﻿1
00:00:00,000 --> 00:00:04,000
[เสียงดนตรี]

2
00:00:04,002 --> 00:00:08,002
(ดร.สุนัดดา) สวัสดีค่ะ วันนี้เราจะมาเรียนกันในตอนสารอินทรีย์ในพืช

3
00:00:08,006 --> 00:00:12,006

4
00:00:12,008 --> 00:00:16,008
ครูสุนัดดาเป็นผู้สอนค่ะ หัวข้อที่

5
00:00:16,009 --> 00:00:20,009
3.1 สารอินทรีย์ในพืช เป็นหัวข้อแรกของบทที่ 3

6
00:00:20,012 --> 00:00:24,012
การดำรงชีวิตของพืช ซึ่ง

7
00:00:24,013 --> 00:00:28,013
ตอนนี้นะคะ จะมีจุดประสงค์การเรียนรู้ทั้งหมด 3 ข้อ

8
00:00:28,014 --> 00:00:32,014
ดังนี้ค่ะ พืชต้องการสารอาหาร

9
00:00:32,015 --> 00:00:36,015
และพลังงานเช่นเดียวกับสิ่งมีชีวิตอื่น

10
00:00:36,018 --> 00:00:40,018
เพื่อใช้ในการเจริญเติบโตและการดำรงชีวิต

11
00:00:40,021 --> 00:00:44,021
โดยพืชสามารถสร้างอาหารได้เอง ผ่านการสังเคราะหืแสง

12
00:00:44,022 --> 00:00:48,022
ผ่านการสังเคราะห์ด้วยแสง

13
00:00:48,023 --> 00:00:52,023
กระบวนการนี้ ต้องการโคโรฟิลล์ที่ต้องการในพืช

14
00:00:52,023 --> 00:00:56,023
ทำหน้าที่ดูดกลืนพลังงานแสง

15
00:00:56,025 --> 00:01:00,025
มาใช้เป็นคาร์บอนไดออกไซ

16
00:01:00,026 --> 00:01:04,026
อินทรีย์ ได้แก่ น้ำตาล

17
00:01:04,027 --> 00:01:08,027
น้ำตาลที่พืชสร้างขึ้นนี้ ถูกนำไปใช้ในการหายใจ

18
00:01:08,028 --> 00:01:12,028
ระดับเซลล์ ได้เป็นพลังงานสำหรับนำไปใช้ใน

19
00:01:12,029 --> 00:01:16,029
กระบวนการถัดไปค่ะ นอกจากนี้แล้ว

20
00:01:16,030 --> 00:01:20,030
น้ำตาลยังถูกนำไปใช้ในแหล่งคาร์บอน สำหรับการสร้าง

21
00:01:20,031 --> 00:01:24,031
สารอินทรีย์ต่าง ๆ นักเรียนคิดว่าสารอินทรีย์

22
00:01:24,032 --> 00:01:28,032
ที่พืชสร้างขึ้นมีอะไรบ้าง และมีความสำคัญ

23
00:01:28,033 --> 00:01:32,033
ต่อพืชอย่างไร โดยแต่ละชนิด สารอินทรีย์

24
00:01:32,034 --> 00:01:36,034
เหล่านี้เหมือนกันหรือไม่ เดี๋ยวเราจะมาหาคำตอบ

25
00:01:36,035 --> 00:01:40,035
ด้วยกันนะคะ หัวข้อที่ 3.1

26
00:01:40,037 --> 00:01:44,037
สารอินทรีย์ในพืช นักเรียนลองสังเกตรูปนี้นะคะ บอก

27
00:01:44,037 --> 00:01:48,037
ได้ไหมคะ ว่านี่คือรูปของอะไร

28
00:01:48,039 --> 00:01:52,039
ใช่แล้วค่ะ นี่คือรูปของอาหารเจ ในทุก ๆ ปีนะคะ

29
00:01:52,041 --> 00:01:56,041
จะมีช่วงเทศกาลกินเจ ซึ่งละเว้น

30
00:01:56,042 --> 00:02:00,042
จากการกินเนื้อสัตว์ แล้วก็กินอาหารเจที่ปรุงมา

31
00:02:00,043 --> 00:02:04,043
จากพืชค่ะ นักเรียนคิดว่าการรับประทาน

32
00:02:04,045 --> 00:02:08,045
อาหารเจ จะได้รับสารอาหารครบถ้วนหรือไม่คะ

33
00:02:08,047 --> 00:02:12,047
เราสามารถนำความรู้เกี่ยวกับสารอินทรีย์

34
00:02:12,048 --> 00:02:16,048
ในพืชมาอธิบายคำถามนี้ได้ค่ะ

35
00:02:16,051 --> 00:02:20,051
หลักของพืชดอกประกอบด้วยราก

36
00:02:20,052 --> 00:02:24,052
ลำต้น ใบ ดอก และผล ซึ่ง

37
00:02:24,052 --> 00:02:28,052
อวัยวะต่าง ๆ เหล่านี้ จะทำหน้าที่เฉพาะอย่าง

38
00:02:28,056 --> 00:02:32,056
แตกต่างกันไป เช่น รากทำหน้าที่ยึด

39
00:02:32,057 --> 00:02:36,057
และค้ำจุน ดูดน้ำและธาตุอาหาร

40
00:02:36,058 --> 00:02:40,058
เพื่อไปยังส่วนต่าง ๆ ของพืช

41
00:02:40,060 --> 00:02:44,060
ใบ ทำหน้าที่สังเคราะห์ด้วยแสง แลกเปลี่ยนแก๊ส

42
00:02:44,063 --> 00:02:48,063
และคายน้ำ การดำรงชีวิตของพืช

43
00:02:48,065 --> 00:02:52,065
จำเป็นต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของอวัยวะ

44
00:02:52,066 --> 00:02:56,066
ต่าง ๆ เหล่านี้ ซึ่งแต่ละอวัยวะ

45
00:02:56,070 --> 00:03:00,070
จะประกอบด้วยเซลล์ที่มีรูปร่างแตกต่างกัน

46
00:03:00,072 --> 00:03:04,072
นี่คือรูปเซลล์พืชที่เราคุ้นชินกันนะคะ

47
00:03:04,074 --> 00:03:08,074
ภายในเซลล์จะมใีสารอินทรีย์หลายชนิด

48
00:03:08,076 --> 00:03:12,076
บางชนิดทำหน้าที่เป็นโครงสร้างของเซลล์

49
00:03:12,077 --> 00:03:16,077
บางชนิดทำหน้าที่เกี่ยวกับกิจกรรมต่าง ๆ ภายในเซลล์

50
00:03:16,078 --> 00:03:20,078
เช่น ผนังเซลล์ ซึ่งก็คือบริเวณนี้นะคะ

51
00:03:20,080 --> 00:03:24,080
ที่เป็นส่วนนอกสุดของเซลล์ เมื่อขยายดู

52
00:03:24,082 --> 00:03:28,082
จะเห็นเป็นลักษณะแบบนี้ค่ะ ผนังเซลล์มี

53
00:03:28,084 --> 00:03:32,084
ส่วนประกอบเป็นเซลูโลส ซึ่งเซลลูโลสนี้นะคะ

54
00:03:32,086 --> 00:03:36,086
เป็นสารประเภทคาร์โบไฮเดรต

55
00:03:36,087 --> 00:03:40,087
เยื่อหุ้มเซลล์ ซึ่งก็คือบริเวณนี้นพคะ

56
00:03:40,088 --> 00:03:44,088
อยู่ถัดจากผนังเซลล์เข้ามาด้านใน

57
00:03:44,088 --> 00:03:48,088
เมื่อขยายภาพ จะมองเห็นเป็นแบบนี้ค่ะ

58
00:03:48,090 --> 00:03:52,090
เยื่อหุ้มเซลล์ประกอบด้วยฟอสฟอริติก

59
00:03:52,091 --> 00:03:56,091
2 ชั้น มีโปรตีน แอกนิกอน

60
00:03:56,091 --> 00:04:00,091
นะคะ แทรกอยู่โดยทั่วไป นอกจากนี้แล้ว

61
00:04:00,093 --> 00:04:04,093
ยังมีคาร์โบไฮเดรตด้วยค่ะ

62
00:04:04,094 --> 00:04:08,094
ในไซโทพลาซึมและออร์แกเนลต่าง ๆ

63
00:04:08,096 --> 00:04:12,096
จะมีเดอ็นไซม์ชิดต่าง ๆ นะคะ ซึ่งเป็นโปรตีน

64
00:04:12,097 --> 00:04:16,097
นอกจากนี้แล้ว

65
00:04:16,101 --> 00:04:20,101
ยังพบสารพันธุกรรมในนิวเคลียส ซึ่งในนี้

66
00:04:20,102 --> 00:04:24,102
นี้นะคะ สารพันธุกรรมดังกล่าว ก็คือกรดนิวคลิอิกค่ะ

67
00:04:24,103 --> 00:04:28,103
ค่ะ3.1.1 สารอินทรีย์ที่

68
00:04:28,104 --> 00:04:32,104
จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืชโดยตรง พืชสร้าง

69
00:04:32,105 --> 00:04:36,105
และสะสมสารอินทรีย์ที่เป็นองค์ประกอบของเซลล์

70
00:04:36,105 --> 00:04:40,105
เพื่อใช้ในการเจริญเติบโตและกิจกรรมต่าง ๆ ภายในเซลล์

71
00:04:40,107 --> 00:04:44,107
เช่น การแบ่งเซลล์

72
00:04:44,108 --> 00:04:48,108
การขยายขนานของเซลล์ การสังเคราะห์ด้วยแสง

73
00:04:48,109 --> 00:04:52,109
การควบคุมการเจริญเติบโต

74
00:04:52,109 --> 00:04:56,109
และการตอบสนองต่อสิ่งเร้า สารกลุ่มนี้มีหลายชนิด

75
00:04:56,110 --> 00:05:00,110
เช่น คาร์โบไฮเดรต โปรตีน

76
00:05:00,111 --> 00:05:04,111
ลิพิดกรดนิวคลินิก

77
00:05:04,112 --> 00:05:08,112
กรดแอมิโน วิตามิน คลอโรฟิลล์

78
00:05:08,113 --> 00:05:12,113
และฮอร์โมนพืช ซึ่งสารต่าง ๆ เหล่านี้นะคะ

79
00:05:12,129 --> 00:05:16,129
จะพบได้ในพืชทุกชนิด และมีการเจริญ

80
00:05:16,131 --> 00:05:20,131
เติบโตของพืชโดยตรง พืชสร้างและสะสม

81
00:05:20,132 --> 00:05:24,132
สารอินทรีย์ต่าง ๆ ในปริมาณที่แตกต่างกันหรือไม่

82
00:05:24,133 --> 00:05:28,133
อย่างไร สามารถศึกษาได้จากกิจกรรม

83
00:05:28,135 --> 00:05:32,135
3.1 การสะสมสารอาหารในพืช

84
00:05:32,136 --> 00:05:36,136
นักเรียนสามารถทำกิจกรรมนี้ได้ที่โรงเรียน

85
00:05:36,137 --> 00:05:40,137
หรือดูวิดีโอคลิป เพื่อศึกษาตัวอย่างของการทำ

86
00:05:40,138 --> 00:05:44,138
กิจกรรมได้ค่ะ ซึ่งในวิดีโอคลิปนี้นะคะ จะมีการทดสอบ

87
00:05:44,139 --> 00:05:48,139
สารอาหาร 3 ชนิดค่ะ คือการทดสอบแป้ง

88
00:05:48,141 --> 00:05:52,141
โดยการใช้สารละลายไอโอดีน การทดสอบโปรตีน

89
00:05:52,142 --> 00:05:56,142
โดยใช้สารละลายไบยูเร็ต

90
00:05:56,142 --> 00:06:00,142
การทดสอลลิพิดโดยใช้กระดาษขาวค่ะ โดยระหว่าง

91
00:06:00,144 --> 00:06:04,144
การดูวิดีโอคลิป ครูอยากให้นักเรียนดูการเปลี่ยนแปลง

92
00:06:04,146 --> 00:06:08,146
ของสารต่าง ๆ ในตัวอย่างพืชที่เรามาใช้

93
00:06:08,148 --> 00:06:12,148
ในการทดสอบค่ะ จากนั้น บันทึกผลลงในตาราง

94
00:06:12,148 --> 00:06:16,148
ซึ่งนักเรียนสามารถดาวน์โหลดไปทำกิจกรรมได้ค่ะ (บรรยาย)

95
00:06:16,150 --> 00:06:20,150
การทดสอบสารอาหารในพืช พืชที่นำ

96
00:06:20,153 --> 00:06:24,153
มาใช้ทดสอบสารอาหาร มะพร้าวแก่ มันฝรั่ง

97
00:06:24,156 --> 00:06:28,156
ข้าวโพด ถั่วลิสง ถั่วเหลือง

98
00:06:28,157 --> 00:06:32,157
การเตรียมตัวอย่างพืชที่ต้องการทดสอบ นำพืช

99
00:06:32,159 --> 00:06:36,159
อย่างละ 10 กรัม มาหั่นเป็นชิ้นละอย่างพอเหมาะ ใช้

100
00:06:36,162 --> 00:06:40,162
โกร่งบดพืชตัวอย่างแต่ละชนิดให้ละเอียด และผสมน้ำ 30

101
00:06:40,162 --> 00:06:44,162
ลูกบาศก์เซนติเมตร

102
00:06:44,164 --> 00:06:48,164
การทดสอบแป้ง

103
00:06:48,165 --> 00:06:52,165
ทดสอบโดยใช้สารละลายไอโอดีน ดยใช้สารที่มีสีน้ำตาล

104
00:06:52,165 --> 00:06:56,165
ทดสอบ ส่วนที่มีแป้งจะเปลี่ยนแปลงเป็นสีน้ำเงินแกมม่วง

105
00:06:56,167 --> 00:07:00,167
นำหลอดทดลองมา 2 หลอด โดยหลอดที่ 1

106
00:07:00,169 --> 00:07:04,169
2 ลูกบาศก์เซนติเมตรเพื่อใช้เป็น Negative Control 2.

107
00:07:04,170 --> 00:07:08,170
เติมน้ำแป้ง 2 ลูกบาศก์เซนติเมตร เพื่อ

108
00:07:08,172 --> 00:07:12,172
หยดสารละลายไอโอดีนซึ่งมีความเข้มข้น

109
00:07:12,173 --> 00:07:16,173
2 เปอร์เซ็นต์ จำนวน 2 หยด ลงในหลอดทดลองที่ 1 และ 2

110
00:07:16,174 --> 00:07:20,174
เขย่าให้เข้ากัน สังเกตการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

111
00:07:20,175 --> 00:07:24,175
จะพบว่าหลอดที่ 1 ที่เติมน้ำกลั่นที่เป็น negative

112
00:07:24,176 --> 00:07:28,176
สารละลายเป็นสีของสารละลายไอโอดีน

113
00:07:28,177 --> 00:07:32,177
หลอดที่ 2 ที่เติมน้ำแป้ง ที่เป็น Positiove control

114
00:07:32,178 --> 00:07:36,178
เปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินแกมม่วง

115
00:07:36,179 --> 00:07:40,179
จากนั้น นำหลอดทดลอง 5 หลอด

116
00:07:40,182 --> 00:07:44,182
เติบน้ำจาก แต่ละหลอด

117
00:07:44,183 --> 00:07:48,183
อย่างละ 2 ลูกบาศก์เซนติเมตร หยดสารละลาย

118
00:07:48,185 --> 00:07:52,185
ไอโอดีนซึ่งมีสารน้ำตาลความเข้มข้น 2 เปอร์เซ็นต์

119
00:07:52,186 --> 00:07:56,186
หลอดทดลองที่ 3-7

120
00:07:56,186 --> 00:08:00,186

121
00:08:00,188 --> 00:08:04,188
เขย่าให้เข้ากัน สังเกตการเปลี่ยนแปลง

122
00:08:04,189 --> 00:08:08,189
สีของสารละลายแต่ละหลอดทดลอง พบว่าหลอดที่ 3 มะพร้าวแก่

123
00:08:08,190 --> 00:08:12,190
สารละลายเป็นสารละลายไอโอดีน สานที่ 4

124
00:08:12,192 --> 00:08:16,192
มันฝรั่ง สารละลายเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินแกมม่วง

125
00:08:16,193 --> 00:08:20,193
หลอดที่ 5 ข้าวโพด สารละลายเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินแกมม่วง

126
00:08:20,195 --> 00:08:24,195
หลอดที่ 6 ถั่วเหลือง เห็นการเปลี่ยนแปลงไม่ชัดเจน หลอดที่ 7

127
00:08:24,196 --> 00:08:28,196
ถั่วลิสง เห็นการเปลี่ยนแปลงไม่ชัดเจน

128
00:08:28,198 --> 00:08:32,198
ในกรณีที่เห็นการเปลี่ยนแปลง

129
00:08:32,200 --> 00:08:36,200
สีของสารละลายไม่ชัดเจน สามารถนำชิ้นส่วนของพืชมาทดสอบได้

130
00:08:36,201 --> 00:08:40,201
โดยนำชิ้นส่วนพืชมาวางบนจานเพาะเลี้ยงเชื้อ

131
00:08:40,202 --> 00:08:44,202
และหยดสารละลายไอโอดีนไปโดยตรง

132
00:08:44,204 --> 00:08:48,204

133
00:08:48,205 --> 00:08:52,205
พบว่ามันฝรั่ง ข้าวโพด และถั่วลิสง

134
00:08:52,206 --> 00:08:56,206
สีของสารละลายไอโดดีนที่หยดลงบนชิ้นส่วนพืชจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงิน

135
00:08:56,207 --> 00:09:00,207
แกมม่วง การทดสอบโปรตีน

136
00:09:00,208 --> 00:09:04,208
ทดสอบโดยใช้สารละลายไบยูเร็ต

137
00:09:04,209 --> 00:09:08,209
ส่วนที่มีโปรตีนจะเปลี่ยนเป็นสีม่วง

138
00:09:08,213 --> 00:09:12,213
นำหลอดทดลองมา 2 หลอด โดยหลอดที่ 1 เติมน้ำกลั่น 2.5

139
00:09:12,214 --> 00:09:16,214
เพื่อใช้เป็น Negative Contor

140
00:09:16,215 --> 00:09:20,215
เติมนมวัว 0.5 ลูกบาศก์เซนติเมตร

141
00:09:20,216 --> 00:09:24,216
เติมสารละลายไบยูเร็ต ปริมาตร

142
00:09:24,216 --> 00:09:28,216
2.5 ลูกบาศก์เซนติเมตรลงในหลอดทดลองที่ 1 และ 2 เขย่าให้เข้ากัน

143
00:09:28,218 --> 00:09:32,218

144
00:09:32,219 --> 00:09:36,219

145
00:09:36,220 --> 00:09:40,220
30 นาที ต่อมา

146
00:09:40,220 --> 00:09:44,220
สังเกตการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น จะพบว่า

147
00:09:44,222 --> 00:09:48,222
หลอดที่ 1 ที่เติมน้ำกลั่นที่เป็น Negative

148
00:09:48,223 --> 00:09:52,223
เป็นสีฟ้า หลอดที่ 2 ที่เติมนมวัว ซึ่งเป็น Positive Control

149
00:09:52,224 --> 00:09:56,224
สารละลายจะเปลี่ยนเป็นสีม่วง นำหลอดทดลอง

150
00:09:56,224 --> 00:10:00,224
5 หลอดเติมสารที่ต้องการทดสอบลงไปในแต่ละหลอด

151
00:10:00,226 --> 00:10:04,226
0.5 ลูกบาศก์เซนติเมตร เติทสารละลายไบยูเรต

152
00:10:04,227 --> 00:10:08,227
ปริมาตร 2.5 ลูกบาศก์เซนติเมตร ลงในหลอดทดลอง

153
00:10:08,228 --> 00:10:12,228
เขย่าให้เข้ากัน และตั้งทิ้งไว้ 30 นาที

154
00:10:12,228 --> 00:10:16,228
30 นาทีต่อมา

155
00:10:16,230 --> 00:10:20,230
สังเกตการเปลี่ยนแปลงสารละลาย

156
00:10:20,231 --> 00:10:24,231
ในแต่ละหลอดทดลอง พบว่า หลอดที่ 3

157
00:10:24,231 --> 00:10:28,231
มะพร้าวแก่ สารระลายเป็นสีส่วน หลอดที่ 4

158
00:10:28,233 --> 00:10:32,233
มันฝรั่งสารละลายเปลี่ยนเป็นสีม่วงอ่อน สารละลายที่ 5 ข้าวโพ

159
00:10:32,234 --> 00:10:36,234
สีม่วง หลอดที่ 6 ถั่วลิสง

160
00:10:36,235 --> 00:10:40,235
สารละลายเปลี่ยนเป็นสีม่วง หลอดที่ 7 สารละลายเปลี่ยนเป็นสีม่วง

161
00:10:40,237 --> 00:10:44,237

162
00:10:44,237 --> 00:10:48,237
การทดสอบลิพิด ทดสอบโดยใช้ชิ้นส่วนพืชที่ต้องการทดสอบบนกระดาษ

163
00:10:48,239 --> 00:10:52,239
สีขาวทึบแสง ผลการทดสอบ กระดาษจะ

164
00:10:52,240 --> 00:10:56,240
โปร่งแสง การทดสอบลิพิด ทำได้โดย

165
00:10:56,241 --> 00:11:00,241
ตัดชิ้นส่วนของพืชทดลอง มาถูกับกระดาษสีทึบแสง

166
00:11:00,242 --> 00:11:04,242
ผลการทดสอบลิพิด กระดาษจะเปลี่ยนไปเป็นลักษณะโปร่งแสง

167
00:11:04,244 --> 00:11:08,244
นำกระดาษขาว 1 แผ่น

168
00:11:08,245 --> 00:11:12,245
มาตีตารางให้ได้ 7-8 ช่องเท่ากัน

169
00:11:12,245 --> 00:11:16,245
นำน้ำเปล่า ซึ่งเป็น Negative Control มาถูกับกระดาษข่องที่ 1

170
00:11:16,248 --> 00:11:20,248
น้ำมันพืชซึ่งเป็น Positive Control มาถูกับกระดาษ

171
00:11:20,249 --> 00:11:24,249
ช่องที่ 2 ตัดชิ้นของมะพร้าวมาถูกับ

172
00:11:24,250 --> 00:11:28,250
ช่องที่ 3 ตัดชิ้นส่วนของมันฝรั่งมาถูกับ

173
00:11:28,250 --> 00:11:32,250
ช่องที่ 4 นำชิ้นส่วนของข้าวโพด

174
00:11:32,252 --> 00:11:36,252
มาถูกับกระดาษช่องที่ 5 นำถั่วลิสงมาวางลงบนกระดาษ

175
00:11:36,253 --> 00:11:40,253
ใช้สากตำ เพื่อบีบน้ำคั้นออกจากเมล็ด

176
00:11:40,254 --> 00:11:44,254
บนกระดาษช่องที่ 7 ทำเช่นเดียวกับถั่วลิสง

177
00:11:44,258 --> 00:11:48,258
ทิ้งไว้ให้แห้ง ผลการทดสอบ

178
00:11:48,260 --> 00:11:52,260
ลิพิด กระดาษจะเปลี่ยนไปเป็นมีลักษณะโปร่งแสง ดังนี้

179
00:11:52,261 --> 00:11:56,261
น้ำทึบแสง นำมันพืช โปร่งแสง

180
00:11:56,262 --> 00:12:00,262
มะพร้าวแก่โปร่งแสง มันฝรั่งทึบแสง

181
00:12:00,263 --> 00:12:04,263
ข้าวโพด ทึบแสง ถั่วลิสง โ)ร่งแส

182
00:12:04,265 --> 00:12:08,265
ถั่วเหลืองโปร่งแสง (ดร.สุนัดดา) เมื่อทำกิจกรรมเสร็จแล้ว

183
00:12:08,266 --> 00:12:12,266
เรามาตอบคำถามท้ายกิจกรรมกันค่ะ คำถามท้ายกิจกรรม

184
00:12:12,268 --> 00:12:16,268
มีทั้งหมด 3 ข้อดังนี้ค่ะ ข้อ  1

185
00:12:16,270 --> 00:12:20,270
ชิ้นส่วนของพืชแต่ละชนิดที่นำมาทดสอบ มี

186
00:12:20,271 --> 00:12:24,271
สารอาหารที่สะสมอยู่ในปริมาณที่แตกต่างกันหรือไม่

187
00:12:24,272 --> 00:12:28,272
ทราบได้อย่างไร ข้อ 2

188
00:12:28,272 --> 00:12:32,272
เพราะเหตุใดจึงต้องใช้แป้งมัน

189
00:12:32,274 --> 00:12:36,274
นมจืดและน้ำมันพืช ในการทดสอบแป้ง

190
00:12:36,275 --> 00:12:40,275
โปรตีน และลิพิดตามลำดับ

191
00:12:40,276 --> 00:12:44,276
ข้อ 3 เพราะเหตุใดมนการทดลองนี้

192
00:12:44,277 --> 00:12:48,277
จึงต้องใช้น้ำในการทดสอบด้วย

193
00:12:48,278 --> 00:12:52,278
นักเรียนสามารถกดพัก เพื่อ

194
00:12:52,280 --> 00:12:56,280
ตอบคำถามท้ายกิจกรรม และเมื่อตอบคำถามเสร็จแล้ว

195
00:12:56,282 --> 00:13:00,282
ก็กดเล่นต่อ เพื่อมาดูคำตอบค่ะ

196
00:13:00,283 --> 00:13:04,283
เฉลายคำถามท้ายกิจกรรม

197
00:13:04,284 --> 00:13:08,284
คำถามข้อแรกนะคะ ชิ้นส่วนของพืชแต่ละชนิดที่

198
00:13:08,286 --> 00:13:12,286
นำมาทดสอบมีสารอาหารที่สะสมอยู่ในปริมาณที่แตกต่างกัน

199
00:13:12,287 --> 00:13:16,287
หรือไม่ ทราบได้อย่างไร

200
00:13:16,288 --> 00:13:20,288
แตกต่างกันค่ะ เนื่องจากพืชที่นำมาทดสอบ

201
00:13:20,290 --> 00:13:24,290
มีน้ำหนักเท่ากันทุกตัวอย่าง จึงสามารถเปรียบเทียบ

202
00:13:24,291 --> 00:13:28,291
ปริมาณของสารอาหารที่สะสมในแต่ละตัวอย่างพืชได้

203
00:13:28,292 --> 00:13:32,292
โดยประมาณ ซึ่งพิจารณาจากสี

204
00:13:32,293 --> 00:13:36,293
ที่เปลี่ยนแปลง ถ้าความเข้มของสีมาก

205
00:13:36,295 --> 00:13:40,295
แสดงว่ามีปริมาณสารอาหารของประเภทนั้น

206
00:13:40,296 --> 00:13:44,296
แต่การทดสอบอาจจะให้ผลที่แตกต่างกันนะคะ

207
00:13:44,297 --> 00:13:48,297
ขึ้รนกับตัวอย่างพืชที่เรานำมาใช้ในการทดสอบค่ะ

208
00:13:48,299 --> 00:13:52,299
คำถามข้อ 2 นะคะ เพราะเหตุใด

209
00:13:52,303 --> 00:13:56,303
จึงต้องใช้แป้งมัน นมจืด และน้ำมันพืช

210
00:13:56,303 --> 00:14:00,303
ในการทดสอบแป้ง โปรตีน และลิพิด ตามลำดับ

211
00:14:00,305 --> 00:14:04,305
นั่นก็เพราะว่าการใช้

212
00:14:04,306 --> 00:14:08,306
น้ำแป้งมัน นมจืด และน้ำมันพืช เป็นการ

213
00:14:08,307 --> 00:14:12,307
ทำ Positive Control

214
00:14:12,308 --> 00:14:16,308
ตัวอย่างพืชแต่ละชนิดว่ามีแป้ง โปรตีน และลิพิด

215
00:14:16,309 --> 00:14:20,309
ตรามลำดับ คำถามข้อที่ 3 นะคะ

216
00:14:20,311 --> 00:14:24,311
เพราะเหตุใดในการทดลองนี้ จึงต้องใช้น้ำ

217
00:14:24,313 --> 00:14:28,313
ในการทดสอบด้วย นั่นก็เพราะว่าการใช้น้ำ

218
00:14:28,314 --> 00:14:32,314
เพื่อเป็น Negative Control ทำให้เปรียบเทียบได้ว่า

219
00:14:32,315 --> 00:14:36,315
ผลการทดสอบที่ได้ ควรจะเป็นเช่นใด หากไม่มี

220
00:14:36,318 --> 00:14:40,318
สารอาหารประเภทนั้น ๆ ในตัวอย่าง

221
00:14:40,319 --> 00:14:44,319
ที่เรานำใช้ในการทดสอบค่ะ นักเรียนคิดว่า

222
00:14:44,320 --> 00:14:48,320
สารอินทรีย์ต่าง ๆ ที่พืชสร้างและสะสมอยู่ตามส่วนต่าง ๆ

223
00:14:48,321 --> 00:14:52,321
ของพืชนั้น มาจากไหน พืชจะนำ

224
00:14:52,322 --> 00:14:56,322
น้ำตาลที่ได้จากการสังเคราะห์ด้วยแสง และธาตุอาหาร

225
00:14:56,324 --> 00:15:00,324
ต่าง ๆ มาใช้ในการสร้างสารอินทรีย์

226
00:15:00,325 --> 00:15:04,325
โดยน้ำตาลที่พืชสร้างขึ้นนี่จะผ่านปฏิกิริยาหลาย

227
00:15:04,326 --> 00:15:08,326
ขั้นตอน ได้เป็นคาร์โบไฮเดรต ฃ

228
00:15:08,327 --> 00:15:12,327
ไว้ตามส่วนต่าง ๆ ของพืช เช่น

229
00:15:12,328 --> 00:15:16,328
สะสมน้ำตาลในอ้อย และผลไม้

230
00:15:16,329 --> 00:15:20,329
หรือสะสมไว้ในรูปแป้ง เช่น ในข้าวหรือ

231
00:15:20,330 --> 00:15:24,330
ข้าวโพด นอกจากนี้ น้ำตาลที่พืช

232
00:15:24,330 --> 00:15:28,330
สร้างขึ้น อาจถูกนำมาใช้ในการสร้างสารประเภทอื่น ๆ

233
00:15:28,332 --> 00:15:32,332
เช่น โปรตีนในเมล็ดถั่ว

234
00:15:32,333 --> 00:15:36,333
ลิพิดในเมล็ดทานตะวันและมะพร้าว

235
00:15:36,334 --> 00:15:40,334
และผลนิวคลีอิก

236
00:15:40,336 --> 00:15:44,336
ส่วนใหญ่อยู่ในนิวเครียส พบมากในบริเวณ

237
00:15:44,338 --> 00:15:48,338
ที่มีการแบ่งเซลล์ เช่น บริเวณปลายยอดพืช

238
00:15:48,339 --> 00:15:52,339
จากคำถามที่ครูถามไว้ในตอนแรกนะคะ

239
00:15:52,341 --> 00:15:56,341
ว่าถ้าเรารับประทานอาหารเจ จะได้รับ

240
00:15:56,344 --> 00:16:00,344
สารอาหารครบหรือไม่ เมื่อเรียนจบแล้ว

241
00:16:00,346 --> 00:16:04,346
เราก็น่าจะตอบคำถามนี้กันได้แล้วนะคะ

242
00:16:04,347 --> 00:16:08,347
ในกรณีที่รับประทานอาหารเจ เราจะได้รับสารอาหารต่าง ๆ

243
00:16:08,348 --> 00:16:12,348
ครบถ้วสน แต่เนื่องจากพืชแต่ละชนิด

244
00:16:12,351 --> 00:16:16,351
จะสะสมสารอาหารต่าง ๆ ในปริมาณ

245
00:16:16,352 --> 00:16:20,352
ที่แตกต่างกัน ดังนั้น เราจึงเลือกรับประทานอาหารเจ

246
00:16:20,352 --> 00:16:24,352
ที่ผลิตจากวัตถุดิบที่หลากหลาย เพื่อ

247
00:16:24,353 --> 00:16:28,353
ให้ได้รับสารอาหารในปริมาณที่เหมาะสม และได้ตร

248
00:16:28,354 --> 00:16:32,354
ต่อความต้องการค่ะ

249
00:16:32,354 --> 00:16:36,354
3.1.2 สารอินทรีย์ที่ไม่จำเป็นต่อการเจริญเติบโต

250
00:16:36,356 --> 00:16:40,356
ของพืชโดยตรง สารอินทรีย์บางชนิด

251
00:16:40,357 --> 00:16:44,357
ไม่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืชโดยตรง แต่

252
00:16:44,359 --> 00:16:48,359
มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของพืช

253
00:16:48,360 --> 00:16:52,360
เช่น เพิ่มโอกาสในการมีชีวิตรอด

254
00:16:52,363 --> 00:16:56,363
และแพร่กระจายพันธุ์ได้ดี ซึ่งสารอินทรีย์

255
00:16:56,364 --> 00:17:00,364
เหล่านี้พบได้ในพืชต่างชนิดกัน

256
00:17:00,365 --> 00:17:04,365
สารอินทรีย์เหล่านี้

257
00:17:04,366 --> 00:17:08,366
มีประโยชน์ต่อการดำรงชีวิตของพืชอย่างไร

258
00:17:08,367 --> 00:17:12,367
ศึกษาได้จากตัวอย่างต่อไปนี้ค่ะ รูปล่างนะคะ เป็น

259
00:17:12,368 --> 00:17:16,368
ดอกบัว ดอกไม้บางชนิด มีสี หรือกลิ่น

260
00:17:16,370 --> 00:17:20,370
หอม เพื่อล่อแมลงให้มาผสมเกสร

261
00:17:20,372 --> 00:17:24,372
รูปที่ 2 เป็นต้นยางพารา น้ำยางพารา

262
00:17:24,373 --> 00:17:28,373
สามารถช่วยปิดแผล และกระตุ้นการเจริญเติบโตของ

263
00:17:28,374 --> 00:17:32,374
เปลืออก เมื่อเปลือกนั้นถูกกรีดค่ะ

264
00:17:32,377 --> 00:17:36,377
นอกจากนี้แล้วยังช่วยป้องกันจุลินทรีย์

265
00:17:36,378 --> 00:17:40,378
ที่อาจจะเข้ามาทางบาดแผลได้ด้วย รูปที่ 3

266
00:17:40,379 --> 00:17:44,379
คือ มะละกอ ยางมะละกอมีสารที่ช่วยป้องกันแมลงศัตรู

