﻿1
00:00:14,875 --> 00:00:18,875
(ดร.ขวัญชนก) สวัสดีค่ะ วันนี้นะคะ เราจะมาเรียนกันในหัวข้อ

2
00:00:26,987 --> 00:00:30,987
วิวัฒนาการและความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต

3
00:00:30,987 --> 00:00:34,987
สอนโดยครูขวัญชนก ศรัทธาสุข นะคะ หัวข้อนี้เป็นหัวข้อที่ 4.5 เป็นหัวข้อสุดท้าย

4
00:00:38,035 --> 00:00:39,762
นะคะ โดยหัวข้อนี้ประกอบไปด้วย

5
00:00:39,762 --> 00:00:43,762
เนื้อหา 2 ส่วนด้วยกันคือความหลากหลายของพันธุกรรม

6
00:00:46,008 --> 00:00:50,008
และการคัดเลือกโดยธรรมชาติ โดยมีจุดประสงค์ที่จะให้นักเรียนสามารถระบุ และอธิบายสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ได้นะคะ

7
00:00:54,701 --> 00:00:57,101
ต่อไปนี้ได้นะคะ ข้อแรกนะคะ อยากให้นักเรียน

8
00:00:57,101 --> 00:00:59,116
สามารถระบุถึงสาเหตุ ที่ทำให้เกิดความหลากหลาย

9
00:00:59,116 --> 00:01:03,116
ทางพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิตนะคะ สามารถอธิบายเกี่ยวกับทฤษฎีคัดเลือดโดยธรรมชาติ

10
00:01:06,728 --> 00:01:10,728
ของ ชาลส์ ดาร์วิน

11
00:01:11,001 --> 00:01:14,400
และสุดท้าย อธิบายและยกตัวอย่างวิวัฒนาการ

12
00:01:14,400 --> 00:01:18,071
มาจากวิวัฒนาการได้ค่ะ พร้อมกันหรือยังคะ ถ้าพร้อมแล้วเราไปเริ่มเรียน

13
00:01:18,071 --> 00:01:22,071
รู้กันเลยค่ะ ก่อนอื่นเลยนะคะ ครู

14
00:01:26,494 --> 00:01:29,135
อยากให้นักเรียนนะคะ มาทำความรู้จักกับ

15
00:01:29,135 --> 00:01:30,415
หอยมรกตก่อน หอยมรกตนะคะ เป็นวิธีการศึกษา

16
00:01:30,415 --> 00:01:34,415
กรณีหนึ่งที่น่าสนใจ โดยที่ผู้ที่ทำการศึกษาหอยมรกตนะคะ

17
00:01:35,925 --> 00:01:39,925
ก็คือ ศ.ดร.สมศักดิ์ ปัญหา และคณะค่ะ

18
00:01:42,784 --> 00:01:46,716
โดยเป็นคณะวิจัยจาก คณะวิทยาศาสตร์

19
00:01:46,716 --> 00:01:50,716
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หอยมรกตนี้นะคะ

20
00:01:51,019 --> 00:01:53,915
เราพบได้ที่ประเทศไทยนะคะ ทราบกันไหมคะ ว่าเราสามารถพบหอยมรกตได้ที่ไหนคะ

21
00:01:53,915 --> 00:01:57,915
ค่ะ หอยมรกตนะคะ เราสามารถพบได้ที่เกาะตาชัย

22
00:02:00,430 --> 00:02:04,430
ในจังหวัดพังงานะคะ โดยสาเหตุทีทางทีมวิจัย

23
00:02:04,781 --> 00:02:07,401
ให้ความสนใจหอยมรกต ก็เพราะว่าหอยมรกต

24
00:02:07,401 --> 00:02:11,401
ที่พบที่เกาะตาชัย มีพบที่เวียนซ้ายเท่านั้นค่ะ

25
00:02:13,774 --> 00:02:17,774
มาถึงตรงนี้ สงสัยกันไหมคะ ว่าหอย

26
00:02:18,157 --> 00:02:22,157
มีทั้งเปลือกเวียนซ้ายและเวียนขวา เราจะสังเกต

27
00:02:22,266 --> 00:02:26,266
ได้อย่างไรนะคะ วิธีการสังเกตนะคะ ว่าให้เรานำปลายยอดแหลมของหอย หักข

28
00:02:26,970 --> 00:02:30,970
ึ้นเข้าไปด้านบนนะคะ และหันส่วนของปากเปลือกอยู่ทางด้านซ้ายนะคะ แต่

29
00:02:34,813 --> 00:02:37,686
ปากเปลือกอยู่ทางด้านซ้าย ก็จะเป็นหอยเปลือกเวียนซ้ายนะคะ

30
00:02:37,686 --> 00:02:38,392
ปากเปลือกอยู่ทางด้านขวา ก็จะเป็นหอยเปลือกเวียนขวาค่ะ ไปลองสังเกตกันดูนะคะ

31
00:02:38,392 --> 00:02:42,392
ค่ะ หอยมรกตนะคะ ก็เป็นหอยในสกุลเดียว

32
00:02:50,923 --> 00:02:54,923
กับหอยทากต้นไม้นะคะ ซึ่งหายสกุลนี้นะคะ มีค่อนข้าง

33
00:02:55,038 --> 00:02:59,038
หลากหลายค่อนข้างสูง ทั้นสีสันของเปลือก ลวดลาย รวมทั้งเปลือกที่เวียนซ้าย และเปลือกที่เวียนขวานะคะ

34
00:03:03,042 --> 00:03:06,028
นั่นทำให้ทางทีมวิจัยนะคะ

35
00:03:06,028 --> 00:03:07,909
ตั้งข้อสงสัยว่า เพราะเหตุใด หอยมรกตที่ป่าไช

36
00:03:07,909 --> 00:03:10,053
จึงพบเฉพาะที่มีเปลือกเวียนซ้ายเท่านั้น เดี๋ยวเราจะได้ใช้ความรู้

37
00:03:10,053 --> 00:03:13,020
ที่เราจะเรียนมาทำความเข้าใจกับคำถามนี้กันค่ะ

38
00:03:13,020 --> 00:03:17,020
ค่ะ เรามาเริ่มทำความ

39
00:03:20,716 --> 00:03:24,716
เข้าใจกับคำว่า "ความหลากหลายทางพันธุกรรม" กันก่อนนะคะ

