﻿1
00:00:07,287 --> 00:00:08,670
[เสียงดนตรี]

2
00:00:08,670 --> 00:00:12,670
(ดร.สุนัดดา) สวัสดีค่ะ วันนี้เราจะมาเรียนกันในตอนสารอินทรีย์ในพืช

3
00:00:22,806 --> 00:00:25,094

4
00:00:25,094 --> 00:00:29,094
โดยมีครูสุนัดดาเป็นผู้สอนค่ะ หัวข้อที่ 3.1 สารอินทรีย์ในพืช เป็นหัวข้อแรกของบทที่ 3

5
00:00:31,446 --> 00:00:32,256
การดำรงชีวิตของพืช ซึ่งใน

6
00:00:32,256 --> 00:00:36,256
ตอนนี้นะคะ จะมีจุดประสงค์การเรียนรู้ทั้งหมด 3 ข้อ

7
00:00:41,136 --> 00:00:45,136
ดังนี้ค่ะ พืชต้องการสารอาหาร และพลังงานเช่นเดียวกับสิ่งมีชีวิตอื่น

8
00:00:47,339 --> 00:00:50,363
เพื่อใช้ในการเจริญเติบโตและการดำรงชีวิต

9
00:00:50,363 --> 00:00:54,363
โดยพืชสามารถสร้างอาหารได้เอง ผ่านการสังเคราะห์แสง

10
00:00:58,896 --> 00:01:02,896
โดยกระบวนการนี้ ต้องการคลอโรฟิลล์ที่ต้องการในพืช

11
00:01:03,834 --> 00:01:07,834
ทำหน้าที่ดูดกลืนพลังงานแสงมาใช้เป็นคาร์บอนไดออกไซต์

12
00:01:14,989 --> 00:01:18,989
อินทรีย์ ได้แก่ น้ำตาล น้ำตาลที่พืชสร้างขึ้นนี้ ถูกนำไปใช้ในการหายใจ

13
00:01:21,495 --> 00:01:25,440
ในระดับเซลล์ ได้เป็นพลังงานสำหรับนำไปใช้ในกระบวนการถัดไปค่ะ นอกจากนี้แล้ว

14
00:01:25,440 --> 00:01:29,440
น้ำตาลยังถูกนำไปใช้ในแหล่งคาร์บอน สำหรับการสร้าง

15
00:01:31,049 --> 00:01:32,528
สารอินทรีย์ต่าง ๆ นักเรียนคิดว่าสารอินทรีย์

16
00:01:32,528 --> 00:01:35,173
ที่พืชสร้างขึ้นมีอะไรบ้าง และมีความสำคัญ

17
00:01:35,173 --> 00:01:39,173
ต่อพืชอย่างไร พืชแต่ละชนิด สารอินทรีย์

18
00:01:45,456 --> 00:01:46,199
เหล่านี้เหมือนกันหรือไม่ เดี๋ยวเราจะมาหาคำตอบด้วยกันนะคะ หัวข้อที่ 3.1

19
00:01:46,199 --> 00:01:50,199
สารอินทรีย์ในพืช นักเรียนลองสังเกตรูปนี้นะคะ บอก

20
00:01:54,477 --> 00:01:55,539
ได้ไหมคะว่านี่คือรูปของอะไร

21
00:01:55,539 --> 00:01:59,539
ใช่แล้วค่ะ นี่คือรูปของอาหารเจ ในทุก ๆ ปีนะคะ

22
00:02:00,979 --> 00:02:04,979
จะมีช่วงเทศกาลกินเจ ซึ่งละเว้น

23
00:02:07,618 --> 00:02:09,981
จากการกินเนื้อสัตว์ แล้วก็กินอาหารเจที่ปรุงมา

24
00:02:09,981 --> 00:02:13,981
จากพืชค่ะ นักเรียนคิดว่าการรับประทาน

25
00:02:14,111 --> 00:02:14,770
อาหารเจ จะได้รับสารอาหารครบถ้วนหรือไม่คะ

26
00:02:14,770 --> 00:02:18,770
เราสามารถนำความรู้เกี่ยวกับสารอินทรีย์

27
00:02:26,850 --> 00:02:28,234
ในพืชมาอธิบายคำถามนี้ได้ค่ะ หลักของพืชดอกประกอบด้วย ราก

28
00:02:28,234 --> 00:02:29,847
ลำต้น ใบ ดอก และผล ซึ่ง

29
00:02:29,847 --> 00:02:33,847
อวัยวะต่าง ๆ เหล่านี้ จะทำหน้าที่เฉพาะอย่าง

30
00:02:37,751 --> 00:02:41,435
แตกต่างกันไป เช่น รากทำหน้าที่ยึด

31
00:02:41,435 --> 00:02:45,435
และค้ำจุน ดูดน้ำและธาตุอาหาร

32
00:02:48,681 --> 00:02:52,681
เพื่อไปยังส่วนต่าง ๆ ของพืช ใบ ทำหน้าที่สังเคราะห์ด้วยแสง และเปลี่ยนแก๊ส

