﻿1
00:00:15,397 --> 00:00:19,397
(ดร.นันทยา) สวัสดีค่ะนักเรียน ในคลิปนี้นะคะ เราจะเรียนหัวข้อเกี่ยวกับ

2
00:00:20,650 --> 00:00:24,650
การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม โดยครูนันทยา อัครอารีย์ค่ะ

3
00:00:27,221 --> 00:00:31,221
ในหัวข้อการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมนะคะ มีจุดประสงค์เพื่อให้นักเรียนสามารถที่จะ

4
00:00:33,981 --> 00:00:37,981
อธิบายหลักการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม จากกรณีของมัลติแอลลีลอยู่แล้วก็

5
00:00:38,445 --> 00:00:39,452
ที่อยู่บนโครโมโซมเพศ ซึ่งทั้ง 2 กรณีนะคะ เป็นส่วนขยายของพันธุศาสตร์

6
00:00:39,452 --> 00:00:43,452
เดี๋ยวค่ะ

7
00:00:44,869 --> 00:00:48,555
มนุษย์เรานะคะ มีคำถามเกี่ยวกับการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมนะคะ ว่า

8
00:00:48,555 --> 00:00:52,555
ทำไมคนในครอบครัวเดียวกันมีหน้าตาเหมือนกัน

9
00:00:53,761 --> 00:00:57,761
แล้วก็รักษาเรานี่ พ่อจากรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่งได้อย่างไรนะคะ

10
00:01:02,089 --> 00:01:06,089
ผู้ที่ศึกษาหลักท่านนะคะ ก็คือเกเกอร์เมนเดลค่ะ เขาได้ทำการศึกษาลักษณะทางพันธุกรรมของถั่วลันเตาหลาย ๆ

11
00:01:08,658 --> 00:01:12,658
แล้วนำมาวิเคราะห์ผลที่ได้นะคะ สรุปว่ามากเป็นหลักการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม

12
00:01:13,185 --> 00:01:16,058
เดี๋ยวเราจะมาลองเรียนรู้นะคะ กับกรณีตัวอย่างที่

13
00:01:16,058 --> 00:01:18,161
ใช้หลักการของพันธุศาสตร์เมนเดลในการอธิบาย

14
00:01:18,161 --> 00:01:20,784
จากนั้นนะคะ จะมาเรียนรู้

15
00:01:20,784 --> 00:01:24,784
ส่วนขยายของพันธุศาสตร์เมนเดลกันต่อค่ะ

16
00:01:29,791 --> 00:01:33,791
ลักษณะทางพันธุกรรมนะคะ มีหลากหลายเลย ตั้งแต่หน้า

17
00:01:33,920 --> 00:01:37,920
ตาสี ผิว สีตานะคะ รวมทั้งโรคทางพันธุกรรมด้วย

18
00:01:39,579 --> 00:01:43,579
โรคทางพันธุกรรมที่มีความสำคัญในประเทศไทยโรคหนึ่ง ก็คือโรคธาลัสซีเมียนะคะ

19
00:01:44,927 --> 00:01:48,446
ผู้ป่วยนี่จะมีอาการซีด โลหิตจาง ตาเหลือง ตับ ม้ามโตค่ะ

20
00:01:48,446 --> 00:01:52,446
ที่มีความสัมพันธ์กับประเทศไทยนี่ ก็เพราะว่า

21
00:01:55,087 --> 00:01:56,271
มีบุคคลที่เป็นพาหะของโรคมากกว่า 30เปอร์เซ็นต์ของประชากรนะคะ ถ้าหากว่าเราขาดการป้องกัน

22
00:01:56,271 --> 00:02:00,271
แล้วก็ดูแลแล้วนี่

23
00:02:01,571 --> 00:02:03,886
เราก็อาจจะทำให้เด็กเกิดใหม่นะคะ ที่ป่วยเป็นโรคนี้มากขึ้น ก็ควรจะมี

24
00:02:03,886 --> 00:02:07,886
การวางแผนครอบครัวค่ะ

25
00:02:09,594 --> 00:02:10,439
เรามาลองดูโจทย์นี้ก่อนนะคะ ถ้าสามีภรรยาคู่หนึ่งไป

26
00:02:10,439 --> 00:02:14,439
ปรึกษาแพทย์ก่อนมีบุตร

27
00:02:15,280 --> 00:02:19,280
แต่ถ้าตรวจพบว่าทั้งคู่เป็นพาหะของโรคธาลัสซีเมีย

28
00:02:21,053 --> 00:02:23,511
ถ้าเราจะต้องอธิบายเกี่ยวกับการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมของโรคนี้ให้ทั้งคู่เข้าใจมากขึ้นนะคะ

29
00:02:23,511 --> 00:02:27,511
จะต้องอธิบายว่าอย่างไรบ้าง

30
00:02:28,504 --> 00:02:30,151
ประเด็นแรก ก็คือโรคนี้เป็นโรคทางพันธุกรรมนะคะ สามารถที่จะถ่ายทอด

31
00:02:30,151 --> 00:02:33,319
จากพ่อแม่ไปสู่ลูกได้

32
00:02:33,319 --> 00:02:37,319
แล้วการถ่ายทอดผ่านกระบวนการอะไรคะ

33
00:02:39,008 --> 00:02:42,342
ถูกต้องค่ะ ผ่านการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศนะคะ โดยการถ่ายทอด

34
00:02:42,342 --> 00:02:46,092
ยีนที่อยู่บนโครโมโซมไปกับเซลล์สืบพันธุ์ค่ะ

35
00:02:46,092 --> 00:02:50,092
เรามาทบทวนกันนะคะ ว่ายีนคืออะไร

36
00:02:53,874 --> 00:02:57,337
ยีนทำหน้าที่เป็นหน่วยควบคุมลักษณะทางพันธุกรรม ยกตัวอย่างเช่น การเป็นโรคหรือไม่เป็นโรคธาลัสซีเมียนะคะ

37
00:02:57,337 --> 00:03:01,337
โดยยีนจะเป็นช่วงหนึ่งของ DNA

38
00:03:04,398 --> 00:03:05,068
โดยยีนจะขดพันกับโปรตีนเกิดเป็นโครงสร้างที่เรียกว่าโครโมโซม ดังนั้นก็จะอยู่บน

39
00:03:05,068 --> 00:03:07,961
บอกนะคะ

40
00:03:07,961 --> 00:03:11,961
มนุษย์เรานี่ มี

41
00:03:13,308 --> 00:03:17,308
โครโมโซมคู่เหมือนหรือฮอมอโลกัสโครโมโซมจำนวน 23 คู่

42
00:03:19,176 --> 00:03:23,176
ฮอมอโลกัสโครโมโซมยีนที่ควบคุมลักษณะหนึ่งจะอยู่เป็นคู่ unreal บนตำแหน่งเดียวกันของโครโมโซม

43
00:03:27,800 --> 00:03:31,800
นิดนึงอาจจะมีหลายรูปแบบเรียกรูปแบบนี้ว่าแอลลีลเด่น

44
00:03:32,232 --> 00:03:36,232
ไปรษณีย์เซลล์เม็ดเลือดแดงที่มีลักษณะปกตินะคะ ก็จะไม่เป็นโรค

45
00:03:36,370 --> 00:03:40,370
และริ้วรอยเล็ก ซึ่งเป็นแอลลีลด้อย

46
00:03:42,648 --> 00:03:46,648
ที่จะก่อให้เกิดโรคธาลัสซีเมีย จะเห็นได้ว่าทั้ง 2 น่าจะมีข้อมูลทางพันธุกรรมที่

47
00:03:48,468 --> 00:03:52,468
ต่างกันนะคะ ซึ่งอาจจะแตกต่างกันเพียงเล็กน้อย

48
00:03:55,433 --> 00:03:59,433
ฮอมอโลกัสโครโมโซมนี่ เราจะเรียกว่าจีโนไทป์เช่น TT T

49
00:04:02,975 --> 00:04:06,975
t และ tt ค่ะ ส่วนลักษณะภายนอกที่ปรากฏออกมาให้เห็นการเป็นโรคหรือไม่เป็นโรคนะคะ เราเรียกว่า

50
00:04:08,909 --> 00:04:11,375
ถ้ามีคู่กันเร็วที่มีรูปแบบเดียวกันนะคะ

51
00:04:11,375 --> 00:04:15,375
ใช้แบบนั้นเป็นโฮโมไซกัส

52
00:04:17,651 --> 00:04:21,651
แต่ถ้าหากว่ามีคู่ของแอลลีลที่มีรูปแบบแตกต่างกันนี่ เราจะเรียกว่า

53
00:04:24,064 --> 00:04:28,064
เฮเทอโรไซกัสช่วยปลุกบุคคลนี้นะคะ เขาจะไม่เป็นโรคธาลัสซีเมีย แต่ว่าเขาจะเป็นพาหะของโ

54
00:04:28,490 --> 00:04:32,490
รคไม่สามารถจะถ่ายทอดกันเร็วได้ไปสู่รุ่นลูกได้ค่ะ

55
00:04:34,473 --> 00:04:38,473
จะเห็นได้ว่าฟีโนไทป์นี่ ก็จะขึ้นกับแอลลีลที่เรามีอยู่นะคะ

56
00:04:39,054 --> 00:04:40,733
ยกตัวอย่างเช่นถ้าเกิดว่าเป็นแอลลีลเด่นก็จะแสดงลักษณะของ

57
00:04:40,733 --> 00:04:44,733
เร็วเด่น ก็คือปกติ

58
00:04:46,343 --> 00:04:48,286
ถ้าหากว่าได้รับปริญญาได้มาทั้งคู่นะคะ ก็แสดงลักษณะด้อยก็คือ

59
00:04:48,286 --> 00:04:52,286
เป็นโรคธาลัสซีเมียค่ะ

60
00:04:54,819 --> 00:04:58,819
ฟีโนไทป์นะคะ นอกจากจะขึ้นกับฟีโนไทป์แล้วนี่ ก็ยังขึ้น

61
00:05:00,256 --> 00:05:01,755
ขึ้นกับสิ่งแวดล้อมด้วยยกตัวอย่างเช่นความสูงค่ะ ถ้าพ่อแม่เรามีลักษณะ

62
00:05:01,755 --> 00:05:05,755
เราก็

63
00:05:07,984 --> 00:05:11,017
มีลักษณะสูงใช่ไหมคะ แต่ถ้าหากว่าเราได้รับอาหารที่ไม่เหมาะสมหรือออกกำลังกายไม่เหมาะ

64
00:05:11,017 --> 00:05:15,017
ก็อาจจะส่งผลต่อลักษณะความสูงของเราได้ค่ะ

65
00:05:17,844 --> 00:05:21,844
จากกรณีข้างต้นนะคะ ทั้งคู่นี่ เป็นพาหะแสดงว่ามีจีโนไทป์แบบใดคะ

66
00:05:22,991 --> 00:05:26,991
ถูกต้องค่ะ เป็นแบบเฮโทโรไซกัสหรือ Tt นะคะ

67
00:05:28,984 --> 00:05:32,984
โดยการคาดคะเนว่าทั้งคู่นี่ จะมีโอกาสมีลูกเป็นโรคเป็นเท่าไรนี่

68
00:05:34,995 --> 00:05:38,995
สามารถนำความรู้ที่มันจะค้นพบเกี่ยวกับหลักการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมมาอธิบายได้ค่ะ

69
00:05:41,337 --> 00:05:45,337
จะเห็นได้ว่ายีนที่ควบคุมลักษณะโรคธาลัสซีเมียนี่ จะอยู่เป็นคู่กันแอลลีลนะคะ

70
00:05:47,160 --> 00:05:48,386
ซึ่งแต่ละเซลล์สืบพันธุ์นี่ จะได้รับเพียงอันเดียวของยีนนั้นเช่น

71
00:05:48,386 --> 00:05:52,386

72
00:05:52,762 --> 00:05:55,963
T หรือ t โดยรุ่นลูกนะคะ จะได้รับอันหนึ่งจากแม่ผ่านทางเซลล์ไข่

73
00:05:55,963 --> 00:05:59,963
แล้วก็อีกอันหนึ่งจากพ่อผ่านทางเซลล์สืบพันธุ์ค่ะ

74
00:06:00,126 --> 00:06:04,126
รายการปฏิสนธินี่ เซลล์ไข่และสเปิร์มจะรวมกันแบบสุ่ม

75
00:06:04,851 --> 00:06:08,851
ทำให้ลูกจะได้รันี่ ก็จะเกิดขึ้นแบบสุ่มด้วยนะคะ

76
00:06:10,644 --> 00:06:14,644
เช่นกว่าจะได้รับอนุญาตจากแม่แล้วก็รักกันดีพี่ใหญ่จากพ่อ

77
00:06:16,255 --> 00:06:20,255
จะได้รับ illex จากทั้งพ่อแล้วก็แม่นะคะ

78
00:06:21,623 --> 00:06:25,623
เราสามารถคำนวณหาโอกาสที่ลูกจะเป็นโรคหรือไม่เป็นโรคได้นะคะ

79
00:06:27,248 --> 00:06:30,486
ถ้าสังเกตนะคะ ถ้าเกิดว่าเขาได้รับ T มานี่ ก็แสดงลักษณะไม่เป็นโรค

80
00:06:30,486 --> 00:06:34,486
ในที่นี้ก็จะเป็น 3 ใน 4

81
00:06:36,005 --> 00:06:40,005
ส่วนถ้าหากว่าลูกได้รับปริญญาได้ทั้งจากพ่อแล้วก็แม่นี่ เขาก็แสดงลักษณะเป็นโรค

82
00:06:41,988 --> 00:06:45,988
ธาลัสซีเมียที่นี่ก็เห็นว่าเป็นโอกาส 1 ใน 4 หรือคิดเป็น 25 เปอร์เซ็นต์นั่นเองค่ะ

83
00:06:48,956 --> 00:06:52,956
มีคนกล่าวว่าลูกคนแรกของสามีผู้นี้เกิดมาเป็นโรคธาลัสซีเมียแล้ว

84
00:06:55,003 --> 00:06:58,493
ลูกคนที่ 2 ที่มีโอกาสจะเกิดมาเป็นโรคธาลัสซีเมียอีก นักเรียนเห็นด้วยหรือไม่เพราะอะไรคะ

85
00:06:58,493 --> 00:07:02,493
สำหรับคุณครูนะคะ คุณครูไม่เห็นด้วยค่ะ

86
00:07:03,933 --> 00:07:06,542
เพราะว่าว่าการพิจารณานี้เป็นเพียงการหาโอกาสเป็นโรคของลูกที่จะเกิดขึ้นนะคะ

87
00:07:06,542 --> 00:07:09,122
ถึงแม้ว่าลูกคนแรกจะเป็นโรคไปแล้วนี่

88
00:07:09,122 --> 00:07:10,181
ลูกคนที่ 2 ก็ยังมีโอกาสเข้าเดิม ก็คือ 2

89
00:07:10,181 --> 00:07:14,181
5 เปอร์เซ็นต์ ค่ะ

90
00:07:14,631 --> 00:07:18,631
โอกาสนี้นี่ จะเท่ากันทุกครั้งไม่ว่าจะตั้งครั้งกี่ครั้งก็ตามนะคะ

91
00:07:20,512 --> 00:07:22,649
ว่าแอลลีลที่ก่อโรคได้ยังคงสามารถถ่ายทอดจากพ่อแม่นะคะ

92
00:07:22,649 --> 00:07:26,649
ไปสู่ลูกได้ค่ะ

93
00:07:32,445 --> 00:07:36,445
อาจจะมีโอกาสเกิดมาเป็นเพศชาย 50 เปอร์เซ็นต์หรืออาจจะเกิดมาเป็นเพศหญิง 50 เปอร์เซ็นต์ค่ะ

94
00:07:36,999 --> 00:07:40,999
แล้วมาลองทำโจทย์ตรวจสอบความเข้าใจกันนะคะ

95
00:07:42,252 --> 00:07:46,252
ถ้าหากว่าผู้หญิงที่มีลักษณะเผือกคือแต่งงานกับผู้ชายที่ไม่มีลักษณะเผือกนะคะ

96
00:07:49,368 --> 00:07:51,118
มีโอกาสเกิดลูกที่มีลักษณะเผือกเป็นเท่าใดลองทำดูนะคะ หรือว่าอาจจะลองกดหยุดพัก

97
00:07:51,118 --> 00:07:55,118
และลองทำดูก็ได้ค่ะ

98
00:08:05,847 --> 00:08:09,847
เรามาดูเฉลยกันเลยนะคะ

99
00:08:10,497 --> 00:08:13,145
ผู้หญิงที่มีลักษณะเผือกนี่ จะมีจีโนไทป์เป็น

100
00:08:13,145 --> 00:08:16,718
aa ผู้ชายที่มีลักษณะ

101
00:08:16,718 --> 00:08:19,351
ไม่เผือกนะคะ อาจจะมีจีโนไทป์ได้ 2 รูปแบบคือ

102
00:08:19,351 --> 00:08:22,799
AAหรือ a เล็ก

103
00:08:22,799 --> 00:08:26,330
เพราะฉะนั้นนะคะ เราจะต้องพิจารณาโอกาสของลูก

104
00:08:26,330 --> 00:08:28,045
ทั้ง 2 รูปแบบก็คือมาเป็น

105
00:08:28,045 --> 00:08:28,892
AA aa พ่อเป็นแม่ยาย

106
00:08:28,892 --> 00:08:32,892
หรือ

107
00:08:34,289 --> 00:08:38,289
แม่เป็น als แล้วพ่อเป็นตัวใหญ่ตัวเล็กค่ะ ลองทำดูกันนะคะ

108
00:08:41,020 --> 00:08:42,887
ก็ทีแรกนี่ หาแม่จะสร้างเซลล์สืบพันธุ์ได้ดังนี้นะคะ ส่วนพ่อนี่ เขาจะสร้างตัว

109
00:08:42,887 --> 00:08:46,887
ได้ดังนี้ค่ะ

110
00:08:50,161 --> 00:08:54,161
เราพิจารณาลักษณะของลูกนะคะ จะเห็นได้ว่าลูกทุกคนนี่ จะมีจีโนไทป์เป็น

111
00:08:55,120 --> 00:08:59,120
ตัวใหญ่ตัวเล็กนะคะ เพราะฉะนั้นนี่ ก็จะไม่มีลักษณะเผือกค่ะ

112
00:08:59,819 --> 00:09:03,819
ส่วนในกรณีที่ 2 นะคะ ถ้าแม่มีจีโนไทป์เป็น

113
00:09:05,892 --> 00:09:09,892
aa หาพ่อมีจีโนไทป์เป็น Aaนี่ จะสร้างเซลล์สืบพันธุ์ได้ดังนี้

114
00:09:15,042 --> 00:09:19,042
หากเราพิจารณาลักษณะของลูกที่เกิดมานะคะ ก็จะเห็นว่าจีโนไทป์นะคะ จะมีทั้ง Aa

115
00:09:19,906 --> 00:09:23,906
aa Aa aa ค่ะ

116
00:09:27,386 --> 00:09:31,386
จะเกิดขึ้นในกรณีที่ 2 คิดเป็น 50 เปอร์เซ็นต์ค่ะ

117
00:09:34,445 --> 00:09:37,893
นอกจากโรคธาลัสซีเมียแล้วนะคะ ยังมีผู้ศึกษาพบว่ามีอีกหลายกรณีเลยค่ะ

118
00:09:37,893 --> 00:09:41,893
ที่สอดคล้องกับกรณีที่เมนเดลศึกษา

119
00:09:41,956 --> 00:09:45,956
ก็มีหลายกรณีเช่นกันนะคะ  ที่มีความแตกต่างออกไป

120
00:09:48,039 --> 00:09:52,039
แต่ก็ยังสามารถที่จะใช้หลักการของเมนเดลมาอธิบายการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมได้ค่ะ

121
00:09:54,531 --> 00:09:56,557
เราจัดกรณีนะคะ เป็นส่วนขยายของพันธุศาสตร์เมนเดลค่ะ เรามาลองดูในกรณีแรก

122
00:09:56,557 --> 00:10:00,557
ของมัลติเพิลแอลลีลกันเลยนะคะ

123
00:10:03,537 --> 00:10:06,738
ลักษณะหมู่เลือดในระบบ abo ของมนุษย์นี่ จะมีเลือดสี

124
00:10:06,738 --> 00:10:10,738
4 แบบ A B AB และ O ค่ะ

125
00:10:10,768 --> 00:10:14,768
นักเรียนคิดว่าเซลล์เม็ดเลือดแดงของแต่ละหมู่นี่ แตกต่างกันอย่างไรคะ

126
00:10:17,570 --> 00:10:21,570
ใช่ค่ะ บนผิวเซลล์เม็ดเลือดแดงของแต่ละหมู่นี่ จะมีชนิดของแอนติเจนที่แตกต่างกันนะคะ

127
00:10:22,248 --> 00:10:26,248
สังเกตไหมว่าฟีโนไทป์นะคะ ของหมู่เลือดนี่ จะมี 4 แบบ

128
00:10:27,678 --> 00:10:31,678
ก่อนหน้านี้ที่เราศึกษามานี่ จะมีเพียงแค่ 2 แบบเป็นเพราะอะไรคะ

129
00:10:32,550 --> 00:10:36,550
พื้นที่เมนเดลศึกษานะคะ จะมีอันเดียวที่เกี่ยวข้อง 2 รูปแบบ

130
00:10:37,731 --> 00:10:40,156
ยกตัวอย่างเช่น ยีนที่ควบคุมลักษณะสีกลีบดอกจะมีอันใหญ่

131
00:10:40,156 --> 00:10:44,156
ควบคุมสีม่วงหลิว

132
00:10:47,508 --> 00:10:51,508
t ควบคุมดอกสีขาวแต่ในกรณีของหมู่เลือดระบบ abo นี่ จะมีอันเดียวที่ควบคุมมากกว่า 2 อันรีวิว

133
00:10:52,016 --> 00:10:56,016
เช่น แอลลีลควบคุมการสร้าง

134
00:10:57,386 --> 00:10:58,926
แอนติเจนบนเยื่อหุ้มเซลล์เม็ดเลือดแดงได้ดีกว่าคุมการสร้างแอนติเจนดี

135
00:10:58,926 --> 00:11:02,926
และอาเล็ก

136
00:11:02,960 --> 00:11:06,960
จะไม่มีการสร้างทางแอนติเจน a แล้วก็ Assistant B ค่ะ

137
00:11:10,598 --> 00:11:11,995
โรงเรียนกรณีที่ยีนควบคุมลักษณะทางพันธุกรรมมีอันเดียวที่เกี่ยวข้องมากกว่า 2 รูปแบบว่า

138
00:11:11,995 --> 00:11:15,995
มัลติเพิลแอลลีล

139
00:11:19,038 --> 00:11:20,928
ถึงแม้มีอะไรที่เป็นไปได้ถึง 3 รูปแบบนะคะ ในแต่ละคนนี่

140
00:11:20,928 --> 00:11:24,928
จะมีเพียงแค่ 2 แ

141
00:11:25,268 --> 00:11:29,268
อลลีล ซึ่งแต่ละแอลลีลจะอยู่บนคนละโครโมโซมของฮอร์โมน locus โครโมโซม

142
00:11:32,391 --> 00:11:36,391
เช่นเดียวกับกรณีที่มีแนวศึกษาโดยยีนควบคุมลักษณะหมู่เลือด abo นะคะ จะอยู่บนโครโมโซม

143
00:11:38,217 --> 00:11:42,217
ที่ 9 อาจจะมีช่วงท้ายได้หลายรูปแบบยกตัวอย่างเช่น IA IA

144
00:11:43,352 --> 00:11:47,352
Ib iiหรือไอ้เล็กไอ้เล็กค่ะ

145
00:11:49,636 --> 00:11:51,741
ครูจะลองเปรียบเทียบให้ฟังนะคะ ในกรณีของคนเดียวนี่ ก็เหมือนกับเรามีสินค้าให้เลือกเยอะ

146
00:11:51,741 --> 00:11:55,741
2 สีคือสีม่วงและสีขาว

147
00:11:56,041 --> 00:11:57,619
เราอยากจะเลือกใส่เป็นสีม่วงสีม่วง สีม่วงสีขาว

148
00:11:57,619 --> 00:12:00,383
สีขาวสีขาวนะคะ

149
00:12:00,383 --> 00:12:04,383
ในกรณีของมัลติเพิลแอลลีลนี่

150
00:12:06,681 --> 00:12:10,681
เรามีถุงเท้าให้เลือกถึง 3 สี คือ สีแดงสีเขียว หรือสีเหลืองนะคะ

151
00:12:12,565 --> 00:12:16,565
การเลือกสายได้หลากหลายออกไปแต่เราก็ใส่ได้เพียงแค่ 2 ข้างเท่านั้นค่ะ

152
00:12:20,689 --> 00:12:22,462
การที่มีอันเดียวที่เป็นไปได้ 3 รูปแบบทำให้มีจีโนไทป์และฟีโนไทป์ที่เป็นไปได้มากกว่า

153
00:12:22,462 --> 00:12:26,462
กรณีที่เมนเดลศึกษานะคะ

154
00:12:27,774 --> 00:12:31,774
จากตารางจะเห็นได้ว่าบุคคลที่มีเลือดหมู่ O จะมีเฉพาะ

155
00:12:32,899 --> 00:12:36,257
i ส่วนคนที่มี IA ก็จะมีเลือดหมูเอง

156
00:12:36,257 --> 00:12:40,257
คนที่มี แอลลีล IB ก็จะมีเลือดหมู่ B

157
00:12:40,838 --> 00:12:44,838
ส่วนคนที่มีจีโนไทป์เป็น iA

158
00:12:48,276 --> 00:12:52,276
ก็จะมีเลือดหมู่ AB ซึ่งบนผิวเซลล์เม็ดเลือดแดงจะมีทางแอนติเจน a แล้วก็นี่

159
00:12:53,314 --> 00:12:57,314
นี่ก็เป็นอีกคนหนึ่งนะคะ ที่แตกต่างจากกรณีที่เป็นเยอะค่ะ

160
00:12:59,197 --> 00:13:01,270
อย่างนั้นเราลองมาดูตัวนี้กันนะคะ ถ้าแม่มีเลือดหมู่ A และพ่อมีเลือดหมู่ B

161
00:13:01,270 --> 00:13:04,114
สวยทั้งคู่เนี่ยเป็นเฮเทอโรไซกัส

162
00:13:04,114 --> 00:13:08,114
มีโอกาสมีลูกที่มีเลือดหมู่ใดบ้าง

163
00:13:09,058 --> 00:13:10,339
ทั้งคู่นะคะ เป็นเฮเทอโรไซกัสแสดงว่าแม่มีจีโนไทป์เต้น

164
00:13:10,339 --> 00:13:13,313
IA I

165
00:13:13,313 --> 00:13:16,441
a พ่อมีจีโนไทป์เป็น iB i ค่ะ

166
00:13:16,441 --> 00:13:20,275
แม่นึกว่าหมู่เลือดระบบ abo นี่

167
00:13:20,275 --> 00:13:24,159
ยีนที่ควบคุมลักษณะต่าง ๆ นะคะ จะอยู่กันเป็นคู่กันแ

168
00:13:24,159 --> 00:13:28,159
อลีลแต่อย่างประกันว่ามีการสร้างเซลล์สืบพันธุ์

169
00:13:28,996 --> 00:13:32,996
ลูกจะได้รับอันหนึ่งจากพ่อแล้วก็อีกอันหนึ่งจากแม่ค่ะ

170
00:13:35,414 --> 00:13:39,414
หมู่เลือดระบบ abo นี่ ถึงแม้จะมีหลายอันเลวแตกต่างจากกรณีศึกษา

171
00:13:40,680 --> 00:13:44,680
การพัฒนารูปแบบการถ่ายทอดลักษณะพันธุกรรมนี่ ก็ยังคงใช้หลักการของเมนเดลได้นะคะ

172
00:13:44,980 --> 00:13:48,980
เรียกว่าเป็นส่วนขยายของพันธุศาสตร์เมนเดลค่ะ

173
00:13:53,494 --> 00:13:56,375
เอาล่ะค่ะ เราก็ลองตรวจสอบความเข้าใจจากส่วนนี้กันดูนะคะ นักเรียนอาจจะลองกดหยุดพักนะคะ เพื่อลองทำโจทย์นี้ดู

174
00:13:56,375 --> 00:14:00,375
เดี๋ยวเรามาดูกันค่ะ ว่าเฉลยเป็นอย่างไรนะคะ

175
00:14:09,111 --> 00:14:13,111
[เสียงปรบมือ] (ดร.นันทยา) เอาล่ะค่ะ เรามาดูเฉลยพร้อมกันเลยนะคะ

176
00:14:13,970 --> 00:14:16,864
แม่นะคะ มีจีโนไทป์ เป็นไอ IA

177
00:14:16,864 --> 00:14:18,884
ส่วนพ่อมีจีโนไทป์เป็น Id

178
00:14:18,884 --> 00:14:22,884
สร้างเซลล์สืบพันธุ์ได้ดังนี้ค่ะ

179
00:14:24,570 --> 00:14:28,570
เวลาอาจจะใช้ตารางในการช่วยหาโอกาสของจีโนไทป์ที่จะเกิดขึ้นในรุ่นลูกนะคะ

180
00:14:32,415 --> 00:14:36,415
แม่นี่ สามารถสร้างเซลล์สืบพันธุ์ได้เป็น IA i ส่วนพ่อนี่ สามารถสร้างเซลล์สืบพันธุ์ได้เป็น iB และo

181
00:14:39,253 --> 00:14:43,253
i เดี๋ยวถ้าของลูกเป็นดังนี้โดยรูปนะคะ จะมีโอกาสที่จะมี

182
00:14:44,935 --> 00:14:48,935
เลือดหมูดังนี้ค่ะ AB a และหมู่ B ค่ะ

183
00:14:55,098 --> 00:14:59,098
สักครู่ เราทำตรวจสอบความเข้าใจกันแล้วนะคะ ตอนนี้เรามาลองดูอีกกรณีหนึ่งค่ะ

184
00:15:02,551 --> 00:15:06,551
นักเรียนนะคะ จะต้องเขียนเพื่อให้ข้อมูลทางวิชาการเกี่ยวกับกรณีนี้ นักเรียนจะเขียนว่าอย่างไรบ้าง

185
00:15:08,305 --> 00:15:12,305
นักเรียนอาจจะลองกดพักนะคะ ทดลองทำกิจกรรมนี้ดู แล้วเดี๋ยวเรามาดูเฉลยว่าเป็นอย่างไรค่ะ

186
00:15:13,245 --> 00:15:17,245
นักเรียนแล้วมาดูเฉลยพร้อมกันเลยนะคะ

187
00:15:19,469 --> 00:15:23,469
พ่อและแม่นี่ มีเลือดหมู่ A แต่ว่าจะมีจีโนไทป์เป็น

188
00:15:25,996 --> 00:15:28,298
IA i มีเลือดหมู่ AB แสดงว่ามีจีโนไทป์เป็น

189
00:15:28,298 --> 00:15:32,298
iA b ค่ะ

190
00:15:37,789 --> 00:15:41,754
จะเห็นได้ว่าเป็นไปไม่ได้เลยนะคะ ที่พ่อกับแม่เนี่ยจะถ่ายถ่ายทอดลักษณะแอลลีลมาให้ลูกได้นะคะ

191
00:15:41,754 --> 00:15:45,754
แสดงว่าอาจจะเกิดข้อผิดพลาดบางประการขึ้นค่ะ

192
00:15:46,729 --> 00:15:49,868
ในปัจจุบันนี้นะคะ นอกจากการตรวจหมู่เลือดแล้วนี่ เรายังมีเทคโนโลยีทาง

193
00:15:49,868 --> 00:15:53,868
DNA ช่วยในการพิสูจน์ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่ลูกด้วยค่ะ

194
00:15:57,236 --> 00:16:01,236
เรามาดูกรณีของยีนที่อยู่บนโครโมโซมเพศกันต่อนะคะ

195
00:16:04,103 --> 00:16:07,919
ส่วนประเภททั้ง 2 สัดส่วนของลักษณะทางพันธุกรรมในเพศชายและเพศหญิงเป็นอย่างไรคะ

196
00:16:07,919 --> 00:16:11,919
จะสังเกตได้ว่าลักษณะหมู่เลือด abo นี่

197
00:16:13,590 --> 00:16:16,712
ทั้งเพศชายและเพศหญิงจะมีสัดส่วนใกล้เคียงกัน แต่ในกรณีของลักษณะตาบอด

198
00:16:16,712 --> 00:16:20,279
สีนี่ เพศชายจะพบมากกว่าเพศหญิงนะคะ

199
00:16:20,279 --> 00:16:24,279
เพราะเหตุใดถึงเป็นแบบนั้น เราจะได้มาเรียนรู้กันค่ะ

200
00:16:27,167 --> 00:16:31,167
โครโมโซมของมนุษย์นะคะ จะมีทั้งหมด 23 คู่ของ

201
00:16:32,456 --> 00:16:36,456
ฮอมอโลกัสโครโมโซม โดยแบ่งเป็นออโตโซม 22 คู่ และโครโมโซมเพศ 1 คู่

202
00:16:39,421 --> 00:16:41,744
ถ้าหากว่ามีโครโมโซมเพศเป็น XY ก็จะเป็นเพศชาย แต่ถ้ามีโครโมโซมเพศเป็น xx

203
00:16:41,744 --> 00:16:45,744
ก็จะเป็นเพศหญิงนะคะ

204
00:16:46,911 --> 00:16:50,911
การที่โครโมโซมเพศของผู้ชายและผู้หญิง มี

205
00:16:52,280 --> 00:16:56,280
ลักษณะแตกต่างกันนะคะ ทำให้ยีนบางยีนอาจจะไม่อยู่เป็นคู่กันเสมอไป

206
00:16:58,296 --> 00:16:59,866
เช่น ยีนที่ควบคุมลักษณะตาบอดสีเขียวแดง ซึ่งจะอยู่บนโครโมโซม x ของมนุษย์นะคะ

207
00:16:59,866 --> 00:17:02,045
เห็นได้ว่า

208
00:17:02,045 --> 00:17:06,045
เพศหญิงน่ะจะมี 2

209
00:17:06,188 --> 00:17:10,188
แอลลีล ในเพศชายนี่ ก็จะมีอันเดียวของปีนี้เพียงแค่ 1

210
00:17:10,269 --> 00:17:14,269
แอลลีล แตกต่างจากกรณีของลักษณะหมู่เลือดนะคะ ที่อยู่บนออโตโซม

211
00:17:17,270 --> 00:17:21,270
บุคคลที่มีลักษณะตาบอดสีเขียวแดงนะคะ จะยังคงมองเห็นภาพได้ปกติ แต่ว่ามีความ

212
00:17:22,996 --> 00:17:26,900
บกพร่องที่เซลล์รับแสงในตา ทำให้แยกสีเขียวและสีแดงนะคะ ออกจากกันได้ยาก

213
00:17:26,900 --> 00:17:30,900
แต่ว่าระดับความรุนแรงนี่ ก็แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล

214
00:17:31,531 --> 00:17:34,742
ภาพนะคะ จะได้ว่าสามารถที่จะแยกออกจากกันได้ยาก

215
00:17:34,742 --> 00:17:38,279
อาจจะใช้ตัวอักษรหรือลวดลายนะคะ มากำกับ

216
00:17:38,279 --> 00:17:39,586
เพิ่ม เพื่อให้สามารถที่จะสื่อสารกับผู้อื่นได้เข้าใจ

217
00:17:39,586 --> 00:17:43,586
ตอนนี้นะคะ

218
00:17:45,260 --> 00:17:49,260
ในการออกแบบเว็บไซต์หรือการออกแบบต่าง ๆ นะคะ ก็จะต้องคำนึงถึง 4 ที่เหมาะสมด้วย

219
00:17:50,660 --> 00:17:54,660
แล้วแบบนี้จะเห็นไฟสัญญาณจราจรเป็นอย่างไรนะ

220
00:17:57,640 --> 00:18:01,640
เรามาดูภาพตัวอย่างนั้นค่ะ ถึงแม้บุคคลที่มีลักษณะตาบอดสีเขียวแดงจะแยกสีเขียวและแดงออก

221
00:18:03,208 --> 00:18:05,665
จากกันยากนะคะ แต่ว่าแต่ละสีของไฟจราจรนี่ จะอยู่คนละตำแหน่งกัน

222
00:18:05,665 --> 00:18:09,665
ทำให้สามารถระบุได้ค่ะ

223
00:18:11,753 --> 00:18:15,753
ลักษณะตาบอดสีเขียวแดงนะคะ ควบคุมโดยแอลลีลด้อยบนโครโมโซม x

224
00:18:17,597 --> 00:18:21,597
ดังนั้นเพศหญิงที่มีอายุได้ 2 แอลลีลก็แสดงลักษณะตาบอดสี

225
00:18:22,051 --> 00:18:26,051
เพศชายจะแตกต่างกันออกไปนะคะ เพราะว่ามี

226
00:18:26,868 --> 00:18:28,893
โครโมโซม x เดียวจึงมีลักษณะตาบอดสีถึงแม้ว่าจะมีอัน

227
00:18:28,893 --> 00:18:32,893
หนึ่งด้อยค่ะ

228
00:18:38,420 --> 00:18:42,158
แม่ได้ว่ายีนที่ควบคุมลักษณะ

229
00:18:42,158 --> 00:18:45,375
ตาบอดสีเขียวแดงนี่ จะอยู่กันเป็นคู่กันแ

230
00:18:45,375 --> 00:18:48,205
อลลีล โดยแอลลีลจะแยกออกจากกันเมื่อมีการสร้างเซลล์สืบพันธุ์

231
00:18:48,205 --> 00:18:49,810
โดยลูกจะได้รับจากพ่อ

232
00:18:49,810 --> 00:18:53,528
จากแม่

233
00:18:53,528 --> 00:18:57,303
หาว่าเราสลับลักษณะของพ่อและแม่นะคะ

234
00:18:57,303 --> 00:19:01,303
โอกาสที่จะมีลูกมีลักษณะตาบอดสีใน 2 กรณีนี้

235
00:19:04,057 --> 00:19:08,057
กรณีแรกไม่ว่าลูกจะเกิดเป็นเพศใดก็จะไม่มีลักษณะตาบอดสีค่ะ

236
00:19:10,454 --> 00:19:14,454
แต่ในกรณีที่ 2 นี่ โอกาสที่ลูกจะมีตาบอดสีเป็น

237
00:19:15,755 --> 00:19:19,755
50 เปอร์เซ็นต์ เดี๋ยวลูกสาวทุกคนจะเป็นพาหะของลักษณะตาบอดสี

238
00:19:20,036 --> 00:19:24,036
และลูกชายทุกคนก็จะเกิดมามีลักษณะตาบอดสี

239
00:19:25,717 --> 00:19:29,717
ที่เป็นแบบนี้นะคะ ก็เป็นผลมาจากการที่เพศชายนี่ มีโครโมโซม x

240
00:19:33,270 --> 00:19:37,270
เพียง 1 โครโมโซม วิธีในการทดสอบว่ามีลักษณะตาบอดสีหรือไม่นะคะ

241
00:19:39,100 --> 00:19:43,100
ใช่ชุดกระดาษทดสอบเพื่อแสดงภาพค่ะ บุคคลที่มีลักษณะตาบอดสี

242
00:19:44,040 --> 00:19:48,040
เดี๋ยวแดงนะคะ ก็จะไม่สามารถอ่านตัวเลข 4 หรือ 6 ได้ชัดเจนค่ะ

243
00:19:48,229 --> 00:19:50,589
เอาล่ะค่ะ เรามาลองตรวจสอบความเข้าใจเกี่ยวกับ

244
00:19:50,589 --> 00:19:54,354
ยีนที่อยู่บนโครโมโซมเพศกันนะคะ

245
00:19:54,354 --> 00:19:55,859
ตัวอย่างนี่ ก็จะเป็นลักษณะของฮีโมฟีเลีย

246
00:19:55,859 --> 00:19:58,351
ซึ่งควบคุมโดย

247
00:19:58,351 --> 00:20:02,209
แอลลีลด้อยบนโครโมโซม x นะคะ

248
00:20:02,209 --> 00:20:06,209
นักเรียนลองเติมแผนภาพให้สมบูรณ์ดู

249
00:20:06,993 --> 00:20:10,993
เอาล่ะค่ะ นักเรียนสามารถหยุดพัก แล้วก็ลองทำแล้วเดี๋ยวมาเฉลยพร้อมกันค่ะ

250
00:20:22,718 --> 00:20:25,226
เป็นอย่างไรกันบ้างคะ ทำกันได้หรือเปล่า

251
00:20:25,226 --> 00:20:28,534
เรามาดูเฉลยกันนะคะ

252
00:20:28,534 --> 00:20:32,534
จากจีโนไทป์ของพ่อและแม่นะคะ

253
00:20:32,928 --> 00:20:36,928
จะสามารถสร้างเซลล์สืบพันธุ์ได้ดังนี้ค่ะ

254
00:20:38,182 --> 00:20:42,182
แล้วสามารถที่จะมีจีโนไทป์ของรุ่นลูกนะคะ ได้เป็นดังนี้

255
00:20:44,357 --> 00:20:45,365
เราจะเห็นได้นะคะ ว่าผู้หญิงที่ได้รับแ

256
00:20:45,365 --> 00:20:49,365
อลลีลด้อยแม่นี่

257
00:20:50,145 --> 00:20:54,145
ก็จะไม่เป็นโรค เพราะว่าได้รับแอลีลเด่นจากพ่อด้วยค่ะ

258
00:20:58,546 --> 00:21:02,546
แต่ในกรณีของผู้ชายนะคะ จะแตกต่างไปได้รับเพียงอันเดียวได้จากแม่ 1 อันเดียวนะคะ ก็แสดงลักษณะเป็นโรค

259
00:21:03,019 --> 00:21:07,019
ว่าผู้ชายนี่ จะมีโครโมโซม x เพียง 1 โครโมโซมค่ะ

260
00:21:10,455 --> 00:21:14,455
เอาล่ะค่ะ แล้วมาสรุปเนื้อหาที่เราได้เรียนกันในคลิปนี้กันนะคะ

261
00:21:16,262 --> 00:21:18,394
ลักษณะทางพันธุกรรมเป็นลักษณะที่สามารถถ่ายทอดจากรุ่นพ่อแม่มาสู่รุ่นลูกได้

262
00:21:18,394 --> 00:21:22,394
โดยผ่านยีนภายในเซลล์สืบพันธุ์ค่ะ

263
00:21:24,642 --> 00:21:28,642
ซึ่งรูปแบบการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมก็มีหลากหลายนะคะ บางกรณีก็เป็นส่วนที่

264
00:21:30,634 --> 00:21:34,634
ส่วนขยายของพันธุศาสตร์เมนเดล ซึ่งยังคงสามารถใช้หลักการที่เมนเดลค้นพบในการอธิบายได้

265
00:21:35,329 --> 00:21:38,768
ตัวอย่างเช่นลักษณะที่มีการควบคุมโดยมี

266
00:21:38,768 --> 00:21:40,973
ดีนะคะ ที่มีแอลลีลหรือมากกว่า 2 รูปแบบ

267
00:21:40,973 --> 00:21:43,534
จะเรียกว่า มัลติเพิลแอลลีล

268
00:21:43,534 --> 00:21:47,534
ระบบหมู่เลือด abo

269
00:21:48,671 --> 00:21:52,451
ส่วนลักษณะที่ควบคุมโดยยีนที่อยู่บนโครโมโซมเพศนะคะ

270
00:21:52,451 --> 00:21:56,451
จะมีโอกาสพบในเพศชายกับเพศหญิงนี่ ไม่เท่ากัน

271
00:21:56,966 --> 00:22:00,966
ยกตัวอย่างเช่น ลักษณะตาบอดสีหรือโรคฮีโมฟีเลียนะคะ

272
00:22:02,336 --> 00:22:03,525
นอกจากป่าลักษณะที่เป็นส่วนขยายของพันธุศาสตร์เมนเดล ที่เราเรียนกันไปวันนี้แล้วนะ

273
00:22:03,525 --> 00:22:07,525
คะ ยังมีลักษณะ

274
00:22:09,494 --> 00:22:13,080
ที่มีรูปแบบแตกต่างกันไปอีกมากมายเลยค่ะ บางกรณีก็มีความซับซ้อนมากขึ้น

275
00:22:13,080 --> 00:22:16,768
เช่น ลักษณะที่ควบคุมด้วยยีนหลาย ๆ ยีน

276
00:22:16,768 --> 00:22:20,768
หรือลักษณะที่มีอิทธิพลของสิ่งแวดล้อมเข้ามาเกี่ยวข้องนะคะ

277
00:22:24,216 --> 00:22:28,216
แต่หลักการพื้นฐานก็ยังคงเหมือนกันค่ะ ก็คือลักษณะทางพันธุกรรมนี่ มีการถ่ายทอดจากรุ่นหนึ่งไปสู่

278
00:22:30,664 --> 00:22:32,982
อีกรุ่นหนึ่งผ่านทางเซลล์สืบพันธุ์นะคะ วันนี้นะคะ เราก็สามารถจะนำความรู้

279
00:22:32,982 --> 00:22:36,656
ไปประยุกต์ใช้ในการวางแผน

280
00:22:36,656 --> 00:22:39,530
ครอบครัว ว่าลูกที่เกิดมานะคะ จะมีลักษณ

281
00:22:39,530 --> 00:22:43,530
ะเป็นโรคหรือไม่นะคะ มีโอกาสเท่าไร

282
00:22:45,061 --> 00:22:47,493
นอกจากนี้นะคะก็ยังสามารถที่จะนำความรู้นี้ไปประยุกต์ใช้ในการปรับปรุงพันธุ์พืชแล้วก็ปรับปรุง

283
00:22:47,493 --> 00:22:51,493
จัดให้มีลักษณะตามต้องการได้ค่ะ

284
00:22:53,247 --> 00:22:57,247
ภายในคลิปนี้นะคะ นักเรียนก็ได้เรียนรู้เกี่ยวกับการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม

285
00:22:58,603 --> 00:22:59,500
ในหัวข้อต่อ ๆ ไปนะคะ ก็จะได้เรียนรู้ว่ามีทำหน้าที่ในการควบคุมลักษณะต่าง ๆ

286
00:22:59,500 --> 00:23:02,065
ทำอย่างไร

287
00:23:02,065 --> 00:23:06,065
รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม

288
00:23:06,609 --> 00:23:10,609
เราก็จะได้เรียนรู้ถึงการนำความรู้ทางพันธุศาสตร์นะคะ ไปประยุกต์ใช้

289
00:23:13,139 --> 00:23:15,917
ในเทคโนโลยีทาง DNA ยกตัวอย่างเช่น การหาแอลลีลก่อโรค เพื่อวินิจฉัยโรค

290
00:23:15,917 --> 00:23:18,892
หรือนำไปใช้ทางการเกษตรนะคะ

291
00:23:18,892 --> 00:23:22,892
สำหรับคลิปนี้สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี]