40
00:03:26,085 --> 00:03:30,085
ก่อนอื่นนะคะ ครูอยากให้นักเรียนนึกถึงลักษณะต่าง ๆ

41
00:03:31,610 --> 00:03:35,610
ของมนุษย์ดูนะคะ คำว่า "ประชากร" ก็คือกลุ่มมีชีวิต

42
00:03:38,043 --> 00:03:42,043
สปีชีส์เดียวกัน ที่อาศัยอยู่บริเวณแหล่งเดียวกัน

43
00:03:43,050 --> 00:03:47,050
ในระยะเวลาใดเวลาหนึ่ง ทีนี้ลองดูจากในรูปนะคะ ประชากรมนุษย์ในรูปนี้นะ

44
00:03:48,361 --> 00:03:52,361
คะ ที่มีความแตกต่างกัน ค่ะ เชื่อว่านักเรียนก็คงจะเห็นว่ามีลักษณะที่ต่างกัน

45
00:03:57,265 --> 00:03:57,376
ก็มีตั้งแต่ลักษณะรูปร่าง ความสูง ลักษณะของ

46
00:03:57,376 --> 00:04:01,337
เส้นผม สีผม แล้วก็สีตา แล้วก็มี อาจจะมี

47
00:04:01,337 --> 00:04:05,337
ลักษณะอื่น ๆ อีกมากมายใช่ไหมคะ ต่อไปเรามาดูสัตว์

48
00:04:11,060 --> 00:04:12,944
ตัวอย่างสัตว์กันบ้างนะคะ

49
00:04:12,944 --> 00:04:14,104
ก็คือสุนัขที่เป็นสปีชีส์เดียวกันทั้งหมดนะคะ แต่ว่า

50
00:04:14,104 --> 00:04:18,104
ต่างสายพันธุ์ มีลักษณะใดบ้างคะ

51
00:04:21,211 --> 00:04:24,011
ที่มีความแตกต่างกันของลักษณะดังนี้

52
00:04:24,011 --> 00:04:28,011
ค่ะ ก็คงจะเห็นว่ามีทั้งลักษณะของรูปร่าง

53
00:04:28,855 --> 00:04:32,855
ลักษณะเส้นขน สีขน ความสูง ลวดลาย แล้วก็อื่น ๆ  อีกใช่ไหมคะ อีกสักตัวอย่างนะคะ

54
00:04:35,545 --> 00:04:39,545
สำหรับตัวอย่างพืชนะคะ พืชในรูป ก็คือกะหล่ำ

55
00:04:41,531 --> 00:04:45,440
สายพันธุ์ต่าง ๆ ซึ่งเป็นสปีชีส์เดียวกัน ลักษณะ

56
00:04:45,440 --> 00:04:45,981
ใดบ้างคะ ของกระหล่ำเหล่านี้แตกต่างกัน

57
00:04:45,981 --> 00:04:49,981
ค่ะ เชื่อว่าก็คงจะตอบว่าลักษณะของใบ

58
00:04:53,564 --> 00:04:57,069
ลักษณะของดอก สีดอก หรือลักษณะของ

59
00:04:57,069 --> 00:04:59,558
ลำต้น หรือสีลำต้น และลักษณะอื่น ๆ อีกนะคะ

60
00:04:59,558 --> 00:05:02,102
ค่ะ จะเห็นว่าในแต่ละสปีชีส์ก็จะมี

61
00:05:02,102 --> 00:05:06,102
ลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของสปีชีส์นั้น ๆ นะคะ

62
00:05:06,854 --> 00:05:10,854
โดยในประชาชนของสปีชีส์ในชนิดเดียวกัน ก็จะมี

63
00:05:14,841 --> 00:05:17,843
ลักษณะปรากฏที่ยังแตกต่างด้วยใช่ไหมคะ

64
00:05:17,843 --> 00:05:21,843
ซึ่งความแตกต่างระหว่างสมาชิกภายในประชากรนี้นะคะ ก็เป็นผลมาจากความแตกต่างทางพันธุกรรม

65
00:05:23,769 --> 00:05:27,769
หรือความหลากหลายทางพันธุกรรมนั่นเองค่ะ

66
00:05:29,835 --> 00:05:31,534
และความหลากหลายทางพันธุกรรม

67
00:05:31,534 --> 00:05:33,781
ในประชากรสิ่งมีชีวิตนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร นักเรียน

68
00:05:33,781 --> 00:05:37,781
พอจะทราบไหมคะ ครูจะให้นักเรียนลองนึกถึงคำตอบ

69
00:05:40,585 --> 00:05:44,492
ประมาณ 10 วินาทีนะคะ [เสียงดนตรี]

70
00:05:44,492 --> 00:05:48,492
(ดร.ขวัญชนก) ค่ะ พอจะทราบคำตอบกันหรือยังคะ

71
00:05:55,479 --> 00:05:59,479
ถ้าใครยังนึกไม่ออก เรามาเริ่มนึกพร้อม ๆ

72
00:06:03,093 --> 00:06:06,286
พร้อม ๆ  กันเลยนะคะ ค่ะ ภาพนี้นะคะ เชื่อว่านักเรียนเห็นปุ๊บก็น่าจะสามารถตอบได้ ว่าคือ

73
00:06:06,286 --> 00:06:10,286
รูปของเสือโคร่งเบงกอลนะ

74
00:06:15,093 --> 00:06:15,479
คะ นักเรียนได้เคยเรียนมาแล้วนะคะ ซึ่ง

75
00:06:15,479 --> 00:06:19,479
ลักษณะของโปรตีนที่สร้างขึ้นได้ ซึ่งโปรตีนก็

76
00:06:23,096 --> 00:06:25,689
ส่งผลให้เกิดลักษณะทางพันธุกรรม โดยจะขึ้นอยู่กับชนิดและหน้าที่ของโปรตีนนั้น ๆ นะคะ ตัวอย่างเช่น

77
00:06:25,689 --> 00:06:29,689
การสร้างเมลานินของสีขนของเสือโคร่ง

78
00:06:35,103 --> 00:06:37,261
ดังรูปนี้นะคะ แต่ในธรรมชาตินะคะ เราก็ยังพบเสือโคร่งขาวเบงกอลซึ่งมีสีขน

79
00:06:37,261 --> 00:06:41,261
แตกต่างไปจากเสือโคร่งเบงก

80
00:06:44,004 --> 00:06:48,004
อลทั่วไปนะคะ นักเรียนคิดว่าเพราะเหตุใดคะ เสือ

81
00:06:51,102 --> 00:06:51,603
มีขนที่ต่างจากเสือโคร่งทั่วไป ค่ะ

82
00:06:51,603 --> 00:06:53,929
นักเรียนเคยเรียนกันมาก่อนหน้านี้แล้วนะคะ

83
00:06:53,929 --> 00:06:57,929
ว่ามิวเทชันส่งผลให้เกิดการ

84
00:07:03,110 --> 00:07:04,776
เปลี่ยนแปลงของยีนนะคะ ซึ่งอาจทำให้

85
00:07:04,776 --> 00:07:08,776
โปรตีนและลักษณะทางพันธุกรรมมีการเปลี่ยนแปลงไปนะคะ

86
00:07:11,112 --> 00:07:15,112
ดังนั้น การที่เสือโคร่งขาวมีลักษณะสีขนที่เป็นเช่นนี้นะคะ ก็เพราะมิวเทชันนั้น

87
00:07:15,143 --> 00:07:19,143
ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของปริมาณของเมลานิน

88
00:07:20,440 --> 00:07:24,440
ที่สร้างขึ้นนะคะ ทำให้เสือโคร่งขาว เบงกอลมีลักษณะ

89
00:07:25,768 --> 00:07:29,768
ที่แตกต่างจากเสือโคร่งเบงกอลทั่ว ๆ ไปนั่นเองค่ะ หรือเราอาจจะกล่าวได้ว่ามิวเทชัน ทำให้เกิด

90
00:07:31,415 --> 00:07:35,415
แอลลีลใหม่ และส่งผลให้เ

91
00:07:37,273 --> 00:07:41,273
กิดลักษณะทางพันธุกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปของประชากรได้นะคะ แต่อย่างไรก็ตามนะคะ ลักษณะทางพันธุกรรมที่เปลี่ยนแปลง

92
00:07:42,590 --> 00:07:46,590
ไปนี้นะคะ จะสามารถถ่ายทอดไปยังรุ่นต่อ ๆ ไปได้

93
00:07:49,899 --> 00:07:53,769
ก็ต่อเมื่อมิวเทชันเป็นสารพันธุกรรมได้

94
00:07:53,769 --> 00:07:56,302
นะคะ นอกจากมิวเทชันแล้วนะคะ  ยังมี

95
00:07:56,302 --> 00:07:56,410
ปัจจัยอื่นอีกที่ส่งผลต่อความหลากหลายทางพันธุกรรม

96
00:07:56,410 --> 00:08:00,410
หากนักเรียนมีพี่หรือน้อง ลองนึกดูนะคะ ว่าตัวนักเรียนเอง

97
00:08:05,766 --> 00:08:09,766
และพี่หรือน้องนั้น มีลักษณะที่คล้าย หรือแตกต่างกัน

98
00:08:10,427 --> 00:08:13,567
ใช่ไหมล่ะค่ะ หรือนักเรียนลองพิจารณารูปสุนัข

99
00:08:13,567 --> 00:08:17,567
ในรูปนี้ดูนะคะ กรณีที่ลูกสุนัขเกิดมาจากพ่อและแม่เดียวกัน ลูกสุนัขเหล่านั้นนะคะ จะมีลักษณะ

100
00:08:21,382 --> 00:08:25,382
ที่คล้าย และแตกต่างกันนะคะ สิ่งมีชีวิตที่มีการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ จะมีการสร้างเซลล์สืบพันธุ์

101
00:08:30,392 --> 00:08:32,197
โดยที่แต่ละเซลล์สืบพันธุ์นะคะ อาจจะมีแอลลีลที่แตกต่างกัน

102
00:08:32,197 --> 00:08:36,197
เมื่อเกิดการปฏิสนธิจากสเปิร์ม

103
00:08:39,142 --> 00:08:42,342
และเซลล์ไข่ ซึ่งจะเกิด

104
00:08:42,342 --> 00:08:45,152
แบบสุ่มนะคะ แต่ละตัวมีลักษณะทางพันธุกรรมที่ต่างกัน

105
00:08:45,152 --> 00:08:49,152
ดังนั้น การสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศยังเป็นอีกปัจจัยนะคะ ที่ส่งผลให้เกิดผลความหลากหลายทางพันธุกรรมในแต่ละสปีชีส์

106
00:08:53,782 --> 00:08:57,317
ค่ะ นอกจากนี้ในกรณีที่จากสุนัข

107
00:08:57,317 --> 00:09:01,267
ซึ่งเป็นลักษณะที่ถูกควบคุมด้วยยีนหลายยีน

108
00:09:01,267 --> 00:09:04,018
มีความหลากหลายมากจากการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศขึ้นค่ะ

109
00:09:04,018 --> 00:09:08,018
มาถึงตรงนี้นะคะ นักเรียนคงจะทราบกันแล้วนะคะ ว่า

110
00:09:08,953 --> 00:09:12,953
มิวเทชันในเซลล์สืบพันธุ์ และการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ และปัจจัยหลัก

111
00:09:14,727 --> 00:09:17,777
ที่ส่งผลให้เกิดความหลากหลายทางพันธุกรรมนะคะ แต่

112
00:09:17,777 --> 00:09:21,777
ถึงแม้ว่ามิวเทชันและการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศจะทำให้สิ่งมีชีวิตมีความหลากหลายทางพันธุกรรม

113
00:09:24,517 --> 00:09:28,517
แต่เมื่อเวลาผ่านไป บางลักษณะอาจหายไป

114
00:09:29,576 --> 00:09:30,014
หรือเปลี่ยนไปในรุ่นต่อไปนะคะ ตัวอย่างเช่น

115
00:09:30,014 --> 00:09:33,241
การค้นพบซากดึกดำบรรพ์ของม้าในแต่ละช่วงเวลานะคะ

116
00:09:33,241 --> 00:09:37,241
จะเห็นว่าม้าในปัจจุบันจะมีลักษณะบางประการที่คล้ายก

117
00:09:42,504 --> 00:09:44,260
ับม้าในอดีต แล้วก็มีหลายลักษณะนะคะ

118
00:09:44,260 --> 00:09:48,260
อย่างเช่น ขนาดของลำตัว ลักษณะของนิ้วเท้า ลักษณะ

