﻿1
00:00:00,000 --> 00:00:04,000

2
00:00:04,005 --> 00:00:08,005

3
00:00:08,008 --> 00:00:12,008
ครูสุนัดดาอีกครั้งหนึ่งนะคะ วันนี้เราจะเรียนกันในตอน

4
00:00:12,012 --> 00:00:16,012
ปัจจัยบางประการที่มีผลต่อสารอินทรีย์ในพืช

5
00:00:16,013 --> 00:00:20,013
ตอน 2 ซึ่งเนื้อหาจะเป็นปัจจัยภายใน

6
00:00:20,015 --> 00:00:24,015
นะคะ เรื่องเกี่ยวกับฮอร์โมนพืช 5 ชนิดค่ะ แต่

7
00:00:24,016 --> 00:00:28,016
สำหรับคลิปนี้เราจะเรียน 3 ชนิดกันก่อนนะคะ   ออกซิน

8
00:00:28,017 --> 00:00:32,017
ไซโทไคนิน และจิบเบอเรลลินค่ะ

9
00:00:32,019 --> 00:00:36,019
อีก 2 ชนิดเราจะเรียนกันในคลิปถัดไปนะคะ

10
00:00:36,020 --> 00:00:40,020
มีจุดประสงค์การเรียนรู้ดังนี้ค่ะ สืบค้น

11
00:00:40,021 --> 00:00:44,021
สารควบคุมการเจริญเติบโตของพืชที่มนุษย

12
00:00:44,022 --> 00:00:48,022
เพื่อใช้ในการเกษตร เพื่อเพิ่มผลิตของพืช

13
00:00:48,023 --> 00:00:52,023
และนำเสนอข้อมูลในรูปแบบต่าง ๆ ค่ะ ที่บ้านของ

14
00:00:52,026 --> 00:00:56,026
นักเรียนปลูกต้นมะม่วงไว้บ้างไหมคะ หรือเคยปลูก

15
00:00:56,026 --> 00:01:00,026
มาบ้างหรือเปล่า ต้นมะม่วงที่นักเรียนเคยเห็น

16
00:01:00,028 --> 00:01:04,028
มีลักษณะต้นแบบในรูปนี้หรือไม่ อย่างไร

17
00:01:04,029 --> 00:01:08,029
ต้นมะม่วงบางต้นที่นักเรียนปลูกไว้ที่บ้านนะคะ หรือ

18
00:01:08,031 --> 00:01:12,031
ที่เคยเห็นมาก่อน อาจจะมีต้นที่สูงมาก

19
00:01:12,032 --> 00:01:16,032
มะม่วงออกผลนี่ค่ะ เราสามารถเก็บผลมะม่วงได้ลำบาก

20
00:01:16,034 --> 00:01:20,034
นะคะ แต่ต้นมะม่วงบางต้นค่ะ ก็จะมีลักษณะบางต้น

21
00:01:20,036 --> 00:01:24,036
เหมือนกับในรูปนี้นะคะ ก็คือต้นไม่สูงมาก แล้ว

22
00:01:24,039 --> 00:01:28,039
มีทรงพุ่มกว้างค่ะ ต้นมะม่วง

23
00:01:28,040 --> 00:01:32,040
นะคะ นอกจากเราจะควบคุมปัจจัยภายนอกที่เรา

24
00:01:32,041 --> 00:01:36,041
เรียนมาแล้ว ในคลิปที่แล้วนะคะ เช่น แสง น้ำ และ

25
00:01:36,043 --> 00:01:40,043
ธาตุอาหาร ก็อาจจะมีการตัดยอดนะคะ

26
00:01:40,044 --> 00:01:44,044
เพื่อจะให้ต้นมะม่วงนี่นะคะ แตกกิ่งข้าง

27
00:01:44,047 --> 00:01:48,047
ทำให้เกิดกิ่งข้างมากขึ้น เป็นการ

28
00:01:48,049 --> 00:01:52,049
เพิ่มผลผลิต แล้วก็ควบคุมพืชค่ะ

29
00:01:52,050 --> 00:01:56,050
ถ้าให้ต้นมะม่วงที่เราปลูกนี้นะคะ

30
00:01:56,051 --> 00:02:00,051
ไม่สุกมาก เก็บผลผลิตสะดวก

31
00:02:00,052 --> 00:02:04,052
นอกจากต้นมะม่วงแล้วยังสามารถตัดยอดพืชอื่น ๆ

32
00:02:04,052 --> 00:02:08,052
เพื่อควบคุมทรงพุ่มได้เช่นกันค่ะ

33
00:02:08,053 --> 00:02:12,053
อย่างเช่น มะนาว ทุเรียน เงาะ แล้วก็มังคุด

34
00:02:12,054 --> 00:02:16,054
นักเรียนคิดว่าเพราะเหตุใด

35
00:02:16,055 --> 00:02:20,055
การตัดยอดพืช จึงส่งผลต่อการเจริญเติบโตและการ

36
00:02:20,055 --> 00:02:24,055
ให้ผลผลิตของพืชได้ เดี๋ยวเรามาเรียน

37
00:02:24,056 --> 00:02:28,056
พร้อมกันเลยนะคะ 3.2.2 ปัจจัยภายใน

38
00:02:28,057 --> 00:02:32,057
จากวิดีโอคลิปที่แล้ว นักเรียน

39
00:02:32,058 --> 00:02:36,058
ได้เรียนมาแล้วว่าปัจจัยภายนอกมีผลต่อการเจริญเติบโต

40
00:02:36,060 --> 00:02:40,060
ของพืช นอกจากปัจจัยภายนอกที่ได้รับ

41
00:02:40,062 --> 00:02:44,062
จากสภาพแวดล้อมแล้ว ยังมีปัจจัยภายใน

42
00:02:44,063 --> 00:02:48,063
ที่กำหนดให้พืชแต่ละชนิด มีการเจริญเติบโตที่แตกต่า

43
00:02:48,064 --> 00:02:52,064
กัน ปัจจัยภายในดังกลางเป็นสารควบคุมการ

44
00:02:52,066 --> 00:02:56,066
เจริญเติบโตของพืช หรือ

45
00:02:56,067 --> 00:03:00,067
Regulator ซึ่งพืชสร้างไว้ในเซลล์ เรียก "ฮอโมน

46
00:03:00,067 --> 00:03:04,067
พืชจะสร้างฮอร์โมนเหล่านี้ ใน

47
00:03:04,069 --> 00:03:08,069
ปริมาณน้อยที่แหล่งสร้างและลำเลียงไป

48
00:03:08,071 --> 00:03:12,071
ตามตำแหน่งต่าง ๆ ภายในต้นพืช และ

49
00:03:12,071 --> 00:03:16,071
มีผลควบคุมกระบวนการต่าง ๆ ในการเจริญ

50
00:03:16,074 --> 00:03:20,074
เติบโตของพืช ฮอร์โมนมี 5 กลุ่มหลัก ๆ

51
00:03:20,075 --> 00:03:24,075
5 กลุ่มหลัก คือ ออกซิน โซไทไคนิน

52
00:03:24,079 --> 00:03:28,079
จิบเบอเรลลิน เอทิลีน และ

53
00:03:28,080 --> 00:03:32,080
กรดแอบไซซิก ในปัจจุบันนี้นะคะ มนุษย์สังเคราะห์สาร

54
00:03:32,081 --> 00:03:36,081
หลายชนิด ซึ่งมีผลควบคุมการเจริญเติบโต

55
00:03:36,083 --> 00:03:40,083
เช่นเดียวกับฮอร์โมนพืช ซึ่งจัดเป็น

56
00:03:40,084 --> 00:03:44,084
สารควบคุมการเจริญเติบโต เพื่อใช้ควบคุม

57
00:03:44,085 --> 00:03:48,085
ทางการเกษตร เช่น สารเร่งราก สารเพิ่มการ

58
00:03:48,086 --> 00:03:52,086
ติดดอกและผล โดยจะต้องให้สารสังเคราะห์

59
00:03:52,087 --> 00:03:56,087
เหล่านี้แก้พืชในปริมาณที่เหมาะสม นักเรียน

60
00:03:56,090 --> 00:04:00,090
คิดว่าฮอร์โมนพืชแต่ละชนิด มีผลต่อการเจริญเติบโต

61
00:04:00,095 --> 00:04:04,095
ของพืชแตกต่างกันอย่างไร และมีการนำสารควบคุม

62
00:04:04,097 --> 00:04:08,097
การเจริญเติบโตเหล่านี้ไปใช้ประโยชน์อย่างไรบ้าง

63
00:04:08,098 --> 00:04:12,098
เดี๋ยวเราจะมาเรียนพร้อมกันเลยนะคะ

64
00:04:12,100 --> 00:04:16,100
ออกซิน

65
00:04:16,101 --> 00:04:20,101
ออกซินเป็นฮอร์โมนพืชชนิดแรกที่มีการค้นพบ

66
00:04:20,103 --> 00:04:24,103
มีบทบาทการสำคัญในการยืดตัวของเซลล์

67
00:04:24,104 --> 00:04:28,104
นอกจากนี้แล้วยังมีบทบาทในด้านอื่น ๆ อีก

68
00:04:28,104 --> 00:04:32,104
เช่น ยับยั้งการเจริญของตาข้าง

69
00:04:32,105 --> 00:04:36,105
โดยทำงานร่วมกับฮอร์โมนกรดไซโทไคนิน

70
00:04:36,106 --> 00:04:40,106
เจริญของราก กระตุ้นการเจริญของผล

71
00:04:40,108 --> 00:04:44,108
และชะลอการหลุดร่วงของใบ

72
00:04:44,109 --> 00:04:48,109
นักเรียนเคยปลูกพืช แล้วนำไปไว้ที่ริมหน้าต่าง

73
00:04:48,126 --> 00:04:52,126
หรือว่าริมระเบียงบ้านหรือไม่คะ แล้วเคยสังเกตไหมคะ

74
00:04:52,127 --> 00:04:56,127
ว่าผลพืชของนักเรียนมีลักษณะอย่างไร

75
00:04:56,128 --> 00:05:00,128
ถ้านักเรียนเคยปลูกพืชนะคะ อย่างเช่น มะเขือเทศ

76
00:05:00,130 --> 00:05:04,130
หรือทานตะวัน และให้ได้รับแสงตามปกติ

77
00:05:04,133 --> 00:05:08,133
ลำต้นจะตั้งตรง แล้วก็สูงขึ้นไปทาง

78
00:05:08,134 --> 00:05:12,134
ด้านบนนะคะ แต่ว่าถ้าเราเอาต้นไม้นี้ไปไว้ตรง

79
00:05:12,136 --> 00:05:16,136
หน้าต่างหรือริมระเบียง นักเรียนเคยสังเกตไหมคะว่าต้นไม้

80
00:05:16,138 --> 00:05:20,138
ของนักเรียน จะมีลักษณะที่แตกต่างจากเดิมไป

81
00:05:20,139 --> 00:05:24,139
ยอดของพืชเหล่านั้นนะคะ จะโค้งเข้าหาแสง

82
00:05:24,140 --> 00:05:28,140
เสมอ จากในรูปนี้นะคะ จะเป็นต้นทานตะวันค่ะ

83
00:05:28,142 --> 00:05:32,142
ถ้าสังเกตที่ปลายยอดนะคะ จะเห็นว่ามีการ

84
00:05:32,142 --> 00:05:36,142
โค้งเข้าหาแสงค่ะ เพราะว่าตอนที่

85
00:05:36,143 --> 00:05:40,143
ครูปลูกต้นทานตะวันนี้นะคะ ครูนำไปไว้ที่ริมระเบียงค่ะ

86
00:05:40,144 --> 00:05:44,144
เดี๋ยวเรามาศึกษากันนะคะ ว่า

87
00:05:44,145 --> 00:05:48,145
ปลายยอดพืช โค้งเข้าหาแสงได้อย่างไร

88
00:05:48,145 --> 00:05:52,145
การที่ปลายยอดพืชโค้งเข้าหาแสง

89
00:05:52,146 --> 00:05:56,146
ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่มากระตุ้น เป็นผลมา

90
00:05:56,147 --> 00:06:00,147
จากออกซิน ซึ่งเป็นปัจจัยภายใน

91
00:06:00,148 --> 00:06:04,148
โดยปกติแล้วพืชจะสร้างออกซินมาก ในบริเวณปลาย

92
00:06:04,148 --> 00:06:08,148
และใบอ่อน เมื่อมีแสงส่องไปยังปลายยอด

93
00:06:08,149 --> 00:06:12,149
ด้านใดด้านหนึ่งของปลายยอด จากในรูปนี้นะคะ แสงส่องมาจาก

