[เสียงดนตรี] (คุณครูปุณยาพร) สวัสดีค่ะ คลิปนี้นะคะ เป็นการสอนในหัวข้อที่ 4.4 เทคโนโลยีทาง DNA ให้ความรู้โดยครูปุณยาพรค่ะ โดยหัวข้อนี้นะคะ อยู่ภายใต้บทที่ 4 พันธุกรรมและวิวัฒนาการ ซึ่งอยู่ในหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ชีวภาพ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ค่ะ โดยจุดประสงค์ในหัวนี้นะคะ ก็คือเพื่อให้นักเรียนสามารถที่จะสืบค้นข้อมูล อธิบาย และยกตัวอย่างการใช้เทคโนโลยีทาง DNA ทั้งในด้านการแพทย์และเภสัชกรรม การเกษตร ด้านมิติวิทยาศาสตร์ เกี่ยวกับความปลอดภัยทางชีวิภาพ ชีวจริยธรรม และผลกระทบต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อมทางดีเอ็นเอไปใช้ค่ะ ค่ะ เรามาเริ่มกันด้วยรูปนี้ก่อนนะคะ รูปที่นักเรียนเห็นนี่นะคะ คือรูปของปลาม้าลายค่ะ ซึ่งความจริงแล้วนะคะ ปลาม้าลายนี่จะใสนะคะ แต่จากการใช้เทคโนโลยีทางดีเอ็นเอ นักวิทยาศาสตร์สามารถจะทำให้ปลาม้าลายนี้ เรืองแสงขึ้นมาได้นะคะ วิทยาศาสตร์นำยีน ที่ควบคุมการสร้างโปรตีนเรืองแสงนะคะ จากแมงกะพรุน ไปใส่ในจีโนมของปลาม้าลายค่ะ การเรืองแสงของปลานะคะ เกิดจากการที่ยีนที่ใส่เข้าไปนี่ ไปสร้าง ไปสร้างโปรตีนเรืองแสงนะคะ แล้วเมื่อปลาม้าลายได้รับการกระตุ้นด้วยแสงที่มีความยาวคลื่นที่เหมาะสมนะคะ ปลาม้าลายก็จะเรืองแสงขึ้นมาได้นะคะ ซึ่งปัจจุบันนะคะ ได้มีการพัฒนาสายพันธุ์ของปลาม้าลาย ได้ตลอดเวลานะคะ เพื่อที่จะนำมาเลี้ยงเป็นปลาสวยงาม และเพิ่มมูลค่าให้กับปลาม้าลายค่ะ โดยที่ปลาม้าลายที่มาดัดแปลงเพิ่มให้มีลักษณะเรืองแสงนี้นะคะ ได้รับการอนุมัติให้เพาะเลี้ยงและจำหน่ายได้บางประเทศค่ะ ซึ่งความจริงแล้วลักษณะการเรืองแสงที่กล่าวมาทั้งหมดมันไม่ได้มีในปลาม้าลายในธรรมชาตินะ คำถามก็คือทำไมเราถึงได้สามารถที่จะสร้างปลาม้าลายที่มีลักษณะแตกต่างไปจากลักษณะดั่งเดิมเขาเหล่านั้นได้นะคะ อันนีเดี๋ยวนักเรียนจะสามารถใช้ความรูปเกี่ยวกับพันธุศาสตร์และเทคโนโลยีทาง DNA มาอธิบายได้ค่ะ จากที่นักเรียนได้ศึกษาจากหัวข้อที่ผ่านมานะคะ ยีนเป็นช่วงหนึ่งของดีเอ็นเอนะคะ ที่ควบคุมลักษณะพันธุกรรมผ่านกระบวนการสังเคราะห์โปรตีน ยังจำกันได้อยู่นะคะ โดยที่สิ่งมีชีวิตต่างชนิดกันนี่ ก็จะมียีนที่แตกต่างกันออกไปด้วยนะคะ ทำให้สังเคราะห์ได้เป็นโปรตีนที่แตกต่างกัน และเป็นลักษณะทางพันธุกรรมที่แตกต่างกัน ตัวอย่าง ก็เช่น มนุษย์มียีนที่ควบคุมการสังเคราะห์เมลานินนะคะ แต่ไม่มียีนที่ควบคุมการสังเคราะห์คลอโรฟิลล์ที่สังเคราะห์ในพืช หรือว่าแมงกะพรุนนะคะ ที่มียีนสังเคราะห์ที่เกี่ยวข้องกับการเรืองแสง ในขณะที่ปลาม้าลาลที่พูดถึงเมื่อสักครู่ไม่มียีนนะคะ ถ้าหากว่าเรานำยีนของสิ่งมีชีวิตของสิ่งมีชีวิตหนึ่ง มาตัดต่อใส่สิ่งมีชีวิตอีกชนิดหนึ่งนะคะ ก็จะทำให้ได้พันธุกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป และอาจจะส่งผลให้ได้สิ่งมีชีวิตที่มีลักษณะทางพันธุกรรมเปลี่ยนแปลงไปด้วยนะคะ ตัวอย่างก็เช่น ปลาม้าลายเมื่อสักครูนะคะ หรืออันนี้ต้นยาสูบสักครูนะคะ ที่มียีนที่สังเคราะห์โปรตีนที่เกี่ยวข้องของหิงห้อยค่ะ โดยการนำยีนของสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่ง มาดัดแปลงอีกชนิดหนึ่งนะคะ เป็นวิธีหนึ่งในการสร้างสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม หรือ GMO นะคะ อันนี้ขอบอกไว้ก่อนว่าการสร้างสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมนะคะ ไม่ได้มีแค่การสร้างสิ่งมีชีวิตที่ครูยกตัวอย่างมาให้เราเห็นเมื่อกี้นะคะ เดี๋ยวเราจะได้เห็นตัวอย่างอื่น ๆ อีกต่อไปค่ะ อย่างไรก็ตามนะคะ การสร้างสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมก็เป็นแค่ตัวอย่างหนึ่งของการนำเทคโนโลยีทาง DNA มาประยุกต์ใช้ ซึ่งจริง ๆ แล้วนี่เทคโนโลยีทาง DNA ไม่ได้จำกัดเฉพาะทางด้านพันธุกรรมหรือยีนเท่านั้นนะคะ แต่รวมถึงการกระทำอื่น ๆ ที่ยีนเท่านั้นนะคะ แต่รวมถึงการกระทำอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสารพันธุกรรมด้วยนะคะ โดยที่มนุษย์ได้มีการนำเทคโนโลยีทาง DNA นี่มาประยุกต์เพื่อตอบสนองความต้องการในหลาย ๆ ด้านด้วยกันนะคะ หัวข้อที่เราจะพูดถึงในคลิปนี้ ก็คือการแพทย์และเภสัชกรรม การเกษตร นิติวิทยาศาสตร์ และอุตสาหกรรมค่ะ สำหรับด้านแรกที่เราจะพูดถึงนะคะ ก็คือการประยุกต์ใช้ในเชิงการแพทย์และเภสัชกรรมค่ะ โดยตัวอย่างเกี่ยวกับการสร้างผลิตภัณฑ์ทางเภสัชกรรม คือ การสร้างแบคทีเรียดัดแปลงพันธุกรรม ที่มีอินซูลิน อินซูลินของมนุษย์ เพื่อที่จะให้แบคทีเรียนะคะ เพื่อที่สร้างแล้วผลิตอินซูลินเพื่อนำไปใช้บำบัดโรคเบาหวานได้นะคะ ซึ่งแบคทีเรียนี่เขาสามารถเพิ่มจำนวนได้มากในระยะเวลาอันสั้นนะคะ ทำให้ผลิตอินซูลินได้เร็วกว่าการสะกัดอินซูลินจากตับอ่อนของวัวหรือหมู ซึ่งอันคือวิธีการแบบเดิมที่เคยใช้กันมานะคะ ตัวอย่างต่อมานะคะ เรามาดูตัวอย่างในเรื่องวินิจฉัยโรคนะคะ ทางพันธุกรรมนะคะ เช่น การตรวจหาแอลลีลที่ทำให้เกิดโรคนะคะ ตัวอย่างก็เช่น โรคธาลัสซีเมียนะคะ ในตัวอย่างที่เราเรียนมาก่อนหน้านี้นะ ถูกควบคุมโดยยีน โดยมีแอลลีล T เป็นแอลลีลที่ไม่ทำให้เกิดโรค และแอลลีล t เป็นแอลลีลที่ทำให้เกิดโรคนะคะ โดยระดับนิวคลีโอไทด์ทั้ง 2 นี่แตกต่างกัน ดังนั้น ในคู่สามีภรรยาที่เขามีโอกาสที่จะให้กำเนิดลูกนะคะ ที่เป็นธาลัสซิมจะพอมีการตั้งครรภ์เกิดขึ้นนะคะ เราสามารถที่จะใช้เทคโนโลยีทาง DNA ทางแอลลีลก่อโรคจากเซลล์ของลูกที่ปนในน้ำคล่ำจาก DNA ของลูกนะคะ ที่ปนอยู่ในเลือดซึ่งการตรวจหาแอลลีลก่อโรคนี้ จะช่วยวินิจฉัยนะคะ ว่าบุตรในครรภ์ของมารดานี่เป็นโรคหรือไม่เป็นโรคนะคะ โดยสามารถทราบผลตั้งแต่ก่อนที่จะมีการคลอดออกมานะคะ ซึ่งมันก็จะทำให้คู่สามีภรรยาหรือครอบครัวนะคะ สามารถที่จะวางแนวทางในการรักษา แล้วก็ดูแลเด็กที่จะเกิดมาได้ค่ะ นอกจากการวินิจฉัยโรคแล้วนะคะ เราก็ยังมีการตรวจหาแอลลีลที่จำเพาะด้วยนะคะ ที่บ่งบอกถึงความเสี่ยงของการเกิดโรคด้วยเช่นกันนะคะ ตัวอย่างเช่น ในกรณีโรคของมะเร็งเต้านม และมะเร็งรังไข่นะคะ โดยนักวิทยาศาสตร์นะคะ ก็ได้พบว่าแอลลีลที่เกิดจากการกลายของยีนยีนหนึ่งนะคะ เกี่ยวข้องกับโรคนี้นะคะ โดยผู้ที่มีแอลลีลดังกล่าวจะมีโอกาส หรือมีความเสี่ยงในการที่จะเป็นโรคมะเร็ง ดังนั้น แพทย์นะคะ ก็จะมีการแนะนำให้ผู้ที่ตรวจพบแอลลีลดังกล่าวนี่นะคะ เข้ารับการตรวจหามะเร็งเต้านม ในช่วงอายุที่น้อยกว่า แล้วก็ถี่กว่าผู้ที่ไมก็ถี่กว่าผู้ที่ไม่มีแอลลีลนี้นะคะ รวมถึงการแนะนำให้เข้ารับการตรวจที่มีความละเอียดลลีลนี้นะคะ รวมถึงการแนะนำให้เข้ารับการตรวจที่มีความละเอียดมากขึ้นด้วยค่ะ นอกจากนี้นะคะ เรายังสามารถใช้เทคโนโลยีทาง DNA ในการวินิจฉัยโรคที่เกิดจากการติดเชื้อต่าง ๆ เช่น การติดเชื้อ HIV นะคะ หรือโรค COVID-19 ที่เราได้ยินกัน ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อไวรัสได้เช่นกัน โดยเราสามารถที่จะตรวจสอบสารพันธุกรรมของไวรัส หรือเชื้อโรค ซึ่งการใช้เทคโนโลยีทาง DNA นี้นะคะ จะทำให้เราสามารถตรวจพบสารพันธุกรรมได้ แม้ว่าเราจะมีปริมาณตัวอย่างที่น้อยนะคะ และสามารถตวรจพบได้อย่างรวดเร็วหลังการติดเชื้อด้วยค่ะ ซึ่งนี้นะคะ ก็จะทำให้การรักษานี่เป็นไปได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นด้วยค่ะ ต่อมานะคะ ก็คือตัวอย่างเกี่ยวกับการบำบัดอาการ หรือการรักโรคนะคะ ซึ่งในปัจจุบันนี่ ได้มีการวิจัย พัฒนาการบำบัดโรคนะคะ โดยการปรับแต่งจีโนม หรือ Gemone Edotng นะคะ ชิ้นส่วนของแอลลีลที่ทำให้เกิดชิ้นอ่อนส่วนของแอลลีลที่ทำให้เกิดชิ้นอ่อน หรือเราอาจทำให้การเกิดมิวเทชันในแอลลีลนั้นนะคะ เพื่อไม่ให้ก่อโรคอีกต่อไปค่ะ ต่อมานะคะ เรามาดูตัวอย่างของการประยุกต์ใช้ในเชิงการเกษตรค่ะ เรายังมีการสร้างสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม โดยการนำยีนของสิ่งมีชีวิตอื่น ใส่เข้าไปในพืช เพื่อที่จะปรับปรุงพันธุ์นะคะ ตัวอย่างเช่น การสร้างดอกกุหลาบสีใหม่ โดยเรานะคะ อาจที่จะพบกุหลาบสีต่าง ๆ ได้ในธรรมชาติแต่เราจะไม่พบดอกกุหลาบสีน้ำเงิน เพราะว่ากุหลาบไม่มียีนที่ควบคุมการสร้างเอนไซม์ ในการสร้างสารสีสีน้ำเงินค่ะ ปัจจุบันนะคะ นักวิทยาศาสตร์จึงได้มีการตัดต่อยีน จากพืชที่มีดอกสีน้ำเงินในธรรมมชาติ เช่น ไอรัส แพนซี พิทูเนีย เข้าโครโมโซมของกุหลาบ เพื่อที่จะให้เข้าสารดัดแปรพันธุกรรม เพื่อที่จะสร้างสารสีสีน้ำเงินได้ เพื่อที่จะเพิ่มมูลค่าหรือก็คือราคาของดอกกุหลาบนั่นเองค่ะ นอกจากนี้นะคะ เรายังมีการใช้เทคโนโลยีทาง DNA ในการสร้างพืช บีทีสารพิษที่เป็นอันตรายต่อหนอนศัตรูพืชบางชนิด มะละกอที่ต้านไวรัส ข้าวสีทองเพิ่มวิตามิน A และธาตุเหล็กให้กับผู้บริโภค เป็นต้นค่ะ พูดถึงเรื่องพืชกันมาเยอะแล้วนะคะ เรื่องพืชกันมาเยอะแล้วนะคะ เดี๋ยวเรามาลองดูตัวอย่างของสัตว์กันบ้างดีกว่าค่ะ จากรูปที่นักเรียนเห็นอยู่ตอนนี้นะคะ นักเรียนทราบไหมว่าคือรูปของอาหารที่ได้จากสัตว์ชนิดไหน ค่ะ รูปนี้นะคะ เป็นรูปของเนื้อปลาแซลมอนนะคะ ซึ่งในประเทศไทยเรานี่มีการรับประทานทั้งในรูปแบบปลาดิบนะคะ อย่างในรูป และรูปแบบที่ปรุงสุกด้วยนะคะ แล้วปลาแซลมอนนี่ เกี่ยวข้องอะไรกับสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมที่เราพูดถึงอยู่นะคะ การสร้างสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม ในการเกษตรนะคะ อาจจะทำขึ้นเพื่อที่เพิ่มผลผลิต ตัวอย่างก็เช่น แซลมอนดัดแปลงพันธุกรรม ซึ่งเป็นสัตว์ชนิดแรกที่ได้รับการรับรองจาก FDA เครื่องหมายรับรองสหรัฐอเมริกานะคะ ซึ่งวางจำหน่ายเพื่อประกอบอาหารได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายในสหรัฐอเมริกาค่ะ ซึ่งแซลมอนดัดแปลงพันธุกรรมนี้นะคะ จะเจริญเติบโต เพิ่มขนาดได้รวดเร็วกว่าแซลมอนในธรรมชาติ ซึ่งทำให้สามารถที่จะลดเวลาในการเลี้ยงก่อนที่จะจับมาขาย หรือนำไปบริโภคนั่นเองค่ะ จากกราฟแสดงการเปรียบเทียบอัตราการเติบโตของปลาแซลมอนดัดแปลงพันธุกรรมกับปลาแซลมอนแอตแลนติกนะคะ นักเรียนลองดูนะคะ เห็นไหมคะ ปลาแซลมอนดัดแปลงพันธุกรรม กับแซลมอนแอตแลนติก ซึ่งพบในธรรมชาติ มีอายุน้อยก็ตาม ทำให้สามารถที่จะเพิ่มผลผลิต และลดระยะเวลาในการเลี้ยงลงไปได้ค่ะ ต่อมานะคะ เป็นตัวอย่างของการประยุกต์ใช้ในเชิงนิติวิทยาศาสตร์นะคะ ถ้าพูดถึงนิติวิทยาศาสตร์นี่ ก็ต้องเกี่ยวข้องกับทางกฎหมายนะ อย่างที่นักเรียนน่าจะเคยได้ยินบ่อย ๆ นะคะ เกี่ยวกับการตรวจลายพิมพ์ DNA หรือ DNA Finger Printng นะคะ เนื่องจากว่าบุคคลแต่ละบุคคลจะมีของ DNA ที่แตกต่างกันนะคะ โดยที่จะไม่มีใครที่มีลำดับนิวคลีโอไทด์นะคะ ยกเว้นแฝดร่วมครรภ์นะคะ ดังนั้น เราสามาถที่จะใช้แตกต่างนี้ในการตวรจลายพิมพ์ DNA ระบุบุคคลได้ค่ะ ดังรูปที่แสดงอยู่ตอนนี้นะคะ เป็นตัวอย่างลายพิมพ์ DNAดังรูปที่แสดงอยู่ตอนนี้นะคะ เป็นตัวอย่างลายพิมพ์ DNA 4 บุคคลค่ะ จะเห็นได้ว่าแต่ละคนนะคะ มีลายพิมพ์ DNA ที่แตกต่างกันค่ะ โดยตัวอย่างของการใช้ประโยชน์จากลายพิมพ์ DNA นะคะ เราสามารถที่จะเปรียบเทียบ DNA ของผู้ต้องสงสัยกับ DNA จากคราบเลือดที่พบในที่เกิดเหตุได้นะคะ ซึ่งถ้าหากว่ามีลายพิมพ์ DNA ที่ตรงกันนะคะ ก็แสดงว่ามาจากบุคคลเดียวกันค่ะ สมมตินะคะ ถ้าครูบอกว่าครูมีลายพิมพ์ DNA ของคราบเลือดในที่เกิดเหตุของคดีคดีหนึ่งนะคะ และ 4 คนด้ายซ้ายที่นักเรียนเห็นอยู่ก่อนหน้านี้คือผู้ต้องสัยในคดีนั้นค่ะ นักเรียนคิดว่าใครคือเจ้าของคราบเลือดในที่เกิดเหตุคะ อันนี้อาจจะยังดูไม่ชัด เดี๋ยวครูจะลองขยายให้ดูชัด ๆ นะคะ อันนี้ คือ บุคคล 4 บุคคลที่เป็นผู้ต้องสงสัยนะคะ และนี่คือลายพิมพ์ DNA ที่ได้จากคราบเลือดในที่เกิดเหตุค่ะ เดี๋ยวคุณครูในเวลานักเรียนลองคิดสักประมาณ 10 วินาทีนะคะ ว่าใครคือเจ้าของคราบเลือดในที่เกิดเหตุค่ะ แล้วนะคะ ตอบได้กันหรือเปล่าค่ะ คำตอบก็คือคนนี้นี่เองนะคะ ที่เป็นผู้ต้องสงสัย ที่เป็นผู้ก่อเหตุค่ะ รู้ได้อย่างไรนะคะ ว่าคน ๆ นี้คือเจ้าของคราบเลือดในที่เกิดเหตุนะคะ ก็เนื่องมาจากว่าผลของลายพิมพ์ DNA ของเขานะคะ ตรงกับของคราบเลือดในที่เกิดเหตุทุก ๆ ตำแหน่งเลยนะคะ ซึ่งตรงจุดนี้นี่ เรายังบอกไม่ได้หรอกว่าคนคนนี้ หรือผู้ที่กระทำความผิดในคดีนั้นจริงหรือเปล่านะคะ แต่ว่าผลที่ได้นี่ สามารถใช้เป็นหลักฐานแวดล้อมอย่างหนึ่ง ในการพิจารณาดำเนินคดี เพื่อหาตัวผู้ร้ายที่แท้จริงได้ค่ะ โดยที่อันนี้ค่ะ ก็ถือว่าเป็นตัวอย่างหนึ่งนะ ในการนำเทคนิคทาง DNA มาใช้ในด้านนิติวิทยาศาสตร์นะคะ อันนี้เดี๋ยวขอแอบย้ำไว้นิดหนึ่งว่าการที่เราจะสร้างลายพิมพ์ DNA ได้นี่ ก่อนอื่นเราจะต้องมี DNA มาตรวจสอบก่อนนะคะ ซึ่ง DNA นี่เราก็อาจจะได้มาจากเลือด เซลล์บริเวณกระพุ้งแก้มนะคะ หรือว่าจากชิ้นส่วนสิ่งมีชีวิต เป็นต้น ค่ะ ถ้าหากว่าเราไม่มีชิ้นส่วน DNA ก่อนเราก็ไม่สามารถที่จะตรวจลายพิมพ์ DNA ได้นะคะ เพราะว่าะ ถ้าหากว่าเราไม่มีชิ้นส่วน DNA ก่อนเราก็ไม่สามารถที่จะตรวจลายพิมพ์ DNA ได้นะคะ เพราะว่าจะเอาอะไรมาตรวจนะ โดยที่ปัจจุบันนะคะ ในหลายประเทศนี่ ก็ได้สร้างฐานที่สามารถนำมาใช้ระบุคนได้นะคะ โดยที่ประเทศไทยเราเองนี่ ก็เริ่มที่จะมีลายพิมพ์สารพันธุกรรมนะคะ หรือฐานข้อมูลลายพิมพ์สารพันธุกรรม ผู้ต้องหาหรือนักโทษนะคะ เพื่อที่จะได้ใช้ในการสืบค้นสำหรับเป็นฐานข้อมูลพันธุกรรมแห่งชาตินะคะ ในอนาคต นอกจากการระบุตัวบุคคล ตรวจหาผู้กระทำความผิดแล้วนะคะ ลายพิมพ์ DNA นี่เราก็ยังสามารถนำมาใช้ในการพิสูจน์ความสัมพันธ์ทางสายเลือดได้ด้วยนะคะ โดยลายพิมพ์ DNA ของลูกนะคะ จะมีบางแถบที่เหมือนกับพ่อ และมีบางแถบที่เหมือนกับแม่ เนื่องจากว่าลูกนี่ จะมีโครโมโซมนะคะ จำนวนครึ่งหนึ่งมาจากพ่อ และอีกครึ่งหนึ่งนะคะ ได้รับมาจากแม่ อย่างในกรณีของประเทศไทยของเรานะคะ ก็มีการใช้ประโยชน์ในด้านนี้เช่นกันค่ะ ตัวอย่างเช่น ในบางพื้นที่นะคะ ที่เวลาที่มีเด็กเกิดขึ้นมานี่ อาจจะไม่ได้รับการแจ้งเกิดที่ถูกต้อง หรือครบถ้วนนะคะ ทำให้เมื่อเด็กคนนั้นโตขึ้นมานี่ พบว่าเขาไม่มีชื่ออยู่ในทะเบียนราษฎร์นะคะ ซึ่งเราก็จะมีการใช้การตรวจ DNA เพื่อที่จะพิสูจน์ความสัมพันธ์ในการยืนยันตัวตนของเด็กคนนี้ เพื่อที่จะบรรจุเข้าไปในทะเบียนราษฎร์ได้ด้วยค่ะ เช่นกันค่ะ นอกจากนี้นะคะ เรายังสามารถใช้การตรวจดีเอ็นเอในการระบุชนิดของเนื้อสัตว์ได้ด้วยเช่นกันค่ะ เนื่องจากว่าสัตว์ต่างชนิดกันค่ะ จะมีข้อมูลทางพันธุกรรมที่แตกต่างกัน ดังนั้น เราสามารถที่จะตรวจหาระดับนิวคลีโอไทด์ต่อสัตว์แต่ละชนิดได้นะคะ ตัวอย่างในการใช้ประโยชน์ ก็อย่างเช่น การตรวจอาหารที่ระบุว่าเป็นอาหารฮาลาลนะคะ ว่ามี DNA ของสุกรปนเปื้อนอยู่หรือไม่ หรือว่ามีการใช้เนื้อสัตว์ที่ผิดกฎหมาย เช่น เนื้อของสัตว์ป่าคุ้มครองนะคะ ในการทำอาหารหรือไม่คะ มาดูกันที่ตัวอย่างของการประยุกต์ใช้ในเชิงอุตสาหกรรมนะคะ การประยุกต์ใช้ในทาง DNA ในเชิงอุตสาหกรรม ดัดแปลงพันธุกรรม เพื่อนำมาใช้ในการผลิตสารเอนไซม์ด้วยนะคะ ตัวอย่างก็เช่นเอนไซม์เซลลูเลสที่ใช้ในการฟอกผ้ายีนส์ ทำให้ผ้านุ่ม หรือเอนไซม์ลิเพส และเอนไซม์โปรตีเอส สำหรับใช้ในการผลิตผงซักฟอกค่ะ จากที่ครูยกตัวอย่างมานะคะ ก็เป็นเพียงตัวอย่างส่วนหนึ่งของการใช้ประโยชน์นะคะ จากเทคโนโลยีทาง DNA นะคะ ตรงจุดนี้นะคะ คุณครูอยากให้นักเรียนนี่ได้ลองสืบค้นข้อมูลเพิ่มเติมนะคะ โดยอาจจะเลือกจากหัวข้อด้านที่นักเรียนมีความสนใจ สืบค้นตัวอย่างอื่น ๆ นอกเหนือจากที่ครูได้พูดมาแล้วนะคะ ตัวอย่างนะคะ ที่หลากหลายมากยิ่งขึ้นค่ะ มาถึงตรงนี้นะคะ นักเรียนจะได้เห็นว่ามนุษย์นี่มีการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อตอบสนองความต้องการในหลายด้านเลย ซึ่งบางอย่างนี่ นักเรียนเคยได้เห็นจากสื่อต่าง ๆ มาแล้วนะคะ บางอย่างก็อาจจะดูไกลตัว ในขณะที่ว่าบางอย่างนี่ อาจจะได้ใช้ประโยชน์จาก DNA เหล่านี้อยู่แล้วนะคะ อย่างไรก็ตามนะคะ การประยุกต์ใช้ต่าง ๆ ดังกล่าวนี่ ก็จำเป็นที่จะต้องคำนึงถึงความปลอดภัยทางชีวภาพ และชีวจริยธรรมด้วยนะคะ ซึ่งครอบคลุมถึงประเด็นหลายประเด็น ทั้งในด้านของความปลอดภัยต่อสุขภาพนะคะ ผลกระทบต่อสังคมมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม การละเมิดสิทธิส่วนบุคคล การปฏิบัติอย่างมีคุณธรรมและจริยธรรมนะคะ อันนี้เป็นต้นนะคะ โดยที่เดี๋ยวเรามาลองดูประเด็นที่เกี่ยวข้องต่อไปนี้ค่ะ โดยในการศึกษายในการศึกษาแต่ละตัวอย่างของประเด็นต่อไปนี้นะคะ ตรงจุดนี้ครูอยากจะให้นักเรียนลองถามดูด้วยว่ามีความคิดเห็นอย่างไรต่อประเด็นนี้นะคะ เห็นด้วยหรือไม่ แล้วก็ให้นักเรียนลองบอกเหตุผลว่าเพราะอะไรถึงได้เห็นด้วย หรือเพราะอะไรถึงไม่เห็นด้วยนะคะ และนักเรียนมีหลักฐานอะไรที่จะสนับสนุน หรือคัดค้านความคิดเห็นเหล่านั้นของนักเรียนค่ะ สำหรับตัวอย่างของประเด็นแรกนะคะ ก็คือการตรวจกรองทางพันธุกรรมของประเด็นแรกนะคะ ก็คือการตรวจกรองทางพันธุของเอ็มบริโอที่จะเลือกฝังในผนังมดลูกของมารดา ควรมีการจำกัดขอบเขตอย่างไรค่ะ ลองคิดดูนะคะ ค่ะ อันนี้ก็อาจจะเป็นอย่างเช่นตัวอย่างของในกรณีของการทำเด็กหลอดแก้วนะคะ ประเด็นที่มีความกังวลถึง ก็คือควรจะให้มีการตรวจกรองเฉพาะในกรณีของโรคที่ร้ายแรงเท่านั้น หรือว่าในกรณีของโรคทั่ว ๆ ไปด้วยนะคะ แล้วก็ควรที่จะอนุญาตให้ตรวจกรอง เพื่อที่จะเลือกบุตรที่มีลักษณะทางพันธุกรรมที่คนเป็นพ่อแม่ต้องการหรือเปล่านะคะ ตัวอย่างก็เช่น ลักษณะสีตา หรือว่าเพศนะคะ ซึ่งการที่มีการตรวจในเรื่องของลักษณะเหล่านี้นี่ อาจจะทำให้เกิดการกระทำที่ไม่ถูกต้องตามหลักจริยธรรมนะคะ ในการคัดเลือกตัวอ่อนของสิ่งมีชีวิต และทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำขึ้นได้ค่ะ นอกจากนี้นะคะ ยังอาจจะทำให้ผู้เป็นมารดานี่เกิดความวิตกกังวล จนส่งผลต่อสุขภาพนะคะ ในกรณีที่ตรวจพบว่าตัวอ่อนในครรภ์นี่เป็นโรคทางพันธุกรรมนะคะ และยังอาจจะทำให้ส่งผลต่อการยุติการตั้งครรภ์ ซึ่งอาจจะขัดต่อจริยธรรมและผิดกฎหมายบางประเทศได้ค่ะ ค่ะ เรามาดูตัวอย่างของประเด็นถัดมากันนะคะ สิ่งมีชีวิตลักษณะใหม่ที่สร้างขึ้น จะมีผลกระทบต่อสังคมสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อมหรือไม่ อย่างไรค่ะ หัวข้อนี้นะคะ ประเด็นที่มีความกังวลถึง ก็คือสิ่งมีชีวิตที่สร้างขึ้น หรือสารนั้นสร้างขึ้นนี่จะส่งผลต่อร่างกายหรือสุขภาพของมนุษย์หรือไม่นะคะ และก็อาจที่จะมีการรั่วไหลของสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม ในระบบนิเวศนะคะ ซึ่งก็จะส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ต่อระบบนิเวศนั้นหรือเปล่าค่ะ หรือทำให้สิ่งมีชีวิตที่มีอยู่ในธรรมชาตินั้นนะคะ อาจจะสูญพันธุ์ และถูกแทนที่โดยสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม แล้วก็อาจจะส่งผลให้เกิดการผูกขาดทางการค้าตามมาด้วยค่ะ จะเห็นได้ว่านะคะ การที่เราจะใช้เทคโนโลยีทาง DNA ต่าง ๆ นะคะ เราจะต้องคำนึงถึงประเด็นต่าง ๆ ในหลาย