(ดร.ขวัญชนก) สวัสดีค่ะ วันนี้นะคะ เราจะมาเรียนกันในหัวข้อวิวัฒนาการและความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต สอนโดยครูขวัญชนก ศรัทธาสุข นะคะ หัวข้อนี้เป็นหัวข้อที่ 4.5 เป็นหัวข้อสุดท้ายนะคะ โดยหัวข้อนี้ประกอบไปด้วยเนื้อหา 2 ส่วนด้วยกันคือความหลากหลายของพันธุกรรม และการคัดเลือกโดยธรรมชาติ โดยมีจุดประสงค์ที่จะให้นักเรียนสามารถระบุ และอธิบายสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ได้นะคะ ต่อไปนี้ได้นะคะ ข้อแรกนะคะ อยากให้นักเรียนสามารถระบุถึงสาเหตุ ที่ทำให้เกิดความหลากหลายทางพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิตนะคะ สามารถอธิบายเกี่ยวกับทฤษฎีคัดเลือดโดยธรรมชาติ ของ ชาลส์ ดาร์วิน และสุดท้าย อธิบายและยกตัวอย่างวิวัฒนาการมาจากวิวัฒนาการได้ค่ะ พร้อมกันหรือยังคะ ถ้าพร้อมแล้วเราไปเริ่มเรียนรู้กันเลยค่ะ ก่อนอื่นเลยนะคะ ครูอยากให้นักเรียนนะคะ มาทำความรู้จักกับหอยมรกตก่อน หอยมรกตนะคะ เป็นวิธีการศึกษากรณีหนึ่งที่น่าสนใจ โดยที่ผู้ที่ทำการศึกษาหอยมรกตนะคะ ก็คือ ศ.ดร.สมศักดิ์ ปัญหา และคณะค่ะ โดยเป็นคณะวิจัยจาก คณะวิทยาศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หอยมรกตนี้นะคะ เราพบได้ที่ประเทศไทยนะคะ ทราบกันไหมคะ ว่าเราสามารถพบหอยมรกตได้ที่ไหนคะ ค่ะ หอยมรกตนะคะ เราสามารถพบได้ที่เกาะตาชัย ในจังหวัดพังงานะคะ โดยสาเหตุทีทางทีมวิจัยให้ความสนใจหอยมรกต ก็เพราะว่าหอยมรกตที่พบที่เกาะตาชัย มีพบที่เวียนซ้ายเท่านั้นค่ะ มาถึงตรงนี้ สงสัยกันไหมคะ ว่าหอยมีทั้งเปลือกเวียนซ้ายและเวียนขวา เราจะสังเกตได้อย่างไรนะคะ วิธีการสังเกตนะคะ ว่าให้เรานำปลายยอดแหลมของหอย หักขึ้นเข้าไปด้านบนนะคะ และหันส่วนของปากเปลือกอยู่ทางด้านซ้ายนะคะ แต่ปากเปลือกอยู่ทางด้านซ้าย ก็จะเป็นหอยเปลือกเวียนซ้ายนะคะ ปากเปลือกอยู่ทางด้านขวา ก็จะเป็นหอยเปลือกเวียนขวาค่ะ ไปลองสังเกตกันดูนะคะ ค่ะ หอยมรกตนะคะ ก็เป็นหอยในสกุลเดียวกับหอยทากต้นไม้นะคะ ซึ่งหายสกุลนี้นะคะ มีค่อนข้างหลากหลายค่อนข้างสูง ทั้นสีสันของเปลือก ลวดลาย รวมทั้งเปลือกที่เวียนซ้าย และเปลือกที่เวียนขวานะคะ นั่นทำให้ทางทีมวิจัยนะคะ ตั้งข้อสงสัยว่า เพราะเหตุใด หอยมรกตที่ป่าไช จึงพบเฉพาะที่มีเปลือกเวียนซ้ายเท่านั้น เดี๋ยวเราจะได้ใช้ความรู้ที่เราจะเรียนมาทำความเข้าใจกับคำถามนี้กันค่ะ ค่ะ เรามาเริ่มทำความเข้าใจกับคำว่า "ความหลากหลายทางพันธุกรรม" กันก่อนนะคะ ก่อนอื่นนะคะ ครูอยากให้นักเรียนนึกถึงลักษณะต่าง ๆ ของมนุษย์ดูนะคะ คำว่า "ประชากร" ก็คือกลุ่มมีชีวิตสปีชีส์เดียวกัน ที่อาศัยอยู่บริเวณแหล่งเดียวกัน ในระยะเวลาใดเวลาหนึ่ง ทีนี้ลองดูจากในรูปนะคะ ประชากรมนุษย์ในรูปนี้นะคะ ที่มีความแตกต่างกัน ค่ะ เชื่อว่านักเรียนก็คงจะเห็นว่ามีลักษณะที่ต่างกัน ก็มีตั้งแต่ลักษณะรูปร่าง ความสูง ลักษณะของเส้นผม สีผม แล้วก็สีตา แล้วก็มี อาจจะมีลักษณะอื่น ๆ อีกมากมายใช่ไหมคะ ต่อไปเรามาดูสัตว์ตัวอย่างสัตว์กันบ้างนะคะ ก็คือสุนัขที่เป็นสปีชีส์เดียวกันทั้งหมดนะคะ แต่ว่าต่างสายพันธุ์ มีลักษณะใดบ้างคะ ที่มีความแตกต่างกันของลักษณะดังนี้ ค่ะ ก็คงจะเห็นว่ามีทั้งลักษณะของรูปร่าง ลักษณะเส้นขน สีขน ความสูง ลวดลาย แล้วก็อื่น ๆ อีกใช่ไหมคะ อีกสักตัวอย่างนะคะ สำหรับตัวอย่างพืชนะคะ พืชในรูป ก็คือกะหล่ำสายพันธุ์ต่าง ๆ ซึ่งเป็นสปีชีส์เดียวกัน ลักษณะใดบ้างคะ ของกระหล่ำเหล่านี้แตกต่างกัน ค่ะ เชื่อว่าก็คงจะตอบว่าลักษณะของใบ ลักษณะของดอก สีดอก หรือลักษณะของลำต้น หรือสีลำต้น และลักษณะอื่น ๆ อีกนะคะ ค่ะ จะเห็นว่าในแต่ละสปีชีส์ก็จะมีลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของสปีชีส์นั้น ๆ นะคะ โดยในประชาชนของสปีชีส์ในชนิดเดียวกัน ก็จะมีลักษณะปรากฏที่ยังแตกต่างด้วยใช่ไหมคะ ซึ่งความแตกต่างระหว่างสมาชิกภายในประชากรนี้นะคะ ก็เป็นผลมาจากความแตกต่างทางพันธุกรรม หรือความหลากหลายทางพันธุกรรมนั่นเองค่ะ และความหลากหลายทางพันธุกรรมในประชากรสิ่งมีชีวิตนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร นักเรียนพอจะทราบไหมคะ ครูจะให้นักเรียนลองนึกถึงคำตอบ ประมาณ 10 วินาทีนะคะ [เสียงดนตรี] (ดร.ขวัญชนก) ค่ะ พอจะทราบคำตอบกันหรือยังคะ ถ้าใครยังนึกไม่ออก เรามาเริ่มนึกพร้อม ๆ พร้อม ๆ กันเลยนะคะ ค่ะ ภาพนี้นะคะ เชื่อว่านักเรียนเห็นปุ๊บก็น่าจะสามารถตอบได้ ว่าคือรูปของเสือโคร่งเบงกอลนะคะ นักเรียนได้เคยเรียนมาแล้วนะคะ ซึ่งลักษณะของโปรตีนที่สร้างขึ้นได้ ซึ่งโปรตีนก็ส่งผลให้เกิดลักษณะทางพันธุกรรม โดยจะขึ้นอยู่กับชนิดและหน้าที่ของโปรตีนนั้น ๆ นะคะ ตัวอย่างเช่น การสร้างเมลานินของสีขนของเสือโคร่งดังรูปนี้นะคะ แต่ในธรรมชาตินะคะ เราก็ยังพบเสือโคร่งขาวเบงกอลซึ่งมีสีขนแตกต่างไปจากเสือโคร่งเบงกอลทั่วไปนะคะ นักเรียนคิดว่าเพราะเหตุใดคะ เสือมีขนที่ต่างจากเสือโคร่งทั่วไป ค่ะ นักเรียนเคยเรียนกันมาก่อนหน้านี้แล้วนะคะ ว่ามิวเทชันส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของยีนนะคะ ซึ่งอาจทำให้โปรตีนและลักษณะทางพันธุกรรมมีการเปลี่ยนแปลงไปนะคะ ดังนั้น การที่เสือโคร่งขาวมีลักษณะสีขนที่เป็นเช่นนี้นะคะ ก็เพราะมิวเทชันนั้น ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของปริมาณของเมลานินที่สร้างขึ้นนะคะ ทำให้เสือโคร่งขาว เบงกอลมีลักษณะที่แตกต่างจากเสือโคร่งเบงกอลทั่ว ๆ ไปนั่นเองค่ะ หรือเราอาจจะกล่าวได้ว่ามิวเทชัน ทำให้เกิดแอลลีลใหม่ และส่งผลให้เกิดลักษณะทางพันธุกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปของประชากรได้นะคะ แต่อย่างไรก็ตามนะคะ ลักษณะทางพันธุกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปนี้นะคะ จะสามารถถ่ายทอดไปยังรุ่นต่อ ๆ ไปได้ก็ต่อเมื่อมิวเทชันเป็นสารพันธุกรรมได้นะคะ นอกจากมิวเทชันแล้วนะคะ ยังมีปัจจัยอื่นอีกที่ส่งผลต่อความหลากหลายทางพันธุกรรม หากนักเรียนมีพี่หรือน้อง ลองนึกดูนะคะ ว่าตัวนักเรียนเอง และพี่หรือน้องนั้น มีลักษณะที่คล้าย หรือแตกต่างกันใช่ไหมล่ะค่ะ หรือนักเรียนลองพิจารณารูปสุนัขในรูปนี้ดูนะคะ กรณีที่ลูกสุนัขเกิดมาจากพ่อและแม่เดียวกัน ลูกสุนัขเหล่านั้นนะคะ จะมีลักษณะที่คล้าย และแตกต่างกันนะคะ สิ่งมีชีวิตที่มีการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ จะมีการสร้างเซลล์สืบพันธุ์ โดยที่แต่ละเซลล์สืบพันธุ์นะคะ อาจจะมีแอลลีลที่แตกต่างกัน เมื่อเกิดการปฏิสนธิจากสเปิร์มและเซลล์ไข่ ซึ่งจะเกิดแบบสุ่มนะคะ แต่ละตัวมีลักษณะทางพันธุกรรมที่ต่างกัน ดังนั้น การสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศยังเป็นอีกปัจจัยนะคะ ที่ส่งผลให้เกิดผลความหลากหลายทางพันธุกรรมในแต่ละสปีชีส์ค่ะ นอกจากนี้ในกรณีที่จากสุนัข ซึ่งเป็นลักษณะที่ถูกควบคุมด้วยยีนหลายยีน มีความหลากหลายมากจากการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศขึ้นค่ะ มาถึงตรงนี้นะคะ นักเรียนคงจะทราบกันแล้วนะคะ ว่ามิวเทชันในเซลล์สืบพันธุ์ และการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ และปัจจัยหลักที่ส่งผลให้เกิดความหลากหลายทางพันธุกรรมนะคะ แต่ถึงแม้ว่ามิวเทชันและการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศจะทำให้สิ่งมีชีวิตมีความหลากหลายทางพันธุกรรม แต่เมื่อเวลาผ่านไป บางลักษณะอาจหายไป หรือเปลี่ยนไปในรุ่นต่อไปนะคะ ตัวอย่างเช่น การค้นพบซากดึกดำบรรพ์ของม้าในแต่ละช่วงเวลานะคะ จะเห็นว่าม้าในปัจจุบันจะมีลักษณะบางประการที่คล้ายกับม้าในอดีต แล้วก็มีหลายลักษณะนะคะ อย่างเช่น ขนาดของลำตัว ลักษณะของนิ้วเท้า ลักษณะของฟันนะคะ อีกตัวอย่างหนึ่งนะคะ ก็คือกรณีของหอยมรกต ซึ่งมีข้อสันนิษฐานว่ามีบรรพบุรุษจากหอย ซึ่งบรรพของหอยนกขมิ้นและหอยมรกตนี้ น่าจะมีทั้งเปลือกเวียนซ้ายและเปลือกเวียนขวา โดยปัจจุบันนะคะ เราพบหอยนกขมิ้นที่มีทั้งเปลือกเวียนซ้าย และเปลือกเวียนขวา แต่หอยมรกตที่พบที่เกาะตาชัย มีเฉพาะเปลือกที่เวียนซ้ายเท่านั้นค่ะ นั่นทำให้เกิดข้อสงสัยค่ะ ว่าเพราะเหตุใดลักษณะทางพันธุกรรมบางลักษณะนะคะ ยังคงพบในประชากร ในขณะที่บางลักษณะกลับหายไปนะคะ เราจะมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับทฤษฎีโดยธรรมชาตินะคะ เพื่อตอบคำถาม คำนี้นี้กันค่ะ การคัดเลือกโดยธรรมชาตินะคะ เป็นทฤษฎีที่เสนอขึ้นโดย ชาวชาลส์ ดาร์วินนะคะ ซึ่งเชื่อว่านักเรียนหลายคนกับชื่อของนักวิทยาศาสตร์ท่านนี้มาบ้างแล้วนะคะ เดี๋ยวครูจะมีแอนิเมชัน เกี่ยวกับการคัดเลือกโดยธรรมชาติโดยธรรมชาติ ซึ่งครูจะเอาเพียงบางส่วนของแอนิเมชันนี้มาศึกษานะคะ หากอยากศึกษาแอนิเมชันตัวเต็ม ๆ สามารถศึกษาได้จาก Short URL ข้างล่างค่ะ เอาล่ะค่ะ เราไปดูกันเลยค่ะ (บรรยาย) ของชาลส์ ดาร์วิน และทฤษฎีการคัดเลือกโดยธรรมชาติ เมื่อดาร์วินอายุ 23 ปี ได้เดินทางไปกับเรือ Beagle เพื่อสำรวจคำเชิญ จากกองทัพเรืออังกฤษ เพื่อสำรวจและเก็บข้อมูลทางธรรมชาติรอบโลก เรือ Beagle ออกเดินทางจากประเทศอังกฤษ โดยมีแผนสำรวจไปตามเส้นทางไปรอบทวีปอเมริกาใต้ ทางมหาสมุทรแปซิฟิก ทวีปปออสเตรเลีย ผ่านมหาสมุทรอินเดีย และตอนใต้ของทวีปแอฟริกาและกลับสู่อังกฤษ รวมเป็นระยะเวลาประมาณ 5 ปี ในระหว่างเดินทาง ดารร์วินได้สำรวจทั้งธรณีวิทยา รายละเอียดบันทึกรายละเอียดและเก็บรวบรวมรวมทั้งตัวอย่างสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ที่เขาพบ นำไปสู่แนวคิดสำคัญในเวลาต่อมา ในระหว่างเดินทางสำรวจนั้น นั้น หมู่เกาะ Galapagos พบข้อมูลสำคัญที่สนับสนุนแนวคิดเกี่ยวกับการคัดเลือกโดยธรรมชาติ หมู่เกาะ Galapagos เป็นหมู่เกาะทวีปอเมริกาใต้ ประมาณ 59 กิโลเมตร เป็นหมู่เกาะที่เกิดจากภูเขาไฟ ที่หมู่เกาะแห่งนี้ดาร์วินได้สังเกตและเกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับพืชและสัตว์หลายชนิด ที่เก็บรวบรวมและบันทึกไว นี่เป็นตัวอย่างของพืชที่ดาร์วินพบ นี่เป็นตัวอย่างของสัตว์ที่ดาร์วินพบ เช่น นกนกฟินซ์ เต่า Galapagos นี่เป็นตัวอย่างของสัตว์ ที่ดาร์วินพบ อีกัวนาทะเล นกบูบีเท้าสีฟ้า ตัวอย่างสำคัญที่เห็นเด่นชัด ก็คือการศึกษาชนิดของนกฟินช์ที่อยู่ตามเกาะต่าง ๆ ดาร์วินพบว่านกเหล่านี้มีลักษณะจะงอยปากแตกต่างกัน กล่าวคือ มีรูปร่าง ความหนา ความยาว แตกต่างกันไปตามลักษณะของนกแต่ละชนิดกิน เช่น เมล็ดพืช กระบองเพชร ยอดอ่อนพืช แมลง น้ำหวานจากดอกไม้ และผลไม้ต่าง ๆ นกฟินช์บางชนิดกินแมลงเป็นหลัก บางชนิดกินเมล็ดพืชเป็นหลัก บางชนิดกินพืชจำพวกกระบองเพชรเป็นหลัก และบางชนิดกินยอดอ่อนพืชเป็นหลัก ความแตกต่างของจะงอยปากของนกฟินช์เหล่านี้ มีการเปลี่ยนแปลง จนได้ลักษณะจะงอยปากอย่างที่เห็นโดยประชากรนกฟินช์กลุ่มแรกที่เข้ามานี้ เริ่มมีการขยายเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนในที่สุด ส่งผลให้เกิดการขาดแคลนอาหารที่กินอยู่เป็นประจำ เมื่ออาหารของนกฟินช์กลุ่มนี้เริ่มขาดแคลน ประชากรนกฟินช์กลุ่มนี้ จึงค่อย ๆ ลดจำนวนลงในที่สุด มีข้อสันนิษฐานว่าบรรพบุรุษของประชากรนกฟินช์ที่มายังเกาะ อาจบางตัวที่มีลักษณะจะงอยปากที่แตกต่างจากตัวอื่นเล็กน้อย ประชากรนกฟินช์บางตัวที่มีลักษณะจงอยปากต่างออกไป ซึ่งเคยเป็นประชากรส่วนน้อยสามารถกินอาหารอย่างอื่นแทนได้ เช่น กระบองเพชร ทำให้ประชากรที่มีลักษณะนี้อยู่รอด และขยายพันธุ์เพิ่มขึ้นแทนที่ ส่งผลให้ลักษณะประชากรนกฟินช์เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป กระบวนการนี้เป็นการคัดเลือกโดยธรรมชาติ ซึ่งจะเกิดอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดนกฟินซ์ชนิดต่าง ๆ ที่มีจะงอยปาก เหมาะสมกับการกินอาหารต่างชนิดกันในเวลาต่อมา (ดร.ขวัญชนก) ค่ะ พอจะทราบกันแล้วใช่ไหมล่ะคะ ว่าทำไมนกฟินซ์ของเกาะกาลาปากอสแต่ละเกาะ จะมีความแตกต่างของจะงอยปาก ที่แตกต่างของอาหารต่าง ๆ ที่นกฟินช์แต่ละชนิดกินนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร ครูคิดว่านักเรียนพอจะอธิบายกันได้แล้วนะคะ ค่ะ เรามาสรุปเกี่ยวกับทฤษฎีการคัดเลือกโดยธรรมชาติกันนะคะ สิ่งมีชีวิตสามารถสืบพันธุ์ให้เกิดลูกหลานจำนวนมากนะคะ ทำให้ประชากรสิ่งมีชีวิตมีมากเกินกว่าสิ่งจำเป็นตามธรรมชาตินะคะ ดังนั้น สิ่งมีชีวิตจึงมีการต่อสู่ดิ้นรน เพื่อที่จะอยู่รอด ต่อการดำรงชีวิตที่ไม่จำกัดดังกล่าวนะคะ ดังนั้น จึงมีสมาชิกเพียงส่วนหนึ่ง ที่อยู่รอดในแต่ละรุ่น การอยู่รอดของสมาชิกในสิ่งแวดล้อมนะคะ ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างกลุ่ม แต่เป็นผลที่เกิดที่แตกต่างกันของสิ่งมีชีวิต สิ่งมีชีวิตที่ลักษณะหมาะสมกับสภาพแวดล้อม จะให้ลูกหลานได้มากกว่าสิ่งมีชีวิตที่มีลักษณะไม่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม การที่สมาชิกแต่ละตัวในประชากรนะคะ มัศักยภาพในการอยู่รอด และให้กำเนิดลูกหลายไม่เท่ากัน จึงทำให้ประชากรมีการเปลี่ยนแปลงไปทีละเล็กทีละน้อย และมีลักษณะที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม เพิ่มขึ้นในแต่ละรุ่นนะคะ เราลองกลับมาพิจารณาซากดึกดำบรรพ์ของม้าในแต่ละช่วงเวลากันอีกครั้งนะคะ ม้าในอดีตนะคะ จะมีขนาดตัวเล็ก เมื่อเปรียบกับม้าในปัจจุบัน นิ้วเท้าของม้าในอดีตนะคะ ก็จะเดินบนพื้นดิน ที่มีความอ่อนนุ่มในป่า ลักษณของม้าในปัจจุบันนะคะ จะมีเพียงนิ้วเดียวซึ่งเป็นกลีบขนาดใหญ่ ทำให้สามารถเหมาะกับการวิ่งได้อย่างรวดเร็วในทุ่งหญ้านะคะ ลักษณะฟันของม้าในอดีต ก็จะเหมาะกับการกินใบไม้ตามพุ่มไม้นะคะ ในขณะที่ลักษณะฟันของม้าสำหรับการกินหญ้าที่มีความเหนียวมากกว่าใบไม้นะคะ จะเห็นว่าลักษณะของม้าในอดีตและปัจจุบันที่แตกต่างกันนี้ มีผลต่อการอยู่รอด ในสภาพที่แตกต่างกันนะคะ ค่ะ สำหรับกรณีของหอยมรกตที่กล่าวถึงไปเมื่อตอนต้นคลิปนะคะ มาถึงตรงนี้นักเรียนพอจะตั้งข้อสันนิษฐานได้หรือยังคะ ว่าเพราะเหตุใจหอยมรกตที่พบในเกาะตาชัย ถึงมีเปลือกเวียนซ้ายเท่านั้นคะ ครูมีข้อมูลเพิ่มเติมให้นักเรียนลองคิดกันดูนะคะ เอาล่ะค่ะ จากข้อมูลเหล่านี้ความรู้ที่นักเรียนได้เรียนรู้มานะคะ คิดว่านักเรียนพอจะตั้งข้อสันนิษฐานเกีตั้งข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับหอยมรกตได้แล้วนะคะ จากหลักฐานที่ว่านะคะ เกาะตาชัยเคยอยู่รวมกับแผ่นดินใหญ่มาก่อน ซึ่งอยู่ร่วมกับนกขมิ้นเปลือกเวียนซ้าย แล้วก็เปลือกเวียนขวาแยกตัวนะคะ ออกจากแผ่นดินใหญ่ เป็นหอยขนาดเล็กลง ทำให้มีอาหารน้อยลง รวมทั้งมีผู้ล่า โดยเฉพาะงูกินหอยทากนะคะ ที่มีโครงสร้างเหมาะกับการกินหอยทาก ที่มีเปลือกเวียนขวามากกว่านะคะ ดังนั้น จึงทำให้หอยนกขมิ้นที่มีเปลือกเวียนซ้ายเวียนซ้ายและมีขนาดตัวเล็กนะคะ มีโอกาสที่จะอยู่รอดและสืบพันธุ์ในกำเนิดลูกหลานมากกว่า จนกระทั้งเมื่อเวลาผ่านไปหลายชั่วรุ่นนะคะ ซึ่งจะแตกต่างจากพันธุกรรมสปีชีส์ใหม่ที่มีลักษณะแตกต่างจากหอยนกขมิ้นนะคะ นะคะ แต่อย่างไรก็ตามนะคะ การศึกษาวิวัฒนาการของหอยมรกตยังคงต้องศึกษาต่อไปอีกค่ะ หลังจากที่ได้เรียนรู้คัดเลือกทางพันูทางพันธุกรรมและการคัด้ลือกโดยธรรมชาติแล้วนะคะ ครูก็มีคำถามมาถามนักเรียนนะคะ เพื่อตอบสอบความเข้าใจ ครูมีเวลาให้ 10 วินาทีนะคะ [เสียงดนตรี] ค่ะ ครบ 10 วินาทีแล้วมาดูเฉลยพร้อมกันนะคะ สำหรับคำถามแรกนะคะ เพราะเหตุใด มิวเทชันหรือการสืบพันธุ์ของสิ่งมีชีวิต ความสำคัญต่อสจึงมีความสำคัญแต่การคัดเลือกโดยธรรมชาตินะคะ คำตอบก็คือมิวเทชันและการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศทำให้มีความหลากหลายทางพันธุกรรมซึ่งธรรมชาตินะคะ จะเป็นตัวคัดเลือกลักษณะทางพันธุกรรม ที่สะสมไว้ในประชากรนะคะ คำถามต่อมานะคะ ก็คือจากคำกล่าวที่ว่าแมลงที่ได้รับสารฆ่าแมลง ทำให้เกิดสารต้านแมลงมากยิ่งขึ้น นักเรียนเห็นด้วยกับคำกล่าวนี้หรือไม่นะคะ สำหรับครูนะคะ ครูไม่เห็นด้วย เนื่องจากสารฆ่าแมลงไม่ได้ทำให้แมลงมีความต้านทานต่อสารฆ่าแมลงเกิดขึ้น แต่อาจมีแมลงบางตัวที่สามารถต้านทานต่อสารฆ่าแมลงจะถูกคัดเลือกโดยธรรมชาติ ให้มีโอกาสอยู่รอด โดยคำดังกล่าวไปยังรุ่นต่อ ๆ ไป ทำให้ประชากรรุ่นต่อไปที่สามารถต้านทานต่อสารฆ่าแมลงนั้นมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นค่ะ ต่อไปนะคะ ครูจะให้นักเรียนสรุปเกี่ยวกับวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตที่คัดเลือกโดยธรรมชาตินะคะ โดยครูมีหมายเลข 1-7 ให้ในกล่องสีส้มนะคะ โดยจะให้นักเรียนพิจารณาข้อความในกล่องสีฟ้านะคะ และนำข้อความมาใส่ให้ถูกต้องตามลำดับนะคะ ครูให้เวลา 10 วินาทีนะคะ (ดร.ขวัญชนก) ค่ะ ครบ 10 วินาทีแล้วนะคะ ทำกันเสร็จแล้วหรือยังคะ หากใครต้องการเวลาเพิ่ม ก็กด Puase ได้นะคะ เรามาดูเฉลยนะคสำหรับเฉลยนะคะ ก็คือ E D C G A F และ B ค่ะ แผนภาพสรุปวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตที่ผ่านการคัดเลือดโดยธรรมชาตินะคะ ก็จะเกิดจากสิ่งมีชีวิคตนะคะ จะเกิดมิวเทชันและเกิดการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศนะคะ ทำให้ประชากรมีความหลากหลายทางพันธุกรรม ส่งผลให้มีความหลากหลายของลักษณะต่าง ๆ เมื่อเกิดการคัดเลือกโดยธรรมชาติ สมาชิกของประชากรที่มีลักษณะเหมาะสมมากกว่าก็จะอยู่รอด มีโอกาสสืบพันธุ์ถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม และให้กำเนิดลูกหลานได้มากกว่า การดำเนินเป็นระยะเวลานานหลายชั่วรุ่นนะคะ จะในที่สุดนะคะ ทำให้ได้ประชากร ที่มีลักษณะทางพันธุกรรมที่แตกต่างไปจากรุ่นเดิมนะคะ ซึ่งมีลักษณะที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมในขณะนั้นค่ะ นอกจากความรู้ที่ได้เรียนมาแล้วนะคะ ในการศึกษาวิวัฒนาการนะคะ เรายังจะต้องอาศัยหลักฐานในด้านต่าง ๆ อีกนะคะ อย่างเช่น การศึกษาซากดึกดำบรรพ์ การศึกษากายวิภาคเปรียบเทียบ เอ็มบริโอเปรียบเทียบ หรือการศึกษาทางด้านชีววิทยาโมเลกุลนะคะ ตัวอย่างของการศึกษาโดยการเปรียบเทียบ ก็เช่น การศึกษารยางค์คู่หน้าของจระเข้ นก ค้างคาว วาฬ แล้วก็มนุษย์นะคะ จะเห็นว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้นะคะ มีความแตกต่างกัน รยางค์คู่หน้าของสัตว์เหล่านี้ ก็มีหน้ที่แตกต่างกัน แต่เมื่อเราเปรียบเทียบโครงสร้างของกระดูกจะพบว่ามีโครงสร้างที่เปรียบเคียงกันได้นะคะ ซึ่งเป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าสัตว์ในกลุ่มนี้ มีวิวัฒนาการมาจากบรรพบุรุษร่วมกันนะคะ ตัวอย่างการศึกษาเอ็มบริโอเปรียบเทียบนะคะ ก็อย่างเช่น การศึกษาการพัฒนาการของเอ็มบริโอของปลา เต่า นก วัว แล้วก็มนุษย์นะคะ สัตว์ในกลุ่มนี้นะคะ แม้จะมีการโตเต็มวัย ที่แตกต่างกัน แต่เมื่อเราศึกษาการเจริญเติบโตของเอ็มบริโอระยะแรก ๆ ว่ามีลักษณะโครงสร้างบางอย่าง ที่มีลักษณะคล้ายกันนั่นเป็นหลักฐานที่สันนิษฐานที่ว่าสัตว์ในกลุ่มนี้นะคะ มีวิวัฒนาการมาจากบรรพบุรุษร่วมกัน การศึกษาวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต ทำให้นักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่เชื่อว่า สิ่งมีชีวิตต่างสปีชีส์ ล้วนมาจากบรรพบุรุษร่วมกัน การเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมที่เกิดอยู่ตลอดเวลา ส่งผลต่อาจากบรรพบุรุษร่วมกัน การเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมที่เกิดอยู่ตลอดเวลา ส่งผลต่อความอยู่รอดในแต่ละช่วงเวลา สิ่งมีชีวิตที่มีลักษณะที่เหมาะสมก็จะอยู่รอด ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงลักษณะทางพันธุกรรม ที่มาจากการคัดเลือกโดยธรรมชาติ กระบวนการนี้เกิดอย่างต่อเนื่อง เป็นเวลายาวนานหลักชั่วรุ่น จนในที่สุด ทำให้สิ่งมีชีวิตทำให้แตกต่างจากบรรพบุรุษ และนำไปสู่การเกิดเป็นสิ่งมีชีวิตสปีชีส์ใหม่ จนนำไปสู่การเกิดความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตกลุ่มต่าง ๆ ดังที่พบในปัจจุบัน [เสียงดนตรี] (ดร.ขวัญชนก) ค่ะ เรามาสรุปเนื้อหากันนะคะ มิวเทชัน และการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ ทำให้เกิดความหลากหลายทางพันธุกรรมในประชากร สิ่งมีชีวิตในประชากรที่มีลักษณะที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมถึงจะอยู่รอด และสามารถถ่ายทอดลักษณะดังกล่าวไปยังรุ่นต่อ ๆ ไปได้ กระบวนการนี้เป็นการคัดเลือกโดยธรรมชาติ การคัดเลือกโดยธรรมชาติเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน หลายช่วงรุ่นของสิ่งมีชีวิตในปัจจุบัน ค่ะ และนี่คือทั้งหมดที่เราได้เรียนรู้กันในคลิปนี้นะคะ สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี]