﻿1
00:00:19,052 --> 00:00:22,223
[เสียงดนตรี] (ดร.สุนัดดา) พบกับครูสุนัดดาอีกครั้งหนึ่งนะคะ วันนี้เราจะเรียนกันในตอน

2
00:00:22,223 --> 00:00:26,223
ปัจจัยบางประการที่มีผลต่อสารอินทรีย์ในพืช

3
00:00:30,584 --> 00:00:34,584
ตอน 2 ซึ่งเนื้อหาจะเป็นปัจจัยภายในนะคะ เรื่องเกี่ยวกับฮอร์โมนพืช 5 ชนิดค่ะ แต่

4
00:00:37,071 --> 00:00:40,154
สำหรับคลิปนี้เราจะเรียน 3 ชนิดกันก่อนนะคะ ก็คือออกซิน

5
00:00:40,154 --> 00:00:43,093
ไซโทไคนิน และจิบเบอเรลลินค่ะ สำหรับพืช

6
00:00:43,093 --> 00:00:47,093
อีก 2 ชนิดเราจะเรียนกันในคลิปถัดไปนะคะ มีจุดประสงค์การเรียนรู้ดังนี้ค่ะ ก็คือสืบค้น

7
00:00:53,551 --> 00:00:57,551
สารเกี่ยกับการควบคุมการเจริญเติบโตของพืช ที่มนุษย

8
00:00:58,952 --> 00:01:02,117
์เพื่อใช้ในการเกษตร เพื่อเพิ่มผลิตของพืช

9
00:01:02,117 --> 00:01:06,117
และนำเสนอข้อมูลในรูปแบบต่าง ๆ ค่ะ ที่บ้านของนักเรียนปลูกต้นมะม่วงไว้บ้างไหมคะ หรือเคยเห็นต้นมะม่วง

10
00:01:10,336 --> 00:01:14,336
มาบ้างหรือเปล่า ต้นมะม่วงที่นักเรียนเคยเห็น มีลักษณะต้นแบบในรูปนี้หรือไม่ อย่างไร

11
00:01:16,054 --> 00:01:18,661
ต้นมะม่วงบางต้นที่นักเรียนปลูกไว้ที่บ้านนะคะ หรือว่า

12
00:01:18,661 --> 00:01:22,661
ที่เคยเห็นมาก่อน อาจจะมีต้นที่สูงมาก ทำให้เมื่อ

13
00:01:24,015 --> 00:01:28,015
มะม่วงออกผลนี่ค่ะ เราสามารถเก็บผลมะม่วงได้ลำบากนะคะ แต่ต้นมะม่วงบางต้นค่ะ จะมีลักษณะ

14
00:01:34,727 --> 00:01:38,727
เหมือนกับในรูปนี้นะคะ ก็คือต้นไม่สูงมาก แล้วมีทรงพุ่มกว้างค่ะ ในการปลูกมะม่วง

15
00:01:42,975 --> 00:01:46,975
นะคะ นอกจากเราจะควบคุมปัจจัยภายนอกที่เราเรียนมาแล้ว ในคลิปที่แล้วนะคะ เช่น แสง น้ำ และ

16
00:01:49,287 --> 00:01:53,287
ธาตุอาหาร ก็อาจจะมีการตัดยอดนะคะ เพื่อจะให้ต้นมะม่วงนี่คะ แตกตาข้างมากขึ้น

17
00:01:58,981 --> 00:02:02,981
ทำให้เกิดกิ่งข้างมากขึ้น เป็นการเพิ่มผลผลิต แล้วก็ควบคุมพุ่มค่ะ

18
00:02:05,046 --> 00:02:09,046
ถ้าให้ต้นมะม่วงที่เราปลูกนี่นะคะ ไม่สุกมาก เก็บผลผลิตสะดวก นอกจากต้นมะม่วงแล้ว

19
00:02:13,042 --> 00:02:17,042
เรายังสามารถตัดยอดพืชอื่น ๆ เพื่อควบคุมทรงพุ่มได้เช่นกันค่ะ

20
00:02:19,974 --> 00:02:20,088
อย่างเช่น มะนาว ทุเรียน เงาะ แล้วก็มังคุด

21
00:02:20,088 --> 00:02:24,088
นักเรียนคิดว่าเพราะเหตุใด

22
00:02:29,778 --> 00:02:33,070
การตัดยอดพืช จึงส่งผลต่อการเจริญเติบโต และการ

23
00:02:33,070 --> 00:02:35,684
ให้ผลผลิตของพืชได้ เดี๋ยวเรามาเรียนพร้อมกันเลยนะคะ

24
00:02:35,684 --> 00:02:39,684
3.2.2 ปัจจัยภายใน จากวิดีโอคลิปที่แล้ว นักเรียน

25
00:02:42,444 --> 00:02:45,489
ได้เรียนมาแล้ว ว่าปัจจัยภายนอกมีผลต่อการเจริญเติบโตของพืช

26
00:02:45,489 --> 00:02:49,489
นอกจากปัจจัยภายนอกที่พืชได้รับ

27
00:02:53,177 --> 00:02:57,177
จากสภาพแวดล้อมแล้ว ยังมีปัจจัยภายใน ที่กำหนดให้พืชแต่ละชนิด มีการเจริญเติบโตที่แตกต่างกัน

28
00:03:03,000 --> 00:03:07,000
ปัจจัยภายในดังกลางเป็นสารควบคุมการเจริญเติบโตของพืช หรือ Plant Growth

29
00:03:09,910 --> 00:03:13,910
Regulator ซึ่งพืชสร้างไว้ในเซลล์ เรียก "ฮอร์โมน

30
00:03:15,001 --> 00:03:16,336
" พืชจะสร้างฮอร์โมนเหล่านี้ ในปริมาณน้อยที่แหล่งสร้างและลำเลียงไป

31
00:03:16,336 --> 00:03:20,336
ตามตำแหน่งต่าง ๆ ภายในต้นพืช

32
00:03:23,349 --> 00:03:27,349
มีผลควบคุมกระบวนการต่าง ๆ ในการเจริญ

33
00:03:28,374 --> 00:03:32,374
เติบโตของพืช ฮอร์โมนมี 5 กลุ่มหลัก

34
00:03:34,798 --> 00:03:36,003
คือ ออกซิน โซไทไคนิน จิบเบอเรลลิน เอทิลีน และ

35
00:03:36,003 --> 00:03:40,003
กรดแอบไซซิก ในปัจจุบันนี้นะคะ มนุษย์สังเคราะห์สาร

36
00:03:43,459 --> 00:03:46,093
หลายชนิด ซึ่งมีผลควบคุมการเจริญเติบโต

37
00:03:46,093 --> 00:03:47,208
เช่นเดียวกับฮอร์โมนพืช ซึ่งจัดเป็น

38
00:03:47,208 --> 00:03:51,208
สารควบคุมการเจริญเติบโต เพื่อใช้ประโยชน์

39
00:03:57,939 --> 00:04:01,939
ทางการเกษตร เช่น สารเร่งราก สารเพิ่มการติดดอกและผล โดยจะต้องให้สารสังเคราะห์

40
00:04:04,380 --> 00:04:05,314
เหล่านี้แก่พืชในปริมาณที่เหมาะสม นักเรียน

41
00:04:05,314 --> 00:04:09,314
คิดว่าฮอร์โมนพืชแต่ละชนิด มีผลต่อการเจริญเติบโต

42
00:04:13,526 --> 00:04:17,526
ของพืชแตกต่างกันอย่างไร และมีการนำสารควบคุมการเจริญเติบโตเหล่านี้ ไปใช้ประโยชน์อย่างไรบ้าง

43
00:04:21,950 --> 00:04:25,950
เดี๋ยวเราจะมาเรียนพร้อมกันเลยนะคะ ออกซิน

44
00:04:26,082 --> 00:04:29,287
ออกซินเป็นฮอร์โมนพืชชนิดแรกที่มีการค้นพบ

45
00:04:29,287 --> 00:04:33,287
มีบทบาทการสำคัญในการกระตุ้นการยืดตัวของเซลล์

46
00:04:33,452 --> 00:04:37,136
นอกจากนี้แล้วยังมีบทบาทในด้านอื่น ๆ อีก

47
00:04:37,136 --> 00:04:41,136
นะคะ เช่น ยับยั้งการเจริญของตาข้าง

48
00:04:44,291 --> 00:04:47,942
โดยทำงานร่วมกับฮอร์โมนกรดไซโทไคนิน

49
00:04:47,942 --> 00:04:51,942
ส่งเสริมเจริญของราก กระตุ้นการเจริญของผล

50
00:04:53,293 --> 00:04:57,293
และชะลอการหลุดร่วงของใบ นักเรียนเคยปลูกพืช แล้วนำไปไว้ที่ริมหน้าต่าง

51
00:05:01,765 --> 00:05:05,765
หรือว่าริมระเบียงบ้านหรือไม่คะ แล้วเคยสังเกตไหมคะ ว่าต้นพืชของนักเรียนมีลักษณะอย่างไร

52
00:05:05,982 --> 00:05:09,982
ถ้านักเรียนเคยปลูกพืชนะคะ อย่างเช่น มะเขือเทศ

53
00:05:11,337 --> 00:05:15,337
หรือทานตะวัน และให้ได้รับแสงตามปกติ

54
00:05:15,508 --> 00:05:16,789
ลำต้นจะตั้งตรง แล้วก็สูงขึ้นไปทาง

55
00:05:16,789 --> 00:05:20,789
ด้านบนนะคะ แต่ว่าถ้าเรานำต้นไม้นี้ไปไว้ตรง

56
00:05:24,669 --> 00:05:28,323
หน้าต่างหรือริมระเบียงค่ะ นักเรียนเคยสังเกตไหมคะ ว่าต้นไม้ของน

57
00:05:28,323 --> 00:05:32,323
ักเรียน จะมีลักษณะที่แตกต่างจากเดิมไป

58
00:05:34,163 --> 00:05:38,163
ยอดของพืชเหล่านั้นนะคะ จะโค้งเข้าหาแสงเสมอ จากในรูปนี้นะคะ เป็นต้นทานตะวันค่ะ

59
00:05:41,981 --> 00:05:45,981
ถ้าสังเกตที่ปลายยอดนะคะ จะเห็นว่ามีการโค้งเข้าหาแสงค่ะ เพราะว่าตอนที่

60
00:05:47,619 --> 00:05:50,277
ครูปลูกต้นทานตะวันนี้นะคะ ครูนำไปไว้ที่ริมระเบียงค่ะ

61
00:05:50,277 --> 00:05:54,277
เดี๋ยวเรามาศึกษากันนะคะ ว่า

62
00:05:54,922 --> 00:05:58,922
ปลายยอดพืชโค้งเข้าหาแสงได้อย่างไร การที่ปลายยอดพืชโค้งเข้าหาแสง

63
00:06:03,235 --> 00:06:05,753
ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอก ที่มากระตุ้น  เป็นผล

64
00:06:05,753 --> 00:06:09,753
จากออกซิน ซึ่งเป็นปัจจัยภายใน

65
00:06:10,574 --> 00:06:14,574
โดยปกติแล้ว พืชจะสร้างออกซินมาก บริเวณปลายยอด

66
00:06:19,084 --> 00:06:21,813
และใบอ่อน มันถมีแสงส่องไปยังปลายยอด

67
00:06:21,813 --> 00:06:25,783
จากด้านใดด้านหนึ่งของปลายยอด จากในรูปนี้นะคะ แสงส่องมาจากด้านนี้ค่ะ

68
00:06:25,783 --> 00:06:29,783
ด้านที่ได้รับแสงน้อยจะมีการสะสมออกซิน

69
00:06:34,172 --> 00:06:36,914
แสงมาก  นักเรียนสามารถศึกษาได้จากภาพที่ขยาย

70
00:06:36,914 --> 00:06:40,914
ตรงนี้นะคะ ฝั่งนี้ คือ ด้านที่ได้รับแสงน้อย

71
00:06:41,002 --> 00:06:45,002
ส่วนด้านนี้ คือ ด้านที่ได้รับแสงน้อยค่ะ

72
00:06:45,470 --> 00:06:45,978
ด้านที่ได้รับแสงน้อยจ ะมีการสะสมออกซิน

73
00:06:45,978 --> 00:06:49,978
มากกว่าด้านที่ได้รับแสงมาก ออกซินสามารถ

74
00:06:52,261 --> 00:06:52,956
กระตุ้นการยืดตัวของเซลล์ ทำให้ด้านที่ได้รับแสงน้อย

75
00:06:52,956 --> 00:06:56,781
ซึ่งมีการสะสมออกซินมาก มีการยืดตัว

76
00:06:56,781 --> 00:07:00,362
และขยายตัวมากกว่าด้านที่ได้รับแสงมาก จึง

77
00:07:00,362 --> 00:07:04,362
เกิดการโค้งงอของปลายยอดเข้าหาแสงเสมอ

78
00:07:10,405 --> 00:07:11,675
สารสังเคราะห์ที่มีสมบัติคล้ายออกซิน เช่น IBA

79
00:07:11,675 --> 00:07:12,280
indolebutyric acid NAA

80
00:07:12,280 --> 00:07:16,280
naphthaleneacetic acid มีการนำมาใช้

81
00:07:17,411 --> 00:07:21,411
เพื่อเร่งการเกิดรากของกิ่งตอนหรือกิ่งปักชำ

82
00:07:25,874 --> 00:07:29,874
ในรูปนี้นะคะ คือ การปักชำกิ่งโมก โดยใช้สารสงเคราะห์ที่คล้ายสารออซิน

83
00:07:34,267 --> 00:07:38,267
เพื่อเร่งเจริญของรากค่ะ ทางด้านซ้ายมีนี้ค่ะ จะเป็นก่อนปักชำกิ่งนะคะ ซึ่ง

84
00:07:41,507 --> 00:07:43,111
จะเป็นหลังปักชำค่ะ ซึ่งถ้าเราดู

85
00:07:43,111 --> 00:07:45,995
นะคะ  กิ่งนี้ค่ะ จะไม่มีการใช้สาร ส่วนกิ่งนี้จะมีการใช้สาร

86
00:07:45,995 --> 00:07:48,370
เมื่อนำไปปักชำแล้วนะคะ จะเห็นว่ากิ่งที่

87
00:07:48,370 --> 00:07:52,370
ไม่มีการใช้สาร จะไม่มีรากงอกออกมาค่ะ ซึ่ง

88
00:07:59,108 --> 00:07:59,182
ที่มีการใช้สารสังเคราะห์ที่มีสมบัติคล้ายออกซิน

89
00:07:59,182 --> 00:08:03,182
จะเห็นว่าจะมีรากงอกออกมาจากกิ่งค่ะ

90
00:08:04,570 --> 00:08:08,467
สารสังเคราะห์ที่มีสมบัติคล้ายสารออกซิน ยังสามารถ

91
00:08:08,467 --> 00:08:12,324
ใช้กระตุ้นให้พืชบางชนิดติดผล โดยไม่ต้องมีการ

92
00:08:12,324 --> 00:08:16,324
ปฏิสนธิได้ด้วยค่ะ เช่น องุ่น แตงโม

93
00:08:18,679 --> 00:08:22,679
สตรอเบอร์รี มะเขือเทศ ซึ่งทำให้ได้ผล

94
00:08:23,065 --> 00:08:27,065
ที่ไม่มีเมล็ด นอกจากนี้แล้วพืชที่ได้รับสารสังเคราะห์ที่มีสมบัติมากเกินไป

95
00:08:27,601 --> 00:08:28,727
จะมีผลยับยั้งการเจริญเติบโต  ดังนั้น จึงมีการใช้สารกลุ่ม

96
00:08:28,727 --> 00:08:32,727
ี้ นี้ เพื่อกำจัดวัชพืช

97
00:08:39,122 --> 00:08:43,122
ช่วงชวนคิดครูมีคำถามถามนักเรียน 1 คำถามนะคะ นั่นก็คือ สารที่มีสมบัติ่วงชวนคิดครูมีคำถามถามนักเรียน 1 คำถามนะคะ นั่นก็คือ สารที่มีสมบัติ

98
00:08:45,731 --> 00:08:45,939
คล้ายฮอร์โมนพืช จัดเป็นปัจจัยภายนอกหรือปัจจัย

99
00:08:45,939 --> 00:08:49,939
ภายใน ครูจะให้เวลานักเรียนคิด 10 วินาทีค่ะ

100
00:08:52,765 --> 00:08:56,765
แล้วเดี๋ยวเรามาดูเฉลยพร้อมกันนะคะ

101
00:08:57,340 --> 00:09:01,340
เป็นอย่างไรบ้างคะ น่าจะตอบกันได้

102
00:09:05,723 --> 00:09:09,723
นั่นก็คือออกซินที่สร้างขึ้นภายในพืช เป็นปัจจัย

103
00:09:10,804 --> 00:09:14,322
ภายใน เพราะพืชสร้างขึ้นเอง

104
00:09:14,322 --> 00:09:14,782
เพื่อใช้ในกระบวนการต่าง ๆ ภายในเซลล์ แต่ใน

105
00:09:14,782 --> 00:09:18,782
ทางการเกษตร ที่มีการนำสารสังเคราะห์

106
00:09:23,418 --> 00:09:27,418
ที่มีสมบัติคล้ายออกซินมาใช้นะคะ เป็นการให้จากภายนอก พืชต้องลำเลียงสารดังกล่าว

107
00:09:33,475 --> 00:09:37,475
เข้าสู่ภายในต้นพืช ดังนั้น จึงจัดว่าสารควบคุมการเจริญเติบโตเหล่านี้เป็น

108
00:09:43,150 --> 00:09:47,150
ภายนอกค่ะ ไซโทไคนิน ไซโทไคนินเป็นฮอร์โมนพืชอีกชนิดหนึ่ง ซึ่ง

109
00:09:50,801 --> 00:09:54,801
มีบทบาทสำคัญเกี่ยวกับการแบ่งเซลล์หรือการเปลี่ยนสภาพของเซลล์ นอกจากนี้

110
00:09:55,883 --> 00:09:59,421
ยังมีบทบาทเกี่ยวข้องอีกหลายกระบวนการในพืชด้วยค่ะ

111
00:09:59,421 --> 00:10:03,041
นักเรียนเคยทานผักชนิดนี้ไหมคคะ

112
00:10:03,041 --> 00:10:05,422
นี่คือผักหวานป่าค่ะ เกษตรกรจะปลูกต้น

113
00:10:05,422 --> 00:10:09,422
ผักหวานป่า แล้วตัดยอดพืชนะคะ

114
00:10:10,955 --> 00:10:11,589
เพื่อให้เกิดการแตกกิ่งข้างมากมาย สามารถเก็บรับประทานได้เรื่อย ๆ

115
00:10:11,589 --> 00:10:15,589
นอกจากผักหวานป่าแล้วนะคะ

116
00:10:18,147 --> 00:10:22,147
ก็ยังมีพืชอื่น ๆ อีก ที่สามารตัดยอดเพื่อให้แตกกิ่งข้างได้

117
00:10:22,445 --> 00:10:26,445
เช่น กะเพรา โพระพา

118
00:10:31,166 --> 00:10:33,437
และกระถิน จากรูปนี้นะคะ จะเป็นการแตกยอดของกะเพรา

119
00:10:33,437 --> 00:10:37,437
เพื่อให้ตัดกิ่งมากขึ้น ซึ่งจะตัดบริเวณปลาย

120
00:10:39,010 --> 00:10:39,833
บริเวณนี้ค่ะ เมื่อเวลาผ่านไป สังเกตดูจากตรงนี้นะคะ เมื่อขยาย  จะเห็นว่า

121
00:10:39,833 --> 00:10:42,806
บริเวณที่เคยเป็นตาข้างนี้ค่ะ ก็จะ

122
00:10:42,806 --> 00:10:46,806
เจริญขึ้นนะคะ และหลังจากนั้น

123
00:10:51,796 --> 00:10:53,920
ตาข้างนั้น ก็จะเจริญเป็นกิ่งต่อไปค่ะ นักเรียนคิดว่าเพราะเหตุใด

124
00:10:53,920 --> 00:10:57,920
เมื่อมีการตัดหรือเด็ดปลายยอดพืชออก

125
00:10:58,298 --> 00:11:02,298
จึงทำให้มีตาข้างเกิดขึ้นได้ การเจริญขึ้น

126
00:11:03,461 --> 00:11:07,461
ของตาข้าง เป็นผลจากการทำงานของ

127
00:11:08,960 --> 00:11:10,792
ออกซินและไซโทไคนิน ไซโทไคนินมีแหล่งสร้างหลักอยู่

128
00:11:10,792 --> 00:11:14,792
ที่ปลายราก และจะถูกลำเลียงไปส่วนอื่น ๆ

129
00:11:19,182 --> 00:11:23,182
ของพืช ถ้าเราดูแถบสีน้ำเงินนี้นะคะ จะเห็นว่าแถบสีเข้มค่ะ ทาน

130
00:11:24,770 --> 00:11:28,770
มีปริมาณไซโทไคนิน ที่มีปริมาณมากนะคะ เมื่อใกล้บริเวณปลายราก และจะมีปริมาณน้อยลงนะคะ

131
00:11:30,650 --> 00:11:31,734
เมื่อใกล้สู่ปลายยอดค่ะ ส่วนออกซิน

132
00:11:31,734 --> 00:11:35,734
ที่บริเวณปลายยอด จะมีความเข้มข้นสูง

133
00:11:40,833 --> 00:11:44,833
ซึ่งจะค่อย ๆ ลดลงนะคะ เมื่อใกล้สู่ปลายรากค่ะ เมื่อเปรียบเทียบกันแล้วนะคะ ก็จะเห็น

134
00:11:46,296 --> 00:11:49,415
ว่าบริเวณใกล้ยอดจึงมีปริมาณออกซิน

135
00:11:49,415 --> 00:11:53,360
สูงกว่าไซโทไคนินค่ะ ทำให้

136
00:11:53,360 --> 00:11:57,360
มีผลยับยั้งการเจริญของตาข้าง ตาจึงไม่เจริญ

137
00:12:01,677 --> 00:12:02,248
ที่บริเวณดังกล่าว แต่ว่าเมื่อมีการตัด

138
00:12:02,248 --> 00:12:05,022
ปลายยอดนะคะ จะเป็นการแหล่งสร้างหลักของออกซิน

139
00:12:05,022 --> 00:12:09,022
ปริมาณของออกซินจึงลดลง ท

140
00:12:15,073 --> 00:12:19,073
ำให้อัตราส่วนของออกซินต่อไซโทไคนินลดลงที่บริเวณดังกล่าว เป็นผลทำให้ตาข้างเจริญได้ค่ะ

141
00:12:19,498 --> 00:12:23,498
นักเรียนสามารถสังเกตได้ว่าในรูปแรกนี้นะคะ ก่อนที่จะมีการตัดปลายยอดจะมี

142
00:12:29,455 --> 00:12:33,455
ขนาดเล็กค่ะ แต่ว่าเมื่อมีการตัดปลายยอดแล้ว ตาข้างจะมีการเจริญมากขึ้นะคะ แล้วก็สุดท้ายจะพัฒนา

143
00:12:35,868 --> 00:12:39,868
กลายเป็นกิ่งค่ะ ไซไทไคนิน กับการนำไปใช้ สารสังเคราะห์ที่มีสมบัติ

144
00:12:43,856 --> 00:12:47,856
คล้ายไซโทไคนิน เช่น BA 6-benzylamino acid purine TDZ

145
00:12:48,538 --> 00:12:51,549
thidiazuron มีการนำมาใช้

146
00:12:51,549 --> 00:12:55,549
เพื่อช่วยเร่งการแตกข้างของพืช

147
00:13:02,978 --> 00:13:06,978
ควบคุมทรงพุ่มของไม้ดอกไม้ประดับและไม้ผลบางชนิด และมีการนำมาใช้ เพื่อกระตุ้น

148
00:13:07,513 --> 00:13:10,024
เพาะเลี้ยงเนื้อเยื้อพืช ในรูปที่เห็นนี้นะคะ เป็นการกระตุ้น

149
00:13:10,024 --> 00:13:14,024
การสร้างยอดของต้นพิทูเนียค่ะ

150
00:13:15,874 --> 00:13:19,874
จิบเบอเรลลิน จิบเบอเรลลิน เป็นเซลล์

151
00:13:20,319 --> 00:13:24,319
ที่กระตุ้นอีกกลุ่มหนึ่ง ทำให้เซลล์ที่ลำต้น

152
00:13:26,539 --> 00:13:30,539
แบ่งเซลล์มากขึ้น ทำให้ต้นสูงขึ้น และยังเกี่ยวข้องกับอีกหลายกระบวนการในพืช เช่น

153
00:13:32,912 --> 00:13:36,912
ควบคุมการงอกของเมล็ดพืชบางชนิด การออกดอกและการติดผล จิบเบอเรลลินและการ

154
00:13:40,423 --> 00:13:41,311
ยึดตัวของลำต้น นักเรียนจำได้ไหมคะ ว่าตอน ม.3

155
00:13:41,311 --> 00:13:45,311
เราเคยเรียนเรื่องเกี่ยวกับเมนเดล แล้วก็การปลูกถั่วนะคะ

156
00:13:47,792 --> 00:13:51,792
ซึ่งหนึ่งในลักษณะทางพันธุกรรมของถั่วลันเตาที่ที่เมนเดลศึกษา

157
00:13:55,273 --> 00:13:59,273
ก็คือลักษณะต้นสูง และต้นเตี้ย ซึ่งต่อมาพบว่าความสูงของต้นถั่วลันเตานั้น

158
00:13:59,998 --> 00:14:03,998
มีความสัมพันธ์กับปริมาณจิบเบอเรลลินที่

159
00:14:04,448 --> 00:14:08,448
ต้นถั่วสร้างขึ้นค่ะ โดยถั่วลันเตาที่มีต้นสูงนะคะ จะมีจิบเบอเรลลินปริมาณมากกว่า

160
00:14:09,576 --> 00:14:12,959
ถั่วลันเตาต้นเตี้ย จิบเบอเรลลิน

161
00:14:12,959 --> 00:14:16,959
กับการนำไปใช้ สารสังเคราะห์ที่มีสมบัติ

162
00:14:21,122 --> 00:14:25,122
คล้ายจิบเบอเรลลิน เช่น GA3 gibberellic acid ใช้เพื่อช่วยให้ช่อองุ่นยาว

163
00:14:26,078 --> 00:14:29,913
ทำให้ผลขยายขนาดใหญ่ขึ้นได้ ถ้าเราดูจากรูปนี้ค่ะ

164
00:14:29,913 --> 00:14:33,913
องุ่นทางด้านซ้ายมือนี่นะคะ ไม่ได้ใช้สารสังเคราะห์

165
00:14:39,024 --> 00:14:43,024
ความยาวผลจะประมาณ 1.5 เซนติเมตรค่ะ ส่วนองุ่นทางด้านขวามือนะคะ จะมีการใช้

166
00:14:46,422 --> 00:14:50,422
สารสังเคราะห์ ความยาวของผลองุ่นจะประมาณ 4 เซนติเมตรค่ะ หลังจากเราเรียนเนื้อหาเสร็จแล้วนะคะ

167
00:14:55,294 --> 00:14:59,294
เราก็มาถึงช่วงสรุปเนื้อหาภายในบทเรียนค่ะ ปัจจัยภายในที่มีผลต่อการเจริญเติบโต เช่น ฮอร์โมนพืช

168
00:15:01,815 --> 00:15:04,938
ซึ่งพืชสังเคราะห์ขึ้น เพื่อควบคุมการเจริญเติบโต

169
00:15:04,938 --> 00:15:08,938
ในแต่ละช่วงชีวิต มนุษย์ส

170
00:15:09,470 --> 00:15:10,228
ังเคราะห์สารควบคุมการเจริญเติบโตของพืช โดยเลียนแบบฮอร์โมนพืช

171
00:15:10,228 --> 00:15:14,228
เพื่อนำมาใช้ควบคุมการเจริญเติบโต

172
00:15:18,376 --> 00:15:21,192
และเพิ่มผลผลิตของพืช ออกซิน เป็นฮอร์โมนพืชที่ถูก

173
00:15:21,192 --> 00:15:25,192
ค้นพบนะคะ มีบทบาทสำคัญในการเจริญเติบโต

174
00:15:25,935 --> 00:15:29,746
การยึดตัวของเซลล์ นอกจากนี้แล้ว ยังยับยั้งการเจริญเติบโต

175
00:15:29,746 --> 00:15:33,746
ของตาข้าง โดยทำงานร่วมกับกลุ่มไซไทไคนิน สารสังเคราะห์ที่มีสมบัติคล้าย

176
00:15:37,273 --> 00:15:41,273
ออกซินนะคะ เช่น IBA และ NAA

177
00:15:41,645 --> 00:15:45,645
นิยมนำมาใช้ เพื่อเร่งการเกิดรากของกิ่งตอนหรือกิ่งปักชำ และใช้กระตุ้นบางชนิด

178
00:15:50,154 --> 00:15:52,039
ให้ติดผลโดยไม่ต้องมีการปฏิสนธิค่ะ เช่น

179
00:15:52,039 --> 00:15:54,749
สตรอว์เบอร์รี ไซโทไคนิน มีบทบาทสำคัญใน

180
00:15:54,749 --> 00:15:54,883
การแบ่งเซลล์ และการเปลี่ยนสภาพของเซลล์

181
00:15:54,883 --> 00:15:58,883
นอกจากนี้แล้ว การเจริญของตา ก็ยังเป็นผลมาจา

182
00:16:07,315 --> 00:16:10,682
ทำงานร่วมกันของไซโทไคนินและออกซินค่ะ

183
00:16:10,682 --> 00:16:14,682
สารสังเคราะห์ที่มีสมบัติคล้ายกันของไซโทไคนิน สาร

184
00:16:14,990 --> 00:16:18,990
BA และ TDZ นิยมนำมาใช้เพื่อเร่งการแตกตาข้างของพืช นอกจากนี้แล้ว ยังควบคุมทรง

185
00:16:23,318 --> 00:16:27,318
พุ่มของไม้ดอกไม้ประดับและไม่ผลบางชนิด และใช้กระตุ้นการสร้างยอดในการสร้างสาร

186
00:16:28,942 --> 00:16:29,615
พืชค่ะ จิบเบอเรลลินมีบทบาทในการกระตุ้นใน

187
00:16:29,615 --> 00:16:33,615
เซลล์ที่ลำตัวมีการยืดตัว

188
00:16:37,353 --> 00:16:41,353
ทำให้ต้นสูงขึ้น นอกจากนี้แล้วยังควบคุมการงอกของพืชบางชนิด และควบคุมการ

189
00:16:42,830 --> 00:16:46,380
ออกดอกและการติดผลของพืชด้วยค่ะ สารสังเคราะห์ที่

190
00:16:46,380 --> 00:16:50,380
มีสมบัติคล้ายจิบเบอเรลลินนะคะ อย่างเช่น GA 3

191
00:16:55,318 --> 00:16:58,575
นิยมนำมาใช้ช่วยให้ช่อองุ่นยาว ทำให้ผลขยายขนาดใหญ่ขึ้นได้ค่ะ

192
00:16:58,575 --> 00:17:02,575
สำหรับคลิปนี้ก็ขอจบการสอนแต่เพียงเท่านี้ก่อนนะคะ และพบกัน

193
00:17:02,716 --> 00:17:04,550
คลิปถัดไป สวัสดีค่ะ

194
00:17:04,550 --> 00:17:08,550
[เสียงดนตรี]