ๆ ด้านทีเดียวเลยนะคะ ซึ่งในการที่เราตัดสินใจที่จะใช้นี่ เราจำเป็นจะต้องตระหนักถึงความสำคัญของการหาข้อมูล หรือหลักฐานทางวิชาการในการใช้ประกอบการตัดสินใจ นะคะ โดยที่ข้อมูลที่เราได้จากการสืบค้นนี่ อาจจะมีทั้งข้อมูลที่เป็นจริง ข้อมูลที่คาดเคลื่อนและข้อมูลที่เกินความจริงนะคะ รวมถึงเราจะต้องพิจารณาถึงความน่าเชื่อถือของแหล่งที่มาของข้อมูลเหล่านี้ด้วยค่ะ นอกจากนี้นะคะ เรายังต้องคำนึงถึงด้วยว่าข้อมูลที่เรากำลังพิจารณาหรือพูดถึงอยู่นี่นะคะ เป็นข้อเท็จจริงหรือเป็นเพียงข้อคิดเห็นเท่านั้นค่ะ ทั้งนี้นะคะ ทุกคนควรที่จะรู้ถึงความก้าวหน้าของเทคโนโลยีทาง DNA หรือมีสิทธิ์ที่จะตัดสินใจสนับสนุนหรือคัดค้านนะคะ รวมถึงในการใช้ หรือไม่ใช้ เทคโนโลยีหรือผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้นจากเทคโนโลยีดังกล่าว เราควรที่จะรับฟังความเห็นของทุกฝ่าย แม้ว่าความคิดเห็นนั้นอาจจะแตกต่างจากความคิดเห็นของเราก็ตามค่ะ สำหรับตอนนี้ก็จบลงแล้วนะคะ ในส่วนของเนื้อหาเทคโนโลยีทาง DNA นะคะ เรามาลองสรุปเนื้อหาภายในบทเรียนด้วยกันนะคะ มนุษย์นะคะ มีการนำความทางเทคโนโลยี DNA มาประยุกต์ใช้ในหลายด้าน ทั้งการแพทย์และเภสัชกรรม ด้านการเกษตร และด้านอุตสาหกรรมนะคะ โดยการใช้เทคโนโลยีทาง DNA นี่ เราจำเป็นจะต้องคำนึงถึงชีวจริยธรรม และผลกระทบทางด้านสังคมด้วยค่ะ สำหรับตอนนี้นะคะ ก็จบลงแล้วในเนื้อหาในหัวข้อเทคโนโลยีทาง DNA นะคะ จากที่นักเรียนได้เรียนมาทั้งหมด 4 หัวข้อ จะเห็นได้ว่าสิ่งมีชีวิตนี่มีการควบคุมลักษณะทางพันธุกรรมโดยยีน ผ่านการสังเคราะห์โปรตีน ซึ่งลักษณะทางพันธุกรรมนั้นสามารถที่จะถ่ายทอดจากรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่งได้นะคะ ผ่านการสืบพันธุ์นะคะ ในบางครั้งลักษณะทางพันธุกรรมอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้จากการเกิดมิวเทชัน ซึ่งการอาศัยเพศและมิวเทชัน จัดเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดความหลากหลายขึ้นในสิ่งมีชีวิต และความหลากหลายนี้นะคะ ที่เป็นปัจจัยที่สำคัญในการเกิดการวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตค่ะ แล้ววิวัฒนาการตามความเข้าใจของนักเรียนคืออะไรค่ะ ค่ะ เคยมีหนังสือกล่าวไว้นะคะ ว่าในโลกของชีววิทยา นี่ไม่มีสิ่งใดเลยที่จะสมเหตุสมผลได้หากปราศจากแสงแห่งวิวัฒนาการ จริง ๆ แล้ววิวัฒนาการคืออะไร และมีความสำคัญอย่างไร นักเรียนจะได้ศึกษาจากหัวข้อต่อไปนะคะ หัวข้อที่ 4.5 วิวัฒนาการและความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตค่ะ สำหรับตอนนี้สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี]