ก็อยากฝากไว้ว่า ถ้าเป็นไปได้เรา อย่าให้มันกลายเป็น null สุดท้าย null สุดท้ายมันไ แต่วันนี้ยังไม่เป็นก็แรงที่ใส่อาจจะไม่ใช่ อยู่ที่โปรแกรมเมอร์ อยู่ที่คนสร้าง แรงที่ใส่ คือ การใส่ข้ออ้างให้กับโปรแกรมเมอร์ทำ เช่น ผู้บริหารที่ถามว่าใช้ได้หรือยัง หรือผู้บริหารภาครัฐทุกครั้งที่เจอผู้บริหารตามธนาคารต่าง ๆ และถามว่าแอปคุณใช้ได้หรือยังอะไรอย่างนี่ครับ ยิ่งเราสร้างอะไมเลสมีเท่าไร โปรแกรมเมอร์ยิ่งทำงานง่าย บอกได้เลยว่าสำหรับโปรแกรมเมอร์ถ้ามีข้ออ้างที่ดี descendants of the sun มันมีเรื่องดีเข้าไปอยู่ด้วยทำได้อยู่แล้วนะครับ เข้าสามารถอ่านหนังสือได้ หมายถึงว่าข้อมูลเพื่อที่จะเรียนรู้วิธีการทำของพวกนี้มีอยู่เต็มไปหมดเลย ล่าสุดอย่างงาน UX Thailand ที่ทีมเราเพิ่งจัดไป เราก็เชิญคนที่ทำเรื่อง Accessibility จากออสเตรเลีย มาพูด ช่วงนี้เครียด ๆ เราค่อนข้างแค่เรื่องนี้มาก ๆ เพราะฉะนั้นนี่ ขอข้ออ้างที่บอกให้เราทำ ตอนนี้ยังไม่มีข้ออ้าง ให้เราทำแบบนี้ มันออกดันมันไม่มี แล้วก็ผู้บริหารก็บอกว่าเสร็จหรือยังแล้วก็บอกเสร็จแล้วครับ แต่เรา แต่เรื่องนั้นมันไม่อยู่ใน Definition of Done ไม่มีข้ออ้างจะไปทำ (ดร.อนันต์ลดา) เห็นภาพเลยนะคะ ว่าเอาจริง ๆ แล้วไม่ยาก ต้องมีถ้ามีข้ออ้าง หรือว่ามีแรงจูงใจ หรือว่ามีแรงผลักดันให้ทำ เมื่อกี้เห็นภาพเลยค่ะ ที่บอกว่าทำให้สวยน่าจะยาก กว่าทำให้เข้าถึง (คุณอภิรักษ์) ทำให้สวยยากกว่า (ดร.อนันต์ลดา) จากที่คลุกคลีกับโปรแกรมเมอร์เข้ามาอันนี้เข้าใจประโยคนี้เลยค่ะ อดีตอาจจะเป็นถึงจุดที่เราไปอบรมใช้งานนี่เราอาจจะสามารถจูงใจให้โปรแกรมเมอร์ เข้ามาตรงนี้ได้แต่ว่าก้อย ฝากถึงได้มีผู้บริหารอยู่ในห้องนี้นะคะ ผู้บริหารให้ไม่ใช่ค่ะ เสร็จนะคะ แต่ว่ามันต้องใช้ได้ ใช้ได้จริงด้วยคนทุกกลุ่มด้วยนะคะ ทีนี้มาถึงทางฝั่งผู้พัฒนา ตัวช่วยแล้วค่ะ เขาบอกว่าเขาไม่ได้ยาก แต่ว่าถ้ามีตัวช่วย มีงานวิจัย มีอะไรที่จะเข้ามาให้ทั้งทางผู้พัฒนา และผู้ให้บริการ สามารถมาทำให้เกิดการเข้าถึงเนื้อหา บริการติดต่อได้ ก็อยากให้ทาง สวทช. ช่วยพักผ่อนครับ ก็ก่อนจะเป็นเรื่องของ True เรื่องมัสยาอะไรก็ก็ขอเล่าประสบการณ์ที่จากเคยร่วมงานกับทาง สวทช. ทั้งธนาคารแห่งประเทศไทย ไปร่วมคณะกรรมการในการพัฒนาแอปพลิเคชันบริการให้เข้าถึงธนาคารถึงแอปของภาครัฐ ตามเว็บไซต์เลยนะครับ ก็คืออันหนึ่งส่วนคุณอภิรักษ์ พูดไปละ เป็นเรื่องจริงจังเพื่อให้มีประเด็น คือที่สำคัญ คือมันต้องมีความเข้าใจก่อน เข้าใจความสำคัญตรงนั้น หาก็จะตรงนั้นเข้าใจจริง ๆ ว่าไอ้การเข้าถึงคืออะไร ทุกทิศทาง และให้เกิดการทำงานจริง ๆ ไม่ใช่ว่าผลักดันเพื่อมีตัวนับแล้วก็เสร็จ ต่อมาคือจริงจังให้มีแรงผลักดันภายใน เข้าใจวิธีที่ 2 ขยายตัวนี้มันสำคัญอย่างไร คือบางคนจะเข้าใจว่าเราเหมือนลงทุน เหมือนเดิมการลงแรง 80 20 ได้รับ 80 เปอร์เซ็นต์ ตกลงหนักเยอะเลย ลงมาเดี๋ยวก็ลงแรงที่สุด แต่จริง ๆ บอกว่าเรื่องการเข้าถึง มันไม่ใช่แค่กลุ่มใครผมคนหนึ่ง ที่จริงมันกว้าง อันนั้นคือสลับ ทุก ๆ คน ตรงนี้ ก็เดี๋ยวให้เห็นภาพก่อน ว่าปัจจุบันนี้ทำงานจนภาคเอกชนนี่ เรามีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือการทำ Digital transformation ประกันการให้บริการต่าง ๆ เข้าถึงต่างจากค่อยเจอหน้ากันมาเป็นทุกอย่างอยู่บนเว็บ บนแอปต่าง ๆ ซึ่งทรัพย์สินไม่เกิดขาดหายไป คือการสื่อสารต่อหน้า การแลกเปลี่ยนการพูดคุยกัน บริการที่มันเข้าถึงได้ง่าย มันเป็นเว็บมันสิทำอะไร คืออะไร หน้าจอกับสิ่งที่แตะ ๆ ๆ แล้วหลังจากนั้นเข้าถึงไม่ได้ล่ะอะไรขึ้น ไม่มีคนคอยที่อธิบาย ไม่มีคนคอยช่วยเหลือ ยิ่งตอนนี้ภาครัฐสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบเขามีนโยบายผลักดันดิจิทัลี่จะต้องอึ้งพักละเนี่ย ทุกอย่างเป็น eServiceแบตเตอรี่แผงได้ 700 กว่า Service ราคาภาครัฐ ชมทุกอย่างในธนาคารนะผลักดันจาก ถเคาน์เตอร์ลงลงสาขาลงมาเป็นผลัดกันให้ผู้ใช้เรียนรู้แล้วรับผิดชอบตรงนั้นเอง ฉะนั้นการเข้าถึงน่าจะลดลงครับ Digital Gap มากขึ้น จะพังมากขึ้นนะครับ ฉะนั้นสิ่งที่จะช่วยตรงนี้ได้ ก็คือตรงนี้ครับ จะเป็นคีย์หลักหนึ่งที่จะช่วยลดช่องว่างตรงนี้ แปลว่า เสริมตรงนี้นิดหนึ่งคือ ผมได้คีย์เวิร์ด หลักอันนึง อาจารย์มณเฑียร หลาย ๆ คนอาจจะเข้าใจว่าบางอย่างนะครับ เช่น ว่า ก็เขาพูดกันคือบางครั้ง คนพิการนะครับ ใช้ไม่ได้หรือไม่ อาจจะไม่มีความรู้ในการเข้าถึงอะไรงี้ ใช้ Application หรืออะไรอย่างนี้ อันนี้เป็น Mind Set ที่เจอ บางมุมที่เจอแต่จริง ๆ ต้องแยกกันก่อน ไม่มีอินเทอร์เน็ตให้ใช้ ไม่มีเว็บไซต์ที่ให้ความรู้ให้ใช้ พอมีมามันเป็นสิ่งที่ควรมีเขาจะอ่านได้เข้าใจแค่ไหนใช้งานได้แค่ไหน อันนี้เป็นประเด็นหนึ่ง เรื่องของการจัดการ เรื่องการเรียนรู้ของผู้ใช้กับผู้ใช้ แต่ประเด็นคือคุณต้องทำให้มันมีก่อน ให้เขาถึงให้ก่อน ไม่ต้องเป็นกลางคืน ต้องมีก่อน ส่วนการเรียนรู้ว่าเราผลักดันได้ เหมือนคุณโจ้บอก แม้เป็นแอปที่เข้าถึงกลุ่มเลย หาวิธีเรียนรู้ให้เข้าถึงได้อยู่ดี ทุกคนมีแรงผลักดันตรงนี้อยู่แล้ว มันคืออะไร ต้องทำให้มันเข้าถึงได้ก่อนสำคัญที่สุดที่จะต้อง Digital งั้นเราจ่ายตรงนี้ ตอบมาว่าแล้วเราจะทำให้มันเป็นอย่างไร แต่ที่ผมไปร่วมงานมานะครับ หลาย ๆ คน จะพัฒนา service เว็บหรือแอป โดยมองในเชิงเทคนิคก่อน แบบที่คุณโจ้บอกเลย คนตาบอดเขาถึงเว็บได้ไม่ได้ อันนั้นไม่เห็นใช่ไหม เดี๋ยวใส่เสียงให้เลย ใส่เสียง ใส่เทคโนโลยีไปก่อนโดยไม่เข้าใจ คำเดิมครับ จะได้เข้าใจ คุณต้องเข้าใจก่อนเข้าใจอะไรเข้าใจชุดนี้เป็นอย่างไร เรียนรู้ User ก่อน มีใครบ้างเขาเป็นอย่างไร สำคัญก่อนที่จะไปถึงตรงว่าจะทำไง เขาถึงได้นะครับ มาต่อมาว่า User ที่เราก็ต้องเข้าถึงได้นี่ คือใครหลายคน คิดถึงอันดับแรกเลย พอพูดบริการดิจิทัล เว็บไซต์ แท็บเล็ต แอปต่าง ๆ คือ คำว่า "เข้าถึงได้" นี่ รับสอนสมาธินึกถึงคือคนหูหนวกเห็นวิดีโอ กฎหมายทุกอย่าง ไม่รู้ว่าพูดอะไรกัน บรรยายอะไรครั้งเอาง่าย ๆ ครับ หรือแม้กระทั่งดนตรี เห็นแต่คนเล่น ไม่รู้เป็นเสียงทำนองเพลงลมประมาณไหน อย่างไร นี่คือคนหูหนวกระดับรอง รองลงมา จึงมีหลายกลุ่มนะ ที่ต้องการการเข้าถึงไม่ใช่คนพิการ ถ้าเราดูตอนนี้สถิติแค่คนพิการตามที่สภาดิจิทัลสำรวจมาที่สุดอย่างสำรวจและสำรวจรวมแล้วประมาณ 4 ล้านคน แต่จริงต่อไปนี้คืออายุของสูงอายุ ผู้สูงอายุ 13 ล้านคน เอ้ย 13 เปอร์เซ็นต์ ของประเทศ สามารถของ 13 ล้านคน หลังคนตอนนี้เขาสวยซึ่งอันนี้เป็นสิ่งที่จะมาตามวัย มีเรื่องสมรรถภาพ และโรคที่เกี่ยวกับการเรียนรู้ การมองเห็น สายตาเลือนราง สายตายาว ไม่ใช่คนที่สุดเรามองมือถือถ้าการออกแบบที่ไม่คำนึงถึงผู้ใช้นะก็จะเป็นตัวเล็ก ๆ แล้วก็ขึ้นหลังกับตัวอักษรนี่ สีทาใกล้ ๆ เคียงกันเลย เอาเนื้อสีสวยไม่ถึงว่ามันอ่านได้ไหม สักคนมีปัญหาสายตา สายตายาวมามองน่ะ แค่มองนี่ ก็มองยากละ นั่นคือมันไม่ใช่แค่กลุ่มคนพิการ คือทุกคนต้องมีปัญหาแน่ ๆ สักวันนึงการเข้าถึงที่ทุก ๆ คน เราได้งานนี้เราจะ 1-1 โดยถ้วนหน้าดูหน้า คือฟอคือทุก ๆ คนอันนี้เข้าใจว่าจริง ๆ แล้วน่ะ ไม่ใช่แค่ใครเป็นคนซื่อสัตย์ต่อบุคคล ซึ่งมันจะได้ใช้ตรงนี้ครับ นี่คือนะครับ อันนี้คือที่อันนี้ของฝั่ง ภาครัฐและเอกชน เอกชนที่พัฒนาแอปพลิเคชัน แล้วก็เว็บไซต์ต่าง ๆ ขึ้นมา หลายหน่วยงาน ก็พยายามเข้าถึง เข้าถึงได้ที่คือการทำงานร่วมกับผู้ใช้จริง ๆ เช่น เชิญคนตาบอดมา สมาคมคนหูหนวกมา ผู้ใช้จริงที่ต้องใช้คนที่มีปัญหาสายตาอะไรต่าง ๆ เพื่อให้อยู่ใน Loop ของการพัฒนาตนตั้งแต่ต้น ไม่ใช่ว่าถ้าทำเสร็จแล้วค่อยมาแก้ไขยากกว่าลงทุนเยอะ ใช้เวลาเยอะกว่า แล้วก็ประเด็นต่อมา คือ มันใช่อันเดียวจบ มีการอัปเดตเว็บไซต์ อัปเดต App ส่วนมากปัญหาที่เจอแบบ web app ธนาคาร คือเพราะอัปเดตทุกอย่างเรียบร้อยละ ทีมพัฒนาร่วมกับสมาคม ไปละโปรโมชัน เข้าไม่ได้อีกละ ยังไม่เป็นรูปสิ่งที่ชั้น 2 น่าจะมีส่วนร่วมแล้ว คือต้องเกิด Loop การพัฒนาPCDA ครับ ไปเรื่อย ๆ รวมกันแล้ว Loop ไปเรื่อย ๆ เปลี่ยนก็ต้องเช็ก แก้นะครับ นี่คือสิ่งที่ได้มาจากการรวมพัฒนาต่าง ๆ ต่อมาก็ต้องร่วมกัน กลับแล้วมันเป็นคือที่ทุกคนจะยกมาคือว่าแล้วก็เรื่องแรงที่ใช้ การลงงบในการพัฒนาการเดือนละ มันเป็นเรื่องของกรรมเข้าถึง ซึ่งพัฒนาคือให้ดูหน่อยสิ ของพัฒนาเลยนี่ ต้นมันจะลดใช้จ่ายไปเยอะแล้ว แต่สำคัญที่สุดต่อมาคือ เข้าใจว่าทุกหน่วยงานจะมีทางบริษัทจะมีข้อจำกัดในเรื่องงบ หรือกำลังคน ถึงตรงไหนระดับไหน เช่ นบอก A A ข้อไหนเราสามารถเลือกได้ครับ ตรงนี้ว่าเราจะเลือกตรงไหนที่เป็นที่สำคัญให้คนเข้าถึงที่พอจะทำให้ได้ก่อนที่สำคัญ เรื่องนเนื้อหา่สำคัญ ที่ทาง DGA แยกเนื้อหาสำคัญสำคัญในคน เข้าถึงได้ ก็เดี๋ยวต้องขอเท่านี้ก่อนนะครับ (ดร.อนันต์ลดา) ที่สำคัญเลย ก็คือเข้าใจว่าปัญหาอยู่ตรงไหนนะคะ บางทีการเข้าเราคิดไปเองใช้เทคนิคที่บอกมาเมื่อกี้พูดถึงเรื่องของเสียง คิดว่าคนตาบอดต้องการเสียงแล้วก็ใส่เสียงไปในทุกจุด แต่มันไม่ใช่ในสิ่งที่เขาต้องการมันก็จะมีปัญหา คือ ไม่ได้เรื่องของเทคโนโลยี หรือเทคนิคอย่างเดียวเกี่ยวกับเรื่องของการเข้าใจ เรื่องของความต้องการของผู้ใช้ด้วยนะคะ ทีนี้วนกลับมาที่ฝั่งผู้ใช้อีกรอบหนึ่งนะคะ เมื่อกี้เราพูดถึงปัญหาอุปสรรค ที่ผ่านมาแล้วนี่เรามองไปในอนาคตนี่ ก็คืออยากให้เกิดการผลักดัน เพื่อการสร้างเข้าถึงเนื้อหาและบริการดิจิทัลในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับฝั่งผู้ใช้นี่ค่ะ เราอย่างวันนี้เรามาอยู่ด้วยกันแล้วนี่ ผู้ใช้อยากจะเข้ามามีส่วนร่วมพวกนี้อย่างไรบ้างคะ (คุณณัฐวุฒิ)จริง ๆ จริง ๆ แล้วนะครับ ถ้าเป็นในนามขององค์กร ทางเราก็ทำกันอยู่สม่ำเสมออยู่แล้วนะครับ ในเรื่องของการผลักดัน เราสามารถเข้าถึงพวกดิจิตอลได้นี่นะครับ ผมยกตัวอย่าง เช่น เหมือนแอปธนาคาร หรือเว็บไซต์ของธนาคาร หรือบริการของธนาคารที่เราเห็น ว่ามันมีความจำเป็นกับคนส่วนใหญ่จริง ๆ นะครับ อันนี้มันก็เป็นนโยบายที่เราจะต้องคุยกัน แล้วก็ต้องช่วยกันผลักดัน ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมานะครับ ทางสมาคมคนตาบอดนี่ เราก็ได้ร่วมกับทางธนาคารต่าง ๆ ได้ไปพูดคุย คืออย่างผมเองจะได้มีโอกาสได้ไปคุยกับทาง Developer เลย คนที่เป็นนักพัฒนาไปบางที่นี่ ผมบอกเลยว่าเขาเตรียมตัวดีมาก นะครับ บางธนาคารไปนี่ เขารู้เลยว่าคนตาบอดนี่ ต้องใช้ screen Reader นะ ถึงจะสามารถใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ หรือโทรศัพท์มือถือได้ แต่ไปบางทีนี่ นักพัฒนาไม่มีความเข้าใจเลย คือกลับมองว่าการที่คนตาบอด ใช้คอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์ได้นี่ เป็นเรื่องมหัศจรรย์ของโลก ซึ่งอันนี้ เราก็ต้องไปปรับความเข้าใจ ให้เขาเข้าใจ ว่าคนตาบอดสามารถที่จะใช้อุปกรณ์เหล่านี้ได้ ทั้งคอมพิวเตอร์ และทั้ง Smart phone พอเขาเข้าใจปั๊บนี่ เขาจะเริ่มรู้แนวทางนะครับ ว่าถ้าจะทำให้ตัวโดยที่ของคนคนตาบอดใช้อยู่นี่ สามารถที่จะเข้าถึง บริการของเขาได้นี่ เขาต้องทำอย่างไรบ้าง 1 2 3 4 5 นะครับ กับอีกอันหนึ่ง ก็คือเราเองนี่ เราต้องเรา ก็พยายามส่งเสริมผลักดัน ให้คนตาบอดเราเองนี่ เข้าถึงเทคโนโลยีมากขึ้นด้วยนะครับ เพราะว่ามันก็จะเป็นแรงผลักอีก 1 ตัวนะครับ ที่จะทำให้ผู้ประกอบการ หรือผู้ให้บริการหันมามองกลุ่มนี้มากขึ้น เราเคยเจอคำถาม ว่าถ้าเรา ถ้าเขาพัฒนา บริการของเขา หรือเว็บของเขา ให้คนตาบอดสามารถเข้าถึงได้ ถามก่อนในประเทศไทยมีคนตาบอดกี่คน มีคำถามแบบนี้นะครับ ผมก็เลย... ผมก็เลยต้องพยายามบอกกลับไป ว่ามันอาจจะต้องดูว่าสิ่งที่เขามองน่ะ มันคือมุมไหนนะครับ ถ้าสมมติว่ามองว่า ถ้ามองจากสภาพร่างกายนะครับ แน่นอนว่าคนตาบอดนี่ หรือคนพิการนี่ เป็นคนกลุ่มน้อยแน่นอน นะครับ เป็นคนกลุ่มน้อยแน่นอน ที่... ถ้าสมมติ ถ้าเกิดเข้าไปบอกว่าจะเลือกคนพัฒนา เพื่อที่จะให้คนร่างกายปกติ ใช้งานได้ อันนี้คนพิการจะเป็นคนกลุ่มน้อยทันที แต่สมมติเขามองว่า จะพัฒนาให้คนที่ต้องการอยากจะรู้ หรืออยากจะเข้าถึงข้อมูลของเขานี่ สามารถเข้าถึงได้ คนพิการก็เป็นคนกลุ่มใหญ่ เพราะเราก็อยู่ในกลุ่มเดียวกัน เราก็ยังมีความอยากจะเข้าถึง อยากจะรู้ อยากจะเข้าไปหาข้อมูลต่าง ๆ เหมือนกัน เพราะฉะนั้นมันก็ขึ้นอยู่กับว่าเขามองกลุ่มไหน ทีนี้นี่พอจริง ๆ ในเรื่องของความเข้าใจ ที่เราพยายามผลักดันนะครับ ทางองค์กร ทางสมาคมนี่ เราพยายามที่จะส่งเสริม พยายามที่จะให้ข้อแนะนำ หรือแม้แต่กระทั่งลงไปทำงานด้วยนะครับ เหมือนที่ได้เล่าไปใน Case ของธนาคารนี่นะครับ สิ่งที่เกิดขึ้น ก็คือประสบความสำเร็จ ว่าเขาพัฒนาออกมาแล้วนี่ คนตาบอดก็สามารถใช้งานได้ ทางเขาก็ได้ลูกค้าเพิ่ม ไอ้เราก็ได้ประโยชน์เพิ่มจากการใช้งานที่เราสามารถที่จะใช้งานได้ มันก็มันก็เป็น Win Win นะครับ เราก็พยายามที่จะส่งเสริมทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งตัวคนของเราเองแล้วก็ให้ความรู้ บุคลากรหรือกับคนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ในการพัฒนาของหน่วยงานต่าง ๆ สิ่งนี้เราทำมาตลอดนะครับ แต่ส่วนในเรื่องของนโยบายอื่น ๆ นะครับ ในเรื่องของเรื่องของการผลักดันกฎหมาย เรื่องของการผลักดันข้อบังคับอะไรต่าง ๆ ให้มันเกิดขึ้นนี่ อันนี้ก็ทางสมาคมเอง ก็มีทางผู้บริหาร ทางผู้หลักผู้ใหญ่ ก็พยายามทำเรื่องพวกนี้อยู่นะครับ ตอนสมัยอาจารย์มณเฑียร อยู่ท่าน ก็ทำเรื่องพวกนี้มาตลอด นะครับ ก็จะเห็นว่ามีหลายอย่างนะครับ พี่ออกมาแล้วก็ส่งผลดีนะครับ ให้กับผู้พิการโดยรวมแล้วก็ จริง ๆ เดี๋ยวผมจะบอกเลย ว่าเวลาเราพูดถึงเรื่องของการเข้าถึง Accessibility ในเรื่องของ Web Accessibility เรื่องของ Web accessibility หรือเรื่องอะไรต่าง ๆ แล้วแต่ที่เน้นเรื่องของการเข้าถึงที่เป็นดิจิคนมักจะมองว่า นี่เราทำไปให้คนตาบอด ผมจะบอกว่าเหมือนที่ ดร.ชัชวาลย์ พูดเมื่อกี้นี่แหละครับ ว่าจริง ๆ แล้วเนี่การทำสิ่งเหล่านี้มันไม่ได้ เกิดประโยชน์กับคนตาบอดกลุ่มเดียว เพียงแต่ว่าคนตาบอดน่ะ เสียงดัง ชอบโวยวาย ใช้ไม่ได้ก็เลยต้องโวยวาย ทีนี่คนตาบอดออกมาโวยวายนี่ กลับกลายเป็นว่าเราเดี๋ยวเราต้องทำให้คนตาบอดเราต้องทำให้คนตาบอด จริง ๆ แล้วมันไม่ใช่ มันต้องทำให้คนทุกกลุ่ม และข้อสำคัญเลย ผมไปเวทีไหน ผมก็พยายามพูดเรื่องนี้ตลอดนะครับ ว่าอย่าคิดว่าทำให้คนตาบอด หรือทำคนพิการ คนกลุ่มใดคนหนึ่ง คิดว่าทำให้ตัวเองแล้วกัน เพราะเมื่อไหร่คนที่เป็นนักพัฒนา หรือคนที่เป็นผู้บริหารเองนี่ เมื่อไหร่ที่เราแก่ตัวลงไป เราต้องพิการอย่างใด ถ้าไม่ไปตายเสียก่อน พิการอย่างใดอย่างหนึ่งแน่นอน ไม่แขน ขาก็หูไม่หู ก็ตา ต้องอย่างใดอย่างหนึ่งแน่นอน แล้วถ้าเกิดว่ามันไปถึงวันนั้นแล้วนี่ เรากลับมาใช้สิ่งที่เราพัฒนาไม่ได้ ผมว่ามันจะช้ำใจมากกว่า ตอนที่เราอยู่ตอนนี้ อันนี้คิดง่าย ๆ เลย แต่ทำไมถึงใช้ไม่ได้คิดง่าย ๆ เลยไม่ต้องทำให้ใคร ทำไว้ให้ตัวเองในอนาคตได้ใช้แน่ ๆ แล้วก็ในปัจจุบันนี่ ก็จะมีคนกลุ่มหนึ่งที่ได้ใช้แน่นอน อันนี้ก็เป็นเรื่องที่จะฝากไว้ แล้วก็ทางสมาคมคนตาบอด เราก็ยินดีนะครับ ที่จะให้คำปรึกษานะครับ ถ้าเกิดว่าหน่วยงานไหน ต้องการจะทำให้เว็บของท่านนะครับ หรือ Application ของท่าน สามารถเข้าถึงได้ แต่ขออย่างหนึ่งนะครับ ปรึกษาก่อนทำ อย่าทำก่อนแล้วไปปรึกษาครับ เพราะว่าเป็นเรื่องที่คุยกันแล้วกับเหมือนไก่กับไข่เลยน่ะ คือทำแล้วไปหาเรา เราบอกอันนี้ต้องแก้นะครับ อันนี้ต้องปรับต้องปรับ อย่างนี้ต้องรื้อใหม่หมดเลย แล้วผู้บริหารเขาจะยอมไหมนี่ ต้องไปลงทุนต้องทำใหม่ ต้องนู่นนี่นั่น แล้วคนก็จะนึกว่าถ้าทำสิ่งเหล่านี้ให้คนพิการ สามารถเข้าถึงได้ หรือให้มัน access แล้วนี่ มันจะยังสวยงามเหมือนเดิมไหม คนชอบเอาเปรียบเทียบกันนะครับ ว่าถ้าทำให้ access ได้ ทำให้เข้าถึงได้ มันจะไม่สวยงาม แต่ถ้าอยากจะทำให้สวยงาม ก็ต้องยอมให้มันเข้าถึงไม่ได้ อันนี้มันเป็นความเข้าใจที่เดี๋ยวผมว่าทาง Ux Ui น่าจะมาพูดได้นะครับ ว่าเป็นความเข้าใจที่ผิดหรือถูก ผมพูดไว้ก่อนเลยว่า ผมว่าผิด ไม่ถูกแน่นอนนะครับ เพราะฉะนั้น ความสวยงามนะครับ และการเข้าถึงได้ มันสามารถไปด้วยกันได้ ครับผม ยืนยัน เพราะมีหลายที่ก็ทำได้ เมื่อมันมีที่หนึ่งทำได้ ที่อื่นจะบอกว่าเป็นไปไม่ได้ อันนี้ย่อมเป็นไปไม่ได้ ยิ่งพูดยิ่งงงใช่ไหมครับ นะครับ ก็ผมเชื่อนะครับ ในความเป็นไปได้ เพราะความเป็นไปได้มันจะทำให้เราสามารถเริ่มต้นใหม่ได้เสมอ ครับ ขอบคุณครับ (ดร.อนันต์ลดา) ค่ะ ขอบคุณค่ะ อย่างนั้น ก็มาคำถามเมื่อกี้เลยนะคะ ความสวยงามกับการเข้าถึงใช้งานได้นะคะ แล้วก็แนวทางที่จะการถ้ามันไปได้ เราจะผลักดันกันอย่างไร ต่อไปในอนาคตนะคะ เชิญคุณอภิรักษ์ // ครับ เป็นไปได้อยู่แล้วครับ อยู่ที่กำลังลงไปแค่ไหน เอาจริงแล้วนี่ ต่อให้ไม่พูดถึงคนหากลุ่มผู้พิการนะครับ ทำให้คนตาปกติใช้ได้นี่ ก็ยากแล้วนะครับ มันยากตรงที่เขาคิดเอาเองน่ะ คนทำเขาคิดเอาเอง แล้วเขาไม่มา เขาไม่เอามา Test กับผู้ใช้ เขาไม่มาเทสต์กับผู้ใช้ ก็ใช้ไม่เป็นครับผม ก็จะได้แค่เว็บหน้าตาสวย ๆ แล้วใช้ไม่เป็น เป็นเรื่องปกติด้วยนะ ถ้าอยากให้ใครใช้ได้เทสต์คนนั้น โปรแกรมเมอร์น่ะ เสกได้ครับ คือเขา Test เขารู้ว่ามีปัญหาตรงไหน เดี๋ยวเขาก็ปรับให้ เสกได้เองค่ะ เพราะฉะนั้นนี่ ได้อัดพลังลงไปขอให้ได้ มีเรื่องพวกนี้อยู่ครับ ทำได้นะ แล้วก็จริง ๆ อยากเสริมตรงนี้ด้วย ว่าไม่ใช่แค่ผู้พิการทางสายตาครับ มันจะมี Concept อย่าง Offline first คนที่เข้าถึงอินเทอร์เน็ตไม่ได้ เขาก็คือ disability อย่างหนึ่ง ว่าเขาเข้าถึงอินเทอร์เน็ตไม่ได้ เพราะฉะนั้นนี่ แอปพลิเคชันจะออกแบบมา แบบ offline First คือเผื่อว่ากรณีที่คุณไม่มีอินเทอร์เน็ตคุณยังสามารถที่จะใช้แอปพลิเคชันของเราได้ ยังมีคนอีกมากมายที่ในหลายรูปแบบที่ถ้าสิ่งเหล่านั้นมันอยู่ในไอ้คำว่า "เสร็จ" ในเงื่อนไขของคำว่า "เสร็จ" มันจะเสกออกมาได้ครับ ใส่เข้าไปให้ได้ ย้ำเรื่องข้ออ้างครับ ฝากสร้างข้ออ้างให้พวกเราด้วยครับ ขอบคุณครับ (ดร.อนันต์ลดา) ขอบคุณค่ะ อันนี้ประเด็นนี้น่าคิดนะคะ เรื่องเมื่อกี้ เราก็พูดกันรู้เรื่องออนไลน์ ออนไลน์กันค่อนข้างเยอะ ตอนนี้ก็พูดถึงเว็บไซต์เราก็คิดถึงเรื่องอินเทอร์เน็ต เรื่องของการออนไลน์แบบเมื่อกี้ก็เป็นประเด็นที่ 4 มันก็ต้องมีการเข้าถึงในในภาวะออฟไลน์ด้วยเช่นกัน ที่อยากให้เนื้อหาเหล่านั้นคงไม่สามารถเข้าถึงได้ ในบางภาวะ ที่เราอาจจะยังเข้าไม่ถึงอินเทอร์เน็ต หรืออินเตอร์เน็ตมีปัญหานะคะ ก็อาจจะฝากไปด้วยนะคะ ทางนะคะ มีฐานะผู้บริการภาครัฐ ในอนาคตมองแนวทาง ในการผลักดันการเข้าถึงบริการใหม่ ๆ ที่เป็นบริการ ในอนาคตอย่างไรบ้างคะ // ครับในส่วนของ สนข. นะครับ คือ เมื่อสักครู่นี้แชร์ในส่วนของนโยบายของกำลังของเรา เรามองไปอย่างไรในเรื่องของ Inclusive Transport ตอนนี้ในแผนชาตินี้ก็คงจะเป็นลักษณะของว่าจะผลักดันอย่างไรให้ไปสู่เป้าหมายที่เราต้องการ คือตอนนี้ทางสาระของเรา อยู่ระหว่างการจัดทำร่างแผนปฏิบัติการ ด้านการพัฒนาสิ่ด้วยความสะดวก การคมนาคมขนส่งสำหรับคนทุกคนนะครับ 2561-2580 โดยภาพล่วงหน้านะครับ จะมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะ และยกระดับมาตฐานการบริการภาคการขนส่งของประเทศ ให้เข้าสู่ระบบขนส่งที่เสมอภาคและเท่าเทียม หรือว่าInclusive transport ครับ ไม่เป็นระบบการขนส่ง สำหรับคนทุกคนก็ โดยเนื้อหาของตัวร่างแผนด้วยนะ เราจะรอดูในมิติต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นด้าน ข้อกฎหมายด้านโครงสร้างพื้นฐาน และสิ่งอำนวยความสะดวกในส่วนของการพัฒนาบุคลากร เพราะบุคลากรที่เป็นลักษณะที่เป็นบุคลากรนั้นไม่ใช่บุคลากรทางด้านไอที ยังเป็นข้อจำกัดแปลว่า แล้วก็เป็นเรื่องของการพัฒนาและส่งเสริม และประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมหรือความสะดวก ด้านจราจรทุกคนทางนี้จ ะรวมถึงประเด็นมาตรฐานของเว็บไซต์ ในการดำเนินงานของกระทรวงคมนาคม ในอนาคตด้วยนะคiy ซึ่งส่วนของตัวเว็บไซต์เนี่ยเราก็จะมีเป้าหมายว่า ให้ถ้าจะให้มีการพัฒนาเว็บไซต์ ที่เป็นมาตรฐาน ได้ตามมาตรฐานนะครับผม ก็ในส่วนของการออกหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ Application นะครับ มาตรฐาน รวมถึงพัฒนา Mobile Application สำหรับคนทุกคนแล้วก็การพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัล ด้านระบบฐานข้อมูลด้าน การขนส่งด้วยครับ อันนี้ก็จะเป็น เขาเรียกว่าเป็นข้อมูลไอที ที่กำลังจะส่งสนับสนุนและได้เสนอ ขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงคมนาคมต่อไป ทั้งนี้ทั้งนั้นนะครับ ในส่วนของภาครัฐ เราก็เอาขับเคลื่อนด้วยแผนงานต่าง ๆ จะได้ส่วนที่เป็นหัวคือของภาคเอกชน