(บรรยาย) ความสามารถในการแข่งขัน ศักยภาพในการพึ่งพาตนเอง ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนและนำพาประเทศ ให้ก้าวผ่านก่อนนะการเปลี่ยนแปลงของโลก สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติหรือ สวทช. เป็นหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม ก่อตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พุทธศักราช 2534 nectec ปัจจุบันประกอบด้วย 50 แห่งชาติได้แก่ประเทศ mtec นาโนเทค และเอ็นเทค สวทช. มีบุคลากรประมาณ 30 คน ใน 4 มีบทบาททำวิจัยต่อ ระดับประเทศและระดับโลก อีกทั้งยังมีภารกิจพัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่จะเป็นกำลังสำคัญในอนาคต สวทช. สร้างและสะสมองค์ความรู้ใหม่ ๆ อีกทั้งมีความเชี่ยวชาญในสาขาต่าง ๆ ที่เป็นรากฐานสำคัญต่อการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ ตอบโจทย์การขับเคลื่อนโมเดลเศรษฐกิจ BCG ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง แนวทางการพัฒนาของเอเปกและสอดรับกับความหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติหรือ สวทช. มีเครือข่ายความร่วมมือกับพันธมิตร ทั้งในและต่างประเทศโดยความร่วมมือระหว่างประเทศ มีการวิจัยการสร้างบุคลากรและกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกับสถาบันวิจัยและสถาบันศึกษาชั้นนำระดับโลก เป็นเครื่องผลักดันความสามารถด้านการวิจัยให้เป็นที่ประจักษ์ในระดับนานาชาติ เช่น ความร่วมมือกับสถาบันเทคโนโลยีแห่งโตเกียว หรือโตเกียวเทค ในโครงการ TAIST-Tokyo Tech หน่วยงานวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและวิจัยสิงคโปร์หรือ astar องค์กรแห่งยุโรปเพื่อการวิจัยนิวเคลียร์หรือ CERN รวมถึงการร่วมก่อตั้งศูนย์วิจัยนานาชาติ ด้านการมั่นคงทางอาหารร่วมกับ Queen University Bay Riffer สวทช.มีโครงสร้างพื้นฐานครบครัน ทั้งเครื่องมือและเทคโนโลยีทันสมัย เพื่อส่งเสริมงานวิจัยไทยสู่ระดับแนวหน้าของโลก อีกทั้งยังมีบริการวิเคราะห์ทดสอบที่ช่วยยกระดับสินค้าและบริการของไทยให้ได้มาตรฐานสากล เช่น ธนาคารทรัพยากรชีวภาพแห่งชาติ หรือ NBT คลังจัดเก็บพืชจุลินทรีย์ และข้อมูลชีวภาพระยะยาวที่สำคัญของประเทศ เพื่ออนุรักษ์และนำไปต่อยอดในอุตสาหกรรมมูลค่าสูงสู่ทรัพยากรคอมพิวเตอร์ คุณภาพสูงหรือไทย SC ให้บริการระบบซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูง ในการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ เพื่อสนับสนุนงานวิจัยและวิกฤตชาติ เช่น การวิเคราะห์ข้อมูลรหัสพันธุกรรมเพื่อค้นหาต้นตอ สายพันธุ์ไวรัสโควิค 19 ที่ระบาดในไทยได้อย่างรวดเร็ว ศูนย์ทดสอบผลิตภัณฑ์ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์หรือพีเทคให้บริการทดสอบ สอบเทียบ วิจัย และออกแบบผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งยานยนต์ไฟฟ้า ที่สำคัญยังมีเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกหรือ eec ศูนย์กลางพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่สอดคล้องกับอุตสาหกรรมเป้าหมาย กลไกสำคัญที่จะนำพาประเทศไทย