﻿1
00:00:00,000 --> 00:00:04,000
[เสียงดนตรี]

2
00:00:04,005 --> 00:00:08,005

3
00:00:08,011 --> 00:00:12,011

4
00:00:12,013 --> 00:00:16,013

5
00:00:16,016 --> 00:00:20,016

6
00:00:20,020 --> 00:00:24,020

7
00:00:24,022 --> 00:00:28,022

8
00:00:28,025 --> 00:00:32,025
(คุณครูปุณยาพร) สวัสดีค่ะ คลิปนี้นะคะ

9
00:00:32,029 --> 00:00:36,029
เป็นการสอนในหัวข้อที่ 4.4 เทคโนโลยีทาง

10
00:00:36,030 --> 00:00:40,030
ดรเอ็นเอ ให้ความรู้โดยครูปุณยาพรค่ะ

11
00:00:40,031 --> 00:00:44,031
โดยหัวข้อนี้นะคะ อยู่ภายใต้บทที่ 4

12
00:00:44,033 --> 00:00:48,033
พันธุกรรมและวิวัฒนาการ ซึ่งอยู่ในบทเรียน

13
00:00:48,035 --> 00:00:52,035
วิทยาศาสตร์ชีวภาพ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ค่ะ

14
00:00:52,039 --> 00:00:56,039
โดยจุดประสงค์ในหัว

15
00:00:56,044 --> 00:01:00,044
นี้นะคะ ก็คือเพื่อให้นักเรียนสามารถที่จะสืบค้นข้อมูล

16
00:01:00,047 --> 00:01:04,047
อธิบาย และยกตัวอย่างการใช้เทคโนโลยี

17
00:01:04,049 --> 00:01:08,049
ทางดีเอ็นเอ ทั้งในด้านการแพทย์และเภสัชกรรม

18
00:01:08,051 --> 00:01:12,051
การเกษตร ด้านมิติวิทยาศาสตร์

19
00:01:12,053 --> 00:01:16,053
เกี่ยวกับความปลอดภัยทางชีวิภาพ ชีวจริยธรรม

20
00:01:16,054 --> 00:01:20,054
และผลกระทบต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม

21
00:01:20,056 --> 00:01:24,056
ทางดีเอ็นเอไปใช้ค่ะ

22
00:01:24,057 --> 00:01:28,057
ค่ะ เรามาเริ่มกันด้วยรูปนี้ก่อนนะคะ

23
00:01:28,058 --> 00:01:32,058
รูปที่นักเรียนเห็นนี่นะคะ คือรูปของปลาม้าลายค่ะ

24
00:01:32,059 --> 00:01:36,059
แล้วนะคะ ปลาม้าลายนี่จะ

25
00:01:36,060 --> 00:01:40,060
แต่จากการใช้เทคโนโลยีทางดีเอ็นเอ นักวิทยาศาสตร์

26
00:01:40,061 --> 00:01:44,061
สามารถจะทำให้ปลาม้าลายนี้ เรืองแสงขึ้นมาได้นะคะ

27
00:01:44,062 --> 00:01:48,062
วิทยาศาสตร์นำยีน ที่ควบคุมการสร้างโปรตีนเรืองแสง

28
00:01:48,063 --> 00:01:52,063
นะคะ จากแมงกะพรุน ไปใส่ในจีโนมของ

29
00:01:52,064 --> 00:01:56,064
ของปลาม้าลายค่ะ การเรืองแสงของปลานะคะ เกิดจาก

30
00:01:56,065 --> 00:02:00,065
การที่ยีนที่ใส่เข้าไปนี่ ไปสร้างการเรืองแสง

31
00:02:00,067 --> 00:02:04,067
นะคะ แล้วเมื่อปลาม้าลายได้รับการกระตุ้นด้วยแสง

32
00:02:04,068 --> 00:02:08,068
ที่มีความยาวคลื่นที่เหมาะสมนะคะ ปลาม้าลาย

33
00:02:08,069 --> 00:02:12,069
ก็จะเรืองแสงขึ้นมาได้นะคะ ซึ่งปัจจุบันนะคะ ได้มีการพัฒนา

34
00:02:12,071 --> 00:02:16,071
สายพันธุ์ของปลาม้าลาย

35
00:02:16,073 --> 00:02:20,073
ได้ตลอดเวลานะคะ เพื่อที่จะนำมาเลี้ยงเป็นปลาสวยงาม และเพิ่ม

36
00:02:20,074 --> 00:02:24,074
มูลค่าให้กับปลาม้าลายค่ะ เพิ่ม

37
00:02:24,076 --> 00:02:28,076
ให้มีลักษณะเรืองแสงนี้นะคะ ได้รับการอนุมัติให้

38
00:02:28,080 --> 00:02:32,080
เพาะเลี้ยงและจำหน่ายได้บางประเทศค่ะ

39
00:02:32,080 --> 00:02:36,080
ซึ่งความจริงแล้วลักษณะการเรืองแสงที่กล่าวมาทั้งหมด

40
00:02:36,082 --> 00:02:40,082
มันไม่ได้มีในปลาม้าลายในธรรมชาตินะ

41
00:02:40,083 --> 00:02:44,083
ทำไมเราถึงได้สามารถที่จะสร้างปลาม้าลายที่มีลักษณะ

42
00:02:44,084 --> 00:02:48,084
แตกต่างไปจากลักษณะดั่งเดิมของเขาได้นะคะ

43
00:02:48,086 --> 00:02:52,086
อันนีเดี๋ยวนักเรียนจะสามารถใช้ความรูปเกี่ยวกับพันธุศาสตร์

44
00:02:52,087 --> 00:02:56,087
ทาง DNA มาอธิบายได้ค่ะ

45
00:02:56,088 --> 00:03:00,088
จากที่นักเรียนได้ศึกษาจากหัวข้อที่ผ่านมานะคะ ยีน

46
00:03:00,089 --> 00:03:04,089
เป็นช่วงหนึ่งของดีเอ็นเอที่

47
00:03:04,090 --> 00:03:08,090
พันธุกรรมผ่านกระบวนการสังเคราะห์โปรตีน ยังจำกันได้อยู่

48
00:03:08,092 --> 00:03:12,092
นะคะ โดยที่สิ่งมีชีวิตต่างชนิดกันนี่

49
00:03:12,093 --> 00:03:16,093
ก็จะมียีนที่แตกต่างกันออกไปด้วยนะคะ ทำให้สังเคราะห์ได้

50
00:03:16,094 --> 00:03:20,094
เป็นโปรตีนที่แตกต่างกัน และเป็นลักษณะ

51
00:03:20,095 --> 00:03:24,095
ที่แตกต่างกัน ตัวอย่าง ก็เช่น มนุษย์มียีน

52
00:03:24,098 --> 00:03:28,098
ที่ควบคุมการสังเคราะห์เมลานินนะคะ แต่ไม่มี

53
00:03:28,099 --> 00:03:32,099
ที่ควบคุมการสังเคราะห์คลอโรฟิลล์ที่สังเคราะห็ให้พืช

54
00:03:32,101 --> 00:03:36,101
หรือว่าแมงกะพรุนนะคะ ที่มียีนสังเคราะห์

55
00:03:36,103 --> 00:03:40,103
ที่เกี่ยวข้องกับการเรืองแสง ในขณะที่ปลาม้าลาย

56
00:03:40,104 --> 00:03:44,104
ไม่มียีนนะคะ ถ้าหากว่าเรานำยีนของสิ่งมีชีวิต

57
00:03:44,105 --> 00:03:48,105
ของสิ่งมีชีวิตหนึ่ง มาตัดต่อใส่สิ่งมีชีวิต

58
00:03:48,106 --> 00:03:52,106
อีกชนิดหนึ่งนะคะ ก็จะทำให้ได้พันธุกรรมที่

59
00:03:52,106 --> 00:03:56,106
เปลี่ยนแปลงไป และอาจจะส่งผลให้ได้สิ่งมีชีวิตที่มี

60
00:03:56,108 --> 00:04:00,108
ลักษณะทางพันธุกรรมเปลี่ยนแปลงไปด้วยนะคะ เช่น

61
00:04:00,110 --> 00:04:04,110
ปลาม้าลายเมื่อสักครูนะคะ หรืออันนี้ ต้นยาสูบ

62
00:04:04,110 --> 00:04:08,110
ที่มียีนที่สังเคราะห์ โปรตีนที่เกี่ยวข้อง

63
00:04:08,111 --> 00:04:12,111
ของหิงห้อยค่ะ โดยการนำยีน

64
00:04:12,113 --> 00:04:16,113
ของสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่ง มาดัดแปลง

65
00:04:16,115 --> 00:04:20,115
อีกชนิดหนึ่งนะคะ เป็นวิธีหนึ่งในการสร้างสิ่งมีชีวิต

66
00:04:20,116 --> 00:04:24,116
ดัดแปลงพันธุกรรม หรือ GMO

67
00:04:24,117 --> 00:04:28,117
อันนี้ขอบอกไว้ก่อนว่าการสร้างสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม

68
00:04:28,119 --> 00:04:32,119
ไม่ได้มีแค่การสร้างสิ่งมีชีวิต

69
00:04:32,119 --> 00:04:36,119
ให้เราเห็นเมื่อกี้นะคะ เดี๋ยวเราจะได้เห็นตัวอย่างอื่น ๆ อีกต่อไปค่ะ

70
00:04:36,120 --> 00:04:40,120
อย่างไรก็ตามนะคะ การสร้างการดัด

71
00:04:40,121 --> 00:04:44,121
แปลงพันธุกรรมก็เป็นแค่ตัวอย่างหนึ่งของการนำเทคโนโลยี

72
00:04:44,122 --> 00:04:48,122
ทาง DNA มาประยุกต์ใช้ ซึ่งจริง ๆ แล้วนี่

73
00:04:48,123 --> 00:04:52,123
เทคโนโลยีทางดีเอ็นเอ ไม่ได้จำกัดเฉพาะทางด้านพันธุหรรม

74
00:04:52,123 --> 00:04:56,123
หรือยีนเท่านั้นนะคะ แต่รวมถึงการกระทำอื่น ๆ ที่

75
00:04:56,125 --> 00:05:00,125
เกี่ยวข้องกับสารพันธุกรรมด้วย

76
00:05:00,127 --> 00:05:04,127
นะคะ ได้มีการนำเทคโนโลยีทาง DNA นี่มาประยุกต์

77
00:05:04,131 --> 00:05:08,131
เพื่อตอบสนองความต้องการในหลาย ๆ ด้านด้วยกันนะคะ หัวข้อ

78
00:05:08,135 --> 00:05:12,135
ที่เราจะพูดถึงในคลิปนี้ ก็คือการแพทย์และ

79
00:05:12,138 --> 00:05:16,138
การเกษตร นิติวิทยาศาสตร์ และอุตสาหกรรม

80
00:05:16,139 --> 00:05:20,139
ค่ะ สำหรับด้านแรกที่เราจะพูดถึงนะคะ

81
00:05:20,140 --> 00:05:24,140
ก็คือการประยุกต์ใช้ในเชิงการแพทย์และเภสัชกรรมค่ะ

82
00:05:24,140 --> 00:05:28,140
โดยตัวอย่างเกี่ยวกับการสร้างผลิตภัณฑ์เภชั

83
00:05:28,142 --> 00:05:32,142
คือ การสร้างแบคทีเรียดัดแปลงพันธุกรรม ที่มีอินซูลิน

84
00:05:32,143 --> 00:05:36,143
อินซูลินของมนุษย์ เพื่อ

85
00:05:36,145 --> 00:05:40,145
ที่จะให้แบคทีเรียนะคะ เพื่อที่สร้างแล้วสะกัดอินซูลิน

86
00:05:40,146 --> 00:05:44,146
เพื่อนำไปใช้บำบัด

87
00:05:44,148 --> 00:05:48,148
โรคเบาหวานได้นะคะ ซึ่งแบคทีเรียเขาสามารถ

88
00:05:48,150 --> 00:05:52,150
เพิ่มจำนวนได้มากในระยะเวลาอันสั้นนะคะ ซึ่ง

89
00:05:52,151 --> 00:05:56,151
ทำให้ผลิตอินซูลินได้เร็วกว่า การสะกัดอินซูลิน

90
00:05:56,152 --> 00:06:00,152
จากตับอ่อนของวัว หรือหมู ซึ่งอันนั้นเป็นแบบเดิมที่

91
00:06:00,153 --> 00:06:04,153
เคยใช้กันมานะคะ ตัวอย่างต่อมานะคะ เรามาดู

92
00:06:04,154 --> 00:06:08,154
ตัวอย่างในเรื่องวินิจฉัยโรคนะคะ

93
00:06:08,157 --> 00:06:12,157
ทางพันธุกรรมนะคะ เช่น การตรวจหาแอลลีลที่ทำให้

94
00:06:12,157 --> 00:06:16,157
เกิดโรคนะคะ ตัวอย่างก็เช่น โรคธาลัสซีเมีย

95
00:06:16,159 --> 00:06:20,159
นะคะ ในตัวอย่างที่เราเรียนมาก่อนหน้านี้นะ ถูก

96
00:06:20,159 --> 00:06:24,159
ควบคุมโดยยีน โดยมีแอลลีล T น

97
00:06:24,162 --> 00:06:28,162
เป็นแอลลีลที่ไม่ทำให้เกิดโรคนะคะ และแอลลีล t

98
00:06:28,165 --> 00:06:32,165
เกิดโรคนะคะ โดยระดับนิวคลีโอไทด์

99
00:06:32,167 --> 00:06:36,167
ทั้ง 2 นี่แตกต่างกัน ดังนั้นในคู่สามีภรรยา

100
00:06:36,169 --> 00:06:40,169
ที่เขามีโอกาสที่จะให้กำเนิดลูกนะคะ ที่จะ

101
00:06:40,170 --> 00:06:44,170
พอมีการตั้งครรภ์เกิดขึ้นนะคะ เราสามารถ

102
00:06:44,171 --> 00:06:48,171
ที่จะใช้เทคโนโลยีทางดีเอ็นเอทาง

103
00:06:48,172 --> 00:06:52,172
แอลลีลก่อโรคจากเซลล์ของลูกที่ปนในน้ำคล่ำ

104
00:06:52,174 --> 00:06:56,174
จาก DNA ของลูกนะคะ ที่ปนอยู่ในเลือด

105
00:06:56,176 --> 00:07:00,176
ซึ่งการตรวจหาแอลลีลก่อโรคนี้ จะช่วยวินิจฉัยนะคะ

106
00:07:00,178 --> 00:07:04,178
ว่าบุตรในครรภ์ของมารดานี้ เป็นโรค

107
00:07:04,179 --> 00:07:08,179
หรือไม่เป็นโรคนะคะ โดยสามารถทราบผลตั้งแต่ก่อนที่จะมี

108
00:07:08,180 --> 00:07:12,180
การคลอดออกมานะคะ ซึ่งมันก็จะทำให้

109
00:07:12,181 --> 00:07:16,181
คู่สามีภรรยาหรือครอบครัวนะคะ สามารถวางแนวทาง

110
00:07:16,182 --> 00:07:20,182
ในการรักษา แล้วก็ดูแลเด็กที่จะเกิดมา

111
00:07:20,183 --> 00:07:24,183
นอกจากการวินิจฉัยโรคแล้ว

112
00:07:24,183 --> 00:07:28,183
นะคะ เราก็ยังมีการตรวจหาแอลลีลที่จำเพาะด้วย

113
00:07:28,185 --> 00:07:32,185
นะคะ ที่บ่งบอกถึงความเสี่ยงของการเกิดโรคด้วยเช่นกัน

114
00:07:32,186 --> 00:07:36,186
นะคะ ตัวอย่างเช่น ในกรณีโรคของมะเร็ง

115
00:07:36,189 --> 00:07:40,189
เต้านม และมะเร็งรังไข่นะคะ โดยนักวิทยาศาสตร์ได้ทราบ

116
00:07:40,190 --> 00:07:44,190
ว่าแอลลีลที่เกิดจากการกลายของโรคนี้

117
00:07:44,191 --> 00:07:48,191
นะคะ มีความเกี่ยวข้อกับโรคนี้ค่ะ โดยผู้ที่มีแอลลีล

118
00:07:48,192 --> 00:07:52,192
ดังกล่าวจะมีโอกาส หรือมีความเสี่ยง

119
00:07:52,194 --> 00:07:56,194
ในการที่จะเป็นโรคมะเร็ง ดังนั้น แพทย์นะคะ

120
00:07:56,195 --> 00:08:00,195
ก็จะมีการแนะนำให้ผู้ที่ตรวจพบ

121
00:08:00,196 --> 00:08:04,196
แอลลีลดังกล่าวนี้นะคะ เข้ารับการตรวจหามะเร็วเต้านม ผู้มี

122
00:08:04,197 --> 00:08:08,197
อายุที่น้อยกว่า แล้วก็ถี่กว่าผู้ที่ไม

123
00:08:08,198 --> 00:08:12,198
ผู้ที่ไม่มีแอลลีลนี้นะคะ รวมถึงการ

124
00:08:12,200 --> 00:08:16,200
แนะนำให้เข้ารับการตรวจที่มีความละเอียด

125
00:08:16,201 --> 00:08:20,201
มากขึ้นด้วยค่ะ นอกจากนี้นะคะ

126
00:08:20,201 --> 00:08:24,201
เรายังสามารถใช้เทคโนโลยีทางดีเอ็นเอ ในการ

127
00:08:24,202 --> 00:08:28,202
วินิจฉัยโรคที่เกิดจากการติดเชื้อต่าง ๆ

128
00:08:28,203 --> 00:08:32,203
เช่น การติดเชื้อ HIV นะคะ หรือ

129
00:08:32,205 --> 00:08:36,205
โรค COVID-19 ที่เราได้ยินกัน ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อไวรัสได้

130
00:08:36,207 --> 00:08:40,207
เช่นกัน โดยเราสามารถที่จะตรวจสอบ

131
00:08:40,208 --> 00:08:44,208
สารพันธุกรรมของไวรัส หรือเชื้อโรค ซึ่ง

132
00:08:44,209 --> 00:08:48,209
การใช้เทคโนโลยีทาง DNA นี่นะคะ จะทำให้เราสามารถ

133
00:08:48,210 --> 00:08:52,210
ตรวจพบสารพันธุกรรมได้ แม้ว่าเราจะมีตัวอย่าง

134
00:08:52,213 --> 00:08:56,213
ที่น้อยนะคะ และสามารถตวรจพบได้อย่างรวดเร็ว

135
00:08:56,214 --> 00:09:00,214
หลังการติดเชื้อโดยค่ะ ซึ่ง

136
00:09:00,215 --> 00:09:04,215
นี้นะคะ ก็จะทำให้การรักษานี่เป็นไปได้อย่า

137
00:09:04,215 --> 00:09:08,215
รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นด้วยค่ะ ต่อมานะคะ

138
00:09:08,217 --> 00:09:12,217
ก็คือตัวอย่างเกี่ยวกับการบำบัดอาการ การรัก

139
00:09:12,218 --> 00:09:16,218
อาการ หรือการรักษาโรคนะคะ ซึ่งในปัจจุบัน

140
00:09:16,219 --> 00:09:20,219
นี่ ได้มีการวิจัย พัฒนาการทางพันธุกรรม

141
00:09:20,220 --> 00:09:24,220
โดยการปรับแต่งจีโนม หรือ Gemone Edotng นะคะ

142
00:09:24,222 --> 00:09:28,222
ชิ้นส่วนของแอลลีลที่ทำให้เกิดชิ้นอ่อน

143
00:09:28,223 --> 00:09:32,223
หรือเราอาจทำให้การเกิดมิวเทชันในแอลลีลนั้นนะคะ

144
00:09:32,225 --> 00:09:36,225
เพื่อไม่ให้ก่อโรคอีกต่อไปค่ะ

145
00:09:36,228 --> 00:09:40,228
ต่อมานะคะ เรามาดูตัวอย่างของการประยุกต์ใช้

146
00:09:40,230 --> 00:09:44,230
ในเชิงการเกษตรค่ะ เรายังมีการใช้

147
00:09:44,230 --> 00:09:48,230
ชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม โดยการนำยีนของสิ

148
00:09:48,231 --> 00:09:52,231
อื่น ใส่เข้าไปในพืช เพื่อที่จะปรับปรุงพันธุ์นะคะ

149
00:09:52,232 --> 00:09:56,232
ตัวอย่างเช่น การสร้างดอกกุหลาบสีใหม่ โดยเรา

150
00:09:56,233 --> 00:10:00,233
นะคะ อาจที่จะพบกุหลาบสีต่าง ๆ

151
00:10:00,234 --> 00:10:04,234
ธรรมชาติแต่เราจะไม่พบดอกกุหลาบสีน้ำเงิน ซึ่งดอกกุหลาบ

152
00:10:04,236 --> 00:10:08,236
ไม่มียีนที่ควบคุมการสร้างเอนไซม์ เช่น

153
00:10:08,237 --> 00:10:12,237
การสร้างสารสีสีน้ำเงินค่ะ ปัจจุบันนะคะ นักวิทยาศาสตร์

154
00:10:12,238 --> 00:10:16,238
จึงได้มีการตัดต่อยีน

155
00:10:16,241 --> 00:10:20,241
เช่น ไอรัส แพนซี พิทูเนีย

156
00:10:20,242 --> 00:10:24,242
เข้าโครโมโซมของกุหลาบ เพื่อที่จะให้เข้าสาร

157
00:10:24,243 --> 00:10:28,243
ดัดแปรพันธุกรรม เพื่อที่จะสร้างสารสีสีน้ำเงินได้ เพื่อที่จะเพิ่มมูลค่

