[เสียงดนตรี] (คุณครูปุณยาพร) สวัสดีค่ะ สำหรับวันนี้นะคะ เป็นคลิปการสอนในหัวข้อที่ 4 การเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม ให้ความรู้โดยตรง ครูปุณยค่ะ โดยที่ข้อนี้นะคะ อยู่ภายใต้บทที่ 4 เรื่องพันธุกรรมและวิวัฒนาการ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเรียนวิทยาศาสตร์ ชีวภาพ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ค่ะ นะคะ ก็คือให้นักเรียนสามารถที่จะอธิบาย และยกตัวอย่างมิวเทชัน ต่อการแสดงลักษณะทางพันธุกรรม ของสิ่งมีชีวิตและยกตัวอย่างการนำรีชันไปใช้ประโยชน์นักเรียน น่าจะเคยได้ยิน เกี่ยวกับเรื่องของการรณรงค์นะคะ ให้หลีกเลี่ยงและป้องกันอันตรายจากแสงแดด โดยอาจจะเป็นการแนะนำนะคะ ให้ลดการอยู่กลางแจ้ง หรือว่าให้ใช้ครีมกันแดด นักเรียนคิดว่าเพราะอะไร ถึงได้มีการรณรงค์ให้เกิดขึ้น คำตอบนะคะ ก็คือเนื่องจากรังสีอัลตราไวโอเลต หรือรังสียูวีในแสงแดดนะคะ จะเพิ่มความเสี่ยง ในการเกิดโรคมะเร็งผิวหนัง นักเรียนใช้ความรู้ ในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมนะคะ มาอธิบายในกรณีนี้ได้ค่ะ ค่ะ กลับมาที่รูปนี้กันอีกครั้งนะคะ ลองดูที่กันนักเรียนคิดว่าทำไม ถึงจะได้มากกว่านี้คำตอบก็คือเพราะว่าเรียนเอง ชีวิตซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงได้ จากการเกิดมิวเทชัน โดยนิวคลีโอไทด์ในบางตำแหน่งนะคะ อาจจะเปลี่ยนแปลงไปจัดเป็นรีเซฟชันในระดับยีนค่ะ ที่เกิดขึ้น ก็อาจจะก่อให้เกิดฤดูที่แตกต่างออกไปนะคะ และทำให้เกิดลักษณะทางพันธุกรรม หรือเป็นโรคได้ ดังในกรณีตัวอย่างนะคะ ของมิวเทชันในยีน ที่ก่อให้เกิดโรคธาลัสซีเมีย ซึ่งเป็นมิวเทชัน ของเพียง 1 ตำแหน่งในรูปนะคะ มีการเปลี่ยนแปลงคู่เบส การเปลี่ยนแปลงของนะคะ ที่ทำหน้าที่ไม่ได้ จนทำให้กลายเป็นลักษณะของโรคธาลัสซีเมีย นอกจากมิวเทชัน จะเกิดได้ในระดับยีนแล้วนะคะ จะเกิดขึ้นได้ระดับโคโมโซด้วยเช่นกัน สำหรับมิวเทชันในระดับของโครโมโซม นะคะ สามารถเกิดได้ทั้งในด้านของโครงสร้าง โดม และในด้านจำนวนโครโมโซมค่ะ ซึ่งทั้งหมดนี้นะคะ อาจส่งผลให้เกิดได้ เดี๋ยวเราลองมาดูตัวอย่างกันนะคะ ตัวอย่างมิวเทชันในด้านของโครงสร้างโครโมโซมนะคะ ซึ่งตัวอย่างของชิ้นส่วนของโครโมโซม มีการขาดหายไป ทำให้แอลลีลหายไปจึงไม่สามารถที่จะกำหนดลักษณะของโปรตีนได้ตามนะคะ อย่างในรูปเนี่เป็นตัวอย่างของ อาการคริดูชาต์นะคะ ซึ่งเกิดจากการที่ชิ้นส่วนของโครโมโซม คู่ที่ ค่ะ หายไปค่ะ ส่งผลให้มีลักษณะตัดเล็บลักษณะนะเปลี่ยนนะคะ แล้วก็มีเสียงเล็กแหลมเป็นต้นค่ะ ต่อมานะคะ เป็นตัวอย่างของมิวเทชันในระดับสายไม่ได้ ของจำนวนโครโมโซมนะคะ อาจจะเกินมาทั้งโครโมโซม หรือหายไปทั้งโครโมโซมนะคะ รูปตอนนี้นะคะ เป็นตัวอย่างของหินอาการดาวน์นะคะ หรือที่เราคุ้นหูว่าดาวน์ซินโดรมนะคะ เกิดจากการที่มีโครโมโซมคู่ที่ 21 เกินมาทั้งโครโมโซมค่ะ ซึ่งส่งผลให้มีรูปร่างเตี้ยนะคะ มีลักษณะ ก็มีนิ้วมือนิ้วเท้าสั้นเป็นต้นค่ะ เดี๋ยวเรามาลองดูกันอีกสัก 1 ตัวอย่างนะคะ อันนี้เป็นตัวอย่างของอาการเทอร์เนอร์นะคะ เกิดจากการที่โครโมโซมเพศหายไป 1 ตัวโครโมโซม ถ้าโครโมโซม x เพียง 1 ค่ะ ส่งผลให้มีลักษณะรูปร่างเตี้ย ลักษณะเปลี่ยน แผงที่คอมือและเท้าบวมน้ำ และมักจะเป็นหมันค่ะ ที่เรียนมานี่ดูเหมือนว่าจะมีแต่การเกิดมิวเทชัน ที่ทำให้เกิดโรคทั้งนั้นเลยนะคะ มีคำถาม ก็คือก่อให้เกิดผลเสียเสมอไปหรือไม่ค่ะ อันนี้นะคะ อยากให้นักเรียนลองคิดหาคำตอบดูนะคะ แล้วก็บอกด้วยว่าเพราะอะไร นักเรียนได้คิดแบบนั้นนะคะ เดี๋ยวคุณครูจะให้เวลาประมาณ 10 วินาทีนะคะ พร้อมกันนะคะ เริ่มได้เลยค่ะ [เสียงดนตรี] (คุณครูปุณยาพร) หมดเวลาแล้วนะคะ คำตอบก็คือไม่เสมอไปนะคะ มิวเทชันอาจจะก่อให้เกิดผลดี ผลเสีย หรือไม่ส่งผลต่อชีวิตเลยก็ได้ค่ะ ขึ้นอยู่กับว่าสมบัติของโปรตีนที่สังเคราะห์ ได้เปลี่ยนแปลงไปหรือไม่อย่างไร นักเรียนอาจจะสงสัยนะคะ ว่าไม่ส่งผลนี่มาได้ยังไงนะคะ พูดอย่างเดียวหรืออาจจะไม่เห็นภาพนะคะ เราลองมาดูตัวอย่างจากการเกิดมิวเทชัน ที่เกี่ยวข้องกับการมีลักษณะดีกว่าตัวใหญ่นะคะ จะกำหนดออกมาเป็นโปรตีน ที่ทำงานได้ตามปกตินะคะ ทำให้มีกระบวนการเกิดขึ้น และไม่มีลักษณะเผือกค่ะ แต่หากว่ามิวเทชันที่เกิดขึ้นนะคะ ทำให้ได้โปรตีนเปลี่ยนแปลงไป แต่ยังสามารถทำงานได้ตามปกติอยู่นะคะ ว่าจะทำให้ยังมีการสังเคราะห์เมลานินเกิดขึ้น และทำให้ไม่มีลักษณะเผือกค่ะ ในกรณีที่มิวเทชันที่เกิดขึ้นนะคะ ฃ ทำให้โปรตีนเปลี่ยนแปลงไป และทำงานไม่ได้นะคะ จะทำให้มีการสังเคราะห์เมลานิน และทำให้มีลักษณะเผือกค่ะ หรือถ้าหากว่ามิวเทชันที่เกิดขึ้นนะค ะ ทำให้ไม่มีการสร้างโปรตีน หรือสังเคราะห์โปรตีนเกิดขึ้นเลยนะคะ ไม่มีการสังเคราะห์เมลานิน และทำให้มีลักษณะอื่นค่ะ จะเห็นได้ว่านะคะ การเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมหรือมิวเทชัน ไม่ได้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงลักษณะทางพันธุกรรม เสมอไปนะคะ ขึ้นอยู่กับว่าการเกิดมิวเทชันนะเนี่ย โปรตีนที่สังเคราะห์ได้หรือไม่นะคะ อย่างไรค่ะ ที่เกิดขึ้นนั้นนะคะ อาจจะเป็นได้ทั้งผลดีหรือผลเสียก็ได้ค่ะ ที่ผ่านมาเราตัวอย่างคนเสียใช่ไหมคะ เช่น การเกิดโรคธาลัสซีเมีย นะ คราวนี้เดี๋ยวเรามาลองกันดีกว่า ตัวอย่างที่เป็นผลดีนะมีอะไรบ้าง ในบางกรณีนะคะ อาจทำให้การอยู่รอดของชีวิตดีขึ้นนะคะ ตัวอย่างเช่นที่ทำให้มีการสังเคราะห์นะคะ บนผิวของเซลล์เม็ดเลือดแดง ซึ่งส่งผลให้มีความต้านทานต่อการเชื้อมาลาเรีย ค่ะ นอกจากนี้นะคะ มิวเทชันยังเป็นสาเหตุหลัก ที่ทำให้เกิดความหลากหลายทางพันธุกรรมนะคะ ความแตกต่างของลำดับนิวคลีโอไทด์นะคะ ความแตกต่างในลักษณะที่ปรากฏค่ะ ซึ่งความหลากหลายทางเพศตามนี้นะคะ มีความสำคัญอย่างมากเลย ต่อการเกิดวิวัฒนาการอาการค่ะ นักเรียนนะคะ จะได้ศึกษาต่อไปในหัวข้อที่ 4.5 ตนี้นะคะ คุณครูก็อยากให้นักเรียนเนี่ยลองพ้นตัวอย่างเพิ่มเติมนะคะ ทั้งในกรณีของอยู่ในชั้นที่ทำให้เกิดโรคกระชั้นชิด ขอให้ชีวิตแล้วก็กรณีของที่ไม่มีชีวิตนะคะ จะได้เห็นตัวอย่างในกรณีที่แตกต่างกันค่ะ เท่านี้นะคะ เราจะมาตั้งเยอะแล้วนะ แล้วเราสามารถเอาความรู้ที่เรียนมา ที่เป็นประโยชน์ตัวเราเองได้อย่างไรนะคะ ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่ามิวเทชัน สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา และเกิดขึ้นได้ในทุกเซลล์นะคะ โดยมิวเทชันที่เกิดขึ้นในเซลล์สืบพันธุ์ จะสามารถที่จะทอดเรียงรุ่นต่อ ๆ ไปได้นะคะ อย่างไรก็ตามมีเกิดขึ้นกับเซลล์ร่างกายของเราเนี่ย ไม่สามารถที่จะถ่ายทอดไปยังรุ่นหลานไปได้นะคะ แต่ว่ามันสามารถที่ทำให้เกิดการเปลี่ยน ให้เกิดลักษณะที่เปลี่ยนแปลงไป ว่าทำให้เกิดการเป็นโรคไข้มาได้ค่ะ ตัวอย่างก็เชิญนะคะ กรณีของมะเร็งหลายชนิดค่ะ ซึ่งอยู่ในชั้นนะคะ สามารถเกิดขึ้นได้เองตามธรรมชาติ โดยที่อาจจะมีบางอย่างนะคะ ที่ทำให้เกิดมิวเทชันในอัตราที่สูงขึ้นได้นะคะ เช่น รังสีอัลตราไวโอเลต รังสีแกมมา ภายในควันบุหรี่ โดยที่ในกรณีที่รังสีหรือสารเคมีดังกล่าวเหล่านี้นะคะ ก่อให้เกิดมิวเทชัน ที่ทำให้เซลล์นี่ เพิ่มจำนวนโดยที่ร่างกายไม่สามารถได้นะคะ ก็อาจจะส่งผลให้เกิดโรคมะเร็งได้ค่ะ ในกรณีของมะเร็งผิวหนังนะคะ การได้รับรังสีอัลตราไวโอเลตในแสงแดดนะคะ จะเป็นการเพิ่มโอกาสการเกิดมิวเทชัน ในเซลล์ผิวหนัง ดังนั้นนะคะ การหลีกเลี่ยงการออกไปกลางแจ้ง หรือการใช้ครีมกันแดด อาจจะช่วยลดโอกาสในการเกิดมิวเทชัน ดังกล่าวนะ คะ แล้วก็โอกาสในการเกิดโรคมะเร็งผิวหนังได้ค่ะ เดี๋ยวมาลองดูอีกสักตัวอย่างหนึ่งนะคะ การสูบบุหรี่นะคะ เป็นการเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดมะเร็ง และประเมิน dehydration บุหรี่นะคะ เพิ่มโอกาสในการเกิดมิวเทชัน ในเซลล์ปอด ดังนั้น การไม่สูบบุหรี่หรือการหลีกเลี่ยงการสูดดมควันบุหรี่นะคะ ก็จะช่วยลดโอกาสในการเกิดโรคมะเร็งปอดเช่นกันค่ะ นอกจากการรักษาสุขภาพแล้วนะคะ มนุษย์นี่ ก็มีการนำความรู้ในเรื่องเกี่ยวกับการตามนะคะ มาประยุกต์ใช้ประโยชน์ในด้านอื่น ๆ ด้วย นักเรียนลองเช็กดูนะคะ เพราะว่าน่าจะเคยได้ยินข้อมูล เกี่ยวกับการนำความรู้เรื่องนี้มาใช้ประโยชน์ จากข่าวจากแหล่งอื่นบ้างนะคะ สำหรับตอนนี้นะคะ เดี๋ยวครูจะลองยกตัวอย่างมา 1 ตัวอย่างให้ดูค่ะ ตัวอย่างการประยุกต์ ใช้หลักการเกิดมิวเทชันนะคะ เพื่อชักนำให้ได้สิ่งมีชีวิต ที่มีลักษณะตามที่ต้องการนะคะ อันนี้เป็นตัวอย่าง เกี่ยวกับเรื่องการใช้รังสีนะคะ เช่น การฉายรังสีแกมมา ให้กับเนื้อเยื่อจากหน่อ หรือเหง้าของพุทธรักษา เพื่อชักนำให้เกิดมิวเทชัน ของเอนไซม์ในกระบวนการสร้างสารสีนะคะ ที่ทำให้สีดอกไปค่ะ แล้วก็คัดเลือกต้นที่มีดอกสีใหม่นะคะ ทำให้ได้หมาที่มีลักษณะใหม่ที่มีสีต่าง ๆ เพิ่มขึ้นค่ะ อีกอย่างหนึ่งนะคะ คือการใช้รังสีนะคะ เพื่อสร้างดอกทิวลิปที่มีสีดอก ที่หลากหลายจากการใช้รังสีแล้วนะคะ ก็อาจจะมีในส่วนของการใช้สารเคมีนะคะ เพื่อที่จะการแยกของโครโมโซม ในระหว่างการแบ่งเซลล์ เลือกตั้งพื้นที่มีจำนวนชุดของโครโมโซมเพิ่มขึ้นนะคะ อาจจะเป็นเพื่อเพิ่มขนาดของดอก หรือผลนะคะ หรือเพื่อเพิ่มปริมาณการผลิตสารที่ต้องการนะคะ เพื่อทำให้ได้ต้นพืชที่อยู่ในเมล็ดอันนี้นะคะ นักเรียนอาจจะลองไปสืบค้นเพิ่มเติมดูนะคะ ว่าตัวอย่างที่คุณครูยกนี่ หน้าตาเป็นอย่างไรกันบ้างนะคะ นอกจากการความรู้เกี่ยวกับมิวเทชันนะคะ เพื่อนการรักษาสุขภาพ นำให้ได้สิ่งมีชีวิตที่มีลักษณะตามที่ต้องการแล้วนะคะ มนุษย์ยังมีการความรู้เกี่ยวกับพันธุศาสตร์ และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องนะคะ มาประยุกต์ใช้ในด้านอื่น ๆ อีกหลายด้าน ซึ่งเราจะได้เรียนในหัวข้อต่อไปนะคะ ซึ่งก็คือหัวข้อที่ 4.4 ค่ะ จากที่นักเรียนเรียนมาทั้งหมดนะคะ เดี๋ยวเรามาลองตอบคำถาม เพื่อที่จะตรวจสอบความเข้าใจของนักเรียนดูดีกว่านะคะ ลองดูสิ ว่าข้อความต่อไปนี้นี่นักเรียนคิดว่าเป็นเพราะความคิด นะคะ จะส่งผลเสียต่อสิ่งมีชีวิตถ้ามิวเทชัน นั้น ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของโปรตีน ถูกหรือผิดคะ อะไรเลยนะคะ คำตอบที่ถูก ก็คือผิดค่ะ เราเรียนกับการเกิดมิวเทชัน มันอาจจะทำให้เกิดผลดี หรือผลเสียต่อสิ่งมีชีวิตนั้นก็ได้ใช่ไหมคะ มาที่คำถามข้อที่ 2 นะคะ ถ้าชายคนหนึ่งสูบบุหรี่จัด และสารในบุหรี่ส่งผลให้เกิดมิวเทชันในเซลล์ปอด และทำให้เกิดมะเร็งปอด เมื่อชายคนดังกล่าวนะคะ มีลูก จะสามารถถ่ายทอดมิวเทชัน ดังกล่าว ไปให้ลูกได้ เรียนคิดว่าถูกหรือผิดตอบนะคะ คำตอบนะคะ ผิดค่ะ เพราะว่าอะไรคะ เพราะว่ามิวเทชันอันนี้ เกิดในปอด แต่ว่าอยู่ในชั้นที่จะส่งต่อไปยังลูกได้เนี่ยเขาเป็นมิวเทชันที่เกิดในเซลล์สืบพันธุ์ค่ะ จากที่เราได้เรียนมานะคะ วันนี้เดี๋ยวเรามาลองสรุปเนื้อหาในบทเรียนกันค่ะ การเปลี่ยนแปลงของลำดับนิวคลีโอไทด์ กลายเป็นมิงซึ่งอาจเกิดในระดับยีนหรือในระดับมิวเทชันนะคะ อาจก่อให้เกิดผลเสียคนดีหรือไม่ส่งผลใด ต่อสิ่งมีชีวิตได้ค่ะ ขึ้นอยู่กับว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวนั้น โปรตีนที่สังเคราะห์ขึ้นเปลี่ยนแปลงหรือไม่ และอย่างไรโดยมนุษย์นะคะ ได้มีการประยุกต์ ใช้หลักการของการเกิดมิวเทชัน ในการนามให้ได้สิ่งมีชีวิตที่มีลักษณะที่แตกต่าง จากเดิม โดยการใช้รังสีและสารเคมี จบปแล้วนะคะ สำหรับหัวข้อพันธุกรรม โอเคค่ะ