33
00:02:54,011 --> 00:02:55,909
และคายน้ำ การดำรงชีวิตของพืช

34
00:02:55,909 --> 00:02:59,909
จำเป็นต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของอวัยวะ

35
00:03:03,739 --> 00:03:07,739
ต่าง ๆ เหล่านี้ ซึ่งแต่ละอวัยวะ จะประกอบด้วย เซลล์ที่มีรูปร่างแตกต่างกัน

36
00:03:13,770 --> 00:03:17,770
นี่คือรูปเซลล์พืชที่เราคุ้นชินกันนะคะ ภายในเซลล์จะมีในสารอินทรีย์หลายชนิด

37
00:03:19,040 --> 00:03:21,507
บางชนิดทำหน้าที่เป็นโครงสร้างของเซลล์

38
00:03:21,507 --> 00:03:25,507
บางชนิดทำหน้าที่เกี่ยวกับกิจกรรมต่าง ๆ ภายในเซลล์

39
00:03:27,515 --> 00:03:27,679
เช่น ผนังเซลล์ ซึ่งก็คือบริเวณนี้นะคะ

40
00:03:27,679 --> 00:03:31,679
ที่เป็นส่วนนอกสุดของเซลล์ เมื่อขยายดู

41
00:03:35,030 --> 00:03:36,444
จะเห็นเป็นลักษณะแบบนี้ค่ะ ผนังเซลล์มี

42
00:03:36,444 --> 00:03:40,444
ส่วนประกอบเป็นเซลูโลส ซึ่งเซลลูโลสนี้นะคะ

43
00:03:45,730 --> 00:03:49,440
เป็นสารประเภทคาร์โบไฮเดรต

44
00:03:49,440 --> 00:03:53,440
เยื่อหุ้มเซลล์ ซึ่งก็คือบริเวณนี้นะคะ

45
00:03:55,053 --> 00:03:56,758
อยู่ถัดจากผนังเซลล์เข้ามาด้านใน เมื่อขยายภาพ จะมองเห็นเป็นแบบนี้ค่ะ

46
00:03:56,758 --> 00:04:00,758
เยื่อหุ้มเซลล์ประกอบด้วย ฟอสฟอริติก

47
00:04:04,364 --> 00:04:08,364
2 ชั้น มีโปรตีน ออร์แกเนล

48
00:04:09,974 --> 00:04:11,932
นะคะ แทรกอยู่โดยทั่วไป นอกจากนี้แล้วยังมีคาร์โบไฮเดรตด้วยค่ะ

49
00:04:11,932 --> 00:04:15,932
ในไซโทพลาซึม และออร์แกเนลต่าง ๆ

50
00:04:18,736 --> 00:04:22,736
จะมีเอนไซม์ชิดต่าง ๆ นะคะ ซึ่งเป็นโปรตีน

51
00:04:27,010 --> 00:04:31,010
นอกจากนี้แล้ว ยังพบสารพันธุกรรมในนิวเคลียส ซึ่งใน

52
00:04:31,100 --> 00:04:35,100
นี้นะคะ สารพันธุกรรมดังกล่าว ก็คือกรดนิวคลิอิกค่ะ

53
00:04:35,446 --> 00:04:39,446
ค่ะ 3.1.1 สารอินทรีย์ที่

54
00:04:41,211 --> 00:04:43,172
จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืชโดยตรง พืชสร้าง

55
00:04:43,172 --> 00:04:47,172
และสะสมสารอินทรีย์ที่เป็นองค์ประกอบของเซลล์

56
00:04:47,479 --> 00:04:51,479
เพื่อใช้ในการเจริญเติบโตและกิจกรรมต่าง ๆ ภายในเซลล์

57
00:04:51,890 --> 00:04:55,890
เช่น การแบ่งเซลล์ การขยายขนนดของเซลล์ การสังเคราะห์ด้วยแสง

58
00:04:57,028 --> 00:04:57,762
การควบคุมการเจริญเติบโต

59
00:04:57,762 --> 00:05:01,762
และการตอบสนองต่อสิ่งเร้า สารกลุ่มนี้มีหลายชนิด

60
00:05:05,106 --> 00:05:09,106
เช่น คาร์โบไฮเดรต โปรตีน

61
00:05:10,099 --> 00:05:14,099
ลิพิด กรดนิวคลินิก กรดแอมิโน วิตามิน คลอโรฟิลล์

62
00:05:15,890 --> 00:05:19,730
และฮอร์โมนพืช ซึ่งสารต่าง ๆ เหล่านี้นะคะ

63
00:05:19,730 --> 00:05:23,730
จะพบได้ในพืชทุกชนิด และมีการเจริญ

64
00:05:26,116 --> 00:05:28,100
เติบโตของพืชโดยตรง พืชสร้างและสะสม

65
00:05:28,100 --> 00:05:32,100
สารอินทรีย์ต่าง ๆ ในปริมาณที่แตกต่างกันหรือไม่

66
00:05:36,028 --> 00:05:36,855
อย่างไร สามารถศึกษาได้จากกิจกรรม

67
00:05:36,855 --> 00:05:40,855
3.1 การสะสมสารอาหารในพืช

68
00:05:44,690 --> 00:05:45,087
นักเรียนสามารถทำกิจกรรมนี้ได้ที่โรงเรียน

69
00:05:45,087 --> 00:05:48,956
หรือดูวิดีโอคลิป เพื่อศึกษาตัวอย่างของการทำ

70
00:05:48,956 --> 00:05:52,947
กิจกรรมได้ค่ะ ซึ่งในวิดีโอคลิปนี้นะคะ จะมีการทดสอบ

71
00:05:52,947 --> 00:05:56,947
สารอาหาร 3 ชนิดค่ะ  คือ การทดสอบแป้ง

72
00:05:59,808 --> 00:06:03,808
โดยการใช้สารละลายไอโอดีน การทดสอบโปรตีน

73
00:06:03,808 --> 00:06:04,345
โดยใช้สารละลายไบยูเร็ต

74
00:06:04,345 --> 00:06:08,345
การทดสอบลิพิด โดยใช้กระดาษขาวค่ะ โดยระหว่าง

75
00:06:10,036 --> 00:06:14,036
การดูวิดีโอคลิป ครูอยากให้นักเรียนดูการเปลี่ยนแปลง

76
00:06:17,353 --> 00:06:20,076
ของสารต่าง ๆ ในตัวอย่างพืชที่เรามาใช้ในการทดสอบค่ะ จากนั้น บันทึกผลลงในตาราง

77
00:06:20,076 --> 00:06:24,076
ซึ่งนักเรียนสามารถดาวน์โหลด ไปทำกิจกรรมได้ค่ะ (บรรยาย)

78
00:06:25,416 --> 00:06:29,416
การทดสอบสารอาหารในพืช พืชที่นำ

79
00:06:29,807 --> 00:06:33,807
มาใช้ทดสอบสารอาหาร มะพร้าวแก่ มันฝรั่ง

80
00:06:35,285 --> 00:06:38,072
ข้าวโพด ถั่วลิสง ถั่วเหลือง

81
00:06:38,072 --> 00:06:39,527
การเตรียมตัวอย่างพืชที่ต้องการทดสอบ นำพืช

82
00:06:39,527 --> 00:06:43,527
อย่างละ 10 กรัม มาหั่นเป็นชิ้นละอย่างพอเหมาะ ใช้

83
00:06:48,882 --> 00:06:52,630
โกร่งบดพืชตัวอย่างแต่ละชนิดให้ละเอียด และผสมน้ำ 30

84
00:06:52,630 --> 00:06:53,643
ลูกบาศก์เซนติเมตร

85
00:06:53,643 --> 00:06:54,901
การทดสอบแป้ง

86
00:06:54,901 --> 00:06:58,901
ทดสอบโดยใช้สารละลายไอโอดีน โดยใช้สารที่มีสีน้ำตาล

87
00:07:07,130 --> 00:07:09,554
ทดสอบ ส่วนที่มีแป้งจะเปลี่ยนแปลงเป็นสีน้ำเงินแกมม่วง นำหลอดทดลองมา 2 หลอด โดยหลอดที่ 1

88
00:07:09,554 --> 00:07:13,554
2 ลูกบาศก์เซนติเมตรเพื่อใช้เป็น Negative Control 2.

89
00:07:16,448 --> 00:07:20,077
เติมน้ำแป้ง 2 ลูกบาศก์เซนติเมตร เพื่อ

90
00:07:20,077 --> 00:07:23,231
หยดสารละลายไอโอดีน ซึ่งมีความเข้มข้น

91
00:07:23,231 --> 00:07:27,231
2 เปอร์เซ็นต์ จำนวน 2 หยด ลงในหลอดทดลองที่ 1 และ 2

92
00:07:27,389 --> 00:07:28,488
เขย่าให้เข้ากัน สังเกตการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

93
00:07:28,488 --> 00:07:32,488
จะพบว่าหลอดที่ 1 ที่เติมน้ำกลั่นซึ่งเป็น negative control

