--- title: บรรยายพิเศษ โดย นาย ต่อพงศ์ เสลานนท์ subtitle: date: วันพฤหัสบดีที่ 25 เมษายน 2567 เวลา 09.00 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) ที่เสรีภาพของประชาชน และท่านเป็นนายกสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย ประวัติการศึกษาท่านต่อพงศ์ เสลานนท์ จบการศึกษาครุศาสตร์บัณฑิตมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต และศิลปะศิลปศาสตร์ พัฒนาสังคมการวิเคราะห์การวางแผนทางสังคมสถาบันบัณฑิต ประสบการณ์ความเชี่ยวชาญ ท่านเป็นอุปนายกสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย ปี 2563 และปี 2564 เป็นที่ปรึกษาคณะ กิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ด้านคุ้มครองผู้บริโภคแล้วส่งเสริมสิทธิเสรีภาพประชาชน ปี 2555 ถึง 2564 และเป็นคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ ปีพุทธศักราช 2560 ถึง 2564 ท่านเป็นประธานอนุกรรมการการพิจารณาอนุญาตด้าน กิจการกระจายเสียง คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ การโทรคมนาคมแห่งชาติ ปี 2558 ถึง 2564 ท่านต่อพงศ์ เสนานนท์ บรรยายพิเศษเห็นถึงความสำคัญของการจัดสัมมนาการค่ะ ให้เว็บไซต์ไทยได้เข้าถึงตามสะดวกถ้วนหน้า ในวันนี้ค่ะ (คุณต่อพงศ์) Test สวัสดีทุกท่านครับ สวัสดีครับ [เสียงปรบมือ] เรียนท่านอาจารย์ชูกิจ ท่านผู้บริหาร สวทช. นะครับ ท่าานผู้บริหารจากสภาดิจิทัล ท่านผู้แทนจากสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย มูลนิธิสากลเพื่อคนพิการนะครับ แล้วก็รวมถึงแขกผู้มีเกียรติทุกท่านนะครับ ผมรู้สึกเป็นเกียรติและยินดีนะครับ ที่ได้มีโอกาสมาเป็นส่วนหนึ่งในวันสำคัญในวันนี้นะครับ ในการหลายหน่วยงานนีานะครับ ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงนี่ เพื่อที่จะช่วยการขับเคลื่อนการสร้างสิ่งแวดล้อมทางดิจิทัลนี่ ให้เกิดประโยชน์หรือให้เอื้อในการใช้ประโยชน์ได้ของคนทุกคน ผมต้องขอออกตัวอย่างนี้นะครับ ต้องเรียนด้วยความจริงเลยครับ ว่าจริง ๆ หน้าที่นี้วันนี้นี่จะเป็นของท่านอาจารย์มณเฑียร บุญตัน แต่ก็เป็นที่ทราบดีนะครับ เมื่อเช้าวันที่ 2 มีนาคมที่ผ่านมานี่ ท่านก็หัวใจวายเสียชีวิตไปนะครับ โดยที่ถึงอนิจกรรมนะครับ โดยที่คนใกล้ชิดแล้วก็คนทุกคนนี่ แล้วก็ตั้งตัวไม่ทันกับการจากไปของท่าน เพราะฉะนั้น สิ่งหนึ่งที่ผมจะได้พูดในวันนี้นี่ ก็คงจะเป็นส่วนที่ท่านอาจารย์มณเฑียรนี่นะครับ เคยได้พูดในหลายที่และได้ฝากความคิดไว้นะครับ เรื่องเกี่ยวข้องกับการสร้างสังคม ที่อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขนะครับ ผมต้องขออนุญาตเรียนว่าในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมานี่นะครับ ในยุคที่อินเทอร์เน็ตนี่ เป็นหัวใจสำคัญนี่ ของการที่จะเข้าถึงข้อมูลข่าวสารนะครับ เรามักจะได้ยินคำศัพท์คำหนึ่งนะครับ ก็คือคำว่า "www" หรือ world wide web world wide web ก็เป็นเหมือนช่องทางที่ร้อยเรียงเว็บไซต์จากทุกมุมโลกนี้เข้าหากัน จoทำให้ประชาชนมีนะครับ ได้เข้าถึงข้อมูลข่าวสารไม่ว่าจะเป็นเรื่องใด ๆ ก็แล้วแต่นี่ ถือว่าเป็นห้องสมุดขนาดยักษ์ หรือเป็นแหล่งข้อมูลขนาดยักษ์นี่ ของมนุษยชาติแล้วก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้น ตามสิ่งที่เราเรียกว่า Go หรือโลกาภิวัตน์นั่นหมายความว่าอินเทอร์เน็ต world wide web เป็นส่วนสำคัญของการร้อยเรียงคนทั้งโลกเข้าหากัน แล้วแน่นอนนะครับ ประโยชน์ของการเกิดปฏิสัมพันธ์ของประชาชน หรือว่าของที่ที่อยู่ต่างที่ต่างถิ่นรู้ร่วมกันตามอินเทอร์เน็ตหรือ world wide web นี่ มันการสร้างนวัตกรรมแล้วก็ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของโลกมาถึงยุคปัจจุบัน ผมอยากให้เราย้อนนึกไป เมื่อ 3-4 ปีก่อนนะครับ วันที่พวกเราทุกคนในโลกนี้ต้องเผชิญกับสถานการณ์โรคระบาดครั้งใหญ่ ก็คือ COVID-19 กิจกรรมต่าง ๆ ทางสังคม ทางเศรษฐกิจที่เราต้องพบปะกันนี่ ก็ถูกล็อกดาวน์หรือว่าถูกจำกัดพื้นที่ด้วยการลดการแพร่ระบาด ชีวิตเรานะครับ ที่เราเรียกว่าเราเดินทาง เราไปเจอ เราสัมผัส เราจับต้องกัน เราจะสื่อสาร face to face โดยตรง มันก็เปลี่ยนวิถีกลายเป็นการติดต่อที่ผ่านอินเทอร์เน็ต ผ่านเว็บไซต์ ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ ถ้าลองจินตนาการนะครับ ว่าถ้าท่านเป็นคนพิการ หรือว่ามีความบกพร่องบางอย่างที่ไม่สามารถเข้าใช้เว็บไซต์อินเทอร์เน็ตหรือแพลตฟอร์มต่าง ๆ ได้ ผมว่าช่วงชีวิตในช่วง 2-3 ปีในโควิดนี่ คงจะเป็นช่วงที่ยากลำบากมากสำหรับเขา ข้อมูลขององค์การอนามัยโลกนะครับ บอกว่าปัจจุบันวันนี้นะครับ เรามีประชากรโลกนี่ ที่มีความพิการนี่ มากกว่า One Billion มากกว่า 1 พันล้านคน ดังนั้นแล้วนี่ ถ้าเราดูกับสิ่งที่เป็นเหตุการณ์ที่เราอาจจะคิดว่าความยากลำบากนั้นเกิดกับเราคนเดียวนี่ แต่ถ้าเรามองทั้งโลกนี้อาจจะมีคนในโลกนี้กว่าพันล้านคน ที่อาจจะกำลังประสบกับความยากลำบากเช่นเดียวกับเรา ที่เป็นคนพิการและไม่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ต เว็บไซต์ หรือว่าแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ ได้ แล้วแน่นอนครับ ว่าถ้าเรามองถึงความสูญเสียในเชิงเศรษฐกิจสังคมและโอกาสต่าง ๆ ที่เสียไปนี่ ก็คงจะยากที่จะประเมินเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ หรือว่าหลายอย่างอาจจะเป็นมูลค่าทางจิตใจที่ไม่สามารถประเมินค่าได้ ดังนั้นแล้วนี่นะครับ สิ่งสำคัญนี่นะครับ เป็นบทเรียนนี่ แล้วก็เป็นสิ่งที่ผมคิดว่าพวกเรา ณ ที่นี้นี่ ได้ตระหนักร่วมกัน ก็คือการทำอย่างไรให้สภาพแวดล้อม หรือสิ่งแวดล้อมในสังคมยุคปัจจุบัน เป็นสิ่งแวดล้อมทางดิจิทัล ทุกคนสามารถที่จะเข้าถึง คนสามารถที่จะเข้าใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ ในฐานะของผู้ใช้งานนะครับ ผมก็เรียนตามตรงว่าชีวิตจริงนี่ของการเข้าถึงเว็บต่าง ๆ ของผมนี่ ตัวเองก็มีปัญหาเยอะนะครับ แล้วก็เท่าที่ทราบกัน แต่ละคนจะมีทักษะมีวิธีการแก้ปัญหาเพราะตัวต่างกันไป บางเว็บไซต์เราอยากจะเข้าไปอ่านที่เป็นเนื้อหา แต่เราอาจจะต้องผ่านลิงก์ต่าง ๆ นี่ เป็นร้อย ๆ ลิงก์ ผ่านโฆษณาอีกจำนวนมหาศาล บางอย่างที่เราจะเข้าไปดู เข้าไปฟังหรือเข้าไปอ่านศึกษา เวลาเราเข้าไปเราก็จะพบว่ามันเคย Image มันไม่มีอะไรอยู่ในนั้น ทั้ง ๆ ที่มันเป็นรูป หรือเป็นข้อความ หรือเป็นกราฟอะไรบางอย่าง ที่ควรจะมีคำอธิบายให้เราทราบ อันนี้เป็นประสบการณ์ส่วนตัวที่เจอนะครับ สิ่งที่ผมอยากเรียนนะครับ ก็คือว่าดังนั้นแล้วนี่เจตนารมณ์ต้นของ world wide web ชื่อก็บอกว่า world wide แล้วก็เป็นเว็บ ก็คือเว็บที่ world wide ครอบคลุมทั่วโลกนี่ ที่จะให้สังคมมนุษยชาติได้เชื่อมโยง หรือได้ใช้ประโยชน์ร่วมกันนี่ ก็ไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์หรืออุดมคติ เพราะฉะนั้น สิ่งที่เรากำลังพูดคุยกันอยู่วันนี้ผมคิดว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญมากนะครับ ที่จะทำให้อุดมคติ หรืออุดมการณ์ของการเชื่อมโลก หรือเชื่อมคนเข้าหากัน แล้วก็การทำให้ทุกคนนี่ "ด้เข้าถึงทุกข์ประโยชน์จากเว็บไซต์ หรืออินเทอร์เน็ต หรือแผ่นแพลตฟอร์มต่าง ๆ ได้อย่างเต็มที่ได้เกิดขึ้นจริง มันก็คือการพูดถึง Web Accessibility หรือว่าไกด์ไลน์ทั้งหลาย ผมเรียนผู้มีเกียรติทุกท่านครับ ว่าในช่วงที่ผมมาเป็น กสทช. ถึงปัจจุบันก็ประมาณ 2 ปี สิ่งหนึ่งที่ผมตั้งใจที่จะทำ แล้วก็ทำอยากทำให้เกิดขึ้น ก็คือส่วนหนึ่งนะครับ ก็คือการสร้างชุมชนผู้ใช้งาน ที่เป็นกลุ่มเปราะบาง ที่เป็นกลุ่มที่มีปัญหาในเกี่ยวข้องกับการเข้าถึง หรือ Digital Accessibility อาจจะ ซึ่งไม่ใช่อาจจะความหมายรวมถึงคนพิการ แต่แน่นอนว่านอกเหนือจากคนพิการ ว่าจะมีประชาชน หรือมีคนที่มีข้อจำกัด อีกหลายกลุ่มคนนะครับ เช่น ผู้สูงอายุ อย่างนี้เป็นต้น ที่อาจจะรวมอยู่ในชุมชนของผู้ใช้งาน ที่จำเป็นต้องใช้Assistive Technology หรือจำเป็นต้องได้รับใช้ประโยชน์ หรือได้ประโยชน์จากการที่มี Web Accessibility ผมเรียนอย่างนี้นะครับ สิ่งที่ผมคิดว่าเป็นองค์ประกอบสำคัญนี่ ของจุดเริ่มต้นของวันนี้อย่างน้อยที่สุดนี่นะครับ ก็คือการรวมกันของ ความร่วมมือกันของระหว่างผู้ผลิตกับผู้ใช้งาน ยกตัวอย่างง่าย ๆ ก็คือทางสภาดิจิทัล ซึ่งต้องยอมรับว่ามีบทบาทสำคัญมากในภาคอุตสาหกรรมดิจิทัล ที่ผมทราบว่ามีสมาชิกจำนวนหลายพันคน หรือหลายพันหน่วยงาน กลุ่มผู้ให้บริการหรือผู้ผลิตเทคโนโลยีดิจิทัลสมัยใหม่อยู่ด้ว ยก็อย่างน้อยก็จะมีกลุ่มผู้ใช้งานคนตาบอด และทราบว่าในอนาคตในกลุ่มคนพิการอื่น ๆ เข้ามาร่วมด้วย ถ้าผู้ผลิตกับผู้ใช้งานนี่นะครับได้เจอกัน แล้วก็มีภาครัฐนี่นะครับ เป็นคนกลาง หนึ่งในฐานะคนกลาง แล้วก็ในฐานะที่เป็นคนหนึ่งผู้ให้บริการได้มาร่วมมือกันนี่ สิ่งที่เป็นปัญหาอุปสรรคอยู่นี่ มันต้องถูกแก้ไขไปได้ ผมเรียนครับ ว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี่ ในโลกของเรานี่ นะครับ เรามีการพูดถึงสิ่งที่เรียกว่า Inclusive Design การออกแบบที่ไม่แบ่งแยก การออกแบบให้รวมทุกคนเข้าไปอยู่ในความคิดด้วย ผมเรียนครับ ว่าในอดีตนี้ Accessibility ที่เราเห็นชัดอาจจะเป็นเรื่อง Phisical หรือกายภาพ ทางลาดห้องน้ำ ซึ่งมีปัญหาอยู่นะครับ วันนี้ปัญหาว่าตอนที่ท่านกำลังจะดีไซน์หรือออกแบบ ท่านไม่ได้ include หรือไม่ได้ตั้งโจทย์ว่าในสังคมนี้มีคนพิการ มีคนที่มองไม่เห็น มีคนที่หูไม่ได้ยิน มีคนปัญหาในการเคลื่อนไหว มีคนที่มีปัญหาทางด้านสติปัญญาอยู่ในสังคมนี้ด้วย ถ้าเราสามารถที่จะทำให้ผู้ออกแบบนี่ include คือรวมโจทย์ของพวกเรานี่ เข้าไปอยู่ในการออกแบบด้วยนี่ ผลลัพธ์ของการออกแบบ หรือสิ่งที่สร้างขึ้นมามันก็จะถูกสร้างในสิ่งที่เป็นUniversal Design หรือการออกแบบเพื่อทุกคน และตัว web accessibility หรือตัวไกด์ไลน์ทั้งหลายก็จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ทำให้ผู้ออกแบบนี้ หรือทำสามารถที่จะมีทิศทางหรือว่ามีแนวทางที่จะทำให้สิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นนี่ มันถูกออกแบบมาอย่างเข้าใจผู้ใช้งาน ผมจึงมีความหวังต่อไปที่อยากจะเชิญชวนพวกเรานะครับ ให้ร่วมขับเคลื่อนนะครับ ว่าวันหนึ่งนี่ สิ่งที่เป็นไกด์ไลน์ หรือเป็น Web Accessibility ในวันนี้นะครับ ซึ่งปัจจุบันอาจจะอยู่ในฐานะของ recommendation หรือข้อแนะนำที่ทำให้หน่วยงานต่าง ๆ ไปใช้ แต่วันข้างหน้านี้อาจจะมีสิ่งที่เป็นทั้งการสัมผัสบังคับ ในหน่วยงานภาครัฐ หรือการให้รางวัลในหน่วยงานของภาคเอกชน เพื่อทำให้ Web Accessibility เกิดขึ้นจริงในสังคมไทย แล้ววันข้างหน้าเมื่อประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้นี่นะครับ ได้ถูกร้อยเรียงเป็นอย่างระบบ มีกลุ่มผู้ใช้งาน มีกลุ่มผู้ดำเนินการพัฒนา มีประโยชน์ทางธุรกิจ ทางการตลาด ที่ภาคธุรกิจเล็งเห็น แล้วก็มีส่วนที่ช่วยทำให้เศรษฐกิจเติบโต สังคมอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข วันนั้นเราอาจจะมี Digital accessibility Act ในเมืองไทย ก็ขอขอบคุณท่านผู้อำนวยการ สวทช. ท่านรองประธานและท่านผู้บริหารสภาดิจิทัล ผู้บริหารสภาคนตาบอดแห่งประเทศไทย ท่านบริหารมูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ ท่านผู้มีเกียรติ แล้วก็หน่วยงานท่านผู้แทนหน่วยงานทุกคนนะครับ ที่ได้กรุณาหรือได้ร่วมกันในการจัดงานวันนี้ แล้วก็ทำบันทึกข้อตกลงวันนี้ขึ้นมานะครับ จริง ๆ ก็คนสำคัญอีกคนหนึ่ง ก็คือท่านอาจารย์วันทนีย์นะครับ ท่านก็เป็นคนแกนหลักในการขับเคลื่อนนะครับ ในนามของ กสทช. นะครับ ผมเองก็พร้อมที่จะมีส่วนร่วมในการผลักดันแล้วก็สนับสนุนกิจกรรมนี้ แล้วก็การสร้าง Web Accessibility ให้เกิดขึ้นจริงในสังคมไทยครับ ผมเคยกล่าวไว้ในการประชุม world telecommunication daDevelopment Conference นะครับ TWT DC นะครับ ที่รวันด้านะครับ วันนั้นเป็นตัวแทนของประเทศไทย ซึ่งก็เป็นหนึ่งภารกิจสำคัญของสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ ก็คือเรื่องเกี่ยวข้องกับการพัฒนาโทรคมนาคม ให้ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ คำกล่าวนั้นจริง ๆ นี่ผมก็ได้คำชี้แนะ จากท่านอาจารย์มณเฑียร ซึ่งในฐานะส่วนตัวนับถือท่านเป็นทั้งอาจารย์ เป็นทั้งพี่ชาย แล้วก็เป็นทั้งแรงบันดาลใจ คำกล่าวนั้น ก็คือ Digital Inclution without Accessibility is Impossible สังคมดิจิตอลที่จะรวมทุกคนเข้าหากัน ถ้าปราศจากการเข้าถึงสิ่งนั้นก็ไม่สามารถเป็นไปได้จริง ขอบคุณพวกเราทุกคนครับ สวัสดีครับ [เสียงปรบมือ] (ดร.ชนิกานต์) ต้องกราบขอบคุณท่านวิทยากร ท่านต่อพงศ์ เสลานนท์ เป็นอย่างสูง ลำดับต่อไปขอเรียนเชิญอาจารย์วันทนีย์ พันธชาติ ผู้เชี่ยวชาญสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ มอบของที่ระลึกให้กับท่านวิทยากรของเราค่ะ ขอเสียงปรบมืออีกครั้งนะคะ [เสียงปรบมือ]