158
00:10:28,244 --> 00:10:32,244
หรือก็คือราคาของดอกกุหลาบนั่นเองค่ะ

159
00:10:32,246 --> 00:10:36,246
นอกจากนี้นะคะ เรายังมีการใช้เทคโนโลยี

160
00:10:36,247 --> 00:10:40,247
ทาง DNA ในการสร้างพืช บีที

161
00:10:40,249 --> 00:10:44,249
สารพิษที่เป็นอันตรายต่อหนอนศัตรูพืชบางชนิด

162
00:10:44,250 --> 00:10:48,250
มะละกอที่ต้านไวรัส

163
00:10:48,251 --> 00:10:52,251
ข้าวสีทองเพิ่มวิตามิน A และธาตุเหล็กให้กับผู้บริ

164
00:10:52,253 --> 00:10:56,253
เป็นต้นค่ะ พูดถึงเรื่องพืชกันมาเยอะแล้วนะคะ

165
00:10:56,255 --> 00:11:00,255
เรื่องพืชกันมาเยอะแล้วนะคะ เดี๋ยวเรามาลองดูตัวอย่างของสัตว์กันบ้างดีกว่าค่ะ

166
00:11:00,256 --> 00:11:04,256
จากรูปที่นักเรียนเห็น

167
00:11:04,259 --> 00:11:08,259
ตอนนี้นะคะ นักเรียนทราบไหมว่า คือรูปของอาหาร

168
00:11:08,260 --> 00:11:12,260
ที่ได้จากสัตว์ชนิดไหน

169
00:11:12,261 --> 00:11:16,261
ค่ะ รูปนี้นะคะ เป็นรูปของเนื้อปลาแซลมอนนะคะ ที่เมือง

170
00:11:16,262 --> 00:11:20,262
ไทยเรานี้ มีการรับประทานทั้งในรูปแบบ

171
00:11:20,263 --> 00:11:24,263
ปลาดิบนะคะ อย่างในรูป และรูปแบบที่ปรุงสุกด้วยนะคะ

172
00:11:24,264 --> 00:11:28,264
แล้วปลาแซลมอนนี่ เกี่ยวข้องอย่างไร

173
00:11:28,265 --> 00:11:32,265
กับสิ่งมีชีวิตดัดแปรพันธุกรรมที่เราพูดถึงอยู่นะคะ

174
00:11:32,266 --> 00:11:36,266
การสร้างสิ่งมีชีวิตดัดแปรพันธุกรรม ใน

175
00:11:36,267 --> 00:11:40,267
การเกษตรนะคะ อาจจะทำขึ้นเพื่อที่เพิ่มผลผลิต

176
00:11:40,268 --> 00:11:44,268
ก็เช่น แซลมอนดัดแปลงพันธุกรรม

177
00:11:44,270 --> 00:11:48,270
ที่ได้รับการรับรองจาก FDA เครื่องหมายรับรอง

178
00:11:48,271 --> 00:11:52,271
สหรัฐอเมริกานะคะ ซึ่ง

179
00:11:52,272 --> 00:11:56,272
วางจำหน่ายเพื่อประกอบอาหารได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายในสหรัฐ

180
00:11:56,275 --> 00:12:00,275
อเมริกาค่ะ ซึ่งแซลมอนดัดแปลงพันธุกรรมนี้

181
00:12:00,278 --> 00:12:04,278
นี้นะคะ จะเจริญเติบโต เพิ่มขนาดได้รวดเร็วกว่า

182
00:12:04,280 --> 00:12:08,280
แซลมอนในธรรมชาติ ซึ่งจะลด

183
00:12:08,280 --> 00:12:12,280
เวลาในการเลี้ยงก่อนที่จะจับมาขาย หรือนำไปบริโภคนั่นเอง

184
00:12:12,282 --> 00:12:16,282
ค่ะ จากกราฟ

185
00:12:16,283 --> 00:12:20,283
แสดงการเปรียบเทียบอัตราการเติบโตของแซลม

186
00:12:20,284 --> 00:12:24,284
กับปลาแซลมอนแอตแลนติกนะคะ

187
00:12:24,286 --> 00:12:28,286
นักเรียนลองดูนะคะ

188
00:12:28,287 --> 00:12:32,287

189
00:12:32,289 --> 00:12:36,289
เห็นไหมคะ ปลาแซลมอนดัดแปรพันธุกรรม กับแซลมอน

190
00:12:36,290 --> 00:12:40,290
แอตแลนติก ซึ่งพบในธรรมชาติ มีอายุน้อย

191
00:12:40,293 --> 00:12:44,293
ก็ตาม ทำให้สามารถที่จะเพิ่มผลผลิต และลดระยะเวลา

192
00:12:44,295 --> 00:12:48,295
ในการเลี้ยงลงไปได้ค่ะ

193
00:12:48,297 --> 00:12:52,297
ต่อมานะคะ เป็นตัวอย่างของการประยุกต์ใช้

194
00:12:52,298 --> 00:12:56,298
ในเชิงนิติวิทยาศาสตร์นะคะ ถ้าพูดถึงนิติ

195
00:12:56,300 --> 00:13:00,300
วิทยาศาสตร์นี่ ก็ต้องเกี่ยวข้องกับทางกฎหมายนะ อย่างที่

196
00:13:00,301 --> 00:13:04,301
นักเรียนน่าจะเคยได้ยินบ่อย ๆ นะคะ อย่างเช่น

197
00:13:04,303 --> 00:13:08,303
การตรวจลายพิมพ์ ดีเอ็นเอ หรือ DNA Finger Printng

198
00:13:08,304 --> 00:13:12,304
นะคะ เนื่องจากว่าบุคคลแต่ละบุคคลจะมี

199
00:13:12,305 --> 00:13:16,305
ของดีเอ็นเอที่แตกต่างกันนะคะ โดยที่จะไม่มีใคร

200
00:13:16,306 --> 00:13:20,306
ที่มีลำดับนิวคลีโอไทด์นะคะ

201
00:13:20,308 --> 00:13:24,308
ยกเว้นแฝดร่วมครรภ์นะคะ ดังนั้น เราสามาถที่จะใช้

202
00:13:24,309 --> 00:13:28,309
แตกต่างนี้ในการตวรจลายพิมพ์ดีเอ็นเอ

203
00:13:28,310 --> 00:13:32,310
ระบุบุคคลได้ค่ะ ดังรูปที่แสดงอยู่

204
00:13:32,311 --> 00:13:36,311
ตอนนี้นะคะ เป็นตัวอย่างลายพิมพ์ DNA

205
00:13:36,312 --> 00:13:40,312
4 บุคคลค่ะ จะเห็นได้ว่า แต่ละคนนะคะ มีลายพิมพ์

206
00:13:40,313 --> 00:13:44,313
ดีเอ็นเอที่แตกต่างกันค่ะ โดย

207
00:13:44,315 --> 00:13:48,315
ตัวอย่างของการใช้ประโยชน์จากลายพิมพ์ดีเอ็นเอนะคะ

208
00:13:48,316 --> 00:13:52,316
เราสามารถที่จะเปรียบเทียบ DNA ของ

209
00:13:52,317 --> 00:13:56,317
ผู้ต้องสงสัย กับดีเอ็นเอจากคราบเลือดที่พบในที่เกิดเหตุ

210
00:13:56,318 --> 00:14:00,318
ได้นะคะ ซึ่งถ้าหากว่ามี

211
00:14:00,318 --> 00:14:04,318
ลายพิมพ์ดีเอ็นเอที่ตรงกันนะคะ ก็แสดงว่ามาจาก

212
00:14:04,319 --> 00:14:08,319
บุคคลเดียวกันค่ะ สมมตินะคะ

213
00:14:08,321 --> 00:14:12,321
ถ้าครูบอกว่า ถ้าครูมีลายพิมพ์ดีเอ็นเอของคราบเลือด

214
00:14:12,322 --> 00:14:16,322
ในที่เกิดเหตุของคดี ๆ หนึ่ง

215
00:14:16,325 --> 00:14:20,325
นะคะ และ 4 คนด้ายซ้ายที่นักเรียนเห็นอยู่ก่อนหน้านี้

216
00:14:20,326 --> 00:14:24,326
คือผู้ต้องสัยในคดีนั้นค่ะ

217
00:14:24,327 --> 00:14:28,327
นักเรียนคิดว่าใครคือเจ้าของคราบเลือดในที่เกิดเหตุ

218
00:14:28,329 --> 00:14:32,329
คะ อันนี้อาจจะยังดูไม่ชัด เดี๋ยวครูจะ

219
00:14:32,330 --> 00:14:36,330
ลองขยายมให้ดูชัด ๆ นะคะ อันนี้ คือ

220
00:14:36,332 --> 00:14:40,332
บุคคล 4 บุคคลที่เป็นผู้ต้องสงสัยนะค

221
00:14:40,334 --> 00:14:44,334
นี่คือลายพิมพ์ดีเอ็นเอที่ได้จากคราบเลือดในที่เกิดเหตุค่ะ

222
00:14:44,347 --> 00:14:48,347
เดี๋ยวคุณครูในเวลานักเรียนลองคิกด

223
00:14:48,348 --> 00:14:52,348
สักประมาณ 10 วินาทีนะคะ ว่าใครคือเจ้า

224
00:14:52,350 --> 00:14:56,350
ของคราบเลือดในที่เกิดเหตุค่ะ

225
00:14:56,351 --> 00:15:00,351

226
00:15:00,352 --> 00:15:04,352

227
00:15:04,353 --> 00:15:08,353

228
00:15:08,357 --> 00:15:12,357
แล้วนะคะ ตอบได้กันหรือเปล่าค่ะ คำตอบ

229
00:15:12,361 --> 00:15:16,361
ก็คือคนนี้นี่เอง

230
00:15:16,362 --> 00:15:20,362
นะคะ ที่เป็นผู้ต้องสงสัย ที่เป็นผู้ก่อเหตุ

231
00:15:20,364 --> 00:15:24,364
ค่ะ รู้ได้อย่างไรนะคะ ว่าคน ๆ นี้คือเจ้าของ

232
00:15:24,367 --> 00:15:28,367
คราบเลือดในที่เกิดเหตุนะคะ

233
00:15:28,368 --> 00:15:32,368
ก็เนื่องมาจากว่า ผลของลายพิมพ์ดีเอ็นเอของเขานะคะ ตรงกับ

234
00:15:32,370 --> 00:15:36,370
ของคราบเลือดในที่เกิดเหตุ ทุก ๆ ตำแหน่งเลย

235
00:15:36,371 --> 00:15:40,371
นะคะ ซึ่งตรงจุดนี้นี่ เรายังบอกไม่ได้หรอกว่าคน ๆ นี้

236
00:15:40,373 --> 00:15:44,373
คือคนร้าย หรือผู้ที่กระทำความผิด

237
00:15:44,374 --> 00:15:48,374
ในคดีนั้นจริงหรือเปล่านะคะ แต่ว่าผลที่ได้นี่ สามารถใช้เป็น

238
00:15:48,375 --> 00:15:52,375
หลักฐานแวดล้อมอย่างหนึ่ง ในการดำเนินคดี เพื่อ

239
00:15:52,376 --> 00:15:56,376
หาตัวผู้ร้ายที่แท้จริงได้ค่ะ โดยที่อันนี้ค่ะ

240
00:15:56,377 --> 00:16:00,377
ก็ถือว่าเป็นตัวอย่างหนึ่งนะ มาใช้ในเทคนิค

241
00:16:00,378 --> 00:16:04,378
ทางดีเอ็นเอมาใช้ในด้านนิติวิทยาศาสตร์นะคะ

242
00:16:04,379 --> 00:16:08,379
อันนี้เดี๋ยวขอแอบย้ำไว้นิดหนึ่งว่า

243
00:16:08,380 --> 00:16:12,380
ดีเอ็นเอได้นี่ ก่อนอื่นเราจะต้องมีดีเอ็นเอ

244
00:16:12,381 --> 00:16:16,381
มาตรวจสอบก่อนนะคะ ซึ่งดีเอ็นเอนี่

245
00:16:16,383 --> 00:16:20,383
เราก็อาจจะได้มาจากเลือด เซลล์บริเวณกระพุ้งแก้มนะคะ

246
00:16:20,384 --> 00:16:24,384
นะคะ หรือว่าจากชิ้นส่วนสิ่งมีชีวิต เป็นต้น

247
00:16:24,384 --> 00:16:28,384
ค่ะ ถ้าหากว่าเราไม่มีชิ้นส่วนดีเอ็นเอก่อนเราก็

248
00:16:28,386 --> 00:16:32,386
ไม่สามารถที่จะตรวจลายพิมพ์ดีเอ็นเอได้นะคะ เพราะว่า

249
00:16:32,388 --> 00:16:36,388
จะเอาอะไรมาตรวจนะ โดยที่ปัจจุบันนะคะ

250
00:16:36,389 --> 00:16:40,389
ในหลายประเทศนี่ ก็ได้สร้างฐาน

251
00:16:40,390 --> 00:16:44,390
ที่สามารถนำมาใช้ระบุคนได้นะคะ โดยที่ประเทศ

252
00:16:44,391 --> 00:16:48,391
ไทยเราเองนี่ ก็เริ่มที่จะมีลายพิมพ์สารพันธุกรรม

253
00:16:48,392 --> 00:16:52,392
นะคะ หรือฐานข้อมูลลายพิมพ์สารพันธุกรรม ผู้ต้องหา

254
00:16:52,393 --> 00:16:56,393
หรือนักโทษนะคะ เพื่อที่จะได้

255
00:16:56,395 --> 00:17:00,395
สืบค้นสำหรับเป็นฐานข้อมูลพันธุกรรม

256
00:17:00,396 --> 00:17:04,396
แห่งชาตินะคะ ในอนาคต

257
00:17:04,397 --> 00:17:08,397
นอกจากการระบุตัวบุคคล ตรวจหาผู้กระทำความผิด

258
00:17:08,398 --> 00:17:12,398
แล้วนะคะ ลายพิมพ์ดีเอ็นเอ เราก็ยังสามารถ

259
00:17:12,400 --> 00:17:16,400
นำมาใช้ในการพิสูจน์ความสัมพันธ์ทางสายเลือด

260
00:17:16,401 --> 00:17:20,401
ได้ด้วยนะคะ โดยลายพิมพ์ดีเอ็นเอ

261
00:17:20,402 --> 00:17:24,402
ของลูกนะคะ จะมีบางแถบที่เหมือนกับพ่อ บางแถบ

262
00:17:24,403 --> 00:17:28,403
ที่เหมือนกับแม่ เนื่องจากว่าลูกนี่ จะมี

263
00:17:28,404 --> 00:17:32,404
โครโมโซมจำนวนครึ่งหนึ่งมาจากพ่อ และ

264
00:17:32,407 --> 00:17:36,407
อีกครึ่งหนึ่งนะคะ ได้รับมาจากแม่

265
00:17:36,408 --> 00:17:40,408
อย่างในกรณีของประเทศไทยของเรานะคะ ก็มีการใช้ประโยชน์

266
00:17:40,409 --> 00:17:44,409
ในด้านนี้เช่นกันค่ะ ตัวอย่างเช่น ในบางพื้น

267
00:17:44,409 --> 00:17:48,409
ที่นะคะ ที่เวลาที่มีเด็กเกิดขึ้นมานี่ อาจจะ

268
00:17:48,410 --> 00:17:52,410
ไม่ได้รับการแจ้งเกิดที่ถูกต้อง หรือครบถ้วนนะคะ

269
00:17:52,412 --> 00:17:56,412
หรือครบถ้วนนะคะ ทำให้เมื่อเด็กคนนั้นโตขึ้นมานี่

270
00:17:56,415 --> 00:18:00,415
พบว่าเขาไม่มีชื่ออยู่ในทะเบียนราษฎร์

271
00:18:00,417 --> 00:18:04,417
การใช้การตรวจ DNA เพื่อที่จะพิสูจน์ความสัมพัน

272
00:18:04,418 --> 00:18:08,418
ในการยืนยันตัวตนของเด็กคนนี้ เพื่อที่จะ

273
00:18:08,420 --> 00:18:12,420
เข้าไปในทะเบียนราษฎร์ได้ด้วำยเช่นกันค่ะ

274
00:18:12,422 --> 00:18:16,422
นอกจากนี้นะคะ เรายังสามารถใช้การตรวจดีเอ็นเอ

275
00:18:16,423 --> 00:18:20,423
ในการระบุชนิดของเนื้อสัตว์ได้ด้วยเช่นกันค่ะ

276
00:18:20,424 --> 00:18:24,424
เนื่องจากว่าสัตว์ต่างชนิดกันค่ะ

277
00:18:24,425 --> 00:18:28,425
จะมีข้อมูลทางพันธุกรรมที่แตกต่างกัน ดังนั้น เราสามารถ

278
00:18:28,426 --> 00:18:32,426
ที่จะตรวจหาระดับนิวคลีโอไทด์

279
00:18:32,427 --> 00:18:36,427
ต่อสัตว์แต่ละชนิดได้นะคะ ตัวอย่างในการใช้ประโยชน์ ก็อย่างเช่น

280
00:18:36,428 --> 00:18:40,428
การตรวจอาหารที่ระบุว่าเป็นอาหาร

281
00:18:40,428 --> 00:18:44,428
ฮาลาลนะคะ ว่ามีดีเอ็นเอของ

282
00:18:44,429 --> 00:18:48,429
สุกรปนเปื้อนอยู่หรือไม่ หรือ

283
00:18:48,430 --> 00:18:52,430
ว่ามีการใช้เนื้อสัตว์ที่ผิดกฎหมาย เช่น

284
00:18:52,434 --> 00:18:56,434
เนื้อของสัตว์ป่าคุ้มครองนะคะ ว่าเป็นไหม

285
00:18:56,435 --> 00:19:00,435
ค่ะ มาดูกันที่ตัวอย่างของการประยุกต์ใช้

286
00:19:00,438 --> 00:19:04,438
ในเชิงอุตสาหกรรมนะคะ การประยุกต์ใช้ใน

287
00:19:04,438 --> 00:19:08,438
ทางดีเอ็นเอในเชิงอุตสาหกรรม

288
00:19:08,439 --> 00:19:12,439
ดัดแปลงพันธุกรรม เพื่อนำมาใช้ในการผลิตสาร

289
00:19:12,440 --> 00:19:16,440
ด้วยนะคะ ตัวอย่างก็เช่นเอนไซม์เซลลูเลส

290
00:19:16,441 --> 00:19:20,441
ที่ใช้ในการฟอกผ้ายีนส์ ทำให้ผ้านุ่ม

291
00:19:20,443 --> 00:19:24,443
หรือเอนไซม์ลิเพส และ

292
00:19:24,444 --> 00:19:28,444
เอนไซม์โปรตีเอส สำหรับใช้ในการผลิตผงซักฟอกค่ะ

293
00:19:28,445 --> 00:19:32,445
จากที่ครูยกตัวอย่าง

294
00:19:32,447 --> 00:19:36,447
มานะคะ ก็เป็นเพียงตัวอย่างส่วนหนึ่ง ในการ

295
00:19:36,448 --> 00:19:40,448
ใช้ประโยชน์นะคะ จากเทคโนโลยีทาง DNA

296
00:19:40,449 --> 00:19:44,449
นะคะ ตรงจุดนี้นะคะ คุณครูอยากให้นักเรียน

297
00:19:44,450 --> 00:19:48,450
สืบค้นข้อมูลเพิ่มเติมนะคะ โดยอาจจะเลือกจากข้อมูล

298
00:19:48,451 --> 00:19:52,451
ด้านที่นักเรียนมีความสนใจ

299
00:19:52,453 --> 00:19:56,453
นอกเหนือจากที่ครูได้พูดมาแล้วนะคะ

300
00:19:56,456 --> 00:20:00,456
ตัวอย่างนะคะ ที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น

301
00:20:00,457 --> 00:20:04,457
ค่ะ มาถึงตรงนี้นะคะ นักเรียนจะได้เห็นว่า

302
00:20:04,458 --> 00:20:08,458
มนุษย์มีการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ใน

303
00:20:08,459 --> 00:20:12,459
ความต้องการในหลายด้านเลย ซึ่งบางอย่างนี่ นักเรียน

304
00:20:12,460 --> 00:20:16,460
เคยได้เห็นจากสื่อต่าง ๆ มาแล้วนะคะ ซึ่ง

305
00:20:16,462 --> 00:20:20,462
บางอย่างก็อาจจะดูไกลตัว ในขณะที่ว่าบางอย่างนี่

306
00:20:20,465 --> 00:20:24,465
อาจจะได้ใช้ประโยชน์จากดีเอ็นเอเหล่านี้

307
00:20:24,466 --> 00:20:28,466
นะคะ อย่างไรก็ตามนะคะ การประยุกต์

308
00:20:28,468 --> 00:20:32,468
ใช้ต่าง ๆ ดังกล่าวนี่ ก็จำเป็นที่จะต้องรำลึก

309
00:20:32,469 --> 00:20:36,469
ความปลอดภัยทางชีวภาพ และชีวจริยธรรมด้วยนะคะ

310
00:20:36,470 --> 00:20:40,470
ซึ่งครอบคลุมถึงประเด็นหลายประเด็น

311
00:20:40,471 --> 00:20:44,471
ทั้งในด้านของความปลอดภัยต่อสุขภาพนะคะ

312
00:20:44,472 --> 00:20:48,472
ผลกระทบต่อสังคมมีชีวิต และ

313
00:20:48,473 --> 00:20:52,473
การละเมิดสิทธิส่วนบุคคล

314
00:20:52,474 --> 00:20:56,474
การปฏิบัติอย่างมีคุณธรรม จริยธรรม

315
00:20:56,475 --> 00:21:00,475
อันนี้เป็นต้นนะคะ โดยที่

316
00:21:00,476 --> 00:21:04,476
เดี๋ยวเรามาลองดูประเด็นข่าวตัวอย่างที่

317
00:21:04,476 --> 00:21:08,476
โดยในการศึกษา

318
00:21:08,478 --> 00:21:12,478
แต่ละตัวอย่างของประเด็นต่อไปนี้นะคะ ครู

319
00:21:12,479 --> 00:21:16,479
อยากจะให้นักเรียนลองถามดูด้วยว่ามีความคิด

320
00:21:16,480 --> 00:21:20,480
เห็นอย่างไรต่อประเด็นนี้นะคะ ว่านักเรียน

321
00:21:20,481 --> 00:21:24,481
เห็นด้วยหรือไม่ แล้วก็ให้นักเรียนลองบอกเหตุผลว่า

322
00:21:24,482 --> 00:21:28,482
เพราะอะไรถึงได้เห็นด้วย และเพราะอะไรถึงไม่เห็นเด้วย

323
00:21:28,484 --> 00:21:32,484
นะคะ และนักเรียนมีหลักฐานอะไรที่จะสนับสนุน

324
00:21:32,485 --> 00:21:36,485
หรือคัดค้านความคิดเห็นเหล่านั้นของนักเรียนด้ว

325
00:21:36,486 --> 00:21:40,486
ค่ะ สำหรับตัวอย่างของประเด็นแรก

326
00:21:40,488 --> 00:21:44,488
นะคะ ก็คือการตรวจกรองทางพันธุ

327
00:21:44,489 --> 00:21:48,489
ของเอ็มบริโอที่จะเลือกฝังในผนังมดลูกของ

328
00:21:48,490 --> 00:21:52,490
มารดา ควรมีการจำกัดขอบเขต

329
00:21:52,492 --> 00:21:56,492
อย่างไรค่ะ

330
00:21:56,494 --> 00:22:00,494

331
00:22:00,497 --> 00:22:04,497
ลองคิดดูนะคะ

332
00:22:04,498 --> 00:22:08,498
ค่ะ อันนี้ก็อาจจะเป็นดังเช่นตัวอย่า

333
00:22:08,500 --> 00:22:12,500
อย่างเช่นตัวอย่างของในกรณีของการทำเด็กหลอดแก้วนะคะ

334
00:22:12,501 --> 00:22:16,501
ประเด็นที่มีความกังวลถึง ก็คือ

335
00:22:16,502 --> 00:22:20,502
จะให้มีการตรวจกรองเฉพาะในกรณีของ

336
00:22:20,505 --> 00:22:24,505
โรคที่ร้ายแรงเท่านั้น

337
00:22:24,506 --> 00:22:28,506
หรือว่าในกรณีของโรคทั่ว ๆ ไปด้วยนะคะ แล้วก็

338
00:22:28,508 --> 00:22:32,508
ควรที่จะอนุญาตในตรวจกรอง เพื่อที่จะ

339
00:22:32,509 --> 00:22:36,509
เลือกบุตรที่มีลักษณะทางพันธุกรรม

340
00:22:36,511 --> 00:22:40,511
ที่คนเป็นพ่อแม่ต้องการหรือเปล่านะคะ เช่น

341
00:22:40,512 --> 00:22:44,512
ลักษณะสีตา หรือว่าเพศนะคะ

342
00:22:44,513 --> 00:22:48,513
ซึ่งการที่มีการตรวจในเรื่องของ

343
00:22:48,515 --> 00:22:52,515
ลักษณะเหล่านี้นี่ อาจจะทำให้เกิดการกระทำที่ไม่ถูกต้อง

344
00:22:52,516 --> 00:22:56,516
ตามหลักจริยธรรมนะคะ ในการ

345
00:22:56,517 --> 00:23:00,517
คัดเลือกตัวอ่อนของสิ่งมีชีวิต และทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำ

346
00:23:00,517 --> 00:23:04,517
ค่ะ นอกจากนี้นะคะ อาจจะ

347
00:23:04,519 --> 00:23:08,519
ทำให้ผู้เป็นมารดาเกิดความวิตกกังวล อาจ

348
00:23:08,520 --> 00:23:12,520
ส่งผลต่อสุขภาพนะคะ ในกรณีที่ตรวจพบ

349
00:23:12,521 --> 00:23:16,521
ตัวอ่อนในครรภ์นี่เป็นโรคทางพันธุกรรมนะคะ แ

350
00:23:16,524 --> 00:23:20,524
ละยังอาจจะทำให้ส่งผลต่อการยุติการตั้งครรภ์

351
00:23:20,525 --> 00:23:24,525
ซึ่งอาจจะขัดต่อจริยธรรมและขัดต่อกฎหมายบางประเทศ

352
00:23:24,526 --> 00:23:28,526
ได้ค่ะ ค่ะ เรามาดูตัวอย่างของ

353
00:23:28,545 --> 00:23:32,545
ประเด็นถัดมากันนะคะ สิ่งมีชีวิต

354
00:23:32,546 --> 00:23:36,546
ลักษณะใหม่ที่สร้างขึ้น จะมีผลกระทบ

355
00:23:36,548 --> 00:23:40,548
ต่อสังคมสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อมหรือไม่

356
00:23:40,550 --> 00:23:44,550
อย่างไรค่ะ

357
00:23:44,551 --> 00:23:48,551

358
00:23:48,553 --> 00:23:52,553

359
00:23:52,555 --> 00:23:56,555
หัวข้อนี้นะคะ ที่มีความกังวล

360
00:23:56,557 --> 00:24:00,557
ก็คือสิ่งมีชีวิตที่สารนั้นสร้างขึ้น หรือ

361
00:24:00,558 --> 00:24:04,558
สารที่สิ่งมีชีวิตนั้นสร้างขึ้นนี่ จะส่งผลต่อ

362
00:24:04,560 --> 00:24:08,560
ร่างกายหรือสุขภาพของมนุษย์หรือไม่นะคะ

363
00:24:08,561 --> 00:24:12,561
และก็อาจที่จะมีการรั่วไหล

364
00:24:12,562 --> 00:24:16,562
ของสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม

365
00:24:16,564 --> 00:24:20,564
ซึ่งก็จะส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ต่อระบบนิเวศ

366
00:24:20,565 --> 00:24:24,565
นั้นหรือเปล่าค่ะ หรือทำให้สิ่ง

367
00:24:24,566 --> 00:24:28,566
ที่มีอยู่ในธรรมชาตินั้นนะคะ อาจจะสูญพันธุ์

368
00:24:28,567 --> 00:24:32,567
และถูกแทนที่โดยจะมีผลทางพันธุกรรม

369
00:24:32,569 --> 00:24:36,569
แล้วก็อาจจะส่งผลให้เกิดการผูกขาดทางการค้าตามมาด้วย

370
00:24:36,589 --> 00:24:40,589
ค่ะ จะเห็นได้ว่านะคะ การที่เรา

371
00:24:40,590 --> 00:24:44,590
จะใช้เทคโนโลยีทาง DNA ต่าง ๆ นะคะ

372
00:24:44,591 --> 00:24:48,591
ถึงประเด็นต่าง ๆ ในหลาย ๆ ด้านทีเดียวเลยนะคะ

373
00:24:48,592 --> 00:24:52,592
ซึ่งในการที่เราตัดสินใจที่จะใช้นี่ เราจำเป็นจะต้องตระหนักถึง

374
00:24:52,593 --> 00:24:56,593
ความสำคัญของการหารข้อมูล หรือ

375
00:24:56,594 --> 00:25:00,594
หลักฐานทางวิชาการในการใช้ประกอบการตัดสินใจ

376
00:25:00,596 --> 00:25:04,596
โดยที่ข้อมูลที่เราได้จากการสืบค้นนี่ บางทีก็

377
00:25:04,597 --> 00:25:08,597
อาจจะมีทั้งข้อมูลที่เป็นจริง ข้อมูลที่คาดเคลื่อน

378
00:25:08,598 --> 00:25:12,598
และข้อมูลที่เกินความจริงนะคะ รวมถึง

379
00:25:12,599 --> 00:25:16,599
เราจะต้องพิจารณาถึงความน่าเชื่อถือของแหล่งที่มาของ

380
00:25:16,600 --> 00:25:20,600
ข้อมูลเหล่านี้ด้วยค่ะ นอกจากนี้นะคะ

381
00:25:20,601 --> 00:25:24,601
เรายังต้องคำนึงถึงด้วยว่า ข้อมูลที่เรากำลังพิจารณา

382
00:25:24,602 --> 00:25:28,602
หรือพูดถึงอยู่นี่นะคะ เป็นความจริงหรือ

383
00:25:28,607 --> 00:25:32,607
เป็นเพียงข้อคิดเห็นเท่านั้นค่ะ ทั้งนี้นะคะ

384
00:25:32,609 --> 00:25:36,609
นะคะ ทุกคนควรที่จะรู้ถึงความก้าวหร้าของเทคโนโลยี

385
00:25:36,609 --> 00:25:40,609
ของเทคโนโลยีทางดีเอ็นเอหรือมีสิทธิ์ที่จะตัดสินใจ

386
00:25:40,611 --> 00:25:44,611
สนับสนุนหรือคัดค้านนะคะ รวมถึง

387
00:25:44,612 --> 00:25:48,612
ในการใช้ หรือไม่ใช้ เทคโนโลยี หรือผลิตภัณฑ์

388
00:25:48,613 --> 00:25:52,613
ที่เกิดขึ้นจากเทคโนโลยีดังกล่าว

389
00:25:52,614 --> 00:25:56,614
ควรที่จะรับฟังความเห็นของทุกฝ่าย แม้ว่าความคิดเฆ้นนั้น

390
00:25:56,614 --> 00:26:00,614
อาจจะแตกต่างจากความคิดเห็นของเราก็ตามค่ะ

391
00:26:00,615 --> 00:26:04,615
สำหรับตอนนี้ก็

392
00:26:04,616 --> 00:26:08,616
จบลงแล้วนะคะ ในส่วนของเนื้อหาเทคโนโลยีทาง

393
00:26:08,618 --> 00:26:12,618
เรามาลองสรุปเนื้อหาภายในบทเรียนด้วยกันนะคะ

394
00:26:12,620 --> 00:26:16,620
มนุษย์นะคะ มีการนำความทางดีเอ็นเอ

395
00:26:16,621 --> 00:26:20,621
มาประยุกต์ใช้ในหลายด้าน ทั้งการแพทย์และ

396
00:26:20,623 --> 00:26:24,623
เภสัชกรรม ด้านการแพทย์

397
00:26:24,623 --> 00:26:28,623
และด้านอุตสาหกรรมนะคะ โดยการใช้เทคโนโลยีทางดีเอ็นเอนี่

398
00:26:28,625 --> 00:26:32,625
เราจำเป็นจะต้องคำนึงถึง

399
00:26:32,626 --> 00:26:36,626
ชีวจริยธรรม และผลกระทบทางด้านสังคมด้วยค่ะ

400
00:26:36,629 --> 00:26:40,629
สำหรับตอนนี้นะคะ ก็จบลงแล้ว

401
00:26:40,630 --> 00:26:44,630
ในเนื้อหา ในหัวข้อเทคโนโลยี

402
00:26:44,631 --> 00:26:48,631
ทางดีเอ็นเอนะคะ จากที่นักเรียนได้เรียนมาทั้งหมด

403
00:26:48,633 --> 00:26:52,633
4 หัวข้อ จะเห็นได้ว่าสิ่งมีชีวิตจะควบคุมลักษณะ

404
00:26:52,634 --> 00:26:56,634
ทางพันธุกรรมโดยยีน ผ่านการสังเคราะห์

405
00:26:56,635 --> 00:27:00,635
ซึ่งลักษณะทางพันธุกรรมนั้น สามารถที่จะถ่ายทอด

406
00:27:00,636 --> 00:27:04,636
จากรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่งได้นะคะ

407
00:27:04,637 --> 00:27:08,637
ในบางครั้ง ลักษณะทางพันธุกรรมอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้

408
00:27:08,639 --> 00:27:12,639
จากการเกิดมิวเทชัน ซึ่งการอาศัยเพศ

409
00:27:12,639 --> 00:27:16,639
และมิวเทชัน จัดเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดความหลากหลาย

410
00:27:16,641 --> 00:27:20,641
ขึ้นในสิ่งมีชีวิต และความหลากหลายนี้นะคะ เป็น

411
00:27:20,642 --> 00:27:24,642
ปัจจัยที่สำคัญในการเกิดการวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตค่ะ

412
00:27:24,643 --> 00:27:28,643
แล้ววิวัฒนาการตามความเข้าใจของนักเรียน

413
00:27:28,644 --> 00:27:32,644
คืออะไรนะคะ ค่ะ เคยมีหนังสือ

414
00:27:32,645 --> 00:27:36,645
กล่าวไว้นะคะ ว่าในโลกของชีววิทยา

415
00:27:36,645 --> 00:27:40,645
ไม่มีสิ่งใดเลยที่จะสมเหตุสมผลได้หากปราศจากแสง

416
00:27:40,646 --> 00:27:44,646
แห่งวิวัฒนาการ จริง ๆ แล้ววิวัฒนาการ

417
00:27:44,646 --> 00:27:48,646
และมีความสำคัญอย่างไร นักเรียนจะได้ศึกษา

418
00:27:48,648 --> 00:27:52,648
จากหัวข้อต่อไปนะคะ

419
00:27:52,649 --> 00:27:56,649
หัวข้อที่ 4.5 วิวัฒนาการและความหลากหลาย

420
00:27:56,649 --> 00:28:00,649
ของสิ่งมีชีวิตค่ ะสำหรับตอนนี้สวัสดีค่ะ

421
00:28:00,650 --> 00:28:04,650
[เสียงดนตรี]

422
00:28:04,652 --> 00:28:08,652

423
00:28:08,653 --> 00:28:12,653

424
00:28:12,654 --> 00:28:16,654

425
00:28:16,655 --> 00:28:20,655

426
00:28:20,659 --> 00:28:24,659

427
00:28:24,660 --> 00:28:24,662