คือถามกระทรวงในภาคผนวก อนาคตต่อไปภาคเอกชนจะมีบทบาทสำคัญ เนื่องจากว่าการขนส่งด้วยเทคโนโลยีใหม่ ๆ จะเริ่มต้นด้วย ด้วยภาคเอกชนเป็นหลัก ภาครัฐ ไหนเราก็ต้องสนุนการดำเนินงานของภาคเอกชนนะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการออกกฎระเบียบต่าง ๆ ขึ้นมารองรับ เราจะเห็นได้จากการที่ผ่านมาและมีอาการ On demand Service อย่างเช่นว่า การใช้ Smart Phone ในการเรียกรถเหลือเลยนะคงต้องเอ่ยชื่อบริษัททางภาครัฐเราก็ต้องออกกฎระเบียบขึ้นมา support ในเรื่องของความปลอดภัยของผู้ใช้งาน แต่ว่าในส่วนของในอนาคตนะครับ เราการใช้งานของ Application มีเพิ่มมากขึ้น แต่ว่าเท่าที่ฟังดูในเรื่องของการบังคับ ใช้กับภาคเอกชน เรื่องมาตรฐานเว็บไซต์ การเข้าถึงอะไรนี่ อยากจะฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจริง ๆ ไว้ช่วยหาหนทางหรือทำอย่างไรให้การพัฒนาเว็บ Moblie Application หรือเว็บไซต์ต่าง ๆ ของภาคเอกชนที่ให้บริการค่าขนส่งได้มาตรฐานตามที่เราหวังไว้ เพื่อให้การเดินทางของคนทุกคน สิ่งที่เราต้องการจริง ๆ ครับผม (ดร.อนันต์ลดา) ขอบคุณค่ะ เดี๋ยวต้องฝากทางสภาดิจิทัลด้วยนะคะ ทางขนส่งขนส่งทางด้านเอกชน จะเข้ามาร่วมกับเราตรงนี้อย่างไรได้บ้างนะคะ สุดท้ายราคากลับมาที่ ดร.ชัชวาลย์ ในฐานะที่เป็นนักวิจัยและผู้พัฒนา เครื่องมือมีเรื่องแนวทาง ในการพัฒนาเครื่องมือและมาตรฐาน อย่างไรต่อไปในอนาคตนะคะ พี่จะเข้ามามีส่วนเสริมในการสร้างสื่อ platform เนื้อหาที่เช่าที่สามารถให้ทุกคนเข้าถึงได้ (ดร.ชัชวาลย์) ครับ ทางด้านอันนี้ก็เป็นภารกิจหลักของทางทีมอยู่แล้วนะครับ เวลานั้นเรามีทีมทางด้าน แล้วก็สิ่งอำนวยความสะดวกซึ่งทางเรานี่ เป็นอันเป็นภารกิจหลัก อันหนึ่ง ที่เราจะไปก่อน ก่อนที่จะไปถึงมาตรฐานกับเครื่องมือนี่ ฟังจากหลาย ๆ ท่าน แล้วแต่เห็นว่าอันดับแรก มันมีความต้องการที่หลากหลาย ให้มันเข้าถึงได้ แล้วความเข้าใจแต่ละคนก็ไม่เท่ากัน เพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญว่าเพื่อให้ทุกคนทำงานร่วมกันได้นะครับ แล้วก็ยอมรับได้ว่านี่คือการเข้าถึง ผู้ใช้ และนักพัฒนา นี่คือการเข้าถึงต้องทำอย่างไร จึงต้องการคือเรื่องข้อตกลงร่วมกันที่สอดคล้องกัน แล้วตรงนั้นคือตรงนี้คือเรื่องมาตรฐาน พอมันมีมาตรฐานเสร็จ ทำอย่างไร ให้มันตกลงกันได้ไหม มีการอบรม stake holder ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งผู้ใชผู้พัฒนาผู้บังคับใช้ได้หลาย ๆ คนนี่มั นตกลงร่วมกันครับ มาตรฐานแล้วติดต่อมาที่จะทำให้มันเกิดการเข้าถึงได้ต่อ ก็คือเราต้องมี เนื่องจากการเข้าถึงมันมีประเด็นหลายประเด็นที่ต้องตรวจ การใช้แรงงานใช้งานเยอะ ที่จะช่วยได้ คือการมีเครื่องมือที่ดี เครื่องมือและกระบวนการที่ดี ช่วยในการให้การตรวจเร็ว มีประสิทธิภาพ และก็ถูกต้อง เรื่องของคู่มือครับ เครื่องมือเกษตร ที่มีประเด็นต่อมาที่เป็นอนาคต ที่เราวางไว้ ให้เป็นภาพกระบวนการก่อน แล้วมันเกิดขึ้นตรงนี้ คือ มีเครื่องมือเสร็จ แต่ว่ามันต้องมีกระบวนการในการประเมิน รับรอง ว่าไอ้สิ่งที่พัฒนามานี่ มีการตรวจสอบว่ามันได้ตามข้อตกลงได้ตามมาตรฐานหรือเปล่า หรือเป็นกระบวนการใด กระบวนการที่เป็นส่วนหนึ่งครับ ภาพรวมเป็นส่วนหนึ่ง ของการมาตรฐาน มีการสร้างมาตรฐาน ร่วมตกลงการสร้างเครื่องมือสร้างกระบวนการ และก็มีการประเมิน ซึ่งเราจะมารับรองร่วมกันกับหน่วยงานพันธมิตรต่าง ๆ ที่มาร่วมงานกันในวันนี้นะครับ แล้วก็อีกหลายหน่วยงานที่กำลังจะที่เราเจอกันคุยกัน ที่จะเชิญเข้ามาร่วมกันในวงนี้ ก็ว่าเช่นที่บอกว่ามันจะมีภาครัฐ อย่างน้อยก็... ก็อาจจะมากขึ้เรื่อย ๆ เป็นต้น ผลต่อการผลักดันให้เกิดการบริการจริง ๆ ประชาชน ดึงเข้ามาฟังนโยบาย และก็มี GTA เรียบร้อยนะครับ ตำแหน่งนี้ ก็ต้องเป็นกระบวนการ ที่ต้องการตอนนี้ เราก็เป็นส่วนหนึ่ง ที่ช่วยในการผลักดันตรงนี้ นะครับ ในส่วนของ ขอเรื่องมาตรฐานก่อนนะครับ ก็ตอนนี้เนื่องจากว่าเรามีมาตรฐานเดิม มาตรฐาน สมอ. อยู่ เป็นมาตรฐานเทียบกับ 2.0 ตั้งนานล่ะ 10 กว่าปี ซึ่งตอนนี้มันเปลี่ยนไป 2.2 ล่ะออกล่าสุดนะครับ แล้วก็สถานี DGA ก็จะ... เนื่องจากสาเหตุที่ GDA ยังไม่มีการกระบวนการ ที่ยังไม่มีการผลักดันให้เต็มที่ เพราะว่าเราหาเครื่องมือที่จะมาช่วย ให้ผู้พัฒนาให้ผู้บริการภาครัฐหรือต่าง ๆ นะครับ ตรวจเว็บไซต์ที่มีประสิทธิภาพ อย่างที่บอกเอาไว้ว่าใช้แรงงาน ใช้งบประมาณเยอะ ถ้าจะช่วยเรื่องนี้ได้ อันนี้คือต้องพยายามเติมแล้วตั้งเครื่องมือที่พร้อมให้ก่อนนะครับ เครื่องมือตอนนี้ที่เราจะทำ ก็คือเรามี 2 แนวทาง คือกระบวนการเครื่องมือ เครื่องมืออัตโนมัติ ที่จะช่วยตรวจอัตโนมัติ เป็นระบบจะช่วย screening สิ่งที่ตรวจได้อัตโนมัติออกไปก่อน แล้วสิ่งที่เหลือ คือ สิ่งที่เครื่อง อัลกอริทึมคอมพิวเตอร์ตรวจไม่ได้ เช่น เรื่องของเข้าใจ เช่นเรื่องภาพคำจากภาพ และคำบรรยาย 2 กับภาพไหมนี้เป็นตอนที่เห็นตัวอย่างให้ชัดที่มันมีอีกหลาย Level นะครับ สำหรับการเข้าถึงได้ เช่น คนไปหาเลย การอ่านการเข้าใจ คำศัพท์เฉพาะทางเรื่องของภาษา ไม่มีใจเร็ว ต้องใช้คนค้ำมาช่วยประเมิน สิ่งที่ใส่เข้าไป Content ก็ไปงานเซลล์ใส่เข้าไปในเว็บนั้นน่ะ คนเข้าใจและเข้าถึงได้หรือเปล่า เป็นกระบวนการทางใช้ Manual ใช้คนเข้ามาเหมือนเป็น Tester ซึ่งที่ต้องทำงานต่อ คือ ข้อตกลงมาตรฐานในการตรวจ เพราะแต่ละคนตีความไม่เท่ากัน ว่าอันนี้ไม่เข้าใจ เข้าถึงได้หรือไม่เข้าถึงได้ ยอมรับได้หรือยัง เป็นต้นนี้ก็เป็นกระบวนการ ที่เรากำลังพัฒนาอยู่แล้ว ก็กดตังค์กำลังกลับต่างกันหลายหน่วยงาน ทดสอบใช้ขนาดมาตรฐานออกมา แล้วก็แผนในอนาคตที่ตอนนี้ที่ของมาตรฐาน WCAG จริงมันมีส่วนหนึ่งคือการเครื่องมือที่ช่วยในการตรวจสอบและแก้ไขคือ WCAG เป็นไกด์ไลน์บอกว่าควรจะอย่างไร จะมีกระบวนการ Test ขาดอยู่ไปประกบต้องเขียนอย่างไร ซึ่งมันเป็นคำนิยามของ ๆ หลาย ๆ จุด ก็ต้องมีการที่ไปคำนิยาม สถานมาถึงที่พักได้ในตรงนี้ ขับให้มันผ่านกระบวนการร่วม กับทางหน่วยงานภาครัฐ ก็ส่วนเครื่องมือตอนนี้ก็สถานที่ท่านจะได้เห็นดูด้านหน้านะครับ มันจะเป็นปัจจุบันที่เราทำอยู่ แล้วก็เปิดให้จะใช้ทดสอบใช้บริการบนอินเตอร์เน็ตเข้าถึงได้ ต้องทำอย่างไรตัวเองก็เข้ามาทดสอบตัวนี้ได้ แล้วก็อนาคต คือ จะนอกจากจะมี Ture แล้ว การตรวจ Manual ก็ให้คำปรึกษา เป็นแผนที่จะมีต่อไปครับ เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงตรงนี้ (ดร.อนันต์ลดา) ขอบคุณค่ะ ก็ค่อนข้างจะคุ้มกว่านะคะ ก็จะเริ่มจากเรื่องมาตรฐาน ที่เราตอนนี้มาตรฐานในระดับโลกก็ที่ WCAG 2.2 ใช่ไหมคะ แล้วแต่ว่าเดี๋ยวเราก็จะมีคำว่าสถานการณ์ถึงเรื่องใดเป็น สวทช. ด้วยว่าจะเป็นไทยกับทางภาคเอกชนมาตรฐาน แล้วจะมีเรื่องเครื่องมือตรวจที่จะพัฒนาให้มีไปตามมาตรฐาน ที่พัฒนาเพิ่มขึ้นไปนะคะ รวมถึงกระบวนการตรวจ แล้วก็จะมีเรื่องของ เรื่องของการประเมิน แล้วก็อย่างที่บอกว่า guideline จะเป็นแนวข้าง ๆ อาจจะมีเรื่อง Best Practice แนวปฏิบัติออกมาเป็นคำแนะนำ รวมทั้งมี อาจจะมีผู้ช่วยในการปรับปรุงเว็บไซต์ด้วยนะคะ ก็ค่อนข้างครบวงจรอัตราเวลาก็ล่วงเลยมาพอสมควรแต่ว่าไม่แน่ใจว่าจะมีคำถามสั้น ๆ สัก 1 2 3 ไหมคะ ถ้าถ้ามีเชิญจะได้เลยนะคะ (คุณณัฐวุฒิ) ขอโทษนะครับ ที่ comment อีกครั้งหนึ่ง แต่ว่าจะพยายามไม่สั้นที่สุดดีผมเห็นด้วยทุกความเห็นเลยครับ ตระหว่างที่ฟังเนี่ยก็รีบเข้าไปเปิดดูในกลุ่ม มีอาสา 260 คน ชื่อกลุ่ม ช่วยอ่านหน่อยนะที่เปิดร่วมกันนะครับ แล้วก็ทำกับหลาย ๆ ท่านด้วยรวมทั้งพี่โจ้ด้วยนะแต่ก็ทราบเรื่องนี้ ตั้งใจจะเข้าไปดูว่าเขาเอาอะไรมาแชร์กันบ้าง เพราะว่าฟังประเด็นเรื่อง PDF ที่อ่านไม่ออกText base ผมรู้เลยว่าเคสแบบนี้เยอะมาก นักเรียนที่ได้เรียนในโครงการในหลักสูตรปกติ ของโรงเรียนซึ่งเขายอมให้คนตาบอดเขาด้วย ซึ่งดีมากอยู่แล้ว ในที่สุดก็ออกเอกสารบางอย่าง ที่เป็น PDF Text ที่ไม่ใช่ Text Base มาก็มาขอให้กลุ่มนี้ช่วยอ่านเยอะ พอดีเมื่อกี้เข้าไปเปิดดูก็เลยเจออันหนึ่งตัวอย่างที่อยากจะแชร์ เราก็คิดว่าเอกสารพวกนี้มันไม่ได้อยู่ในเว็บ มันไม่ได้เป็นเรื่องของเว็บไซต์ซึ่งจะเป็นการตรวจสอบระยะยาว มันไม่มีการตรวจรับ ไม่ได้มี TOR ผมว่าประเด็นนี้ เป็นประเด็นเรื่องเอาไว้นี่ ซึ่งถ้าเราทำได้นี่ จะดีมากเพราะมันไม่ใช่ออกมาเป็นเว็บไซต์ me to me ตรวจสอบ แต่มันออกมาได้ทุกวันน่ะ มันออกมาได้ทุกวัน แล้วมันออกมาโดยที่ไม่ใช่ไอทีเป็นคนทำด้วย ทุกหน่วยงานออกมาหมดเลยของ Under the Department ต่าง ๆ ผมก็เลยเปิดดู ก็เลยพบว่าสาเหตุหนึ่ง คือ มีอันที่เปิดของวันนี้เลยนะตอน 04.00 น. แสดงว่ารีบมากตาบอดคนหนึ่ง โพสต์เข้ามา ช่วย... อาสาครับ ช่วยแปล PDF อันนี้ แน่นอนไม่ใช่ ช่วยแปล pdf วันนี้ แปลง PDF เป็น Word ไฟล์ให้หน่อยครับ เขาว่าเขาจะนี่ไปอ่าน อันนี้อยู่บน Facebook Facebook หัวหน้าไอทีเยอะเรื่อง UI คนหน่ึงเขาเป็นคนตาบอด ระดับเซียนเลยนะครับ เป็นเรื่องแอปไม่ต้องไม่สวยนี่ ไม่ใช่ข้ออ้างเลย เพราะว่า Facebook นี่ Fully accessible meta โพสต์นี้ก็บอกว่าตอนตี 4 ผมล่ะ ช่วยแปลงนี้ให้หน่อยครับผม ก็เลยเปิดเข้าไปดูเพื่อจะมาแชร์ support เลยครับผม ปรากฏเป็น PDF ซึ่งเป็นเอกสารราชการ ที่เขาต้องสแกน เพราะว่าเอกสารราชการต้องเซ็นกำกับทุกหน้า ขวาล่าง ก็เลยไม่สามารถจะเป็น Text Base เพียวได้กับ Some how อันนี้อาจจะต้องเกี่ยวกับกระบวนการ ผมไม่มีคำตอบนะ แต่ผมรู้เลยว่าอย่างนี้เยอะมากแล้วอาจจะเข้าไปที่หัวเอกสารนี้ ประกาศสำนักงานคณะกรรมการ ข้าราชการตุลาการ... ผมไม่อ่านหน่วยงานนะ เรื่อง รับสมัครคัดเลือกคนพิการ เพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการ เป็นข้าราชการ ... คนตาบอดเองอ่านเอกสาร คัดเลือกคนพิการนะครับ เข้ารับราชการไม่ได้ครับผม อาสาเข้ามาช่วยกันเพียบเลยนะครับ ก็เลยขออนุญาตแชร์ให้ฟัง ว่าเขาก็มีความตั้งใจดีนะ แต่ว่ามันไม่ได้อยู่ใน Awareness ครับผม ครับ ขอบคุณครับ (ดร.อนันต์ลดา) เป็นประเด็นที่น่าคิด แล้วก็ฝากให้ทุกท่านด้วยความภาคราชการนะคะ กับ pdf ให้เรา (คุณเขมนรินทร์) จริง ๆ เรื่องของเอกสารราชการน่ะ มันเป็นมีกฎหมายออกมาแล้วนะ ว่าให้ทำเอกสารที่คิดก็ได้ ซึ่งอันนี้แล้วก็ลายเซ็น ก็เป็นลายเซ็นดิจิทัลน ะออกมาแล้ว 2 ดร.อุ ฝาก ดร.อุเลยมันมีอยู่แล้วนะ กฎหมายมันเป็นเพียงแต่ว่าเวลาทำเนี่ยมันไม่ต้องไอ้เวอร์ชันที่เป็นลายเซ็นแปลกอาจจะมีน้อยแต่ต้องมีลายเซ็นดิจิทัลด้วย อันนี้มีอยู่แล้ว ที่จะต้องทำเดี๋ยวเราไปช่วยกันผลักดันต่อ (ดร.อนันต์ลดา) ทางภาครัฐก็มีกฎระเบียบใหม่ ๆ ให้ออกมาให้ทันกับเทคโนโลยี แต่จะต้องให้ให้หน่วยงาน ระยะทางไหน ก็มีค่อนข้างเยอะ อาจจะให้เข้าใจว่ามันสามารถใช้ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ // อยากเสริมนิดหนึ่งครับ คือ ไม่ใช่แค่ผู้พิการนะ หลาย ๆ เว็บไซต์นี่ คนตาดีก็เข้าถึงไม่ได้ครับ คือ เข้าไปแล้วก็ไม่เข้าใจว่าเว็บไซต์มันเรียงอย่างไรนะ ว่ามีอะไรนะ จริง ๆ แล้วสิ่งที่เราอยากจะKSR อาจจะไม่ใช่ว่าผู้พิการใช้ได้ไหม แต่มันเป็นว่าเว็บนี้ใช้ได้ไหม คือ Use disability แหละ คือคนออกแบบเว็บมาสวย ตรงตามมาตรฐานของ Development นะ มันใช้ไม่ได้ แล้วก็ในมาตรฐานการเทสต์ใช้ได้ก็จะมีว่า ใช้ได้โดยที่ไม่ต้องแนะนำ ใช้ได้แล้วมันไปไม่จบมันมีบล็อกเกอร์อะไรนี้ มันมีมาตรฐานการทำ Usibility อยู่แล้ว เราก็ไปดูว่ายุทธวิธีแล้วก็เติมเข้าไปว่า Usiสำหรับคนที่ไม่ใช่ Use disability สำหรับคนที่มีอินเทอร์เน็ต Use disability สำหรับคน Uสำหรับคนมีปัญหาด้านการเคลื่อนไหวรวมอยู่ในก้อนยูทิลิตี้ไปเลยก็น่าสนใจดีเหมือนกันครับ ขอบคุณค่ะ ของฝากเลย พูดทำบริการต่าง ๆ นะคะ คิดถึงผู้ทุกให้เราสามารถเป็นผู้ใช้ของบริการของทุกท่านได้นะคะ ขอบคุณนะท่านวิทยากรทุกท่าน // ค่ะ ขอเสียงปรบมืออีกครั้งนะคะ อาจจะรบกวนนะคะ อาจารย์วันทนีย์ พันธชาตินะคะ ผู้เ****วชาญสวทชมอบของที่ระลึก ให้กับผู้ดำเนินรายการ แล้วก็วิทยากรในวันนี้นะคะ ค่ะ ท่านแรกนะคะ คุณจตุพล หนูท่าทอง ค่ะ ตัวแทนผู้แทนหลักมูลนิธิคนตาบอด แห่งประเทศไทย ค่ะ ท่านที่ 2 นะคะ คุณมนต์ชัย ชุ่มอินทรผูแทนจากสำนักนโยบายและแผนการขนส่งและการจราจรค่ะ ท่านที่ 3 นะคะ คุณอภิรักษ์ ประธานสกุล บริษัท ODDS จำกัดค่ะ ท่านต่อไปนะคะ ดร. ชัชวาล หาญสกุลบันเทิง นักวิจัยจากสวทช. ค่ะ และผู้ดำเนินรายการของเรานะคะ ดร.อนัน