--- title: ระบบภูมิคุ้มกัน ตอน 3 ความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน (16.42 นาที) subtitle: date: วันอังคารที่ 30 เมษายน 2567 เวลา 10.02 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) [เสียงดนตรี] (คุณครูธีรพัฒน์) สวัสดีครับ วันนี้มาพบกับผม คุณครูธีรพัฒน์กันอีกครั้งนะครับ วันนี้เราจะมาเรียนในหัวข้อเรื่องระบบภูมิคุ้มกัน อันนี้เป็นตอนที่ ในหัวข้อระบบภูมิคุ้มกนัตอนที่ 3 นี่ จะอยู่ใหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ชีวภาพนะครับ ในหัวข้อ 2.4 นะครับ เรื่องระบบภูมิคุ้มกันนะครับ แล้ววันนี้ที่เราจะเรียนกันในหัวข้อย่อ 3.4 เรื่องความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันนะครับ จุดประสงค์การเรียนรู้นะครับ เมื่อนักเรียนเรียนแล้วนี่ ครูคาดหวังว่านักเรียนสามารถสืบค้นข้อมูล อธิบายสาเหตุ อาการ แนวทางการป้องกัน และการรักษาโรคที่เกิดจากการผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันได้นะครับ นักเรียนอาจจะสามารถสืบค้นข้อมูลและอธิบายกลไกภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องHIV นะครับ และข้อสุดท้าย นักเรียนสามารถระบุสาเหตุการป้องกันการติดเชื้อไวรัส HIV ได้นะครับ จากที่นักเรียนได้เรียนในคลิปการสอนเรื่องระบบการคุ้มกันที่ 1 และ 2 มาแล้วนะครับ นักเรียนก็จะได้ทราบมากันแล้วว่ากลไกการต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมแต่ละคนนี่ เป็นผลมาจากระบบภูมิคุ้มกันต่อสอื่งแปลกปลอมแตกต่างอย่างไร แล้วถ้าหากการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันแต่ละคนมีความผิดปกติเกิดขึ้น นักเรียนคิดว่าจะส่งผลต่อการต่อต้านหรือสิ่งแปลกปลอมอย่างไรได้บ้างนะครับ เดี๋ยวเราจะได้เรียนกันในตอนนี้นะครับ ก่อนอื่นเลย ครูมีข้อความให้นักเรียนช่วยกันอ่านและทบทวนพิจารณาดูนะครับ แล้วเกี๋ยวครูจะมีคำถามให้ลองคิดคำถาม ก็คือ นักเรียนรู้จักโรคหรือกลุ่มอาการที่เกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันอะไรบ้าง อาจจะตอบจากที่รู้จเคยเจอหรือรู้จักนะครับ หรือของคนรู้จักของเรา คำตอบของนักเรียนนี่อาจจะมีหลากหลายมาก ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของแต่ละคน ที่ได้ที่เกิดจากการผิดปกตอของระบบภูมิคุ้มกันนะครัในตอนที่ 3 นี่ เราจะมาเรียนโรคที่เกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน ยกตัวอย่างมาด้วยกัน 3 โรคด้วยกันนะครับ ภูมิแพ้นะครับ หรือ โรคลูปัสนะครับ ซึ่ง SLE ย่อมาจากภาษาอังกฤษเต็ม ๆ ว่า Systemic Lupus Erthematosus นะครับ แล้วก็สุดท้ายโรคเอดส์นะครับ ซึ่งย่อมาจาก (AIDS; Acquired Immune Deficiency Syndrome) นะครับ ซึ่งเดี๋ยวเราลองมาทำความรู้จักกับโรคที่เกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันแต่ละโรคกันนะครับ เรามาดูโรคที่เกิดจากความผิดปกติภูมิคุ้มกันแรกคือ โรคภูมิแพ้ ก็ซึ่งคนส่วนใหญ่จะเปกันเยอะมากนะครับ โดยเฉพาะคนที่อยู่อาศัยอยู่ในเมืองนะครับ พบได้ทุกเพศ ทุกวัย โรค๓ุมิแพ้นี่ เป็นโรคที่เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันนี่ ตอบสนองต่อแอนติเจนที่ได้รับเข้ามานี่รุนแรงเกินไปนะครับ แอนติเจนที่เข้ามาในร่างกายเราแล้วทำให้เกิดอาการแพ้ เราเรียกว่า "สารก่อภูมิแพ้หรือแอนติเจนนะครับ ซึ่งอาจจะเป็น ฝุ่นละออง อาจจะเป็นสารจากดอกสารอาหาร สารบางชนิดที่อยู่ในอาหารนะครับ เมื่อร่างกายได้รับสารก่อภูมิแพ้เข้ามาแล้วนี่ สารจะกระตุ้นเซลล์ b ที่สร้าง จำเพาะต่อสารก่อภูมิแพ้อันนั้นนะครับ เจ้าแอนติบอดีที่ถูกสร้างออกมานี่จะไปเกาะอยู่ที่ผิวของเซลล์ชนิดหนึ่งนะครับ เรียกว่า "เซลล์แมสต์"เมื่อร่างกายได้รับสารก่อภูมิแพ้ สารก่อภูมิแพ้ที่เคยได้รับมาแล้วในตอนแรกนี่นะครับ จะไปกระตุ้นให้เซลล์แมสต์นี่หลั่ง เรียกว่า histamineจำฮิลตามินนี่แหละ ที่ทำให้เิกดไม่ว่าจะเป็นอาการไอ จาม อาการคันตา คันจมูก หรือแม้กระทั่งมีน้ำตาไหลออกมานะครับ บางคนนี่อาจจะมีอาการแพ้ที่รุนแรงก็เนื่องมาจากว่าแอนติเจนนี่ ไปทำให้กล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับระบบหายใจนี่หดตัว ทำให้เกิดการหายใจที่ติดขัด หรือเกิดอาการบวดเกิดขึ้นทั่วร่างกายของเรา ทำให้ถึงแก่ชีวิตได้นะครับ การที่จะ... ลดความรุนแรงของอาการแพ้นะครับ เราสามารถใช้ยาที่เป็นแอนติฮิลตามิน มาช่วยลดอาการแพ้ที่เกิดขึ้นได้นะครับ นอกจากเซลล์แมสต์ที่หลั่งฮิตตามินออกมาแล้วนี่ เม็ดเลือดขาวอีกชนิดหนึ่ง ก็สามารถสร้าง แล้วก็หลั่งสารได้เหมือนกันืยังทำให้เกิดอาการแพ้ได้เช่นเดียวกับเซลล์แมสต์นะครับ เรามาดูว่าแล้วการป้องกันโรคภูมิแพ้นี้จะทำอยา่งไร แน่นอนเลยวิธีการที่ทำไกด้ง่าย อาจจะทำได้ยากในบางกลุ่มเหมือนกัน ในสารต่าง ๆ นะครับ ไม่ให้เข้าสู่ร่างกายของเรานะครับ เราอาจจะต้องไปเช็กว่าเราแพ้อะไร อะไรที่เป็นสารก่อภูมิแพ้ เราก็หลีกเลี่ยงเป็นวิธีการที่ดีที่สุด อีกอย่างหนึ่ง ก็คือพยายามรักษาสุขภาพให้แข็งแรงนะครับ ก็คือกินอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ แล้วก็พักผ่อนให้เพียงพอ ก็จะช่วยไม่ให้เกิดโรคภูมิแพ้หรือลดความรุนแรงที่เกิดขึ้นำนะครับ โรคต่อมานะครับ ก็คือโรคลูปัสหรือโรค SLE นะครับ โรคนี้จะเป็นโรคที่อยู่ในกลุ่มที่เรียกว่า "กลุภูมิคุ้มกันต้านตนเอง หรือ Auto เกิดขึ้นจากการที่ร่างกายนี่ไปกระตุ้นหรือไปกระตุ้นให้เซลล์ทีนี่ต่อต้านหรือทำลายเนื้อเยื่อหรือเซลล์ตัวเองในระบบการทำงานต่าง ๆ อาการที่อาจจะพบได้ก็คือลักษณะที่มีผื่นแดงบนใบหน้านะครับ หรือมีไข้ หรือเกิดอาการปวดบริเวณข้อเนื่องจากการอักเสบนะครับ คนที่เป็นโรคลูปัส หรือ เอสแอลอีจะทำให้ระบบประสาทส่วนกลางถูกทำลาย การทำงานของหัวใจและไตอาจล้มเหลวนะครับ และวิธีการที่ป้องกันและรักษาคนที่เป็นโรค SLE นี่ ก็ทำได้โดยการรักษาตามความรุนแรงครับ และก็ต้องปฏิบัติตนตามคำแนะนำแพทย์อย่างเคร่งครัดด้วยนะครับ เรามาดูโรคสุดท้ายกันเลยนะครับ โรคสุดท้าย ก็คือโรคเอดส์นะครับ โรคเอดส์ โรคเอดส์ นี่เกิดขึ้นจากความบกพร่องของระบบภูมิคุ้มกันนะครับ เดี๋ยวจมันเกิดจากความบกพร่องอย่างไรนะครับ โดยโรคเอดสเกิดจากการที่ร่างกายได้รับเชื้อไวรัสที่ชื่อว่า HIV นะครับ หรือเรียกมาจากชื่อเต็มที่ว่า Human Immunodeficiency Virus การได้รับเชื้อ HIV นี่ คือการได้รับสารหรือสารคัดหลั่งต่าง ๆ เข้ามาสู่ร่างกายของเรานะครับ ผู้ที่ได้รับเชื้อ HIV เข้ามาจะรจากการติดเชื้อหรือเกิดจาการเกิดโรคแทรกซ้อนต่าง ๆ เป็น โรคปอดบวม วัณโรค โรคเริม หรือโรคเชื้อราตามผิวหนังหรือช่องปากนะครับ โดยโรคแทรกซ้อนเหล่านี้ จะเป็นหลักของการเสียชีวิตของคนที่เป็นโรคเอเอดส์นะครับ เดี๋ยวเราลองมาดูกันว่าเจ้า HIV นี้จะทำให้ระบบบกพร้องบกพร่องของระบบคุ้มกันอย่างไรนะครับ ลองมาดู ทำความเข้าใจการเพิ่มจำนวนของเซลล์ HIV ในเซลล์ทีผู้ช่วยกันก่อนนะครับ เซลล์ที่เป็นเหมือน... เขาเรียกว่าเซลล์เจ้าบ้าน ที่เจ้าไวรัส HIV นี่ ที่มาช่วย ก็คือ เซลล์ทีผู้ช่วย ซึ่งเซลล์ทีผุ็ช่ในระบบภูมิคุ้มกันที่เราได้เรียนรู้กันมา 2 ตอนแรกแล้วนะครับ ในขั้นแรกเมื่อ HIV เข้าสู่ร่างกาย โดยขั้นแรกไวรัสที่เข้าไปนี่ จะไปยึดเกาะอยู่กับเซลล์เจ้าบ้านนะครับ จากนั้นนี่ HIV ก็จะปล่อยสารพันธุกรรมนะครับ และจะใช้องค์ประกอบ องค์ประกอบนะครับ องค์ประกอบของเซลล์ทีผู้ช่วย รวมทั้งสังเคราะห์สารพันธุกรรมของไวรัสนะครับ รวมทั้งส่วนประกอบต่าง ๆ ของ HIV ด้วยนะครับหลักจากที่สร้างสารเสร็จเรียบร้อยแล้วนีแล้วนี่ HIV ก็จะสร้างแบบจำลองจากองค์ประกอบเหล่านั้นนะครับ ทำให้ได้ HIV ในเซลล์เพิ่มเป็นจำนวนมาก เมื่อมีอนุภาคของไวรัสเป็นเซลล์จำนวนมากแล้วนี่ ในเซลล์เป็นจำนวนมากแล้วนี่ นอกนั้นเซลล์และแยกกลุ่มออกจากเซลล์ทีผู้ช่วย ทำให้เซลล์ทีผู้ช่วยถูกทำลาย เซลล์ทีช่วยอยู่ก็จะไปที่เซลล์ T ผู้ช่วยเซลลเซลล์อื่น ๆ นะครับ แล้วก็เกิดการเพิ่มไวรัสของ HIV ในเซลล์ทีผู้ช่วยใหม่ขึ้นเรื่อย ๆ นะครับ คำถาม ก็คือการที่ HIV เข้าไปทำลายเซลล์ T ผู้ช่วยนี่ จะทำลายสิ่งแปลกปลอมได้อย่างไรนะครับ เราลองมาดูคำตอบกันนะครับ HIV จะทำลายกลไกการต่อต้าน หรือทำลายจำเพนะครับ ทำร้ายได้อย่างไร เพราะว่าเซลล์เจ้าบ้านที่ HIV ใช้ในการเพิ่มจำนวนนี่ คือ เซลล์ทีผู้ช่วย การที่ HIV เข้าไปเพิ่มจำนวนเซลล์ทีผู้ช่วยนี่ท จะทำให้เซลล์ T ผู้ช่วยนี่ลดจำนวนลงเรื่อย ๆ ซึ่งการลดลงของเซลล์ทีผู้ช่วยนี่ก็จะส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้ไม่สามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์นะครับ นอกจากที่นักเรียนได้เรียนมาแล้วว่าเซลล์ T ผู็ช่วยนี่ จะลดการทำงานและพัฒนาของเซลล์เม็ดเลือดขาวของเซลล์ทีผู้ช่วยเองด้วยนะครับ ไม่ว่าจะเป็นเซลล์บีที่จะพัฒนาต่อไปเป็น เซลล์พลาสมา เพื่อจะจับกับเชื้อโรคหรือกระตุ้นการทำงานของเซลล์ทีที่ทำงานหรือเซลล์ที่ติดเชื้อไวรัส ดังนั้น หากถ้าเซลล์ทีผู้ช่วยลดจำนวนลง ก็จะทำให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานไม่อย่างสมนี่ครับ หลักจากที่นักเรียนได้ทราบมาแล้วนะครับ ว่า HIV มีความผิดปกติหรือความบกพร่องของระบบภูมิคุ้มกันได้อย่างไรบ้างครับ ก็เมื่ออย่างเช่นเคย คุณครูก็จะมีข้อความให้ลองศึกษาดูนะครับ แล้วหลักจากนั้นยจะมีคำถามนะครับ เราลองมาดูข้อความเหล่านี้กัน แล้วคำถามที่คุณครูจะให้ลองช่วยกันคิดก็คือว่า HIV นี่สามารถติดต่อกันได้ทางใดบ้างนะครับ นักเรียนอาจจะพอทราบคำตอบกันบ้างแล้วหล่ะช่วยกันสืบค้นข้อมูลและตอบคำถามนี้ดูนะครับ เดี๋ยวเราลองมาดูว่าคำตอบที่นักเรียนได้สืบค้นได้สืบค้นมาดูนี่ จะมีเหมือนที่ครูจัดแสดงให้ดูหรือเปล่านะครับ อันแรกเลย ก็คือว่าเจ้าเชื้อ HIV นี่ สามารถติดต่อกันผ่านทางแม่สู่ลูก ขณะการตั้งครรภ์ได้นะครับ แล้วก็ขณะที่เกิดการคลอด หรือการหรือการให้น้ำนมจากแม่สู่ลูกได้นะครับ อันที่ 2 ก็คือติดต่อกันผ่านทางมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ใช้ถุงยางอนามัย อีกทางก็คือการใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน จะทำให้เลือดแล้วก็สารคัดหลั่งนี่จะทำให้สามารถที่จะส่งผ่านเชื้อ HIV สู่กันได้นะครับ หลังจากที่เราได้เรียนเรื่องความผิดปกติขิงระบบภูมิคุ้มกันนักเรียนก็จะสามารถที่จะตรวจสอบความเข้าใจกันบทเรียนทั้งหมดได้นะครับ โดยครูจะมีคำถามให้นักเรียนตรวจสอบความเข้าใจอยู่ 2 คำถาม ก็คือ คำถามแรก เพราะเหตุใดการบริจาคเลือดจึงมีความจำเป็นในการตรวจหาเหาเชื้อ HIV ก่อนทุกครั้งนะครับ อีกคำถามหนึ่ง ก็คือสารก่อภูมิแพ้ส่งผลต่อระบบการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันได้อย่างไร ถถ้าใครตอบได้ก็แสดงว่าเข้าใจบทเรียนนี้แล้ว อาจจะยังตอบไม่ได้ หรือไม่แน่ใจ ก้อาจจะกลับไปทบทวนกันดูและหลังจากที่ได้เรียนมาแล้วนี่ นักเรียนสามารถสรุปเนื้อหาไเด้อย่างไรบ้าง มาให้นักเรียนดูนะครับ อันแรกก็คือเมื่อการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันนี่ผิดปกติไปนะครับ อาจทำให้เกิดโรคหรืออาการที่ผิดปกติตามมานพครับ เช่น โรคภูมิแพ้ นะครับ หรือโรคเอดส์เป็นต้นนะครับ โรคเอดส์นี่ เกิดจากการติดเชื้อของ HIV นะครับ ซึ่งเชื้อ HIV นี่จะเข้าไปทำลายเซลล์ทีผู้ช่วยนะครับ เซลล์ทีผู้ช่วยจะไปกระตุ้นให้เกิดเซลล์เม็ดเลือดขาวของเซลล์เม็ดเลือดขาว ในเม็ดเลือดอื่น ๆ นะครับ เชื้อ HIV นี่สามารถติดต่อกันได้ผ่านทางรับเลือดจากสารคัดหลั่ง ผ่านทางช่องทางต่าง ๆ ไม่ว่าจะจากแม่สู่ลูก หรือการใช้เข็มฉีดยาร่วมกันครับ หวังว่านักเรียนจะเข้าใจแล้วก็รู้วิธีการป้องกันตนเองนะครับ จากความผิดปกติของระบบต่าง ๆ นะครับ สำหรับวันนี้ สวัสดีครับ [เสียงดนตรี]