94
00:07:39,139 --> 00:07:43,139
สารละลายเป็นสีของสารละลายไอโอดีน หลอดที่ 2 ที่เติมน้ำแป้ง ที่เป็น Positiove control

95
00:07:45,708 --> 00:07:49,708
เปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินแกมม่วง จากนั้น นำหลอดทดลอง 5 หลอด

96
00:07:51,450 --> 00:07:52,047
เติมน้ำจากแต่ละหลอด

97
00:07:52,047 --> 00:07:56,047
อย่างละ 2 ลูกบาศก์เซนติเมตร หยดสารละลาย

98
00:07:56,404 --> 00:08:00,404
ไอโอดีน ซึ่งมีสารน้ำตาลความเข้มข้น 2 เปอร์เซ็นต์

99
00:08:06,099 --> 00:08:06,678
หลอดทดลองที่ 3-7

100
00:08:06,678 --> 00:08:10,350
เขย่าให้เข้ากัน สังเกตการเปลี่ยนแปลง

101
00:08:10,350 --> 00:08:14,350
สีของสารละลายแต่ละหลอดทดลอง พบว่าหลอดที่ 3 มะพร้าวแก่

102
00:08:18,531 --> 00:08:22,531
สารละลายของสีเป็นสารละลายไอโอดีน สารที่ 4

103
00:08:23,642 --> 00:08:25,322
มันฝรั่ง สารละลายเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินแกมม่วง

104
00:08:25,322 --> 00:08:29,322
หลอดที่ 5 ข้าวโพด สารละลายเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินแกมม่วง

105
00:08:31,430 --> 00:08:34,472
หลอดที่ 6 ถั่วเหลือง เห็นการเปลี่ยนแปลงไม่ชัดเจน หลอดที่ 7

106
00:08:34,472 --> 00:08:38,472
ถั่วลิสง เห็นการเปลี่ยนแปลงไม่ชัดเจน

107
00:08:39,388 --> 00:08:43,388
ในกรณีที่เห็นการเปลี่ยนแปลง

108
00:08:45,312 --> 00:08:49,312
สีของสารละลายไม่ชัดเจน สามารถนำชิ้นส่วนของพืชมาทดสอบได้

109
00:08:49,477 --> 00:08:52,025
โดยนำชิ้นส่วนพืชมาวางบนจานเพาะเลี้ยงเชื้อ

110
00:08:52,025 --> 00:08:53,151
และหยดสารละลายไอโอดีนลงไปโดยตรง

111
00:08:53,151 --> 00:08:57,151
พบว่ามันฝรั่ง ข้าวโพด และถั่วลิสง

112
00:09:01,591 --> 00:09:05,591
สีของสารละลายไอโดดีนที่หยดลงบนชิ้นส่วน พืชจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงิน

113
00:09:10,574 --> 00:09:11,071
แกมม่วง การทดสอบโปรตีน

114
00:09:11,071 --> 00:09:14,815
ทดสอบโดยใช้สารละลายไบยูเร็ต

115
00:09:14,815 --> 00:09:16,769
ส่วนที่มีโปรตีนจะเปลี่ยนเป็นสีม่วง

116
00:09:16,769 --> 00:09:20,769
นำหลอดทดลองมา 2 หลอด โดยหลอดที่ 1 เติมน้ำกลั่น 2.5

117
00:09:26,830 --> 00:09:30,830
เพื่อใช้เป็น Negative Contor

118
00:09:31,178 --> 00:09:34,648
เติมนมวัว 0.5 ลูกบาศก์เซนติเมตร

119
00:09:34,648 --> 00:09:38,648
เติมสารละลายไบยูเร็ต ปริมาตร 2.5 ลูกบาศก์เซนติเมตรลงในหลอดทดลองที่ 1 และ 2 เขย่าให้เข้ากัน

120
00:09:40,588 --> 00:09:44,588
30 นาทีต่อมา

121
00:09:45,171 --> 00:09:49,171
สังเกตการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น จะพบว่า

122
00:09:52,772 --> 00:09:56,772
หลอดที่ 1 ที่เติมน้ำกลั่นที่เป็น negative control

123
00:10:02,947 --> 00:10:05,566
เป็นสีฟ้า หลอดที่ 2 ที่เติมนมวัว ซึ่งเป็น Positive Control

124
00:10:05,566 --> 00:10:07,082
สารละลายจะเปลี่ยนเป็นสีม่วง นำหลอดทดลอง

125
00:10:07,082 --> 00:10:09,074
5 หลอด เติมสารที่ต้องการทดสอบลงไปในแต่ละหลอด

126
00:10:09,074 --> 00:10:13,074
0.5 ลูกบาศก์เซนติเมตร เติมสารละลายไบยูเร็ต

127
00:10:16,733 --> 00:10:20,733
ปริมาตร 2.5 ลูกบาศก์เซนติเมตร ลงในหลอดทดลอง

128
00:10:21,898 --> 00:10:22,234
เขย่าให้เข้ากัน และตั้งทิ้งไว้ 30 นาที 30 นาทีต่อมา

129
00:10:22,234 --> 00:10:26,234
สังเกตการเปลี่ยนแปลงสารละลาย

130
00:10:35,195 --> 00:10:35,779
ในแต่ละหลอดทดลอง พบว่าหลอดที่ 3

131
00:10:35,779 --> 00:10:38,053
มะพร้าวแก่ สารระลายเป็นสีส่วน หลอดที่ 4

132
00:10:38,053 --> 00:10:42,053
มันฝรั่งสารละลายเปลี่ยนเป็นสีม่วงอ่อน สารละลายที่ 5 ข้าวโพดเ

133
00:10:47,199 --> 00:10:51,055
ปลี่ยนเป็นสีม่วง หลอดที่ 6 ถั่วลิสง สารละลายเปลี่ยนเป็นสีม่วง หลอดที่ 7 สารละลายเปลี่ยนเป็นสีม่วง

134
00:10:51,055 --> 00:10:55,055
การทดสอบลิพิด ทดสอบโดยใช้ชิ้นส่วนพืชที่ต้องการทดสอบบนกระดาษ

135
00:11:00,390 --> 00:11:04,390
สีขาวทึบแสง ผลการทดสอบ กระดาษจะ

136
00:11:05,512 --> 00:11:09,512
โปร่งแสง การทดสอบลิพิด ทำได้โดยตัดชิ้นส่วนของพืชทดลอง มาถูกับกระดาษสีทึบแสง

137
00:11:14,378 --> 00:11:15,309
ผลการทดสอบลิพิด กระดาษจะเปลี่ยนไปเป็นลักษณะโปร่งแสง

138
00:11:15,309 --> 00:11:18,357
นำกระดาษขาว 1 แผ่น

139
00:11:18,357 --> 00:11:18,803
มาตีตารางให้ได้ 7-8 ช่องเท่ากัน

140
00:11:18,803 --> 00:11:22,803
นำน้ำเปล่า ซึ่งเป็น Negative Control มาถูกับกระดาษข่องที่ 1

141
00:11:31,209 --> 00:11:33,396
น้ำมันพืชซึ่งเป็น Positive Control มาถูกับกระดาษ

142
00:11:33,396 --> 00:11:36,321
ช่องที่ 2 ตัดชิ้นของมะพร้าวมาถูกับ

143
00:11:36,321 --> 00:11:39,067
ช่องที่ 3 ตัดชิ้นส่วนของมันฝรั่งมาถูกับ

144
00:11:39,067 --> 00:11:42,241
ช่องที่ 4 นำชิ้นส่วนของข้าวโพด

145
00:11:42,241 --> 00:11:46,241
มาถูกับกระดาษช่องที่ 5 นำถั่วลิสงมาวางลงบนกระดาษ

146
00:11:50,461 --> 00:11:52,382
วางช่องที่ 6 ใช้สากตำเพื่อบีบน้ำคั้นออกจากเมล็ด

147
00:11:52,382 --> 00:11:55,139
บนกระดาษช่องที่ 7 ทำเช่นเดียวกับถั่วลิสง

148
00:11:55,139 --> 00:11:57,995
ทิ้งไว้ให้แห้ง ผลการทดสอบ

149
00:11:57,995 --> 00:12:01,995
ลิพิด กระดาษจะเปลี่ยนไปเป็นมีลักษณะโปร่งแสง ดังนี้

150
00:12:02,440 --> 00:12:06,440
น้ำทึบแสง นำมันพืช โปร่งแสง

151
00:12:09,041 --> 00:12:13,041
มะพร้าวแก่โปร่งแสง มันฝรั่งทึบแสง

152
00:12:13,844 --> 00:12:17,844
ข้าวโพดทึบแสง ถั่วลิสงโปร่งแสง

153
00:12:19,227 --> 00:12:23,227
ถั่วเหลืองโปร่งแสง (ดร.สุนัดดา) เมื่อทำกิจกรรมเสร็จแล้ว เรามาตอบคำถามท้ายกิจกรรมกันค่ะ คำถามท้ายกิจกรรม

154
00:12:26,414 --> 00:12:30,414
มีทั้งหมด 3 ข้อ ดังนี้ค่ะ ข้อ  1 ชิ้นส่วนของพืชแต่ละชนิดที่นำมาทดสอบ มี

155
00:12:31,426 --> 00:12:35,426
สารอาหารที่สะสมอยู่ในปริมาณที่แตกต่างกันหรือไม่

156
00:12:36,116 --> 00:12:39,660
ทราบได้อย่างไร ข้อ 2 เพราะเหตุใด จึงต้องใช้แป้งมัน

157
00:12:39,660 --> 00:12:43,660
นมจืดและน้ำมันพืช ในการทดสอบแป้ง

158
00:12:46,378 --> 00:12:46,907
โปรตีน และลิพิดตามลำดับ

159
00:12:46,907 --> 00:12:50,907
ข้อ 3 เพราะเหตุใดในการทดลองนี้

160
00:12:52,658 --> 00:12:53,068
จึงต้องใช้น้ำในการทดสอบด้วย

161
00:12:53,068 --> 00:12:57,068
นักเรียนสามารถกดพัก เพื่อ

162
00:12:58,273 --> 00:13:02,273
ตอบคำถามท้ายกิจกรรม และเมื่อตอบคำถามเสร็จแล้ว

163
00:13:09,190 --> 00:13:10,208
ก็กดเล่นต่อ เพื่อมาดูคำตอบค่ะ

164
00:13:10,208 --> 00:13:10,613
เฉลายคำถามท้ายกิจกรรม

165
00:13:10,613 --> 00:13:14,613
คำถามข้อแรกนะคะ ชิ้นส่วนของพืชแต่ละชนิด ที่

166
00:13:16,834 --> 00:13:20,834
นำมาทดสอบมีสารอาหารที่สะสมอยู่ในปริมาณที่แตกต่างกัน

167
00:13:24,034 --> 00:13:28,034
หรือไม่ ทราบได้อย่างไร แตกต่างกันค่ะ เนื่องจากพืชที่นำมาทดสอบ

168
00:13:30,213 --> 00:13:34,213
มีน้ำหนักเท่ากันทุกตัวอย่าง จึงสามารถเปรียบเทียบ

169
00:13:38,443 --> 00:13:42,443
ปริมาณของสารอาหาร ที่สะสมในแต่ละตัวอย่างพืชได้โดยประมาณ ซึ่งพิจารณาจากสี

170
00:13:42,503 --> 00:13:45,998
ที่เปลี่ยนแปลง ถ้าความเข้มของสีมาก

171
00:13:45,998 --> 00:13:49,998
แสดงว่ามีปริมาณสารอาหารของประเภทนั้น

172
00:13:55,261 --> 00:13:59,261
แต่การทดสอบอาจจะให้ผลที่แตกต่างกันนะคะ ขึ้นกับตัวอย่างพืชที่เรานำมาใช้ในการทดสอบค่ะ

173
00:14:00,605 --> 00:14:04,605
คำถามข้อ 2 นะคะ เพราะเหตุใดจึงต้องใช้แป้งมัน นมจืด และน้ำมันพืช

174
00:14:09,184 --> 00:14:13,184
ในการทดสอบแป้ง โปรตีน และลิพิด ตามลำดับ นั่นก็เพราะว่าการใช้

175
00:14:16,468 --> 00:14:18,294
น้ำแป้งมัน นมจืด และน้ำมันพืช เป็นการ

176
00:14:18,294 --> 00:14:21,621
ทำ Positive Control

177
00:14:21,621 --> 00:14:25,576
ตัวอย่างพืชแต่ละชนิดว่ามีแป้ง โปรตีน และลิพิด

178
00:14:25,576 --> 00:14:29,114
ตามลำดับ คำถามข้อที่ 3 นะคะ

179
00:14:29,114 --> 00:14:30,949
เพราะเหตุใดในการทดลองนี้ จึงต้องใช้น้ำ

180
00:14:30,949 --> 00:14:34,949
ในการทดสอบด้วย นั่นก็เพราะว่าการใช้น้ำ

181
00:14:37,723 --> 00:14:39,144
เพื่อเป็น Negative Control ทำให้เปรียบเทียบได้ว่า

182
00:14:39,144 --> 00:14:43,144
ผลการทดสอบที่ได้  ควรจะเป็นเช่นใด หากไม่มี

183
00:14:49,344 --> 00:14:51,192
สารอาหารประเภทนั้น ๆ ในตัวอย่างที่เรานำใช้ในการทดสอบค่ะ นักเรียนคิดว่า

184
00:14:51,192 --> 00:14:55,192
สารอินทรีย์ต่าง ๆ ที่พืชสร้างและสะสมอยู่ตามส่วนต่าง ๆ

185
00:14:56,119 --> 00:14:59,742
ของพืชนั้น มาจากไหน พืชจะนำ

186
00:14:59,742 --> 00:15:03,742
น้ำตาลที่ได้จากการสังเคราะห์ด้วยแสง และธาตุอาหาร

187
00:15:04,926 --> 00:15:07,476
ต่าง ๆ มาใช้ในการสร้างสารอินทรีย์

188
00:15:07,476 --> 00:15:11,476
โดยน้ำตาลที่พืชสร้างขึ้นนี่ จะผ่านปฏิกิริยาหลาย

189
00:15:13,838 --> 00:15:17,838
ขั้นตอน ได้เป็นคาร์โบไฮเดรต

190
00:15:19,825 --> 00:15:20,231
ไว้ตามส่วนต่าง ๆ ของพืช เช่น

191
00:15:20,231 --> 00:15:24,182
สะสมน้ำตาลในอ้อย และผลไม้

192
00:15:24,182 --> 00:15:28,182
หรือสะสมไว้ในรูปแป้ง เช่น ในข้าว หรือ

193
00:15:29,076 --> 00:15:33,076
ข้าวโพด นอกจากนี้ น้ำตาลที่พืช

194
00:15:36,950 --> 00:15:37,433
สร้างขึ้น อาจถูกนำมาใช้ในการสร้างสารประเภทอื่น ๆ

195
00:15:37,433 --> 00:15:40,221
เช่น โปรตีนในเมล็ดถั่ว

196
00:15:40,221 --> 00:15:44,221
ลิพิดในเมล็ดทานตะวันและมะพร้าว

197
00:15:46,737 --> 00:15:50,737
และกรดนิวคลีอิก

198
00:15:53,057 --> 00:15:57,057
ส่วนใหญ่อยู่ในนิวเครียส พบมากในบริเวณ

199
00:15:57,680 --> 00:15:59,146
ที่มีการแบ่งเซลล์ เช่น บริเวณปลายยอดพืช

200
00:15:59,146 --> 00:16:01,463
จากคำถามที่ครูถามไว้ในตอนแรกนะคะ

201
00:16:01,463 --> 00:16:04,461
ว่าถ้าเรารับประทานอาหารเจ จะได้รับ

202
00:16:04,461 --> 00:16:07,822
สารอาหารครบหรือไม่ เมื่อเรียนจบแล้ว

203
00:16:07,822 --> 00:16:11,328
เราก็น่าจะตอบคำถามนี้กันได้แล้วนะคะ

204
00:16:11,328 --> 00:16:15,328
ในกรณีที่รับประทานอาหารเจ เราจะได้รับสารอาหารต่าง ๆ

205
00:16:16,149 --> 00:16:20,149
ครบถ้วน แต่เนื่องจากพืชแต่ละชนิด

206
00:16:22,128 --> 00:16:24,600
จะสะสมสารอาหารต่าง ๆ ในปริมาณ

207
00:16:24,600 --> 00:16:28,600
ที่แตกต่างกัน ดังนั้น เราจึงเลือกรับประทานอาหารเจ

208
00:16:31,701 --> 00:16:31,829
ที่ผลิตจากวัตถุดิบที่หลากหลาย เพื่อ

209
00:16:31,829 --> 00:16:35,829
ให้ได้รับสารอาหารในปริมาณที่เหมาะสม และเพียงพอ

210
00:16:43,317 --> 00:16:46,110
ต่อความต้องการค่ะ 3.1.2 สารอินทรีย์ที่ไม่จำเป็นต่อการเจริญเติบโต

211
00:16:46,110 --> 00:16:47,421
ของพืชโดยตรง สารอินทรีย์บางชนิด

212
00:16:47,421 --> 00:16:51,421
ไม่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืชโดยตรง แต่

213
00:16:58,485 --> 00:17:00,813
มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของพืช  เช่น เพิ่มโอกาสในการมีชีวิตรอด

214
00:17:00,813 --> 00:17:04,813
และแพร่กระจายพันธุ์ได้ดี ซึ่งสารอินทรีย์

215
00:17:06,508 --> 00:17:07,813
เหล่านี้ พบได้ในพืชต่างชนิดกัน

216
00:17:07,813 --> 00:17:11,813
สารอินทรีย์เหล่านี้

217
00:17:12,953 --> 00:17:16,953
มีประโยชน์ต่อการดำรงชีวิตของพืชอย่างไร

218
00:17:19,890 --> 00:17:21,652
เราสามารถศึกษาได้จากตัวอย่างต่อไปนี้ค่ะ รูปล่างนะคะ เป็น

219
00:17:21,652 --> 00:17:25,652
ดอกบัว ดอกไม้บางชนิด มีสี หรือกลิ่น

220
00:17:31,080 --> 00:17:33,916
หอม  เพื่อล่อแมลงให้มาผสมเกสร รูปที่ 2 เป็นต้นยางพารา น้ำยางพารา