94
00:06:12,151 --> 00:06:16,151
ด้านนี้ค่ะ การที่ได้รับ

95
00:06:16,154 --> 00:06:20,154
แสงน้อยจะมีการสะสมออกซิน

96
00:06:20,155 --> 00:06:24,155
แสงมาก นักเรียนสามารถศึกษาได้จากภาพที่ขยายา

97
00:06:24,156 --> 00:06:28,156
ตรงนี้นะคะ ฝั่งนี้คือด้านที่ได้รับแสงน้อย

98
00:06:28,157 --> 00:06:32,157
ส่วนด้านนี้คือด้านที่ได้รับแสงน้อยค่ะ

99
00:06:32,158 --> 00:06:36,158
ด้านที่ได้รับแสงน้อยจะมีการสะสมออกซิน

100
00:06:36,160 --> 00:06:40,160
มากกว่าด้านที่ได้รับแสงมาก ออกซินจะทำการ

101
00:06:40,161 --> 00:06:44,161
กระตุ้นการยืดตัวของเซลล์ ทำให้ด้านที่ได้รับแสงน้อย

102
00:06:44,161 --> 00:06:48,161
ซึ่งมีการสะสมออกซินมาก มีการยืดตัว

103
00:06:48,162 --> 00:06:52,162
และขยายตัวมากกว่าด้านที่ได้รับแสงมาก จึง

104
00:06:52,163 --> 00:06:56,163
เกิดการโค้งงอของปลายยอดเข้าหาแสงเสมอ ซึ่ง

105
00:06:56,165 --> 00:07:00,165
สารสังเคราะห์ที่มีสมบัติคล้ายออกซิน เช่น IBA

106
00:07:00,166 --> 00:07:04,166
indolebutyric acid NAA

107
00:07:04,167 --> 00:07:08,167
naphthaleneacetic ceid มีการนำมาใช้

108
00:07:08,168 --> 00:07:12,168
เพื่อเร่งการเกิดรากของกิ่งตอนหรือกิ่งปักชำ

109
00:07:12,169 --> 00:07:16,169
ในรูปนี้นะคะ คือการปักชำกิ่ง

110
00:07:16,169 --> 00:07:20,169
โดยใช้สารสงเคราะห์ที่คล้ายสารออซิน

111
00:07:20,171 --> 00:07:24,171
เจริญของรากค่ะ ทางด้านซ้ายมีนี้ค่ะ จะเป็น

112
00:07:24,172 --> 00:07:28,172
ก่อนปักชำกิ่งนะคะ ซึ่ง

113
00:07:28,174 --> 00:07:32,174
จะเป็นหลังปักชำค่ะ ซึ่งถ้าเราดู

114
00:07:32,175 --> 00:07:36,175
ค่ะ จะไม่มีการใช้สาร ส่วนตรงนี้จะมีการใช้สาร

115
00:07:36,176 --> 00:07:40,176
เมื่อนำไปปักชำแล้วนะคะ จะเห็นว่ากิ่งที่

116
00:07:40,176 --> 00:07:44,176
ไม่มีการใช้สาร จะไม่มีรากงอกออกมาค่ะ ซึ่ง

117
00:07:44,178 --> 00:07:48,178
ที่มีการใช้สารสังเคราะห์ที่มีสมบัติคล้ายออกซิน

118
00:07:48,180 --> 00:07:52,180
จะเห็นว่าจะมีรากงอกออกมาจากกิ่งค่ะ

119
00:07:52,181 --> 00:07:56,181
สารสังเคราะห์ที่มีสมบัติคล้ายสารออกซิน

120
00:07:56,182 --> 00:08:00,182
ใช้กระตุ้นให้พืชบางชนิดมี

121
00:08:00,186 --> 00:08:04,186
ปฏิสนธิได้ด้วยค่ะ เช่น องุ่น แตงโม

122
00:08:04,187 --> 00:08:08,187
สตรอเบอร์รี มะเขือเทศ ซึ่ง

123
00:08:08,187 --> 00:08:12,187
ที่ไม่มีเมล็ดนอกจากนี้แล้วพืชที่ได้รับสาร

124
00:08:12,189 --> 00:08:16,189
สังเคราะห์ที่มีสมบัติมากเกินไป

125
00:08:16,190 --> 00:08:20,190
ผลยับยั้งการเจริญเติบโต ดังนั้น จึงมีการใช้สาร

126
00:08:20,191 --> 00:08:24,191
กลุ่มนี้ เพื่อกำจัดวัชพืชยบ

127
00:08:24,192 --> 00:08:28,192
ช่วงชวนคิดครูมีคำถามถามนักเรียน

128
00:08:28,193 --> 00:08:32,193
1 คำถามนะคะ นั่นก็คือ สารที่มีสมบัติ

129
00:08:32,194 --> 00:08:36,194
คล้ายฮอร์โมนพืช จัดเป็นปัจจัยภายนอกหรือปัจจัย

130
00:08:36,197 --> 00:08:40,197
ภายใน ครูจะให้เวลานักเรียนคิด 10 วินาทีค่ะ

131
00:08:40,199 --> 00:08:44,199
แล้วเดี๋ยวเรามาดูเฉลยพร้อมกันนะคะ

132
00:08:44,201 --> 00:08:48,201

133
00:08:48,203 --> 00:08:52,203

134
00:08:52,204 --> 00:08:56,204
เป็นอย่างไรบ้างคะ น่าจะตอบกันได้

135
00:08:56,205 --> 00:09:00,205
นั่นก็คือออกซินที่สร้างขึ้นภายในพืช เป็นปัจจัย

136
00:09:00,206 --> 00:09:04,206
ภายใน เพราะพืชสร้างขึ้นเอง

137
00:09:04,209 --> 00:09:08,209
เพื่อใช้ในกระบวนการต่าง ๆ ภายในเซลล์ แต่ใน

138
00:09:08,212 --> 00:09:12,212
ทางการเกษตรที่มีการนำสารสังเคราะห์

139
00:09:12,212 --> 00:09:16,212
ที่มีสมบัติคล้ายออกซินมาใช้นะคะ เป็น

140
00:09:16,214 --> 00:09:20,214
การให้จากภายนอก พืชต้องลำเลียงสารดังกล่าว

141
00:09:20,216 --> 00:09:24,216
เข้าสู่ภายในต้นพืช ดังนั้น จึง

142
00:09:24,217 --> 00:09:28,217
จัดว่าสารควบคุมเจริฐเหล่านี้เป็น

143
00:09:28,219 --> 00:09:32,219
ภายนอกค่ะ ไซโทไคนิน

144
00:09:32,220 --> 00:09:36,220
ไซโทไคนินเป็นฮอร์โมนพืชอีกชนิดหนึ่ง ซึ่ง

145
00:09:36,221 --> 00:09:40,221
ที่มีบทบาทสำคัญเกี่ยวกับการแบ่งเซลล์หรือ

146
00:09:40,222 --> 00:09:44,222
การเปลี่ยนสภาพของเซลล์์ นอกจากนี้

147
00:09:44,223 --> 00:09:48,223
ยังมีบทบาทเกี่ยวข้องกระบวนการในพืชด้วยค่ะ

148
00:09:48,224 --> 00:09:52,224
นักเรียนเคยทานผักชนิดนี้ไหมคคะ

149
00:09:52,227 --> 00:09:56,227
นี่คือผักหวานป่าค่ะ เกษตรจะปลูกต้น

150
00:09:56,228 --> 00:10:00,228
ผักหวานป่า แล้วตัดยอดพืชนะคะ

151
00:10:00,229 --> 00:10:04,229
แตกข้างมากมาย สามารถเก็บรับประทานได้เรื่อย ๆ

152
00:10:04,232 --> 00:10:08,232
นอกจากผักหวานป่าแล้วนะคะ

153
00:10:08,233 --> 00:10:12,233
ก็ยังมีพืชอื่น ๆ อีกที่สามารตัดยอดเพื่อให้แตกกิ่งข้าง

154
00:10:12,234 --> 00:10:16,234
ได้ เช่น กะเพรา โพระพา

155
00:10:16,235 --> 00:10:20,235
กระถิน จากรูปนี้นะคะ จะเป็นการแตกยอดของกะเพรา

156
00:10:20,236 --> 00:10:24,236
เพื่อให้ตัดกิ่งมากขึ้น ซึ่งจะตัดบริเวณปลาย

157
00:10:24,238 --> 00:10:28,238
บริเวณนี้ค่ะ เมื่อเวลาผ่านไปสังเกตดูจากตรงนี้นะคะ

158
00:10:28,239 --> 00:10:32,239
เมื่อขยาย จะเห็นว่า

159
00:10:32,242 --> 00:10:36,242
บริเวณที่เคยเป็น ข้างนี้ค่ะ ก็จะ

160
00:10:36,243 --> 00:10:40,243
เจริญขึ้นนะคะ และหลังจากนั้นก็จะ

161
00:10:40,244 --> 00:10:44,244
เจริญเป็นกิ่งต่อไปค่ะ นักเรียนคิดว่าเพราะเหตุใด

162
00:10:44,245 --> 00:10:48,245
เมื่อมีการตัดหรือเด็ดปลายยอดออก

163
00:10:48,246 --> 00:10:52,246
จึงทำให้มีตาข้างเกิดขึ้นได้ การเจริญขึ้น

164
00:10:52,247 --> 00:10:56,247
ของตาข้าง เป็นผลจากการทำงานของ

165
00:10:56,248 --> 00:11:00,248
ออกซินและไซโทไคนิน ไซโทไคนินมีการสร้างหลักอยู่

166
00:11:00,249 --> 00:11:04,249
ที่ปลายราก และจะถูกลำเลียงไปส่วนอ

167
00:11:04,250 --> 00:11:08,250
ของพืช ถ้าเราดูแถบสีน้ำเงินนี้นะคะ

168
00:11:08,252 --> 00:11:12,252
จะเห็นว่าแถบสีเข้มค่ะ ทาง

169
00:11:12,253 --> 00:11:16,253
มีปริมาณมากนะคะ เมื่อใกล้บริเวณปลายราก

170
00:11:16,253 --> 00:11:20,253
และจะมีปริมาณน้อยลงนะคะ

171
00:11:20,255 --> 00:11:24,255
เมื่อใกล้สู่ปลายยอดค่ะ ส่วนออกซิน

172
00:11:24,256 --> 00:11:28,256
ที่บริเวณปลายยอด จะมีความเข้มข้นสูง

173
00:11:28,258 --> 00:11:32,258
ซึ่งจะค่อย ๆ ลดลงนะคะ เมื่อใกล้สู่ปลายรากค่ะ

174
00:11:32,260 --> 00:11:36,260
เมื่อเปรียบเทียบกันแล้วนะคะ จะเห็น

175
00:11:36,261 --> 00:11:40,261
ว่าบริเวณใกล้ยอดจึงมีปริมาณออกซิน

176
00:11:40,263 --> 00:11:44,263
สูงกว่าไซโทไคนินค่ะ ทำให้

177
00:11:44,264 --> 00:11:48,264
มีผลยับยั้งการเจริญของตาข้าง ตาจึงไม่เจริญ

178
00:11:48,266 --> 00:11:52,266
ที่บริเวณดังกล่าว แต่เมื่อตัด

179
00:11:52,267 --> 00:11:56,267
ปลายยอดนะคะ จะเป็นการแหล่งสร้างหลักของออกซิน

180
00:11:56,269 --> 00:12:00,269
ปริมาณของออกซินจึงลดลง ปริมาณของอออกซิน

181
00:12:00,269 --> 00:12:04,269
อัตราส่วนของออกซินต่อไซโทไคนินลดลงที่บริเวณ

182
00:12:04,272 --> 00:12:08,272
ดังกล่าว เป็นผลทำให้ตาข้างเจริญได้ค่ะ

183
00:12:08,272 --> 00:12:12,272
นักเรียนสามารถสังเกตได้ว่าใน

184
00:12:12,274 --> 00:12:16,274
รูปแรกนี้นะคะ จากที่มีการตัดปลายยอดจะมี

185
00:12:16,278 --> 00:12:20,278
ขนาดเล็กค่ะ แต่ว่าเมื่อมีการตัดปลายยอดแล้ว ตาข้างจะมี

186
00:12:20,283 --> 00:12:24,283
การเจริญมากขึ้นะคะ แล้วสุดท้ายจะพัฒนา

187
00:12:24,284 --> 00:12:28,284
กลายเป็นกิ่งค่ะ ไซไทไคนิน กับ

188
00:12:28,285 --> 00:12:32,285
การนำไปใช้ สารสังเคราะห์ที่มีสมบัติ

189
00:12:32,287 --> 00:12:36,287
คล้ายไซโทไคนิน เช่น BA

190
00:12:36,290 --> 00:12:40,290
6-benzylamino acid purine TDZ

191
00:12:40,291 --> 00:12:44,291
thidiazuron มีการนำมาใช้

192
00:12:44,292 --> 00:12:48,292
เพื่อช่วยเร่งการแตกข้างของพืช เพื่อช่วยคง

193
00:12:48,293 --> 00:12:52,293
ทรงพุ่มของไม้ดอกไม้ประดับและไม้ผลบางชนิด

194
00:12:52,298 --> 00:12:56,298
และมีการนำมาใช้ เพื่อกระตุ้น

195
00:12:56,299 --> 00:13:00,299
เพาะเลี้ยงเนื้อเยื้อพืช ในรูปที่เห็นนี้นะคะ เป็นการกระตุ้น

196
00:13:00,303 --> 00:13:04,303
การสร้างยอดของต้น... ค่ะ

197
00:13:04,304 --> 00:13:08,304
จิบเบอเรลลิน จิบเบอเรลลินเป็นเซลล์

198
00:13:08,306 --> 00:13:12,306
ที่กระตุ้นให้เซลล์ที่ลำต้น

199
00:13:12,307 --> 00:13:16,307
แบ่งเซลล์มากขึ้น ทำให้ต้นสูงขึ้น และ

200
00:13:16,308 --> 00:13:20,308
ยังเกี่ยวข้องกับอีกหลายกระบวนการในพืช เช่น

201
00:13:20,309 --> 00:13:24,309
ควบคุมการงอกของเมล็ดพืชบางชนิด การออก

202
00:13:24,310 --> 00:13:28,310
ดอกและการติดผล จิบเบอเรลลินและการ

203
00:13:28,333 --> 00:13:32,333
ยึดตัวของลำต้น นักเรียนจำได้ไหมคะ ว่าตอน ม. 3

204
00:13:32,334 --> 00:13:36,334
เราเคยเรียนเรื่องเกี่ยวกับ เมนเดล

205
00:13:36,336 --> 00:13:40,336
ซึ่งหนึ่งในลักษณะทางพันธุกรรมของถั่วลันเตาที่ Me

206
00:13:40,337 --> 00:13:44,337
ก็คือลักษณะต้นสูง และต้นเตี้ย

207
00:13:44,338 --> 00:13:48,338
ซึ่งต่อมาพบว่าความสูงของต้นถั่วลันเตานั้น

208
00:13:48,339 --> 00:13:52,339
มีความสัมพันธ์กับปริมาณจิบเบอเรลลินที่

209
00:13:52,341 --> 00:13:56,341
ต้นถั่วสร้างขึ้นค่ะ โดยถั่วลันเตา

210
00:13:56,343 --> 00:14:00,343
ที่มีต้นสูงนะคะ จะมีจิบเบอเรลลินมากกว่า

211
00:14:00,347 --> 00:14:04,347
ถั่วลันเตาต้นเตี้ย จิบเบอเรลลิน

212
00:14:04,347 --> 00:14:08,347
กับการนำไปใช้ สารสังเคราะห์ที่มีสมบัติ

213
00:14:08,349 --> 00:14:12,349
คล้ายจิบเบอเรลลิน เช่น GA3

214
00:14:12,351 --> 00:14:16,351
gibberellic acid

215
00:14:16,353 --> 00:14:20,353
ทำให้ผลขยายขนาดใหญ่ขึ้นได้ ถ้าเราดูจากรูปนี้ค่ะ

216
00:14:20,355 --> 00:14:24,355
องุ่นทางด้านซ้ายมือนี่นะคะ ไม่ได้ใช้สารสังเคราะห์

217
00:14:24,355 --> 00:14:28,355
ความยาวผลจะประมาณ 1.5 เซนติเมตรค่ะ

218
00:14:28,358 --> 00:14:32,358
ส่วนองุ่นทางด้านขวามือนะคะ จะ

219
00:14:32,359 --> 00:14:36,359
สารสังเคราะห์ ความยาวของผลองุ่นจะปริมาณ

220
00:14:36,361 --> 00:14:40,361
4 เซนติเมตรค่ะ หลังจากเราเรียนเนื้อหาเสร็จแล้วนะคะะ

221
00:14:40,362 --> 00:14:44,362
เราก็มาถึงช่วงสรุปเนื้อหาภายในบทเรียนค่ะ

222
00:14:44,363 --> 00:14:48,363
ปัจจัยภายในที่มีผลต่อการเจริญเติบโต เช่น ฮอร์โมน

223
00:14:48,363 --> 00:14:52,363
พืช ซึ่งพืชสังเคราะห์ขึ้นเพื่อควบคุมการเจริญเติบโต

224
00:14:52,365 --> 00:14:56,365
ในแต่ละช่วงชีวิต มนุษย์สร้าง

225
00:14:56,365 --> 00:15:00,365
สารควบคุมการเจริญเติบโตของพืชโดยเลียนแบบฮอร์โมนพืช

226
00:15:00,367 --> 00:15:04,367
เพื่อนำมาใช้ควบคุมการเจริญเติบโต

227
00:15:04,368 --> 00:15:08,368
ของพืช ออกซินเป็นฮอร์โมนพืชที่ถูก

228
00:15:08,370 --> 00:15:12,370
ค้นพบนะคะ มีบทบาทสำคัญในการเจริญเติบโต

229
00:15:12,371 --> 00:15:16,371
การยึดตัวของเซลล์ นอกจากนี้แล้วยังยับยั้งการเจริญเติบโต

230
00:15:16,373 --> 00:15:20,373
ของตาข้าง โดยทำงานร่วมกับ

231
00:15:20,374 --> 00:15:24,374
กลุ่มไซไทไคนิน สารสังเคราะห์ที่มีสมบัติคล้าย

232
00:15:24,375 --> 00:15:28,375
ออกซินนะคะ เช่น IBA และ NAA เพื่อ

233
00:15:28,377 --> 00:15:32,377
นิยมนำมาใช้เพื่อเร่งการเกิดรากของกิ่งตอน

234
00:15:32,379 --> 00:15:36,379
หรือกิ่งปักชำ และใช้กระตุ้นบางชนิดค่ะ

235
00:15:36,380 --> 00:15:40,380
ผลโดยไม่่ต้องมีการปฏิสนธิ เช่น

236
00:15:40,381 --> 00:15:44,381
สตรอว์เบอร์รี ไซโทไคนินมีบทบาทสำคัญใน

237
00:15:44,382 --> 00:15:48,382
การแบ่งเซลล์ และการเปลี่ยนสภาพของเซลล์

238
00:15:48,383 --> 00:15:52,383
นอกจากนี้แล้ว การเจริญของตาผลมาจา

239
00:15:52,384 --> 00:15:56,384
ทำงานร่วมกันของไซโทไคนินและออกซินค่ะ

240
00:15:56,385 --> 00:16:00,385
สารสังเคราะห์ที่มีสมบัติคล้ายกันของ สาร

241
00:16:00,386 --> 00:16:04,386
BA และ TDZ นิยมนำมาใช้เพื่อเร่งการ

242
00:16:04,387 --> 00:16:08,387
แตกตาข้างของพืช นอกจากนี้แล้ว ยังค

243
00:16:08,388 --> 00:16:12,388
ของไม้ดอกไม้ประดับและไม่ผลบางชนิด

244
00:16:12,390 --> 00:16:16,390
และใช้กระตุ้นการสร้างยอดในการสร้างสาร

245
00:16:16,391 --> 00:16:20,391
จิบเบอเรลลินมีบทบาทในการกระตุ้นใน

246
00:16:20,391 --> 00:16:24,391
เซลล์ที่ลำตัวมีการยืดตัว

247
00:16:24,394 --> 00:16:28,394
ทำให้ต้นสูงขึ้น นอกจากนี้แล้วยังควบคุม

248
00:16:28,397 --> 00:16:32,397
การงอกของพืชบางชนิด และควบคุมการ

249
00:16:32,397 --> 00:16:36,397
ออกดอกและการติดผลของพืชด้วยค่ะ สารสังเคราะห์ที่

250
00:16:36,397 --> 00:16:40,397
มีสมบัติคล้าย จิบเบอเรลลินนะคะ

251
00:16:40,398 --> 00:16:44,398
นิยมนำมาใช้ช่วยให้ช่อองุ่นยาว ทำ

252
00:16:44,399 --> 00:16:48,399
ให้ผลขยายขนาดใหญ่ขึ้นได้ค่ะ

253
00:16:48,401 --> 00:16:52,401
สำหรับคลิปนี้ก็ขอจบการสอนเพียงเท่านี้ก่อนนะคะ และพบกัน

254
00:16:52,401 --> 00:16:56,401
คลิปถัดไป สวัสดีค่ะ

255
00:16:56,402 --> 00:17:00,402

256
00:17:00,403 --> 00:17:04,403
[เสียงดนตรี]

257
00:17:04,404 --> 00:17:08,404

258
00:17:08,406 --> 00:17:12,406

259
00:17:12,408 --> 00:17:16,408

260
00:17:16,410 --> 00:17:19,410

261
00:17:20,411 --> 00:17:20,411

262
00:17:24,411 --> 00:17:24,411

263
00:17:32,413 --> 00:17:32,417

264
00:17:28,412 --> 00:17:28,412