267
00:17:44,380 --> 00:17:48,380
พืช รวมทั้งป้องกันจุลินทรีย์บางชนิดได้

268
00:17:48,382 --> 00:17:52,382
บางชนิดได้ ส่วนรูปสุดท้ายนี้ คือ กาแฟ

269
00:17:52,383 --> 00:17:56,383
คาเฟอีนจากกาแฟ สามารถยับยั้ง

270
00:17:56,384 --> 00:18:00,384
การเจริญเติบโตของจุลินทรีย์บางชนิดได้

271
00:18:00,385 --> 00:18:04,385
ในปัจจุบัน สารอินทรีย์กลุ่มนี้ ถูกนำ

272
00:18:04,386 --> 00:18:08,386
ไปใช้ประโยชน์มากมาย ยกตัวอย่าง คือ น้ำยางพารา

273
00:18:08,387 --> 00:18:12,387
ที่ถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมหลากหลาย

274
00:18:12,388 --> 00:18:16,388
เช่น อุตสาหกรรมยางรถยนต์

275
00:18:16,389 --> 00:18:20,389
ถุงมือยาง รองเท้ายาง

276
00:18:20,390 --> 00:18:24,390
และยางรัด หลังจากที่เรียนจบไปแล้วนะคะ

277
00:18:24,391 --> 00:18:28,391
เราก็มาสู่ช่วงสรุปเนื้อหาภายในบทเรียน

278
00:18:28,392 --> 00:18:32,392
พืชสร้างน้ำตาลจากการสังเคราะห์ด้วยแสง โดยน้ำตาล

279
00:18:32,393 --> 00:18:36,393
ที่สร้างขึ้นนี้ จะถูกนำไปใช้การหายใจระดับเซลล์

280
00:18:36,394 --> 00:18:40,394
ระดับเซลล์เพื่อให้ได้เป็นพลังงานที่ใช้ในกิจกรรมต่าง ๆ

281
00:18:40,396 --> 00:18:44,396
และใช้เป็นแหล่งคาร์บอน

282
00:18:44,397 --> 00:18:48,397
นำไปใช้ในการสังเคราะห์สารอินทรีย์และการเจริญเติบโต

283
00:18:48,398 --> 00:18:52,398
สารอินทรีย์ที่พืชสร้างขึ้น มี

284
00:18:52,400 --> 00:18:56,400
มีทั้งที่เป็นสารอินทรีย์ที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช

285
00:18:56,401 --> 00:19:00,401
โดยตรง และสารอินทรีย์ที่

286
00:19:00,402 --> 00:19:04,402
ไม่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืชโดยตรง

287
00:19:04,403 --> 00:19:08,403
สารอินทรีย์ที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืชโดยตรง

288
00:19:08,404 --> 00:19:12,404
พบได้ในพืชทุกชนิด สารเหล่านี้ เช่น

289
00:19:12,405 --> 00:19:16,405
คาร์โบรไฮเดรต

290
00:19:16,407 --> 00:19:20,407
กรดนิวคลิอิก กรดแอมิโน วิตามิน

291
00:19:20,409 --> 00:19:24,409
คลอโรฟิล และฮอร์โมนพืช

292
00:19:24,411 --> 00:19:28,411
สารอินทรีย์ที่ไม่จำเป็นต่อการเจริญเติบโต

293
00:19:28,411 --> 00:19:32,411
ของพืชโดยตรง พบได้ในพืชบางชนิด

294
00:19:32,412 --> 00:19:36,412
ช่วยให้พืชมีโอกาสรอดชีวิตเพิ่มขึ้น หรือ

295
00:19:36,414 --> 00:19:40,414
ช่วยในการแพร่กระจายพันธุ์ได้ดีขึ้น

296
00:19:40,417 --> 00:19:44,417
กลุ่มนี้มาใช้ประโยชน์หลากหลาย เช่น

297
00:19:44,418 --> 00:19:48,418
ผลิตภัณฑ์จากยางพารา และสารออกฤทธิ์

298
00:19:48,419 --> 00:19:52,419
ทางชีวภาพที่ใช้เป็นยา สำหรับคลิปนี้

299
00:19:52,419 --> 00:19:56,419
ก็ขอจบการสอนแต่เพียงเท่านี้ และพบกัน

300
00:19:56,421 --> 00:20:00,421
ในคลิปถัดไป เรื่อง ปัจจัยบางประการ

301
00:20:00,422 --> 00:20:04,422
ที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของพืช

302
00:20:04,422 --> 00:20:08,422
สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี]

303
00:20:08,424 --> 00:20:12,424

304
00:20:12,425 --> 00:20:16,425

305
00:20:16,426 --> 00:20:20,426

306
00:20:20,428 --> 00:20:24,428

307
00:20:24,435 --> 00:20:28,435

308
00:20:28,437 --> 00:20:31,437

309
00:20:32,438 --> 00:20:35,438

310
00:20:36,440 --> 00:20:36,441

311
00:20:40,442 --> 00:20:40,446