221
00:17:33,916 --> 00:17:37,916
สามารถช่วยปิดแผล และกระตุ้นการเจริญเติบโตของ

222
00:17:40,252 --> 00:17:44,252
เปลือก เมื่อเปลือกนั้นถูกกรีดค่ะ

223
00:17:44,791 --> 00:17:48,791
นอกจากนี้แล้วยังช่วยป้องกันจุลินทรีย์ที่อาจจะเข้ามาทางบาดแผลได้ด้วย รูปที่ 3

224
00:17:50,077 --> 00:17:54,077
คือ มะละกอ ยางมะละกอมีสารที่ช่วยป้องกันแมลงศัตรู

225
00:17:58,492 --> 00:18:01,529
พืช รวมทั้งป้องกันจุลินทรีย์บางชนิดได้

226
00:18:01,529 --> 00:18:05,529
ส่วนรูปสุดท้ายนี้ คือ กาแฟ คาเฟอีนจากกาแฟ สามารถยับยั้ง

227
00:18:09,211 --> 00:18:13,211
การเจริญเติบโตของจุลินทรีย์บางชนิดได้ ในปัจจุบัน สารอินทรีย์กลุ่มนี้ ถูกนำ

228
00:18:18,145 --> 00:18:21,546
ไปใช้ประโยชน์มากมาย ยกตัวอย่าง คือ น้ำยางพารา ที่ถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมหลากหลาย

229
00:18:21,546 --> 00:18:25,106
เช่น อุตสาหกรรมยางรถยนต์

230
00:18:25,106 --> 00:18:27,765
ถุงมือยาง รองเท้ายาง

231
00:18:27,765 --> 00:18:31,765
และยางรัด หลังจากที่เรียนจบไปแล้วนะคะ

232
00:18:31,883 --> 00:18:35,883
เราก็มาสู่ช่วงสรุปเนื้อหาภายในบทเรียน

233
00:18:37,508 --> 00:18:41,508
พืชสร้างน้ำตาลจากการสังเคราะห์ด้วยแสง โดยน้ำตาล

234
00:18:45,952 --> 00:18:49,952
ที่สร้างขึ้นนี้ จะถูกนำไปใช้การหายใจระดับเซลล์

235
00:18:50,854 --> 00:18:51,043
เพื่อให้ได้เป็นพลังงานที่ใช้ในกิจกรรมต่าง ๆ และใช้เป็นแหล่งคาร์บอน

236
00:18:51,043 --> 00:18:55,043
นำไปใช้ในการสังเคราะห์สารอินทรีย์และการเจริญเติบโต

237
00:18:57,633 --> 00:19:01,633
สารอินทรีย์ที่พืชสร้างขึ้น

238
00:19:07,365 --> 00:19:09,740
มีทั้งที่เป็นสารอินทรีย์ที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช

239
00:19:09,740 --> 00:19:12,581
โดยตรง และสารอินทรีย์ที่ไม่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืชโดยตรง

240
00:19:12,581 --> 00:19:16,581
สารอินทรีย์ที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืชโดยตรง

241
00:19:22,256 --> 00:19:26,256
พบได้ในพืชทุกชนิด สารเหล่านี้ เช่น คาร์โบรไฮเดรต

242
00:19:27,089 --> 00:19:29,371
ลิพิด กรดนิวคลิอิก  กรดแอมิโน วิตามิน

243
00:19:29,371 --> 00:19:33,371
คลอโรฟิลล์ และฮอร์โมนพืช

244
00:19:39,116 --> 00:19:43,116
สารอินทรีย์ที่ไม่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืชโดยตรง พบได้ในพืชบางชนิด

245
00:19:45,216 --> 00:19:49,216
ช่วยให้พืชมีโอกาสรอดชีวิตเพิ่มขึ้น หรือ

246
00:19:51,227 --> 00:19:54,296
ช่วยในการแพร่กระจายพันธุ์ได้ดีขึ้น

247
00:19:54,296 --> 00:19:58,032
กลุ่มนี้มาใช้ประโยชน์หลากหลาย เช่น ผลิตภัณฑ์จากยางพารา และสารออกฤทธิ์

248
00:19:58,032 --> 00:20:01,384
ทางชีวภาพที่ใช้เป็นยา สำหรับคลิปนี้

249
00:20:01,384 --> 00:20:05,384
ก็ขอจบการสอนแต่เพียงเท่านี้ และพบกัน

250
00:20:06,985 --> 00:20:09,262
ใหม่ในคลิปถัดไป เรื่อง ปัจจัยบางประการ

251
00:20:09,262 --> 00:20:11,593
ที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของพืช

252
00:20:11,593 --> 00:20:15,593
สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี]