ก้าวสู่การเป็นประตูเศรษฐกิจสู่เอเชียนอกจากนี้ สวทช. ยังมีกลไกการสนับสนุน และขยายผลเทคโนโลยีสู่ภาคเอกชนและชุมชน เพื่อต่อยอดงานวิจัยสู่การใช้จริงอย่างเป็นรูปประธรรม ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สวทช. เป็นขุมพลังหลักร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร ภาคส่วนใช้ประโยชน์จากวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี และนวัตกรรมสร้างความเข้มแข็ง ให้แก่ระบบนิเวศวิจัยกรรมของประเทศ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจยกระดับคุณภาพชีวิต และเปลี่ยนแปลงสังคมไทยให้ดีขึ้น ตัวอย่างเช่น ด้านเกษตรและอาหาร การปรับปรุงพันธุ์ข้าว ให้มีลักษณะตามต้องการ โดยใช้ความรู้ด้านพันธุศาสตร์โมเลกุล เทคโนโลยีเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำความหนาแน่นสูงในระบบปิด Aqua ไอโอทีนวัตกรรมอัจฉริยะตรวจสภาวะบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำในสมาร์ทโฟน โรงงานผลิตพืชเทคโนโลยีการปลูก มูลค่าสูงในระบบปิดที่ควบคุมสภาพแวดล้อมและปัจจัยต่าง ๆ ได้อย่างสมบูรณ์ ด้านสุขภาพและการแพทย์ การพัฒนานวัตกรรมเพื่อรับมือกับการระบาดของโรคโควิด 19 เช่น eminent ระบบการแพทย์ทางไกล วัคซีนป้องกันโรค covid-19 แบบพ่นจมูก การสังเคราะห์สารออกฤทธิ์ทางเภสัชกรรม API สารตั้งต้นยาฟาวิพิราเวียร์ และ Mona การพัฒนาวัคซีนไข้เลือดออกการพัฒนายา การพัฒนาอนุภาคสมุนไพรไทยสูตรตำรับเวชสำอาง ด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมการใช้เทคโนโลยีการพัฒนา เชิงพาณิชย์การพัฒนารถโดยสารไฟฟ้าจากรถโดยสารประจำ ทางใช้แล้วของ 22 มกราคม พัฒนาเทคโนโลยีตากเก็บพลังงานและแผน form แบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้า ด้านดิจิทัล AI for Thai กองบริการเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ภายใต้แนวคิด AI สัญชาติไทย เพื่อตอบโจทย์ความต้องการใช้งานในประเทศ การร่วมเป็นพลังสำคัญในการผลักดันแผนปฏิบัติ การด้านประดิษฐ์แห่งชาติเพื่อการพัฒนาประเทศ หรือใช้และนำเสนอสร้างระบบนิเวศปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติ ดูแบบฟอร์มบริหารจัดการปัญหาเมืองช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเจ้าหน้าที่ และยกระดับการมีส่วนร่วมของพลังเมือง ด้านโมเดลเศรษฐกิจ BCG สวทช. มีผลงานวิจัยและพัฒนาที่เกี่ยวข้อง อาทิ การพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปและผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง จากมะพร้าวน้ำหอมราชบุรี การดำเนินโครงการยกระดับรายได้ และความเป็นอยู่ของเกษตรกรผู้ปลูกข้าวเหนียว เกษตรสมัยใหม่ในเส้นทางวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขง หรือ BCG nagano สวทช. ในฐานะขุมพลังหลักทางด้านวิจัยของประเทศ มุ่งหวังพัฒนางานด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อนำไปใช้ประโยชน์จริง จนเป็นที่ประจักษ์แก่ภาคอุตสาหกรรม เกษตรกรรม ชุมชน และทุกภาคส่วน สร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมให้ได้ตามเป้าหมายการที่ดำเนินงานตั้งไว้ ซึ่งจะนำไปสู่การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของประชาชนในทุกมิติ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด และสร้างสังคมที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน และนี่คือคำตอบว่าทำไม ประเทศไทยจึงควรให้ความสำคัญกับการวิจัย และพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ดร.ชนิกานต์) เรียน อาจารย์ดร. ชูกิจลิมปิจำนงค์ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ท่านผู้บริหารผู้แทนจากหน่วยงานวิทยากร ผู้ทรงคุณวุฒิแขก ผู้มี และผู้เข้าร่วมประชุมทุกท่านดิฉันดอกเตอร์ชนิกานต์อริยกุลขอรับ การเข้าสู่งานประชุมวิชาการประจำปี ครั้งที่ 19 สานพลังช่างงานวิจัยผลิกเศรษฐกิจสังคมไทยด้วย implementation หรือแรก 2024 ค่ะ ในช่วงเวลานี้จะเป็นการประชุมสัมมนาวิชาการในหัวข้อการขับเคลื่อนให้เว็บไทย เข้าถึงโดยสะดวกถ้วนหน้า โดยตามมาตรฐานสากล ซึ่งกิจกรรมวันนี้จะเป็นเวที และเป็นจุดเริ่มต้นในการร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งในส่วนของภาครัฐและภาคเอกชนเพื่อขับเคลื่อน ให้เว็บไซต์ไทยเข้าถึงโดยสะดวกถ้วนหน้า ตามมาตรฐานชาติ โดยกิจกรรมในวันนี้จะแบ่งเป็น 3 ช่วงสำคัญค่ะ ช่วงแรกจะเป็นพิธีลงนาม บันทึกความเข้าใจด้านการสร้างความร่วมมือความเข้าใจเกี่ยวกับการเข้าถึงเนื้อหาและการบริการ Digital เกี่ยวกับการเข้าถึงรถสะดวกช่วงหน้าช่วงที่ 2 บรรยายพิเศษโดยท่านต่อพงศ์ เสลานนท์ กรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ด้านสิทธิเสรีภาพประชาชน และอดีตนายกสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย และช่วงสุดท้ายเป็นงานสัมมนา หัวข้อ อนาคตมาตรฐานเว็บไซต์ไทยและการเข้าถึงแพลตฟอร์มดิจิทัลโดยสะดวกทั่วหน้าค่ะ ก่อนเข้าสู่สัมมนาให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาเข้าร่วมความปลอดภัย อาคารไบโอเทค เมื่อได้ยินเสียงสัญญาณเพลิงไหม้ให้รีบไปยังทางหนีไฟที่ใกล้ที่สุดด้าน 4 จุด ด้านหน้าและด้านหลัง รวมที่จุดรวมพลจนเหตุการณ์สงบ และให้ปฏิบัติอพยพหนีไฟ ห้ามกลับเข้าในอาคารโดยเด็ดขาด จนกว่าจะได้รับคำแนะนำจากชุดอัคคีภัย การสัมมนาครั้งนี้มีการถ่ายภาพและวีดีทัศน์ เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ หากท่านใดไม่ให้ถ่ายภาพ โปรดแจ้งกับผู้จัดการทราบ หรือหากต้องการใช้สิทธิ์ภายหลัง สามารถทำได้โดยดูรายละเอียดส่วนตัว ประกาศความเป็นส่วนตัวที่ขึ้นอยู่ใน เว็บไซต์งาน nsc 24 บัดนี้ได้เวลาเวลาเป็นสมควรแล้ว ดิฉันขอเรียกเชิญศาสตราจารย์ดรชูกิจลิมปิจำนงค์ผู้อำนวยการสำนักงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ กล่าวต้อนรับทุกท่านและเปิดการสัมมนาสัมมนาอย่างเป็นทางการเรียนเชิญค่ะ [เสียงปรบมือ] เรียน ท่านต่อพงศ์ เสลานนท์ กรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม สัมมนาคมแห่งชาติ สปปช. ด้านการส่งเสริมเสรีภาพของประชาชน ผู้บริหารสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย และมูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ ผู้แทนหน่วยงานทางวิทยากรสื่อมวลชน และแขกผู้มีเกียรติทุกท่านครับ ในนามของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือที่ทุกท่านรู้จักในนามของ สวทช. ผมขอขอบคุณคณะสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการการโทรคมนาคมแห่งชาติ สภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคมแห่งประเทศไทย สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย และมูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ ที่ได้มาให้เกียรติมาลงนามบันทึกความร่วมมือ ในด้านการเข้าถึงเนื้อหาและบริการดิจิทัลความสะดวกช่วงหน้าในวันนี้ครับ สวทช. มีพันธกิจใน เทคโนโลยีก้าวเข้ามาชีวิตประชาชนมาก ๆ นะครับ แล้วก็เห็นว่าทุกคนควรที่จะได้เข้าถึงตัวหัวข้อมูลข่าวสาร ดังนั้น อะไรก็ตามที่เป็นเทคโนโลยีชั้นแนวหน้า ที่จะช่วยให้คนพิการที่โดยปกติอาจจะเข้าถึงข้อมูลบางส่วนไม่ได้ ก็ควรที่จะทำให้ข้อมูลเหล่านั้นเข้าถึงได้ ซึ่งเป็นความร่วมมือในการที่จะทำงานให้ประชาชนทุกคน ได้รับข้อมูลข่าวสารที่เท่าเทียมกันนะครับ โดยที่ทีมวิจัยเทคโนโลยีที่ทุกคนเข้าถึง และสิ่งอำนวยความสะดวกในกลุ่มนวัตกรรมทางการแพทย์ มีเป้าหมายเพื่อวิจัยพัฒนาเทคโนโลยี เพื่อการเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้ รวมถึงเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวก โดยมุ่งส่งเสริมอุตสาหกรรมการแพทย์ของประเทศไทย ลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึง และพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนนะครับ เพื่อให้ประชาชนทุกคนนี่ ได้มีความเท่าเทียมมากขึ้น สำหรับการเสวนาการขับเคลื่อนเว็บไซต์ไทยเข้าถึง โดยสะดวกถ้วนหน้าตามมาตรฐานสากลในวันนี้ นับว่าเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมประชุมวิชาการ แม็กซ์ หรือว่า Conference ของปี 2024 ซึ่งมีกิจกรรมที่จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 28-30 มีนาคม ภายใต้แนวคิดพลิกโฉมเศรษฐกิจและสังคมไทยด้วย BCG instrumentation ความหมายจริง ๆ ก็คือเรามองว่าในส่วนของโลกที่เปลี่ยนไปนี่ ของเทคโนโลยี ใครจะครองเศรษฐกิจ ดังนั้น ความรับผิดชอบอย่างยิ่งครับ ของทุกคนที่มีความสามารถทางวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ต้องช่วยให้ประเทศไทยสามารถที่จะแข่งขันได้ ด้านเศรษฐกิจ แปลว่าการทำงานวิจัยอะไรก็ตาม ที่เรากำลังอยู่ชั้นแนวหน้า เราจะคอยทำแต่เรื่องของตัวเองยังไม่พอแล้วค่ะ ต้องผ่านมาเอาความรู้ มาร่วมทีมกัน ทำเพื่อให้ประชาชนได้ใช้ ดังนั้น กิจกรรมที่ร่วมมือในวันนี้ หลายคนอาจจะไม่ได้เห็นความสำคัญ แต่ว่าสำหรับกลุ่มบางคนนี่ สำคัญมาก ๆ เป็นการเอาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาใช้ประโยชน์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่สวทช. อยากจะให้เกิดขึ้น อยากจะให้งานวิจัยเป็นงานวิจัยที่ใช้งานได้ เป็นงานวิจัยที่กินได้ เป็นงานวิจัยที่หารายได้ได้นะครับ ดังนั้น ในส่วนของการทำงานวิจัย จะไม่ใช่เพียงแค่เพื่อหารายได้ แต่มิติของรัฐบาล ก็คือลดความเหลื่อมล้ำของสังคมด้วย การเพิ่มรายได้ในการที่จะลดความเหลื่อมล้ำ ก็คือต้องให้โอกาสกับผู้ด้อยโอกาส และเพิ่มรายได้ในส่วนนั้นให้เขานะครับ ดังนั้น ถึงมีหลายมิติที่กิจกรรมวันนี้ เป็นกิจกรรมที่ช่วยเสริมการทำงานของสวทช. สำหรับบันทึกความเข้าใจด้านความร่วมมือเกี่ยวกับการเข้าถึงเนื้อหาและบริการดิจิทัจ ไม่สะดวกวันหน้าที่จะลงนามในวันนี้ เป็นข้อริเริ่มของสะพานเศรษฐกิจและสังคมประเทศไทยครับ จะได้เชิญสวทช. กับ กสทช. กับสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย และมูลนิธิสากลเพื่อคนพิการมาร่วมมือกัน ให้เว็บไซต์ mobile Application ที่เป็นช่องทางสาธารณะ มีคนตาดี คนทั่วไปเข้าถึงได้อยู่แล้วนะครับ ทำอย่างไรคนตาบอดเข้าถึงได้ด้วย ในปัจจุบันมีมาตรฐานสากลในการที่จะทำให้เว็บไซต์เหล่านี้ เป็นเว็บไซต์ที่มีมาตรฐาน ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ ผมเชื่อว่าในอนาคตอาจจะไม่จำเป็นต้องมี แต่ ณ วันนี้ เป็นช่วงที่เปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยีนะครับ ในอนาคตอันใกล้ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยี AI เทคโนโลยีที่ติดตั้งกับ mobile Device แต่ละท่านก็จะช่วยให้เปลี่ยนจากเว็บไซต์ ที่อาจจะไม่เป็นมิตรกับผู้พิการ กลายเป็นเว็บไซต์ที่มีการแปลในตัวเอง และผู้พิการสามารถที่จะเข้าได้โดยไม่ต้องไปทำอะไร กับต้นขั้วของเว็บไซต์ ปัจจุบันยังไม่ไปยังไม่ถึงจุดนั้น ความรับผิดชอบของพวกเราครับ ทำให้ตรงนี้เกิดขึ้นนะครับ ในส่วนของ สวทช. กองสนับสนุนงบประมาณกับ สวทช. กับมูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ หรือที่ TTRS นะครับ รายการที่จะโดยทั่วถึง และบริการเพื่อสังคมเพื่อให้คนพิการได้ยิน และคนพิการสามารถพูดสื่อสารกับคนทั่วไป ผ่านโทรคมนาคมพื้นฐาน ได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียมนะครับ ในส่วนนี้ สวทช. และกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมที่ออกแบบสำหรับทุกคน emphasis Design มีสิ่งอำนวยความสะดวก และร่วมกันจัดงานประชุมวิชาการ เรื่อง วิศวกรรมฟื้นฟูสมรรถภาพ และเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวก ครั้งที่ 16 หรืออินเตอร์เนชั่นแนล National Science and Technology Development Agency, Thailand เทคโนโลยี หรือท่านเคยได้ยินว่างั้น I create นะครับ สำหรับ 2023 เราจัดไปโดยที่เราเป็นเจ้าภาพนะครับ เราได้ร่วมมือกันอย่างต่อเนื่อง และตั้งชุมชนแห่งการเรียนรู้การพัฒนาทักษะของประชาชน รวมถึงคนพิการผู้สูงอายุและผู้ด้อยโอกาส ให้เข้าถึงเทคโนโลยีเหล่านี้ สุดท้ายนี้นะครับ ผมในนาม สวทช. ต้องขอบคุณทุกท่านครับ ที่ให้เกียรติมาร่วมมือกับ สวทช. ในการลงนามบันทึกความร่วมมือ บันทึกความเข้าใจด้านการสร้างความร่วมมือ เกี่ยวกับการเข้าถึงเนื้อหาและบริการดิจิทัล โดยสะดวกถ้วนหน้าในวันนี้ครับ ผมหวังเป็นอย่างยิ่งครับ การสัมมนาที่ทำให้เกิดขึ้นในวันนี้ เป็นจุดเริ่มต้นที่ให้ทุกท่าน โครงการตระหนักและการเข้าถึงของผู้พิการในส่วนของข้อมูลข่าวสารดีขึ้น ยิ่ง ๆ ขึ้นไปครับ ขอบคุณมากครับ [เสียงปรบมือ] (ดร.ชนิกานต์) ขอบพระคุณ ศาสตราจารย์ ดร. ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ที่ให้เกียรติกล่าวต้อนรับทุกท่าน และเปิดประชุมสัมมนาอย่างเป็นทางการเว็บไซต์และ mobile Application เป็นช่องทางที่ทุกคนเข้าถึง และความเท่าเทียมความร่วมมือที่เกิดขึ้นทั้ง 4 หน่วยงาน ภายใต้การจำกัดของกระทรวงอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมกระทรวงดิจิทัจเพื่อเศรษฐกิจ และสังคมจะเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนส่งเสริม ให้เกิดการนำไปใช้ยังมีประโยชน์อย่างต่อเนื่อง ตามภารกิจของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และบริการที่ชื่นชอบลดความเหลื่อมล้ำและพัฒนาคุณภาพ ชีวิตอย่างยั่งยืน ลำดับต่อไป ขอเรียนเชิญผู้บริหารแต่ละหน่วยงาน ลงนามบนเวทีลำดับที่ 1 ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ร่วมรายการสำนัก ลำดับที่ 2 หหม่อมราชวงศ์ นงคราญ ชมพูนุท ลำดับที่ 3 คุณคุณชัชชัย วิจิตรจรรยา จรรยากรรมการสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย แล้วลำดับที่ 4 คุณมณีนามศิริพงศ์พันธุ์ประธานมูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ(ดร.ชนิกานต์) และในเวลานี้ ขอนำทุกท่านเข้าสู่พิธีการลงนามบันทึกความเข้าใจ ด้านการสร้างความร่วมมือเกี่ยวกับการเข้าถึงเนื้อหา และบริการดิจิทัจ โดยสะดวกถ้วนหน้า ระหว่าง 4 หน่วยงาน เมื่อทุกท่านพร้อมแล้ว ขอเชิญลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือค่ะ [เสียงปรบมือ] ระดับต่อไปจะขอเรียนเชิญผู้บริหารทั้ง 4 ท่าน ถ่ายภาพร่วมกันบริเวณด้านหน้าโต๊ะลงนาม ภาพต่อไปขออนุญาตเปิดแฟลชนะคะ ลำดับถัดไป ขอเรียนเชิญ ท่านต่อพงศ์ เสลานนท์ กรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ และการส่งเสริมสิทธิเสรีภาพของประชาชน นายกสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย ร่วมถ่ายภาพร่วมกันเป็นสักขีพยานค่ะ ขอเรียนเชิญผู้บริหาร และผู้แทนสมาคม และผู้แทนหน่วยงานนะคะ ลำดับที่ 1 ศาสตราจารย์วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ประธานกิตติมศักดิ์มูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ ระดับที่ 2 คุณเขมรินทร์ รัตนาอัมพวัลย์ รองประธานดิจิทัจ เพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย อันดับที่ 3 คุณณัฐวุฒิ อมรวิวัฒน์ รองประธานและพันธกิจสภาดิจิทัจเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย อันดับที่ 4 คุณวีระพันธ์ศรีนวลผู้อำนวยการควรจัดให้มีบริการคมนาคมทางประโยชน์ทางสังคมสำนักงาน สำนักงานกิจการการได้เสียงกิจการโทรทัศน์ กิจการโทรคมนาคมแห่งชาติลำดับที่ 5 นางสาวกัลยาอุดมวิทิต รองผู้อำนวยการศูนย์อิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ รักษาการช่วยสำนักงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ อาจารย์วันทนีย์ พันธชาติ ร่วมถ่ายภาพบนเวทีค่ะ ขอบพระคุณทุกท่าน และพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง การเก็บภาพวันนี้เสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขอเสียงปรบมือดัง ๆ อีกสักครั้งค่ะ [เสียงปรบมือ]