119
00:09:49,462 --> 00:09:53,462
ของฟันนะคะ อีกตัวอย่างหนึ่งนะคะ ก็คือกรณีของหอยมรกต ซึ่งมีข้อสันนิษฐานว่า

120
00:09:56,870 --> 00:10:00,870
มีบรรพบุรุษจากหอย ซึ่งบรรพ

121
00:10:03,167 --> 00:10:05,097
ของหอยนกขมิ้นและหอยมรกตนี้ น่าจะมี

122
00:10:05,097 --> 00:10:09,097
ทั้งเปลือกเวียนซ้ายและเปลือกเวียนขวา โดยปัจจุบันนะคะ เราพบหอยนกขมิ้น

123
00:10:10,133 --> 00:10:11,382
ที่มีทั้งเปลือกเวียนซ้าย และเปลือกเวียนขวา

124
00:10:11,382 --> 00:10:15,382
แต่หอยมรกตที่พบที่เกาะตาชัย มีเฉพาะเปลือกที่เวียนซ้าย

125
00:10:18,663 --> 00:10:19,691
เท่านั้นค่ะ นั่นทำให้เกิดข้อสงสัยค่ะ ว่า

126
00:10:19,691 --> 00:10:23,691
เพราะเหตุใดลักษณะทางพันธุกรรมบางลักษณะนะคะ ยังคงพบ

127
00:10:24,654 --> 00:10:27,764
ในประชากร ในขณะที่บางลักษณะกลับหายไปนะคะ

128
00:10:27,764 --> 00:10:31,764
เราจะมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับทฤ

129
00:10:35,179 --> 00:10:39,179
ษฎีโดยธรรมชาตินะคะ เพื่อตอบคำถาม คำนี้นี้กันค่ะ การคัดเลือกโดยธรรมชาตินะคะ เป็นทฤษฎีที่เสนอ

130
00:10:39,490 --> 00:10:43,490
ขึ้นโดย ชาวชาลส์ ดาร์วินนะคะ ซึ่งเชื่อว่านักเรียนหลายคน

131
00:10:47,181 --> 00:10:50,116
กับชื่อของนักวิทยาศาสตร์ท่านนี้มาบ้างแล้วนะคะ

132
00:10:50,116 --> 00:10:54,116
เดี๋ยวครูจะมีแอนิเมชัน เกี่ยวกับการคัดเลือกโดยธรรมชาติ

133
00:10:55,187 --> 00:10:57,603
โดยธรรมชาติ ซึ่งครูจะเอาเพียงบางส่วนของแอนิเมชันนี้มาศึกษานะคะ

134
00:10:57,603 --> 00:11:01,603
หากอยากศึกษาแอนิเมชัน

135
00:11:03,184 --> 00:11:07,184
ตัวเต็ม ๆ สามารถศึกษาได้จาก Short URL ข้างล่างค่ะ

136
00:11:07,190 --> 00:11:11,190
เอาล่ะค่ะ เราไปดูกันเลยค่ะ (บรรยาย

137
00:11:11,193 --> 00:11:15,193
) ของชาลส์ ดาร์วิน และทฤษฎีการคัดเลือกโดยธรรมชาติ เมื่อดาร์วินอายุ 23 ปี

138
00:11:15,608 --> 00:11:19,608
ได้เดินทางไปกับเรือ Beagle เพื่อสำรวจ

139
00:11:23,197 --> 00:11:23,547
คำเชิญ จากกองทัพเรืออังกฤษ เพื่อสำรวจและเก็บ

140
00:11:23,547 --> 00:11:27,547
ข้อมูลทางธรรมชาติรอบโลก เรือ Beagle ออกเดินทางจากประเทศอังกฤษ โดยมีแผนสำรวจ

141
00:11:33,540 --> 00:11:37,172
ไปตามเส้นทางไปรอบทวีปอเมริกาใต้ ทางมหาสมุทร

142
00:11:37,172 --> 00:11:41,172
แปซิฟิก ทวีปปออสเตรเลีย ผ่านมหาสมุทรอินเดีย

143
00:11:42,370 --> 00:11:45,330
และตอนใต้ของทวีปแอฟริกาและกลับสู่อังกฤษ รวมเป็นระยะเวลาประมาณ 5 ปี ในระหว่าง

144
00:11:45,330 --> 00:11:49,330
เดินทาง ดารร์วินได้สำรวจทั้งธรณีวิทยา รายละเอียด

145
00:11:55,209 --> 00:11:58,566
บันทึกรายละเอียดและเก็บรวบรวม

146
00:11:58,566 --> 00:12:02,566
รวมทั้งตัวอย่างสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ที่เขาพบ นำไปสู่แนวคิดสำคัญในเวลาต่อมา

147
00:12:04,178 --> 00:12:08,178
ในระหว่างเดินทางสำรวจนั้น

148
00:12:08,197 --> 00:12:12,197
นั้น หมู่เกาะ Galapagos

149
00:12:15,211 --> 00:12:19,211
พบข้อมูลสำคัญที่สนับสนุนแนวคิดเกี่ยวกับการคัดเลือกโดยธรรมชาติ หมู่เกาะ Galapagos เป็นหมู่เกาะ

150
00:12:27,215 --> 00:12:31,215
ทวีปอเมริกาใต้ ประมาณ 59 กิโลเมตร

151
00:12:31,217 --> 00:12:35,217
เป็นหมู่เกาะที่เกิดจากภูเขาไฟ ที่หมู่เกาะแห่งนี้ดาร์วินได้สังเกตและเกิดข้อสงสัยเกี่

152
00:12:38,129 --> 00:12:42,129
ยวกับพืชและสัตว์หลายชนิด ที่เก็บรวบรวมและบันทึกไว

153
00:12:43,220 --> 00:12:43,229
นี่เป็นตัวอย่างของพืชที่ดาร์วินพบ

154
00:12:43,229 --> 00:12:47,229
นี่เป็นตัวอย่างของสัตว์ที่ดาร์วินพบ

155
00:12:53,890 --> 00:12:57,700
เช่น นกนกฟินซ์ เต่า Galapagos นี่เป็นตัวอย่างของสัตว์ ที่ดาร์วินพบ

156
00:12:57,700 --> 00:13:01,700
อีกัวนาทะเล นกบูบีเท้าสีฟ้า ตัวอย่างสำคัญที่เห็นเด่นชัด ก็คือ

157
00:13:09,346 --> 00:13:13,346
การศึกษาชนิดของนกฟินช์ที่อยู่ตามเกาะต่าง ๆ

158
00:13:15,037 --> 00:13:17,457
ดาร์วินพบว่านกเหล่านี้มีลักษณะจะงอยปากแตกต่างกัน

159
00:13:17,457 --> 00:13:21,457
กล่าวคือ มีรูปร่าง ความห

160
00:13:26,677 --> 00:13:27,426
นา ความยาว แตกต่างกันไปตามลักษณะของ

161
00:13:27,426 --> 00:13:31,426
นกแต่ละชนิดกิน เช่น เมล็ดพืช กระบองเพชร

162
00:13:33,840 --> 00:13:37,840
ยอดอ่อนพืช แมลง น้ำหวานจากดอกไม้ และผลไม้ต่าง ๆ นกฟินช์บางชนิด

163
00:13:41,095 --> 00:13:45,095
กินแมลงเป็นหลัก บางชนิดกินเมล็ดพืชเป็นหลัก

164
00:13:45,812 --> 00:13:49,719
บางชนิดกินพืชจำพวกกระบองเพชรเป็นหลัก

165
00:13:49,719 --> 00:13:53,719
และบางชนิดกินยอดอ่อนพืชเป็นหลัก ความแตกต่างของจะงอยปากของนกฟินช์เหล่านี้

166
00:13:56,402 --> 00:14:00,402
มีการเปลี่ยนแปลง จนได้ลักษณะจะงอยปากอย่างที่เห็น

167
00:14:02,628 --> 00:14:04,191
โดยประชากรนกฟินช์กลุ่มแรกที่เข้ามานี้

168
00:14:04,191 --> 00:14:08,191
เริ่มมีการขยายเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

169
00:14:08,786 --> 00:14:12,786
จนในที่สุด ส่งผลให้เกิดการขาดแคลนอาหาร

170
00:14:18,532 --> 00:14:22,292
ที่กินอยู่เป็นประจำ เมื่ออาหารของนกฟินช์กลุ่มนี้

171
00:14:22,292 --> 00:14:25,715
เริ่มขาดแคลน ประชากรนกฟินช์กลุ่มนี้

172
00:14:25,715 --> 00:14:29,715
จึงค่อย ๆ ลดจำนวนลงในที่สุด

173
00:14:29,891 --> 00:14:33,891
มีข้อสันนิษฐานว่า

174
00:14:34,539 --> 00:14:38,539
บรรพบุรุษของประชากรนกฟินช์ที่มายังเกาะ อาจ

175
00:14:38,765 --> 00:14:42,765
บางตัวที่มีลักษณะจะงอยปากที่แตกต่างจากตัวอื่น

176
00:14:47,267 --> 00:14:51,267
เล็กน้อย ประชากรนกฟินช์บางตัวที่มีลักษณะจงอยปากต่างออกไป ซึ่งเคย

177
00:14:52,703 --> 00:14:56,703
เป็นประชากรส่วนน้อยสามารถกินอาหารอย่างอื่นแทนได้ เช่น กระบองเพชร ทำให้ประชากรที่มีลักษณะนี้อยู่รอด

178
00:14:59,780 --> 00:15:03,780
และขยายพันธุ์เพิ่มขึ้นแทนที่

179
00:15:05,955 --> 00:15:09,270
ส่งผลให้ลักษณะประชากรนกฟินช์เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างค่อยเป็น

180
00:15:09,270 --> 00:15:13,270
ค่อยไป กระบวนการนี้เป็นการคัดเลือกโดยธรรมชาติ

181
00:15:15,044 --> 00:15:19,044
ซึ่งจะเกิดอย่างต่อเนื่อง

182
00:15:19,506 --> 00:15:23,506
ทำให้เกิดนกฟินซ์ชนิดต่าง ๆ ที่มีจะงอยปาก เหมาะสมกับ

183
00:15:24,696 --> 00:15:26,518
การกินอาหารต่างชนิดกันในเวลาต่อมา

184
00:15:26,518 --> 00:15:30,518
(ดร.ขวัญชนก) ค่ะ พอจะทราบกันแล้วใช่ไหมล่ะคะ ว่า

185
00:15:32,048 --> 00:15:33,968
ทำไมนกฟินซ์ของเกาะกาลาปากอสแต่ละเกาะ จะมี

186
00:15:33,968 --> 00:15:37,968
ความแตกต่างของจะงอยปาก ที่แตกต่าง

187
00:15:42,270 --> 00:15:46,270
ของอาหารต่าง ๆ ที่นกฟินช์แต่ละชนิดกินนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร ครูคิดว่านักเรียนพอจะอธิบายกันได้แล้วนะคะ

188
00:15:46,449 --> 00:15:50,449
ค่ะ เรามาสรุปเกี่ยวกับทฤษฎีการคัดเลือกโดยธรรมชาติ

189
00:15:54,802 --> 00:15:55,206
กันนะคะ สิ่งมีชีวิตสามารถสืบพันธุ์ให้เกิด

190
00:15:55,206 --> 00:15:59,206
ลูกหลานจำนวนมากนะคะ ทำให้ประชากรสิ่งมีชีวิตมีมาก

191
00:15:59,841 --> 00:16:03,841
เกินกว่าสิ่งจำเป็นตาม

192
00:16:05,666 --> 00:16:09,392
ธรรมชาตินะคะ ดังนั้น สิ่งมีชีวิตจ

193
00:16:09,392 --> 00:16:11,735
ึงมีการต่อสู่ดิ้นรน เพื่อที่จะอยู่รอด

194
00:16:11,735 --> 00:16:13,449
ต่อการดำรงชีวิตที่ไม่จำกัดดังกล่าวนะคะ ดังนั้น จึงมีสมาชิก

195
00:16:13,449 --> 00:16:17,449
เพียงส่วนหนึ่ง ที่อยู่รอดในแต่ละรุ่น

196
00:16:19,410 --> 00:16:23,410
การอยู่รอดของสมาชิกในสิ่งแวดล้อมนะคะ

197
00:16:23,472 --> 00:16:27,472
ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างกลุ่ม แต่เป็นผลที่เกิด

198
00:16:28,820 --> 00:16:29,963
ที่แตกต่างกันของสิ่งมีชีวิต สิ่งมีชีวิตที่ลักษณะหมาะสม

199
00:16:29,963 --> 00:16:33,963
กับสภาพแวดล้อม จะให้ลูกหลานได้มากกว่า

200
00:16:38,514 --> 00:16:40,435
สิ่งมีชีวิตที่มีลักษณะไม่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม

201
00:16:40,435 --> 00:16:43,024
การที่สมาชิกแต่ละตัวในประชากรนะคะ

202
00:16:43,024 --> 00:16:46,886
มัศักยภาพในการอยู่รอด และให้กำเนิดลูกหลายไม่เท่ากัน จึงทำให้

203
00:16:46,886 --> 00:16:50,886
ประชากรมีการเปลี่ยนแปลงไปทีละเล็กทีละน้อย

204
00:16:52,049 --> 00:16:56,049
และมีลักษณะที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม เพิ่มขึ้นในแต่ละรุ่นนะคะ

205
00:16:59,140 --> 00:17:00,466
เราลองกลับมาพิจารณาซากดึกดำบรรพ์

206
00:17:00,466 --> 00:17:02,157
ของม้าในแต่ละช่วงเวลากันอีกครั้งนะคะ ม้าในอดีต

207
00:17:02,157 --> 00:17:06,157
นะคะ จะมีขนาดตัวเล็ก เมื่อเปรียบกับม้าในปัจจุบัน

208
00:17:08,449 --> 00:17:12,449
นิ้วเท้าของม้าในอดีตนะคะ ก็จะ

209
00:17:12,863 --> 00:17:16,863
เดินบนพื้นดิน ที่มีความอ่อนนุ่มในป่า ลักษณ

210
00:17:19,323 --> 00:17:19,661
ของม้าในปัจจุบันนะคะ จะมีเพียงนิ้วเดียวซึ่งเป็นกลีบขนาดใหญ่

211
00:17:19,661 --> 00:17:23,661
ทำให้สามารถเหมาะกับการวิ่งได้อย่างรวดเร็วในทุ่งหญ้านะคะ

212
00:17:26,562 --> 00:17:28,945
ลักษณะฟันของม้าในอดีต ก็จะเหมาะกับการกินใบ

213
00:17:28,945 --> 00:17:32,945
ไม้ตามพุ่มไม้นะคะ ในขณะที่ลักษณะฟันของม้า

214
00:17:35,326 --> 00:17:39,326
สำหรับการกินหญ้าที่มีความเหนียวมากกว่าใบไม้นะคะ จะเห็นว่าลักษณะของม้าในอดีตแล

215
00:17:43,329 --> 00:17:45,041
ะปัจจุบันที่แตกต่างกันนี้ มีผลต่อการอยู่รอด ในสภาพที่แตกต่าง

216
00:17:45,041 --> 00:17:48,690
กันนะคะ ค่ะ สำหรับกรณี

217
00:17:48,690 --> 00:17:50,274
ของหอยมรกตที่กล่าวถึงไปเมื่อตอนต้นคลิปนะคะ มาถึงตรงนี้

218
00:17:50,274 --> 00:17:54,274
นักเรียนพอจะตั้งข้อสันนิษฐานได้หร

219
00:17:58,655 --> 00:18:00,384
ือยังคะ ว่าเพราะเหตุใจหอยมรกตที่พบในเกาะตาชัย ถึงมี

220
00:18:00,384 --> 00:18:04,384
เปลือกเวียนซ้ายเท่านั้นคะ ครูมีข้อมูลเพิ่มเติม

221
00:18:05,044 --> 00:18:09,044
ให้นักเรียนลองคิดกันดูนะคะ เอาล่ะค่ะ จากข้อมูลเหล่านี้

222
00:18:14,863 --> 00:18:17,714
ความรู้ที่นักเรียนได้เรียนรู้มานะคะ คิดว่านักเรียนพอจะตั้งข้อสันนิษฐานเกี

223
00:18:17,714 --> 00:18:21,714
ตั้งข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับหอยมรกตได้แล้วนะคะ

224
00:18:22,585 --> 00:18:26,585
จากหลักฐานที่ว่านะคะ เกาะตาชัยเคยอยู่รวมกับแผ่นดินใหญ่มาก่อน ซึ่งอยู่ร่วมกับนกขมิ้น

225
00:18:30,176 --> 00:18:32,530
เปลือกเวียนซ้าย แล้วก็เปลือกเวียนขวา

226
00:18:32,530 --> 00:18:36,530
แยกตัวนะคะ ออกจากแผ่นดินใหญ่ เป็นหอยขนาดเล็กลง

227
00:18:37,534 --> 00:18:41,534
ทำให้มีอาหารน้อยลง รวมทั้งมีผู้ล่า โดยเฉพาะงูกินหอยทากนะคะ

228
00:18:42,959 --> 00:18:46,959
ที่มีโครงสร้างเหมาะกับการกินหอยทาก ที่มีเปลือกเวียนขวามากกว่านะคะ

229
00:18:51,297 --> 00:18:55,297
ดังนั้น จึงทำให้หอยนกขมิ้นที่มีเปลือกเวียนซ้าย

230
00:18:55,346 --> 00:18:59,346
เวียนซ้ายและมีขนาดตัวเล็กนะคะ มีโอกาสที่จะอยู่รอดและสืบพันธุ์ในกำเนิดลูกหลานมากกว่า จนกระทั้งเมื่อเวลาผ่านไป

231
00:19:00,894 --> 00:19:04,894
หลายชั่วรุ่นนะคะ ซึ่งจะแตกต่างจากพันธุกรรม

232
00:19:07,347 --> 00:19:11,280
สปีชีส์ใหม่ที่มีลักษณะแตกต่างจากหอยนกขมิ้นนะคะ

233
00:19:11,280 --> 00:19:15,280
นะคะ แต่อย่างไรก็ตามนะคะ การศึกษาวิวัฒนาการของหอยมรกตยังคงต้องศึกษาต่อไปอีก

234
00:19:15,405 --> 00:19:19,405
ค่ะ หลังจากที่ได้เรียนรู้คัดเลือกทางพันู

235
00:19:23,353 --> 00:19:26,471
ทางพันธุกรรมและการคัด้ลือกโดยธรรมชาติแล้วนะคะ

236
00:19:26,471 --> 00:19:28,465
ครูก็มีคำถามมาถามนักเรียนนะคะ เพื่อตอบสอบความเข้าใจ ครูมีเวลาให้ 10 วินาทีนะคะ [เสียงดนตรี]

237
00:19:28,465 --> 00:19:32,465
ค่ะ ครบ 10 วินาที

238
00:19:43,356 --> 00:19:47,356
แล้วมาดูเฉลยพร้อมกันนะคะ สำหรับคำถามแรกนะคะ เพราะ

239
00:19:49,357 --> 00:19:53,357
เหตุใด มิวเทชันหรือการสืบพันธุ์ของสิ่งมีชีวิต ความสำคัญต่อส

240
00:19:55,359 --> 00:19:56,885
จึงมีความสำคัญแต่การคัดเลือกโดยธรรมชาตินะคะ

241
00:19:56,885 --> 00:19:59,688
คำตอบก็คือมิวเทชันและการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ

242
00:19:59,688 --> 00:20:03,688
ทำให้มีความหลากหลายทางพันธุกรรม

243
00:20:04,862 --> 00:20:08,862
ซึ่งธรรมชาตินะคะ จะเป็นตัวคัดเลือกลักษณะทางพันธุกรรม

244
00:20:10,191 --> 00:20:13,694
ที่สะสมไว้ในประชากรนะคะ คำถามต่อมานะคะ ก็คือจากคำกล่าวที่ว่าแมลงที่ได้รับสารฆ่า

245
00:20:13,694 --> 00:20:17,694
แมลง ทำให้เกิดสารต้านแมลงมากยิ่งขึ้น

246
00:20:23,369 --> 00:20:25,391
นักเรียนเห็นด้วยกับคำกล่าวนี้หรือไม่นะคะ สำหรับ

247
00:20:25,391 --> 00:20:29,391
ครูนะคะ ครูไม่เห็นด้วย เนื่องจากสารฆ่าแมลงไม่ได้ทำ

248
00:20:31,380 --> 00:20:33,480
ให้แมลงมีความต้านทานต่อสารฆ่าแมลงเกิดขึ้น แต่อาจมีแมลง

249
00:20:33,480 --> 00:20:37,480
บางตัวที่สามารถต้านทานต่อสารฆ่าแมลง

250
00:20:37,934 --> 00:20:40,703
จะถูกคัดเลือกโดยธรรมชาติ ให้มีโอกาสอยู่รอด โดยคำ

251
00:20:40,703 --> 00:20:44,703
ดังกล่าวไปยังรุ่นต่อ ๆ ไป ทำให้ประชากรรุ่นต่อไป

252
00:20:46,825 --> 00:20:48,197
ที่สามารถต้านทานต่อสารฆ่าแมลงนั้นมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น

253
00:20:48,197 --> 00:20:49,628
ค่ะ ต่อไปนะคะ ครูจะให้นักเรียน

254
00:20:49,628 --> 00:20:53,628
สรุปเกี่ยวกับวิวัฒนาการ

255
00:20:58,383 --> 00:21:00,645
ของสิ่งมีชีวิตที่คัดเลือกโดยธรรมชาตินะคะ โดยครูมีหมายเลข 1-7

256
00:21:00,645 --> 00:21:03,302
ให้ในกล่องสีส้มนะคะ โดยจะให้นักเรียนพิจารณาข้อความในกล่อง

257
00:21:03,302 --> 00:21:07,302
สีฟ้านะคะ และนำข้อความมาใส่ให้ถูกต้องตาม

258
00:21:08,205 --> 00:21:12,205
ลำดับนะคะ ครูให้เวลา 10 วินาทีนะคะ

259
00:21:13,759 --> 00:21:17,759
(ดร.ขวัญชนก) ค่ะ ครบ 10 วินาทีแล้วนะคะ

260
00:21:24,092 --> 00:21:28,092
ทำกันเสร็จแล้วหรือยังคะ หากใคร

261
00:21:29,569 --> 00:21:33,569
ต้องการเวลาเพิ่ม ก็กด Puase ได้นะคะ เรามาดูเฉลยนะค

262
00:21:35,402 --> 00:21:38,389
สำหรับเฉลยนะคะ ก็คือ E D

263
00:21:38,389 --> 00:21:39,131
C G A F และ B ค่ะ

264
00:21:39,131 --> 00:21:43,131
แผนภาพสรุปวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตที่ผ่านการคัดเลือดโดย

265
00:21:47,360 --> 00:21:49,795
ธรรมชาตินะคะ ก็จะเกิดจากสิ่งมีชีวิคตนะคะ

266
00:21:49,795 --> 00:21:53,795
จะเกิดมิวเทชันและเกิดการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศนะคะ ทำให้ประชากรมีความหลากหลายทางพันธุกรรม

267
00:21:54,622 --> 00:21:58,622
ส่งผลให้มีความหลากหลายของลักษณะต่าง ๆ เมื่อเกิดการคัด

268
00:21:59,024 --> 00:22:03,024
เลือกโดยธรรมชาติ สมาชิกของประชากรที่มีลักษณะเหมาะสมมากกว่าก็จะอยู่รอด

269
00:22:06,530 --> 00:22:10,530
มีโอกาสสืบพันธุ์ถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม และให้กำเนิดลูกหลานได้มากกว่า การ

270
00:22:13,950 --> 00:22:15,678
ดำเนินเป็นระยะเวลานานหลายชั่วรุ่นนะคะ

271
00:22:15,678 --> 00:22:19,678
จะในที่สุดนะคะ ทำให้ได้ประชากร ที่มีลักษณะ

272
00:22:22,795 --> 00:22:24,214
ทางพันธุกรรมที่แตกต่างไปจากรุ่นเดิมนะคะ ซึ่งมีลักษณะที่เหมาะสมกับ

273
00:22:24,214 --> 00:22:28,214
สภาพแวดล้อมในขณะนั้นค่ะ นอกจากความรู้

274
00:22:29,805 --> 00:22:31,807
ที่ได้เรียนมาแล้วนะคะ ในการศึกษาวิวัฒนาการนะคะ

275
00:22:31,807 --> 00:22:35,807
เรายังจะต้องอาศัยหลักฐานในด้านต่าง ๆ อีกนะคะ อย่างเช่น

276
00:22:38,845 --> 00:22:41,154
การศึกษาซากดึกดำบรรพ์ การศึกษากายวิภาคเปรียบเทียบ

277
00:22:41,154 --> 00:22:45,154
เอ็มบริโอเปรียบเทียบ หรือการศึกษาทางด้านชีววิทยา

278
00:22:46,733 --> 00:22:49,676
โมเลกุลนะคะ ตัวอย่างของการศึกษาโดยการ

279
00:22:49,676 --> 00:22:52,292
เปรียบเทียบ ก็เช่น การศึกษา

280
00:22:52,292 --> 00:22:55,589
รยางค์คู่หน้าของจระเข้ นก ค้างคาว

281
00:22:55,589 --> 00:22:59,589
วาฬ แล้วก็มนุษย์นะคะ จะเห็นว่าสิ่งต่าง ๆ

282
00:23:00,350 --> 00:23:04,350
เหล่านี้นะคะ มีความแตกต่างกัน รยางค์คู่หน้า

283
00:23:06,975 --> 00:23:09,954
ของสัตว์เหล่านี้ ก็มีหน้ที่แตกต่างกัน

284
00:23:09,954 --> 00:23:10,225
แต่เมื่อเราเปรียบเทียบโครงสร้างของกระดูกจะพบว่า

285
00:23:10,225 --> 00:23:14,225
มีโครงสร้างที่เปรียบเคียงกันได้นะคะ

286
00:23:14,892 --> 00:23:18,892
ซึ่งเป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าสัตว์ในกลุ่มนี้ มีวิวัฒนาการมาจาก

287
00:23:20,575 --> 00:23:21,093
บรรพบุรุษร่วมกันนะคะ

288
00:23:21,093 --> 00:23:25,093
ตัวอย่างการศึกษาเอ็มบริโอเปรียบเทียบนะคะ ก็อย่างเช่น การศึกษาการ

289
00:23:29,810 --> 00:23:30,987
พัฒนาการของเอ็มบริโอของปลา เต่า นก

290
00:23:30,987 --> 00:23:34,987
วัว แล้วก็มนุษย์นะคะ สัตว์ในกลุ

291
00:23:38,686 --> 00:23:42,686
่มนี้นะคะ แม้จะมีการโตเต็มวัย ที่แตกต่างกัน

292
00:23:43,439 --> 00:23:47,439
แต่เมื่อเราศึกษาการเจริญเติบโตของเอ็มบริโอระยะแรก ๆ ว่ามีลักษณะโครงสร้างบางอย่าง ที่มีลักษณะคล้ายกัน

293
00:23:51,118 --> 00:23:55,118
นั่นเป็นหลักฐานที่สันนิษฐาน

294
00:23:55,456 --> 00:23:58,720
ที่ว่าสัตว์ในกลุ่มนี้นะคะ มีวิวัฒนาการมาจากบรรพบุรุษร่วมกัน

295
00:23:58,720 --> 00:24:02,720
การศึกษาวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต ทำให้นักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่เชื่อว่

296
00:24:07,459 --> 00:24:11,459
า สิ่งมีชีวิตต่างสปีชีส์ ล้ว

297
00:24:11,476 --> 00:24:14,803
นมาจากบรรพบุรุษร่วมกัน การเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมที่เกิดอยู่ตลอดเวลา ส่งผลต่อาจากบรรพบุรุษร่วมกัน การเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมที่เกิดอยู่ตลอดเวลา ส่งผลต่อ

298
00:24:14,803 --> 00:24:15,434
ความอยู่รอดในแต่ละช่วงเวลา

299
00:24:15,434 --> 00:24:19,434
สิ่งมีชีวิตที่มีลักษณะที่เหมาะสมก็จะอยู่รอด

300
00:24:26,332 --> 00:24:27,052
ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงลักษณะทางพันธุกรรม

301
00:24:27,052 --> 00:24:31,052
ที่มาจากการคัดเลือกโดยธรรมชาติ กระบวนการนี้เกิดอย่างต่อเนื่อง

302
00:24:31,134 --> 00:24:34,394
เป็นเวลายาวนานหลักชั่วรุ่น จนในที่สุด

303
00:24:34,394 --> 00:24:38,394
ทำให้สิ่งมีชีวิตทำให้แตกต่าง

304
00:24:39,435 --> 00:24:43,435
จากบรรพบุรุษ และนำไปสู่การเกิดเป็นสิ่งมีชีวิตสปีชีส์ใหม่

305
00:24:46,373 --> 00:24:49,372
จนนำไปสู่การเกิดความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตกลุ่มต่าง ๆ ดังที่พบในปัจจุบัน

306
00:24:49,372 --> 00:24:53,372
[เสียงดนตรี] (ดร.ขวัญชนก) ค่ะ เรามาสรุป

307
00:24:55,930 --> 00:24:57,818
เนื้อหากันนะคะ มิวเทชัน และการ

308
00:24:57,818 --> 00:25:01,818
สืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ ทำให้เกิดความหลากหลายทางพันธุกรรมในประชากร

309
00:25:05,794 --> 00:25:09,794
สิ่งมีชีวิตในประชากรที่มีลักษณะที่

310
00:25:11,402 --> 00:25:12,380
เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมถึงจะอยู่รอด

311
00:25:12,380 --> 00:25:16,380
และสามารถถ่ายทอดลักษณะดังกล่าวไปยังรุ่นต่อ  ๆ ไปได้ กระบวนการนี้เป็นการ

312
00:25:16,483 --> 00:25:19,059
คัดเลือกโดยธรรมชาติ การคัดเลือกโดยธรรมชาติเกิดขึ้นอย่าง

313
00:25:19,059 --> 00:25:23,059
ต่อเนื่องเป็นเวลานาน หลายช่วงรุ่น

314
00:25:26,667 --> 00:25:30,109
ของสิ่งมีชีวิตในปัจจุบัน ค่ะ และนี่คือ

315
00:25:30,109 --> 00:25:32,585
ทั้งหมดที่เราได้เรียนรู้กันในคลิปนี้นะคะ สวัสดีค่ะ

316
00:25:32,585 --> 00:25:32,781

317
00:25:32,781 --> 00:25:36,781
[เสียงดนตรี]

