--- title: ปัจจัยบางประการที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของพืช ตอนที่ 2 ปัจจัยภายใน (17.22 นาที) subtitle: date: วันอังคารที่ 30 เมษายน 2567 เวลา 11.34 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) [เสียงดนตรี] (ดร.สุนัดดา) พบกับครูสุนัดดาอีกครั้งหนึ่งนะคะ วันนี้เราจะเรียนกันในตอน ปัจจัยบางประการที่มีผลต่อสารอินทรีย์ในพืชตอน 2 ซึ่งเนื้อหาจะเป็นปัจจัยภายในนะคะ เรื่องเกี่ยวกับฮอร์โมนพืช 5 ชนิดค่ะ แต่สำหรับคลิปนี้เราจะเรียน 3 ชนิดกันก่อนนะคะ ก็คือออกซิน ไซโทไคนิน และจิบเบอเรลลินค่ะ สำหรับพืชอีก 2 ชนิดเราจะเรียนกันในคลิปถัดไปนะคะ มีจุดประสงค์การเรียนรู้ดังนี้ค่ะ ก็คือสืบค้นสารเกี่ยกับการควบคุมการเจริญเติบโตของพืช ที่มนุษย์เพื่อใช้ในการเกษตร เพื่อเพิ่มผลิตของพืชและนำเสนอข้อมูลในรูปแบบต่าง ๆ ค่ะ ที่บ้านของนักเรียนปลูกต้นมะม่วงไว้บ้างไหมคะ หรือเคยเห็นต้นมะม่วงมาบ้างหรือเปล่า ต้นมะม่วงที่นักเรียนเคยเห็น มีลักษณะต้นแบบในรูปนี้หรือไม่ อย่างไร ต้นมะม่วงบางต้นที่นักเรียนปลูกไว้ที่บ้านนะคะ หรือว่าที่เคยเห็นมาก่อน อาจจะมีต้นที่สูงมาก ทำให้เมื่อมะม่วงออกผลนี่ค่ะ เราสามารถเก็บผลมะม่วงได้ลำบากนะคะ แต่ต้นมะม่วงบางต้นค่ะ จะมีลักษณะเหมือนกับในรูปนี้นะคะ ก็คือต้นไม่สูงมาก แล้วมีทรงพุ่มกว้างค่ะ ในการปลูกมะม่วงนะคะ นอกจากเราจะควบคุมปัจจัยภายนอกที่เราเรียนมาแล้ว ในคลิปที่แล้วนะคะ เช่น แสง น้ำ และธาตุอาหาร ก็อาจจะมีการตัดยอดนะคะ เพื่อจะให้ต้นมะม่วงนี่คะ แตกตาข้างมากขึ้น ทำให้เกิดกิ่งข้างมากขึ้น เป็นการเพิ่มผลผลิต แล้วก็ควบคุมพุ่มค่ะ ถ้าให้ต้นมะม่วงที่เราปลูกนี่นะคะ ไม่สุกมาก เก็บผลผลิตสะดวก นอกจากต้นมะม่วงแล้ว เรายังสามารถตัดยอดพืชอื่น ๆ เพื่อควบคุมทรงพุ่มได้เช่นกันค่ะ อย่างเช่น มะนาว ทุเรียน เงาะ แล้วก็มังคุด นักเรียนคิดว่าเพราะเหตุใด การตัดยอดพืช จึงส่งผลต่อการเจริญเติบโต และการให้ผลผลิตของพืชได้ เดี๋ยวเรามาเรียนพร้อมกันเลยนะคะ 3.2.2 ปัจจัยภายใน จากวิดีโอคลิปที่แล้ว นักเรียนได้เรียนมาแล้ว ว่าปัจจัยภายนอกมีผลต่อการเจริญเติบโตของพืช นอกจากปัจจัยภายนอกที่พืชได้รับจากสภาพแวดล้อมแล้ว ยังมีปัจจัยภายใน ที่กำหนดให้พืชแต่ละชนิด มีการเจริญเติบโตที่แตกต่างกัน ปัจจัยภายในดังกลางเป็นสารควบคุมการเจริญเติบโตของพืช หรือ Plant Growth Regulator ซึ่งพืชสร้างไว้ในเซลล์ เรียก "ฮอร์โมน" พืชจะสร้างฮอร์โมนเหล่านี้ ในปริมาณน้อยที่แหล่งสร้างและลำเลียงไปตามตำแหน่งต่าง ๆ ภายในต้นพืช มีผลควบคุมกระบวนการต่าง ๆ ในการเจริญเติบโตของพืช ฮอร์โมนมี 5 กลุ่มหลัก คือ ออกซิน โซไทไคนิน จิบเบอเรลลิน เอทิลีน และกรดแอบไซซิก ในปัจจุบันนี้นะคะ มนุษย์สังเคราะห์สารหลายชนิด ซึ่งมีผลควบคุมการเจริญเติบโต เช่นเดียวกับฮอร์โมนพืช ซึ่งจัดเป็นสารควบคุมการเจริญเติบโต เพื่อใช้ประโยชน์ทางการเกษตร เช่น สารเร่งราก สารเพิ่มการติดดอกและผล โดยจะต้องให้สารสังเคราะห์เหล่านี้แก่พืชในปริมาณที่เหมาะสม นักเรียนคิดว่าฮอร์โมนพืชแต่ละชนิด มีผลต่อการเจริญเติบโตของพืชแตกต่างกันอย่างไร และมีการนำสารควบคุมการเจริญเติบโตเหล่านี้ ไปใช้ประโยชน์อย่างไรบ้าง เดี๋ยวเราจะมาเรียนพร้อมกันเลยนะคะ ออกซิน ออกซินเป็นฮอร์โมนพืชชนิดแรกที่มีการค้นพบ มีบทบาทการสำคัญในการกระตุ้นการยืดตัวของเซลล์ นอกจากนี้แล้วยังมีบทบาทในด้านอื่น ๆ อีกนะคะ เช่น ยับยั้งการเจริญของตาข้าง โดยทำงานร่วมกับฮอร์โมนกรดไซโทไคนิน ส่งเสริมเจริญของราก กระตุ้นการเจริญของผล และชะลอการหลุดร่วงของใบ นักเรียนเคยปลูกพืช แล้วนำไปไว้ที่ริมหน้าต่าง หรือว่าริมระเบียงบ้านหรือไม่คะ แล้วเคยสังเกตไหมคะ ว่าต้นพืชของนักเรียนมีลักษณะอย่างไร ถ้านักเรียนเคยปลูกพืชนะคะ อย่างเช่น มะเขือเทศหรือทานตะวัน และให้ได้รับแสงตามปกติ ลำต้นจะตั้งตรง แล้วก็สูงขึ้นไปทางด้านบนนะคะ แต่ว่าถ้าเรานำต้นไม้นี้ไปไว้ตรงหน้าต่างหรือริมระเบียงค่ะ นักเรียนเคยสังเกตไหมคะ ว่าต้นไม้ของนักเรียน จะมีลักษณะที่แตกต่างจากเดิมไป ยอดของพืชเหล่านั้นนะคะ จะโค้งเข้าหาแสงเสมอ จากในรูปนี้นะคะ เป็นต้นทานตะวันค่ะ ถ้าสังเกตที่ปลายยอดนะคะ จะเห็นว่ามีการโค้งเข้าหาแสงค่ะ เพราะว่าตอนที่ครูปลูกต้นทานตะวันนี้นะคะ ครูนำไปไว้ที่ริมระเบียงค่ะ เดี๋ยวเรามาศึกษากันนะคะ ว่าปลายยอดพืชโค้งเข้าหาแสงได้อย่างไร การที่ปลายยอดพืชโค้งเข้าหาแสง ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอก ที่มากระตุ้น เป็นผลจากออกซิน ซึ่งเป็นปัจจัยภายใน โดยปกติแล้ว พืชจะสร้างออกซินมาก บริเวณปลายยอดและใบอ่อน มันถมีแสงส่องไปยังปลายยอด จากด้านใดด้านหนึ่งของปลายยอด จากในรูปนี้นะคะ แสงส่องมาจากด้านนี้ค่ะ ด้านที่ได้รับแสงน้อยจะมีการสะสมออกซินแสงมาก นักเรียนสามารถศึกษาได้จากภาพที่ขยายตรงนี้นะคะ ฝั่งนี้ คือ ด้านที่ได้รับแสงน้อย ส่วนด้านนี้ คือ ด้านที่ได้รับแสงน้อยค่ะ ด้านที่ได้รับแสงน้อยจ ะมีการสะสมออกซินมากกว่าด้านที่ได้รับแสงมาก ออกซินสามารถกระตุ้นการยืดตัวของเซลล์ ทำให้ด้านที่ได้รับแสงน้อย ซึ่งมีการสะสมออกซินมาก มีการยืดตัวและขยายตัวมากกว่าด้านที่ได้รับแสงมาก จึงเกิดการโค้งงอของปลายยอดเข้าหาแสงเสมอ สารสังเคราะห์ที่มีสมบัติคล้ายออกซิน เช่น IBA indolebutyric acid NAA naphthaleneacetic acid มีการนำมาใช้ เพื่อเร่งการเกิดรากของกิ่งตอนหรือกิ่งปักชำ ในรูปนี้นะคะ คือ การปักชำกิ่งโมก โดยใช้สารสงเคราะห์ที่คล้ายสารออซิน เพื่อเร่งเจริญของรากค่ะ ทางด้านซ้ายมีนี้ค่ะ จะเป็นก่อนปักชำกิ่งนะคะ ซึ่งจะเป็นหลังปักชำค่ะ ซึ่งถ้าเราดูนะคะ กิ่งนี้ค่ะ จะไม่มีการใช้สาร ส่วนกิ่งนี้จะมีการใช้สาร เมื่อนำไปปักชำแล้วนะคะ จะเห็นว่ากิ่งที่ไม่มีการใช้สาร จะไม่มีรากงอกออกมาค่ะ ซึ่งที่มีการใช้สารสังเคราะห์ที่มีสมบัติคล้ายออกซินจะเห็นว่าจะมีรากงอกออกมาจากกิ่งค่ะ สารสังเคราะห์ที่มีสมบัติคล้ายสารออกซิน ยังสามารถใช้กระตุ้นให้พืชบางชนิดติดผล โดยไม่ต้องมีการปฏิสนธิได้ด้วยค่ะ เช่น องุ่น แตงโม สตรอเบอร์รี มะเขือเทศ ซึ่งทำให้ได้ผลที่ไม่มีเมล็ด นอกจากนี้แล้วพืชที่ได้รับสารสังเคราะห์ที่มีสมบัติมากเกินไป จะมีผลยับยั้งการเจริญเติบโต ดังนั้น จึงมีการใช้สารกลุ่มี้ นี้ เพื่อกำจัดวัชพืช ช่วงชวนคิดครูมีคำถามถามนักเรียน 1 คำถามนะคะ นั่นก็คือ สารที่มีสมบัติ่วงชวนคิดครูมีคำถามถามนักเรียน 1 คำถามนะคะ นั่นก็คือ สารที่มีสมบัติคล้ายฮอร์โมนพืช จัดเป็นปัจจัยภายนอกหรือปัจจัยภายใน ครูจะให้เวลานักเรียนคิด 10 วินาทีค่ะ แล้วเดี๋ยวเรามาดูเฉลยพร้อมกันนะคะ เป็นอย่างไรบ้างคะ น่าจะตอบกันได้ นั่นก็คือออกซินที่สร้างขึ้นภายในพืช เป็นปัจจัยภายใน เพราะพืชสร้างขึ้นเอง เพื่อใช้ในกระบวนการต่าง ๆ ภายในเซลล์ แต่ในทางการเกษตร ที่มีการนำสารสังเคราะห์ที่มีสมบัติคล้ายออกซินมาใช้นะคะ เป็นการให้จากภายนอก พืชต้องลำเลียงสารดังกล่าวเข้าสู่ภายในต้นพืช ดังนั้น จึงจัดว่าสารควบคุมการเจริญเติบโตเหล่านี้เป็นภายนอกค่ะ ไซโทไคนิน ไซโทไคนินเป็นฮอร์โมนพืชอีกชนิดหนึ่ง ซึ่งมีบทบาทสำคัญเกี่ยวกับการแบ่งเซลล์หรือการเปลี่ยนสภาพของเซลล์ นอกจากนี้ ยังมีบทบาทเกี่ยวข้องอีกหลายกระบวนการในพืชด้วยค่ะ นักเรียนเคยทานผักชนิดนี้ไหมคคะ นี่คือผักหวานป่าค่ะ เกษตรกรจะปลูกต้นผักหวานป่า แล้วตัดยอดพืชนะคะ เพื่อให้เกิดการแตกกิ่งข้างมากมาย สามารถเก็บรับประทานได้เรื่อย ๆ นอกจากผักหวานป่าแล้วนะคะ ก็ยังมีพืชอื่น ๆ อีก ที่สามารตัดยอดเพื่อให้แตกกิ่งข้างได้ เช่น กะเพรา โพระพา และกระถิน จากรูปนี้นะคะ จะเป็นการแตกยอดของกะเพราเพื่อให้ตัดกิ่งมากขึ้น ซึ่งจะตัดบริเวณปลายบริเวณนี้ค่ะ เมื่อเวลาผ่านไป สังเกตดูจากตรงนี้นะคะ เมื่อขยาย จะเห็นว่าบริเวณที่เคยเป็นตาข้างนี้ค่ะ ก็จะเจริญขึ้นนะคะ และหลังจากนั้น ตาข้างนั้น ก็จะเจริญเป็นกิ่งต่อไปค่ะ นักเรียนคิดว่าเพราะเหตุใด เมื่อมีการตัดหรือเด็ดปลายยอดพืชออก จึงทำให้มีตาข้างเกิดขึ้นได้ การเจริญขึ้นของตาข้าง เป็นผลจากการทำงานของออกซินและไซโทไคนิน ไซโทไคนินมีแหล่งสร้างหลักอยู่ที่ปลายราก และจะถูกลำเลียงไปส่วนอื่น ๆ ของพืช ถ้าเราดูแถบสีน้ำเงินนี้นะคะ จะเห็นว่าแถบสีเข้มค่ะ ทานมีปริมาณไซโทไคนิน ที่มีปริมาณมากนะคะ เมื่อใกล้บริเวณปลายราก และจะมีปริมาณน้อยลงนะคะ เมื่อใกล้สู่ปลายยอดค่ะ ส่วนออกซินที่บริเวณปลายยอด จะมีความเข้มข้นสูง ซึ่งจะค่อย ๆ ลดลงนะคะ เมื่อใกล้สู่ปลายรากค่ะ เมื่อเปรียบเทียบกันแล้วนะคะ ก็จะเห็นว่าบริเวณใกล้ยอดจึงมีปริมาณออกซินสูงกว่าไซโทไคนินค่ะ ทำให้มีผลยับยั้งการเจริญของตาข้าง ตาจึงไม่เจริญที่บริเวณดังกล่าว แต่ว่าเมื่อมีการตัดปลายยอดนะคะ จะเป็นการแหล่งสร้างหลักของออกซิน ปริมาณของออกซินจึงลดลง ทำให้อัตราส่วนของออกซินต่อไซโทไคนินลดลงที่บริเวณดังกล่าว เป็นผลทำให้ตาข้างเจริญได้ค่ะ นักเรียนสามารถสังเกตได้ว่าในรูปแรกนี้นะคะ ก่อนที่จะมีการตัดปลายยอดจะมีขนาดเล็กค่ะ แต่ว่าเมื่อมีการตัดปลายยอดแล้ว ตาข้างจะมีการเจริญมากขึ้นะคะ แล้วก็สุดท้ายจะพัฒนากลายเป็นกิ่งค่ะ ไซไทไคนิน กับการนำไปใช้ สารสังเคราะห์ที่มีสมบัติคล้ายไซโทไคนิน เช่น BA 6-benzylamino acid purine TDZ thidiazuron มีการนำมาใช้ เพื่อช่วยเร่งการแตกข้างของพืช ควบคุมทรงพุ่มของไม้ดอกไม้ประดับและไม้ผลบางชนิด และมีการนำมาใช้ เพื่อกระตุ้นเพาะเลี้ยงเนื้อเยื้อพืช ในรูปที่เห็นนี้นะคะ เป็นการกระตุ้นการสร้างยอดของต้นพิทูเนียค่ะ จิบเบอเรลลิน จิบเบอเรลลิน เป็นเซลล์ที่กระตุ้นอีกกลุ่มหนึ่ง ทำให้เซลล์ที่ลำต้นแบ่งเซลล์มากขึ้น ทำให้ต้นสูงขึ้น และยังเกี่ยวข้องกับอีกหลายกระบวนการในพืช เช่น ควบคุมการงอกของเมล็ดพืชบางชนิด การออกดอกและการติดผล จิบเบอเรลลินและการยึดตัวของลำต้น นักเรียนจำได้ไหมคะ ว่าตอน ม.3 เราเคยเรียนเรื่องเกี่ยวกับเมนเดล แล้วก็การปลูกถั่วนะคะ ซึ่งหนึ่งในลักษณะทางพันธุกรรมของถั่วลันเตาที่ที่เมนเดลศึกษา ก็คือลักษณะต้นสูง และต้นเตี้ย ซึ่งต่อมาพบว่าความสูงของต้นถั่วลันเตานั้น มีความสัมพันธ์กับปริมาณจิบเบอเรลลินที่ต้นถั่วสร้างขึ้นค่ะ โดยถั่วลันเตาที่มีต้นสูงนะคะ จะมีจิบเบอเรลลินปริมาณมากกว่าถั่วลันเตาต้นเตี้ย จิบเบอเรลลินกับการนำไปใช้ สารสังเคราะห์ที่มีสมบัติคล้ายจิบเบอเรลลิน เช่น GA3 gibberellic acid ใช้เพื่อช่วยให้ช่อองุ่นยาว ทำให้ผลขยายขนาดใหญ่ขึ้นได้ ถ้าเราดูจากรูปนี้ค่ะ องุ่นทางด้านซ้ายมือนี่นะคะ ไม่ได้ใช้สารสังเคราะห์ ความยาวผลจะประมาณ 1.5 เซนติเมตรค่ะ ส่วนองุ่นทางด้านขวามือนะคะ จะมีการใช้สารสังเคราะห์ ความยาวของผลองุ่นจะประมาณ 4 เซนติเมตรค่ะ หลังจากเราเรียนเนื้อหาเสร็จแล้วนะคะ เราก็มาถึงช่วงสรุปเนื้อหาภายในบทเรียนค่ะ ปัจจัยภายในที่มีผลต่อการเจริญเติบโต เช่น ฮอร์โมนพืช ซึ่งพืชสังเคราะห์ขึ้น เพื่อควบคุมการเจริญเติบโตในแต่ละช่วงชีวิต มนุษย์สังเคราะห์สารควบคุมการเจริญเติบโตของพืช โดยเลียนแบบฮอร์โมนพืช เพื่อนำมาใช้ควบคุมการเจริญเติบโต และเพิ่มผลผลิตของพืช ออกซิน เป็นฮอร์โมนพืชที่ถูกค้นพบนะคะ มีบทบาทสำคัญในการเจริญเติบโตการยึดตัวของเซลล์ นอกจากนี้แล้ว ยังยับยั้งการเจริญเติบโตของตาข้าง โดยทำงานร่วมกับกลุ่มไซไทไคนิน สารสังเคราะห์ที่มีสมบัติคล้ายออกซินนะคะ เช่น IBA และ NAA นิยมนำมาใช้ เพื่อเร่งการเกิดรากของกิ่งตอนหรือกิ่งปักชำ และใช้กระตุ้นบางชนิดให้ติดผลโดยไม่ต้องมีการปฏิสนธิค่ะ เช่น สตรอว์เบอร์รี ไซโทไคนิน มีบทบาทสำคัญในการแบ่งเซลล์ และการเปลี่ยนสภาพของเซลล์ นอกจากนี้แล้ว การเจริญของตา ก็ยังเป็นผลมาจาทำงานร่วมกันของไซโทไคนินและออกซินค่ะ สารสังเคราะห์ที่มีสมบัติคล้ายกันของไซโทไคนิน สาร BA และ TDZ นิยมนำมาใช้เพื่อเร่งการแตกตาข้างของพืช นอกจากนี้แล้ว ยังควบคุมทรงพุ่มของไม้ดอกไม้ประดับและไม่ผลบางชนิด และใช้กระตุ้นการสร้างยอดในการสร้างสารพืชค่ะ จิบเบอเรลลินมีบทบาทในการกระตุ้นในเซลล์ที่ลำตัวมีการยืดตัว ทำให้ต้นสูงขึ้น นอกจากนี้แล้วยังควบคุมการงอกของพืชบางชนิด และควบคุมการออกดอกและการติดผลของพืชด้วยค่ะ สารสังเคราะห์ที่มีสมบัติคล้ายจิบเบอเรลลินนะคะ อย่างเช่น GA 3 นิยมนำมาใช้ช่วยให้ช่อองุ่นยาว ทำให้ผลขยายขนาดใหญ่ขึ้นได้ค่ะ สำหรับคลิปนี้ก็ขอจบการสอนแต่เพียงเท่านี้ก่อนนะคะ และพบกันคลิปถัดไป สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี]