--- title: การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม (23.46 นาที) subtitle: date: วันจันทร์ที่ 29 เมษายน 2567 เวลา 09.15 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) (ดร.นันทยา) สวัสดีค่ะนักเรียน ในคลิปนี้นะคะ เราจะเรียนหัวข้อเกี่ยวกับการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม โดยครูนันทยา อัครอารีย์ค่ะ ในหัวข้อการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมนะคะ มีจุดประสงค์เพื่อให้นักเรียนสามารถที่จะอธิบายหลักการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม จากกรณีของมัลติแอลลีลอยู่แล้วก็ที่อยู่บนโครโมโซมเพศ ซึ่งทั้ง 2 กรณีนะคะ เป็นส่วนขยายของพันธุศาสตร์เดี๋ยวค่ะ มนุษย์เรานะคะ มีคำถามเกี่ยวกับการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมนะคะ ว่าทำไมคนในครอบครัวเดียวกันมีหน้าตาเหมือนกันแล้วก็รักษาเรานี่ พ่อจากรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่งได้อย่างไรนะคะ ผู้ที่ศึกษาหลักท่านนะคะ ก็คือเกเกอร์เมนเดลค่ะ เขาได้ทำการศึกษาลักษณะทางพันธุกรรมของถั่วลันเตาหลาย ๆ แล้วนำมาวิเคราะห์ผลที่ได้นะคะ สรุปว่ามากเป็นหลักการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม เดี๋ยวเราจะมาลองเรียนรู้นะคะ กับกรณีตัวอย่างที่ใช้หลักการของพันธุศาสตร์เมนเดลในการอธิบายจากนั้นนะคะ จะมาเรียนรู้ส่วนขยายของพันธุศาสตร์เมนเดลกันต่อค่ะ ลักษณะทางพันธุกรรมนะคะ มีหลากหลายเลย ตั้งแต่หน้า ตาสี ผิว สีตานะคะ รวมทั้งโรคทางพันธุกรรมด้วย โรคทางพันธุกรรมที่มีความสำคัญในประเทศไทยโรคหนึ่ง ก็คือโรคธาลัสซีเมียนะคะ ผู้ป่วยนี่จะมีอาการซีด โลหิตจาง ตาเหลือง ตับ ม้ามโตค่ะ ที่มีความสัมพันธ์กับประเทศไทยนี่ ก็เพราะว่ามีบุคคลที่เป็นพาหะของโรคมากกว่า 30เปอร์เซ็นต์ของประชากรนะคะ ถ้าหากว่าเราขาดการป้องกันแล้วก็ดูแลแล้วนี่ เราก็อาจจะทำให้เด็กเกิดใหม่นะคะ ที่ป่วยเป็นโรคนี้มากขึ้น ก็ควรจะมีการวางแผนครอบครัวค่ะ เรามาลองดูโจทย์นี้ก่อนนะคะ ถ้าสามีภรรยาคู่หนึ่งไปปรึกษาแพทย์ก่อนมีบุตร แต่ถ้าตรวจพบว่าทั้งคู่เป็นพาหะของโรคธาลัสซีเมีย ถ้าเราจะต้องอธิบายเกี่ยวกับการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมของโรคนี้ให้ทั้งคู่เข้าใจมากขึ้นนะคะ จะต้องอธิบายว่าอย่างไรบ้าง ประเด็นแรก ก็คือโรคนี้เป็นโรคทางพันธุกรรมนะคะ สามารถที่จะถ่ายทอดจากพ่อแม่ไปสู่ลูกได้ แล้วการถ่ายทอดผ่านกระบวนการอะไรคะ ถูกต้องค่ะ ผ่านการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศนะคะ โดยการถ่ายทอดยีนที่อยู่บนโครโมโซมไปกับเซลล์สืบพันธุ์ค่ะ เรามาทบทวนกันนะคะ ว่ายีนคืออะไร ยีนทำหน้าที่เป็นหน่วยควบคุมลักษณะทางพันธุกรรม ยกตัวอย่างเช่น การเป็นโรคหรือไม่เป็นโรคธาลัสซีเมียนะคะ โดยยีนจะเป็นช่วงหนึ่งของ DNA โดยยีนจะขดพันกับโปรตีนเกิดเป็นโครงสร้างที่เรียกว่าโครโมโซม ดังนั้นก็จะอยู่บนบอกนะคะ มนุษย์เรานี่ มีโครโมโซมคู่เหมือนหรือฮอมอโลกัสโครโมโซมจำนวน 23 คู่ ฮอมอโลกัสโครโมโซมยีนที่ควบคุมลักษณะหนึ่งจะอยู่เป็นคู่ unreal บนตำแหน่งเดียวกันของโครโมโซมนิดนึงอาจจะมีหลายรูปแบบเรียกรูปแบบนี้ว่าแอลลีลเด่นไปรษณีย์เซลล์เม็ดเลือดแดงที่มีลักษณะปกตินะคะ ก็จะไม่เป็นโรคและริ้วรอยเล็ก ซึ่งเป็นแอลลีลด้อยที่จะก่อให้เกิดโรคธาลัสซีเมีย จะเห็นได้ว่าทั้ง 2 น่าจะมีข้อมูลทางพันธุกรรมที่ต่างกันนะคะ ซึ่งอาจจะแตกต่างกันเพียงเล็กน้อย ฮอมอโลกัสโครโมโซมนี่ เราจะเรียกว่าจีโนไทป์เช่น TT Tt และ tt ค่ะ ส่วนลักษณะภายนอกที่ปรากฏออกมาให้เห็นการเป็นโรคหรือไม่เป็นโรคนะคะ เราเรียกว่าถ้ามีคู่กันเร็วที่มีรูปแบบเดียวกันนะคะ ใช้แบบนั้นเป็นโฮโมไซกัส แต่ถ้าหากว่ามีคู่ของแอลลีลที่มีรูปแบบแตกต่างกันนี่ เราจะเรียกว่าเฮเทอโรไซกัสช่วยปลุกบุคคลนี้นะคะ เขาจะไม่เป็นโรคธาลัสซีเมีย แต่ว่าเขาจะเป็นพาหะของโรคไม่สามารถจะถ่ายทอดกันเร็วได้ไปสู่รุ่นลูกได้ค่ะ จะเห็นได้ว่าฟีโนไทป์นี่ ก็จะขึ้นกับแอลลีลที่เรามีอยู่นะคะ ยกตัวอย่างเช่นถ้าเกิดว่าเป็นแอลลีลเด่นก็จะแสดงลักษณะของเร็วเด่น ก็คือปกติถ้าหากว่าได้รับปริญญาได้มาทั้งคู่นะคะ ก็แสดงลักษณะด้อยก็คือเป็นโรคธาลัสซีเมียค่ะ ฟีโนไทป์นะคะ นอกจากจะขึ้นกับฟีโนไทป์แล้วนี่ ก็ยังขึ้นขึ้นกับสิ่งแวดล้อมด้วยยกตัวอย่างเช่นความสูงค่ะ ถ้าพ่อแม่เรามีลักษณะเราก็มีลักษณะสูงใช่ไหมคะ แต่ถ้าหากว่าเราได้รับอาหารที่ไม่เหมาะสมหรือออกกำลังกายไม่เหมาะ ก็อาจจะส่งผลต่อลักษณะความสูงของเราได้ค่ะ จากกรณีข้างต้นนะคะ ทั้งคู่นี่ เป็นพาหะแสดงว่ามีจีโนไทป์แบบใดคะ ถูกต้องค่ะ เป็นแบบเฮโทโรไซกัสหรือ Tt นะคะ โดยการคาดคะเนว่าทั้งคู่นี่ จะมีโอกาสมีลูกเป็นโรคเป็นเท่าไรนี่ สามารถนำความรู้ที่มันจะค้นพบเกี่ยวกับหลักการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมมาอธิบายได้ค่ะ จะเห็นได้ว่ายีนที่ควบคุมลักษณะโรคธาลัสซีเมียนี่ จะอยู่เป็นคู่กันแอลลีลนะคะ ซึ่งแต่ละเซลล์สืบพันธุ์นี่ จะได้รับเพียงอันเดียวของยีนนั้นเช่น T หรือ t โดยรุ่นลูกนะคะ จะได้รับอันหนึ่งจากแม่ผ่านทางเซลล์ไข่ แล้วก็อีกอันหนึ่งจากพ่อผ่านทางเซลล์สืบพันธุ์ค่ะ รายการปฏิสนธินี่ เซลล์ไข่และสเปิร์มจะรวมกันแบบสุ่มทำให้ลูกจะได้รันี่ ก็จะเกิดขึ้นแบบสุ่มด้วยนะคะ เช่นกว่าจะได้รับอนุญาตจากแม่แล้วก็รักกันดีพี่ใหญ่จากพ่อจะได้รับ illex จากทั้งพ่อแล้วก็แม่นะคะ เราสามารถคำนวณหาโอกาสที่ลูกจะเป็นโรคหรือไม่เป็นโรคได้นะคะ ถ้าสังเกตนะคะ ถ้าเกิดว่าเขาได้รับ T มานี่ ก็แสดงลักษณะไม่เป็นโรคในที่นี้ก็จะเป็น 3 ใน 4 ส่วนถ้าหากว่าลูกได้รับปริญญาได้ทั้งจากพ่อแล้วก็แม่นี่ เขาก็แสดงลักษณะเป็นโรคธาลัสซีเมียที่นี่ก็เห็นว่าเป็นโอกาส 1 ใน 4 หรือคิดเป็น 25 เปอร์เซ็นต์นั่นเองค่ะ มีคนกล่าวว่าลูกคนแรกของสามีผู้นี้เกิดมาเป็นโรคธาลัสซีเมียแล้วลูกคนที่ 2 ที่มีโอกาสจะเกิดมาเป็นโรคธาลัสซีเมียอีก นักเรียนเห็นด้วยหรือไม่เพราะอะไรคะ สำหรับคุณครูนะคะ คุณครูไม่เห็นด้วยค่ะ เพราะว่าว่าการพิจารณานี้เป็นเพียงการหาโอกาสเป็นโรคของลูกที่จะเกิดขึ้นนะคะ ถึงแม้ว่าลูกคนแรกจะเป็นโรคไปแล้วนี่ลูกคนที่ 2 ก็ยังมีโอกาสเข้าเดิม ก็คือ 25 เปอร์เซ็นต์ ค่ะ โอกาสนี้นี่ จะเท่ากันทุกครั้งไม่ว่าจะตั้งครั้งกี่ครั้งก็ตามนะคะ ว่าแอลลีลที่ก่อโรคได้ยังคงสามารถถ่ายทอดจากพ่อแม่นะคะ ไปสู่ลูกได้ค่ะ อาจจะมีโอกาสเกิดมาเป็นเพศชาย 50 เปอร์เซ็นต์หรืออาจจะเกิดมาเป็นเพศหญิง 50 เปอร์เซ็นต์ค่ะ แล้วมาลองทำโจทย์ตรวจสอบความเข้าใจกันนะคะ ถ้าหากว่าผู้หญิงที่มีลักษณะเผือกคือแต่งงานกับผู้ชายที่ไม่มีลักษณะเผือกนะคะ มีโอกาสเกิดลูกที่มีลักษณะเผือกเป็นเท่าใดลองทำดูนะคะ หรือว่าอาจจะลองกดหยุดพัก และลองทำดูก็ได้ค่ะ เรามาดูเฉลยกันเลยนะคะ ผู้หญิงที่มีลักษณะเผือกนี่ จะมีจีโนไทป์เป็น aa ผู้ชายที่มีลักษณะไม่เผือกนะคะ อาจจะมีจีโนไทป์ได้ 2 รูปแบบคือ AAหรือ a เล็กเพราะฉะนั้นนะคะ เราจะต้องพิจารณาโอกาสของลูกทั้ง 2 รูปแบบก็คือมาเป็น AA aa พ่อเป็นแม่ยายหรือแม่เป็น als แล้วพ่อเป็นตัวใหญ่ตัวเล็กค่ะ ลองทำดูกันนะคะ ก็ทีแรกนี่ หาแม่จะสร้างเซลล์สืบพันธุ์ได้ดังนี้นะคะ ส่วนพ่อนี่ เขาจะสร้างตัวได้ดังนี้ค่ะ เราพิจารณาลักษณะของลูกนะคะ จะเห็นได้ว่าลูกทุกคนนี่ จะมีจีโนไทป์เป็นตัวใหญ่ตัวเล็กนะคะ เพราะฉะนั้นนี่ ก็จะไม่มีลักษณะเผือกค่ะ ส่วนในกรณีที่ 2 นะคะ ถ้าแม่มีจีโนไทป์เป็น aa หาพ่อมีจีโนไทป์เป็น Aaนี่ จะสร้างเซลล์สืบพันธุ์ได้ดังนี้ หากเราพิจารณาลักษณะของลูกที่เกิดมานะคะ ก็จะเห็นว่าจีโนไทป์นะคะ จะมีทั้ง Aa aa Aa aa ค่ะ จะเกิดขึ้นในกรณีที่ 2 คิดเป็น 50 เปอร์เซ็นต์ค่ะ นอกจากโรคธาลัสซีเมียแล้วนะคะ ยังมีผู้ศึกษาพบว่ามีอีกหลายกรณีเลยค่ะ ที่สอดคล้องกับกรณีที่เมนเดลศึกษาก็มีหลายกรณีเช่นกันนะคะ ที่มีความแตกต่างออกไป แต่ก็ยังสามารถที่จะใช้หลักการของเมนเดลมาอธิบายการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมได้ค่ะ เราจัดกรณีนะคะ เป็นส่วนขยายของพันธุศาสตร์เมนเดลค่ะ เรามาลองดูในกรณีแรกของมัลติเพิลแอลลีลกันเลยนะคะ ลักษณะหมู่เลือดในระบบ abo ของมนุษย์นี่ จะมีเลือดสี 4 แบบ A B AB และ O ค่ะ นักเรียนคิดว่าเซลล์เม็ดเลือดแดงของแต่ละหมู่นี่ แตกต่างกันอย่างไรคะ ใช่ค่ะ บนผิวเซลล์เม็ดเลือดแดงของแต่ละหมู่นี่ จะมีชนิดของแอนติเจนที่แตกต่างกันนะคะ สังเกตไหมว่าฟีโนไทป์นะคะ ของหมู่เลือดนี่ จะมี 4 แบบ ก่อนหน้านี้ที่เราศึกษามานี่ จะมีเพียงแค่ 2 แบบเป็นเพราะอะไรคะ พื้นที่เมนเดลศึกษานะคะ จะมีอันเดียวที่เกี่ยวข้อง 2 รูปแบบ ยกตัวอย่างเช่น ยีนที่ควบคุมลักษณะสีกลีบดอกจะมีอันใหญ่ ควบคุมสีม่วงหลิว t ควบคุมดอกสีขาวแต่ในกรณีของหมู่เลือดระบบ abo นี่ จะมีอันเดียวที่ควบคุมมากกว่า 2 อันรีวิว เช่น แอลลีลควบคุมการสร้างแอนติเจนบนเยื่อหุ้มเซลล์เม็ดเลือดแดงได้ดีกว่าคุมการสร้างแอนติเจนดีและอาเล็กจะไม่มีการสร้างทางแอนติเจน a แล้วก็ Assistant B ค่ะ โรงเรียนกรณีที่ยีนควบคุมลักษณะทางพันธุกรรมมีอันเดียวที่เกี่ยวข้องมากกว่า 2 รูปแบบว่า มัลติเพิลแอลลีล ถึงแม้มีอะไรที่เป็นไปได้ถึง 3 รูปแบบนะคะ ในแต่ละคนนี่ จะมีเพียงแค่ 2 แอลลีล ซึ่งแต่ละแอลลีลจะอยู่บนคนละโครโมโซมของฮอร์โมน locus โครโมโซมเช่นเดียวกับกรณีที่มีแนวศึกษาโดยยีนควบคุมลักษณะหมู่เลือด abo นะคะ จะอยู่บนโครโมโซมที่ 9 อาจจะมีช่วงท้ายได้หลายรูปแบบยกตัวอย่างเช่น IA IA Ib iiหรือไอ้เล็กไอ้เล็กค่ะ ครูจะลองเปรียบเทียบให้ฟังนะคะ ในกรณีของคนเดียวนี่ ก็เหมือนกับเรามีสินค้าให้เลือกเยอะ 2 สีคือสีม่วงและสีขาวเราอยากจะเลือกใส่เป็นสีม่วงสีม่วง สีม่วงสีขาว สีขาวสีขาวนะคะ ในกรณีของมัลติเพิลแอลลีลนี่ เรามีถุงเท้าให้เลือกถึง 3 สี คือ สีแดงสีเขียว หรือสีเหลืองนะคะ การเลือกสายได้หลากหลายออกไปแต่เราก็ใส่ได้เพียงแค่ 2 ข้างเท่านั้นค่ะ การที่มีอันเดียวที่เป็นไปได้ 3 รูปแบบทำให้มีจีโนไทป์และฟีโนไทป์ที่เป็นไปได้มากกว่ากรณีที่เมนเดลศึกษานะคะ จากตารางจะเห็นได้ว่าบุคคลที่มีเลือดหมู่ O จะมีเฉพาะ i ส่วนคนที่มี IA ก็จะมีเลือดหมูเอง คนที่มี แอลลีล IB ก็จะมีเลือดหมู่ B ส่วนคนที่มีจีโนไทป์เป็น iA ก็จะมีเลือดหมู่ AB ซึ่งบนผิวเซลล์เม็ดเลือดแดงจะมีทางแอนติเจน a แล้วก็นี่ นี่ก็เป็นอีกคนหนึ่งนะคะ ที่แตกต่างจากกรณีที่เป็นเยอะค่ะ อย่างนั้นเราลองมาดูตัวนี้กันนะคะ ถ้าแม่มีเลือดหมู่ A และพ่อมีเลือดหมู่ B สวยทั้งคู่เนี่ยเป็นเฮเทอโรไซกัสมีโอกาสมีลูกที่มีเลือดหมู่ใดบ้าง ทั้งคู่นะคะ เป็นเฮเทอโรไซกัสแสดงว่าแม่มีจีโนไทป์เต้น IA Ia พ่อมีจีโนไทป์เป็น iB i ค่ะ แม่นึกว่าหมู่เลือดระบบ abo นี่ ยีนที่ควบคุมลักษณะต่าง ๆ นะคะ จะอยู่กันเป็นคู่กันแอลีลแต่อย่างประกันว่ามีการสร้างเซลล์สืบพันธุ์ลูกจะได้รับอันหนึ่งจากพ่อแล้วก็อีกอันหนึ่งจากแม่ค่ะ หมู่เลือดระบบ abo นี่ ถึงแม้จะมีหลายอันเลวแตกต่างจากกรณีศึกษาการพัฒนารูปแบบการถ่ายทอดลักษณะพันธุกรรมนี่ ก็ยังคงใช้หลักการของเมนเดลได้นะคะ เรียกว่าเป็นส่วนขยายของพันธุศาสตร์เมนเดลค่ะ เอาล่ะค่ะ เราก็ลองตรวจสอบความเข้าใจจากส่วนนี้กันดูนะคะ นักเรียนอาจจะลองกดหยุดพักนะคะ เพื่อลองทำโจทย์นี้ดู เดี๋ยวเรามาดูกันค่ะ ว่าเฉลยเป็นอย่างไรนะคะ [เสียงปรบมือ] (ดร.นันทยา) เอาล่ะค่ะ เรามาดูเฉลยพร้อมกันเลยนะคะ แม่นะคะ มีจีโนไทป์ เป็นไอ IA ส่วนพ่อมีจีโนไทป์เป็น Idสร้างเซลล์สืบพันธุ์ได้ดังนี้ค่ะ เวลาอาจจะใช้ตารางในการช่วยหาโอกาสของจีโนไทป์ที่จะเกิดขึ้นในรุ่นลูกนะคะ แม่นี่ สามารถสร้างเซลล์สืบพันธุ์ได้เป็น IA i ส่วนพ่อนี่ สามารถสร้างเซลล์สืบพันธุ์ได้เป็น iB และoi เดี๋ยวถ้าของลูกเป็นดังนี้โดยรูปนะคะ จะมีโอกาสที่จะมีเลือดหมูดังนี้ค่ะ AB a และหมู่ B ค่ะ สักครู่ เราทำตรวจสอบความเข้าใจกันแล้วนะคะ ตอนนี้เรามาลองดูอีกกรณีหนึ่งค่ะ นักเรียนนะคะ จะต้องเขียนเพื่อให้ข้อมูลทางวิชาการเกี่ยวกับกรณีนี้ นักเรียนจะเขียนว่าอย่างไรบ้าง นักเรียนอาจจะลองกดพักนะคะ ทดลองทำกิจกรรมนี้ดู แล้วเดี๋ยวเรามาดูเฉลยว่าเป็นอย่างไรค่ะ นักเรียนแล้วมาดูเฉลยพร้อมกันเลยนะคะ พ่อและแม่นี่ มีเลือดหมู่ A แต่ว่าจะมีจีโนไทป์เป็น IA i มีเลือดหมู่ AB แสดงว่ามีจีโนไทป์เป็น iA b ค่ะ จะเห็นได้ว่าเป็นไปไม่ได้เลยนะคะ ที่พ่อกับแม่เนี่ยจะถ่ายถ่ายทอดลักษณะแอลลีลมาให้ลูกได้นะคะ แสดงว่าอาจจะเกิดข้อผิดพลาดบางประการขึ้นค่ะ ในปัจจุบันนี้นะคะ นอกจากการตรวจหมู่เลือดแล้วนี่ เรายังมีเทคโนโลยีทาง DNA ช่วยในการพิสูจน์ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่ลูกด้วยค่ะ เรามาดูกรณีของยีนที่อยู่บนโครโมโซมเพศกันต่อนะคะ ส่วนประเภททั้ง 2 สัดส่วนของลักษณะทางพันธุกรรมในเพศชายและเพศหญิงเป็นอย่างไรคะ จะสังเกตได้ว่าลักษณะหมู่เลือด abo นี่ ทั้งเพศชายและเพศหญิงจะมีสัดส่วนใกล้เคียงกัน แต่ในกรณีของลักษณะตาบอดสีนี่ เพศชายจะพบมากกว่าเพศหญิงนะคะ เพราะเหตุใดถึงเป็นแบบนั้น เราจะได้มาเรียนรู้กันค่ะ โครโมโซมของมนุษย์นะคะ จะมีทั้งหมด 23 คู่ของฮอมอโลกัสโครโมโซม โดยแบ่งเป็นออโตโซม 22 คู่ และโครโมโซมเพศ 1 คู่ ถ้าหากว่ามีโครโมโซมเพศเป็น XY ก็จะเป็นเพศชาย แต่ถ้ามีโครโมโซมเพศเป็น xx ก็จะเป็นเพศหญิงนะคะ การที่โครโมโซมเพศของผู้ชายและผู้หญิง มีลักษณะแตกต่างกันนะคะ ทำให้ยีนบางยีนอาจจะไม่อยู่เป็นคู่กันเสมอไป เช่น ยีนที่ควบคุมลักษณะตาบอดสีเขียวแดง ซึ่งจะอยู่บนโครโมโซม x ของมนุษย์นะคะ เห็นได้ว่าเพศหญิงน่ะจะมี 2 แอลลีล ในเพศชายนี่ ก็จะมีอันเดียวของปีนี้เพียงแค่ 1 แอลลีล แตกต่างจากกรณีของลักษณะหมู่เลือดนะคะ ที่อยู่บนออโตโซม บุคคลที่มีลักษณะตาบอดสีเขียวแดงนะคะ จะยังคงมองเห็นภาพได้ปกติ แต่ว่ามีความบกพร่องที่เซลล์รับแสงในตา ทำให้แยกสีเขียวและสีแดงนะคะ ออกจากกันได้ยากแต่ว่าระดับความรุนแรงนี่ ก็แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคลภาพนะคะ จะได้ว่าสามารถที่จะแยกออกจากกันได้ยาก อาจจะใช้ตัวอักษรหรือลวดลายนะคะ มากำกับเพิ่ม เพื่อให้สามารถที่จะสื่อสารกับผู้อื่นได้เข้าใจ ตอนนี้นะคะ ในการออกแบบเว็บไซต์หรือการออกแบบต่าง ๆ นะคะ ก็จะต้องคำนึงถึง 4 ที่เหมาะสมด้วย แล้วแบบนี้จะเห็นไฟสัญญาณจราจรเป็นอย่างไรนะ เรามาดูภาพตัวอย่างนั้นค่ะ ถึงแม้บุคคลที่มีลักษณะตาบอดสีเขียวแดงจะแยกสีเขียวและแดงออกจากกันยากนะคะ แต่ว่าแต่ละสีของไฟจราจรนี่ จะอยู่คนละตำแหน่งกัน ทำให้สามารถระบุได้ค่ะ ลักษณะตาบอดสีเขียวแดงนะคะ ควบคุมโดยแอลลีลด้อยบนโครโมโซม x ดังนั้นเพศหญิงที่มีอายุได้ 2 แอลลีลก็แสดงลักษณะตาบอดสี เพศชายจะแตกต่างกันออกไปนะคะ เพราะว่ามีโครโมโซม x เดียวจึงมีลักษณะตาบอดสีถึงแม้ว่าจะมีอันหนึ่งด้อยค่ะ แม่ได้ว่ายีนที่ควบคุมลักษณะตาบอดสีเขียวแดงนี่ จะอยู่กันเป็นคู่กันแอลลีล โดยแอลลีลจะแยกออกจากกันเมื่อมีการสร้างเซลล์สืบพันธุ์ โดยลูกจะได้รับจากพ่อจากแม่ หาว่าเราสลับลักษณะของพ่อและแม่นะคะ โอกาสที่จะมีลูกมีลักษณะตาบอดสีใน 2 กรณีนี้ กรณีแรกไม่ว่าลูกจะเกิดเป็นเพศใดก็จะไม่มีลักษณะตาบอดสีค่ะ แต่ในกรณีที่ 2 นี่ โอกาสที่ลูกจะมีตาบอดสีเป็น 50 เปอร์เซ็นต์ เดี๋ยวลูกสาวทุกคนจะเป็นพาหะของลักษณะตาบอดสี และลูกชายทุกคนก็จะเกิดมามีลักษณะตาบอดสี ที่เป็นแบบนี้นะคะ ก็เป็นผลมาจากการที่เพศชายนี่ มีโครโมโซม x เพียง 1 โครโมโซม วิธีในการทดสอบว่ามีลักษณะตาบอดสีหรือไม่นะคะ ใช่ชุดกระดาษทดสอบเพื่อแสดงภาพค่ะ บุคคลที่มีลักษณะตาบอดสีเดี๋ยวแดงนะคะ ก็จะไม่สามารถอ่านตัวเลข 4 หรือ 6 ได้ชัดเจนค่ะ เอาล่ะค่ะ เรามาลองตรวจสอบความเข้าใจเกี่ยวกับยีนที่อยู่บนโครโมโซมเพศกันนะคะ ตัวอย่างนี่ ก็จะเป็นลักษณะของฮีโมฟีเลีย ซึ่งควบคุมโดย แอลลีลด้อยบนโครโมโซม x นะคะ นักเรียนลองเติมแผนภาพให้สมบูรณ์ดู เอาล่ะค่ะ นักเรียนสามารถหยุดพัก แล้วก็ลองทำแล้วเดี๋ยวมาเฉลยพร้อมกันค่ะ เป็นอย่างไรกันบ้างคะ ทำกันได้หรือเปล่า เรามาดูเฉลยกันนะคะ จากจีโนไทป์ของพ่อและแม่นะคะ จะสามารถสร้างเซลล์สืบพันธุ์ได้ดังนี้ค่ะ แล้วสามารถที่จะมีจีโนไทป์ของรุ่นลูกนะคะ ได้เป็นดังนี้ เราจะเห็นได้นะคะ ว่าผู้หญิงที่ได้รับแอลลีลด้อยแม่นี่ ก็จะไม่เป็นโรค เพราะว่าได้รับแอลีลเด่นจากพ่อด้วยค่ะ แต่ในกรณีของผู้ชายนะคะ จะแตกต่างไปได้รับเพียงอันเดียวได้จากแม่ 1 อันเดียวนะคะ ก็แสดงลักษณะเป็นโรค ว่าผู้ชายนี่ จะมีโครโมโซม x เพียง 1 โครโมโซมค่ะ เอาล่ะค่ะ แล้วมาสรุปเนื้อหาที่เราได้เรียนกันในคลิปนี้กันนะคะ ลักษณะทางพันธุกรรมเป็นลักษณะที่สามารถถ่ายทอดจากรุ่นพ่อแม่มาสู่รุ่นลูกได้ โดยผ่านยีนภายในเซลล์สืบพันธุ์ค่ะ ซึ่งรูปแบบการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมก็มีหลากหลายนะคะ บางกรณีก็เป็นส่วนที่ส่วนขยายของพันธุศาสตร์เมนเดล ซึ่งยังคงสามารถใช้หลักการที่เมนเดลค้นพบในการอธิบายได้ ตัวอย่างเช่นลักษณะที่มีการควบคุมโดยมีดีนะคะ ที่มีแอลลีลหรือมากกว่า 2 รูปแบบ จะเรียกว่า มัลติเพิลแอลลีล ระบบหมู่เลือด abo ส่วนลักษณะที่ควบคุมโดยยีนที่อยู่บนโครโมโซมเพศนะคะ จะมีโอกาสพบในเพศชายกับเพศหญิงนี่ ไม่เท่ากันยกตัวอย่างเช่น ลักษณะตาบอดสีหรือโรคฮีโมฟีเลียนะคะ นอกจากป่าลักษณะที่เป็นส่วนขยายของพันธุศาสตร์เมนเดล ที่เราเรียนกันไปวันนี้แล้วนะคะ ยังมีลักษณะที่มีรูปแบบแตกต่างกันไปอีกมากมายเลยค่ะ บางกรณีก็มีความซับซ้อนมากขึ้น เช่น ลักษณะที่ควบคุมด้วยยีนหลาย ๆ ยีน หรือลักษณะที่มีอิทธิพลของสิ่งแวดล้อมเข้ามาเกี่ยวข้องนะคะ แต่หลักการพื้นฐานก็ยังคงเหมือนกันค่ะ ก็คือลักษณะทางพันธุกรรมนี่ มีการถ่ายทอดจากรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่งผ่านทางเซลล์สืบพันธุ์นะคะ วันนี้นะคะ เราก็สามารถจะนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการวางแผนครอบครัว ว่าลูกที่เกิดมานะคะ จะมีลักษณะเป็นโรคหรือไม่นะคะ มีโอกาสเท่าไร นอกจากนี้นะคะก็ยังสามารถที่จะนำความรู้นี้ไปประยุกต์ใช้ในการปรับปรุงพันธุ์พืชแล้วก็ปรับปรุงจัดให้มีลักษณะตามต้องการได้ค่ะ ภายในคลิปนี้นะคะ นักเรียนก็ได้เรียนรู้เกี่ยวกับการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม ในหัวข้อต่อ ๆ ไปนะคะ ก็จะได้เรียนรู้ว่ามีทำหน้าที่ในการควบคุมลักษณะต่าง ๆ ทำอย่างไร รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม เราก็จะได้เรียนรู้ถึงการนำความรู้ทางพันธุศาสตร์นะคะ ไปประยุกต์ใช้ในเทคโนโลยีทาง DNA ยกตัวอย่างเช่น การหาแอลลีลก่อโรค เพื่อวินิจฉัยโรคหรือนำไปใช้ทางการเกษตรนะคะ สำหรับคลิปนี้สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี]